1. การเสพติดทางเพศเฉพาะเจาะจงอย่างรุนแรง (Paraphilic Sexual Addiction / Fetishistic Disorder)
คินพัฒนา fetish ต่อ “กลิ่นและรสชาติของอัณฑะ” ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำชีวิตเกือบทั้งหมด
ลักษณะเด่นคือ ไม่ใช่แค่ชอบ แต่เป็น “ความต้องการเร่งด่วน” (compulsion) ที่เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป
กลิ่น/รส/เนื้อสัมผัสของอัณฑะกลายเป็นสิ่งกระตุ้นหลัก (primary reinforcer) ที่ทำให้สมองหลั่งโดปามีนมากที่สุด
2.Traumare-enactment / Repetition compulsion
การถูกพ่อเลี้ยง (ผู้มีอำนาจ + ติดเหล้า + ใช้ประโยชน์ทางเพศ) บังคับในวัย 9 ขวบ ถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (child sexual abuse)
แทนที่จะเกิดความกลัว/รังเกียจ คินกลับ “เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นความสุข” (sexualization of trauma)
การหา “ไข่ใหม่ ๆ” ซ้ำ ๆ โดยเฉพาะของผู้ชายที่มีอำนาจมากกว่า (พ่อเลี้ยง → ครู → ภารโรง → แก๊งในสถานพินิจ) คือการพยายาม replay ฉากดั้งเดิมในแบบที่ตนเอง “ควบคุม” ได้บ้าง
3.Earlysexualization + Hypersexualization
ถูกทำให้มีเพศสัมพันธ์/กิจกรรมทางเพศตั้งแต่อายุ 9–10 ขวบ ส่งผลให้สมองส่วนรางวัล (reward system) ถูก rewired ตั้งแต่ยังไม่โตเต็มที่
ทำให้ความสุข/ความพึงพอใจอื่น ๆ ในชีวิตแทบไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับการได้ “เลียไข่”
กลายเป็นเด็กที่มี sexual interest ระดับสูงผิดปกติมาก (hypersexuality in pre-adolescence)
4.Attachmentdisorder / ผูกพันแบบบิดเบี้ยว
ไม่มีแบบอย่างความรักที่ปลอดภัยตั้งแต่เด็ก (แม่ทิ้งพ่อไปแต่งงานใหม่, พ่อเลี้ยงใช้ประโยชน์)
คินจึงพัฒนาวิธีผูกพันแบบ “ฉันจะได้รับความรัก/การยอมรับ ถ้าฉันทำให้คนอื่นเสียว/มีความสุขทางเพศ”
การยอมเลียไข่ให้แก๊งในสถานพินิจทุกคืน = การซื้อความเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มด้วยบริการทางเพศ (transactional attachment)
5 Antisocialtendency + Criminal versatility
เมื่อ fetish ถูกขัดขวาง (เช่น ถูกจับออกจากสถานพินิจ) คินเลือกที่จะ “ทำผิดเพิ่ม” เพื่อให้ได้กลับเข้าไป
แสดงถึงลักษณะของ Antisocial Personality traits แล้ว (ขาดความเห็นอกเห็นใจ, มุ่งแต่ความต้องการตัวเอง, ควบคุมพฤติกรรมไม่ได้เมื่อถูกกระตุ้น)
6.Self-conceptและ identity ที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
คินมองว่าตัวเองมี “คุณค่า” เพียงเมื่อสามารถเป็น “เด็กเลียไข่ที่ดีที่สุด”
Identity หลักของเขาคือ “เด็กที่เก่งเรื่องดูดเลียไข่” มากกว่าจะเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง
การอยากอยู่สถานพินิจตลอดไป = การยอมรับว่า “โลกภายนอกไม่มีที่สำหรับฉัน” และ “ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้”ส
สรุปภาพรวมเชิงจิตวิทยา
สมองถูก rewired ให้เชื่อมโยงความรุนแรง/การถูกใช้ประโยชน์เข้ากับความสุขทางเพศ
พัฒนา fetish ที่รุนแรงและจำเพาะมาก
และสุดท้ายเลือก “อาศัยอยู่ในระบบที่ยอมรับ/ให้รางวัลพฤติกรรมของตน” (สถานพินิจ) มากกว่าการพยายามปรับตัวกับโลกภายนอก
ในแง่พยากรณ์โรค (prognosis) ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป
โอกาสที่คินจะพัฒนาไปสู่ paraphilic disorder ที่รุนแรงขึ้น ค่อนข้างสูงมาก ยกเว้นว่าจะได้รับการบำบัดทางจิตวิทยาและจิตเวชอย่างจริงจัง (ซึ่งในระบบสถานพินิจประเทศไทย โอกาสได้แบบนั้นแทบไม่มี)
คินไม่ใช่แค่ “เด็กชอบเสียว” ธรรมดา
เขาเป็นเด็กที่ถูก trauma ทางเพศหล่อหลอมจนกลายเป็นคนที่ “ความสุขสูงสุด = การได้เลียไข่ผู้อื่นซ้ำ ๆ ไม่รู้จบ” และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อรักษาสภาวะนั้นไว้ตลอดไป