พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 2
ตอนที่ 1กาแฟแก้วที่ไม่ได้ฝากซื้อเช้าวันรุ่งขึ้น ผมมาถึงบริษัทตอนแปดโมงสี่สิบเจ็ดไม่ได้สายแค่เกือบผมแตะบัตรผ่านประตู เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าโน้ตบุ๊กพาดไหล่ มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือกำลังพยายามยัดขนมปังที่ซื้อจากร้านข้างล่างเข้าปาก“สภาพ”พี่แอนฝ่ายบัญชีที่เดินสวนมามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า“เมื่อคืนไปไหนมา”“กลับบ้าน”“ทำไมหน้าเหมือนนอนตีสาม”“ก็นอนตีสาม”“แล้วจะตื่นมาทำงานทำไม”“เพราะจน”พี่แอนหัวเราะ“จริง”เราแยกกันตรงทางเดินผมเดินเข้าฝ่าย IT วางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ แล้วกำลังจะเปิดคอมก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างวางอยู่ข้างคีย์บอร์ดกาแฟเย็นหนึ่งแก้วผมหยุดข้างแก้วมีกระดาษ Post-it สีเหลืองแปะอยู่ลายมือห่วย ๆ เขียนว่าค่าซ่อม Excel
ไม่รู้พี่กินหวานแค่ไหน เลยสั่งหวานน้อย
— ต้นผมอ่านรอบหนึ่งแล้วอ่านอีกรอบก่อนเงยหน้ามองไปทางฝ่ายขายโดยอัตโนมัติโต๊ะของต้นอยู่ห่างออกไปอีกฝั่งของออฟฟิศ มองจากตรงนี้เห็นไม่เต็มตัวเพราะมี Partition บัง แต่เห็นหัวมันโผล่อยู่เหนือจอมันกำลังคุยโทรศัพท์สีหน้าจริงจังไม่ได้มองมาทางผมเลยผมหันกลับมามองกาแฟ“ลงทุนฉิบหาย”ผมพึมพำแล้วดึง Post-it ออกจริง ๆ ควรทิ้งแต่ไม่รู้ทำไมผมถึงแปะมันไว้ตรงขอบจอแทน
ประมาณเก้าโมงสิบห้าLINE เด้งต้น: กาแฟเห็นยังผมเหลือบมองอีกฝั่งของออฟฟิศมันยังนั่งทำงานอยู่นนท์: เห็นต้น: กินได้ปะผมดูดไปคำหนึ่งหวานน้อยจริง ๆนนท์: ได้สามจุดขึ้นทันทีต้น: แปลว่าอร่อย?นนท์: แปลว่ากินได้ต้น: คนแก่ชมอะไรยากจังผมเงยหน้าขึ้นคราวนี้ต้นกำลังมองมาผมชูนิ้วกลางให้จากอีกฝั่งมันหัวเราะพี่โอ๊ตที่นั่งโต๊ะข้างผมหันมา“มึงด่าใคร”“เด็กฝ่ายขาย”“ใคร”“ต้น”พี่โอ๊ตมองตาม“สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”คำถามธรรมดาแต่ผมกลับหยุดไปเสี้ยววินาที“ไม่ได้สนิท”“เห็นเมื่อวานกลับพร้อมกัน”“มันให้กูซ่อมไฟล์”“แล้ววันนี้ซื้อกาแฟให้”ผมหันขวับ“มึงรู้ได้ไง”“ชื่อแม่งเขียนอยู่บน Post-it”ผมมองกระดาษบนขอบจอลืมไปพี่โอ๊ตหัวเราะ“มีเด็กเลี้ยงแล้วเหรอ”“เด็กเหี้ยอะไร ฝ่ายขายมันซื้อขอบคุณ”“เออ ๆ”น้ำเสียงแบบนี้น่าตบมาก“ทำงานไปมึง”ผมหันกลับมาที่จอแต่ผ่านไปประมาณสิบวินาที ผมก็เหลือบมองกาแฟอีกครั้งแล้วหยิบขึ้นมาดูดก็อร่อยดี
หลังจากวันนั้น ไอ้ต้นเหมือนค้นพบเส้นทางใหม่ในการเดินเข้าฝ่าย ITวันจันทร์“พี่ Printer ผมไม่ออก”ผมเดินไปดูสาย USB หลุด“ต้น”“ครับ”“มึงเรียนจบอะไรมา”“บริหาร”“กูเข้าใจละ”“เกี่ยวเหี้ยอะไร”
วันอังคาร“พี่ Outlook ผม Search เมลไม่เจอ”“เมลอะไร”“ของลูกค้าเมื่อเดือนก่อน”ผมค้นให้เจอภายในสามสิบวินาที“นี่”“ทำไมพี่หาเจอ”“เพราะกูอ่านหนังสือออก”“ปากดี”“ใครพี่ใครน้อง”“ขอโทษครับพี่นนท์คนเก่ง”“ไสหัวไป”มันหัวเราะแล้วเดินกลับโต๊ะห้านาทีต่อมา LINE เด้งต้น: ขอบคุณครับ ❤️ผมมองหัวใจสีแดงก่อนตอบนนท์: มึงส่งหัวใจให้ใครไปทั่วหรือเปล่ามันอ่านทันทีต้น: ทำไม หวงเหรอผมหยุดพิมพ์คำว่า ไม่แล้วลบพิมพ์ใหม่นนท์: รำคาญต้น: 555555ผมวางโทรศัพท์คว่ำลงไอ้เด็กเวร
วันพุธมันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยแต่มันก็มาประมาณห้าโมงสี่สิบผมกำลังนั่งทำ Report อยู่ ต้นเดินเข้ามาพร้อมกาแฟสองแก้ววางแก้วหนึ่งตรงโต๊ะผม“อะไร”“กาแฟ”“กูเห็น”“ซื้อให้”“ไฟล์พังอีก?”“เปล่า”“Printer?”“เปล่า”“Outlook?”“ปกติ”“แล้วซื้อทำไม”มันดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ“ซื้อสองแก้ว”“แล้ว?”“กินไม่หมด”ผมมองแก้วในมือมันแล้วมองแก้วตรงหน้าตัวเองคนละเมนู“มึงซื้อคนละอย่างแล้วบอกกินไม่หมด?”มันก้มมอง“เออว่ะ”“โกหกยังไม่เนียน”ต้นหัวเราะ“งั้นซื้อให้”“ทำไม”“อยากซื้อ”คำตอบง่ายมากง่ายจนผมไม่รู้จะถามอะไรต่อผมหยิบแก้วขึ้นมา“เท่าไหร่”“ไม่ต้อง”“กูโอน”“ไม่เอา”“ต้น”“ถือว่าเลี้ยงพี่”“เนื่องในโอกาส?”มันคิด“วันนี้วันพุธ”“เกี่ยวเหี้ยอะไร”“ก็วันพุธไง”ผมหัวเราะ“ประสาท”มันยิ้มแล้วนั่งเล่นโทรศัพท์ข้างผมไม่ได้มีธุระอะไรไม่ได้ขอให้ช่วยงานแค่มานั่งประมาณห้านาที ผมถาม“มึงไม่มีเพื่อนเหรอ”“มี”“แล้วมานั่งกับกูทำไม”ต้นเงยหน้าจากโทรศัพท์“อยากนั่ง”ผมมองมันมันก็มองผมก่อนยักคิ้วให้หนึ่งทีผมหันกลับมาที่จอ“ตามใจ”ผมไม่เห็นหน้ามันตอนนั้นแต่รู้สึกได้ว่ามันกำลังยิ้ม
จากวันพุธ กลายเป็นวันพฤหัสจากวันพฤหัส กลายเป็นวันศุกร์ต้นเริ่มโผล่มาฝ่าย IT ตอนเย็นแทบทุกวันบางวันมีงานบางวันไม่มีบางวันแค่เดินมาถาม“กลับกี่โมง”“ไม่รู้”“กินข้าวปะ”“ไม่”“โอเค เดี๋ยวรอ”“กูบอกไม่”“รู้”“แล้วรอทำไม”“เผื่อเปลี่ยนใจ”ที่น่ารำคาญคือ—หลายครั้งผมก็เปลี่ยนใจจริง ๆเราเริ่มกินข้าวด้วยกันบ่อยขึ้นไม่ได้ทุกวันแต่บ่อยพอที่ผมเริ่มรู้ว่าต้นไม่กินผักชีมันรู้ว่าผมไม่กินไข่เค็มผมรู้ว่ามันชอบกาแฟดำตอนเช้า แต่ช่วงบ่ายจะกินลาเต้มันรู้ว่าผมกินหวานน้อยผมรู้ว่าถ้ามันเงียบตอนกินข้าว แปลว่าวันนั้นโดนลูกค้าด่ามาต้นรู้ว่าถ้าผมใส่หูฟังสองข้าง แปลว่าห้ามกวนแต่ถ้าใส่ข้างเดียว—มันจะลากเก้าอี้มานั่งเราไม่ได้ตกลงเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเองทีละนิดจนกลายเป็นเรื่องปกติ
เกือบหนึ่งเดือนหลังจากวันที่ไฟล์ Excel พังมีบางอย่างผิดปกติวันนั้นเป็นวันพฤหัสตอนเช้าไม่มีอะไรผมมาถึงบริษัทไม่มีต้นปกติมันมาประมาณแปดโมงครึ่งผมคิดว่าคงสายเก้าโมงยังไม่มาสิบโมงโต๊ะยังว่างผมเดินไปห้องน้ำ ต้องผ่านฝ่ายขายพอดีสายตาเหลือบมองโต๊ะมันเองโน้ตบุ๊กไม่มีกระเป๋าไม่มีเก้าอี้ถูกดันเข้าโต๊ะเรียบร้อย“มองหาใครพี่”เสียงผู้หญิงจากฝ่ายขายถามผมหันไปน้องมิ้นกำลังยืนถ่ายเอกสาร“เปล่า”“ต้นเหรอ”“ใครถามถึงมัน”“ก็เห็นพี่มองโต๊ะ”“กูมอง Printer”มิ้นหันไปมอง Printerซึ่งอยู่คนละทิศกับโต๊ะต้น“อ๋อค่ะ”สีหน้าแม่งไม่เชื่อเลยผมเดินเข้าห้องน้ำ“เสือกจริง”
สิบเอ็ดโมงครึ่งผมเปิด LINEชื่อมันอยู่ตรงหน้านิ้วโป้งเกือบกดเข้าไปผมหยุดกูจะทักไปทำไมมันไม่มาก็เรื่องของมันอาจไปหาลูกค้าอาจลาอาจป่วยไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกูผมปิด LINEห้านาทีต่อมาเปิดใหม่ยังไม่มีข้อความผมปิดอีกตอนเที่ยงลงไปกินข้าวกับพี่โอ๊ตปกติถ้าต้นว่าง มันจะทักมาถามวันนี้ไม่มีผมนั่งกินกะเพราอยู่ดี ๆ พี่โอ๊ตก็ถาม“ไอ้ต้นไม่มาเหรอวันนี้”ผมเงยหน้า“ไม่รู้”“อ้าว ปกติมึงรู้”“ทำไมกูต้องรู้”“เห็นแม่งตัวติดกัน”“ตัวติดเหี้ยอะไร”“เย็น ๆ เห็นนั่งด้วยกันตลอด”ผมตักข้าวเข้าปาก“มันมากวน”“อ๋อ”“อ๋ออะไร”“เปล่า”“ทำหน้าแบบนั้นคืออะไร”“กินข้าวไปมึง”ผมหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล
บ่ายสองสิบเจ็ดLINE เด้งผมหยิบโทรศัพท์เร็วกว่าปกติต้น: พี่ผมมองข้อความไม่ตอบประมาณสิบวินาทีต้น: ทำไรผมยังไม่ตอบอีกข้อความมาต้น: วันนี้ผมลานะผมอ่านความรู้สึกบางอย่างที่ค้างอยู่ตั้งแต่เช้าหายไปนิดหนึ่งก่อนจะนึกได้แล้วมาบอกกูทำไมตอนบ่ายสองผมตอบนนท์: กูไม่ได้ถามมันอ่านทันทีต้น: โหต้น: ใจร้ายนนท์: ลาไปไหนส่งเสร็จผมถึงรู้ตัวไอ้เหี้ยเมื่อกี้ยังบอกไม่ได้ถามต้นตอบเร็วมากต้น: 555555555ต้น: ไหนบอกไม่ได้ถามนนท์: ถ้าไม่ตอบก็ไม่ต้องต้น: ป่วยครับผมหยุดยิ้มนนท์: เป็นอะไรต้น: ไข้นนท์: ไปหาหมอยังต้น: ยังนนท์: ทำไมไม่ไปต้น: ขี้เกียจผมถอนหายใจนนท์: ไข้เท่าไหร่ต้น: 38 กว่านนท์: ไปหาหมอต้น: เป็นห่วงเหรอผมหยุดพิมพ์มองคำถามอยู่พักหนึ่งก่อนตอบนนท์: กลัวมึงตายแล้วไม่มีใครจ่ายค่าซ่อม Excelมันส่งสติกเกอร์หัวเราะมาแล้วตามด้วยต้น: คิดถึงพี่ว่ะหัวใจผมเหมือนสะดุดไปหนึ่งจังหวะผมอ่านซ้ำหนึ่งรอบสองรอบสามรอบก่อนข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมาต้น: คิดถึงพี่ IT ทุกคนนะ ไม่มีใครซ่อมคอมให้ผมพ่นลมหายใจ“ไอ้เหี้ย”ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเหมือนเพิ่งโดนหลอกอะไรบางอย่างผมตอบไปคำเดียวนนท์: ตายไป
ห้าโมงครึ่งโต๊ะข้าง ๆ ผมว่างไม่มีเสียงลากเก้าอี้ไม่มีคำถามว่า“พี่ กินไร”ไม่มีแก้วกาแฟไม่มีคนมายืนพิง Partitionไม่มีใครกวนเงียบดีดีมากผมควรจะทำงานได้เร็วขึ้นด้วยซ้ำแต่ตอนห้าโมงสี่สิบห้า ผมกลับเงยหน้ามองทางฝ่ายขายโต๊ะมันยังว่างหกโมงผมเปิดโทรศัพท์ไม่มีข้อความหกโมงสิบผมเปิดอีกยังไม่มี“เป็นเหี้ยอะไรของกูวะ”ผมพึมพำกับตัวเองสุดท้ายผมปิดคอมเร็วกว่าปกติลงไปชั้นล่างเดินผ่านร้านสะดวกซื้อแล้วหยุดผมยืนมองประตูอยู่ประมาณห้าวินาทีก่อนเดินเข้าไปซื้อโจ๊กน้ำเปล่ายาแก้ไข้แล้วก็เครื่องดื่มเกลือแร่ตอนจ่ายเงิน ผมมองของทั้งหมดบนเคาน์เตอร์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรแปลก ๆกูซื้อทำไมมันโตแล้วมันซื้อเองได้แล้วที่สำคัญ—กูไม่ได้เป็นอะไรกับมันผมยืนคิดก่อนพนักงานถาม“รับถุงไหมคะ”“รับครับ”จบซื้อแล้ว
ผมไม่ได้ไปหามันอย่างน้อยผมก็บอกตัวเองแบบนั้นตอนขับรถออกจากบริษัทแต่เส้นทางกลับบ้านผม—มันผ่านคอนโดต้นพอดีพอดีจริง ๆถึงจะต้องเลี้ยวออกจากถนนหลักประมาณเจ็ดร้อยเมตรก็เถอะผมจอดรถหน้าคอนโดมองถุงบนเบาะข้างแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานนท์: ลงมามันอ่านหลังจากนั้นประมาณหนึ่งนาทีต้น: ?นนท์: อยู่ข้างล่างคราวนี้เงียบไปเกือบครึ่งนาทีต้น: พี่มาหาผมเหรอนนท์: ผ่านมาต้น: บ้านพี่อยู่คนละทางผมนิ่งไอ้เหี้ยจำได้ด้วยนนท์: จะลงไหมต้น: ลงครับๆ
ห้านาทีต่อมาต้นเดินออกมาจาก Lobbyสภาพต่างจากตอนอยู่บริษัทพอสมควรเสื้อยืดสีดำกางเกงขาสั้นผมยุ่งหน้าแดงนิด ๆมันเปิดประตูรถแล้วก้มเข้ามา“พี่”“เอาไป”ผมยื่นถุงให้มันรับไปเปิดดูแล้วเงียบ“อะไร”ผมถามต้นเงยหน้ามองผม“ซื้อให้ผม?”“ของหมามั้ง”“มีโจ๊กด้วย”“เออ”“ยา”“เออ”“เกลือแร่”“มึงอ่านออกนี่”มันหัวเราะเบา ๆแต่ดูไม่มีแรงเท่าปกติ“พี่เป็นห่วงจริง ๆ ด้วย”“ไม่ได้เป็น”“แล้วมา?”“บอกว่าผ่าน”“บ้านพี่อยู่—”“ถ้ามึงพูดอีกคำกูเอาคืน”ต้นรีบกอดถุงไว้“ไม่พูดแล้วครับ”ผมมองหน้ามันใกล้ ๆ ถึงเห็นว่ามันดูป่วยจริง“กินข้าวแล้วกินยา”“ครับ”“ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นไปหาหมอ”“ครับ”“แล้วอย่านอนดึก”ต้นยิ้ม“ครับพ่อ”“งั้นคืนมา”“ไม่คืน”ผมส่ายหน้า“ขึ้นห้องไป”มันปิดประตูรถแต่ยังไม่เดินยืนอยู่ข้างรถแล้วก้มมองผมผ่านกระจก“พี่”ผมลดกระจกลง“อะไร”ต้นยิ้ม“ขอบคุณนะ”น้ำเสียงมันครั้งนี้ไม่ได้กวนผมเลยตอบไม่ถูกไปพักหนึ่ง“เออ”“ขับรถดี ๆ”“รู้แล้ว”“ถึงบ้านบอกด้วย”ผมหัวเราะ“อีกละ”“บอกด้วย”“เออ”มันถึงยอมเดินกลับเข้า Lobbyผมมองจนมันหายเข้าไปหลังประตูกระจกก่อนขับรถออก
คืนนั้นประมาณสี่ทุ่มต้นส่งรูปมาเป็นถ้วยโจ๊กที่กินหมดแล้วข้าง ๆ มียาวางอยู่ต้น: กินแล้วครับผมตอบนนท์: ดีต้น: พรุ่งนี้ถ้าหายจะซื้อกาแฟให้นนท์: ไม่ต้องต้น: ทำไมนนท์: เปลืองเงินมันเงียบไปพักหนึ่งก่อนส่งมาต้น: งั้นซื้อเพราะอยากซื้อผมมองข้อความประโยคเดียวกับวันก่อนผมไม่รู้จะตอบอะไรเลยส่งสติกเกอร์ไปก่อนนอน ผมเปิด LINE อีกครั้งต้นไม่ได้ส่งอะไรเพิ่มผมกดล็อกหน้าจอแล้วเพิ่งนึกได้ว่า—วันนี้เป็นวันแรกในรอบเกือบเดือนที่มันไม่ได้มานั่งข้างผมตอนเย็นออฟฟิศเงียบกว่าเดิมผมทำงานเสร็จเร็วกว่าเดิมไม่มีใครกวนไม่มีใครถามว่าจะกินอะไรไม่มีใครลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆมันควรจะดีแต่กลับรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างหายไปและนั่นอาจเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มสงสัยว่าตลอดเดือนที่ผ่านมา—ผมไม่ได้แค่ “ยอม” ให้ต้นเข้ามานั่งข้าง ๆผมอาจเริ่มชินกับการมีมันอยู่ตรงนั้นแล้วจริง ๆปัญหาคือ ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าความเคยชินบางอย่างน่ากลัวกว่าความชอบเสียอีกเพราะกว่าจะรู้ว่ามันสำคัญ—ก็มักเป็นตอนที่มีใครอีกคนเดินเข้ามานั่งแทนที่แล้ว
สนุกมากครับ ดีมาก น่าติดตาม ชอบๆ อ่านแล้วยิ้มตาม สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ดีครับ ขอบคุณครับ เริ่มชินไปซะแล้ว ขอบคุณมากๆนะครับ น่ารัก ขอบคุณครับ เว้นบรรทัดได้……มาก
หน้า:
[1]