|
[NOVEL]: PLATFORM 88 – THE BAKER'S ASCENSION Author: NUT (The Architect of Agony) Chapter 1: The Golden Ticket (ตั๋วทองคำสู่แดนสนธยา) Date: 2 กุมภาพันธ์ 20xx Location: น่านฟ้าสากล, ทะเลจีนใต้ (ออกเดินทางจากเกาะไหหลำ) เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์รุ่น AgustaWestland AW139 ตัดผ่านอากาศด้วยความถี่ต่ำที่สม่ำเสมอ เหมือนเสียงเต้นของหัวใจจักรกลขนาดยักษ์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้สีครีม กลิ่นหอมจางๆ ของแชมเปญราคาแพงที่ถูกรินใส่แก้วคริสตัลไม่ได้ช่วยกลบ "กลิ่นแห่งความคาดหวัง" ที่อบอวลอยู่ในอากาศได้เลย ณัฐวุฒิ อยู่สบาย ชายหนุ่มวัย 25 ปี ในชุดสูทลำลองสีเทาอ่อนที่ดูสุภาพเรียบร้อย นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างคือน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มของทะเลจีนใต้ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา คลื่นสีขาวแตกฟองอยู่บนผิวน้ำดูราวกับเส้นเลือดฝอยที่กำลังเต้นตุบๆ "สวยใช่ไหมล่ะ?" เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม แฟรงค์ ชายชาวอเมริกันวัย 39 ปี ผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าซีดและรอยยิ้มที่ดูเหมือนฉลามที่อิ่มท้อง กำลังหมุนแก้วแชมเปญในมือ เขาไม่ได้มองวิวข้างนอก สายตาของเขาจับจ้องมาที่มือของณัฐวุฒิ... มือเรียวยาวที่วางสงบนิ่งอยู่บนหน้าตัก มือคู่ที่เคยสร้างปาฏิหาริย์ให้เขามาแล้ว "ครับ คุณแฟรงค์" ณัฐวุฒิตอบกลับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบหนุ่มไทยผู้มีมารยาท "มันดูสงบ... จนไม่น่าเชื่อว่าปลายทางของเราคือโรงงานนรกที่คุณเล่าให้ฟัง" แฟรงค์หัวเราะในลำคอ "นรกเหรอ? ไม่หรอกณัฐ... สำหรับคนข้างนอก มันคือนรก แต่สำหรับศิลปินอย่างนาย... ที่นั่นคือ Louvre (พิพิธภัณฑ์ลูฟร์) ต่างหาก" เฮลิคอปเตอร์เริ่มลดระดับลง ณัฐวุฒิชะโงกหน้ามองสิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความเวิ้งว้างของมหาสมุทร มันไม่ใช่แค่แท่นขุดเจาะน้ำมันเก่าๆ อย่างที่เขาจินตนาการ แต่มันคือป้อมปราการเหล็กกล้าขนาดมหึมา โครงสร้างสีดำทะมึนตัดกับส่วนต่อเติมสีขาวโพลนที่ดูทันสมัยราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟ เสาเหล็กยักษ์สี่ต้นปักลงไปในทะเลลึก แบกรับน้ำหนักของ "อาณาจักร 88" เอาไว้ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์มีสัญลักษณ์ตัวเลข "88" สีแดงสดทาอยู่ตรงกลาง สีแดงนั้นดูสดใหม่ราวกับเพิ่งทาทับด้วยเลือดสดๆ เมื่อเช้านี้ "ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่" แฟรงค์พูดพลางปลดเข็มขัดนิรภัย "และยินดีต้อนรับสู่ชีวิตใหม่... ที่นายไม่ต้องทนฟังเสียงบ่นของลูกค้ากราฟิกโง่ๆ อีกต่อไป" โซนต้อนรับ (The Intake Zone) – ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 40 เมตร ลมทะเลพัดกรรโชกทันทีที่ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก ผมสีดำขลับของณัฐวุฒิปลิวไสว แต่เขายังคงรักษามาดนิ่งเฉยได้ดี แฟรงค์เดินนำเขาลงมา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือยืนรอรับอยู่สองนาย พวกเขาไม่ได้เดินไปทางบันไดเหล็กสนิมเขรอะสำหรับพนักงานทั่วไป แต่เดินตรงไปยังลิฟต์แก้วทรงกระบอกที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางแท่นเจาะ "ปกติเด็กใหม่ต้องมาทางเรือ" แฟรงค์ตะโกนแข่งกับเสียงใบพัด "ต้องโดนจับแก้ผ้า ตรวจรูทวาร แล้วฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเหมือนหมู... แต่นายพิเศษ ณัฐวุฒิ นายมากับฉัน" ลิฟต์แก้วพาดิ่งลงสู่ชั้นล่าง ผ่านโครงสร้างเหล็กที่สลับซับซ้อน ณัฐวุฒิเห็นสะพานเดินเรือที่มีคนเดินขวักไขว่ เห็นเครนขนาดยักษ์ที่กำลังยกตู้คอนเทนเนอร์... แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุดคือ "กรงขังแบบเปิด" ที่ห้อยต่องแต่งอยู่ใต้พื้นตะแกรงเหล็ก ภายในกรงมีร่างของมนุษย์เปลือยเปล่านั่งกอดเข่าอยู่ ตากแดดตากลมทะเลที่เค็มจัด "Tier 3 ที่ทำผิดกฎ" แฟรงค์อธิบายเมื่อเห็นสายตาของณัฐวุฒิ "เราตากแห้งพวกมันไว้ตรงนั้น ให้เกลือทะเลกัดผิวเล่นๆ สักสองสามวัน ก่อนจะส่งไปห้องเชือด... ถือเป็นการหมักเนื้อไปในตัว" ลิฟต์หยุดที่ชั้น "Management Level" ประตูเปิดออกสู่โถงทางเดินสีขาวสะอาดตา พื้นปูด้วยหินอ่อนเทียมที่ไร้รอยต่อ อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้า กลิ่นของที่นี่ไม่ใช่กลิ่นสนิมหรือน้ำมัน แต่เป็นกลิ่น "ลาเวนเดอร์ผสมแอมโมเนีย" กลิ่นของความสะอาดที่พยายามกลบเกลื่อนความเน่าเฟะ ด่านตรวจความปลอดภัย (Security Checkpoint) ตั้งขวางอยู่ข้างหน้า เจ้าหน้าที่คุมเครื่องสแกนพันธุกรรมยืนหน้าเครียด รูปร่างสูงใหญ่เหมือนหมีควาย "เอกสารครับ" เจ้าหน้าที่พูดเสียงแข็ง ยื่นมือออกมาโดยไม่มองหน้า แฟรงค์ยื่นบัตรสีดำขอบทองให้ เจ้าหน้าที่รับไปเสียบเข้าเครื่อง หน้าจอแสดงผลโฮโลแกรมปรากฏขึ้นเป็นรูปใบหน้าของแฟรงค์ พร้อมสถานะ "Shareholder / Level A Clearance" เจ้าหน้าที่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบตะเบ๊ะทำความสะอาด "ขออภัยครับท่านแฟรงค์! ไม่ทราบว่าเป็นท่าน เชิญครับ!" "เดี๋ยวก่อน" แฟรงค์ยกมือห้ามเมื่อเจ้าหน้าที่ทำท่าจะกั้นณัฐวุฒิไว้ "คนนี้มากับฉัน" "เอ่อ... ครับท่าน แต่ตามระเบียบความปลอดภัยระดับ 1 พนักงานใหม่ทุกคนต้องผ่านห้อง Implantation ก่อนครับ" เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่ห้องกระจกด้านข้าง ภายในนั้นมีเก้าอี้ทำฟันและแขนกลที่มีเข็มขนาดใหญ่เตรียมพร้อมอยู่ "เราต้องฝังชิป Neural-Fuse Type IV ที่ฐานกะโหลกเพื่อระบุตัวตนและป้องกันข้อมูลรั่วไหลครับ" ณัฐวุฒิมองเข็มนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีความกลัว มีแต่ความสนใจในกลไกของมัน "ไม่ต้อง" แฟรงค์พูดเสียงเรียบ แต่ทรงพลัง "ตะ... แต่ท่านครับ นี่เป็นกฎเหล็กของ Mr. Tong..." แฟรงค์ขยับเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่คนนั้น ช้าๆ แต่คุกคาม เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู แต่เสียงดังพอที่ณัฐวุฒิจะได้ยิน "แกคงเป็นเด็กใหม่สินะ ถึงไม่รู้อะไร..." แฟรงค์แสยะยิ้มเย็น "ฉันถือหุ้น 1.3% ของที่นี่... ฟังดูน้อยใช่ไหม? แต่ 1.3% ของอาณาจักรพันล้านเหรียญ มันมากพอที่จะซื้อชีวิตแก ซื้อครอบครัวแก แล้วส่งพวกแกทุกคนไปบดเป็นอาหารปลาได้ภายในสิบนาที" เจ้าหน้าที่หน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นที่หน้าผาก "เด็กคนนี้... คือ 'Asset ส่วนตัว' ของฉัน" แฟรงค์วางมือหนักๆ ลงบนบ่าของณัฐวุฒิ "เขาไม่ได้มาเป็นพนักงาน... เขามาเป็น 'หุ้นส่วนทางปัญญา' (Intellectual Partner) ของฉัน สมองของเขา... ความคิดของเขา... มีค่ามากกว่าชิปขยะราคาถูกพวกนั้น ถ้าแกเอาเข็มโง่ๆ นั่นไปจิ้มโดนเส้นประสาทเขาสักเส้น จนมือเขาสั่น... ฉันจะให้แกเป็นคนรับผิดชอบด้วยการเอาลูกตาแกมาชดใช้... เข้าใจไหม?" "ขะ... เข้าใจครับท่าน! ขอประทานโทษครับท่าน!" เจ้าหน้าที่รีบกดปุ่มปลดล็อกประตูนิรภัยทันที มือไม้สั่นเทา แฟรงค์หันมายิ้มให้ณัฐวุฒิ ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไปกันเถอะ... ฉันเกลียดงานเอกสาร" ณัฐวุฒิเดินผ่านด่านตรวจไป เขารู้สึกถึง "อำนาจ" ที่แผ่ออกมาจากตัวแฟรงค์ อำนาจที่ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ แต่มาจากตัวเลขในบัญชีธนาคารและความวิปริตที่เหนือกว่าคนอื่น "ขอบคุณครับ" ณัฐวุฒิกระซิบ "อย่าเพิ่งขอบคุณ" แฟรงค์ตอบโดยไม่หันมามอง "ค่าตอบแทนของการไม่ต้องฝังชิป... คือนายต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านาย 'อันตราย' กว่าชิปพวกนั้น... นายต้องทำให้พวกมันรู้ว่า นายภักดีกับฉัน ไม่ใช่เพราะกลัวหัวระเบิด แต่เพราะนายสนุกกับงานที่ฉันมอบให้" โถงทางเดินหลัก (The Main Arteries) – แผนก R&D ทางเดินใน Platform 88 ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเขาวงกตที่สะอาดตา ผนังกระจกใสเผยให้เห็นห้องปฏิบัติการต่างๆ สองข้างทาง ณัฐวุฒิรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่ขายความตาย "ที่นี่เราแบ่งการทำงานเป็นแผนกหลักๆ" แฟรงค์ทำหน้าที่ไกด์กิตติมศักดิ์ "ซ้ายมือคือ CBT Division ของไอ้บ้าพลัง Dr. Champ... อย่าไปยุ่งกับมันมากนัก ไอ้หมอนั่นมันชอบเสียงดัง" ณัฐวุฒิมองเข้าไปในห้องกระจกฝั่งซ้าย เขาเห็นชายร่างใหญ่ในชุดบาสเกตบอลกำลังหวดไม้เบสบอลใส่ "ถุงทราย" ที่ห้อยลงมาจากเพดาน... แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ ถุงทรายนั้นคือมนุษย์ที่ถูกมัดกลับหัว และจุดที่ไม้เบสบอลกระแทกเข้าใส่คือบริเวณเป้ากางเกง ปั้ก! เสียงทึบๆ ดังลอดกระจกออกมา พร้อมกับร่างกายของเหยื่อที่กระตุกเกร็ง ณัฐวุฒิขมวดคิ้วเล็กน้อย "หยาบคาย..." เขาพึมพำ "ไม่มีศิลปะเลย" "ใช่ไหมล่ะ?" แฟรงค์หัวเราะชอบใจ "ฉันบอกแล้วว่านายต้องเกลียดมัน... มาดูทางขวานี่ดีกว่า" แฟรงค์ผายมือไปทางปีกขวาที่มีป้ายสีเงินเขียนว่า "Bio-Engineering & Innovation" "นี่คืออาณาจักรของ Dr. Chen... และที่ทำงานใหม่ของนาย แผนก Urethra (ท่อปัสสาวะ)" บรรยากาศฝั่งนี้เงียบสงบกว่ามาก ภายในห้องแล็บมีนักวิทยาศาสตร์ในชุดกาวน์ขาวกำลังทำงานกับกล้องจุลทรรศน์ และมี "เตียงผ่าตัด" เรียงราย ณัฐวุฒิหยุดเดินหน้าห้องหนึ่ง เขาเห็นร่างของชายหนุ่มผิวขาวนอนอยู่บนเตียง ขาถูกจับแยกกว้าง (Lithotomy Position) มีแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องไปที่จุดกึ่งกลางลำตัว สิ่งที่ตรึงตาณัฐวุฒิไม่ใช่เลือด แต่คือ "ความสมมาตร" แขนกลขนาดเล็กกำลังสอดท่อแก้วใสเข้าไปในท่อปัสสาวะของชายคนนั้น ช้าๆ... เป็นจังหวะ... ณัฐวุฒิสังเกตเห็นว่ามีการต่อสายยางให้น้ำเกลือหยดลงไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เพื่อลดแรงเสียดทาน "สวย..." ณัฐวุฒิหลุดปากออกมา "แต่... องศามันชันไปนิดนึงนะครับ ถ้าปรับลดลงอีก 2 องศา มันจะเข้าสู่ Prostatic Urethra ได้ลื่นไหลกว่านี้ โดยไม่สะดุดหูรูดชั้นใน" แฟรงค์มองณัฐวุฒิด้วยสายตาเป็นประกาย "นั่นแหละ... นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการจากนาย สายตาที่มองเห็นสิ่งที่เครื่องจักรคำนวณพลาด" ห้องพักส่วนตัว (The Baker's Studio) – ชั้นพักอาศัยระดับ Senior แฟรงค์พาเขาขึ้นลิฟต์อีกตัวไปยังโซนที่พักอาศัย มันเงียบสงบและดูหรูหราเหมือนโรงแรม 5 ดาว ประตูห้องหมายเลข 88-R04 เปิดออกด้วยการสแกนใบหน้าของณัฐวุฒิ (ที่แฟรงค์จัดการลงทะเบียนให้เรียบร้อยแล้ว) "นี่คือห้องของนาย" ภายในห้องกว้างขวางปูด้วยพื้นไม้ปาร์เก้สีเข้ม มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน มองเห็นวิวทะเลสีดำยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงไฟจากแท่นขุดเจาะ แต่สิ่งที่ทำให้ณัฐวุฒิประหลาดใจที่สุดคือ "โต๊ะทำงาน" กลางห้องนั่งเล่น แทนที่จะเป็นโต๊ะกาแฟ แฟรงค์สั่งให้วาง "โต๊ะสแตนเลสเกรดการแพทย์" ขนาดใหญ่ พร้อมไฟผ่าตัดเหนือศีรษะ และตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิสำหรับเก็บ "วัตถุดิบ" "ฉันรู้ว่านายชอบทำงานในห้อง" แฟรงค์เดินไปเปิดตู้เย็น "ฉันเลยเตรียมของต้อนรับไว้ให้นิดหน่อย" ในตู้เย็นนั้นไม่มีเบียร์หรือน้ำอัดลม... แต่มันเต็มไปด้วย: • เส้นสปาเก็ตตี้สด หลากหลายขนาด (Angel Hair, Spaghetti, Bucatini) • แป้งโดว์ที่หมักได้ที่ • ขวดโหลใส่น้ำผึ้ง, น้ำมันมะกอก, และ... ไข่ปลาคาเวียร์ "สำหรับฉัน... อาหารคือศิลปะ" แฟรงค์หยิบเส้นสปาเก็ตตี้แห้งออกมาหนึ่งห่อ โยนให้ณัฐวุฒิ "และสำหรับนาย... ร่างกายมนุษย์ก็คือห้องครัว ใช่ไหม?" ณัฐวุฒิรับห่อสปาเก็ตตี้มาถือไว้ เขารู้สึกถึงน้ำหนักและความแข็งของเส้นแป้งดิบ... ในหัวของเขาเริ่มจินตนาการถึงภาพการสอดใส่มันเข้าไปในท่อที่อ่อนนุ่ม รอให้ความร้อนและความชื้นภายในร่างกายมนุษย์เปลี่ยนเส้นแข็งๆ นี้ให้กลายเป็นเส้นนิ่มๆ ที่ขดตัวเป็นรูปร่างของอวัยวะภายใน "ขอบคุณครับคุณแฟรงค์" ณัฐวุฒิยิ้ม มุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด "ผม... ผมเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ?" แฟรงค์เดินไปที่ประตู ก่อนจะหันมาทิ้งท้าย "พักผ่อนซะคืนนี้ พ่อหนุ่ม... พรุ่งนี้เช้า 08:00 น. ไปเจอกันที่ Lab 04" "ฉันมีของเล่นชิ้นใหม่เตรียมไว้ให้นาย... เป็นอดีตศัลยแพทย์จากชิคาโก... ชื่อ ดร.ทอมสัน สมิธ" "เขาปากดี หยิ่งยโส และคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าพวกเรา... ฉันอยากให้นายช่วย 'อบรม' เขาหน่อย... ด้วยสูตรขนมปังของนายนั่นแหละ" ประตูปิดลง ทิ้งให้ณัฐวุฒิอยู่เพียงลำพังในห้องหรู เขาวางห่อสปาเก็ตตี้ลงบนโต๊ะสแตนเลสที่เย็นเฉียบ เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปที่ทะเลสีดำ เขาไม่ใช่พนักงานกินเงินเดือนอีกต่อไป เขาไม่ใช่กราฟิกดีไซน์ที่ต้องก้มหัวให้ลูกค้าโง่ๆ ที่นี่... เขาคือ "The Architect" และพรุ่งนี้... เขาจะเริ่มสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกบนร่างกายของศัลยแพทย์ผู้ตกอับ ณัฐวุฒิหยิบเส้นสปาเก็ตตี้ดิบขึ้นมาหนึ่งเส้น... จรดมันที่ริมฝีปาก แล้วหักมันดัง เปราะ! เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบ ราวกับเสียงกระดูกที่กำลังจะถูกหักในวันพรุ่งนี้ (จบบทที่ 1)
|