KF94 โพสต์ 2026-9-7 02:28:23

นักรับจ้างสารพัด "คลื่น" - ตอนที่ 7 ปลอบใจ นิค หนุ่มต่างชาติอกหัก

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KF94 เมื่อ 2026-9-8 19:36

   นักรับจ้างสารพัด "คลื่น" - ตอนที่ 7 ปลอบใจ นิค หนุ่มต่างชาติอกหัก
https://lh3.googleusercontent.com/d/1O4BUZ0ykaETiYz8XST_fQtUUZ5z36Wpcคลื่น – 18 ปี – 177 ซม.
https://lh3.googleusercontent.com/d/119inIFhPx7Fi8jZwAfiQk-lOnLrmJF0Qสมุทร - 17 ปี - 190 ซม.
   หลังจากที่แยกย้ายกับพี่ต้นผมก็กำลังขับรถกลับบ้าน โดยมีสมุทรนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ   เด็กตัวใหญ่ที่ปกติชอบนั่งกางแขนกางขาเต็มเบาะวันนี้กลับนั่งนิ่งกว่าปกติ ขาข้างที่เจ็บถูกจัดให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด ส่วนข้อเท้าก็ได้รับการประคบเย็นมาเรียบร้อยแล้ว   ผมเหลือบมองสมุทรเป็นระยะก่อนจะถามขึ้นมา   "ยังปวดอยู่ไหม?"
   "นิดหน่อยเฮีย"
   "นิดหน่อยของสมุทรนี่ระดับไหน?"
   "ก็... พอทนได้"
   "แล้วขยับได้ไหม?"
   สมุทรลองขยับข้อเท้าเล็กน้อยก่อนจะทำหน้าบูด   "ได้ แต่ไม่อยากขยับ"
   "ก็นั่นแหละ แปลว่าเจ็บ"
   "เฮียก็ถามเยอะจัง"
   "ก็สมุทรเป็นน้องเฮีย" ผมตอบกลับไปทั้งที่สายตายังมองถนน   ผมกลับไปเหลือบมองสมุทร   "หมอที่ค่ายบอกให้ประคบเย็นต่อใช่ไหม?"
   "อือ"
   "แล้วคืนนี้ยกเท้าสูงหน่อยนะ เวลานอนอย่าไปนอนทับขาข้างนั้นแล้วช่วงนี้ก็ห้ามเล่นกีฬาล่ะ"     ทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้ายสีหน้าของสมุทรก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย   "รู้แล้วน่า"
   "รู้แล้วก็ทำ"
   "ค้าบ" เสียงของสมุทรเบาลง
   ผมไม่ได้ตอบทันที   ผมรู้ดีว่ามันชอบบาสมากแค่ไหนโดยเฉพาะการได้ซ้อมกับทีม ได้ลงแข่ง ได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีม ไอ้เด็กนี่ถึงจะยังอายุไม่มากแต่พออยู่ในสนามแล้วจริงจังกับมันเกินกว่าที่หน้าตาจะบอกได้   "เจ็บครั้งนี้ก็พักก่อน" ผมพูดขึ้นในที่สุด   "ถ้าฝืนแล้วมันหนักกว่าเดิมจากที่พักไม่กี่วันอาจกลายเป็นพักเป็นเดือนก็ได้"
   "รู้ครับ"
   "แล้วถ้าสมุทรอยากกลับไปเล่นเร็ว ๆก็ยิ่งต้องดูแลตัวเอง"
   สมุทรเงียบไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้า   "ครับ"
   บทสนทนาหลังจากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่องอื่น ทั้งเรื่องเพื่อนที่โรงเรียน เรื่องทีมบาส เรื่องครูฝึก รวมถึงเรื่องที่บ้าน   แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าวันนี้สมุทรแปลกไป   เงียบกว่าปกติ   บางครั้งผมถามอะไรไปมันก็เหมือนจะตอบ แต่กลับหยุดคิดอยู่พักหนึ่งก่อนตอบสั้น ๆ   บางจังหวะผมหันไปมองก็เห็นสมุทรกำลังมองผมอยู่ พอสบตากัน มันกลับหันหน้าหนีไปทางกระจกทันที   "สมุทรเป็นอะไรหรือเปล่า?" ผมถามตรง ๆ
   "เปล่าครับ"
   "แน่?"
   "แน่ดิ"
   "แล้วทำไมวันนี้เงียบ ๆ ?"
   "ก็เจ็บขา" สมุทรตอบง่าย ๆ   "แล้วสมุทรก็เซ็งด้วย เล่นบาสไม่ได้อีก"
   ผมฟังแล้วก็พยักหน้า   เออ...ก็คงอย่างนั้นแหละมั้ง   เด็กที่ชีวิตอยู่กับกีฬาตลอดเวลาอยู่ดี ๆ ต้องมานั่งพักก็คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา   ผมเลยไม่ได้ถามอะไรต่อจนกระทั่งรถมาถึงบ้าน   ผมลงไปช่วยพยุงมันตอนเดินเข้าบ้านย้ำเรื่องการประคบเย็นกับการพักให้มันฟังอีกรอบ ทั้งที่รู้ว่ามันคงจำได้หมดแล้ว   ก่อนที่สมุทรจะเปิดประตูบ้านมันหันกลับมามองผม   เหมือนมีอะไรบางอย่างจะพูด   แต่สุดท้ายกลับพูดเพียง   "ขอบใจนะเฮีย"
   "ไม่เป็นไร แค่นี้เอง" ผมตบไหล่สมุทรเบา ๆ   "พักผ่อนซะ"
   สมุทรพยักหน้าแล้วเดินเข้าไป   ส่วนผมก็กลับขึ้นรถขับตรงกลับคอนโดทันที พอถึงห้อง สิ่งที่ผมทำมีเพียงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง
   เช้าวันศุกร์
   ผมตื่นไปมหา'ลัยตามปกติ   เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวถูกรีดเรียบกางเกงสแล็กสีดำพอดีตัว รองเท้าหนังถูกใส่อย่างเรียบร้อย ผมจัดทรงแบบง่าย ๆ ก่อนคว้ากระเป๋าแล้วออกจากห้อง   ทันทีที่มาถึงคณะผมก็เจอกับพวกจิน
https://lh3.googleusercontent.com/d/1Ky5rNgRdJRqJ30zvazO1FNxwVBd8bA5-จิน – 19 ปี – 175 ซม.
   "มาแล้วหรอมึง" จินทักผมพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ตามแบบของมัน วันนี้มันก็อยู่ในชุดนักศึกษาตามปกติ เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กสีดำแต่ปล่อยชายเสื้อออกนิดหน่อยจนดูไม่ค่อยเรียบร้อยนัก   ข้างๆ กันคือเหนือกับใต้
https://lh3.googleusercontent.com/d/12Ic0kUZc2LiUoGetRixIww0rFVbWPa8lเหนือ – 19 ปี – 180 ซม.
https://lh3.googleusercontent.com/d/1S1Upt7yWdlJ-MlFRbJVv8OArJy9lybaZใต้ – 19 ปี – 180 ซม.
   เหนือยังคงแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนเดิมเสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวกับกางเกงสีเข้ม รูปร่างใหญ่และใบหน้าตี๋คมดูโดดเด่นท่ามกลางนักศึกษาคนอื่นส่วนใต้แต่งตัวคล้ายกัน แต่สีหน้ากับท่าทางกลับสดใสกว่าแฝดของตัวเองหลายเท่า
   "อืม" ผมตอบสั้นๆ ก่อนเดินเข้าไปหา
   แล้วเหนือก็ยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้ผม   "ของมึง"
   ผมมองแก้วในมือมัน   "มึงซื้อมาให้กูอีกแล้ว?"
   "เห็นมึงไม่ได้ซื้อ"
   "แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูอยากกิน?"
   เหนือมองหน้าผมนิ่งๆ   "กูกำลังจีบมึงอยู่ จำเป็นต้องรู้ไหม?"
   ผมเงียบไปสองวินาที   "...ก็ฟังดูมีเหตุผล"
   จินที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะทันที   "โอ๊ยยยย มึงสองคนเนี่ยนะ"
   ใต้เองก็หัวเราะ   "กูว่าพี่กูแม่งเริ่มเนียนขึ้นทุกวันแล้ว"
   "เนียนอะไร?" เหนือถาม
   "ก็จีบไง"
   "เนียนอะไร กูก็บอกอยู่ทุกวันว่าจีบจริง" คำตอบตรง ๆ ทำให้จินกับใต้พร้อมใจกันทำหน้าเหม็นความรัก
   ผมถอนหายใจแล้วรับแก้วเครื่องดื่มมา   "ขอบใจ"
   "อืม" เหนือยิ้มบางๆ
   ผมพยายามทำเป็นไม่สนใจแต่ความจริงแล้วผมเริ่มชินกับการมีมันคอยดูแลแบบนี้ไปแล้ว
   ช่วงพักเที่ยงโรงอาหารคณะแพทย์เต็มไปด้วยนักศึกษา   พวกผมสี่คนเดินวนหาโต๊ะอยู่พักหนึ่งก่อนที่เหนือจะชี้ไปยังโต๊ะด้านใน   "ตรงนั้น"
   "มึงไปจองก่อนเลย" ผมบอก
   เหนือพยักหน้าแล้วเดินไปทันทีผมกับจินและใต้แยกกันไปซื้ออาหารของตัวเอง   พอผมถือถาดกลับมาก็เห็นเหนือวางกระเป๋าของผมไว้บนเก้าอี้ข้างตัวมันแล้ว   "มึงเอากระเป๋ากูมาวางทำไม?"
   "กันคนอื่นนั่ง"
   "กูมาเองได้"
   "รู้"
   "แล้ว?"
   "ก็อยากจองให้"
   ผมส่ายหน้าไอ้นี่มันชักจะตรงเกินไปแล้ว ผมนั่งลง ก่อนจะเริ่มกินข้าว   แต่ยังไม่ทันกินไปถึงครึ่งจานเหนือก็ขมวดคิ้ว   "กินช้า ๆ"
   "ก็มีเวลาพักชั่วโมงเดียวเอง บ่ายนี้มีแล็ปนะ"
   "ก็รู้ แต่เคี้ยวให้หมดก่อน"
   "ใกล้เวลาเรียนแล้ว"
   "อีกตั้งนาน" เหนือยื่นแก้วน้ำมาให้   "ดื่มน้ำด้วย"
   ผมรับมาอย่างว่าง่ายจินที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองภาพตรงหน้าแล้วทำหน้าราวกับอยากจะร้องไห้   "กูถามจริงนะ"
   "อะไร?" ผมสงสัย
   "มึงสองคนเป็นแฟนกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"
   ผมเกือบสำลักก่อนจะตอบกลับ   "ยังไม่ได้เป็น!" เหนือก็พูดพร้อมกัน
   จินหันไปมองเหนือ   "มึงตอบเร็วมาก"
   "ก็มันยังไม่ให้เป็น"
   "แต่ดูแลเหมือนเป็นแล้ว?"
   ใต้พยักหน้าแรงๆ   "เห็นด้วย"
   ผมก้มหน้ากินต่อทำเป็นไม่ได้ยิน   แต่พอเหนือยื่นทิชชูมาให้เพราะผมมีเศษอาหารติดอยู่ตรงมุมปาก ผมก็ได้แต่รับมาเงียบ ๆ   "ขอบใจ"
   "อืม"
   จินกับใต้หันมองหน้ากันอีกครั้งผมรู้เลยว่าพวกมันกำลังจะเริ่มแซว
   "ถ้าพวกมึงพูดอะไร กูจะเอาถาดฟาดซะ"
   "ไม่พูดแล้วครับ" จินยกมือยอมแพ้ แต่รอยยิ้มมันบอกชัดเจนว่าไม่ได้สำนึกเลยสักนิด
   หลังพักเที่ยงพวกผมกำลังเดินออกจากโรงอาหารคณะเพื่อกลับไปเรียน แต่พอเดินมาถึงโรงอาหารกลาง ผมก็เห็นคนคุ้นหน้าอยู่สองคนนิวกับบูม
https://lh3.googleusercontent.com/d/1XFDVToJj9FvIlMG4ziblX61SK5Hz0UIWนิว – 19 ปี – 178 ซม.
https://lh3.googleusercontent.com/d/1oVoxlQSkfyMFLE2lZqWGXR2hcTwStSgRบูม – 19 ปี – 188 ซม.
   และสิ่งที่ทำให้ผมชะงักก็คือ...ไอ้นิวมันใส่ชุดนักศึกษา   "เดี๋ยวนะ" ผมหันไปมองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า
   นิวอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยกับกางเกงสแล็กสีดำหน้าตาที่ปกติมักเห็นในเสื้อผ้าแฟชั่นหรือชุดสำหรับงานแสดง วันนี้กลับดูเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาๆ จนเกือบจำไม่ได้   "มึงแต่งตัวเรียบร้อยขนาดนี้ทำไม?"
   นิวหัวเราะ   "กูมีถ่ายโปรโมตคณะ"
   "อ๋อ"
   มันก้มมองเสื้อตัวเอง   "วันนี้เขาให้ใส่ชุดนักศึกษา ไอ้ทัพก็มาถ่ายกับกูคณะนิติศาสตร์ถ่ายช่วงเดียวกันพอดี" ก่อนจะหันมามองพวกผม   "แล้วคณะแพทย์พวกมึงอะ งานโปรโมตก็คงไม่พ้นจตุรเทพหมอปะ?" นิวถามกลับ
   พวกผมสี่คนหันมองหน้ากัน   ไม่มีใครตอบ   "ไม่รู้" ผมตอบในที่สุด
   นิวทำหน้าสงสัย   "จริงดิ?"
   "จริง"
   บูมที่ยืนข้างๆ พูดขึ้น   "หรือของคณะแพทย์ถ่ายอีกช่วงหนึ่งวะ"
   "กูก็ไม่รู้"ผมตอบแล้วมองหาคนอีกคนที่ควรจะอยู่กับพวกมันอย่างที่บอก   "แล้วไอ้ทัพไปไหน?"
   "มันมีธุระ" นิวตอบ   "แยกไปก่อนแล้ว"
   "อ๋อ" ผมพยักหน้าแต่ไม่รู้ทำไม คำตอบนั้นถึงทำให้ผมติดใจอยู่เล็ก ๆ
   "งั้นพวกกูไปก่อนนะ ใกล้เวลาเรียนแล้ว" จินพูด
   "เออ ไว้เจอกัน" นิวโบกมือ
   ผมหันหลังเดินตามเพื่อนกลับคณะแต่เดินไปได้ไม่กี่สิบเมตร ก็ได้ยินเสียงอาจารย์เรียก   "คลื่น"
   ผมหันกลับไปเป็นอาจารย์แพทย์ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นอาจารย์ที่รูปร่างค่อนข้างเล็กและบอบบาง ใบหน้าดูอ่อนโยนกว่าบรรดาอาจารย์แพทย์ที่ผมเคยเจอมาอย่างเห็นได้ชัด   ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆ... เธอก็เหมือนกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่หลุดเข้ามาอยู่กลางดงสิงโตเถื่อนของคณะแพทย์   ผมชะลอฝีเท้า   "ครับอาจารย์?"
   "อาจารย์ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?"
   "ได้ครับ" ผมหันไปบอกพวกจิน   "พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป"
   เหนือมองผมแวบหนึ่งก่อนพยักหน้า   "โอเค"
   เมื่อเพื่อนเดินไปแล้วอาจารย์จึงพูดขึ้น   "อาจารย์มีเรื่องอยากรบกวนคลื่นหน่อย"
   "เรื่องอะไรครับ?"
   "อาจารย์อยากให้คลื่นช่วยถ่ายโปรโมตคณะแพทย์ให้หน่อย"
   อ๋างานนี้... กำลังจะถ่ายสินะ แต่ว่า...   "ผมหรอครับ?"
   "ใช่จ้ะ" เธอยิ้ม   "แล้วก็อยากให้เพื่อน ๆ ของคลื่นมาช่วยด้วย"
   ผมเลิกคิ้ว   "พวกจิน เหนือ ใต้หรอครับ?"
   "ใช่จ้ะ"
   "แล้วทำไมอาจารย์ไม่เรียกพวกผมคุยพร้อมกันเมื่อกี้ล่ะครับ?"
   อาจารย์หัวเราะเบาๆ   "เพราะอาจารย์คิดว่าคลื่นน่าเชื่อถือและน่าคุยที่สุดในกลุ่มแล้ว"
   ผมหลุดหัวเราะ   "อาจารย์รู้จักพวกมันดีขนาดนั้นเลยหรอครับ?"
   "ก็จินกับใต้ค่อนข้างติดเล่นน่ะสิ" เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง   "ส่วนเหนือก็เป็นคนพูดน้อยไปหน่อย"
   "ก็จริงครับ"
   "อาจารย์เลยคิดว่าถ้าฝากผ่านคลื่นน่าจะง่ายกว่า"
   ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง   "ได้ครับ เดี๋ยวผมไปคิดดูแล้วก็จะลองคุยกับพวกมันให้"
   "จริงนะ?"
   "ครับ"
   อาจารย์ยิ้มอย่างโล่งใจ   "ขอบใจมากนะคลื่น"
   "ไม่เป็นไรครับ"
   หลังจากนั้นอาจารย์ก็ขอตัวไปส่วนผมก็เดินต่อไปทางตึกเรียน   แต่ยังไม่ทันพ้นซอกตึก—   เพียะ!   เสียงตบดังขึ้นจนผมหยุดเท้าแทบจะทันที   ด้วยจิตวิญญาณคนไทย...   ผมหยุดฟังทันที
   เสียงผู้หญิงดังขึ้น   "เธอเป็นอะไรของเธอเนี่ย?"
   ผมชะงักเสียงผู้ชายตอบกลับเบากว่า   "ขอโทษ"
   เดี๋ยวนะ...เสียงนี้คุ้นมาก   ผมขยับเข้าใกล้กำแพงอีกนิด
   "เธอก็เอาแต่ขอโทษ!" เสียงผู้หญิงพูดด้วยความเหนื่อยใจ   "เค้าพูดกี่ครั้งแล้วว่าให้ดูแลเค้าบ้าง รูปคู่ก็ไม่ลงพาไปไหนก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากไปด้วย แล้วเธอคิดว่าเค้าจะรู้สึกยังไง?"
   "ขอโทษ"
   "เห็นไหม!" หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างหมดความอดทน   "เธอมีอะไรอย่างเดียวจริง ๆ ทัพ คำว่าขอโทษเนี่ย"
https://lh3.googleusercontent.com/d/1PJRK-8T0xf7AETYCwVpc8q4hDJV2fp7dทัพ - 19 ปี - 183 ซม.
   ผมเบิกตาอย่างที่คิด เสียงไอ้ทัพจริงด้วย   แสดงว่าผู้หญิงก็...แฟนมันหรอ?
   "เมื่อก่อนมันยังไม่หนักขนาดนี้เลย" เธอพูดต่อ   "แต่พอเธอเข้ามหา'ลัยตั้งแต่เข้าไปอยู่กับกลุ่มเหนือดาวอะไรนั่น เธอก็เปลี่ยนไป"
   ผมยืนนิ่ง   "เธอเริ่มห่างเหินขึ้นเรื่อย ๆ"
   ทัพไม่ได้ตอบ
   "หรือเพราะพวกเพื่อนใหม่ของเธอ?"   "หรือเพราะเธอมีใคร?"
   ผมขมวดคิ้ว
   ฝ่ายหญิงถอนหายใจ   "ช่างเถอะ...ทีหลังช่วยอย่าลืมด้วยล่ะว่าเราเป็นคู่หมั้นกัน"
   คู่หมั้นไอ้ทัพ?
   เสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามา   ฉิบหาย... ผมรีบหลบเข้าหลังเสาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเดินผ่านผมไปโดยไม่ทันเห็นจากนั้นไม่กี่วินาที ทัพก็เดินตามออกมา   ผมไม่กล้าขยับรอจนเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ค่อย ๆ ห่างออกไป จึงค่อยโผล่ออกมาจากที่ซ่อน   "อะไรของมันวะ..."   ผมพึมพำกับตัวเองผมอยากเดินตามทัพไปถามทันที แต่ข้อมูลในมือยังน้อยเกินไป   ถ้าถามตรงๆ แล้วทัพไม่อยากพูด ผมก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแชตของบูม   คลื่น: กูถามอะไรหน่อย   คลื่น: มึงรู้เรื่องทัพกับผู้หญิงชื่อหญิงไหม?   ส่งข้อความเสร็จผมก็มองนาฬิกา ใกล้เข้าเรียนแล้ว   คลื่น: เอาไว้ค่อยคุยกัน   ผมเก็บโทรศัพท์แล้วรีบเดินกลับห้องเรียน
   จนกระทั่งเลิกเรียน
   ผมลงมาจากรถหลังขับมาถึงคอนโดแล้วทันทีก้าวแรกสัมผัสพื้น โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น   ไอ้บูมตอบมาแล้ว   ผมเปิดอ่านข้อความทันที   บูม: กูรู้... แต่เห็นว่าไอ้ทัพชอบมึงนะ กูเลยบอก   ควยใคร ๆ ก็ดูออกหรอวะเนี่ย   ช่างมันก่อน...   บูม: หญิงเป็นลูกทนายที่สนิทกับครอบครัวทัพ   บูม : บ้านหญิงเคยช่วยครอบครัวทัพไว้เยอะ   บูม : พวกผู้ใหญ่สองบ้านเลยตกลงกันตั้งแต่เด็กว่าจะให้ลูกหมั้นกัน   ผมเลื่อนอ่านต่อ   บูม: ทัพมันไม่ชอบเรื่องนี้หรอก   บูม : แต่ก็ปฏิเสธยาก เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่คุยกันมาตั้งแต่เด็ก   บูม : อีกอย่างหญิงก็ชอบมันมากจริง ๆ เลยยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่   ผมนิ่งไป   ภาพเหตุการณ์เมื่อกลางวันย้อนกลับเข้ามาในหัวคำขอโทษของทัพ เสียงของหญิง เรื่องที่เธอบอกว่าทัพเปลี่ยนไปตั้งแต่เข้ามหา'ลัย ผมเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง หรือที่มันไม่ยอมพูดกับผมตรงๆ... มันไม่ได้มีแค่เรื่องกลัวว่าจะเสียผมไป แต่อาจมีเรื่องนี้อยู่ด้วย   ผมถอนหายใจเบาๆ   คงต้องหาเวลาไปคุยกับมันสักหน่อย   แต่ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์—
   "Fuck!" เสียงตะโกนดังมาจากอีกฝั่งของลานจอดรถ;อะไรวะ!;
   ผมหันไปมองทันที   มีผู้ชายฝรั่งคนหนึ่งยืนอยู่หน้ารถของตัวเองอายุคงไล่เลี่ยกับผม สูงก็ใกล้ ๆ ผม รูปร่างดี ใบหน้าคมแบบคนตะวันตก และแต่งตัวจัดเต็มเกินกว่าจะเป็นแค่การเดินกลับห้อง
https://lh3.googleusercontent.com/d/1_r7FFrUXU_hmrMgpRxP-SKkkB9rP95evนิค – 19 ปี – 177 ซม.
   เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกทับด้วยสเวตเตอร์สีกรมท่าเข้ารูปพอดีตัวกางเกงขายาวเข้าทรง และรองเท้าหนังดูแพง   ในมือยังถือช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ดูยังไงก็คนกำลังจะไปเดต แต่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหมดหวัง   ผมไม่ได้ตั้งใจจะฟังหรอก   แต่เสียงดังขนาดนั้น...มันเข้าหูเอง
   "Wait, what?" เขาพูดภาษาอังกฤษเร็วขึ้นเรื่อย ๆ;เดี๋ยว อะไรนะ?;   "Tonight? You're canceling dinner tonight?";คืนนี้? นี่เธอจะยกเลิกนัดดินเนอร์คืนนี้หรอ?;
   ผมมองช่อดอกไม้ในมือเขา   อืม...น่าจะโดนเทจริง
   "Are you serious?" อีกฝ่ายเงียบไป;เอาจริงดิ?;   สีหน้าของผู้ชายคนนั้นค่อยๆ เปลี่ยนจากตกใจเป็นเสียใจ
   "Okay..." เขาพยายามสูดลมหายใจ;โอเค...;   "I understand.";เข้าใจละ;
   ก่อนที่สายจะถูกตัดไป   ผู้ชายคนนั้นลดโทรศัพท์ลงช้าๆ ยืนมองหน้าจออยู่หลายวินาที   ผมมองภาพตรงหน้าแล้วก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมา   แต่งตัวมาขนาดนี้ถือดอกไม้ช่อใหญ่ขนาดนี้ แถมยังจองดินเนอร์ไว้อีก แล้วโดนยกเลิกกลางลานจอดรถแบบนี้...หนักอยู่นะ   แต่ในขณะเดียวกันผมก็อดคิดไม่ได้   หล่อดีว่ะ...   ผมรีบไล่ความคิดนั้นออกจากหัว   ในฐานะพลเมืองดีและทูตทางวัฒนธรรมที่ตัวผมเองแต่งตั้งตัวเองขึ้นมา...   ผมควรเข้าไปช่วยเขาหน่อย   ผมเดินเข้าไปใกล้   "Hey, are you okay?";ไง โอเคไหม?;   ผู้ชายคนนั้นหันมามองผมดวงตาสีอ่อนของเขาดูแดงนิด ๆ   "Honestly? No.";พูดตามตรงนะ? ไม่โอเคเลย;
   ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ   "Bad date?";เดตแย่หรอ?;
   เขาหัวเราะเบาๆ   "Not even a date anymore.";นับเป็นเดตไม่ได้ด้วยซ้ำ;
   ผมเหลือบมองช่อดอกไม้   "I guess I can see that.";ผมก็พอดูออกจากช่อดอกไม้นี่แหละ;
   เขามองดอกไม้ในมือแล้วถอนหายใจ   "I bought these for her.";ผมซื้อให้เธอน่ะ;
   "I figured.";ก็พอเดาได้;
   เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อย   "And I booked a really expensive Italian restaurant.";แล้วผมก็จองร้านอาหารอิตาลีไว้ด้วยนะ แพงมากด้วย;
   "Sounds like you really planned everything.";ฟังดูเหมือนนายจะเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วนะ;
   "I did.";ใช่เลย;
   ผมมองหน้าเขา   "So... what happened?";แล้ว... เกิดอะไรขึ้นล่ะ?;
   เขาเงียบไปครู่นึงพอคิดว่าผมน่าจะพอเชื่อถือได้ เขาก็เลยตอบ   "Today is our anniversary.";วันนี้เป็นวันครบรอบของเราน่ะ;
   "Oh.";โอ้;
   "I wanted to surprise her.";ผมอยากเซอร์ไพรส์เธอน่ะ;
   ผมพยักหน้า   "That explains the flowers.";เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีดอกไม้;
   เขาหัวเราะเบาๆ   "I thought we could start over.";ผมคิดว่าเราจะเริ่มต้นกันใหม่ได้;
   ประโยคที่ว่าจะเริ่มต้นกันใหม่ได้ทำผมสับสนนิดหน่อยแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในตอนแรก สุดท้ายจึงเลือกพูดตรง ๆ   "So... she just broke up with you?";งั้น... เธอก็บอกเลิกคุณเลยหรอ?;
   "Yeah.";ใช่;
   "I'm sorry.";ผมเสียใจด้วยนะ;
   เขามองหน้าผมก่อนยิ้มจาง ๆ   "Thanks.";ขอบคุณนะ;   "I don't even know what I'm supposed to do now.";ผมยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้ควรทำอะไรดี;
   ผมมองเขาอยู่ครู่นึงก่อนตอบอย่างจริงจัง   "Eat.";กินไง;
   เขากะพริบตา   "Eat?";กิน?;
   "Yeah.";ใช่;
   "You already booked the restaurant, right?";ก็นายจองร้านไว้แล้วไม่ใช่หรอ?;
   เขานิ่งไปสองวินาทีก่อนหัวเราะออกมาจริง ๆ เป็นครั้งแรก   "You're surprisingly practical.";นายนี่เป็นคนใช้เหตุผลกว่าที่คิดนะ;
   ผมยักไหล่   "Someone has to be.";ก็ต้องมีใครสักคนที่คิดเป็น;
   เขาหัวเราะอีกครั้งคราวนี้สีหน้าดูดีขึ้นนิดหน่อย   "By the way, what's your name?";ว่าแต่ นายชื่ออะไร?;
   "I'm Kluen.";ผมคลื่น;
   เขาทวนชื่อช้าๆ   "Kluen?";คลื่น?;
   "Yeah. That means wave in Thai.";ใช่ มันแปลว่าคลื่นในภาษาไทย;
   "That's a cool name.";ชื่อเท่ดีนะ;
   "Thanks. Yours?";ขอบคุณ แล้วนายล่ะ?;
   "Nick.";นิค;
   ผมพยักหน้า   "Nice to meet you, Nick.";ยินดีที่ได้รู้จักนะ นิค;
   เขายิ้ม   "Nice to meet you too, Kluen.";ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน คลื่น;
   เราคุยกันต่ออีกพักใหญ่   จากเรื่องแฟนของนิคกลายเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องมหา'ลัย และเรื่องที่เขามาอยู่ประเทศไทยได้ยังไง   นิคมาแลกเปลี่ยนที่มหา’ลัยผมที่คณะบริหาร และผมก็อยากที่เดาไว้ว่าเขาอยู่คอนโดเดียวกับผมเพียงแต่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน   จนในที่สุดนิคก็เหลือบมองช่อดอกไม้ในมือ   "Since she isn't coming..." เขาหยุดไปนิดหนึ่ง;ในเมื่อเธอไม่มาแล้ว...;   "Come with me.";ไปกับผมสิ;
   ผมแกล้งทำหน้าแปลกใจทั้งที่ความจริงในใจตอบไปแล้วว่าไป แต่ถ้าตอบง่ายเกินไปมันก็ดูไม่ดี   "Go with you as what?";ให้ผมไปกับนายในฐานะอะไร?;
   นิคหัวเราะ   "Just dinner.";ก็แค่ไปกินข้าวด้วยกัน;
   ผมทำหน้าคิดหนัก   จริงๆ แล้วมันก็แปลกอยู่ดี แต่ในหัวผมก็มีข้อสรุปที่ฟังดูเข้าท่าขึ้นมา ผมบอกนิคไปว่างั้นคิดซะว่านายจ้างผมด้วยดินเนอร์ให้ไปกินข้าวด้วยกันละกันพอดีผมทำงานพิเศษเป็นนักรับจ้างสารพัดน่ะ อีกฝ่ายแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็   "Okay.";ตกลง;
   ผมชี้ไปทางคอนโด   "But give me some time.";แต่ขอเวลาผมหน่อย;   "Ineed a quick shower and change. It’d be super weird to go to dinner in mystudent uniform.";ผมอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยมันน่าจะแปลกน่าดูถ้าไปดินเนอร์ทั้งชุดนักศึกษาแบบนี้;
   นิคพยักหน้า   "I'll wait here.";ผมจะรอตรงนี้;
   "Deal.";ตกลง;
   ไม่นานผมก็กลับมาในชุดใหม่
https://lh3.googleusercontent.com/d/1KFPKspLv9lPql348xiGqop8bp3fhxbUcคลื่น – 18 ปี – 177 ซม.
   นิคที่ยืนพิงรถอยู่หันมามองผมสายตาดูอึ้ง ๆ เล็กน้อย   "You look good.";คุณดูดีนะ;
   ผมเลิกคิ้ว   "Thanks.";ขอบคุณ;
   "You cleaned up fast.";คุณเปลี่ยนตัวเร็วดี;
   ผมหัวเราะ   "I'm hungry.";ผมหิวแล้วล่ะ;
   นิคหัวเราะทันที   "Then let's go." ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถให้ผมขึ้นไป ดูแลดีจริง ๆ;งั้นไปกัน;
   ร้านอาหารอิตาลีที่นิคจองไว้หรูสมกับที่เจ้าตัวบอกจริงๆ   แสงไฟสีอุ่นสะท้อนกับแก้วไวน์บนโต๊ะเพลงเบา ๆ คลออยู่ด้านหลัง และโต๊ะที่นิคจองไว้ก็อยู่ในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว   บนโต๊ะยังมีดอกไม้ที่ร้านเตรียมไว้ให้   ผมมองแล้วก็อดรู้สึกแปลกไม่ได้สถานที่แห่งนี้ควรเป็นของคนสองคนที่กำลังฉลองวันครบรอบ แต่ตอนนี้กลับมีผมมานั่งแทนผมยังแปลกใจไม่หายที่เจ้าตัวเอ่ยปากชวนผมก่อน   นิคเองก็คงคิดเหมือนกันแต่เจ้าตัวเลือกจะยิ้ม
https://lh3.googleusercontent.com/d/17lck4FOUm8h7hF0q9MepdHFhR3f_EmPDนิค - 19 ปี - 177 ซม.
https://lh3.googleusercontent.com/d/1AI-7Xk6vMw2fT-kOqYWdb9sUKnQuWQSNคลื่น - 18 ปี - 177 ซม.
   ช่วงแรกเราคุยกันเรื่องทั่วไปผมเรียนแพทย์ เขาเรียนบริหาร แถมผมยังรู้อีกว่านิครู้จักไอ้บูมด้วย เพราะว่าเคยทำงานกลุ่มด้วยกัน   แล้วเขาก็ถามว่าทำไมถึงพูดอังกฤษได้ดี
   ผมตอบแบบติดตลกว่า   "My brain is basically a hard drive.";สมองผมก็เหมือนฮาร์ดไดรฟ์นั่นแหละ;
   นิคหัวเราะ   "That sounds useful.";ฟังดูมีประโยชน์นะ;
   "It is.";มีประโยชน์มาก;
   ผมยิ้มแล้วก็เล่าเรื่องมหา'ลัยให้เขาฟังเล็กน้อย จนบทสนทนาค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากพูดนัก เรื่องแฟนเก่า   "I knew something was wrong for a while." นิคหมุนแก้วไวน์ในมือ;ผมรู้มาสักพักแล้วว่ามันมีอะไรผิดปกติ;   "I noticed she was seeing someone else.";ผมสังเกตว่าเธอมีคนอื่น;
   ผมนั่งฟังเงียบๆ
   "But I let it go.";แต่ผมเลือกที่จะปล่อยผ่าน;
   "Why?";ทำไมล่ะ?;
   นิคยิ้มเศร้าๆ   "I thought it wasn't serious.";ผมคิดว่ามันคงไม่ได้จริงจังอะไร;
   "Then?";แล้วหลังจากนั้นล่ะ?;
   "She started talking to him less." นิคยกแก้วขึ้น;เธอเริ่มคุยกับผู้ชายคนนั้นน้อยลง;   "So I thought maybe she realized what she was doing.";ผมเลยคิดว่าเธอคงคิดได้แล้ว;
   ผมพยักหน้า   "And today?";แล้ววันนี้?;
   นิคหัวเราะเบาๆ   "Today was supposed to be our new beginning.";วันนี้ควรจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของเรา;
   ผมพยักหน้า ที่แท้เริ่มต้นใหม่ที่ว่าก็คือแบบนี้ นิคคงอยากทิ้งอดีตไว้ข้างหลังแล้วเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดีใหม่
   นิคมองดอกไม้บนโต๊ะ   "But she broke up with me.";แต่เธอกลับบอกเลิกผม;
   "Because of him?";เพราะผู้ชายคนนั้น?;
   "Yeah." นิคเงียบไปครู่หนึ่ง;ใช่;   "She wants to be with him.";เธออยากไปคบกับเขา;
   ผมถอนหายใจเบาๆ   "Just because she chose someone else, it doesn't mean youaren't good enough.";บางทีการที่เธอเลือกคนอื่น ไม่ได้แปลว่านายไม่ดีพอหรอก;
   นิคเงยหน้ามองผม   "You're actually good at this. bro";นายนี่ปลอบคนเก่งกว่าที่คิดนะ;
   ผมหัวเราะดูเหมือนอีกฝ่ายเริ่มอยากจะสนิทกับผมแล้ว   "I'm just saying what I think.";ก็แค่พูดตามที่คิด;
   นิคมองผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้ม   "I'm glad I met you tonight.";ผมดีใจนะที่ได้เจอนายในคืนนี้;
   ผมยิ้มตอบ   "Me too.";ผมก็เหมือนกัน;
   หลังจากนั้นนิคเริ่มดื่มไวน์มากขึ้นจากแก้วแรกเป็นแก้วที่สอง จากแก้วที่สองก็กลายเป็นอีกหลายแก้ว   ผมเองดื่มน้อยกว่ามากเพราะดูทรงแล้ว คืนนี้คงต้องขับรถนิคกลับแทน   นิคเริ่มพูดช้าลงหัวเราะง่ายขึ้น และบางช่วงก็วกกลับไปเรื่องแฟนเก่า   "She used to tell me that I was the most important person toher.";เธอเคยบอกว่าผมเป็นคนสำคัญที่สุด;
   "About now?" ผมถาม;แล้วตอนนี้ล่ะ?;
   นิคยิ้มเศร้า   "Apparently not.";ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว;
   ผมมองแก้วไวน์ในมือเขา   "You don't have to think about that tonight.";คืนนี้ไม่ต้องคิดเรื่องนั้นแล้วก็ได้;
   นิคพยักหน้า   "Okay.";โอเค;
   แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ยกแก้วขึ้นอีก   ผมได้แต่ส่ายหน้า   จนกระทั่งดินเนอร์จบนิคก็เมาพอสมควร แต่ยังพอมีสติอยู่   ผมจึงเป็นคนขับรถพาเขากลับระหว่างทางนิคยังตอบคำถามผมได้ พอบอกถึงคอนโด เขายังสามารถบอกรหัสเข้าอาคาร ชั้น และวิธีเข้าห้องตัวเองได้   "Are you sure you can walk?" ผมถามขณะเดินไปยังลิฟต์คอนโด;แน่ใจนะว่าเดินไหว?;
   "I'm fine.";ผมไหว;
   "Sure?";แน่ใจนะ?;
   นิคหัวเราะ   "I'm drunk, not unconscious.";ผมเมา แต่ไม่ได้หมดสติสักหน่อย;
   ผมหัวเราะ   "Okay. Fair enough.";โอเค ก็ถูกของนาย;
   ผมพาเขาขึ้นห้องช่วยให้เขานั่งลงบนเตียง จัดหมอนให้ วางน้ำไว้ข้างตัว   "Drink some water.";ดื่มน้ำหน่อย;
   นิครับแก้วไป   "Thanks.";ขอบคุณ;
   ผมมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งแม้จะมีสัญญาณบางอย่างที่ดี แต่คืนนี้ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ผมก็อุตส่าห์คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจแต่ดูเหมือนนิคจะไม่ได้สนใจผมในเชิงนั้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้ละกัน   เอาเถอะอย่างน้อยก็ได้กินร้านหรูฟรี   ผมลุกขึ้นเตรียมกลับ   แต่ยังไม่ทันเดินถึงประตู—   มือของนิคก็คว้าข้อมือผมไว้   ผมหันกลับไป   "Nick?";นิค?;   แรงดึงทำให้ผมเสียหลักกลับเข้าไปใกล้เตียงผมหันไปมองเขาอย่างงุนงง แล้วก็ต้องชะงัก เพราะดวงตาของนิคไม่ได้ดูเมาเหมือนเมื่อครู่อีกแล้วสายตาคมชัดขึ้น น้ำเสียงนิ่งขึ้น   ผมขมวดคิ้ว   "Bro...you're not that drunk, right?";นาย... ไม่ได้เมาขนาดนั้นใช่ไหม?;
   นิคยิ้มมุมปาก   "I was drunk." เขาหยุดไปเล็กน้อย;ผมเมาจริง;   "Just not as drunk as you thought.";แค่ไม่ได้เมาขนาดที่คุณคิด;
   ผมจ้องหน้าเขา   "Areyou pulling my leg?""อ่ำกัน?"
   "You could say that.";จะพูดแบบนั้นก็ได้;
   "Why?";ทำไม?;
   นิคถอนหายใจ   "Because I could tell you were interested in me.";เพราะผมดูออกว่านายสนใจผม;
   ผมเงียบ   โอ้...ไม่เนียนแฮะเรา
   "Don't look so surprised.";ไม่ต้องทำหน้าแปลกใจขนาดนั้น;   "I am good at reading people, as you know. I even figured outthat my girlfriend was cheating on me, just love blinded me a little bit,hahaha.";ผมมองคนเก่ง ก็อย่างที่รู้ผมยังมองออกเลยว่าแฟนนอกใจผม แค่ความรักบังตานิดหน่อย 555;
   ผมหัวเราะเบาๆ   "Andyou were flirting with me?";แล้วนายก็แอบอ่อยผม?;
   นิคยิ้ม   "Maybe.";อาจจะ;
   "Why?";ทำไม?;
   เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบตรง ๆ   "Because part of me wanted to do something stupidtonight.";เพราะส่วนหนึ่งของผมอยากทำอะไรโง่ ๆสักอย่างในคืนนี้;
   ผมมองเขา   "Justto spite your ex?";ประชดแฟนเก่า?;
   "Something like that." แต่แล้วนิคก็พูดต่อ;ประมาณนั้น;   "But you didn't take advantage of me.";แต่นายก็ไม่ได้ฉวยโอกาสจากผม;
   ผมตอบทันที   "I'm not that kind of person." จะบ้าหรอที่หาเศษหาเกินกับคนเมา;ผมไม่ใช่คนแบบนั้น;
   นิคยิ้ม   "I know that now.";ตอนนี้ผมรู้แล้ว;
   ห้องเงียบลง   นิคมองผมตรงๆ   "I don't think I'm looking for love tonight.";คืนนี้ผมไม่ได้กำลังมองหาความรัก;
   ผมพยักหน้า   "I know.";ผมรู้;
   "But I like being around you.";แต่ผมรู้สึกดีเวลาอยู่กับนาย;
   ผมยังคงมองเขา
   "And I want to be honest." นิคขยับเข้าใกล้เพียงเล็กน้อย;และผมอยากพูดตรง ๆ;   "I want you.";ผมต้องการคุณ;
   คำพูดนั้นตรงจนผมเงียบไป   แต่เขารีบพูดต่อ   "Not because of her.";ไม่ใช่เพราะแฟนเก่าของผม;   "Not to make her jealous.";ไม่ใช่เพื่อประชดเธอ;   "I just... feel good with you.";ผมแค่...รู้สึกดีกับนาย;
   ผมมองหน้าเขาไม่มีท่าทีล้อเล่น ไม่มีความลังเล และที่สำคัญ เขาไม่ได้บังคับผม   เขาเพียงแค่ถามตรงๆ   "So... do you want to stay?";งั้น... นายอยากอยู่ต่อไหม?;
   ผมมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งคืนนี้เริ่มต้นจากผู้ชายคนหนึ่งที่โดนแฟนเทกลางลานจอดรถ จากนั้นกลายเป็นดินเนอร์ที่ควรเป็นของคนสองคนแล้วตอนนี้ผมกลับมายืนอยู่ในห้องของเขา   ชีวิตผมนี่มัน...ไม่เคยธรรมดาจริง ๆ   แต่ถ้าถามว่าผมอยากกลับไหม?   คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว   "Okay.";ตกลง;
   รอยยิ้มของนิคค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขายังคงจับข้อมือผมไว้เบา ๆ แต่แรงดึงนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงสัมผัสอุ่นๆ   ผมมองตาเขาครู่นึงแล้วพูดขึ้นมาเอง   "งั้น... เราคงสนิทกันพอที่จะไม่ต้องพูดแบบคนเพิ่งรู้จักกันแล้วล่ะ"
(พูดภาษาอังกฤษ)
   นิคเลิกคิ้วเล็กน้อย   "หมายความว่า?"
   "ก็ตามนั้น" ผมยักไหล่   "พูดง่าย ๆ ดีกว่า"
   เขายิ้มกว้างขึ้นทันที   "โอเค..."
   ผมหัวเราะเบาๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้จนเข่าชนขอบเตียง   "คืนนี้... มึงอยากได้อะไรจากตัวกู?" ผมถามตรง ๆ
   นิคมองผมนิ่งๆ ดวงตาสีอ่อนยังแดงเล็กน้อยจากไวน์ แต่สติกลับชัดเจน   "อยากได้มึง"
   "แค่คืนนี้?"
   "ตอนนี้กูคิดได้แค่นี้" เขาตอบอย่างซื่อ   "แต่กูรู้สึกดีกับมึงจริง ๆ นะ ไม่ใช่เพราะโดนเท"
   ผมโน้มตัวลงจูบเขาเบา ๆ ที่มุมปากก่อน นิคตอบสนองทันที มือยกขึ้นรั้งคอผมให้ก้มลงต่ำกว่าเดิม ริมฝีปากประกบกันแน่นขึ้นลิ้นของเขารุกเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน แต่หนักแน่น   เสียง จ๊วบ! จ๊าบ! ดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงลิ้นที่กำลังพันกันพัลวัน   กลิ่นไวน์อ่อนๆ ปนกับน้ำหอมราคาแพงลอยเข้าจมูก ผมคลานขึ้นไปบนเตียง เขานอนหงาย มือลูบหลังผมผ่านเสื้อ   จูบค่อยๆ ลึกขึ้น ลมหายใจเริ่มร้อน มือนิคเลื่อนลงไปที่เอวผม นิ้วสอดเข้าใต้เสื้อลูบผิวหนัง   "มึง... แฮ่ก ๆ... ตัวร้อนดีนะ" เขากระซิบตอนแยกปากชั่วคราว
   "มึงก็เหมือนกัน" ผมตอบแล้วถอดเสื้อตัวเองโยนทิ้งข้างเตียง
   นิคมองอกผมครู่หนึ่งแล้วยิ้ม   "หุ่นดีกว่าที่คิดอีก นี่สินะที่เขาบอกอย่าตัดสินหนังสือจากปก"
   ผมยิ้ม   "มึงสนใจตรงไหนของกูที่สุด?" ผมถามพลางคลายกระดุมเสื้อเขา
   "สายตา" เขาตอบโดยไม่คิดนาน   "มึงมองคนแบบที่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่... แล้วก็ปาก" นิ้วโป้งลูบริมฝีปากผมเบา ๆ   "ปากมึงตอนพูดปลอบกูเมื่อกี้... มันน่ารักชะมัด"
   ผมหัวเราะต่ำๆ   "ตอนนี้... แค่ตอนนี้นะ กูสนใจใบหน้ามึง" มือแตะไปที่อีกฝ่ายเบา ๆ   "ไม่เคยเย็ดกับคนต่างชาติมาก่อน แล้วก็..." ผมใช้อีกมือเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ควยของนิค   "ตรงนี้"
   นิคหัวเราะ   "งั้นเดี๋ยวมึงได้ลอง"
   เขานั่งขึ้นถอดเสื้อและกางเกงจนหมด ควยยาว 9 นิ้ว หนาประมาณ 56 ดีดตัวขึ้นมาแข็งเต็มที่ เส้นเลือดปูดชัดหัวแดงเข้มเงางาม   ผมกลืนน้ำลาย"ใหญ่นะ..."
   "กลัว?"
   "เปล่า" ผมยิ้ม แล้วก้มลงเลียหัวควยเบาๆ
   แผล่บ!
   "ซี๊ด..." นิคครางแผ่วในลำคอมือวางบนหัวผม   "อืม... ใช่... แบบนั้น"
   แผล่บ! อ๊อก! จ๊วบ! จ๊าบ! จ๊วบ! จ๊าบ! จ๊วบ! จ๊าบ! จ๊วบ! จ๊าบ! จ๊วบ!จ๊าบ!   ผมเลียวนรอบหัวช้าๆ ก่อนอ้าปากอมเข้าไปทีละนิด น้ำลายไหลเยิ้ม    ผมดูดขึ้นลงช้าๆ ก่อนเร่งความเร็ว ลิ้นกดไปตามเส้นเลือดด้านล่าง   "ปากมึง... อุ่นดีชิบหาย แฮ่ก ๆ..." นิคหอบ   "ดูดแรงกว่านี้ได้"   ผมทำตามกลืนลึกจนหัวควยชนโคนลิ้น มือนวดไข่เบา ๆ จนเขาเริ่มยกสะโพกเล็กน้อย   อ๊อก! อ๊อก! อ๊อก! อ๊อก! อ๊อก! อ๊อก!   ไม่นานนิคก็ดึงผมขึ้นมา   "พอ... เดี๋ยวเสร็จก่อน" เขาผลักผมให้นอนหงายถอดกางเกงที่เหลือของผมทิ้ง แล้วก้มลงระหว่างขา มือแหวกก้นผมออก ลิ้นอุ่น ๆ แตะที่รูทันที
   แผล่บ!   "อ๊ะ...!" ผมสะดุ้ง   นิคเลียวนรอบปากรูช้าๆ ก่อนดันลิ้นเข้าไปเล็กน้อย   "ซี๊ดดด!..." เสียงครางผมดังชัด   "มึง... เลียรูเก่งนะ" ผมบอก
   แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ! แผล่บ!   "กูชอบ" เขาตอบสั้น ๆ แล้วเลียลึกขึ้นใช้นิ้วช่วยขยายทีละนิ้วจนผมเริ่มดันสะโพกสวน
    เมื่อพร้อมนิคสวมถุงยาง จัดท่าให้ผมยกขา แล้วค่อย ๆ ดันควยเข้าไป   "อืก!... ใหญ่..." ผมครางยาวความหนา 56 ยืดรูจนเต็ม   นิคหยุดเมื่อเข้าสุดมือลูบต้นขาผม   "ไหวไหม?"
   "ไหว... ขยับสิ"
   เขาเริ่มกระแทกช้าๆ ก่อน เสียง ตับ!... ตับ!... ดังเบาๆ ทุกครั้งที่ถอนเกือบสุดแล้วดันกลับ ผมจะครางออกมา   "อือ!" ผมสะดุ้ง
   ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!   "อ..อือ! แฮ่ก ๆ... มึงสนใจอะไรในตัวกูอีก?" ผมถามเสียงหอบระหว่างถูกกระแทก
   นิคมองหน้าผมยิ้มเล็กน้อย   "ความจำมึง... กับท่าทางที่มึงดูแลคนอื่นโดยไม่รู้ตัว" เขาเร่งความเร็วขึ้น ตับ!ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!   "แล้วก็ตอนมึงคราง... เสียวดี"
   "อ๊า!... ไอ้นิค..." ผมครางเมื่อเขาเปลี่ยนมุมกระแทกโดนจุด
   เขายกขาผมพาดบ่ากระแทกลึกและแรงขึ้น ตับ!!ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!   "กูชอบสายตามึงตอนมองกู" ผมพูดเสียงสั่น   "เหมือนรู้ว่ากูอยากได้อะไร"
   นิคหัวเราะหอบ   "งั้นกูจะให้มึงได้อะไรที่อยากได้" เขาเปลี่ยนท่าให้ผมคว่ำ แอ่นก้น แล้วกระแทกจากด้านหลังแรงขึ้นมือข้างหนึ่งตบก้นเบา ๆ อีกข้างจับควยผมชักเร็ว
   ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!
   "เสียว... ฉิบหาย..." ผมครางพลางหน้าถูไปกับหมอน
   ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!
   "จะเสร็จ..." นิคเตือน
   "เสร็จพร้อมกัน..." ผมบอก   ไม่กี่จังหวะสุดท้ายเขากระแทกแรงและเร็ว
   ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!   ตับ!!!   "แตกแล้ว! " ผมพุ่งเสร็จในมือเขา รูบีบรัดแน่น
   "กูด้วย!..." นิคตัวเกร็งตามฝังลึก แล้วปล่อยภายในถุง หายใจหอบหนักลงบนหลังผม
   เราทั้งคู่ทรุดลงบนเตียงเหงื่อชุ่ม ลมหายใจยังรัว นิคค่อย ๆ ถอนตัวออก แล้วดึงผมเข้ามากอดจากด้านหลัง จูบเบาๆ ที่บ่า   "คืนนี้... ดีกว่าที่กูคิดไว้เยอะ" เขากระซิบ
   ผมยิ้มอย่างหมดแรง   "กูก็เหมือนกัน"
   เราเงียบอยู่สักพักเหงื่อยังไม่แห้งดี ลมหายใจค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ นิคมือลูบท้องผมวน ๆ อย่างไม่รีบร้อน   จู่ๆ เขาก็พูดขึ้น   "มึง... อยากลองอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้ไหม?"
   ผมหันไปมองเขา   "แบบไหน?"
   นิคยิ้มมุมปากดวงตาสีอ่อนเป็นประกายในแสงไฟห้องมืด ๆ   "ระเบียง"
   ผมเลิกคิ้ว   "ระเบียง? ข้างนอกมีคนเดินนะ"
   "รู้" เขาตอบสั้น ๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง   "แต่ไฟในห้องปิด ระเบียงมืด... ใครจะจะมองขึ้นมาชั้นนี้จริงจัง"
   ผมมองไปทางประตูกระจกที่เปิดออกสู่ระเบียงเล็กๆ วิวถนนด้านล่างยังสว่างด้วยไฟรถและป้ายโฆษณา คนเดินผ่านไปมาเป็นจุดเล็ก ๆ   ความเสียวที่เพิ่งจางไปเริ่มกลับมาอีกครั้ง   "...ลองดู" ผมตอบ
   นิคยิ้มกว้างลุกขึ้นยืน ดึงผมให้ลุกตาม เรายังเปลือยอยู่ทั้งคู่ เขาเดินไปเปิดประตูกระจก ลมเย็นยามค่ำพัดเข้ามาในห้องทันทีผมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็เดินตามออกไป   ระเบียงไม่กว้างนักมีราวเหล็กสีดำกั้นขอบ ยืนแล้วมองลงไปเห็นถนนชัดเจน รถวิ่งผ่านเป็นระยะ คนเดินเท้าบางกลุ่มยืนคุยกันใต้เสาไฟ   นิคยืนหลังผมร่างเปลือยแนบชิด ควยที่เริ่มแข็งขึ้นอีกครั้งเสียดสีกับก้นผม   "มองลงไปสิ" เขากระซิบข้างหู มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปจับควยผมที่กำลังชันขึ้นเรื่อยๆ   "คนพวกนั้น... ถ้าเงยหน้าขึ้นมาตอนนี้ จะเห็นมึงยืนเปลือยกับกู"
   ผมกลืนน้ำลายความตื่นเต้นวิ่งตามกระดูกสันหลัง   "บ้าเอ๊ย..."
   "กลัว?" นิคหัวเราะเบา ๆ นิ้วโป้งลูบหัวควยผมวนๆ
   "เสียวมากกว่า" ผมตอบตรงๆ
   นิคจูบหลังคอผมแล้วค่อย ๆ ดันให้ผมก้มตัวลงจับราวระเบียง แอ่นสะโพกออก ลมเย็นปะทะผิวหนังทุกส่วนที่เปียกเหงื่อทำให้ขนลุก แต่ความร้อนภายในกลับพุ่งสูง   เขาหยิบถุงยางใหม่ที่เตรียมมาจากในห้องสวมอย่างรวดเร็ว แล้วเอาหัวควยที่แข็งตึงแตะที่รูผมซึ่งยังหลวมและเปียกจากเมื่อกี้   "หายใจเข้าลึก ๆ" เขากระซิบแล้วค่อย ๆ ดันเข้าไปอีกครั้ง
   "อื้ม!..." ผมครางแผ่ว เพราะยังระบมอยู่ควยยาว 9 นิ้วกลับเข้ามาเต็มรูอีกครั้ง รู้สึกถึงทุกส่วนที่ถูกยืด
   นิคหยุดเมื่อเข้าสุดมือรัดเอวผมแน่น   "คนด้านล่างกำลังเดินผ่านนะ... มึงครางดังกว่านี้ไม่ได้"
   ผมกัดริมฝีปากแน่นพยักหน้า   เขาเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ ก่อน เสียงเนื้อกระทบกันเบามาก เพราะทั้งคู่พยายามกลั้น เสียง ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! จาง ๆ ปนกับเสียงลมและเสียงรถด้านล่าง   ทุกครั้งที่เขาดันลึกผมจะมองลงไปเห็นคนเดินผ่าน คู่รักที่ยืนกอดกันใต้ป้ายรถเมล์ กลุ่มนักศึกษาที่หัวเราะดังความรู้สึกว่าอาจถูกมองเห็นได้ทุกเมื่อทำให้รูผมบีบรัดเขาโดยไม่ตั้งใจ   "อืม... ตอดดีจริง ๆ" นิคหอบเบาๆ ข้างหู   "มึงเสียวเพราะกลัวถูกเห็นใช่ไหม?"
   ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!   "ใช่... แฮ่ก ๆ..." ผมตอบเสียงสั่น   "ควยแข็งไปหมด..."
   นิคเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อยมือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับควยผมชักขึ้นลงตามจังหวะ นิ้วโป้งวนหัวทุกครั้งที่ชักถึงปลาย   "ดูสิ... อืม!... มีคนยืนอยู่ตรงข้ามถนน" เขาพูดพลางกระแทกลึก   "ถ้าเขาเงยหน้า... ซี๊ด!... จะเห็นมึงโดนเย็ดบนระเบียง"
   ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!   ผมครางในลำคอความเสียวพุ่งสูงจนขาอ่อน ต้องกำราวเหล็กแน่น   นิคเปลี่ยนจังหวะถอนเกือบสุดแล้วกระแทกเข้าไปเต็มแรงเป็นพัก ๆ ทำให้ผมตัวกระตุกทุกครั้ง   ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!   "นิค... เสียว... ฉิบหาย..."ผมพูดเสียงขาด
   "กูชอบตอนมึงพูดแบบนี้" เขาจูบบ่าผมหนวดครูดเบา ๆ   "พูดอีกสิ"
   "เย็ดกู... ขอร้อง อือ! เย็ดแรงกว่านี้..." ผมขอ
   นิคหัวเราะต่ำๆ แล้วทำตาม กระแทกเร็วและลึกขึ้น มือชักควยผมเร็วตาม ลมเย็นพัดผ่านตัวเปลือยทำให้ทุกสัมผัสคมชัดกว่าในห้อง   ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!   ด้านล่างมีกลุ่มคนเดินผ่านไปอีกชุดเสียงหัวเราะลอยขึ้นมาเบา ๆ ผมหลับตาแน่น ความตื่นเต้นปนความเสียวทำให้หัวควยกระตุกในมือนิค   "จะเสร็จ..." ผมเตือนเสียงสั่น
   "เสร็จดิ... กูด้วย" นิคเร่งสุดแรงกระแทกสั้นและเร็ว   ตับ!!!ตับ!!! ตับ!!! ตับ!!! ตับ!!! ตับ!!! ตับ!!!
   ไม่กี่วินาทีต่อมา   "กูแตกแล้ว!" ผมน้ำแตกพุ่งไปยังราวเหล็ก พื้นระเบียง และเลยไกลออกระเบียงไป รูผมบีบรัดควยเขาแรงเป็นระลอกจน...
   "กูก็... อืม!" นิคตัวเกร็งตามฝังลึก แล้วปล่อยภายในถุง หายใจหอบร้อนลงบนหลังคอผม
   เราทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในท่านั้นอีกนานลมเย็นพัดผ่านผิวหนังที่เปียกเหงื่อ ควยเขายังคงคาอยู่ข้างใน   นิคค่อยๆ ถอนตัวออก แล้วหันผมเข้าหา กอดไว้แน่น จูบผมยาวและช้า โดยไม่สนว่าด้านล่างจะมีใครเงยหน้าขึ้นมาหรือไม่   "ระเบียงกู... วิวดีไหมล่ะ?" เขากระซิบพร้อมยิ้ม
   ผมหัวเราะแผ่วยังหายใจไม่ทั่ว   "คราวหน้า... ลองตอนกลางวันไหม?"
   นิคเลิกคิ้วแล้วหัวเราะเสียงดังขึ้นเล็กน้อย   "มึงนี่... ร้ายกว่าที่กูคิดอีก"
   "ล้อเล่นหน่า"
   เขากอดผมไว้แน่นขึ้นอีกนิดลมเย็นยังพัดผ่าน แต่ความร้อนจากร่างอีกฝ่ายทำให้ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด
   END
   TO BE CONTINUED

Plaster12 โพสต์ 2026-9-8 11:32:21

ขอบคุณค้าบ

๋Joker_ โพสต์ 2026-9-8 12:00:03

{:5_120:}

baby9197 โพสต์ 2026-9-8 12:05:22

ขอบคุณค้าบ{:5_117:}

Mama885 โพสต์ 2026-9-8 13:51:26

เสียวจัด

nutchai41 โพสต์ 2026-9-8 14:21:23

ขอบคุณครับ

ShadowEn โพสต์ 2026-9-8 14:48:53

ขอบคุณค้าบ

RoadTi51 โพสต์ 2026-9-8 15:33:19

{:5_129:}

komgq โพสต์ 2026-9-8 16:20:09

{:5_120:}

Boyz2515 โพสต์ 2026-9-8 17:50:02

ขอบคุณครับ

Topic85 โพสต์ 2026-9-8 20:47:20

{:5_120:}

st20167 โพสต์ 2026-9-8 21:24:57

เสียวมากกก

Label95 โพสต์ 2026-9-8 22:52:10

{:5_133:}

montree254 โพสต์ 2026-9-8 23:01:40

ขอบคุณครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-9-8 23:24:33

สนุกมากครับ

Pppat โพสต์ 2026-9-8 23:54:57

ขอบคุณมากครับ

hand โพสต์ 2026-9-9 00:29:14

เสววว

APo โพสต์ 2026-9-9 00:57:03

ขอบคุณค้าบ

Donki โพสต์ 2026-9-10 23:53:39

ทรงดีจัดนิค{:5_133:}

Yaiyra โพสต์ 2026-9-11 00:20:44

สุดจัด
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: นักรับจ้างสารพัด "คลื่น" - ตอนที่ 7 ปลอบใจ นิค หนุ่มต่างชาติอกหัก