กอทอฒอ โพสต์ 2026-8-18 17:40:33

อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 4 ( 19 08 69 )

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กอทอฒอ เมื่อ 2026-8-24 12:06

{:7_361:}กระเทยเฒ่าเล่าเรื่องเสียว{:7_361:}{:7_363:}คิดถึง...ขออนุญาตกลับมางานเขียนอีกรอบนะค่ะ{:7_363:}

{:7_362:}อสังหาป่าเดียวกัน{:7_362:}https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202608/18/172801gioib5tijd6did0t.png
{:7_361:}ตอนที่ 4 เขียวเซ็นเตอร์{:7_361:}

ต่อจากตอนที่แล้ว
ขบวนมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งกว่าสิบสองคันแผดเสียงแว้น
ดังกระหึ่ม ขับนำหน้า CR-V สีขาวมุก ราวเป็นกองเกียรติยศเศษเหล็ก
นำขบวนยานพาหนะ ซุปตาร์ระดับนายพล

ปรีชาประคองพวงมาลัยสเปกหรูทิ้งระยะห่างอย่างใจเย็น
ปล่อยให้กลุ่มเด็กหนุ่มบิดคันเร่งนำไปเบื้องหน้าก่อน
เพราะหากเขาขับแซงขึ้นไป คลื่นฝุ่นละอองหิมะแดง
ของดินลูกรัง ถนนดินแดงชนบท คงจะฟุ้งคลุ้งกระจายปะทะเข้าใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมเข้มของพวกหนุ่มแว้นรากหญ้า
และหนุ่มเทคนิคที่ถูกเติมเข้ามาอีก 7 คน

เสียงคุยกันดังโหวกเหวกโวยวายตามประสา ทกคนต่าง
ตะโกนพูดเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิมให้มาก เพราะต้องสู้กับเสียง
เครื่องยนต์แว้นนับสิบ
หยาดฝุ่นชนบทเริ่มจับตัวเป็นเกราะบางๆ สีแดงอิฐ
มันค่อยๆเคลือบตัวรถราคาแพงเบื้องนอก
ทว่ามวลอากาศภายในห้องโดยสารกลับเย็นฉ่ำ
ด้วยลมจากแอร์คอนดิชันเนอร์... พริ้วเบา
หากแต่แอร์ มันไม่อาจดับความเร่าร้อนกระสันต์อยากที่กำลังสุม
ลุกโชนแบบเงียบๆในอกของทั้งสามหนุ่มได้เลย

หนุ่มใหญ่เมืองหลวงชำเลืองมองกระจกหลังเป็นระยะ
สภาพของสองเด็กหนุ่มที่นั่งอ้าขาอยู่บนเบาะ...
เนื้อผ้ากางเกงที่เปียกชื้นแนบติดเป้ากางเกง
จนเห็นรอยปูดปม นูนเป็นหัวยัก และโคนท่อนลำเด่นชัด
ขยี้ความรู้สึกวาบหวามให้แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย
ของปรีชาอย่างยากที่จะสะกดข่ม
ไม่นานก็ถึงที่หมาย รถ CR-V เลี้ยวแทรกตัวเข้าจอดใต้ร่มเงาของต้นมะขามยักษ์
เป็นต้นใหญ่ที่สุดในตำบล

เสียงเบรกสะดุดนิ่ง รถจอดสงบที่ลานจอดรถธรรมชาติ
เป็นลานเนื้อดินอัดแน่น ซึ่งตอนนี้คราคร่ำ เต็มไปด้วยฝูงเศษเหล็กวิ่งได้
มอเตอร์ไซค์จอดระเกะระกะ

ปรีชาดับเครื่องยนต์ ค่อยๆก้าวลงจากรถ
นัยน์ตาคู่คมทอดมองกลุ่มเด็กหนุ่มที่บ้างก็ยังนั่งคาเบาะ
บ้างยืนจับกลุ่มคุยกันงุบงิบ...บ้างส่องกระจกดูใบหน้าเผ้าผมตัวเอง
ต่างคนต่างแสดงท่าทางหลายอริยาบท

ก่อนที่หนุ่มใหญ่ชายผู้ผ่านโลกบริหารมนุษย์และเงินทุน
จะส่งเสียงทุ่มต่ำขอร้อง .... แต่ทรงอำนาจ
น้ำเสียงและท่าทางมันถูกแฝงด้วยความเอ็นดูที่บริสุทธิ์ใจเปล่งออกไปอย่างกังวาน
"หนุ่มๆ... เฮียขออะไรสักอย่างได้มั้ยครับ”
“อยากให้จอดรถเป็นระเบียบกันหน่อย”
“เรียงแถวกันไปตามแนวรั้วนี่ได้ไหมครับ?”
“ลูกค้าคนอื่นมาซื้อของจะได้จอดรถสะดวกขึ้น"
กิริยานอบน้อมแต่เปี่ยมด้วยรังสีผู้นำ ทำเอาเหล่าเด็กหนุ่มทุกคน
ชะงักกึกอย่างไร้การนัดหมาย

แต่พลังความภักดี เคารพ สยบยอม กลับสั่งการให้พวกเขา
ส่งเสียงตอบรับออกมาพร้อมกันดังก้องทั่วลานดิน!
"ครับเฮีย!"
น้ำเสียงหนักแน่น กังวาน และพร้อมเพรียงนั้น
ส่งคลื่นแผ่ขยายเป็นระลอกกระแทกขึ้นไปถึงบนอาคารกว้างชั้นเดียว
เป็นอาคารโถงกว้างชั้นเดียว เทปูนยกพื้นขึ้นสูงห้าขั้นบันได!

ป้าเขียวในชุดผ้ากันเปื้อนและลูกค้าภายในร้านถึงกับสะดุ้ง
ตกตะลึงจนต้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน...

ปรีชาเองก็สะดุ้งน้อยๆ นัยน์ตาคมทอดมองภาพตรงหน้า
ด้วยความอัศจรรย์ใจ สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ยามเห็นเหล่าเด็กหนุ่มสายลุยพากันกุลีกุจอเข็นมอเตอร์ไซค์
จัดระเบียบตั้งขาตั้งคู่เรียงเป็นแนวขนานตามขอบรั้ว
ประหนึ่งเอาไม้บรรทัดมาทาบ!
"ขอบคุณมากเด็กๆ..." ปรีชาระบายรอยยิ้มอบอุ่น
หนุ่มใหญ่ทอดสายตามองไปรอบวง
ก่อนจะเอ่ยด้วยศิลปะการสื่อสารที่แยบยล

"เฮียยังไม่ได้กินข้าวเลย ขับรถมาทั้งวัน…”
“กินข้าวเป็นเพื่อนเฮียหน่อยได้ไหม?"
คำขอร้องที่ไร้ซึ่งการวางตนเสมือนเป็น 'ผู้แจกทาน'
ทว่าเป็นการขอที่ลดช่องว่างและให้เกียรติ ยิ่งทำให้หัวใจ
ของเด็กหนุ่มรากหญ้าทุกคนพองโต

พวกเขาสัมผัสได้ถึง 'ตัวตน' และความบริสุทธิ์ใจ
ที่ก่อตัวเป็นความศรัทธาลึกซึ้งมาตั้งแต่มุมมองที่ริมอ่างเก็บน้ำกันแล้ว
"สั่งกินอะไรก็ได้หรือครับเฮีย?"

เด็กหนุ่มคนหนึ่งหลุดถาม นัยน์ตาสุกใสส่องประกาย
พลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความหิวโหย
ยามนึกถึงเมนูโปรดที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลิ้มลอง
ซึ่งปรีชาอ่านสายตานั้นออกทุกลายละเอียด
"เฮียอยากอุดหนุนป้าเขียว... พวกเราต้องช่วยเฮียนะ" ปรีชาเน้นเสียงนุ่มจริงใจ
"สั่งได้เลยเต็มที่... เอาให้อิ่มแบบไม่อั้นเลยนะ!"
"ว้าวววว!" "สวดดดดยอด"
กระแสความดีใจล้นพ้นอบอวลผ่านสีหน้าและแววตา
ที่ปราศจากการเสแสร้ง
คลื่นมนุษย์วัยคึกคะนองเกือบยี่สิบชีวิต
พากันสับเท้าก้าวขึ้นบันไดปูนห้าขั้น ทยอยจับจองโต๊ะกินข้าวในโถงกว้างจนแน่นขนัด กระเทยน้อยลูกน้องป้าเขียวจดออเดอร์
มือระวิง บรรยากาศซบเซาภายในร้านคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น!
ปรีชาแยกตัวก้าวตรงไปยังโซนเคาน์เตอร์ที่ถูกจัดแบบครัวเปิด...
ตู้ก๋วยเตี๋ยว กระทะเหล็ก เตาแก๊ส และเถาเครื่องปรุงรส
วางเรียงรายระเกะระกะตามสไตล์ร้านอาหารชนบท

หนุ่มใหญ่ยกมือไหว้แม่ครัว ตัวแม่ประจำตำบลด้วยความนอบน้อม
"สวัสดีครับป้าเขียว..."
ป้าเขียว กะเทยอาวุโสร่างอวบ ถึงกับหยุดมือที่กำลังจับตะหวัก
ชะงักตกตะลึงจนตาค้าง! นัยน์ตาที่ผ่านโลกมาครึ่งชีวิตสั่นระริกด้วยความทึ่ง ทึ่ง เสียว...
หนุ่มใหญ่มีออร่าทรงหรูหราแพงลิ่ว ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน
รังสีสูงส่งระดับดารานายแบบที่ยืนตรงหน้าตรงหน้า
กลับยกมือไหว้และเอ่ยเรียกชื่อเธออย่างสนิท ด้วยความเคารพ
มันจริงใจไร้ซึ่งการเหยียดหยาม
"ค... ค่ะ! คุ... คุณ... เฮียปรี!"
ป้าเขียวเอ่ยเสียงติดขัด และละสายตาจากใบหน้าคมกริบ
ของปรีชาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ปรีชาระบายยิ้มละมุน รู้ดีว่าเข้มคงมาเล่าสรรพคุณให้ฟังหมดแล้ว
"ป้าครับ... วันนี้ผมอยากเลี้ยงข้าวน้องๆ”“ขอแบบจัดเต็ม อาจจะสร้างความวุ่นวายหน่อยนะครับ"
“อยากอุดหนุนป้าด้วย เผื่อมีเรื่องรบกวนให้ป้าช่วย”"รบกวนป้าแล้วนะครับ"

หนุ่มรากหญ้าทั้งหมด มองตาม มองเห็นอากัปกริยานอบน้อมของเฮียปรี
ที่พวกเขาให้ใจไปแล้ว มันช่างนอบน้อม แต่สูงส่งเหลือเกิน มันสง่างาม
อ่อนน้อมแต่ทรงอิทธิพลมาก เข้มและโด่งมองตาเยิ้มแทบละลาย
รอยยิ้มสดใสฉ่ำหวานของปรีชา ทำเอาป้าเขียวเคลิ้มจนอกผาย... ยิ้มไม่หุบทำตากระพริบถี่ๆ ตามสไตล์ตัวแม่
หนุ่มใหญ่เห็นจำนวนเด็กหนุ่มที่แน่นโถงร้านขนัด
กลัวแม่ค้าจะไม่สบายใจเรื่องค่าใช้จ่าย
หนุ่มใหญ่จึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วยกขึ้นสแกนคิวอาร์โค้ด
บนป้ายที่ตั้งเด่นบนโต๊ะทันที
*ติ๊ด!*
*"ยอดเงินเข้าบัญชี... สามหมื่นบาท"*
เสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติจากลำโพงเครื่องสแกนแผดดังลั่นเคาน์เตอร์!
"วี้ดดดดว้ายยยย! ตายแล้ว! เฮียปรีทำอะไรคะเนี่ย!"

ป้าเขียวหวีดร้องเสียงพร่า ร่างอวบโอนเอียงด้วยความตกใจ
"มันเยอะเกินไปค่ะ! ไม่ได้ๆๆ! ยอดนี้ไม่ได้เด็ดขาด” “ป้าต้องขอโอนคืนก่อนค่ะ!"

ป้าเขียวกุลีกุจอควานหาโทรศัพท์ของตัวเองที่ไม่รู้วางอยู่ใหน
ปรีชานิ่งงันไปชั่วครู่... สายตาคู่คมจ้องมองกิริยาลุกลี้ลุกลน
กระตือรือล้นที่จะโอนเงินส่วนเกินคืนของกะเทยแม่ครัว
หัวใจของหนุ่มใหญ่พองโต ความซื่อตรงรากหญ้า
กระแทกเข้ากลางอกเขาอีกระลอก หนุ่มใหญ่ยื่นฝ่ามืออุ่น
ไปแตะท่อนแขนป้าเขียวเบาๆ พร้อมส่งรอยยิ้มจริงใจ
"อย่าเพิ่งเลยครับป้า... เอาแบบนี้”
“ให้เด็กๆ เขากินกันให้อิ่มก่อน”
“แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาคิดเงินตามจริงกันนะครับ"
ความเมตตา ความอบอุ่น และรังสีศรัทธา
พุ่งปะทะอกป้าเขียวอย่างจัง!
กะเทยรุ่นใหญ่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงเอาพลังกายทั้งหมด
งัดออกมาสู้งาน กำจัดความหิวของลูกค้าวัยรุ่นอย่างเต็มที่
เธอหันไปจับตะหวัก ละเลียดเตรียมเครื่องปรุงทั้งของก๋วยเตี๋ยวอาหารตามสั่ง
และจัดการผัดเผ็ดกระทะร้อนรัวๆตามออเดอร์ที่เรียงคิวไว้
เป็นการจัดการด้วยความช่ำชอง ชำนาญ และเป็นการให้บริการ
ด้วยความตั้งใจสุดชีวิต...

เด็กหนุ่มหลายคนในนี้เธอเห็นมาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง
บางคนเคยมองด้วยความสงสาร... และอยากกิน
หลายคนก็เคยแอบแซ่บกันมาไม่รู้กี่รอบ ย่อมเกิดความรู้สึกดีทางใจ

ยามเมื่อมีนายทุนใหญ่ใจสปอร์ตระดับเฮียปรีชามาเป็นที่พึ่งกำจัดความหิวให้พวกเขา
ป้าเขียวจึงพร้อมประเคนความอิ่มหนำให้เด็กหนุ่มรากหญ้า
โดยไม่คำนึง คิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนแม้แต่บาทเดียว!
จัดเต็มค่ะ จัดให้ตามคำขอของหนุ่มหล่อเมืองใหญ่
ผู้ที่มีออร่าเหลือล้นเกินคนธรรมดา{:7_361:}มวลอากาศยามเย็นพลบค่ำภายในโถงกลางเทปูนขัดมัน
ของร้านป้าเขียวเซ็นเตอร์
อบอวลไปด้วยกลิ่นไอความหอมอร่อย สมท้องอยาก
ความสุขดิบ แผ่ซ่านเข้มข้นขึ้นตามเวลาที่อาหารจานโปรดวางต่อหน้า...

กลุ่มเด็กหนุ่มรากหญ้าเกือบยี่สิบชีวิตจัดการกับ กับข้าว
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยฉุนกึก และข้าวผัดกระเพรากระทะร้อน
จนเกลี้ยงจาน บวกกับน้ำอัดลมและขนมอีกหลายห่อ

เรียกว่าเป็นการกินที่อิ่มหนำสำราญ ชนิดท้องตั้งรับความหิว
ไปได้อีกสามวันเต็มๆ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีนายทุนใหญ่
ผู้ใจดีมาเลี้ยงให้กระแทกปากถึงที่เลย

หลายคนอิ่มแปร้แน่นท้องจนนั่งเอนหลังไม่ไหว
ต้องลุกผายอกขยับเอวช่วยย่อยอาหาร หลายหนุ่มทยอยกันเดินไป
เข้าห้องน้ำ พากันเดินเรียงแถวกันเหมือนลูกเป็ดน้อยน่ารัก

บริเวณหน้าห้องน้ำเต็มไปด้วยหนุ่มๆยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่ฮัมโบโร่...
เสียงซองยาเส้นรากหญ้า ที่ต้องมีทักษะมวนเองกับมือ ดังพึ่บพั่บ
ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการทำงานบิดแว้น แตะยาเส้นกลิ่นฉุน
วางลงบนกระดาษขาวบาง เกลี่ยละเลียด ใช้นิ้วคลึงมวนให้กลมดิก
จนกระดาษขาวห่อแน่น ก่อนจะจุดไฟแล่บฟึ่บ! ควันขโมง

ควันสีเทาอมขาว พุ่งฟูฟ่อง ลอยล่องไปตามสายลมแล้ง
บางคนเป่าให้เป็นวง ลอยออกจากริมฝีปากหนา ควันขาวเป็นวง
ค่อยๆกว้างขึ้น จนสลายไป กลิ่นควัยยายเส้นผสมผสานเข้ากับกลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นความคึกคะนองของวัยหนุ่ม
มันช่างเป็นฟีโรโมนที่กระตุ้นความเงี่ยนแบบดิบซ่านเสียจริงๆ

"เข้ม... เฮียปรีมาจากไหนวะ?
“น่าจะโคตรรวยเลยมึง”
“โคตรหล่อ แถมนิสัยใจดีสุดๆ"

เด็กหนุ่มคนหนึ่งพ่นควันบุหรี่มวนโตออกจากปริมณฑลริมฝีปาก
เอ่ยถามขึ้นด้วยนัยน์ตาสุกใสแพรวพราวด้วยความทึ่งในอก

เข้มยืนพิงผนังปูน อัดควันยาเส้นลงปอดลึก ก่อนจะพ่นออกมา
ทางรูจมูกเป็นสายเหมือนปังไฟพ่นควัน กระทบแสงแดดอุ่น

"มาจากกรุงเทพฯ นู่น…”
“จะมาสร้างคาเฟ่ใหญ่อยู่ตรงปากทาง”
“ปู่กูเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ส่วนกูเป็นผูจัดการ 555"

เข้มกระเซ้าหยอก ขิงเพื่อนอีกครั้ง อิ่มท้องแล้วอารมณ์ดี
"โหยววว! มึงนี่โคตรโชคดีเลยได้รู้จักสนิทกับเฮียปรี..."
เพื่อนอีกสองสามคนเริ่มกระเถิบห้อมล้อมเข้ามา
นัยน์ตาฉายแววมีความหวังเดียวกัน

"ว่าแต่... กูอยากไปทำงานก่อสร้างให้เฮียปรีว่ะ”
“ปู่มึงรับคนงานเพิ่มไหมวะ?"

จากเด็กหนุ่มไม่เอาถ่าน แว้นให้โดนด่าไปวันวัน เริ่มอยากทำงาน
อยากเปลี่ยนแปลงตัวแล้ว แววตาเป็นประกายมุ่งมั่น
เข้มยืดอกแน่นเกร็ง รับแรงปะทะจากสายตาอ้อนวอนของกลุ่มเพื่อน
หนุ่มน้อยวางมาดดุจหัวหน้าสายเปย์ ท่วงท่าและภาษากาย
ขยับยืดขึ้นอย่างทรงพลัง

"เออๆ เดี๋ยวผู้จัดการรับเรื่องพวกมึงไว้ก่อน”
“กูจะลองถามปู่กูให้”
“น่าจะรับแหละ เพราะโครงการเฮียปรีเขาใหญ่จริงต้องการคนเยอะ"
เพื่อนๆแสดงอาการดีใจ ล้นวงหน้า ยิ้มไม่หุบเมื่อได้ใจเพื่อน เข้มจึงเร่งแสดงพาวเวอร์ของคนที่จับทางความรู้สึกของหนุ่มใหญ่เมืองหลวงได้ตั้งแต่ริมอ่างเก็บน้ำแล้ว

"เอออีกอย่าง เฮียปรีบอกกูว่าอยากอุดหนุนป้าเขียวเต็มที่”
“พวกเราแดกเบียร์ร้องเพลงกันต่อเลยไหม?"
ผู้จัดการเข้ม เริ่มชักชวนหาแนวร่วม ทั้งที่เป็นความอยากของเข้มเองทั้งหมด

"จะดีเหรอวะมึง?"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งหลุดทำหน้าเกรงใจ ละสายตามองไปทางโต๊ะใหญ่
มองเห็นปรีชานั่งคุยกับโด่ง ดูไปแล้วเหมือนคู่รักกำลังคุยกัน

"เฮียเขาเลี้ยงข้าวให้กินกันขนาดนี้แล้ว”
“น่าจะหมดเงินไปเยอะแล้วนะโว้ย"
“ใช่ๆ กูเดินเข้าห้องน้ำรอบนั้น ได้ยินเครื่องสแกนสามหมื่นบาท”

“สามหมื่นบาท”ทุกคนอุทานเกือบพร้อมกัน

เข้มหัวเราะหึๆในลำคอ สายตาที่เคยลอบวิเคราะห์
แอบมองปรีชามาตลอดนั้นฉายความมั่นใจล้ำลึกอีกครั้ง

"พวกมึงตั้งใจฟังกูให้ดีนะ...ไอ้เพื่อนๆทุกคน”
“คนบางคน เขามีความสุขที่ได้เห็นคนอื่นมีความสุข”
“ได้เห็นคนอื่นได้กินของดีๆ ได้เลี้ยงคนอื่นแล้วสุขเต็มใจ” “เวลากูมองตาเฮียปรี กูรู้ว่าเขาคิดแบบนี้...รู้มั้ย”
“ไปๆพวกมึงเดินลงไปที่ซุ้มคาราโอเกะใต้ต้นมะขามใหญ่รอเลย”
“ทางนี้ข้างบนกับเฮียปรี เดี๋ยวกูจัดการเอง สอ บอ มอ อยู่แล้ว"
สายตาและน้ำเสียงจริงใจ จริงจัง เชิงสั่งการของเข้ม
ดึงให้คลื่นเด็กหนุ่ม เคลื่อนตัวย้ายลง ผ่านบันไดปูนหน้าร้าน
มุ่งหน้าไปยังซุ้มไม้ไผ่ โครงสังกะสีเก่า ใต้ร่มเงาต้นมะขามใหญ่ข้างๆลานจอดรถ
ทิ้งไว้เพียงเข้มที่กำลังก้าวเท้ายาวๆ กลับมายังโต๊ะทรงยาว
ซึ่งปรีชากำลังนั่งคุยกับโด่งอยู่ท่ามกลางมวลบรรยากาศนิ่งสงบ

"เฮียครับ..."

เข้มก้มหัวลงเล็กน้อย กิริยาผ่อนคลายทว่านอบน้อม
ดูนิ่งและเกรงใจอย่างถึงที่สุด

"พวกผม... ร้องเพลงกินเบียร์กันต่อข้างล่างได้ไหมครับ”
“นานๆ มากันครบแก๊ง?"
ปรีชาเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเข้ม ความโปร่งใสบริสุทธิ์
ในแววตาของเด็กหนุ่มตัวท็อป ทำให้อกของหนุ่มใหญ่พองโต

"ได้สิครับ...เอาเลยสนุกให้เต็มที่”
“ดีๆจะได้อุดหนุนป้าเขียวด้วย”
“ฝากเข้มช่วยดูแลเพื่อนๆ แทนเฮียด้วยแล้วกันนะ"

ปรีชายิ้มและกำชับเข้ม เพราะหลายคนยังเป็นเด็ก
ถือว่ายังต้องคอยกำกับเรื่องการกินดื่ม การเมา
เป็นความรับผิดชอบที่เขาให้ความสำคัญ

"ขอบคุณครับเฮีย!"

เข้มยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียบขาว ยกมือไหว้ขอบคุณ
กอปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะผันตัวก้าวลงบันไดไป
ไปตามคำอนุญาตแล้วจากนายหัว
ปรีชาชำเลืองมองโด่งที่นั่งยื่นหน้าส่งยิ้มให้เขาเบาๆ ความน่ารักที่นิ่งสงบ
ออร่าจางๆที่กำลังค่อยทำงาน โด่งพ่อลูกอ่นผู้หล่อเหลาเตรียมรับทุก
คำสั่งของเฮียปรีอย่างอาจหาญ

"โด่ง... ไปถามป้าเขียวให้เฮียหน่อยสิ”
“ว่ายอดใช้จ่ายทั้งหมดเท่าใหร่ เหลืองบอยู่อีกเท่าไหร่"

"ครับเฮีย..."

โด่งรับคำนวลนุ่ม ลุกขึ้นโค้งตัว นัยน์ตาคมประกาย
ทอดมองปรีชาด้วยความภักดีซาบซึ้งใจ ก่อนจะก้าวเดิน
ไปทางเคาร์เตอร์ โซนครัวเปิดที่ระเกะระกะไปด้วยเถาเครื่องปรุง

"ป้าผัดจานนี้เสร็จก็ว่างแล้วโด่ง…”
“เดี๋ยวป้าเดินไปแจ้งเฮียเองนะ จะได้ขอบคุณเฮียเขาด้วย"

ป้าเขียวที่กำลังคุมเตาแก๊สเร่งไฟแรงเอ่ยปากบอก
โด่งจึงถอยตัวแยกเดินออกมา เพื่อไปเข้าห้องน้ำด้านหลัง...

บรรยากาศเป็นทางเดินแคบๆ ที่ระเกะระกะไปด้วยลังกระดาษเก่า
และลังขวดเหล้าขวดเบียร์เปล่าตั้งซ้อนสูงปะทะสายตา
น่าจะกำลังรวบรวมรอขายเป็นเศษขยะรีไซเคิล

ครู่ต่อมา ป้าเขียวในชุดผ้ากันเปื้อนที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
จากการทำอาหารรัวๆ เพื่อให้ทันความหิวของลูกค้าวัยหนุ่ม
นางเดินตรงเข้ามาหาปรีชาที่โต๊ะ ยื่นกระดาษบิลเขียนมือ
ลงบนโต๊ะด้วยฝ่ามือที่สั่นระริก ประหม่าและเกรงใจ

“ป้าขอยืนห่างๆนะค่ะ ตัวเหม็นมาก ทั้งกลิ่นเหงื่อกลิ่นน้ำมัน”"ทั้งหมด... แปดพันบาทค่ะเฮีย"

น้ำเสียงป้าเขียวเต็มไปด้วยความเกรงใจลึกซึ้ง
เพราะสำหรับคนในชนบท การจ่ายเงินก้อนจำนวนเกือบหมื่น
ในมื้อเดียวคือเป็นยอดเงินที่สูงมหาศาล

ปรีชาขมวดคิ้วคม นัยน์ตาจ้องมองตัวเลขบนกระดาษอย่างไม่แน่ใจ...
หนุ่มใหญ่เมืองหลวงต้องปรับสมองประมวลผลค่าเงินใหม่
ระหว่างเมืองกรุงกับชนบทอย่างหนัก
เด็กหนุ่มเกือบยี่สิบชีวิต กินกันจนแน่นท้อง สั่งทั้งก๋วยเตี๋ยว
อาหารตามสั่ง ขนม นำอัดลมแบบจัดเต็ม...
ยอดรวมกลับไม่ถึงหมื่นบาท ทั้งที่เขาโอนเงินสแกนจ่ายไปก่อนแล้ว
สามหมื่นบาทยังกลัวจะไม่พอด้วยซ้ำ!

"ป้าเขียว... คิดเงินถูกหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ปรีชาเอ่ยถามเสียงนิ่ง ทำหน้าเหมือนกังวลว่าคิดไม่ถูก มันน้อยไป

ป้าเขียวสะดุ้งโหย่ง สีหน้าผาดซีดด้วยความกระสับกระส่าย
กลัวว่าตนเองจะคิดเลขผิดหรือสร้างความไม่พอใจ
แต่แล้วดวงตาของแม่ครัวรุ่นใหญ่ก็ขยายกว้าง
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของปรีชาตามมา

"มันถูกเกินไปมั้ยครับป้าเขียว…”
“กินกันตั้งเยอะแยะหลายคน ไม่ถึงหมื่นเนี่ยนะ?"
ปรีชายิ้มขำให้กับความต่างของค่าครองชีพ

ป้าเขียวถอนหายใจยาวๆ พลอยยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อเข้าใจความหมายที่แท้จริง

"ถูกต้องแล้วค่ะเฮีย!”
“อย่าเอาค่าอาหารในเมืองหลวงมาเทียบกับที่นี่สิค่ะ”
“ไม่งั้นเฮียจะงงนะ... มะนาว ต้นหอม ผักชี”
“ของพวกนี้ป้าไม่ต้องซื้อเลยนะคะ ปลูกเองเก็บเองทั้งนั้น!"
ป้าเขียวผายมือ นำเสนอด้วยท่าทางภูมิใจ
ปรีชามองเห็นภาพความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และต้นทุนชีวิต
ของแม่ค้ารากหญ้าคนนี้ที่ไม่ค้ากำไรเกินควร
หนุ่มใหญ่ตัดสินใจชิงพูดตัดบท ก่อนที่ป้าเขียวจะเอ่ย
เรื่องโอนเงินส่วนเกินคืน

"งั้นเงินที่เหลือ... ผมยกให้ป้าเลี้ยงเด็กๆ ต่อนะครับ”
“ไม่ต้องโอนคืนหรอก ไม่แน่ว่าวันข้างหน้า…” “ผมอาจจะต้องขอพึ่งพาแรงงานของพวกเด็กหนุ่มเหล่านี้"
(แรงงานหรือแรงเงี่ยนค่ะเฮีย อิอิ)
น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นและประกายตานุ่มนวลสุภาพ ที่สาดสะท้อนออกมา
มันคือน้ำใจอันบริสุทธิ์ จากคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเห็นกัน แต่กลับโอบอุ้มกัน...
หัวใจเหี่ยวแห้งของป้าเขียว ที่กำลังตรอมตรมด้วยหนี้สินล้นพ้น
จากการกู้เงินทุนประคองร้านและหนี้รายวันนอกระบบ

พลันจิตใจก็ชุ่มชื้นและพองโตขึ้นมาอย่างฮึกเหิม!
เพราะดอกเบี้ยที่ค้างมาหลายเดือนอาจได้เงินก้อนนี้ไปผ่อนผันก่อน
รังสีแห่งความภักดี ศรัทธาและการเชิดชูผู้ทรงอำนาจใจสปอร์ต
ก่อตัวขึ้นในอกของป้าเขียวอย่างหมดหัวใจ

จังหวะนั้นเอง โด่งเดินกลับมาจากห้องน้ำพอดี
ป้าเขียวจึงหันไปสั่งเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงตื้นตันสั่นระริก
แต่ทรงพลัง

"โด่ง... ไปบอกเพื่อนๆ นะลูก”
“ว่าเฮียปรีเขาเลี้ยงคาราโอเกะกับเบียร์ต่อ”
“เบิกเหรียญ ร้องเพลงกันเต็มที่เลยนะ ถือว่าร้องเพลงขอบคุณเฮียเค้า”
“กับแกล้มสั่งได้เต็มที่เลย แต่ห้ามกินเทกินเสียเด็ดขาด!...” “ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเอ็งได้กินวันนี้ มันคือน้ำใจของเฮียปรีทั้งนั้นนะ!"

คำพูดหนักแน่นไร้การเสแสร้งของป้าเขียว
ดังก้องสะท้อนกระแทกเข้ากลางหัวใจของปรีชาอย่างจัง
จนหนุ่มใหญ่นิ่งอึ้ง... เขาสัมผัสได้ถึง 'ความใส่ใจ จริงใจ'
ที่ปราศจากมารยาใดๆ ชนิดที่ไม่เคยพบเจอในสังคมเมืองกรุงมาก่อน

"ครับป้า!"โด่งรับคำเสียงหนักแน่น ก่อนจะรีบก้าวลงบันไดไป
เขารีบไปส่งข่าวให้เพื่อนๆที่ซุ้มคาราโอเกะ ใต้ต้นมะขาม…
และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา…
"เฮ้ๆๆๆๆๆ!" "เย้ๆๆๆๆๆ!""ขอบคุณครับเฮียปรี๊!!!"
"ขอบคุณครับเฮียปรีสุดหล่อ!!!"

เสียงโห่ร้องก้องกังวานของกลุ่มเด็กหนุ่มวัยรุ่นกว่ายี่สิบชีวิต
แผดลั่นข้ามลานดินลูกรังขึ้นมาถึงบนตัวร้าน!
เป็นเสียงขอบคุณที่ทรงพลัง หนักแน่น และจริงใจที่สุด
ในชีวิตเท่าที่ปรีชาเคยได้ยินมา...
ปรีชาหลุดหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี...
กับเสียงหัวเราะเบื่องล่าง เสียงแก้วเบียร์กระทบกัน
และเสียงเพลงคาราโอเกะที่เริ่มขับขานจากใต้ร่มเงาไม้ใหญ่
มันคือท่วงทำนองแห่งชีวิตชนบทอันแท้จริง ที่กำลังโอบอุ้ม
และต้อนรับหัวใจอันแสนเปลี่ยวเหงาของหนุ่มใหญ่เมืองหลวง
ให้ได้รับการเติมเต็มตั้งแต่แรกเยือนอย่างอิ่มเอมใจ…
{:7_361:}
“เฮียค่ะ ป้าทราบเรื่องไอ้โด่งที่อ่างเก็บน้ำแล้วนะค่ะ”
ป้าเขียวตาโต แสดงอาการตื่นเต้นเพราะนางรู้ความร้ายกาจ
ของแก๊งกระเทยเจ้าถิ่นกินผู้ชายพวกนั้น และรู้ว่าอะไรจะเกิดกับโด่ง มันต้องถูกประจานแน่นอน
สีหน้ากังวล เป็นห่วงและเห็นใจที่สุด ถูกฉายขึ้นที่หน้ากลมมน
อย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้โด่งเป็นเด็กดี เรียนเก่งแต่ชีวิตมันโคตรน่าสงสารเลยนะเฮีย”
ป้าเขียวทิ้งตัวลงนั่งไกล้ แบบไม่สนใจกลิ่นตัว กลิ่นเหงื่อแล้ว
นางจ้องหน้าปรีชา เริ่มมีน้ำตาเริ่มคลอที่เบ้า

ได้ยินแค่นั้น ปรีชารู้สึกเจ็บแปล๊บที่ใจ สันหลังเย็นเสียววาบ
ขยับเก้าอี้ ดึงตัวเข้าหา เข้าไกล้รอฟังเรื่องราวชีวิตของหนุ่มรากหญ้าที่ตอนนี้เรียกได้อย่างเต็มปากแล้วว่า “โด่งสุดที่รัก”

{:7_360:}ซัพพอร์ตเหล้าขาวให้ยายกรึ๊บเติมพลังสมอง{:7_360:}
ตามอัธยาศัยนะค่ะ เท่าใหร่ก็ได้ค่ะ ของมันจำเป็น 5555 สนับสนุนอย่างเต็มใจคบกันไปยาวๆค่ะ และโปรดติดตามตอนที่ 5 โด่งพ่อลูกอ่อนมาทราบเรื่องราวรัดทดของเด็กหนุ่มจากอดีตที่ผ่านมาและหลังจากนี้เขาจะไม่ได้ต่อสู้ชีวิตตามลำพังอีกแล้วเฮียปรีจะเป็นน้ำยาประสานทุกรอยแตกร้าวของชีวิตให้มันเข้าที่เข้าทางและทำให้เป็นโด่งที่สมบูรณ์แบบให้ทะลุความบอบช้ำออกมาเป็นหัวหน้าโด่งให้ได้ และสุดท้ายโด่งจะตอบแทนเฮียปรีด้วยอะไรดี

                                                                            ตอนที่แล้ว                                                  ตอนต่อไป

{:7_376:}พูดคุยให้กำลังใจติดต่อกันใหม่...อินบ๊อกได้เลยคร้าา{:7_376:}ขอบคุณที่ชื่นชอบสนับสนุนและติดตามผลงานค่ะ

กอทอฒอ โพสต์ 2026-8-18 17:44:58

กำลังพยายามจัดหน้าและเว้นวรรค
ให้อ่านง่ายขึ้น ยังต้องพัฒนาอีกเยอะค่ะ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-8-18 18:27:33

สนุกมากครับ

soobin69ck โพสต์ 2026-8-19 08:40:31

ขอบคุณมากครับ{:5_146:}{:5_139:}

nutikuiku โพสต์ 2026-8-19 09:09:44

ชอบครับ

Aquarius_Camu โพสต์ 2026-8-19 21:58:38

สนุกมากครับ ใครเป็นพระเอกกันนะ ระหว่างเข้ม กับโด่ง หรือเป็นพระเอกทั้งคู่? 🧐🧐

dekdek11 โพสต์ 2026-8-21 21:50:11

ขอบคุณครับ

suraponr โพสต์ 2026-8-30 01:13:14

ขอบคุณมากครับ...

Nukinho โพสต์ 2026-8-30 01:32:39

ขอบคุณมากครับ

patpartth โพสต์ 2026-8-30 20:52:43

สนุกจริง

view99 โพสต์ 2026-8-30 21:23:10

ดีๆๆๆๆ

suraponr โพสต์ 2026-9-3 21:44:34

ขอบคุณมากครับ

theera โพสต์ 2026-9-3 22:30:27

แล้วใครมาเล่าให้ป้าเขียวฟังครับ

feen15 โพสต์ 2026-9-10 05:47:39

สนุกมากครับ ขอบคุณครับ

Khoma โพสต์ 2026-9-12 23:20:13

{:5_119:}

ninenut โพสต์ 2026-9-14 09:37:59

ขอบคุณครับ

suraponr โพสต์ 2026-9-17 12:51:42

..เสียว
ตื่นเต้น...
ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 4 ( 19 08 69 )