แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย shinecaraff เมื่อ 2026-2-27 15:09
เช้าวันใหม่: พยัคฆ์ฟื้นคืนชีพ บรรยากาศเช้ามืดที่บ้านพรานไกรดูขลังกว่าทุกวัน หมอกยามเช้าโรยตัวปกคลุมชานเรือนไม้ แต่ความหนาวเหน็บกลับทำอะไรเมฆไม่ได้เลยแม้แต่น้อย พลังกามอาคมของพี่ยอดที่ฉีดอัดอยู่ในตัวมันแผ่ซ่านความร้อนจนผิวขาวออร่าของเขาดูฉ่ำน้ำและทรงพลัง เมฆตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด ร่างกายที่เคยระบมกลับแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขาลุกขึ้นมานั่งมองยอดที่นอนกรนร่างเปลือยเปล่าท่อนลำอวบสีน้ำผึ้งแข็งขึงชี้ฟ้าเหมือนโกรธใครมาอยู่ข้างๆ พลางคลำรูสวาทที่ยังรู้สึกอุ่นๆ จากน้ำกามของพี่ยอด 'อาคมพี่ยอดนี่มัน... แรงจริงๆ' เมฆพึมพำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางทำท่ากำหมัดจะต่อยหัวบานอวบเต่งที่กระตุกใส่เขาเหมือนท้าทาย เขาแต่งตัวเตรียมตัวกลับไปค่ายมวย วันนี้เขาไม่ได้มีแค่พลังมวยไทย แต่เขามี 'พลังกามอาคม' ที่ได้รับสืบทอดมาจากยอดเต็มเปี่ยมในร่างกาย! แต่พรานไกรเรียกไว้ เมฆวันนี้มึงไม่ต้องไปค่ายมวยนะ เมฆทำหน้าเป็นหมาสงสัยเอียงคอถาม ทำไมเหรอครับน้าไกร พรานไกรมองหน้าเมฆนิ่ง มึงจำอะไรที่ค่ายมวยไม่ได้สินะ เอาเป็นว่าที่ค่ายมวยกำลังปรับปรุง ส่วนไอ้สิงห์ไอ้เสือก็ได้รับอุบัติเหตนิดหน่อยไม่เป็นอะไรมากและพวกเขาต้องพักรักษาตัวสองสามวัน ส่วนมึงข้าจะรับเป็นศิษย์เพื่อถ่ายทอดวิชาที่เหมาะกับมึงให้ คืนเดือนดับ: พิธีเริ่มต้น "วิชาควบคุมวารีพิสุทธิ์
พลบค่ำ พรานไกรจุดธูปดำแปดดอกปักลงกลางลานบ้าน พร้อมเรียกเมฆให้มานั่งกลางวงล้อมยันต์ 'ไอ้เมฆ... มึงมีต้นทุนดี มีมังกรสิบสองนิ้วที่ใครๆ ก็จ้องจะสูบกิน แต่มึงยังคุม "น้ำ" มึงไม่ได้ ถ้ามึงไม่เรียนวิชานี้ ต่อให้มึงเก่งแค่ไหน มึงก็จะเป็นแค่ถังน้ำมันให้พวกผีพวกคนมาตักตวง! เมฆนั่งนิ่งในสภาพเปลือยเปล่า แสงไฟจากธูปสะท้อนมัดกล้ามและมังกรขาวที่พาดอยู่บนหน้าขา 'ผมต้องทำยังไงครับน้าไกร?' ไกรไม่ตอบแต่หันไปพยักหน้าให้ยอด 'ยอด... มึงเริ่มได้ พี่ยอดเป็นคู่ฝึก: บททดสอบความอดกลั้น ยอดเดินเข้ามาในวงล้อมยันต์พร้อมถอดผ้าออกจนล่อนจ้อน เผยให้เห็นท่อนลำอวบหนาสีน้ำผึ้งที่แข็งขึงปั๋ง 'วิชาควบคุมวารีพิสุทธิ์... มึงต้องฝึกให้ เสียวถึงที่สุดแต่ไม่ให้แตก ยอดพูดพลางขึ้นคร่อมร่างเมฆ แล้วใช้มือหนาที่ชโลมด้วยน้ำมันว่านกามอาคมเริ่มรูดสาวท่อนลำสิบสองนิ้วของเมฆอย่างมีจังหวะจะโคน 'ซี๊ดดดด... พี่ยอด... มันเสียว' เมฆหน้าแดงพยายามจะแอ่นรับ แต่พรานไกรตวาดขัดขึ้น 'อย่าแอ่น! มึงต้องกลั้นหายใจ แล้วท่องคาถา "นะปิด โมตัน" ส่งพลังไปกักไว้ที่โคนควย อย่าให้น้ำกามวิ่งออกปากท่อ! สมาธิในกามราคะ: การควบคุมมังกรขาว ยอดเริ่มเร่งจังหวะมือระรัวเร็ว พร้อมกับใช้ 'หัวบานอวบ' ของตัวเองบดคลึงไปที่หัวบานชมพูของเมฆอย่างจงใจยั่วเย้า เมฆเสียวจนตัวสั่นเทิ้ม น้ำเงี่ยนใสเริ่มไหลปริ่มอยู่ที่ปลายรู 'น้าไกร... ผมจะ... ผมจะแตกแล้ว! 'กลั้นไว้ไอ้เมฆ! ท่องคาถาไว้! ไกรบริกรรมคาถาเสริมกำแพงอาคมรอบตัวเมฆ เมฆหลับตาปี๋ รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่โคนมังกรขาว เขาเริ่มรู้สึกถึงพลังความร้อนที่หมุนวนอยู่ตรงจุดรับพลัง (รูสวาท) ที่พี่ยอดเพิ่งเปิดไว้ พลังนั้นช่วยดูดซับความเสียวชะลอการหลั่งได้อย่างน่าประหลาด! วารีพิสุทธิ์ที่ถูกสะกด: ความสำเร็จขั้นแรก ผ่านไปนับชั่วโมง ยอดทั้งรุกทั้งเร้า ทั้งสาวทั้งรูดท่อนลำยักษ์ของเมฆจูบเลียซุกไซ้ร่างกายของเมฆจนน้ำลายเปรอะไปหมด แต่เมฆกลับยังคงนิ่งค้าง แม้ท่อนลำจะแข็งขึงจนเส้นเลือดปูด แต่ไม่มีน้ำกามหลุดออกมาแม้แต่หยดเดียว!มีเพียงน้ำเงี่ยนที่ไหลออกมาเคลือบหัวบานฉ่ำ ยอดเงยหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อ 'เออ... มึงทำได้ว่ะไอ้เมฆ มังกรมึงเริ่ม "เชื่อง" แล้ว' ไกรยิ้มพอใจ 'ดีมาก... ต่อไปนี้เอ็งจะร่วมรักกับใครก็ได้เป็นวันๆ โดยไม่แตกง่ายๆ เว้นแต่ว่าเอ็งจะอนุญาตให้น้ำกามมึงไหลออกมาเอง พลังของมึงจะถูกกักเก็บไว้ข้างในเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า! แต่เมื่อไหร่ที่เจอคนที่มีดวงข่มให้รีบถอยไปให้ไกล เพราะเอ็งจะสู้เขาไม่ได้วิชานี้จะไม่ได้ผลและเอ็งจะแตกภายใต้อำนาจของเขา เมฆนิ่วหน้าคิดในใจ ใครวะที่มีดวงข่มกู ปริศนาแห่งดวงข่ม: ใครคือผู้เหนือพยัคฆ์? เมฆก้มมองมังกรขาวสิบสองนิ้วที่บัดนี้ดูสุขุมและน่าเกรงขาม หัวบานชมพูที่เคยไวต่อสัมผัสบัดนี้กลับนิ่งสงบดั่งหินผาแม้จะเพิ่งผ่านลิ้นและมือของยอดมาก็ตาม แต่คำพูดของพรานไกรกลับดังก้องอยู่ในหัว... คนที่มีดวงข่มกูงั้นเหรอ? 'น้าไกรครับ...' เมฆเอ่ยถามเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความสงสัย 'คนที่มีดวงข่มผมนี่... เขาจะเป็นใคร? พรานดำสายมืดที่น้าเคยบอก หรือว่าเป็นใครที่ผมรู้จักอยู่แล้ว? ยอดเขกกะโหลกเมฆไปทีนึง เรียกไอ้ไกรว่าครูสิ ตอนนี้เค้าเป็นครูมึงแล้วนะ โอ๊ย พี่ยอดโธ่ เมฆลูบหัวป้อยๆ ครับครู ไกรได้แต่ส่ายหัวกับยอดและหัวเราะเบา กูสอนมึงคนแรกเลยนะไอ้ยอด มึงไม่เห็นเรียกกูว่าครู ยอดทำหน้าเป็น ก็กูเป็นเพื่อนมึงเรียกครูแล้วจั๊กกะจี้ว่ะ ทั้งสามคนเลยหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของสามบุรุษดังก้องกังวานไปทั่วลานพิธีสลายความตึงเครียดของ "วิชาควบคุมวารีพิสุทธิ์" จนหมดสิ้น บรรยากาศศิษย์อาจารย์และพี่น้องร่วมสำนักเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด แม้ยอดจะทำตัวเป็นพี่ชายจอมกวนที่คอยสั่งสอนเมฆ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวรุ่นน้องคนนี้ คำทำนายของพรานไกร: ผู้ถือครอง "ฤกษ์ราชสีห์กินมังกร" พรานไกรถอนหายใจยาวพลางเก็บย่ามอาคม 'ดวงข่มน่ะไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่มันคือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าชีวิตของมังกรอย่างมึง คนพวกนี้จะมี "กลิ่น" และ "อำนาจ" บางอย่างที่ทำให้วิชาควบคุมวารีของมึงคลายออกเองโดยอัตโนมัติ' เขาคือพวกที่มีบุญบารมีกามเหนือกว่า หรือผู้ที่เกิดมาในฤกษ์ราชสีห์กินมังกร แค่เขามองตาหรือสัมผัสร่างกายมึงเพียงนิดเดียว... มึงก็พร้อมจะนอนหงายถ่างขาให้เขาควบขี่แล้วน้ำแตกออกมาถวายเขาทันที' พรานไกรหันมาจ้องตาเมฆเขม็ง 'ตอนนี้กูยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่จงจำไว้... ถ้าเจอคนที่มึงมองตาแล้ว "มังกร" มึงสั่นสะท้านแบบคุมไม่ได้ ให้มึงรีบถอยออกมาซะ! ไกรวางมือบนไหล่เมฆที่กำลังลูบหัวป้อยๆ แววตาของครูพรานเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง 'ที่มึงถามว่าใครคือดวงข่ม... มึงจำคำกูไว้ เมฆ วิชาอาคมน่ะพอมันถึงจุดสูงสุด มันจะแพ้ทาง "ธรรมชาติ" เสมอ' ดวงข่มไม่ใช่จะต้องเป็นศัตรูเสมอไป อาจเป็นคู่แท้ของมึงก็ได้ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านแมกไม้ลงมากระทบใบหน้าของเมฆที่กำลังตั้งใจฟังคำสอนของครูพรานอย่างจดจ่อ คำว่า "คู่แท้" ที่หลุดออกมาจากปากพรานไกร ทำให้หัวใจของพยัคฆ์หนุ่มเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหวาดกลัวต่ออำนาจที่เหนือกว่า และความโหยหาในสิ่งที่โชคชะตากำหนดมา นัยน์ตาสยบพยัคฆ์: สัญญาณแห่งดวงข่ม พรานไกรถอนหายใจยาวพลางมองเหม่อไปทางทิวเขา 'มึงจะรู้ได้เองเมื่อสบตา... มันเหมือนมึงเห็นเงาตัวเองในกระจกที่สว่างกว่า แรงกว่า ทันทีที่สบตากัน พลังวารีพิสุทธิ์ที่มึงกักเก็บไว้มันจะพลุ่งพล่านเหมือนน้ำป่าไหลหลาก มังกรขาวของมึงจะผงาดง้ำสั่นระริกท้าทายอำนาจเขา และรูกามที่มึงเคยหวงแหน... มันจะขมิบรัดโหยหาการเติมเต็มจากเขาเพียงผู้เดียว' พรานไกรหันมาจ้องตาเมฆเขม็ง 'จำไว้เมฆ... ดวงข่มคือ "กุญแจ" ที่จะปลดล็อกพลังทั้งหมดในตัวมึง ถ้าเขาเป็นมิตร มึงจะไร้เทียมทาน แต่ถ้าเขาเป็นศัตรู... มึงจะกลายเป็นทาสกามที่ยอมศิโรราบให้เขาบดขยี้จนน้ำกามหมดตัวก็ยังยอม! ยอดหยั่งเชิง: "หรือว่าจะเป็นกูวะ? ยอดที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะหึๆ พลางขยับท่อนลำอวบสีน้ำผึ้งของตัวเองใส่หน้าเมฆ 'เอ้า! ลองมองตากูดูซิไอ้เมฆ มังกรมึงสั่นไหม? รูมึงขมิบเรียกกูหรือเปล่า? เมฆผลักขาพี่ยอดออกพลางยิ้มขำ 'โธ่พี่ยอด... กับพี่น่ะผมเสียวเพราะอาคมพี่ แต่ผมไม่ได้รู้สึกอยาก "ยอม" พี่ขนาดนั้นหรอกครับ' ยอดตบเข่าฉาด 'เออ! งั้นก็แสดงว่ากูไม่ใช่คู่แท้ดวงข่มมึงสินะ เสียดายว่ะ ไม่งั้นกูจะข่มมึงให้แตกวันละแปดรอบเลย!เวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปเปรียบเสมือนไฟที่หลอมละลายแร่ธาตุชั้นดีให้กลายเป็นศาสตราที่แหลมคม บัดนี้บ้านพรานไกรไม่ได้เป็นแค่บ้านพรานป่า แต่เป็นศูนย์รวมของบุรุษผู้ทรงอำนาจทางกามอาคมและร่างกายที่ถึงขีดสุด เมฆ: พยัคฆ์หนุ่มวัยรุ่น (19 ย่าง 20 ปี) จากเด็กหนุ่มที่ดื้อรั้น บัดนี้เมฆเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีสง่าราศีจับจนน่ากลัว ผิวขาวออร่าของเขาบัดนี้ดูเนียนละเอียดแต่แข็งแกร่งดั่งหินอ่อน มัดกล้ามเนื้อคมชัดทุกสัดส่วนจากการฝึกวิชาควบคุมวารีมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี มังกรขาวสิบสองนิ้ว: บัดนี้มันคืออาวุธร้ายที่ควบคุมได้ดั่งใจนึก ทั้งอึด ทน และมีกลิ่นหอมซาบซ่านแผ่ออกมาตลอดเวลา รอยนูนใต้กางเกงของเขามันดูข่มขวัญผู้ที่พบเห็นจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ พรานไกร & ช่างยอด: สองขุนพลในวัย 30 ปี ในวัย 30 คือช่วงที่อาคมและร่างกายของชายหนุ่มสุกงอมที่สุด พรานไกร: ดูนิ่งสงบและน่าเกรงขามดั่งราชสีห์ แววตาที่ผ่านโลกมามากทำให้เขากลายเป็นที่พึ่งของทุกคนอย่างสมบูรณ์ ช่างยอด: ร่างกายหนาสีน้ำผึ้งบัดนี้ดูบึกบึนขึ้นกว่าเดิม พลังกามอาคมของยอดรุนแรงจนแค่เดินผ่านผู้หญิงหรือผู้ชายบางคนก็อาจทำให้อีกฝ่ายเคลิ้มสลบได้ ยอดเป็นทั้งพี่ชายและคู่ฝึกมวยกามให้เมฆมาตลอดทั้งปี สระบึงอาถรรพ์: สังเวียนใต้วารี ร่างขาวออร่าของเมฆแหวกว่ายอยู่กลางสระน้ำที่เงียบสงัด แสงจันทร์นวลส่องกระทบผิวกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลีนแน่น ทันทีที่กลิ่นหอมจาก 'มังกรขาวสิบสองนิ้ว' กระจายไปตามสายน้ำ ผีพรายสาวที่ซ่อนกายอยู่ใต้กอบัวก็เริ่มเคลื่อนไหว สัมผัสนุ่มลื่นเหมือนเมือกปลาแต่กลับอุ่นซ่านลูบไล้ไปตามหน้าขาและโคนควยของเมฆ เมฆรู้สึกถึงแรงดูดรัดจากรูกามที่เย็นชืดใต้น้ำ มันพยายามจะเค้นเอา 'น้ำทิพย์' ออกจากตัวเขาให้ได้ เมฆกัดฟันกรอด ท่องคาถา 'นะปิด โมตัน' จนโคนท่อนลำยักษ์ร้อนผ่าว พลังอาคมกักเก็บน้ำกามไว้แน่นหนาจนนางพรายได้เพียงแค่น้ำเงี่ยนใสๆ ที่ซึมออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!" กามพิโรธ: การปะทะที่ขอบสระ นางพรายสาวเริ่มหงุดหงิดที่มังกรขาวตรงหน้าช่างอึดทนเหลือเกิน หล่อนกระชากร่างเมฆไปติดขอบสระที่เป็นดินเลน แล้วขึ้นคร่อมขย่มท่อนลำสิบสองนิ้วอย่างดุดันรุนแรงจนน้ำกระเซ็นซ่าน 'ตับ! ตับ! ตับ!' เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นสระ เมฆครางฮือในลำคอ หน้าแดงซ่านด้วยความเสียวที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง แต่เขายังคงนิ่งสงบดั่งหินผา 'อยากกินนักใช่ไหมอีพราย... แต่มึงไม่มีสิทธิ์!' เมฆคำรามเสียงต่ำ เขาอาศัยจังหวะที่นางพรายกำลังหลงระเริงกับความเสียว ใช้พละกำลังพยัคฆ์จับหล่อนหมุนกลับไปกระแทกกับขอบดินแข็งอย่างรวดเร็ว! หมัดสังหาร: สยบพรายสลายวิญญาณ เมฆกำหมัดแน่น รวบรวมพลังอาคมจากตะกรุดแปดทิศและวิชาที่พี่ยอดสอนมาไว้ที่ปั้นหมัด แสงสีทองเรืองรองออกมาจากนิ้วมือ เมฆชกเปรี้ยงเข้าที่กลางใบหน้าของนางพญาพรายที่กำลังแสยะยิ้มหิวโหย โครม! แรงกระแทกจากกำปั้นอาคมหนักหน่วงจนใบหน้าอสุรกายยุบยวบลงไปกองกับพื้นดิน ร่างของนางพรายกรีดร้องโหยหวนก่อนจะแตกสลายกลายเป็นน้ำเน่าสีดำไหลคืนสู่สระบึง เมฆยืนตระหง่านเปลือยเปล่าอยู่ขอบสระ หอบหายใจเบาๆ โดยที่มังกรขาวสิบสองนิ้วยังคงแข็งปั๋งและไม่มีน้ำกามหลุดออกมาแม้แต่หยดเดียว! คำชมจากพรานไกร: พยัคฆ์หนุ่มผู้เหนือชั้น พรานไกรและยอดที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้ ไกรยิ้มกว้างอย่างพอใจ 'ดีมากเมฆ... มึงสอบผ่านวิชาควบคุมวารีพิสุทธิ์แล้ว ขนาดโดนขย่มใต้น้ำมึงยังนิ่งได้ขนาดนี้ มึงคือของจริงแล้วไอ้น้อง' ยอดเดินเข้ามาตบไหล่เมฆพลางมองดูท่อนลำยักษ์ที่ยังชูชันอย่างน่าเกรงขาม 'เออ... อึดทนขนาดนี้ มึงกลับไปค่ายมวยพรุ่งนี้ ครูสิงห์กับครูเสือได้ครางชื่อมึงจนเสียงหลงแน่ๆ กูได้ข่าวว่ามึงกระแทกพวกนั้นจนเช้าวันเว้นจนพวกนั้นหลงมึงหัวปักหัวปำหมดแล้วเนี่ย! เพลาๆบ้างสิโว้ย ยอดแซว เมฆยิ้มแก้เก้อ โธ่พี่ยอด พี่ก็ย่อย เห็นว่าเตียงที่อู่ตัวล่าสุดพังไปแล้วนี่ครับ ฮ่าๆๆ สารวัตรกล้า: ผู้มาเยือนในวัย 27 ปี การปรากฏตัวของ สารวัตรกล้า น้องชายของพรานไกร สร้างแรงสั่นสะเทือนให้บ้านพรานไกรไม่น้อย สารวัตรหนุ่มในวัย 27 ปี มาในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนที่รัดมัดกล้ามเนื้อแขนและแผงอกจนตึงเปรี๊ยะ ความสง่า: กล้ามีเค้าโครงหน้าคล้ายไกรแต่ดูสะอาดสะอ้านและคมเข้มแบบข้าราชการ แววตาดูมุ่งมั่นและมี "อำนาจ" ของผู้บังคับบัญชาติดตัวมาด้วย การมาเยือนของสารวัตร: รังสีแห่งอำนาจรัฐ ขณะที่สารวัตรกล้าก้าวลงจากรถกระบะตราโล่ แล้วเดินตรงมายังลานฝึกที่เมฆกำลังร่ายรำไหว้ครูอยู่กลางแดด... เมฆหยุดกึกกลางคัน ทันทีที่สบตากับ สารวัตรกล้า หัวใจของพยัคฆ์หนุ่มเต้นรัวเหมือนกลองรบ พลังวารีพิสุทธิ์ที่เขากักเก็บมานานนับปีจนนิ่งสนิท บัดนี้กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่! สารวัตรกล้าเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเมฆ แววตาคมกริบแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กวาดมองไปที่ร่างกายกำยำของหนุ่มรุ่นน้องด้วยความชื่นชม 'หน่วยก้านดีนี่พี่ไกร เด็กปั้นใหม่พี่เหรอ?' กล้าเอ่ยถามเสียงทุ่มนุ่มนวลแต่มีพลัง เมฆรีบก้มหน้าลงพยายามข่มอารมณ์ที่ปั่นป่วน แม้มันจะยังไม่ใช่ 'ดวงข่ม' ที่ตามหา แต่มัดกล้ามและรังสีชายชาติทหารของสารวัตรกล้าก็ทำเอาพลังวารีพิสุทธิ์ในตัวเมฆสั่นไหวไม่น้อย เมฆพนมมือไหว้ 'สวัสดีครับสารวัตร' กล้ายิ้มรับพลางตบไหล่เมฆแรงๆ จนเมฆรู้สึกถึงไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่แผ่เข้ามา วงน้ำชาของเหล่าบุรุษ: ความสงบก่อนพายุ พรานไกรเรียกทุกคนมานั่งรวมกันที่แคร่ไม้ไผ่ ยอดเดินนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวโชว์ซิกแพคแน่นๆ เข้ามาร่วมวง 'ไงไอ้กล้า ลมอะไรหอบมึงมาถึงนี่วะ หรือว่ามีคดีใหญ่ต้องให้พี่ชายมึงช่วย? กล้าจิบชาพลางถอนหายใจ 'เรื่องงานก็ส่วนหนึ่งครับพี่... แต่ช่วงนี้ข่าวลือแปลกๆ เห็นว่านายหัวเจ้าของสวนผลไม้รายใหญ่ที่มีสวนผลไม้พันกว่าไร่กำลังหาพรานหรือหมอผีเก่งๆไปปราบตัวอะไรสักอย่าง เห็นว่าลูกน้องที่นอนเฝ้าท้ายสวนที่ติดกับป่าแถวเชิงเขาถูกตัวอะไรสูบจนแห้งตายไปสามสี่คนแล้ว จนไม่มีใครกล้าไปนอนเฝ้าให้ ทางฝั่งตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบก็ยังไม่เจอผู้ร้ายเลยครับบรรยากาศในวงน้ำชาเริ่มตึงเครียดขึ้นทันทีที่สารวัตรกล้าทิ้งระเบิดข่าวร้ายออกมา พรานไกรวางจอกชาลงบนแคร่ไม้ไผ่ดัง แก๊ง ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจตาเสือ ขณะที่ยอดที่กำลังนั่งรูดแขนตัวเองอยู่ถึงกับหยุดชะงัก คดีสยองท้ายสวน: เหยื่อที่ถูกสูบจนแห้งผาก แห้งตายงั้นเหรอไอ้กล้า?' ไกรทวนคำสั้นๆ พลางขมวดคิ้ว 'ถ้าสภาพศพเป็นแบบนั้น... มันไม่ใช่ฝีมือมนุษย์แล้วล่ะ' กล้าพยักหน้าเครียด 'ครับพี่ สภาพศพทุกรายไม่มีรอยแผลถูกทำร้ายร้ายแรง แต่ร่างกายซูบซีดเหมือนคนขาดสารอาหารอย่างหนัก ดวงตาเบิกโพลงค้างเหมือนก่อนตายเห็นอะไรที่น่ากลัว... หรือเสียวซ่านสุดขีด!' ยอดผิวปากหวือ 'ท่าทางจะเป็นพวกนางพราย หรือไม่ก็ปีศาจกามที่ชอบสูบน้ำเลี้ยงชีวิตว่ะไกร' ยอดหันไปมองเมฆที่นั่งนิ่ง 'ไอ้เมฆ... มึงระวังตัวไว้เถอะ กลิ่นตัวมึงหอมฉุยแบบนี้ ถ้ามันเจอเข้า มึงนั่นแหละจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของมัน!
ตำนานบทใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว จากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น โปรดติดตามเรื่องต่อไปนะครับทุกคน จบบริบูรณ์
|