ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 17|ตอบกลับ: 1

[นิยายแปล] Cards on the Table บทที่ 5 : ไพ่ใบเด็ด

[คัดลอกลิงก์]

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
18
ตอบกลับ
20
พลังน้ำใจ
6366
Zenny
6591
ออนไลน์
535 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pauly99 เมื่อ 2026-2-26 07:57

Cards on the Table - 5. Chapter 5 Ace in the Hole


บทที่ 5: ไพ่ใบเด็ด


เมื่อไพ่ถูกแจกมาแล้ว ก็ต้องเล่นไปตามเกม


ใจของไมเคิลไม่ได้อยู่กับเกมเลย พูดให้ถูกคือช่วงนี้ใจเขามันหายสาบสูญไปเลยมากกว่า ปกติเวลาเล่นฮอกกี้เขาจะมีความสุขมาก
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ความสุขกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา การต้องสเก็ตไปโดยไม่มีเคนดัลล์อยู่ที่ปีกซ้ายมันรู้สึกผิดที่ผิดทางไปหมด
ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว และเขารู้สึกหลงทาง เขาไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต มันปวดหนึบไปทั้งใจ

เป็นเวลาสามสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เห็นหน้าหรือคุยกับเคนดัลล์ นับตั้งแต่เขาถามคำถามโง่ ๆ นั่นออกไป
คำถามที่ผลักไสเพื่อนรักให้ห่างออกไปอีก ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกเลยตั้งแต่การคุยครั้งสุดท้าย เขาคิดว่าเคนดัลล์
อาจจะโทรหาเขาบ้าง...เออ เขาหวังไว้แบบนั้น แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น และเขาทำอะไรกับมันไม่ได้เลย

โค้ชแตะไหล่เขา ถึงคิวทีมเขาลงสนามแล้ว ทีมใหม่ของเขาแม่งห่วยแตก และเขารู้ตัวว่าเขาคือส่วนหนึ่งของปัญหานั้น
แต่เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะแคร์ พวกเขาเพิ่งชนะมาได้แค่เกมเดียวจากสองเกมล่าสุด ซึ่งไม่ใช่เพราะฝีมือไมเคิลเลย
เขาแทบจะไร้ประโยชน์ในสนาม ตอนยืนรอแย่งลูกในโซนบุก เขาจัดการเขี่ยลูกส่งคืนหลังให้กองหลัง
และมีการส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเป็นลูกยิงสะบัดข้อมือที่ดูไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่มันดันเข้าประตูไปเฉยเลย ลูกฟลุ๊คชัด ๆ
แต่ในที่สุดเขาก็มีส่วนร่วมกับแต้มจนได้

ตอนสเก็ตกลับมาที่ม้านั่งสำรองหลังจากฉลองแต้มแบบแกน ๆ โค้ชจ้องเขาตาเขียว

"กว่าจะทำได้นะไอ้สัส อะเซโต้! ไหนว่ามึงแน่ไงวะ? เอาล่ะทุกคน ขออีกลูกเดียวเราก็ปิดเกมได้แล้ว มีเวลาสามนาที
จำไว้ว่าถ้าเสมอเราอดเข้าทัวร์นาเมนต์ ต้องชนะเท่านั้น! พวกมึงจำใส่หัวกลวง ๆ ไว้ด้วยนะ อย่าให้แม่งทำแต้มได้เด็ดขาด
อะเซโต้! ไสหัวเน่า ๆ ของมึงลงสนามไปเดี๋ยวนี้! ไป๊!"

"หัวเน่าบ้านมึงดิ" ไมเคิลพึมพำอย่างฉุนเฉียว เขาไม่เกี่ยงหรอกที่ต้องลงซ้อนกะ แต่นี่เขาไม่ใช่คนเดียวซักหน่อยที่เล่นไม่ออก
ตอนแย่งลูกที่กลางสนามเขาชนะมาได้และส่งให้ปีกซ้ายที่สเก็ตอืดเป็นเรือเกลือ ก่อนจะพุ่งตัวไปที่เส้นน้ำเงินพลางเรียกขอลูก
เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองตอนที่ลูกส่งมาถึงไม้พอดีในจังหวะที่เขากำลังสปีดเครื่องพุ่งผ่านกองหลังฝ่ายตรงข้ามไป
ราวกับอีกฝ่ายยืนนิ่งอยู่กับที่

ไม่ถึงวินาทีต่อมา ลูกฮอกกี้ก็ไปนอนอยู่ก้นตาข่ายหลังจากผู้รักษาประตูพลาดท่าเสียจังหวะ

เออ เอาไปแดกซะไอ้สัส!

ไมเคิลมองไปที่โค้ชขณะที่เพื่อนร่วมทีมเดินเข้ามาไฮไฟว์ โค้ชกวักมือเรียกพวกเขากลับไปที่กลางสนาม
ไมเคิลยักไหล่แล้วเตรียมแย่งลูกอีกครั้ง มันเหมือนหนังม้วนเดิมเป๊ะ ต่างกันแค่คราวนี้ไมเคิลยิงลอดขาผู้รักษาประตูไป
ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันขยับตัวด้วยซ้ำ

"สำหรับไอ้หัวเน่าอย่างผม ก็ไม่เลวนะโค้ชว่าไหม?"

เขาพูดพลางจ้องหน้าโค้ชตอนกระโดดข้ามขอบสนามกลับมานั่งที่ม้านั่ง

"กูรู้อยู่แล้วว่ามึงทำได้ กูเพิ่งรู้เนี่ยว่าต้องด่าให้มึงโมโหก่อน มึงถึงจะเลิกเหม่อลอยได้"

ไมเคิลเห็นโค้ชแสยะยิ้ม เขาก็แค่ส่ายหัว สองประตูหนึ่งแอสซิสต์ในเวลาไม่กี่นาทีช่วยให้ทีมชนะ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เขา
หลุดพ้นจากหลุมความเศร้าที่เขากำลังจมอยู่ได้เลย

ทันทีที่เสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้น เขาพุ่งตัวออกจากที่นั่นทันที เขาแทบไม่ได้ยินเสียงโค้ชที่ขู่จะฆ่าล้างโคตร
ถ้าใครไม่มาแข่งทัวร์นาเมนต์อาทิตย์หน้า มันก็แค่ลีกฮอกกี้ชายสมัครเล่นนะโว้ย ไม่ใช่ NHL ซักหน่อย

เขาใช้เวลาอาบน้ำแค่ห้านาทีแล้วก็เดินไปที่รถเชฟวี่ เขารู้ว่าสิ่งที่ควรทำคือการอยู่คุยเล่นกับเพื่อนร่วมทีม
ฉลองชัยชนะกันหน่อย แต่ใจเขามันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไมเคิลไม่ใช่พวกเสแสร้งเก่ง และคนอื่น ๆ ก็ดูออกว่า
เขากำลังมีเรื่องกวนใจ เขาได้ยินคำนินทาลับหลังมาบ้าง ทุกคนคงคิดว่าเป็นเรื่องผู้หญิงแน่ ๆ นี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง
ที่เขามีชื่อเสียงเรื่องเจ้าชู้

ตอนขับรถออกมาบนถนนที่เกือบจะร้างผู้คน เขารู้สึกโล่งอกที่สัปดาห์นี้จบลงเสียที จะบอกว่ามันเป็นสัปดาห์ที่ไม่ดีก็ยังน้อยไป
แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปกว่าสองสัปดาห์ก่อนหน้านั้นหรอก เขาถูกหัวหน้าด่าเละเรื่องรายงานที่ทำส่งแบบชุ่ย ๆ
แถมยังถอยรถสายตรวจไปชนรถสายสืบสุดเนี้ยบเข้าให้อีก คู่กรณีโวยวายบ้านแตก และเรื่องที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง
คงต้องพับเก็บไปอีกนาน มีแต่พวกเด็กใหม่เท่านั้นแหละที่พลาดเรื่องแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นเพราะเคนดัลล์
ชีวิตของไมเคิลรวนไปหมดเพราะเพื่อนรักตัวล่ำผมบลอนด์คนนั้น ไม่ใช่ว่าเขาโทษเคนดัลล์หรอกนะ เขาไม่เคยโทษมันเลย
แต่เขาก็อดหงุดหงิดกับชีวิตไม่ได้

แทนที่จะเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 48 เขาเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปทางเหนือแทน สุดสัปดาห์นี้เขาหยุด
และเขาไม่มีทางทนอยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์ชั้นสามนั่นได้อีกแล้ว เขาเคยรักอพาร์ตเมนต์นั้น มันเคยเป็นที่พักใจของเขา
แต่ตอนนี้เขาเกลียดมันเข้าไส้ ในห้องนั้นมีแต่เงาของเคนดัลล์อยู่ทุกซอกทุกมุม ในลิ้นชักที่มีหมวกแก๊ปกับถุงเท้าฮอกกี้สำรองของมัน
ในตู้กับข้าวที่มีซีเรียลรสชาติเห่ย ๆ ที่มันชอบ ในตู้เสื้อผ้า...เออ โอเค ในตู้เสื้อผ้าไม่มีแล้ว
(ไมเคิลแอบยิ้มพลางคิดว่าเคนดัลล์คงขำกับมุกนี้)

แม่งเอ๊ย คิดถึงมันฉิบหาย

มันเหมือนแผลเหวอะที่ไม่มีวันรักษาหาย เพื่อนอย่างเคนดัลล์ไม่มีใครมาแทนที่ได้จริง ๆ ไมเคิลไม่ได้ไปหาพ่อแม่มาเดือนนึงแล้ว
มันเป็นเวลาที่นานผิดปกติสำหรับเขา และเขาก็รู้สึกผิด แต่เขาไม่อยากต้องมานั่งตอบคำถามอย่าง 'เคนดัลล์ล่ะ?' หรือ
'ทำไมเคนดัลล์ไม่มาด้วย?'... เขาแน่ใจว่าต้องเจอคำถามพวกนี้เป็นชุดชัวร์ ๆ แต่ถึงเขาจะไม่อยากเจอแค่ไหน
เขาก็ต้องการเห็นหน้าพ่อกับแม่จริง ๆ พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวในชีวิตที่เขาสนิทใจด้วยในตอนนี้
หลังจากที่เคนดัลล์มูฟออนไปแล้ว

เหี้ย...คิดแล้วเจ็บสัส

เขาสนิทกับพี่สาวนะ แต่เธออยู่คนละฟากของประเทศกับสามีและลูกอีกสามคน นั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่เขารู้สึกผิด
ที่หายหัวไปเป็นเดือน

เขาขับรถผ่านย่านใจกลางเมืองอักซ์บริดจ์ (Uxbridge) ที่สวยเหมือนในรูปวาด แล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปอีกนิด
จนถึงบ้านหลังงามบนเนินเขาเล็ก ๆ...'บ้าน' ความรู้สึกสงบเริ่มเข้ามาแทนที่ตอนที่เขาเช็คเวลาในมือถือ
มันเลยสี่ทุ่มของคืนวันศุกร์มานิดหน่อย สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ พ่อกับแม่เขายังไม่นอนแน่นอน

หมายเหตุจากผู้แปล
เมืองอักซ์บริดจ์ (Uxbridge) อยู่ที่รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา

เขาเห็นผ้าม่านหน้าบ้านขยับและรู้เลยว่าแม่ต้องมารอรับที่ประตูข้างแน่ ๆ พร้อมที่จะกอดเขาให้จมอก
ไม่มีกอดไหนเหมือนกอดของแม่...ยกเว้น...ความทรงจำที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ผุดขึ้นมาท่วมท้นในใจ มันคือกอดจากเคนดัลล์
ในคืนสุดท้ายที่เจอกัน เขายังจำสัมผัสได้ ยังจำกลิ่นกายของผู้ชายคนนั้นได้ กลิ่นเดียวกับที่เขาได้กลิ่นจากผมของมัน
ในคืนนั้นที่วิทยาลัย...กลิ่นเฉพาะตัวของเคนดัลล์ ความรู้สึกนี้มันจะหายไปไหมนะ?

ช่างมันเถอะ... ตอนนี้เพื่อนเขาจากไปแล้ว กำลังสร้างชีวิตใหม่ เพราะไมเคิล 'รักมันในแบบที่มันต้องการไม่ได้'
ประโยคนี้แม่งโคตรกวนใจเขาเลย กวนใจมาตั้งแต่วันแรกที่เคนดัลล์พูดแล้ว ถึงเขาจะไม่ได้เห็นหน้าหรือคุยด้วย
แต่เขาก็ได้ข่าวของเคนดัลล์มาบ้าง

การบังเอิญเจอแซนดี้ที่ห้าง Upper Canada Mall ทำให้เขาได้ข้อมูลเรื่องชีวิตใหม่และเพื่อนใหม่ของเคนดัลล์เพียบเลย
ยัยนั่นดูเหมือนจะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องเล่าว่าเคนดัลล์มีความสุขแค่ไหนในตอนนี้ ในเมื่อไมเคิลไม่ยอมไปยิมอีกแล้ว
เขาจำไอ้ผู้ชายที่ยัยนั่นพูดถึงได้ และแทบจะทนรอเดินหนีไม่ไหว

สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากได้ยินคือเรื่องบัดดี้ออกกำลังกายคนใหม่ของเคนดัลล์ และเรื่องที่พวกเขาเข้ากันได้ดีแค่ไหน
นิสัยร่าเริงเกินเหตุกับการอ่อยแบบโต้ง ๆ ของแซนดี้ในตอนนั้นมันเกินกว่าที่เขาจะรับไหว มันไม่ใช่ความผิดเธอหรอก
เธอเป็นเด็กน่ารักคนนึง แต่เธอไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง เขาแทบรับไม่ได้กับความคิดที่เคนดัลล์มีเพื่อนสนิทใหม่ไปแล้ว
และนั่นทำให้เขารู้สึกละอายแก่ใจตัวเอง เขาถอนหายใจยาวพลางเอื้อมไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลัง
เขาโหยหากอดของแม่เหลือเกิน เพราะตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ

แม่ของเขาไม่ทำให้ผิดหวัง เธอเปิดประตูออกมา คว้าตัวเขาไปกอดไว้แน่น ไมเคิลรู้สึกได้ว่าอารมณ์เขากำลังจะหลุด
ขณะที่เขาประคองร่างเล็กๆ ของแม่ไว้ ใครๆ ที่เห็นพวกเขาสองคนก็มักจะบอกว่าหน้าเหมือนกันเป๊ะ ทั้งผมสีดำหยักศก
ดวงตาสีน้ำเงิน จมูกโด่งตรง และริมฝีปากอิ่มที่ดูเซ็กซี่ เขาไม่ได้ผิวซีดเท่าแม่ที่เป็นคนไอริช แต่ก็ไม่ได้ผิวเข้มเท่าพ่อที่เป็นคนอิตาลี
ลักยิ้มของไมเคิลอาจจะได้มาจากทั้งคู่ เพราะพวกเขาก็มีลักยิ้มกันทั้งนั้น เพียงแต่ของไมเคิลจะยาวและลึกกว่าเหมือนของพ่อ

ในที่สุดแม่ก็ผละออกมาเพื่อมองหน้าเขา เหมือนแม่ทุกคนบนโลกใบนี้ เธอรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างแรง
ลูกชายสุดหล่อของเธอดูแย่มาก ขอบตาคล้ำ และแววตาดูเหมือนคนอมทุกข์ แม้แต่ท่าทางการยืนก็ดูเหมือนคนพ่ายแพ้

"ไมเคิล ลูกรัก...ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย? เกิดอะไรขึ้น? แล้วเคนดัลล์ล่ะ?"

คำถามนั้นมาจนได้ เขาคิดไว้แล้วเชียว ไมเคิลพยายามควบคุมสติ แต่นี่คือแม่ของเขา และเขาเชื่อนิด ๆ ว่าบางครั้งแม่ก็มองทะลุ
เข้าไปถึงดวงวิญญาณเขาได้

เขื่อนแตกจนได้...เสียงสะอื้นหลุดออกมาจากลำคอ คอลลีน อะเซโต้ แค่โอบกอดลูกชายไว้อีกครั้งและปล่อยให้เขาร้องออกมา
พ่อของเขาเห็นภาพนั้นก็ค่อยๆ เลี่ยงไปอยู่เบื้องหลัง ปล่อยให้ภรรยาใช้เวทมนตร์ของเธอ พ่อรู้ดีว่าแม่จะหาทางช่วยลูกชายได้แน่นอน
พวกเขายืนกอดกันอยู่ที่หน้าประตูเนิ่นนาน

ไมเคิลค่อย ๆ ได้รับพลังกลับคืนมาจากผู้หญิงตัวเล็กที่เข้มแข็งราวกับหินผาคนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องอาย สำหรับครอบครัวอะเซโต้
ไม่มีคำว่าอับอาย เขาจะปรึกษาพ่อแม่เรื่องอะไรก็ได้โดยไม่มีการตัดสินหรือตำหนิ มีแต่การสนับสนุนและความรักที่มอบให้
เต็มร้อยเสมอมา เขาโชคดีที่มีพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ และเขาไม่เคยลืมเรื่องนั้นเลย

"เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วครับ"

คอลลีนรู้จักลูกชายตัวเองดีกว่าใคร และรู้ว่าถึงเวลาต้องช่วยไมเคิลสู้กับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ เธอจูงมือเขาเข้าครัว
ที่ซึ่งเป็นสถานที่สุมหัวคุยเรื่องสำคัญของครอบครัวเสมอ เธอให้เขานั่งลงที่โต๊ะกลางห้องครัวใหญ่ กาต้มน้ำเดือดพอดี
เธอเปิดเตาทันทีที่เห็นรถไมเคิลเลี้ยวเข้ามา พอเธอหันมามองลูกชายเธอก็เห็นความสับสนในแววตานั้น ทั้งเรื่องจะพูดอะไร
จะทำยังไง...สับสนไปหมดทุกอย่าง

"สรุปคือไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วเหรอ?"

เขาเงยหน้าขึ้น สบตาสีน้ำเงินที่เหมือนกับตาของเขาเป๊ะ แล้วพยักหน้า

"แล้วทำไมล่ะลูก?"

น้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ไหลออกมา ไมเคิลนิ่งเงียบ พยายามไม่พูดอะไรที่เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเคนดัลล์
คอลลีนแทบไม่ได้ยินเสียงถอนหายใจนั้น

"เคนดัลล์...เขามูฟออนไปแล้วครับ... จากความเป็นเพื่อนของเรา"

ไมเคิลโล่งอกที่คุมเสียงให้มั่นคงพอจะพูดประโยคนั้นออกมาได้

แม่มองเขาด้วยสายตาครุ่นคิดแต่ยังไม่ละสายตาไปไหน

"แล้วทำไมคนอย่างเคนดัลล์ถึงอยากจะทำแบบนั้นล่ะ?"

สายตาของแม่ตรึงเขาไว้กับที่เหมือนผีเสื้อโดนเข็มปัก มันไม่ได้ดูดุร้าย แต่มันตรงไปตรงมาและแน่วแน่
ที่จะเค้นเอาความจริงทั้งหมดออกมา

"แม่ครับ ขอร้องเถอะ แม่ต้องไปถามมันเอง ผมตอบแทนมันไม่ได้หรอก" น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงมาตามแก้ม

คอลลีนรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเดินเข้าไปใกล้ลูก

"แม่ก็จะถามแหละถ้าเคนดัลล์อยู่ที่นี่ แต่นี่เขาไม่ได้อยู่ แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะแม่เชื่อว่าแม่ไม่ต้องถามอะไรเขาแล้วล่ะ"

ไมเคิลอึ้งไปเลย เขามองแม่ด้วยความสงสัยว่าหมายความว่าไง

"เคนดัลล์ก็เหมือนลูกชายแม่อีกคนนะไมเคิล แม่รู้จักเขาดีเหมือนที่แม่รู้จักลูกนั่นแหละ แล้วเขาก็เป็นพวกเก็บความรู้สึกไม่เก่ง
เหมือนลูกเป๊ะ สรุปคือเขาทำแล้วใช่ไหม? ในที่สุดเขาก็บอกลูกแล้วใช่ไหมว่าเขารู้สึกยังไง?
บอกว่าในหัวใจดวงโต ๆ ของเขามีอะไรอยู่?"

ไมเคิลกลืนน้ำตาลงคอด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับความกลัว เขาเหมือนกวางที่ยืนงงอยู่กลางแสงไฟหน้ารถ

"ผมไม่รู้ว่าแม่พูดเรื่องอะไร เราแค่ไม่ได้สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว ผมแค่รู้สึกนอยด์นิดหน่อย และคิดถึงเวลาที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน
แค่นั้นเอง...เคนดัลล์มันไปอยู่ทีมฮอกกี้อื่น แล้วเราก็ไปยิมคนละที่ งานเขากับงานผมก็รัดตัวทั้งคู่ เราเลยไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว"

"นอยด์นิดหน่อยงั้นเหรอ?" คอลลีนหัวเราะหึ

"ให้แม่จูงไปที่กระจกไหมล่ะ จะได้ดูสภาพตัวเองก่อนจะล้มพับไปน่ะ?"

ไมเคิลกะจะเถียง แต่แม่ไม่ได้เลี้ยงลูกมาให้เป็นคนโง่

"ลูกดูไม่เหมือนลูกชายของแม่เลย สภาพลูกดูแย่ที่สุดเท่าที่แม่เคยเห็นมา สภาพลูกตอนนี้คือคน 'ใจสลาย'
และแม่จะไม่ยืนดูเฉย ๆ ให้ลูกมาพูดจาไร้สาระแบบนี้หรอกนะ"

ถ้าคอลลีนเริ่มสบถ แสดงว่าเขาหมดทางสู้แล้ว

"ผมขอโทษครับแม่ แต่ผมพูดแทนเคนดัลล์ไม่ได้จริง ๆ มันต้องเป็นคนพูดเอง โอเค... แม่พูดถูก ผมอาการไม่ค่อยดี
แต่ผมแค่ต้องการนอนซักตื่น เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีขึ้นแล้ว"

คอลลีนหันไปชงชาสมุนไพรพลางคิดว่าจะเอายังไงต่อ เธอตัดสินใจว่าเรื่องนี้ต้องจบได้แล้ว

"ดื่มซะ"

เธอวางถ้วยชาตรงหน้าลูกชายและนั่งลงข้าง ๆ

"แม่ถามลูกแล้วลูกไม่ตอบ งั้นแม่จะตอบเอง เคนดัลล์บอกความจริงกับลูกแล้วใช่ไหม...เรื่องที่เขารู้สึกกับลูกน่ะ?"

น้ำเสียงของเธอเป็นเสียงแบบที่แม่ใช้หลอกล่อเด็กให้พูดความจริงพร้อมกับบอกว่าทุกอย่างจะโอเค
สีหน้าตกใจของไมเคิลคือคำตอบทุกอย่าง

"ไมเคิล ลูกไม่ได้บอกอะไรแม่หรอก และไม่จำเป็นต้องบอกด้วย แม่กับพ่อรู้มาหลายปีแล้วว่าเด็กคนนั้นคิดยังไงกับลูก
เขารักลูกมาตั้งแต่แรกแล้ว แม่เห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกพาเขามาที่บ้านนี่แหละ คนอื่นอาจจะมองไม่ออก
แต่คนเป็นแม่จะดูออกเสมอเวลามีใครมารักลูกชายตัวเอง"

"พ่อก็เห็นด้วยเหรอ?"

เหี้ย...เขาเพิ่งหลุดปากยอมรับว่าแม่พูดถูก

"เห็นสิ พ่อเขาเห็นทีหลังนะ แต่ในที่สุดเขาก็เห็น พ่อเป็นคนเริ่มคุยเรื่องนี้กับแม่เองด้วยซ้ำ เรารักเคนดัลล์นะ ลูกก็รู้"

ไมเคิลใบ้กิน เขาได้แต่นั่งอึ้งที่พ่อแม่เห็นในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น นี่มันหมายความว่าไงวะ?

"ทำไมพ่อกับแม่เห็นแต่ผมไม่เห็นล่ะ? ผมนี่แม่งเป็นเพื่อนที่โง่ที่สุดในโลกเลย มันควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้จากผม
มันต้องทุกข์ใจมานานขนาดไหน แล้วผมกลับไม่รู้อะไรเลย ผมแม่งเป็นเพื่อนภาษาอะไรวะ?"

คอลลีนทนฟังเสียงที่เศร้าสร้อยนั้นไม่ได้ มันมีความสิ้นหวังเจือปนอยู่จนเธอกลัว

"ลูกไม่เห็นเพราะเคนดัลล์ไม่อยากให้เห็นไงลูก เราจะเห็นก็ต่อเมื่อเขาคิดว่าไม่มีใครมองอยู่เท่านั้น
ตอนนั้นแหละที่เขาจะยอมถอดหน้ากากออก ลูกจะไปโทษตัวเองไม่ได้หรอก เหมือนที่ลูกไปโทษเขาเรื่องความรู้สึกไม่ได้
สิ่งเดียวที่ทำได้คือหาทางแก้ไขมัน"

ไมเคิลมองแม่ อยากจะเถียงใจจะขาดแต่ความจริงมันจุกอก

"โธ่แม่... ผมไม่เคยโทษมันเลย" นี่คือปฏิกิริยาที่คอลลีนคาดไว้

"แต่มันไม่สำคัญแล้วล่ะ เคนดัลล์มูฟออนไปแล้ว มันมีเพื่อนใหม่แล้ว คนที่เป็น 'ประเภทเดียวกับเขา' และมันไม่อยากให้ผม
ไปวุ่นวายด้วย มันบอกว่าการเห็นหน้าผมมันทำให้ชีวิตมันลำบากเกินไป"

ไมเคิลก้มหน้าพยายามซ่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมาใหม่ แต่มันก็ไร้ผลเมื่อน้ำตาเริ่มหยดลงบนกางเกงยีนส์

คอลลีนแปลกใจกับข้อมูลนี้แต่ไม่แสดงออก เธอจะช่วยลูกให้ถึงที่สุด

"ที่ลูกบอกว่า 'ประเภทเดียวกับเขา' หมายถึงเป็นเกย์ใช่ไหม?"

ไมเคิลพยักหน้าพลางเช็ดน้ำตา

"เห็นเขาบอกกันมาแบบนั้น"

เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งบอกเขาว่าเห็นเคนดัลล์อยู่กับไอ้สถาปนิกเกย์คนนั้นที่ยิม แถมยังไปนั่งที่ร้าน Emporium ด้วยกันด้วย
ความเศร้าเข้าจู่โจมเขาทันทีที่คิดถึงเรื่องนั้น นั่นมันที่ประจำของพวกเขานะโว้ย

"ไมเคิล มองแม่นะ"

เขาเงยหน้าขึ้น เห็นแต่แววตาแห่งความรักและความปรารถนาดี

"ลูกรู้สึกยังไงกับเคนดัลล์? แม่หมายถึงตอนนี้เลยนะ เวลาลูกนึกถึงเขา ลูกรู้สึกยังไง?
อย่าไปคิดหาเหตุผล แค่พูดออกมา... บอกแม่มา"

ไมเคิลลังเล ขมวดคิ้วกับคำถามที่ไม่ได้ตั้งตัว

"อย่าคิดเยอะ บอกมาเลย!"

"ผมคิดถึงมัน...คิดถึงจนเจ็บหน้าอกไปหมด บางครั้งผมก็สติแตกจนหายใจไม่ออก ผมอยากเจอมัน อยากได้ยินเสียงหัวเราะ
อยากเห็นมันยิ้ม อยากรู้สึกถึงแขนของมันที่โอบบ่าผม ผมเกลียดเพื่อนใหม่ของมันฉิบหาย อยากจะต่อยแม่งให้คว่ำ
มันมาแย่งที่ของผม แต่มันไม่ยุติธรรมเลย

เคนดัลล์บอกว่าผมรักมันในแบบที่มันต้องการไม่ได้ และมันไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้ ๆ มันไม่อยากเจอผม ผมคิดถึงมันจนนอนไม่หลับ
งานก็เสีย...ขอโทษนะแม่...ฮอกกี้ก็ห่วยแตก ผมเกลียดการไปยิมคนเดียว ผมอยากให้มันมีความสุข ผมเลยต้องถอยออกมา
แต่มันรู้สึกว่างเปล่าไปหมด...บางครั้งผมก็แค่อยากจะตายไปซะ โธ่แม่...ผมรู้สึกแย่มาก แย่ตลอดเวลาเลย"

ไม่มีคำพูดอะไรต่อจากนั้น ไมเคิลทรุดตัวลงจริง ๆ แรงของแม่รั้งเขาไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้นไม่ได้
แต่พ่อของเขาก็พุ่งเข้ามาทันที น้ำตาพ่อคลอเบ้าเมื่อเห็นลูกชายตกอยู่ในความทุกข์ทรมานขนาดนี้ พวกเขาทั้งสามคน
นั่งกองกันอยู่ที่พื้น ครอบครัวที่ร้องไห้ไปด้วยกัน เพราะตอนนี้พวกเขาได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดอันรุนแรงที่ไมเคิลแอบแบกไว้คนเดียวแล้ว
มันคือการปลดปล่อยสำหรับไมเคิล และเป็นความโล่งอกสำหรับพ่อแม่ด้วย

พวกเขารู้มานานแล้วว่าวันหนึ่งเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้น เคยคุยกันมาหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้เตรียมใจรับมือกับความพินาศทางอารมณ์
ของไมเคิลขนาดนี้ พวกเขาเลยทำได้แค่ให้ความรักและแรงใจทั้งหมดที่มี

สิบนาทีต่อมา พวกเขานั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะไม้โอ๊กตัวเก่าในครัว ต่างคนต่างพยายามตั้งสติในแบบของตัวเองแม้ใจจะเชื่อมถึงกัน
ไมเคิลฟุบหน้าลงกับโต๊ะเหมือนตอนที่เขาเป็นวัยรุ่น น้ำตาหยุดไหลแล้ว เหลือเพียงเสียงสูดน้ำมูกเป็นพัก ๆ
พ่อวางมือข้างหนึ่งบนแขนลูกชายเพื่อส่งพลังให้ ส่วนแม่ก็ง่วนอยู่กับการชงชามินต์ร้อน ๆ ให้ทุกคน พวกเขาเหนื่อยกันหมดแล้ว
แต่คอลลีนรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

"ไมเคิล ตอนนี้ลูกคุยกับใครอยู่หรือเปล่า?"

คอลลีนค่อนข้างมั่นใจในคำตอบ และเธอก็เดาถูก

"หือ? เปล่าครับ ไม่มีใครเลย ทำไมเหรอ?"

"อ๋อ ไม่มีอะไร แม่แค่สงสัยน่ะ แล้วคนล่าสุดล่ะ ชื่ออะไรนะ แคนดี้เหรอ?"

"อ๋อ แคนดี้ เลิกกันแล้วครับ"

ไมเคิลตอบแบบไม่ใส่ใจ เพราะใจเขามีแต่เรื่องเคนดัลล์ ถึงเขาจะพูดความจริงออกมาหมดแล้ว แต่เขาก็ยังแอบตกใจ
กับสิ่งที่ตัวเองพ่นออกมา โดยเฉพาะเรื่องที่อยากต่อยหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้น เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะหึงเพื่อนใหม่
ของเคนดัลล์ได้ขนาดนี้ เขารู้จักชื่อหมอนั่นนะ แต่เขาทำใจเรียกชื่อมันไม่ออกจริงๆ

"แล้วเลิกกันเมื่อไหร่ล่ะ?" ไมเคิลมองแม่แบบงงๆ

"ลูกเลิกกับแคนดี้เมื่อไหร่?"

"ประมาณเดือนนึงแล้วมั้งครับ คืนเดียวกับที่เคนดัลล์บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้แล้วนั่นแหละ"

คอลลีนส่งสายตาให้สามี ไมเคิล ซีเนียร์ พยักหน้าตอบรับ

"แสดงว่าลูกไม่ได้ไปเดทหรือสนใจใครเลยเหรอ?"

"ไม่เลยครับ ผมยังไม่เจอใครที่น่าสนใจเลย"

ทำไมแม่ต้องมาถามเรื่องพวกนี้ตอนนี้ด้วยวะ?

"อ๋อ เข้าใจแล้ว" คอลลีนสูดลมหายใจลึก ๆ เตรียมถามคำถามถัดไป

"แล้วครั้งสุดท้ายที่ลูกมีความสุขจริง ๆ กับใครซักคนคือเมื่อไหร่? ลูกคิดว่าตัวเองเคยมีความรักไหม?"

คอลลีนรอคอยปฏิกิริยาของเขา

"อะไรเนี่ยแม่? ทำไมถามเรื่องพรรค์นี้ล่ะ? คืนนี้ผมก็เจอมาหนักพอแล้วนะ แม่ยังจะมาถามเรื่องชีวิตรักผมอีกเหรอ?"

"ถือว่าเป็นสิทธิพิเศษของคนเป็นแม่ละกันลูกรัก บางทีแม่กำลังถามถึงความจริงที่ว่าลูก 'ไม่มี' ชีวิตรักเลยต่างหาก"

คำพูดของแม่ทำเอาไมเคิลสับสน

"ไมเคิล ลองคิดดูนะ ลูกอายุจะ 26 แล้ว แต่ลูกไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านเลยตั้งแต่คืนพรอมมัธยมปลาย
ซึ่งที่ทำตอนนั้นก็เพราะแม่บังคับให้มาถ่ายรูป ลูกควงผู้หญิงทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างกับ...เอาเป็นว่าลูกควงมาเยอะมาก
แต่ไม่มีใครทำให้ลูกมีความสุขได้เลย อย่างน้อยก็เท่าที่พ่อกับแม่เห็นน่ะนะ"

"แม่จะสื่ออะไรกันแน่?"

"ระวังคำพูดกับแม่ด้วยลูก"

พ่อเตือนเมื่อเห็นลูกเริ่มหงุดหงิด แต่เรื่องความเคารพคือสิ่งที่พ่อซีเรียสที่สุด

"ขอโทษครับแม่ ขอโทษครับพ่อ"

"ฟังนะไมเคิล พ่อกับแม่รักลูก และอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม"

คอลลีนพูดเสียงนุ่ม

"แม่แค่จะให้ลูกลองคิดดู ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นคนคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ลูกมีความสุขได้จริง ๆ นั่นคือเคนดัลล์
และก่อนที่ลูกจะโมโหไปมากกว่านี้ แม่ขอพูดสิ่งที่พ่อกับแม่สังเกตเห็นอีกอย่าง...สายตาที่เคนดัลล์มองลูกตอนลูกเผลอ
ลูกก็มองเขาด้วยสายตาแบบเดียวกันเป๊ะ ไม่ใช่แค่นั้นนะ ลูกคอยห่วงเสมอว่าเขาอยู่ไหน ทำอะไร เวลามาที่นี่ลูกก็คอยดูแล
เอาใจใส่ทำโน่นทำนี่ให้เขา เหมือนกับที่พ่อเขาทำกับแม่ไม่มีผิดเลย"

ไมเคิลอึ้งไปเลย เขามองไปทางพ่อเหมือนจะขอคำยืนยัน พ่อพยักหน้าให้ลูกชาย

คอลลีนรู้ว่าต้องพูด แต่มันก็ทำใจลำบากที่เห็นไมเคิลต้องมานั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น

"แม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะคุยกับพ่อแม่แบบนี้ แต่ลูกรู้ใช่ไหมว่าเรารักลูกมากกว่าอะไรในโลกนี้?"

"ครับแม่ ผมรู้ ตอนนี้ผมรู้อยู่แค่อย่างเดียวนี่แหละ สรุปคือพ่อกับแม่คิดว่าผมรักเคนดัลล์เหรอ? นั่นคือสิ่งที่แม่จะบอกใช่ไหม?"

ทั้งคู่พยักหน้าพร้อมกัน

"ว้าว..." ไมเคิลรู้สึกถึงบางอย่างที่คล้ายกับความหวังแวบเข้ามาในใจ

"แม่ขอถามอีกคำถามเดียว ลูกไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้นะถ้าไม่อยากตอบ โอเคไหม? แม่รู้ว่าลูกเหนื่อยและเจออะไรมาเยอะ
แต่เรากำลังพูดถึงชีวิตของลูก...ความสุขของลูกนะ แม่ว่าลูกต้องหาคำตอบให้ได้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่
และคว้ามันมาให้ได้ ตอนนี้แม่ว่าลูกคุมอะไรในชีวิตตัวเองไม่ได้เลย และนั่นคือสิ่งที่พ่อกับแม่กังวล"

"คำถามคืออะไรครับ? ผมขอโทษนะแม่แต่ผมต้องไปนอนแล้วจริง ๆ ผมเพลียไปหมดแล้ว"

"โอเค แม่เข้าใจ ลูกไม่ต้องตอบก็ได้ แต่แม่ขอให้ลูกเก็บไปคิดดู...ลูกเคยรู้สึก 'ดึงดูดทางเพศ' กับเคนดัลล์บ้างไหม?
เคยแม้แต่นิดเดียวไหม? แบบที่ลูกอาจจะกดทับมันไว้เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้น่ะ?" ไมเคิลไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ
แต่แม่เห็นได้ว่าเขากำลังจมดิ่งลงไปในความคิดของตัวเอง

สำหรับไมเคิล เขาหลงเข้าไปในเส้นด้ายแห่งความทรงจำที่เริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นในหัว มันเปลี่ยนจากภาพเบลอ ๆ กลายเป็นภาพ
ที่แจ่มชัดในชั่วพริบตา เขาได้สติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงพ่อ

"พ่อกับแม่จะไปนอนแล้วนะลูก ถ้าต้องการอะไรปลุกได้เลยนะ เราอยู่ตรงนี้เพื่อลูกเสมอ พ่อรักลูกนะ และพ่อภูมิใจในตัวลูกมาก
พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน"

ไมเคิลยืนขึ้นรับอ้อมกอดแบบหมีๆ จากผู้ชายตัวใหญ่ที่เป็นต้นแบบหุ่นของเขา

"ผมก็รักพ่อครับ ราตรีสวัสดิ์"

เขาหันไปอุ้มแม่ขึ้นจนตัวลอยทำให้แม่หลุดหัวเราะ

"ผมรู้ว่าแม่พยายามจะช่วยผม ขอบคุณครับแม่ ผมมีเรื่องต้องคิดเยอะเลย ผมรักพ่อกับแม่มาก ผมคงหาพ่อแม่ที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว"

"โธ่ไมเคิล เราแค่อยากให้ลูกมีความสุขจ้ะ ปล่อยแม่ลงได้แล้วลูกรัก แม่รักลูกนะ" เธอหัวเราะอีกครั้ง

ไมเคิลมองตามแม่ที่เดินตามพ่อขึ้นบันไดไป เขาเดินไปที่ห้องนอนด้านหลังที่เป็นห้องของเขา ปิดไฟตามทางไปด้วย
เขาปล่อยให้ความทรงจำนั้นไหลบ่าเข้ามาท่วมท้นอีกครั้ง เขาถอดเสื้อผ้าแล้วมุดเข้าใต้ผ้าห่ม ไม่สนแม้แต่จะแปรงฟัน
ฟันค่อยไปแปรงพรุ่งนี้เช้าละกัน ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินไปแล้ว เขาจมดิ่งสู่การหลับใหลพร้อมกับความทรงจำเกี่ยวกับเคนดัลล์
ที่กำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียง ร่างกายเปลือยเปล่าอาบแสงจันทร์...ความทรงจำนั้นทำให้ "ควย" ของเขาแข็งเป๊กราวกับเหล็กกล้า

โอ้พระเจ้า... มันดีจริง ๆ ที่ได้ตื่นมาพร้อมความรู้สึกว่าได้พักผ่อนเต็มอิ่มเสียที ไมเคิลบิดขี้เกียจจนกล้ามเนื้อประท้วงด้
วยความรู้สึกแสบๆ ที่นักฮอกกี้ส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่มันคือการแสบที่รู้สึกดี ความชัดเจนที่เขาเพิ่งได้รับคือของขวัญที่พ่อกับแม่
มอบให้เมื่อคืน มันมาคู่กับการนอนหลับที่มีคุณภาพ

เขาเริ่มเห็นอะไร ๆ ชัดขึ้นกว่าที่เคยเห็นมานาน หรืออาจจะชัดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยก็ได้ เขาอาจจะยังเก็บชิ้นส่วนได้ไม่ครบ
และแน่นอนว่ายังไม่มีคำตอบสำหรับทุกอย่าง แต่เขาจะไม่หนีใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว เมื่อคืนตอนเขาหลับ

เขาฝัน...ฝันที่ทำให้เขาเห็นเคนดัลล์ในแบบที่หัวใจเขาต้องการ ฝันที่ปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ หลายชั่วโมงหลังจากหลับไป
ความฝันนั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นความทรงจำที่ชัดเจนขึ้นมาในระดับจิตสำนึก

มันเป็นช่วงต้นปีสองที่วิทยาลัย พวกเขาได้แชร์ห้องใหม่ที่ใหญ่กว่าปีแรกและหันไปทางทิศตะวันออก ช่วงนั้นคือช่วงเวลาที่วุ่นวายสุดๆ
มีปาร์ตี้ทุกที่ ไมเคิลจำได้ว่าไปปาร์ตี้แรกกับเคนดัลล์ แต่หลังจากนั้นเขาก็พลัดหลงกับมัน ยัยดาร์ล่าสุดเซ็กซี่
มาเจอเขาที่ปาร์ตี้ที่สองหรือสามนี่แหละ แล้วก็นัวเนียติดหนึบไม่ยอมห่าง เขาคิดว่าคืนนี้คงได้เรื่องแน่ ๆ เลยจัดเต็มปาร์ตี้อย่างหนัก
โดยมีดาร์ล่าคลอเคลียอยู่ตลอดทาง ยัยนั่นปลุกอารมณ์เขาจนเขาเงี่ยนเต็มที่พร้อมรบ

ระยะทางเดินไปหอพักหญิงไม่ไกลนัก ทั้งคู่เลยตัดสินใจไปที่นั่นเพื่อหาความสำราญ...หรืออย่างน้อยไมเคิลก็คิดแบบนั้น
เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาอึ้งไปเลยเมื่อยัยนั่นบอกว่า 'เซ็กส์ที่ไม่มีความสัมพันธ์ผูกมัดไม่ใช่ทางของเธอ'

จู่ ๆ ก็อยากจะได้ความชัดเจนขึ้นมาซะงั้น ทั้งที่ตอนเดินมายังเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงเขาอยู่เลย ไมเคิลในฐานะสุภาพบุรุษ
(และคนมีระดับ) ก็แค่ขอบคุณสำหรับค่ำคืนนี้แล้วเดินออกมา ยัยนั่นดูช็อกที่เขาไม่ขอนัดครั้งต่อไปหรือแม้แต่จะขอเบอร์
ไมเคิลไม่ว่าหรอกที่เธอจะปฏิเสธ แต่เขาไม่ประทับใจพวกที่ชอบมาอ่อยให้ยากแล้วจากไป คืนนั้นคือหนึ่งในไม่กี่คืนที่เขาแทงหวยผิดตัว

ไม่มีอะไรจะเถียง...ไมเคิลแม่งโคตรเงี่ยน แต่เขาก็ไม่ได้จะตายถ้าคืนนี้จะไม่ได้เอา ดังนั้นเขาจึงยอมรับชะตากรรม
แล้วเดินกลับหอพักตัวเอง พอเปิดประตูห้องเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ ของเคนดัลล์ที่เมาพับไปแล้ว
เพราะคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง และผ้าม่านที่โดนดึงขาดเมื่ออาทิตย์ก่อนยังไม่ได้เปลี่ยน ไมเคิลเลยไม่ได้เปิดไฟ

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาเต็มห้องจนเกิดเงาแปลกตาไปทั่ว เขาพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด และแอบขำเมื่อเห็นเคนดัลล์
นอนเปลือยกายแผ่หลาอยู่บนเตียง

พอเดินเข้าไปใกล้ ไมเคิลก็พบว่าตัวเองถูกมนต์สะกดด้วยภาพตรงหน้า แขนของเคนดัลล์ยืดเหยียดอยู่เหนือหัว
เผยให้เห็นความกำยำของร่างกายท่อนบน ร่องลึกตรงกลางหลังของมันเด่นชัดภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวง

สายตาที่ลุ่มหลงของไมเคิลไล่ต่ำลงไปตามส่วนเว้าโค้งเหนือสะโพกจนถึง 'ร่องก้น' ที่เป็นจุดศูนย์กลางของความสมบูรณ์แบบ
ก้อนเนื้อกลมมนที่แน่นตึงดูทั้งแข็งแรงและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน กล้ามเนื้อเหล่านั้นดูโดดเด่นภายใต้แสงนวลตา
ที่ดูราวกับมีมนต์ขลัง เขาไม่อาจละสายตาจากภาพที่เห็นได้เลย

พลังที่แฝงอยู่ในร่างกายที่กำลังหลับใหลนั้นถูกแสดงออกมาในแบบที่ไมเคิลไม่อาจเมินเฉยได้ ขาที่ปกคลุมด้วยขนอันเร้าใจ
ข้างหนึ่งถูกชันขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเงามืดที่น่าค้นหาระหว่างพวงก้นลงไปถึงจุดลึกลับระหว่างขาที่อ้าออกจากกันเล็กน้อย

ตอนนั้นเขาแทบจะไม่ได้อยู่ในโลกของความเป็นจริง เขาตะลึงกับความงดงามของร่างกายผู้ชายที่เปลือยเปล่า ผู้ชายคนนี้...เคนดัลล์
กำลังปลุกเร้าบางอย่างที่ฝังรากลึกในตัวเขา เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นขนมันช่วยขับเน้นความงามของร่างกายได้ขนาดนี้

ขนบนเรียวขาของเคนดัลล์ ที่ช่วงล่างของก้น และเส้นที่ลากผ่านระหว่างแก้มก้น ดูเหมือนจะเป็นประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงจันทร์
มันช่างแตกต่างจากร่างกายของผู้หญิงสิ้นดี เคนดัลล์ดูทั้งทรงพลังและเปราะบาง ดูแข็งแกร่งแต่ก็นุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
ไมเคิลไม่รู้ว่าเขาจ้องมองร่างที่หลับใหลของเพื่อนรักนานแค่ไหน

จนกระทั่งเขาได้สติและถอยห่างออกมาจากเตียง ทันทีที่รู้ตัวว่า "ควย" ของเขาแม่งแข็งที่สุดเท่าที่เคยแข็งมาเลย
ความรู้สึกที่ได้รับจากภาพตรงหน้ามันท่วมท้นจนเขาต้องฝืนใจหันหลังกลับ

นี่เขาแม่งทำบ้าอะไรอยู่วะ? นี่มันผิดมหันต์ เขาแอบหื่นใส่เพื่อนสนิทตัวเองเนี่ยนะ? ผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ?
หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้ปลดปล่อยมา? ควยของเขาเรียกร้องการเอาใจใส่ และสมองที่มึนงงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็สับสน
เกินกว่าจะทำความเข้าใจเรื่องนี้ เขาตั้งใจว่าจะไม่ทรยศเพื่อนแบบนั้นอีก เขาถอดเสื้อผ้าแล้วมุดลงเตียงตัวเองด้วยความสับสน
และละอายใจ เขาพยายามสั่งให้ควยของเขาสงบลง แต่มันไม่ยอมฟัง

เมื่อไม่รู้จะห้ามมันยังไง มือของไมเคิลก็กำรอบควยของตัวเอง รูดชักไปตามความยาวช้า ๆ เขาซูดปากเสียงดังเมื่อความเสียว
จากการชักรูดมันรุนแรงกว่าปกติ มันทำให้เขาตกใจจนต้องหลับตาลงแล้วเปลี่ยนไปคิดถึงหน้าอกเด้งๆ ของดาร์ล่า
และบั้นท้ายอวบ ๆ ที่เขาสัมผัสผ่านกระโปรงเธอมา

แต่มันไร้ผล...ภาพนั้นสลายไปทันทีที่ภาพของเคนดัลล์ที่นอนอยู่ห่างไปแค่ห้าฟุตพุ่งเข้ามาแทนที่ แม้จะพยายามไม่มอง
แต่สายตาของไมเคิลก็ถูกดึงกลับไปที่เคนดัลล์อีกครั้ง และพบกับความสมบูรณ์แบบในอีกมุมหนึ่ง

ภาพจากด้านข้างก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน สายตาของเขาไล่ตามส่วนโค้งของร่างกายเคนดัลล์จากมุมอื่น และเมื่อไม่อาจยับยั้งชั่งใจ
ได้อีกต่อไป มือของไมเคิลก็เริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้น เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ไมเคิลก้าวลงจากเตียงแล้วไปยืนใกล้ ๆ ร่างนั้น
ไม่คิดจะฝืนใจต้านทานความต้องการที่จะเสพความงดงามภายใต้แสงจันทร์นี้อีกแล้ว ลึกๆ ในใจเขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ
เหล้าที่กินเข้าไปเลย เขาต้องการสิ่งนี้ยิ่งกว่าอากาศหายใจเสียอีก

และแทบไม่ทันได้ตั้งตัว จุดสุดยอดก็เข้าจู่โจมเขาอย่างรุนแรง มันรวดเร็วและดุดันจนเหมือนจะยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์
น้ำกามพุ่งกระฉูดออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าลงบนพื้นกระเบื้อง ขณะที่ไมเคิลต้องเกร็งตัวพยายามรักษาสมดุลไม่ให้ล้ม

เขาได้หลุดไปยังโลกใบใหม่ โลกที่เขาไม่เคยไปถึงมาก่อน เขาต้องปล่อยมือจากควยก่อนที่มันจะจบลง
เพราะมันไวต่อสัมผัสมากจนเกือบจะเจ็บปวดหลังจากร่างกายกระตุกเร้าอย่างหนัก แต่มันก็ยังคงพ่นน้ำเชื้อออกมา
เป็นระลอกเล็ก ๆ หลังจากเขาปล่อยมือ

ความตระหนกเข้าจู่โจมทันทีที่เขารู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เหี้ยเอ๊ย เขาเพิ่งจะชักว่าวใส่ร่างเปลือยเปล่าที่กำลังหลับของเพื่อนสนิท
ความรู้สึกผิดพุ่งพล่านจนเกินจะรับไหว เขาตกใจกลัว...ถ้าเคนดัลล์ตื่นมาเห็นล่ะ? มันคงไม่มีวันยกโทษให้เขาแน่ ๆ
และเขาหนีความรู้สึกที่ว่าตัวเองได้ 'ล่วงละเมิด' เคนดัลล์...ล่วงละเมิดความเชื่อใจของมันไม่ได้เลย

และที่แย่กว่านั้นคือเขาหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นไปได้ขนาดนี้ เขาไม่เคยหน้ามืดตามัวมองผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อน
ผู้หญิงคือทางของเขามาตลอด เขาใช้เวลานานมากในการตามล้างตามเช็ดสิ่งที่เขาทำทิ้งไว้ ได้แต่หวังว่าน้ำกามพวกนั้น
จะไม่กระเด็นไปโดนเตียงของเคนดัลล์

เขานอนตาค้างด้วยความละอายใจตลอดทั้งคืนที่เหลือ สาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันทรยศมันแบบนั้นอีก เขาจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
เท่าที่จะเป็นได้ และพอเช้าเขาก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่นึกถึงสิ่งที่ทำลงไปอีก เพื่อตัวเขาสองคนเอง เขาหลบหน้าเคนดัลล์อยู่สองสามวัน
แล้วทุกอย่างก็ค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติสำหรับเขา เขาจัดการเก็บเรื่องนั้นไว้ข้างหลัง และฝังการกระทำนั้นรวมถึงความรู้สึก
ที่มาคู่กันไว้ลึก...ลึกสุดใจ

ไมเคิลรู้แล้วตอนนี้ว่าคำถามของแม่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาหยิบเอาความทรงจำที่ซ่อนไว้มาปัดฝุ่นพิจารณาใหม่อีกครั้ง
เขาไม่ได้ทรยศเคนดัลล์...ตอนนี้เขารู้แล้ว เขาต่างหากที่ทรยศตัวเองด้วยการปิดตายความจริงว่าตัวเองเป็นใครมาเนิ่นนาน
มัวแต่ปักใจเชื่อว่า 'ชายแท้' คือคำตอบเดียว และเขาไม่มีทางรักเคนดัลล์ได้หรอก

เขาปล่อยให้ความรู้สึกผิด ความอับอายและความกลัว มาปิดหูปิดตาและควบคุมเขา สิ่งที่ทำลงไปมันทำร้ายทั้งคู่
และเขาก็ใช้ผู้หญิงผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือตลอดทาง ผู้หญิงที่ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึกในระดับเดียวกับที่เคนดัลล์
ปลุกขึ้นมาในตัวเขาเลย พวกเธอเป็นแค่ทางออกง่าย ๆ จากความว้าวุ่นใจของเขา และความคิดนั้นก็นำมา
ซึ่งความละอายใจและความเสียใจ

เขาไม่ได้โง่เกินกว่าจะมองไม่ออกว่าเคนดัลล์รู้สึกยังไงกับเขา แต่มันเป็นเพราะใจของเขามันปฏิเสธที่จะมองต่างหาก
เขาหวาดกลัวความรู้สึกที่เขามีต่อเคนดัลล์จนปิดกั้นทางเลือกอื่น ๆ ของพวกเขาสองคน สามสัปดาห์กับอีกสามวันก่อน
พวกเขาต่างคิดว่าอีกฝ่ายคือชายแท้ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ได้แค่รักเคนดัลล์เฉยๆ
แต่เขา 'หลงรัก' มันเข้าเต็มเปา

ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อน แต่มันคือการครองคู่กันมาตลอด มันแค่ยังไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยว
เพราะไม่มีใครคิดว่ามันเป็นไปได้ ดังนั้นเขาเลยไปปลดปล่อยอารมณ์ใคร่เหล่านั้นกับพวกผู้หญิง โดยคิดว่าเคนดัลล์
ก็คงทำแบบเดียวกัน ตราบใดที่เขายังมีเคนดัลล์อยู่ เขาก็หลอกตัวเองมาตลอดว่าเขามีความสุขแล้ว

ไมเคิลตาสว่างแล้วตอนนี้ เขาบิดขี้เกียจอีกครั้ง รู้สึกถึงอิสระที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนและเขารักมัน เขาต้องการเคนดัลล์
ทั้งหัวใจ ร่างกาย และดวงวิญญาณ ผู้หญิงไม่ใช่ทางเลือกของเขาอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้เขาเผชิญหน้ากับความจริง
ของตัวเองแล้ว มีเพียงคนเดียวในโลกนี้สำหรับเขา เขาแน่ใจที่สุด เขาอาจจะยังไม่รู้ว่าจะเริ่มทำยังไงต่อ
แต่เขาหวังว่ามันคงยังไม่สายเกินไป สมองของเขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่

และตอนนี้ ดันมี 'ใครอีกคน' เข้ามาแทรกกลางเสียแล้ว

เมืองอักซ์บริดจ์ (Uxbridge)
ขอ 20 เม้นท์เป็นการปลดล็อคตอนต่อไปนะครับ

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
57620
พลังน้ำใจ
294537
Zenny
117400
ออนไลน์
23736 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-2-26 09:45 , Processed in 0.084634 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้