ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 98|ตอบกลับ: 5

หัวใจดีไซน์ Ep.9 (สถาปนิกxคนงานก่อสร้าง)

[คัดลอกลิงก์]

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
194
ตอบกลับ
50
พลังน้ำใจ
7538
Zenny
33803
ออนไลน์
2249 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2025-8-28 17:23





ตอนที่ 8




สองสามวันที่ผ่านมา บรรยากาศที่ไซต์งานไม่ได้ราบรื่นเหมือนเคย


นับหนึ่งนั่งกางแบบแปลนออกต่อหน้า สายตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น รายละเอียดหลายอย่างถูกขีดฆ่าและแทนที่ด้วยเส้นใหม่ ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


“อะไรของมันวะ…” เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาระหว่างที่เขากัดฟันแน่น


งานก่อสร้างเดินหน้ามาเกินครึ่ง แต่จู่ ๆ ก็มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้าง เสริมวัสดุ หรือแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ล้วนทำให้การทำงานสะดุดอย่างรุนแรง ถ้าเขาทำตามนี้ ก็เท่ากับต้องรื้อเกือบทั้งโครงการเพื่อเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น


ลูกน้องหลายคนยืนเกาหัวมองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนหันไปถามนับหนึ่งโดยตรง


“หัวหน้า…สรุปเราจะเอายังไงครับ”


นับหนึ่งกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด “แบบบ้าอะไรของมัน! เดินงานมาขนาดนี้ อยู่ ๆ จะให้เปลี่ยน มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่าย ๆ นะเว้ย!”


เสียงดังจนลูกน้องบางคนถึงกับสะดุ้ง แต่เขาก็รีบเงียบเสียงลง กดอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมาไปมากกว่านี้ ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันหลังเดินออกไป


“กูขอไปดูดบุหรี่สักมวนก่อน”


เขาเดินหลบไปนั่งเงียบอยู่มุมตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ สายตาจ้องแบบแปลนในมือด้วยความขุ่นมัว นี่มันครั้งแรกที่เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่


นะโมที่แอบยืนอยู่ไม่ไกล มองตามหัวหน้าเงียบ ๆ แววตาสงบแต่มีความคิดวิ่งวนไม่หยุด


“แปลก ๆ แฮะ…” เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง


ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงาน ไม่เคยมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงกะทันหันขนาดนี้มาก่อน ปกติการแก้ไขแบบจะต้องมีการประชุม แจ้งเหตุผล และทำเอกสารยืนยันชัดเจน แต่ครั้งนี้กลับเป็นเพียงกระดาษก๊อปปี้บางแผ่นที่แนบมากับแฟ้มงาน ไม่มีชื่อคนสั่ง ไม่มีตราประทับที่ถูกต้องอะไรทั้งนั้น


นะโมขมวดคิ้วพลางคิดในใจ หรือว่านี่…มีใครจงใจเล่นงานหัวหน้ากันแน่


เขาแอบเหลือบมองไปยังร่างของนับหนึ่งที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่ไกล ๆ แล้วแววตาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที


นับหนึ่งกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาตั้งใจจะโทรหาคีตะเพื่อถามเรื่องเอกสารเปลี่ยนแบบที่ทำให้ปวดหัวแทบขาดใจ แต่ยังไม่ทันได้กดโทรออก เสียงเรียกคุ้น ๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน


“อ้าว…คุณนับหนึ่ง ทำไมสีหน้าไม่ดีเลยครับ?”


นับหนึ่งเงยหน้าขึ้น เห็นพระพายยืนยิ้มอยู่ตรงทางเข้าไซต์งาน ใส่เสื้อเชิ้ตเรียบร้อยจนผิดที่ผิดทางกับฝุ่นควันรอบข้าง


หัวใจนับหนึ่งกระตุกวูบ คน ๆ นี้โผล่มาทำไม? และที่สำคัญ คีตะไม่อยู่ด้วย


“คุณพระพาย มาที่นี่ได้ยังไงครับ?” น้ำเสียงของนับหนึ่งแข็งขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังพยายามรักษามารยาท


พระพายหัวเราะเบา ๆ พลางก้าวเข้ามาใกล้ “ก็แวะมาเยี่ยมเฉย ๆ ครับ เห็นได้ข่าวว่าหน้างานมีปัญหา ก็เลยอยากมาช่วยดู เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง”


คำว่า ช่วย ทำให้นับหนึ่งกำโทรศัพท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว


ก่อนที่เขาจะทันตอบ เสียงของนะโมก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ขณะเดินหอบถังปูนมาวางดังโครม


“โอ้โห…คนที่ไม่เคยแตะปูนแตะทรายสักครั้ง จะมาช่วยอะไรได้ล่ะครับนอกจากเกะกะ”


นับหนึ่งหันไปมองนะโมทันที “นะโม!”


แต่พระพายเพียงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมหันมามองคนงานตัวเล็ก ๆ ที่พูดจาหาเรื่องแบบไม่เกรงใจ “พูดแบบนี้กับผม…นายชื่ออะไรนะ?”


นะโมเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาที่คางก่อนตอบเสียงเรียบ “ก็แค่คนแบกของครับ ไม่สำคัญหรอก แต่ที่สำคัญ…งานตรงนี้มันละเอียด ถ้าไม่รู้จริงก็อย่ามายุ่งเลย เดี๋ยวคนทำงานเขาจะพลาด”


คำพูดไม่ดังนัก แต่ชัดถ้อยชัดคำพอให้คนงานที่ยืนใกล้ ๆ ได้ยิน และเริ่มหันมามองพระพายด้วยสายตาแปลก ๆ


รอยยิ้มบนใบหน้าของพระพายแข็งค้างไปครู่หนึ่ง เขาพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้หลุด แต่แววตากลับฉายแววหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน


“ผมก็แค่หวังดีนะครับคุณนับหนึ่ง” พระพายหันมาพูดกับนับหนึ่งตรง ๆ “ถ้าอย่างนั้น…เอาไว้วันหลังดีกว่า”


เขาหันหลังเดินจากไป โดยมีเสียงหัวเราะหึ ๆ เบา ๆ ของนะโมดังไล่หลังอยู่


นับหนึ่งถอนหายใจยาว รู้สึกทั้งโล่งใจและวุ่นวายใจในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าพระพายโผล่มา โดยที่คีตะไม่รู้เรื่องเลยสักนิด


เสียงเครื่องจักรกลับมาดังกลบความเงียบอีกครั้ง หลังจากที่พระพายเดินออกไปจนลับสายตา นับหนึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับกำลังใช้ความคิดหนักหน่วง


นะโมเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงกับด้ามจอบแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “พี่นับหนึ่งครับ…”


นับหนึ่งหันไปมอง “หือ?”


“เมื่อกี้คน ๆ นั้น…อย่าไว้ใจมากนักเลยนะครับ” นะโมพูดพลางมองไปยังทิศทางที่พระพายหายไป “บางทีสิ่งที่ดูเหมือนหวังดี มันก็อาจจะมีอะไรมากกว่านั้น”


นับหนึ่งเลิกคิ้วเล็กน้อย “พูดเหมือนรู้อะไร”


นะโมยักไหล่ ทำเป็นไม่ใส่ใจ “ผมมันก็แค่คนงาน จะไปรู้อะไรได้ล่ะครับ แต่เวลาเจอคนแบบนั้นทีไร…สัญชาตญาณมันฟ้องให้ระวังไว้ก่อนทุกที”


คำพูดนั้นฟังดูธรรมดา แต่กลับฝังแน่นอยู่ในใจนับหนึ่ง เขาหลุบตาลง คำพูดของคีตะลอยมาในหัวอีกครั้ง ที่ผ่านมา...ผมไม่เคยได้เป็นฝ่ายรักใครก่อน ผมเพียงแค่ถูกทำให้รัก และไม่สามารถมองเห็นใครนอกเหนือจากเขา


หัวใจนับหนึ่งเต้นแรงขึ้น เขาเริ่มต่อภาพในหัว คีตะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด กับพระพายที่โผล่มาโดยไม่บอกกล่าว และรอยยิ้มที่ดูเสแสร้งจนผิดที่ผิดทาง…


ใช่แล้ว คน ๆ นั้นที่คีตะหมายถึง…อาจจะเป็นพระพายจริง ๆ


นับหนึ่งเม้มปากแน่น ความไม่สบายใจแล่นวูบขึ้นมาในอก ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อโดยไม่พูดอะไรออกมา






แดดเย็นยามเย็นสาดลงบนไซต์งาน เสียงเครื่องจักรค่อย ๆ เบาลงเมื่อคนงานทยอยเก็บของ คีตะก้าวเข้ามาในพื้นที่ ดวงตาคมกวาดมองรอบ ๆ อย่างเคยชิน ก่อนจะตรงเข้ามาหานับหนึ่งที่ยังนั่งเช็กแบบอยู่บนโต๊ะไม้เก่า ๆ


“พี่ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ” คีตะถามพลางวางขวดน้ำเย็นลงตรงหน้า


นับหนึ่งหยิบขึ้นมาดื่มเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว “ยัง…พี่อยากเช็กงานให้ชัวร์ก่อน พรุ่งนี้จะได้ไม่พลาดอีก”


คีตะพยักหน้าเงียบ ๆ สายตาคมเฝ้ามองใบหน้าเรียบขรึมของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่านับหนึ่งกำลังมีเรื่องในใจ


ความเงียบแผ่คลุมอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งนับหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงเบาเหมือนกำลังหยั่งเชิง


“คีตะ…ช่วงนี้นายเจอคุณพระพายบ้างมั้ย?”


เพียงเอ่ยชื่อนั้น แววตาของคีตะก็เปลี่ยนไปทันที ความแข็งกร้าวแทรกเข้ามาแทนรอยยิ้มที่มักประดับอยู่ “พี่…เจอเขามาที่นี่เหรอครับ”


นับหนึ่งหลบตาเล็กน้อย ก่อนตอบเพียงสั้น ๆ “ก็…ผ่านมา”


คีตะกำมือแน่น ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความกดดัน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะถามกลับตรง ๆ


“เขาทำอะไรพี่หรือเปล่า”


นับหนึ่งส่ายหน้า “ไม่หรอก แค่…พี่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล”


คีตะนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าลง ใช้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา “พี่…ระวังเขาไว้เถอะครับ พระพายไม่ใช่คนที่จะเชื่อใจได้ง่าย ๆ”


นับหนึ่งเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสองคู่สื่อสารกันโดยไม่ต้องพูดมาก แต่แค่ประโยคสั้น ๆ ของคีตะ ก็เพียงพอให้นับหนึ่งเริ่มเข้าใจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในอดีตของชายหนุ่มตรงหน้า


หัวใจของเขาเต้นแรงโดยไม่รู้ว่าเพราะกลัว…หรือเพราะเริ่มผูกพันเกินกว่าจะถอนตัวแล้ว






วันต่อมา…


เสียงเหล็กกระทบกันดัง แกร๊งง อยู่ไม่ไกล นับหนึ่งยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานตรวจแบบในไซต์ โดยไม่รู้เลยว่ามีเงาหนึ่งแอบสอดสายตาอยู่จากมุมสูง พระพาย กำลังถือโทรศัพท์แนบหู น้ำเสียงกดต่ำเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์


“ใช่…พอเครนยกเหล็กเสร็จ ให้ปล่อยเชือกช้า ๆ ล่ะ อย่าให้มันชัดเจนมาก แค่ให้มันหล่นพลาด ๆ ลงใกล้ ๆ คนงานพอนะ…โดยเฉพาะไอ้หัวหน้าหน้าเข้มคนนั้น”


นะโมที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี ชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น ดวงตาคมของเขาหรี่ลง เงี่ยหูฟังจนแน่ใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างเงียบกริบ แล้วใช้แรงคว้าข้อมือพระพายกระชากออกมา


“เฮ้ย! อะไรของมึง!” พระพายสะบัดข้อมือแต่ไม่ทัน นะโมลากอีกฝ่ายออกไปยังมุมลับตาหลังโกดังเก็บอุปกรณ์


“คิดจะทำเหี้ยอะไรห๊ะ!?” นะโมกดเสียงต่ำ ดวงตาเอาเรื่อง


พระพายหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน “หึ…ก็แค่เล่นสนุกนิดหน่อย จะอะไรนักหนา”


ยังไม่ทันพูดจบ นะโมก็ดันร่างพระพายกระแทกเข้ากับผนังไม้เก่า ๆ มืออีกข้างปิดปากทันทีเพราะทนฟังความปากดีไม่ไหว แต่พระพายยังพยายามดิ้นและเปล่งเสียงอู้อี้ออกมา


“หุบปากซะทีเถอะ” นะโมกดเสียงเย็น ดวงตาแข็งกร้าว แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกวน ๆ เหมือนไม่คิดจะปล่อยง่าย ๆ


พระพายที่ยังดิ้นอยู่ถูกนะโมใช้แรงกดข้อมือไว้แน่น ก่อนที่อีกฝ่ายจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจปะทะกันตรงปลายจมูก แล้ว…


จุ๊บ


ริมฝีปากของนะโมกดลงมาปิดปากพระพายแทนมือที่เคยอุดเอาไว้ สัมผัสนั้นรวดเร็วแต่แน่นหนาพอที่จะทำให้พระพายหยุดดิ้นในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและความโกรธที่ถูกหักหน้า


นะโมผละออกเล็กน้อยแล้วกระซิบข้างหูเสียงกวน ๆ


“อยากปากเก่งมากใช่มั้ย… เป็นไงล่ะ รสชาติของคนงานก่อสร้าง”


พระพายกัดฟันแน่น หน้าแดงด้วยทั้งความโกรธและความอับอาย แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ


พระพายยังคงหอบหายใจแรง ๆ หลังจากถูกนะโมบุกจู่โจมริมฝีปากเมื่อครู่ ดวงตาที่มักจะอ่อนโยนเวลายิ้มให้ใครกลับแดงก่ำเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด


“ไอ้…” พระพายกัดฟันด่าออกมา แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าก็ถูกนะโมจับคางเชยขึ้น บีบแน่นจนเจ็บ


“อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย มึงเองก็รู้ ว่ากูไม่ใช่คนงานโง่ ๆ ที่จะมองไม่ออกว่ามึงกำลังคิดอะไร” เสียงทุ้มต่ำของนะโมเอ่ยช้า ๆ ดวงตาแข็งกร้าวจนทำให้พระพายเผลอหลบสายตา


พระพายหัวเราะเยาะในลำคอ พยายามเก็บความสั่นของริมฝีปาก “หึ…แล้วมึงคิดว่าจะหยุดกูได้เหรอ?”


นะโมโน้มหน้าเข้ามาอีกครั้งจนปลายจมูกแทบชนกัน “ถ้าเรื่องมันเกี่ยวกับพี่นับหนึ่ง…กูหยุดมึงได้แน่ และถ้ามึงยังไม่หยุด กูจะทำมากกว่าปิดปากมึงด้วยปากของกูอีก”


น้ำเสียงกดต่ำแบบเอาจริง ทำเอาพระพายขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และ…ทั้งสั่นไหว


“อย่าคิดว่าแค่เป็นลูกน้องแล้วกูจะกลัว” พระพายกัดฟันพูด ทั้งที่ในใจสั่นไม่ต่างจากเด็กถูกจับได้


นะโมคลายมือออกจากคางช้า ๆ แต่ยังคงโน้มตัวกดไว้กับผนัง ใกล้พอที่พระพายยังได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรง “จำเอาไว้…ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่นับหนึ่ง ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน กูจะหามึงก่อนเป็นคนแรก”


สิ้นคำขู่ นะโมก็ปล่อยตัวพระพายออกมาราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยประกายจริงจังจนพระพายกัดริมฝีปากแน่น ความอับอายพลุ่งพล่านจนแทบเผาอก


พระพายยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ เหมือนอยากลบสัมผัสเมื่อครู่ทิ้ง แต่ยิ่งทำเท่าไหร่ ภาพริมฝีปากของนะโมที่บดทับลงมากลับยิ่งชัดขึ้นในหัว จนหัวใจสับสนไปหมด


“ไอ้เวรเอ๊ย…” พระพายพึมพำ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้นะโมยืนมองตามด้วยสายตาลึกล้ำ


พระพายสะบัดหน้าตัวเองแรง ๆ ตอนก้าวเข้ามาในห้องพัก ความหงุดหงิดตีรวนจนแทบจะขว้างข้าวของระบายอารมณ์ แต่เพียงสายตาเหลือบไปเห็นกระจกเงาที่สะท้อนริมฝีปากแดงช้ำของตัวเอง หัวใจก็ร่วงลงไปอยู่กลางตาตุ่ม


ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นแล่นวาบเข้ามา ร่างเขาที่อ่อนปวกเปียกจนแทบขัดขืนไม่ไหว ถูกนะโมกดจนหายใจแทบไม่ทัน ความหนักหน่วงที่ยังตราตรึงอยู่ในเนื้อในใจ แม้ตอนนั้นจะพร่ามัวจากเหล้า แต่ทุกสัมผัสกลับชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และที่น่าขยะแขยงที่สุด…คือร่างกายเขาดันตอบสนองกับมันโดยไม่ตั้งใจ


พระพายกัดฟันแน่น ความจริงที่เจ็บร้าวคืออีกฝ่าย “ไม่จำอะไรเลย” ปล่อยให้เขาต้องจมอยู่กับความอับอายเพียงลำพัง ขณะที่นะโมกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ไอ้เหี้ยนี่…” พระพายสบถเสียงสั่น พลางยกมือกุมขมับ ความโกรธผสมความกลัวแล่นพล่านในอก


เขารู้ดีว่าสายตาของนะโมวันนี้ไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ มันคือการประกาศเตือนจากใครบางคนที่พร้อมจะทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้อง “นับหนึ่ง” และพระพายก็ไม่ใช่คนโง่พอจะลองดีซ้ำสอง


ลึก ๆ ข้างใน ร่างกายยังสั่นสะท้านทุกครั้งที่นึกถึงแรงบีบกระชากคืนนั้น ความกลัวกัดกินจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้าตรง ๆ กับนะโมอีก


“กูจะไม่เข้าใกล้มึงเด็ดขาด…” พระพายพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงสั่นพร่า ทั้งหวาด ทั้งแค้น


ถ้าเส้นทางที่จะเล่นงานนับหนึ่งถูกขวางโดยนะโมจริง ๆ งั้นเขาก็ต้องหาทางอื่น ทางที่ไม่ต้องปะทะกับไอ้ลูกน้องบ้าเลือดนั่นโดยตรง









ไซต์งานที่เคยครึกครื้นทั้งวันพลันเงียบลงทันตาเมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า นับหนึ่งยังนั่งเช็กเอกสารอยู่ใต้เพิงไม้ มีเหงื่อเกาะขมับจากความเหนื่อยล้า นะโมเดินเข้ามานั่งยอง ๆ ข้างเก้าอี้ เอาคางเกยแขนพาดไว้บนพนักพิง กวน ๆ ตามสไตล์


“พี่หนึ่ง...” เสียงทุ้มติดขี้เล่นเอ่ยขึ้นเหมือนจะชวนคุยเล่นธรรมดา “พักบ้างก็ได้มั้งครับ นั่งทำหน้ายุ่ง ๆ เดี๋ยวแก่ก่อนวัย”


นับหนึ่งเหลือบตามามองนิดหนึ่ง ก่อนถอนหายใจ “นี่ถ้าช่วยทำงานแทนกูได้ กูก็จะไม่ยุ่งแบบนี้หรอก”


นะโมยักไหล่ หัวเราะเบา ๆ “ผมไม่ถนัดหรอกพวกตัวเลข เอาไว้ให้พี่เก่ง ๆ ไปเหอะ ผมถนัดเฝ้ามากกว่า”


“เฝ้าอะไร” นับหนึ่งขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจคำพูดของเด็กตรงหน้า


“ก็เฝ้าพี่นั่นแหละ” นะโมพูดหน้าตาย แต่แววตากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “ช่วงนี้มันแปลก ๆ นะพี่…พี่ก็ระวังตัวไว้บ้างก็ดี”


คำพูดที่เหมือนเล่นแต่ไม่ใช่เล่นทำให้นับหนึ่งหยุดมือจากเอกสารเงยหน้ามองเต็ม ๆ นะโมเลยรีบหันหน้าหนี ทำท่าเหมือนไม่ได้ตั้งใจพูดอะไรสำคัญออกไป


“อะไรของมึงอีก” นับหนึ่งบ่น แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงความครุ่นคิด


“ก็แค่…ไม่อยากให้พี่ซวยโดยไม่รู้เรื่อง” นะโมเกาท้ายทอย ทำเสียงยียวนกลบเกลื่อน “ใครมันจะมาป่วนอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่ผมว่า...ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมคงไม่ทันไปอุ้มพี่หนีหรอกนะ ตัวพี่หนักจะตาย”


นับหนึ่งถึงกับหลุดหัวเราะออกมา “ปากดีจริงนะ”










หลายวันต่อมา…


เสียงเครื่องจักรยังดังระงมในไซต์งานที่เริ่มสลัวลงเรื่อย ๆ ทุกคนต่างเร่งมือให้งานวันนี้เสร็จตามกำหนด นับหนึ่งเองก็หันกลับไปโฟกัสกับการตรวจเอกสารและคุมงานเหมือนเดิม ไม่ได้เก็บคำพูดของนะโมมาใส่ใจนัก แม้ในใจลึก ๆ จะยังติดอยู่บ้าง


ทว่าในจังหวะที่คนงานกำลังขนย้ายท่อนเหล็กขนาดใหญ่ เกิดการพลาดท่า เสียงเหล็กเสียดสีกันดัง ครืด ก่อนท่อนหนึ่งจะไถลหลุดจากที่ค้ำยัน ร่วงลงมาด้วยน้ำหนักมหาศาล


“พี่หนึ่ง!” นะโมตะโกนสุดเสียง แต่เสียงเครื่องจักรที่กำลังเดินเครื่องกลบจนแทบไม่ได้ยิน นับหนึ่งยังยืนอยู่ตรงจุดอันตรายโดยไม่รู้ตัว


โครม!


ท่อนเหล็กกระแทกลงพื้นเฉียดร่างของนับหนึ่งไปเพียงคืบเดียว แรงสะบัดทำให้เขาเสียหลักล้มลงกับพื้น แขนถลอกเป็นทางยาว


นะโมวิ่งพรวดเข้ามาทันที ใบหน้าซีเรียสผิดจากปกติ ลากร่างนับหนึ่งออกห่างจากกองเหล็กที่ยังโยกคลอนอยู่


“บอกให้ระวังแล้วใช่มั้ย!” เสียงเข้มเอ่ย ทั้งโกรธทั้งตกใจ ดวงตาไหววูบด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด


นับหนึ่งหอบหายใจแรง ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ก่อนฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน “กูไม่เป็นไร…แค่ถลอกนิดเดียวเอง”


“ไม่เป็นไรบ้าอะไรเล่า!” นะโมคว้าข้อมือเขาไว้แน่นเหมือนกลัวจะหายไปตรงหน้า “อีกนิดเดียวท่อนเหล็กมันหล่นใส่หัวแล้วนะพี่!”









ไฟในออฟฟิศเหลือเพียงแสงสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์บางดวง พระพายนั่งก้มหน้าจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า เสียงปากกาเสียดสีกระดาษคือสิ่งเดียวที่ดังอยู่ในความเงียบ จนกระทั่งเสียงประตูถูกกระแทกเปิด ปัง! ดังลั่นไปทั้งห้อง


พระพายสะดุ้งเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเจอกับเงาร่างสูงของนะโมที่เดินดุ่ม ๆ เข้ามา ใบหน้ามืดตึง ตาแดงก่ำเหมือนคนพร้อมจะฆ่าใครสักคน


“เหี้ยเอ๊ย...มึงอีกแล้วเหรอ” พระพายสบถเบา ๆ กึ่งหงุดหงิดกึ่งระอา


“เออ กูเองแหละ” นะโมกัดฟันแน่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายจนแทบหลุดจากเก้าอี้ “มึงทำเหี้ยอะไรที่ไซต์วะไอ้หน้าอ่อน!?”


“ไอ้สัด ปล่อยกู! กูไม่ได้ทำเหี้ยอะไรทั้งนั้น!” พระพายพยายามดันอกแรง ๆ แต่ก็สู้แรงคนงานไม่ได้เลย


“อย่ามาโกหก! เหล็กแท่งเบ้อเริ่มเกือบหล่นใส่หัวพี่นับหนึ่ง กูจะเชื่อได้ยังไงว่ามึงไม่ใช่ตัวการ!” เสียงนะโมกระแทกออกมาทีละคำ ดวงตาวาวโรจน์เหมือนจะทะลวงทะลุเข้าไปในใจอีกฝ่าย


พระพายกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำเพราะความโกรธและการถูกกดคอเสื้อ “กูบอกว่ากูไม่ได้ทำ! ถ้ามึงจะหาเรื่อง กูก็ไม่มีเหี้ยอะไรจะพูดแล้ว!”


“อย่ามาเล่นลิ้นกับกูนะ ไอ้เหี้ย!” นะโมผลักพระพายกระแทกเข้ากับโต๊ะทำงานดัง โครม เอกสารปลิวกระจายเต็มพื้น เสียงหอบหายใจแรง ๆ ของทั้งคู่ดังชัดท่ามกลางความเงียบร้างในออฟฟิศ


บรรยากาศกดดันจนเหมือนอากาศจะแข็งตัว พระพายจ้องกลับด้วยสายตาเดือดดาล แต่ในแววตาลึก ๆ มีความหวั่นไหวบางอย่างซ่อนอยู่...


เสียงหอบหายใจแรง ๆ สองสายประสานกันในออฟฟิศที่เงียบร้าง พระพายกำลังพยายามดิ้นหนี แต่ยิ่งดิ้น นะโมก็ยิ่งกดแน่น


“ปากมึงนี่นะ...ชอบทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนนักใช่มั้ย” เสียงทุ้มต่ำกดกระแทกใส่หูอีกฝ่าย ก่อนที่นะโมจะบีบกรามพระพายให้หันมาสบตา “งั้นกูจะอุดปากให้มึงเอง...จะได้เลิกพูดเรื่องเหี้ย ๆ สักที”


พระพายยังไม่ทันโต้ เสียงสบถก็ถูกกลืนลงไปในริมฝีปากร้อนจัดของนะโมที่บดขยี้เข้ามาอย่างดุดัน รสจูบไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการย้ำเตือนเหมือนตรวนโซ่ ลมหายใจถูกขโมยไปจนพระพายแทบหายใจไม่ทัน ร่างกายเกร็งแต่ก็ถูกกดแนบโต๊ะไว้ไม่ให้ขยับ


“อึก… ไอ้เหี้ย ปล่อยกู...” พระพายเปล่งเสียงขาดห้วงออกมา แต่กลับยิ่งถูกบดจูบซ้ำจนขาอ่อนแรง


นะโมหัวเราะหอบต่ำ ๆ ข้างหู ราวกับกำลังสะใจ “หึ แบบนี้แหละ...ถึงจะสมกับที่มึงปากเก่งนัก” มือหนาเลื่อนไปกดไหล่พระพายให้นั่งจมเก้าอี้ ขณะที่อีกมือกระชากเนกไทกับเสื้อเชิ้ตจนกระดุมกระเด็นไปคนละทาง ท่อนอกเปลือยลายผิวขาวจัดเผยออกมา


พระพายกัดฟันแน่น พยายามเก็บเสียงสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้นะโมก้มลงขบกัดซอกคออย่างจงใจ ทิ้งร่องรอยแดงเข้มราวกับสัญลักษณ์ตีตรา


พระพายเผลอครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ยิ่งทำให้นะโมยิ้มมุมปากอย่างผู้ควบคุมเกม “หึ...ทีเมื่อกี้ปากดีนัก ทำไมตอนนี้ถึงครางได้ล่ะวะ?”


เสียงหอบถี่รัวสะท้อนในออฟฟิศว่างเปล่าที่เหลือเพียงแสงไฟสลัวจากโคมด้านบน พระพายถูกกดแนบโต๊ะจนหลังแทบหัก ร่างขาวสะท้านทุกครั้งที่มือหยาบลากไปตามผิว


“มึงยังกล้าปากดีใส่กูอีกมั้ย...” นะโมกระซิบเสียงต่ำติดหอบ พร้อมขยับสะโพกเบียดแนบเข้ามาจนพระพายตัวสั่น


“ไอ้เหี้ย...กูไม่ได้—อ๊ะ!” ประโยคถูกตัดขาดทันทีที่นะโมดันเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว ร่างบางกระตุกเฮือก เสียงหอบครางหลุดจากริมฝีปากโดยไม่ตั้งใจ


แรงกดแน่นหน่วงสอดเข้ามาจนลึก ร้อนวาบเกือบทะลุเส้นสติ พระพายกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม แต่ยิ่งเก็บเสียง นะโมก็ยิ่งกดสะโพกกระแทกแรงขึ้นเหมือนจงใจให้หลุดเสียงออกมา


“หึ...อย่าทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย...กูจะทำให้มึงจำจนลืมไม่ลง” เสียงหอบต่ำชิดข้างหู ก่อนตามด้วยแรงกระแทกหนักหน่วง จังหวะดิบ ๆ ที่ไม่เหลือความอ่อนโยนใด ๆ มีเพียงความตั้งใจจะฝากร่องรอยลงโทษไว้


พระพายเผลอปล่อยเสียงครางแตกพร่าออกมา “อึก…ฮ่า...ไอ้...ไอ้เหี้ย!” มือขาวกำขอบโต๊ะจนเล็บแทบหัก


นะโมยิ้มมุมปาก สะใจที่ทำให้คนปากดีสะดุ้งครางได้ “แบบนี้สิวะ...เสียงมึงตอนนี้โคตรเข้ากับหน้าตอนทำเป็นหยิ่งเลย”


จังหวะขยับเร็วขึ้น เร่งเร้าไม่ปรานี แรงกระแทกดังสะท้อนในห้องโล่ง ๆ ผสมกับเสียงครางที่ถูกกลั้นไม่อยู่ พระพายเหมือนจะทั้งเกลียด ทั้งอับอาย แต่ร่างกายกลับทรยศยอมตอบสนองจนขาอ่อน


“จำไว้ให้ขึ้นใจ...” นะโมกระแทกครั้งสุดท้ายหนักหน่วง ก่อนกดสะโพกแนบจนลึกสุด เสียงหอบพร่าใกล้หูดังชัดเจน “...นี่คือใบเตือน ถ้ายังคิดจะยุ่งกับพี่หนึ่งอีก กูจะเอาให้หนักกว่านี้จนมึงเดินไม่ไหว”


ร่างของพระพายทรุดคาโต๊ะ หอบหายใจแรง ดวงตาสั่นระริกทั้งโกรธทั้งอับอาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะตราบาปที่ถูกย้ำลงบนร่างนั้นมันชัดเจนเกินกว่าจะลบ


แสงไฟสลัวในออฟฟิศยังคงนิ่งสงัด แต่เสียงหอบหนัก ๆ ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยังพัวพันกันอยู่บนโต๊ะทำงาน


พระพายฟุบหน้าลงกับแขน ร่างทั้งร้อนทั้งเหนื่อยจนแทบหมดแรง ขาอ่อนปวกเปียกจนยืนไม่ไหว รู้สึกเหมือนทุกอย่างในร่างกายถูกกวาดเกลี้ยงไปหมด เหลือแต่รอยกัด รอยบีบ และความเจ็บลึกที่ยังสะท้อนขึ้นมาทุกครั้งที่ขยับ


“ไง...ปากดีต่อสิวะ” เสียงทุ้มแหบพร่าของนะโมดังขึ้นข้างหู พร้อมกับมือหนาลากผ่านแผ่นหลังชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย เหมือนจงใจย้ำเตือนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น


พระพายกัดฟันแน่น ดวงตาร้อนผ่าวด้วยทั้งความโกรธ อับอาย และ...บางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ เสียงครางเมื่อกี้มันยังวนเวียนอยู่ในหัว ไม่ว่าพยายามปฏิเสธแค่ไหน ร่างกายก็ทรยศไปแล้ว


“มึงมัน...” เขาสะอื้นหอบ เสียงพร่าขาดห้วง “ไอ้เหี้ย...กูจะฆ่ามึง...”


นะโมหัวเราะหยันเบา ๆ โน้มหน้าลงมากระซิบจนริมฝีปากแทบแตะใบหู “เอาสิ...แต่กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะกล้า...ตอนนี้มึงยังแทบยืนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”


พระพายตัวสั่นระริกทั้งจากโทสะและความเสียศูนย์ แต่ไม่ว่าอย่างไร ใบหน้าก็ยังแดงก่ำจนไม่กล้าหันมาสบตาอีกฝ่าย


นะโมผละออกช้า ๆ กวาดตามองร่างที่ฟุบคาโต๊ะในสภาพเปลือยเปล่าปนเหงื่อ ก่อนหัวเราะในลำคอ “ถ้าไม่อยากเจอแบบนี้อีก...ก็อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องพี่หนึ่ง”


พูดจบเขาก็จัดเสื้อผ้าเดินออกจากห้อง ปล่อยให้พระพายนั่งกัดฟัน กำมือแน่นจนสั่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับถูกทุบหนัก ๆ ซ้ำไปมา ทั้งเจ็บ ทั้งเกลียด ทั้งอับอาย แต่ลึก ๆ ...กลับมีบางอย่างแทรกเข้ามาจนเขาเองยังเริ่มกลัวหัวใจตัวเอง




-------------------------------------
ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ
ไม่คิดว่าจะได้ขึ้นเป็นกระทู้ฮอต
ขอบคุณที่คอมเม้นท์สนับสนุนนะครับ


แอบสงสารพระพายเหมือนกันนะ เขาค่อนข้างมีปมในชีวิตพอสมควร แต่ก็ยังยึดติดอยู่แบบนั้น
จริงๆเขาก็มีคนที่พร้อมจะรักเขารายล้อมอยู่รอบตัว เพียงแต่เลือกจะปิดกั้นตัวเองเอาไว้


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2พลังน้ำใจ +36 Zenny +578 ย่อ เหตุผล
ดอกม่วง + 16 + 300
laser + 20 + 278

ดูบันทึกคะแนน

🌸 一期一会 (いちごいちえ)

มหาลัยซีเนียร์

กระทู้
0
ตอบกลับ
286
พลังน้ำใจ
2703
Zenny
2562
ออนไลน์
288 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากเลยครับ เข้มข้นขึ้นทุกที รอตามต่ออย่างจดจ่อ
นับหนึ่ง คีตะ พระพาย นะโม จะจับคูกันอย่างนี้ป่าวนะ
ขอบคุณนะครับ

มหาลัยซีเนียร์

กระทู้
0
ตอบกลับ
286
พลังน้ำใจ
2703
Zenny
2562
ออนไลน์
288 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากเลยครับ เข้มข้นขึ้นทุกที รอตามต่ออย่างจดจ่อ
นับหนึ่ง คีตะ พระพาย นะโม จะจับคูกันอย่างนี้ป่าวนะ
ขอบคุณนะครับ

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
52373
พลังน้ำใจ
267631
Zenny
105229
ออนไลน์
20889 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1229
พลังน้ำใจ
36311
Zenny
15070
ออนไลน์
10300 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
การกระทำของนะโม มันค่อยๆเซาะร่องปูนเพื่อทลายกำแพงอิฐที่ปิดกั้นของพระพาย ลงทีละก้อน

ประธานนักศึกษา

กระทู้
3
ตอบกลับ
10262
พลังน้ำใจ
52275
Zenny
23825
ออนไลน์
2907 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวานซืน 14:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุนครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2025-8-31 01:38 , Processed in 0.096442 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2025 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้