น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่28 (update)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-18 06:19ในห้องที่แสงนวลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแสงยามเย็น
รอยร้าวยังไม่ปิดสนิท แต่สะพานบางๆ ที่ธันวาวางไว้
กำลังเริ่มมีน้ำหนักของทั้งสองฝั่งกดทับลงไปด้วยอย่างช้าๆ
และระมัดระวังที่สุด
.................................................
เงาของทั้งสามคนทอดยาวบนพื้น
ไม่มีใครพูดอะไรเป็นระยะเวลานาน
บี นั่งก้มหน้า
น้ำตาที่กลั้นไว้นานเริ่มไหลย้อยลงบนแก้มทีละหยดโดยไม่สะอื้น
แค่ไหลช้าๆ ราวกับความอ่อนล้าที่ถูกกดทับมานานกำลังหาทางระบายออกมา
น้าอ๊อดนั่งอยู่บนพื้นตรงหน้า
มือวางบนเข่าตัวเอง
นิ้วสั่นเล็กน้อย
เขายังไม่กล้าเอื้อมไปสัมผัสบี
ธันวาที่นั่งอยู่ข้างๆ บี มองภาพตรงหน้า
ความรู้สึกถึงความเจ็บที่มีมาตลอด ค่อยๆ กัดกินอยู่ภายในอก
ธันวารักบีในแบบของตัวของเขาเอง
แม้จะยังไม่ชัดเจนนักว่าความรู้สึกนั้นจะไปได้ไกลแค่ไหน
แต่ตอนนี้การได้เห็นบีน้ำตาไหลเพราะคำพูดของคนที่บีรักที่สุด
ทำให้หัวใจของธันวาเจ็บปวดอย่างหนัก
เจ็บจนอยากจะยื่นมือไปกอดบีไว้
อยากจะบอกว่าไม่เป็นไร
อยากจะปกป้องบีจากความเจ็บปวดนี้
แต่ธันวาก็รู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น
ถ้าแสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป
รอยร้าวระหว่างน้าอ๊อดกับบีอาจจะลึกกว่าเดิม
ธันวาจึงบังคับตัวเองให้ตั้งสติ
หายใจเข้าช้าๆ
ได้เพียงวางมือทับบนหลังมือของบีเบาๆ
ไม่ได้บีบ
ไม่ได้กดแรง
เพียงแค่คงมือไว้อย่างนั้น
ให้น้ำหนักบางๆ ที่บอกว่า “พี่อยู่นี่”
ธันวาพูดด้วยเสียงต่ำมาก
เกือบจะเป็นเสียงกระซิบ
“ไม่ต้องรีบ”
“ไม่ต้องพูดอะไรเพิ่มก็ได้”
“แค่รู้ว่าตอนนี้… ทั้งสองคนยังอยู่ในระยะที่เอื้อมถึงกัน”
บีหลับตาลง
น้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้มไหลย้อยลงช้าๆ
ไม่ได้สะอื้น แค่ปล่อยให้ความอ่อนล้าค่อยๆ ซึมออกมา
น้าอ๊อดมองมือของบี
แล้วค่อยๆ ขยับนิ้วชี้ไปข้างหน้าเพิ่มเพียงนิดเดียว
ธันวารับรู้ได้ถึงการขยับนั้น
หัวใจธันวายังเจ็บอยู่
แต่ก็ขยับนิ้วตัวเองเบาๆ
เปิดช่องว่างให้นิ้วของน้าอ๊อดและบีได้สัมผัสมากขึ้นอีกนิด
โดยไม่บังคับ
ไม่ผลัก
เพียงแค่สร้างพื้นที่ให้ทั้งสองคนได้เลือกเอง
บีรู้สึกได้ถึงการขยับนั้น
บีกลับมาลืมตา
มองนิ้วของน้าอ๊อดที่สัมผัสนิ้วของบี
แล้วค่อยๆ คลายนิ้วตัวเอง
ปล่อยให้ปลายนิ้วเคลื่อนเข้าไปใกล้ขึ้น
จนกระทั่งผิวหนังแตะกันมากขึ้น
เพียงเสี้ยววินาที
แต่ทั้งคู่ต่างสะดุ้งในใจพร้อมกัน
ธันวายังคงวางมือทับอยู่
เป็นน้ำหนักบางๆ ที่คอยยึดไว้
ไม่ให้มือของบีหดกลับ
และไม่ให้น้าอ๊อดถอย
“แค่นี้…” ธันวาพูดแผ่ว
เสียงสั่นเล็กน้อยโดยที่ตัวเองแทบไม่ทันสังเกต
“ก็พอสำหรับวันนี้”
บี ก้มหน้าลงอีกครั้ง
น้ำตาไหลย้อยลงบนมือที่กำลังแตะกับมือของน้าอ๊อด
น้าอ๊อดก็เช่นกัน
สายตาแดงก่ำจับจ้องอยู่ที่จุดที่นิ้วทั้งสองแตะกัน
โดยไม่กล้าขยับเพิ่ม
ธันวานั่งนิ่ง
ภายในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้ง
ส่วนหนึ่งอยากจะดึงบีเข้ามากอดไว้กับตัว
อีกส่วนหนึ่งรู้ดีว่าตอนนี้หน้าที่ของตัวเองคือการเป็นสะพาน
ไม่ใช่การแทรกตัวเองเข้าไปเป็นกำแพง
ธันวาจึงเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น
มือยังคงวางทับอยู่เบาๆ
ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
ในห้องที่แสงนวลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแสงยามเย็น
รอยร้าวยังไม่ปิดสนิท
แต่สะพานบางๆ ที่ธันวาวางไว้
กำลังเริ่มมีน้ำหนักของทั้งสองฝั่งกดทับลงไปด้วย
อย่างช้าๆ
และระมัดระวังที่สุด
ธันวาหลับตาลงครู่หนึ่ง
กลืนความเจ็บปวดของตัวเองไว้ข้างใน
แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นใหม่
พร้อมกับน้ำเสียงที่นุ่มและมั่นคงกว่าเดิมเล็กน้อย
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้”
“ไม่ต้องรีบหาย”
“แค่… ยังไม่ตัดจากกันก็พอ”
คำพูดนั้นไม่ได้พูดกับใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ
แต่ทั้งน้าอ๊อดและบีต่างได้ยิน
และต่างรู้สึกถึงความตั้งใจของคนที่นั่งอยู่ตรงกลาง
ผู้ที่ยอมเจ็บปวดเงียบๆ
เพื่อให้ทั้งสองคนได้มีโอกาสสัมผัสกันอีกครั้ง
ค่ำคืนนั้นเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ห้องเริ่มมืดสนิท
ธันวาเป็นคนลุกขึ้นก่อน
เดินไปเปิดไฟมุมห้องให้สว่างขึ้นอีกนิด
แล้วเข้าครัวไปต้มน้ำ
เสียงกาต้มน้ำดังแผ่วในความเงียบ
บียังคงนั่งก้มหน้า
นิ้วมือยังแตะกับนิ้วของน้าอ๊อดอยู่
แต่ทั้งคู่ต่างไม่กล้าขยับเพิ่ม
เหมือนกลัวว่าถ้าขยับแล้ว สัมผัสเล็กๆ นั้นจะหายไป
น้าอ๊อดมองใบหน้าบี
น้ำตาที่แห้งไปแล้วทิ้งรอยแดงไว้บนแก้ม
น้าอ๊อดอยากจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่คอ
ธันวาเดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำอุ่นสามใบ
วางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ
แล้วพูดเสียงนุ่ม
“ดื่มน้ำก่อน”
“ค่อยๆ พัก”
บีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
รับแก้วน้ำด้วยมือทั้งสอง
จิบช้าๆ
น้ำอุ่นไหลลงคอ ทำให้เขารู้สึกถึงความจริงที่ว่าตัวเองยังนั่งอยู่ที่นี่
ยังไม่ได้อยู่คนเดียว
น้าอ๊อดก็รับแก้วน้ำเช่นกัน
แต่ดื่มเพียงอึกเดียว
จากนั้นทั้งสามคนก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
เวลาผ่านไปทีละนาที
ธันวาเป็นคนพูดขึ้นอีกรอบ
“คืนนี้… พี่อ๊อดกับบีนอนที่นี่ก่อนก็ได้”
“ห้องนอนใหญ่มีเตียงสองคน”
“ผมนอนโซฟา”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
“ไม่ต้อง…”
ธันวาโบกมือเบา ๆ
“ให้บีได้นอนหลับในที่ที่เขารู้สึกปลอดภัยก่อนดีกว่าครับ”
“พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านก็ได้”
บีที่นั่งเงียบมาตลอด ค่อยๆ พยักหน้า
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ครับ…”
คืนนั้นจึงจบลงด้วยการที่บีกับน้าอ๊อดเข้าไปในห้องนอน
ธันวาปิดไฟห้องนั่งเล่น แล้วนอนลงบนโซฟาตัวยาว
นอนหงาย มองเพดาน
หัวใจยังเจ็บอยู่
แต่ก็บังคับตัวเองให้หลับตา
ในห้องนอน
บีกับน้าอ๊อดนอนหันหลังให้กันในตอนแรก
ห่างกันเกือบหนึ่งศอก
ไม่มีใครพูด
มีเพียงเสียงหายใจของกันและกันในความมืด
ผ่านไปเกือบชั่วโมง
บีค่อยๆ ขยับตัว
หันมานอนหงาย
แล้วเอามือข้างหนึ่งวางลงกลางเตียง
นิ้วมือคลายออก
รอ.....
น้าอ๊อดที่ยังไม่หลับ รู้สึกได้ถึงการขยับนั้น ค่อยๆ หันมา
แล้วเอามือตัวเองเลื่อนไปวางใกล้ๆ
จนปลายนิ้วทั้งสองแตะกันอีกครั้งในความมืด
เพียงแค่นั้น
ทั้งคู่ไม่ได้ขยับเพิ่ม
แต่สัมผัสเล็กๆ นั้นทำให้บีค่อยๆ หลับลงได้ในที่สุด
ขณะที่น้าอ๊อดยังลืมตาอยู่ในความมืด
จ้องมองเพดาน
และปล่อยให้นิ้วมือยังแตะกับนิ้วของบีต่อไปจนกระทั่งตัวเองหลับไปในเวลาต่อมา
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงเช้าลอดผ่านม่านบางๆ
บีตื่นก่อน
บีนอนมองนิ้วมือตัวเองที่ยังแตะอยู่กับนิ้วของน้าอ๊อด
แล้วค่อยๆ ถอนออกอย่างระมัดระวัง
ลุกขึ้นนั่ง
น้าอ๊อดตื่นตามมาไม่นาน
ทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไรมาก
เพียงสบตากันสั้นๆ
แล้วน้าอ๊อดพยักหน้าเบาๆ
“กลับบ้านกัน”
ธันวาตื่นและทำอาหารเช้าให้
ไข่ดาว โจ๊ก และกาแฟ
ทั้งสามคนนั่งกินกันอย่างเงียบๆ
บรรยากาศไม่ได้อึดอัดเหมือนเมื่อคืน
แต่ก็ยังไม่กลับมาเป็นปกติ
หลังจากเก็บโต๊ะ
น้าอ๊อดหันไปทางธันวา
“ขอบคุณนะ”
ธันวาพยักหน้า
“ไม่เป็นไรครับ”
“ขับรถกลับบ้านปลอดภัย”
บียืนอยู่ข้างหลังน้าอ๊อด มองธันวา
แล้วพูดเสียงเบา
“ขอบคุณครับพี่ธันวา”
ธันวายิ้มให้เบาๆ
ยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและเจ็บปวดปนกัน
“กลับบ้านดีๆ มีอะไรก็ติดต่อมานะ”
น้าอ๊อดพาบีลงไปที่รถ
ทั้งคู่ขึ้นรถโดยไม่พูดอะไร
รถแล่นออกจากคอนโดช้าๆ
บีหันไปมองอาคารหลังสุดท้ายในกระจกข้าง
แล้วหันกลับมามองถนนข้างหน้า
น้าอ๊อดขับด้วยความเร็วคงที่
มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย
อีกข้างหนึ่งวางอยู่บนที่เกียร์
ห่างจากมือของบีเพียงเล็กน้อย
ระหว่างทางไม่มีใครเปิดวิทยุ
มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่าง
จนกระทั่งรถใกล้ถึงซอยบ้าน
น้าอ๊อดค่อยๆ พูดขึ้น
เสียงต่ำและระมัดระวัง
“บี…”
“เมื่อวาน… น้าขอโทษอีกครั้ง”
บีหันมามอง
แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ครับ”
“ผมรู้”
คำตอบสั้นๆ
แต่มันทำให้แน้าอ๊อดถอนหายใจออกมาเบาๆ
รถจอดหน้าบ้าน
ทั้งคู่ลงจากรถ
เดินเข้าบ้านด้วยกัน
บ้านหลังเดิมยังคงเหมือนทุกวัน
ประตูบานเดิม กลิ่นไม้เดิม
แสงที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนั่งเล่นก็ยังเป็นแสงเดิม
แต่บรรยากาศภายในกลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
ในความเงียบที่ยังไม่หายไปทั้งหมด
แต่ก็ไม่หนักหน่วงเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป
รอยร้าวยังมีอยู่ แต่ทั้งคู่ต่างเริ่มก้าวข้ามมันอย่างช้าๆ
ทีละก้าว
ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันทำธุระส่วนตัวโดยไม่ได้นัดหมาย
น้าอ๊อดเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำนานกว่าปกติ
ขณะที่บีเก็บของในห้องตัวเองเงียบๆ
พับเสื้อผ้า จัดหนังสือ และนั่งลงบนขอบเตียงโดยไม่ได้ทำอะไรจริงจัง
เวลาเช้าผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ไม่มีเสียงโทรทัศน์
ไม่มีเสียงคุยกันข้ามห้อง
มีเพียงเสียงจานชามจากครัวเป็นครั้งคราว
เมื่อน้าอ๊อดเดินลงมาต้มน้ำและทำกาแฟ
บีเดินออกจากห้องตอนสาย
เห็นน้าอ๊อดนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
มีแก้วกาแฟวางอยู่ตรงหน้าสองใบ
ใบหนึ่งยังมีไอน้ำลอยเบาๆ
“มานั่งสิ” น้าอ๊อดพูดน้ำเสียงต่ำกว่าปกติเล็กน้อย
บีเดินไปนั่งตรงข้าม
รับแก้วกาแฟมาถือไว้ในมือ
ทั้งคู่ดื่มกาแฟในความเงียบ
ไม่ได้มองตากันนานๆ
แต่ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง
สายตาสบมองกันเป็นครั้งคราว แล้วก็เลื่อนหายไป
บ้านหลังนี้เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเล็กๆ น้อยๆ
เคยมีเสียงบีเรียก “น้า” ดังจากห้องนอน
เคยมีเสียงฝีเท้าเดินขึ้นลงบันไดไปทำความสะอาดอย่างคุ้นชิน
แต่วันนี้ทุกอย่างเงียบลง
เหมือนมีใครมาลดเสียงของบ้านให้อยู่ในระดับที่เกือบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
บ่ายวันนั้น บีนั่งในห้องนอนตัวเอง
เปิดแชทของธันวาขึ้นมา
นิ้วมือหยุดนิ่งอยู่เหนือหน้าจอมือถือนานหลายนาที
ก่อนจะค่อยๆ พิมพ์ข้อความทีละตัวอักษร
บี: พี่ธันวาครับ ขอบคุณมากนะครับสำหรับเมื่อคืน
ถ้าพี่ธันวาไม่ช่วยไว้ ผมคงไม่รู้จะคุยกับน้ายังไง
บีหยุดพิมพ์
มองข้อความนั้นนาน
แล้วพิมพ์ต่อ
บี: ช่วงมหาวิทยาลัยปิดภาคเรียน
ผมจะกลับบ้านต่างจังหวัดประมาณสองสัปดาห์
กลับมากรุงเทพก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ครับ
ถ้ามีอะไรผมทักไปได้นะครับ
บีกดส่งข้อความและวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
นอนหงายบนเตียง มองเพดาน
รู้สึกโล่งขึ้นเล็กน้อยที่ได้บอกธันวา
แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ในอก
เหมือนกำลังจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ข้างหลังชั่วคราว
ไม่นานนัก ธันวาอ่านและตอบกลับมา
ธันวา: ไม่เป็นไร พักผ่อนเยอะๆ นะ
ถ้าอยากคุยกับพี่ ทักมาได้เสมอ
ข้อความสั้นๆ แต่ทำให้บีอมยิ้มเล็กน้อย
จากนั้นก็วางโทรศัพท์ลงอีกครั้ง
เย็นวันนั้น น้าอ๊อดทำกับข้าวง่ายๆ
ผัดผัก ไข่เจียว และข้าวสวย
ทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะอาหาร
เสียงช้อนกระทบจานดังชัดในความเงียบ
“กลับบ้านต่างจังหวัดเมื่อไหร่” น้าอ๊อดถามขึ้นโดยไม่มองหน้า
บีช้อนข้าวเข้าปากก่อน แล้วตอบ
“อีกสองวันครับ”
“อยู่ประมาณสองสัปดาห์”
น้าอ๊อดพยักหน้า
“บอกแม่ด้วยนะ ว่าน้าส่งไปที่สถานีรถไฟ”
“ครับ”
ไม่มีบทสนทนาต่อ
ทั้งคู่กินข้าวจนเสร็จ
บีล้างจาน
น้าอ๊อดเช็ดโต๊ะ
ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนวันที่เคยเป็น
แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า
บ้านหลังเดิม
คนเดิมๆ
แต่ใจของแต่ละคน
ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
กลางคืน บีนอนในห้องตัวเอง
เปิดไฟอ่านหนังสือพักหนึ่ง
แล้วนอนหันหน้าเข้าผนัง
ขณะที่น้าอ๊อดนอนในห้องด้านบน
หันหน้าไปทางหน้าต่าง
ทั้งคู่หลับลงในความเงียบของบ้านหลังเดิม
โดยที่ต่างคนต่างรู้ว่า
อีกไม่กี่วันข้างหน้า บ้านหลังนี้จะยิ่งเงียบเข้าไปอีก
วันเดินทาง น้าอ๊อดขับรถมาส่งบีที่สถานีรถไฟ
บียกมือไหว้น้าอ๊อด "ขอบคุณครับ"
น้าอ๊อดยกมือรับไหว้ และพูดเบาๆ
"ถึงบ้านแล้ว...ก็ทักมาบอกน้าด้วย"
"เดินทางปลอดภัย...ระวังตัวด้วย"
รถไฟแล่นออกจากกรุงเทพฯ อย่างช้าๆ
บี นั่งที่นั่งริมกระจก
มองภาพสองข้างทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นทุ่งนาและบ้านไม้
มือถือวางอยู่บนตัก
เพียงแค่นั่งเงียบๆ
ปล่อยให้เสียงล้อรถไฟกระทบรางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
พาความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ
นึกถึงบ้านที่สุโขทัย
นึกถึงแม่ที่คงกำลังเตรียมของรออยู่
นึกถึงห้องเก่าที่นอนคนเดียวมานาน
แต่ในขณะเดียวกันภาพของบ้านในกรุงเทพฯ ก็ยังชัดเจนอยู่ในหัว
ภาพน้าอ๊อดยืนส่งเขาบนชานชาลา
ภาพนิ้วมือที่แตะกันเบาๆ ในความมืด
ทุกอย่างยังไม่จางหาย
แม้ระยะทางจะเพิ่มขึ้นทีละสถานี
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
รถไฟค่อยๆ เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก
เมื่อขบวนจอดที่สถานี
บีหยิบกระเป๋าลงจากชั้นวาง
เดินลงจากรถไฟพร้อมผู้โดยสารคนอื่น ๆ
อากาศเย็นกว่ากรุงเทพฯ เล็กน้อย
สายลมอ่อนๆ พัดผ่านใบหน้า
ทำให้เขารู้สึกถึงการกลับมาใกล้บ้านอีกครั้ง
บริเวณหน้าสถานี มีรถกระบะสีขาวจอดรออยู่
แม่ของบียืนอยู่ข้างรถ
เห็นลูกชายเดินมาแต่ไกลก็ยิ้มและยกมือไหว้
บีรีบเดินเข้าไป
ไหว้แม่อย่างนอบน้อม
“กลับมาแล้วลูก”
“ครับแม่”
เสียงของบีเบาและนุ่มกว่าตอนพูดกับใครในกรุงเทพฯ
พ่อที่นั่งอยู่ในรถยิ้มให้จากในรถ
แล้วช่วยยกกระเป๋าใส่ท้ายกระบะ
ก่อนจะออกจากสถานี บีพูดขึ้นเบา ๆ
“แม่… ขอแวะวัดพระศรีรัตนมหาธาตุก่อนได้ไหมครับ”
“อยากไปไหว้พระพุทธชินราชกับพระนางพญานิดหน่อย”
แม่มองหน้าลูกชาย
แล้วยิ้มอ่อนๆ
“ได้สิลูก”
“แม่ก็คิดว่าลูกคงอยากแวะ”
รถกระบะแล่นออกจากสถานี
มุ่งหน้าไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
ระหว่างทางบีมองภาพเมืองพิษณุโลกผ่านกระจก
รู้สึกถึงความคุ้นเคยที่ค่อยๆ กลับมา
แต่ก็ยังมีบางอย่างในใจที่ยังค้างคาอยู่จากกรุงเทพฯ
เมื่อถึงวัด
บีเดินเข้าโบสถ์อย่างช้าๆ
เสียงฝีเท้าตัวเองดังเบาๆ บนพื้น
บีนั่งคุกเข่าตรงหน้าพระพุทธชินราช
พนมมือขึ้นประนม
แล้วค่อยๆ หลับตา
ในตอนแรก จิตยังวุ่นวาย
ภาพต่างๆ จากกรุงเทพฯ ยังวิ่งผ่านเข้ามาเป็นระลอก
ภาพน้าอ๊อดที่ยืนอยู่บนชานชาลา
ภาพสายตาที่เจ็บปวดตอนพูดคำขอโทษ
ภาพนิ้วมือที่แตะกันในความมืด
และภาพตัวเองที่น้ำตาไหลโดยห้ามไม่อยู่
บีพยายามหายใจเข้าลึก
แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกช้าๆ
ทีละครั้ง
ทีละครั้ง
จนกระทั่งเสียงรอบตัวเริ่มจางลง
เหลือเพียงความมืดด้านหลังเปลือกตา
และเสียงหัวใจที่เต้นเบาแต่ชัด
บียังไม่ได้สวดมนต์
ยังไม่ได้ตั้งจิตขออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น
แล้วค่อยๆ ยอมรับกับตัวเองว่า
ตอนนี้ใจมันหนักจริงๆ
หนักจนบางครั้งหายใจไม่ออก
หนักจนบางคืนนอนไม่หลับ
หนักจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังแบกอะไรบางอย่างที่ไม่มีสิทธิ์ไปบอกใคร
บีค่อยๆ ก้มหัวลงต่ำอีกนิด
หน้าผากเกือบจะแตะพื้น
แล้วพูดกับตัวเองในใจอย่างช้าๆ
ไม่ใช่คำขอ
แต่เป็นคำสารภาพ
“ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป…”
“ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อน้า มันคืออะไรแน่”
“ผมพยายามบอกตัวเองว่าเป็นแค่ความใกล้ชิด”
“แต่ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้”
น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่บนรถไฟ
ค่อยๆ ซึมออกมาที่หางตา
แต่บีไม่ยอมให้ไหลลงมาเต็มที่
เพียงแค่ปล่อยให้มันคลออยู่ตรงนั้น
แล้วค่อยๆ พูดต่อในใจ
“ตอนนี้… ขอวางไว้ตรงนี้ก่อนได้ไหม”
“ขอวางความสับสน”
“ขอวางความผิดที่ผมรู้สึก”
“ขอวางความกลัวว่าทุกอย่างจะพัง”
“แม้จะวางไม่ได้ทั้งหมด… แต่ขอวางได้บ้างก็ยังดี”
บีนั่งนิ่งอยู่นาน
ปล่อยให้ความเงียบของโบสถ์โอบล้อม
จนกระทั่งหัวใจที่เต้นรัวค่อยๆ ช้าลง
และความรู้สึกแน่นในอกค่อยๆ คลายออกทีละนิด
เมื่อรู้สึกว่าเบาลงพอสมควร
บีค่อยๆ ลุกขึ้น
เดินต่อไปยังองค์พระนางพญา
เขานั่งคุกเข่าอีกครั้ง
คราวนี้ท่าทางอ่อนโยนกว่าเดิม
พนมมือ
หลับตา
แล้วปล่อยให้ความคิดไหลไปเองโดยไม่บังคับ
ภาพของน้าอ๊อดปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่ภาพที่รุนแรง
เป็นเพียงภาพคนๆ หนึ่งที่นั่งก้มหน้าอยู่ในห้องธันวา
เสียงแหบๆ ตอนพูดคำว่า “น้าขอโทษ”
บีรู้สึกถึงความเจ็บที่แทรกเข้ามาในอกอีกครั้ง
แต่คราวนี้บีไม่ได้หนีจากมัน
เพียงแค่นั่งอยู่กับมัน
แล้วค่อยๆ พูดในใจ
“ขอให้ใจน้า… ค่อยๆ หาย”
“ขอให้ใจผม… ค่อยๆ หาย”
“ไม่ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ได้”
“แค่… ขอให้ไม่เจ็บเกินไป”
คำพูดนั้นไม่ได้ดังออกมาเป็นเสียง
แต่ดังมากในใจ
จนบีรู้สึกคอแห้งและหน้าอกสั่นเล็กน้อย
บีอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ตั้งใจไว้
จนแม่ต้องเดินเข้ามาใกล้
แล้วกระซิบเบา ๆ
“ลูก… พอแล้วหรือยัง”
บีค่อยๆ ลืมตา
แสงในโบสถ์จ้าขึ้นทันที
น้ำตาที่คลออยู่หางตาถูกเขาปาดออกอย่างรวดเร็ว
แล้วยิ้มให้แม่บางๆ
“พอแล้วครับ”
เขายืนขึ้น
ไหว้พระเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วเดินออกจากโบสถ์ตามแม่
แสงแดดบ่ายส่องกระทบใบหน้า
ลมเย็นพัดผ่านมาครั้งหนึ่ง
บีถอนหายใจยาว
รู้สึกว่ามีบางอย่างถูกวางไว้ข้างหลังจริง ๆ
แม้จะยังไม่หมด
แต่เบาพอที่จะเดินต่อไปได้
อย่างน้อยก็ในวันนี้
ฝั่งกรุงเทพฯ
บ้านหลังเดิมเงียบสนิทตั้งแต่ตอนเช้า
น้าอ๊อดกลับจากส่งบีที่สถานีรถไฟ
เปิดประตูบ้านเข้ามา
แล้วยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นนานผิดปกติ
ไม่มีเสียงฝีเท้าเดินไปมา
ไม่มีเสียงเปิดตู้เย็น
ไม่มีเสียงเรียก “น้า”
น้าอ๊อดวางกุญแจลงบนโต๊ะ
เดินเข้าครัว
ต้มน้ำ
ชงกาแฟเพียงแก้วเดียว
แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
ตำแหน่งเดิมที่เมื่อเช้าบีนั่งตรงข้าม
สายตามองไปที่เก้าอี้ว่าง
มือถือสั่นเบาๆ น้าอ๊อดหยิบขึ้นมาดู
ข้อความจากบี
บี: ถึงบ้านแล้วครับ
น้าอ๊อดมองข้อความนั้นอยู่นาน
นิ้วมือเลื่อนไปมาบนหน้าจอ
แต่สุดท้ายก็พิมพ์กลับไปเพียงสั้นๆ
น้าอ๊อด: ครับ พักผ่อนเยอะๆ
กินข้าวให้ครบ
น้าอ๊อดวางมือถือลง จิบกาแฟช้าๆ
รสชาติขมกว่าทุกเช้าที่ผ่านมา
บ้านหลังนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง
เฟอร์นิเจอร์ยังอยู่ที่เดิม
แสงที่ลอดผ่านม่านก็ยังเป็นแสงเดิม
แต่ความรู้สึกของคนที่นั่งอยู่เพียงลำพัง
แตกต่างจากทุกวันที่เคยมีบีอยู่ด้วยโดยสิ้นเชิง
น้าอ๊อดเอนหลังพิงเก้าอี้
หลับตาลง
ปล่อยให้ความเงียบของบ้าน
ค่อยๆ ครอบคลุมทุกอย่างไว้
อย่างช้าๆ
และหนักอึ้ง
คืนแรกที่สุโขทัย
หลังจากอาบน้ำและกินข้าวกับพ่อแม่
บีนอนลงบนเตียงตั้งแต่หัวค่ำ
หันหน้าเข้าผนัง มือวางไว้ใต้หมอน
ความคิดยังวนเวียนอยู่บ้าง
แต่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและความโล่งใจที่ได้กลับบ้าน
ค่อยๆ ดึงเขาให้หลับลงทีละน้อย
ขณะที่ในกรุงเทพฯ
น้าอ๊อดนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ไฟเปิดเพียงดวงเดียวที่มุมห้อง
แก้วน้ำวางอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่ได้ดื่มแม้แต่นิด
มือถืออยู่ในมือมานานแล้ว
หน้าจอสว่างขึ้น ดับลง แล้วสว่างขึ้นอีกหลายครั้ง
สุดท้ายเขาก็กดชื่อของธันวา
กดโทรออก
สายดังรอเพียงไม่กี่วินาที
ธันวารับสาย
“สวัสดีครับพี่อ๊อด”
เสียงของธันวานุ่มและสงบเหมือนทุกครั้ง
น้าอ๊อดเงียบไปครู่หนึ่ง
เหมือนคำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่คอ
“ธันวา…”
เสียงของน้าอ๊อดแหบกว่าที่คิด
“พี่… ขอคุยหน่อยได้ไหม”
“ได้ครับ”
ธันวาตอบสั้นๆ แต่ไม่ได้ตัดบท
ปล่อยให้น้าอ๊อดเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน
น้าอ๊อดเอนหลังพิงโซฟา
เงยหน้ามองเพดาน
แล้วค่อยๆ พูด
“พี่ไม่รู้จะเริ่มยังไง”
“แต่ช่วงนี้… พี่รู้สึกแย่”
ธันวายังไม่พูดอะไร
เพียงแค่รอ
น้าอ๊อดหายใจเข้าลึก
แล้วปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ
“พี่รู้ว่าตัวเองทำพลาด”
“ตั้งแต่วันที่เรื่องมันเริ่มพัง”
“พี่ดึงบีเข้ามาเกี่ยวข้องโดยที่บีไม่ทันได้เลือกจริงๆ”
“พี่ปล่อยให้อะไรหลายอย่างเลอะเทอะ”
“แล้วตอนนี้… พี่รู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่กลางทะเล”
“ไม่มีฝั่ง”
“ไม่มีทิศทาง”
เสียงของน้าอ๊อดสั่นเล็กน้อยตอนท้ายประโยค
ธันวายังคงเงียบ
ให้น้าอ๊อดได้พูดต่อ
“พี่เป็นผู้ชายที่มีภรรยา”
“พี่เคยบอกตัวเองตลอดว่าพี่เป็นชายแท้”
“พี่ก็ยังคิดแบบนั้นอยู่”
“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับบี… กับมึง…กับภาณุ ...และกับทุกอย่าง”
“มันทำให้พี่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงไหน”
น้าอ๊อดยกมือขึ้นเช็ดหน้า
แล้วพูดต่อด้วยเสียงต่ำกว่าเดิม
“ที่แย่ที่สุดคือ…”
“พี่รู้สึกว่าตัวเองกำลังฉุดบีจมน้ำไปด้วย”
“บีเป็นเด็ก”
“บียังไม่พร้อมรับกับอะไรแบบนี้”
“แต่พี่ปล่อยให้มันเกิด”
“แล้วตอนที่พี่กลัว พี่ก็พูดจารุนแรงใส่บี”
“ทำให้บีเจ็บ”
“พี่เห็นน้ำตาบีแล้ว… พี่แทบหายใจไม่ออก”
ความเงียบครู่หนึ่งจากอีกฝั่ง
ธันวาค่อยๆ พูด
“พี่อ๊อด”
“พี่รู้ตัวไหมว่าตอนนี้พี่กำลังทำอะไร”
น้าอ๊อดไม่ตอบ
ธันวาพูดต่อช้า ๆ
“พี่กำลังนั่งตัดสินตัวเองอยู่คนเดียว”
“แล้วก็ตัดสินบีไปด้วยโดยที่บียังไม่ทันได้พูดอะไร”
น้าอ๊อดหลับตา
“พี่กลัว”
“กลัวว่าตัวเองกำลังพาบีไปในทางที่ผิด”
“กลัวว่าอีกสักวันบีจะเกลียดพี่”
“กลัวว่าสิ่งที่พี่ให้บีไป… มันไม่ใช่สิ่งที่ดี”
ธันวาถอนหายใจแผ่วๆ จากปลายสาย
“พี่อ๊อด”
“บีไม่ได้จมน้ำเพราะพี่นะ”
“บีเลือกที่จะกระโดดลงไปในทะเลด้วยตัวเขาเองหลายครั้ง”
“แม้บีจะยังเป็นเด็ก และยังสับสน”
“แต่บีก็มีหัวใจของเขา”
น้าอ๊อดเงียบไปนาน
ธันวาพูดต่อ
“การที่ยอมรับหรือไม่ยอมรับตัวเอง”
“มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องหาคำตอบให้ได้ในคืนเดียว”
“พี่ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบตอนนี้”
“แค่เลิกเอาความกลัวของพี่ไปทับบีก็พอ”
น้าอ๊อดลืมตาขึ้น
สายตามองไปที่ความมืดของห้อง
“แล้วพี่ควรทำยังไงต่อ”
ธันวาตอบอย่างช้าๆ และนุ่มนวล
“ตอนนี้… ปล่อยให้บีได้อยู่กับครอบครัวของเขา”
“ปล่อยให้บีได้หายใจ”
“ส่วนพี่ ก็ลองอยู่กับความไม่แน่ใจของตัวเองดู”
“ไม่ต้องรีบหาคำตอบ”
“ไม่ต้องรีบตัดสินว่าตัวเองเป็นอะไร”
“แค่หยุดฉุดใครลงไปกับพี่ก็พอ”
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
คำพูดของธันวาไม่ได้ทำให้ทุกอย่างหายไป
แต่ก็ทำให้ความหนักอึ้งในอกเบาลงเล็กน้อย
.“ขอบคุณ...จริงๆ” น้าอ๊อดพูดเสียงแหบ
ธันวาตอบสั้นๆ
“ไม่เป็นไรครับ”
“ถ้าพี่อยากคุยอีก ทักมาได้”
สายวางลง
น้าอ๊อดยังคงนั่งอยู่บนโซฟา
มือถือวางอยู่บนตัก
เงยหน้ามองไปที่ความมืดของห้องอีกครั้ง
แล้วยังคงรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่กลางทะเล
แต่คราวนี้…
อย่างน้อยก็ไม่ได้กำลังดึงใครจมน้ำลงไปพร้อมกันอีกต่อไป
อย่างน้อยก็ในคืนนี้
หลังจากนั้น น้าอ๊อดกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
เช้าขึ้นมาอาบน้ำ ใส่เครื่องแบบทหารอากาศ
ขับรถไปทำงานเหมือนทุกวัน
ทักทายลูกน้อง เซ็นเอกสาร นั่งประชุม
ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน
แต่ภายในใจแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ระหว่างวัน น้าอ๊อดรู้สึกเหม่อลอยหลายครั้ง
สายตามองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานโดยไม่รู้ตัว
และมีความรู้สึกเหมือนมีสายตาบางอย่างเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
ไม่ได้มีใครจ้องจริง แต่ก็รู้สึกได้ถึงมัน
เหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ
และมีใครบางคนคอยจับจ้องว่าเมื่อไหร่จะพลาดอีกครั้ง
กลางคืนเมื่อกลับถึงบ้าน
ความเงียบยังคงต้อนรับเหมือนเดิม
ทำอาหารง่ายๆ กินคนเดียว
แล้วนั่งดูโทรทัศน์โดยไม่ได้ดูจริงๆ
มือถือวางอยู่ข้างตัว
บางครั้งเปิดแชทของบีขึ้นมาดู
ข้อความล่าสุดยังคงค้างอยู่ตรงนั้น
แต่เขาไม่ได้พิมพ์อะไรเพิ่ม
เพียงแค่มอง แล้วก็ปิดหน้าจอ
จนถึงเช้าวันเสาร์
น้าอ๊อดขับรถไปคอนโดของธันวา
เมื่อถึงคอนโด ธันวาเปิดประตูรับ
ยังคงใส่เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงลำลอง
ใบหน้าเรียบแต่ไม่แข็งทื่อ
“เข้ามาสิครับพี่”
น้าอ๊อดเดินเข้าไปในห้อง
กลิ่นสะอาดและเรียบง่ายของคอนโดทำให้น้าอ๊อดรู้สึกแปลกๆ
เหมือนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใคร
ธันวานำแก้วน้ำเย็นมาวางบนโต๊ะ
แล้วนั่งลงตรงข้าม
ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่ง
น้าอ๊อดเป็นฝ่ายพูดก่อน
“ช่วงนี้… พี่ยังรู้สึกแย่”
ธันวามองน้าอ๊อด
ไม่ได้รีบตอบ
“พี่รู้สึกเหมือนยังลอยอยู่กลางทะเล”
“แม้จะไม่ได้ดึงบีลงไปกับพี่แล้ว”
“แต่ตัวพี่เองก็ยังหาฝั่งไม่เจอ”
ธันวาพยักหน้าช้า ๆ
“การหายใจในน้ำลึก…ที่พี่กำลังจะจม...มันยากครับ”
“โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องลงไปว่ายน้ำแบบนี้”
น้าอ๊อดก้มมองแก้วชาในมือ
“พี่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยอมรับอะไร”
“หรือกำลังปฏิเสธอะไร”
“พี่มีภรรยา”
“พี่ก็ยังรักเขา”
“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับบี… กับมึงและภาณุ… มันไม่ได้หายไปจากหัว”
ธันวาวางแก้วลง
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มและชัด
“พี่อ๊อด”
“การยอมรับตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิต”
“และก็ไม่ได้แปลว่าต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งในวันนี้”
“บางคนใช้เวลาเป็นปีกว่าจะกล้ามองตัวเองตรง ๆ”
“พี่เพิ่งเริ่มมอง”
“แค่นั้นก็หนักพอแล้ว”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
สายตาของธันวานิ่งและไม่ตัดสิน
ทำให้น้าอ๊อดรู้สึกเหมือนมีใครกำลังยื่นมือมาจากฝั่ง
แม้ยังจับไม่ถึง
แต่ก็รู้ว่าทิศทางนั้นมีอยู่จริง
“แล้วพี่ควรทำยังไงต่อ”
ธันวาตอบช้าๆ
“ตอนนี้… แค่หยุดจม”
“หยุดลงโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“แล้วค่อยๆ ว่ายเข้ามาใกล้ฝั่ง”
“ผมไม่ได้บอกว่าฝั่งนั้นคืออะไร”
“แต่ผมพร้อมที่จะบอกทิศทางให้พี่ฟัง”
“ถ้าพี่ยังอยากฟัง”
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
คำพูดของธันวาไม่ได้มีมนต์ขลังอะไร
แต่กลับทำให้ความปั่นป่วนในอกค่อยๆ เบาลงทีละนิด
เหมือนมีเข็มทิศเล็กๆ ถูกวางไว้ในมือ
แม้น้าอ๊อดยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
แต่ก็เริ่มรู้แล้วว่า…
อย่างน้อยก็ไม่ต้องลอยไร้ทิศทางอีกต่อไป
น้าอ๊อดถอนหายใจยาว
แล้วพูดเสียงแหบ
“ขอบคุณ”
ธันวายิ้มบางๆ
ยิ้มที่จริงใจ
“ไม่ต้องขอบคุณครับ”
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้”
“ไม่มีใครรีบ”
น้าอ๊อดพยักหน้า
แล้วนั่งเงียบอยู่กับธันวาอีกพักใหญ่
ในห้องที่แสงบ่ายส่องผ่านม่านบางๆ
โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีกมาก
แต่ความเงียบในครั้งนี้
ไม่ได้หนักหน่วงเหมือนเมื่อก่อน
มันเป็นความเงียบที่เริ่มมีทิศทาง
อย่างช้า ๆ
น้าอ๊อดพูดถึงความรู้สึกที่ยังลอยคออยู่กลางทะเล
พูดถึงความกลัว ความสับสน และการที่ยังไม่กล้ามองตัวเองตรง ๆ
ธันวาฟังอย่างตั้งใจ
ไม่ได้ขัด
ไม่ได้รีบให้คำตอบ
เพียงแค่พยักหน้าเป็นระยะ และถามต่อเมื่อจำเป็น
“พี่อ๊อด” ธันวาพูดเสียงนุ่มหลังจากความเงียบยาวนานขึ้น
“ช่วงนี้พักผ่อนพอไหม”
น้าอ๊อดหัวเราะแห้งๆ
“นอนหลับยาก”
“คิดมาก
“แล้วก็… ไม่ได้ปลดปล่อยอะไรเลยหลายวัน”
คำพูดประโยคสุดท้ายหลุดออกมาโดยที่น้าอ๊อดเองก็ชะงักไปเล็กน้อย
ธันวามองน้าอ๊อด สายตาไม่เปลี่ยน
แต่มีอะไรบางอย่างนุ่มนวลขึ้นในแววตา
“เครียดสะสมนานๆ มันหนักนะครับ”
ธันวาค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้
เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างๆ น้าอ๊อด
ไม่ได้ยืนใกล้จนเกินไป
เพียงแค่พอที่กลิ่นกายเบาๆ ลอยมาถึง
“พี่อ๊อด”
ธันวาพูดช้าๆ
“ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร… ผมช่วยให้พี่ผ่อนคลายได้”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้นมอง
สายตาสบกันครู่หนึ่ง น้าอ๊อดไม่ได้ตอบทันที
แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ธันวาค่อยๆ ยื่นมือออกไป
วางลงบนไหล่ของน้าอ๊อดเบาๆ
เพียงแค่สัมผัส
นิ้วมืออุ่น
ผ่านเนื้อเสื้อบางๆ ที่น้าอ๊อดสวมใส่มา
“ผมพร้อมหยุดทันที ถ้าพี่ไม่โอเค”
ธันวาพูดอีกครั้ง
น้ำเสียงยังคงนุ่มและไม่กดดัน
น้าอ๊อดหลับตาลงครู่หนึ่ง
ร่างกายที่ตึงเครียดมาหลายวันค่อยๆ ตอบสนองต่อสัมผัสนั้น
น้าอ๊อดไม่ได้ปัดมือออก
เพียงแค่ถอนหายใจยาวๆ
แล้วพยักหน้าเบาๆ
ทันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด
มือที่วางบนไหล่ค่อยๆ เลื่อนลงมาที่ต้นแขน
ลูบเบาๆ ผ่านผ้า
จากนั้นจึงย้ายไปวางที่หลังของน้าอ๊อด
นิ้วมือกดวนช้าๆ บริเวณสะบัก
ราวกับกำลังคลายปมที่คั่งค้างมานาน
“ผ่อนคลายลงได้เรื่อยๆ นะครับ”
ธันวาพูดแผ่ว
เสียงใกล้หู
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
ปล่อยให้มือของธันวาเคลื่อนไหวบนหลังตัวเอง
ความรู้สึกอุ่นๆ ค่อยๆ ซึมเข้าไปแทนที่ความตึงเครียด
เขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนในตอนนี้
เพียงแค่อยากปล่อยวางชั่วคราว
ธันวาค่อยๆ นั่งลงบนโซฟาข้างๆ น้าอ๊อด
มือยังไม่ห่างจากลำตัว
เลื่อนมาที่เอวด้านข้าง
นิ้วมือแตะผ่านเนื้อผ้าบางๆ อย่างระมัดระวัง
น้าอ๊อดหันหน้ามาเล็กน้อย
ลมหายใจเริ่มเปลี่ยนจังหวะ
ธันวามองตาเขา
แล้วยื่นมืออีกข้างขึ้นมาจับคางเบาๆ
“พี่อ๊อด…”
“ผมจะช้าๆ”
“ถ้าพี่ไม่ไหว ให้บอก”
น้าอ๊อดไม่ได้พูด แต่หลับตาลง
และค่อยๆ โน้มหน้าเข้าไปใกล้
ธันวาจูบน้าอ๊อดเบาๆ
เพียงแค่สัมผัสริมฝีปาก
ไม่ได้รีบลึก
จูบซ้ำอีกครั้ง
คราวนี้ยาวนานขึ้นเล็กน้อย
มือที่อยู่บนเอวของน้าอ๊อดค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใต้เสื้อ
สัมผัสผิวหนังอุ่นๆ โดยตรง
นิ้วมือลูบไล้ช้าๆ บนหน้าท้องและด้านข้างลำตัว
น้าอ๊อดครางแผ่วในลำคอ
ร่างกายที่ไม่ได้ถูกสัมผัสมานานเริ่มตอบสนอง
ธันวาถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย
แล้วกระซิบใกล้ปาก
“ค่อยๆ ไป… ไม่ต้องรีบ”
มือของธันวายังคงลูบไล้ใต้เสื้อ
ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปบนอก
นิ้วแตะเบาๆ ที่หัวนม วนช้าๆ
น้าอ๊อดสั่นเล็กน้อย
แต่ก็ยังไม่ปัดออก
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง ปล่อยให้ธันวาเป็นฝ่ายนำ
มืออีกข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขาด้านนอก
เพียงแค่สัมผัสผ่านกางเกง
ไม่ได้กดแรง
ไม่ได้เร่งรีบ
นิ้วมือของธันวาเคลื่อนไหวทีละน้อย
วนเบาๆ บริเวณหน้าท้องล่าง
แล้วค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตามแนวซี่โครง
สัมผัสทุกส่วนอย่างระมัดระวัง
ราวกับกำลังเรียนรู้ร่างกายของน้าอ๊อดทีละจุด
“พี่อ๊อด…”
ธันวาพูดเสียงต่ำใกล้หู
“ร่างกายพี่ตึงมาก”
“เหมือนแบกอะไรไว้เยอะ”
น้าอ๊อดหลับตา
ลมหายใจค่อยๆ ลึกขึ้น
น้าอ๊อดไม่ได้ตอบ
แต่ศีรษะก็เอนเอียงเข้าหาธันวาเล็กน้อย
ธันวาจูบเบาๆ ที่ขมับ
แล้วเลื่อนลงมาจูบที่แก้ม
ริมฝีปากอุ่นและแห้ง
สัมผัสนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่นเล็กน้อย
“ไม่ต้องคิดอะไรตอนนี้ก็ได้ครับ”
ธันวากระซิบต่อ
“ไม่ต้องหาคำตอบ”
“ไม่ต้องตัดสินตัวเอง”
“แค่รู้สึก… ก็พอ”
มือที่อยู่ใต้เสื้อค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปบนอก
นิ้วกลางแตะเบาๆ ที่หัวนมข้างหนึ่ง
วนช้าๆ เป็นวงกลมเล็กๆ
น้าอ๊อดครางออกมาแผ่วๆ จากในลำคอ
เสียงนั้นหลุดออกมาโดยที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
ธันวาได้ยิน
แล้วยิ้มเล็กน้อยในใจ
แต่ภายนอกยังคงนิ่งและนุ่มนวล
“เสียวไหมครับ”
ธันวาถามเสียงเบา
นิ้วมือยังคงวนอยู่ที่เดิม
ไม่เพิ่มแรง
เพียงแค่คงจังหวะช้าๆ ไว้
น้าอ๊อดกลืนน้ำลาย
แล้วพยักหน้าเบาๆ
โดยยังไม่ลืมตา
ธันวาเลื่อนมืออีกข้างจากต้นขาเข้าไปใกล้ด้านในมากขึ้น
นิ้วมือลูบไล้ผ่านกางเกง
สัมผัสถึงความแข็งที่เริ่มก่อตัวขึ้นใต้เนื้อผ้า
ธันวาไม่ได้กำทันที
เพียงแค่ใช้หลังนิ้วลูบขึ้นลงเบาๆ ตามแนว
“พี่อ๊อด…”
ธันวาพูดต่อ
น้ำเสียงยังคงนุ่มและมั่นคง
“ผมไม่ได้ต้องการให้พี่ยอมรับอะไรในวันนี้”
“ผมแค่… อยากให้พี่ได้วางลงบ้าง”
“วางความเครียด”
“วางความผิด”
“วางคำว่า ‘ชายแท้’ ที่พี่แบกไว้ตลอดเวลา”
คำพูดนั้นค่อยๆ ซึมเข้าไปในหูของน้าอ๊อด
ทีละคำ
ทีละประโยค
น้าอ๊อดเคยได้ยินคำปลอบโยนมามากมาย
แต่คำพูดของธันวาในตอนนี้
กลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ไม่มีเงื่อนไข
มือของธันวายังคงเคลื่อนไหวช้าๆ
ทั้งบนอกและบริเวณเป้ากางเกง
จังหวะสม่ำเสมอ
ไม่เร่ง
น้าอ๊อดเอามือข้างหนึ่งยกขึ้น
จับแขนของธันวาไว้เบาๆ
ไม่ได้ดึงออก
เพียงแค่จับไว้
เหมือนต้องการยึดอะไรสักอย่าง
ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น
จูบที่มุมปากของน้าอ๊อด
แล้วกระซิบ
“ผมพร้อม...อยู่ตรงนี้”
“ถ้าพี่ยังอยากให้ผมอยู่”
น้าอ๊อดลืมตาขึ้น สายตาสบกับธันวา
มองแววตาของอีกฝ่ายนาน
แล้วค่อยๆ พยักหน้า
เพียงครั้งเดียว
แต่ชัดเจน
ธันวาจูบน้าอ๊อดอีกครั้ง
คราวนี้ลึกขึ้นเล็กน้อย
ริมฝีปากเคลื่อนไหวช้าๆ
ลิ้นแตะเบาๆ ตรงริมฝีปากล่าง
ขณะที่มือทั้งสองยังคงสัมผัสร่างกายของน้าอ๊อดอย่างต่อเนื่อง
ในห้องที่แสงค่อยๆ อ่อนลงตามเวลา
ทั้งคู่ค่อยๆ จมลงไปในจังหวะที่ช้า
และเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เริ่มจากความเงี่ยนเพียงอย่างเดียว
แต่เริ่มจากความเหนื่อยล้า
และความต้องการที่จะได้วางอะไรบางอย่างลง
จากนั้นธันวาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก
มองหน้าน้าอ๊อด
“พี่อ๊อด… ถอดเสื้อออกได้ไหมครับ”
น้ำเสียงนุ่มและถามจริงๆ ไม่ใช่การบังคับ
น้าอ๊อดมองสักพัก
แล้วพยักหน้าช้าๆ
ธันวาจับชายเสื้อยืดด้วยมือทั้งสอง
ค่อยๆ รูดขึ้นจากด้านล่าง
นิ้วมือสัมผัสผิวหนังทีละนิ้วขณะที่ผ้าถูกดึงขึ้น
เมื่อเสื้อถูกถอดพ้นศีรษะ
ธันวาพับมันอย่างระมัดระวัง แล้ววางไว้บนพนักโซฟา
แสงบ่ายส่องผ่านม่านบางๆ ตกลงบนลำตัวของน้าอ๊อด
กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องชัดเจน
เส้นสายบนร่างกายที่ถูกสร้างมาจากการฝึกและความมีระเบียบของทหาร
แต่ตอนนี้กลับตึงเครียดผิดปกติ
ไหล่แข็ง
อกขยับขึ้นลงตามลมหายใจที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ
ธันวามองอย่างช้าๆ
ไม่ได้รีบสัมผัสทันที
เพียงแค่มอง
“กล้ามเนื้อพี่สวยมาก”
ธันวาพูดแผ่ว
“แต่ตอนนี้มันแข็งเกินไป”
ธันวายื่นมือทั้งสองขึ้นมา
วางลงบนไหล่ของน้าอ๊อดเบาๆ
นิ้วมือเริ่มคลึงวนช้าๆ
กดลงบนปมที่สะสมอยู่บริเวณสะบักและต้นคอ
“ผ่อนคลายลงได้อีก…”
ธันวากระซิบ
“ไม่ต้องเกร็ง”
“ไม่มีใครมาตัดสินพี่ที่นี่”
นิ้วมือเลื่อนลงมาที่หน้าอก
ฝ่ามือทั้งสองวางราบลงบนกล้ามเนื้ออก
รู้สึกถึงความร้อนและความตึงใต้ผิวหนัง
ธันวาลูบออกด้านข้าง
แล้ววนกลับเข้ามาที่กลางอก
อย่างช้าๆ เบาๆ
จนน้าอ๊อดเริ่มรู้สึกถึงความอุ่นที่ค่อยๆ ซึมเข้าไปแทนความแข็งทื่อ
ธันวาโน้มตัวลง
จูบเบาๆ ที่ไหปลาร้า
แล้วเลื่อนลงมาจูบที่กลางอก
ริมฝีปากแห้งและอุ่น
สัมผัสนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่นเล็กน้อย
“พี่อ๊อด…”
ธันวาพูดโดยที่ปากยังใกล้ผิวหนัง
“ผมรู้ว่าพี่ยังสับสน”
“ผมรู้ว่าพี่ยังไม่พร้อมที่จะยอมรับหลายอย่าง”
“แต่ตอนนี้… แค่ปล่อยให้ร่างกายได้พักก็พอ”
มือของเขาเลื่อนลงไปที่หน้าท้อง
นิ้วมือลูบตามร่องกล้ามเนื้อ
กดเบาๆ เป็นจังหวะ
ราวกับกำลังคลายปมทีละจุด
น้าอ๊อดหลับตา
ลมหายใจเริ่มลึกขึ้น
คำพูดของธันวาค่อยๆ ซึมเข้าไปในหู
ไม่ใช่คำพูดที่เร่งให้เขายอมรับอะไร
แต่เป็นคำพูดที่อนุญาตให้เขาวางอาวุธลงชั่วคราว
ธันวาจูบลงไปที่ท้องน้อย
แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“ถ้าพี่เหนื่อย… ผมรับไว้ให้ได้”
“ไม่ต้องแบกคนเดียว”
น้าอ๊อดลืมตาขึ้น
สายตาสบกับธันวา
น้าอ๊อดมองแววตาของอีกฝ่ายนาน
แล้วค่อยๆ ยกมือขึ้น
วางลงบนหลังมือของธันวาที่กำลังลูบท้องตัวเอง
ไม่ได้ดึงออก
เพียงแค่จับไว้
สัมผัสนั้นทำให้ธันวาหยุดมือชั่วครู่
แล้วค่อยๆ ยิ้มบางๆ
“ค่อยๆ ไป… ครับ”
แล้วนำมือของน้าอ๊อดมาวางไว้ที่ต้นขาตัวเอง
ก่อนจะกลับไปลูบไล้ลำตัวเปลือยของน้าอ๊อดต่อ
ช้าๆ
ทีละนิ้ว
ทีละลมหายใจ
ในห้องที่แสงค่อยๆ อ่อนลง
ทั้งคู่ยังคงอยู่ในจังหวะนั้น
ไม่เร่งไปสู่สิ่งใด
เพียงแค่สัมผัส
และคำพูดเบาๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้าไปในจิตใจของน้าอ๊อด
ทีละน้อย
น้าอ๊อดนั่งเอนหลังบนโซฟา
ศีรษะพิงพนัก หลับตา
ลมหายใจเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อย
ธันวาโน้มตัวลงจูบที่กลางอกอีกครั้ง
แล้วเลื่อนริมฝีปากไปดูดหัวนมเบาๆ
เพียงแค่ดูดและปล่อย
ดูดและปล่อย
จังหวะช้าจนน้าอ๊อดต้องครางออกมาแผ่ว ๆ
“อืม…”
เสียงนั้นหลุดจากลำคอโดยไม่ทันได้กลั้น
ธันวาได้ยินแล้วยกตาขึ้นมอง
สายตานุ่มนวล
“เสียงพี่… ไพเราะ”
ธันวาพูดแผ่ว แล้วกลับไปดูดต่ออีกข้าง
คราวนี้ใช้ลิ้นวนเบาๆ รอบหัวนม
น้าอ๊อดเอามือข้างหนึ่งขึ้นจับหลังศีรษะของธันวาไว้หลวมๆ
ไม่ได้กดลง
เพียงแค่ยึดไว้
ธันวาถอนปากจากอก
เลื่อนลงไปจูบที่ท้องน้อย
ลิ้นแตะผิวหนังอุ่นๆ เป็นครั้งคราว
มือทั้งสองเลื่อนไปที่ขอบกางเกงยีนส์ของน้าอ๊อด
นิ้วหัวแม่มือเกี่ยวชายกางเกง
แล้วหยุดถามอีกครั้ง
“ถอดได้ไหมครับ”
น้าอ๊อดลืมตาขึ้นเล็กน้อย
มองธันวา
แล้วพยักหน้าช้าๆ
ธันวาค่อยๆ ปลดกระดุม
รูดซิปลงอย่างระมัดระวัง
จากนั้นจับขอบกางเกงและกางเกงในพร้อมกัน
ค่อยๆ ดึงลงทีละนิด
จนกางเกงถูกถอดออกจนหมด
ควยของน้าอ๊อดดีดตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกปลดปล่อย
แข็งตัวจนเส้นเลือดปูดชัด
หัวแดงและมีน้ำใสเยิ้มอยู่เล็กน้อย
ธันวามองอย่างช้าๆ
แล้วยื่นมือไปจับเบาๆ
นิ้วยาวโอบรอบลำควย 7นิ้ว
แล้วเริ่มรูดขึ้นลงอย่างเบามือและช้าที่สุด
จังหวะสม่ำเสมอ
ไม่เร็ว
ไม่แรง
เพียงแค่พอให้น้าอ๊อดรู้สึกถึงทุกนิ้วที่สัมผัส
“อ๊ะ…”
น้าอ๊อดครางแผ่ว
สะโพกขยับเล็กน้อยตามมือของธันวา
ธันวาก้มลง
ลิ้นไถเบาๆ ที่หัวควย
เลียน้ำใสที่เยิ้มออกมา
แล้วค่อยๆ อ้าปากอมเข้าไปเพียงครึ่งหัว
ดูดช้าๆ
ลิ้นวนอยู่ด้านล่าง
น้าอ๊อดเงยหน้าพิงโซฟา
มือที่จับศีรษะของธันวาเริ่มเกร็งขึ้นเล็กน้อย
“ธันวา…”
เสียงของน้าอ๊อดแหบและต่ำ
ธันวาถอนปากออกนิดหน่อย
แล้วพูดโดยที่ลมหายใจยังปะทะหัวควย
“ผมพร้อมรับทุกอย่างที่พี่อยากปล่อย”
“ไม่ต้องกลั้น”
“ไม่ต้องคิด”
แล้วกลับไปอมใหม่
คราวนี้ลึกขึ้นอีกนิด
มือข้างหนึ่งจับโคนควยไว้
อีกข้างลูบไข่เบาๆ
จังหวะการดูดยังคงช้าและสม่ำเสมอ
เสียงน้ำลายและลมหายใจดังเบาๆ ในห้อง
น้าอ๊อดครางเป็นระยะ
เสียงต่ำและแหบ
บางครั้งก็หลุดเป็นคำว่า
“อืม…”
“อืม… เสียว…”
ธันวาเชื่อฟัง
ไม่ได้เร่ง
เพียงแค่ดูดและรูดมืออย่างต่อเนื่อง
ปล่อยให้น้าอ๊อดค่อยๆ จมลงไปในความเสียวที่ถูกควบคุม
ความเสียวที่ไม่ได้รุนแรงจนกลายเป็นความเร่งรีบ
แต่เป็นความเสียวที่ค่อยๆ ท่วมท้น
ทีละชั้น
ทีละลมหายใจ
ในห้องที่แสงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มของตอนเย็น
ธันวายังคงอมควยของน้าอ๊อดอย่างช้าๆ
ปากอุ่นและชื้น ดูดขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ลิ้นกดเบาๆ ที่ใต้หัวควยทุกครั้งที่ถอนออกเกือบสุด
แล้วค่อยๆ อมกลับเข้าไปใหม่
น้าอ๊อดนั่งเอนหลังบนโซฟา
กล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งเป็นระลอก
มือข้างหนึ่งยังวางอยู่บนศีรษะของธันวา
นิ้วไพล่ไปมาในเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
“อืม… ธันวา…”
เสียงครางต่ำและแหบหลุดออกมาจากลำคอ
ธันวาถอนปากออกเล็กน้อย
ปลายลิ้นยังแตะอยู่ที่หัวควย
เงยหน้าขึ้นมองหน้าน้าอ๊อด
สายตานุ่มนวลแต่แน่วแน่
“พี่อ๊อด…”
เสียงของแหบเล็กน้อยจากที่เพิ่งอม
“ไม่ต้องกลั้นเสียง”
“ผมอยากได้ยิน”
“อยากรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง”
น้าอ๊อดลืมตาขึ้น
มองมาที่ธันวา
ลมหายใจยังไม่สม่ำเสมอ
ธันวากลับไปอมต่อ
คราวนี้ลึกขึ้นอีกนิด
มือข้างหนึ่งจับโคนควยไว้แน่นพอประมาณ
อีกข้างลูบไข่เบาๆ เป็นวงกลม
จังหวะยังคงช้า
แต่หนักแน่นขึ้น
ความเสียวค่อยๆ ท่วมท้นจากปลายประสาทขึ้นมาตามกระดูกสันหลังของน้าอ๊อด
น้าอ๊อดครางเสียงดังขึ้นกว่าเดิม
“อ๊ะ… อืม… เสียว…เสียว”
ธันวาดูดแน่นขึ้น
ลิ้นวนช้าๆ รอบหัวควยทุกครั้งที่อมถึงลำควย
จากนั้นธันวาถอนปากออกทั้งหมด
ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าระหว่างขาของน้าอ๊อด
มือยังคงจับลำควยไว้รูดเบาๆ
ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำและชัด
“พี่อ๊อด… ผมไม่ได้อยากพาพี่ไปไหนไกล”
“ผมแค่… อยากเป็นเข็มทิศให้พี่สักพัก”
“ถ้าพี่ยังหลงทางอยู่”
“ผมจะบอกทิศทางให้”
“แต่พี่ไม่จำเป็นต้องเดินตามทั้งหมด”
“แค่รู้ว่ามีใครยืนอยู่ตรงนี้… ก็พอ”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะความเสียวอย่างเดียว
แต่เพราะคำพูดที่ค่อยๆ ซึมเข้าไปในส่วนที่กำลังสับสน
ธันวาโน้มตัวลงจูบที่ท้องน้อยของน้าอ๊อด
แล้วเลื่อนขึ้นมาจูบที่อก
ดูดหัวนมเบาๆ อีกครั้ง
ขณะที่มือยังคงรูดควยช้าๆ ไม่หยุด
“พี่ไม่ต้องยอมรับอะไรในวันนี้”
ธันวากระซิบระหว่างจูบ
“ไม่ต้องตั้งชื่อให้ความรู้สึก”
“ไม่ต้องหาคำตอบว่าตัวเองเป็นอะไร”
“แค่รู้สึก… แค่ปล่อย… ก็พอแล้วครับ”
น้าอ๊อดเงยหน้าพิงโซฟา
ตาปิดสนิท
ปากเปิดเล็กน้อย
เสียงครางหลุดออกมาเป็นระยะ
“อืม… ธันวา… มือมึง…”
ธันวายิ้มแผ่วที่มุมปาก
แล้วก้มลงอมควยอีกครั้ง
คราวนี้ดูดลึกและช้าพร้อมกัน
มือข้างที่ว่างเลื่อนไปใต้ถุงไข่
นิ้วกลางแตะเบาๆ ที่ผิวหนังด้านหลัง
วนช้าๆ โดยยังไม่กดเข้าไป
น้าอ๊อดสะดุ้ง
สะโพกยกขึ้นเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ
“อ๊ะ…!”
ธันวาถอนปากออกอีกครั้ง
พูดด้วยลมหายใจที่ยังร้อน
“ผมอยู่ตรงนี้”
“พี่ไม่ต้องว่ายคนเดียว”
“ค่อยๆ มา… ทีละจังหวะ”
ธันวากลับไปอมต่อ
จังหวะช้าแต่ลึก
ปล่อยให้น้าอ๊อดค่อยๆ จมลงไปในความเสียวที่ถูกนำทาง
ความเสียวที่ไม่รุนแรงจนกลายเป็นความเร่งรีบ
แต่เป็นความเสียวที่ค่อยๆ ท่วมท้น
และค่อยๆ สลายความตึงเครียดที่คั่งค้างมานาน
ในห้องที่แสงเย็นเริ่มเข้ามาแทนที่แสงบ่าย
ทั้งคู่ยังคงอยู่ในจังหวะนั้น
ธันวายังคงเป็นคนนำ
ด้วยมือ
ด้วยปาก
และด้วยคำพูดที่ค่อยๆ ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศ
ให้น้าอ๊อดได้วางพัก แม้เพียงชั่วขณะ
ธันวายังคงก้มลงอมควยของน้าอ๊อดอย่างช้าๆ
ปากอุ่นและชุ่ม ดูดขึ้นลงเป็นจังหวะที่ตั้งใจควบคุม
ทุกครั้งที่อมลึก ลิ้นจะกดเบาๆ ที่เส้นเลือดด้านล่าง
แล้วค่อยๆ ถอนออกจนเหลือเพียงหัวควยอยู่ในปาก
ก่อนจะวนลิ้นช้าๆ รอบหัวหยัก
น้าอ๊อดนั่งเอนหลัง
กล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งและคลายสลับกัน
มือที่วางบนศีรษะของธันวาเริ่มกำเส้นผมเบาๆ
โดยไม่รู้ตัว
“อืม… ธันวา… ปากมึง…”
เสียงครางต่ำและแหบหลุดออกมาเป็นระยะ
ธันวาถอนปากออก
สายน้ำลายเส้นบางยังเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากกับหัวควย
ธันวามองขึ้นมายังหน้าน้าอ๊อด
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่ชัด
“พี่อ๊อด… ตอนนี้พี่อยู่กับผม”
“ไม่ต้องกลับไปคิดถึงทะเลที่พี่ลอยอยู่”
“ไม่ต้องคิดว่าตัวเองกำลังพาใครจมน้ำ”
“แค่หายใจ… แล้วรู้สึก”
มือของธันวายังคงรูดลำควยช้าๆ
นิ้วหัวแม่มือป้ายน้ำเยิ้มที่หัวควยวนเป็นวงกลมเบา ๆ
น้าอ๊อดหลับตา
ลมหายใจสั่น
คำพูดของธันวาค่อยๆ ซึมเข้าไปแทนที่เสียงในหัวที่เคยดังตลอดเวลา
ธันวาลุกขึ้น
แล้วยื่นมือจับคางของน้าอ๊อดเบาๆ
หันหน้าเข้าหากัน
“ผมจะพาพี่ไปทีละก้าว”
“ถ้าพี่เหนื่อย… บอกผม”
“ผมจะชะลอ”
“ถ้าพี่อยากหยุด… ผมหยุดทันที”
น้าอ๊อดลืมตา
มองธันวาในระยะใกล้คืบ
สายตาแดงก่ำจากความเสียวและความอ่อนล้าทางใจ
น้าอ๊อดไม่ได้พูด
แต่ค่อยๆ โน้มหน้าเข้าไปจูบธันวาเอง
จูบช้าๆ และลึก
ลิ้นสัมผัสกันอย่างระมัดระวัง
ธันวาตอบรับการจูบนั้น
มือข้างหนึ่งยังคงจับควยของน้าอ๊อดรูดช้าๆ
อีกข้างเลื่อนไปโอบหลังศีรษะ
กดเบาๆ ให้จูบลึกขึ้น
เมื่อแยกปากจากกัน
ทั้งคู่หอบหายใจแผ่วๆ
ธันวากระซิบใกล้ริมฝีปาก
“พี่ไม่ต้องหาคำตอบวันนี้”
“พี่แค่ต้องรู้ว่า… มีคนยอมรับพี่ในสภาพนี้”
“แม้พี่จะยังไม่ยอมรับตัวเอง”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่น
หลับตาลงอีกครั้ง
แล้วพิงหน้าผากกับหน้าผากของธันวา
ธันวาขยับมือจากควย
เลื่อนลงไปด้านล่าง
นิ้วกลางแตะเบาๆ ที่ผิวหนังหลังถุงไข่
วนช้าๆ
แล้วค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใกล้รูมากขึ้น
โดยยังไม่กดเข้าไป
“ผมจะช้า”
ธันวาพูดอีกครั้ง
“ทุกอย่างจะช้า”
น้าอ๊อดพยักหน้าเบาๆ
โดยที่หน้าผากยังพิงอยู่กับธันวา
ธันวาค่อยๆ ทาน้ำลายที่นิ้ว
แล้วเริ่มวนเบาๆ รอบรู
เพียงแค่สัมผัสภายนอก
วนทีละวง
ทีละลมหายใจ
น้าอ๊อดครางเสียงต่ำ
สะโพกขยับเล็กน้อย
แต่ไม่ได้หนี
ธันวาจูบที่แก้มเขา
แล้วกระซิบ
“ผมอยู่ตรงนี้”
“พี่ไม่ต้องว่ายคนเดียวอีกต่อไป”
นิ้วกลางค่อยๆ กดเข้าไปเพียงข้อแรก
ช้ามาก
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้ปรับตัว
“อ๊ะ…”
เสียงครางหลุดออกมาชัดขึ้น
ธันวายังคงนิ่ง
ไม่ได้ดันเพิ่ม
เพียงแค่รอ
และลูบหลังของน้าอ๊อดด้วยมืออีกข้าง
“หายใจ… ครับ”
“ค่อยๆ รับ”
“ผมจะพาพี่ขึ้นฝั่ง”
“ทีละนิด”
ในห้องที่แสงเย็นเริ่มปกคลุม
ทั้งคู่ยังคงอยู่ในจังหวะที่ช้าที่สุด
ธันวายังคงเป็นเข็มทิศ
ด้วยการสัมผัส
ด้วยคำพูด
และด้วยความอดทน
ให้น้าอ๊อดได้ค่อยๆ วางพัก
และค่อยๆ รู้สึก
ว่าตัวเองไม่ได้ลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
นิ้วของธันวายังคงหยุดนิ่งอยู่เพียงข้อแรก
ไม่ได้ดันลึกไปกว่านั้น
เพียงแค่คงอยู่ตรงนั้น
ให้น้าอ๊อดได้รู้สึกถึงการถูกแตะต้องในจุดที่ยังไม่คุ้นเคยกับการยอมรับ
น้าอ๊อดหลับตา
ลมหายใจสั่นเครือ
ภายในใจตอนนี้ไม่ได้มีเพียงความเสียว
แต่เต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดเข้ามาทีละระลอก
น้าอ๊อดเคยบอกตัวเองมาตลอดชีวิตว่าตัวเองเป็น
“ชายแท้”
คำนี้เคยเป็นเกราะ
เคยเป็นตัวตน
เคยเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องสงสัย
แต่ตอนนี้เกราะนั้นกำลังร้าว
และนิ้วของธันวาที่ค่อยๆ แตะเข้าไปในร่างกาย
กลับทำให้รอยร้าวนั้นชัดเจนขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
ความเสียวที่แล่นขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
ไม่ได้ทำให้รู้สึกมีชัยชนะ
แต่กลับทำให้น้าอ๊อดรู้สึกอ่อนแอ
อ่อนแอในแบบที่ไม่เคยยอมให้ใครเห็น
ธันวาก้มลงจูบที่ขมับของน้าอ๊อดเบาๆ
แล้วกระซิบ
“พี่อ๊อด… หายใจ”
“ผมยังอยู่ตรงนี้”
น้าอ๊อดพยายามหายใจตามคำพูดนั้น
แต่ทุกครั้งที่อากาศผ่านเข้าไปในปอด
กลับรู้สึกถึงความหนักอึ้งในอกชัดขึ้น
ภาพของบีปรากฏขึ้นในหัวโดยไม่ทันระวัง
ภาพของบีที่น้ำตาไหล
ภาพตัวเองที่เคยดึงใครบางคนลงไปในน้ำที่ตัวเองก็กำลังจะจม
ความรู้สึกผิดยังไม่หายไป
แม้ตอนนี้จะไม่ได้ฉุดใครแล้ว
แต่ก็ยังคงรู้สึกว่าตัวเองเปียกชื้นและเหนื่อยล้าจากการพยายามลอยคอมาตลอด
ธันวาขยับนิ้วเบาๆ เพียงนิดเดียว
วนช้าๆ ภายใน
น้าอ๊อดครางเสียงต่ำ
แต่ครางนั้นปนไปด้วยเสียงสั่นของคนที่กำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้
“ธันวา…”
เสียงของเขาแหบและแตกพร่า
“พี่… ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
ธันวาหยุดนิ้วนิ่งสนิท
แล้วโน้มหน้ามาใกล้
หน้าผากชนกับหน้าผากของน้าอ๊อด
“ไม่เป็นไรครับ”
“พี่ไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้”
“ผมไม่ได้ขอให้พี่รู้”
“ผมแค่ขอให้พี่… ได้อยู่กับความรู้สึกนี้โดยไม่ต้องหนี”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดหลับตาอีกครั้ง
น้ำตากลับซึมออกมาที่หางตาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ไม่ได้สะอื้น
เพียงแค่ปล่อยให้มันคลออยู่ตรงนั้น
ธันวายกมืออีกข้างขึ้นมาปาดน้ำตาให้เบาๆ
แล้วพูดต่อด้วยเสียงที่นุ่มและมั่นคง
“พี่อ๊อด”
“การที่พี่รู้สึกสับสน… มันไม่ได้ทำให้พี่พัง”
“การที่พี่เสียวกับผู้ชาย… มันไม่ได้ทำให้พี่หมดค่า”
“พี่ยังเป็นพี่อ๊อดคนเดิม”
“แค่… กำลังเรียนรู้ที่จะหายใจในน้ำที่ลึกกว่าเดิม”
น้าอ๊อดเปิดตาขึ้น
สายตาแดงก่ำ
มองธันวานาน
แล้วค่อยๆ พยักหน้า
เพียงครั้งเดียว
แต่เป็นการยอมรับในระดับที่ยังพอทำได้ในตอนนี้
ธันวาจูบที่เปลือกตาของน้าอ๊อดเบาๆ
แล้วค่อยๆ ขยับนิ้วต่อ
ช้ากว่าเดิม
ระมัดระวังกว่าเดิม
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้ทั้งเสียว
และได้ทั้งร้องไห้เงียบๆ ภายในใจ
โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบ
ว่าตัวเองคือใคร ตัวเองคืออะไร
ให้น้าอ๊อดได้ปรับตัวทั้งทางร่างกายและทางใจพร้อมกัน
น้าอ๊อดหลับตา
ริมฝีปากเม้มแน่น
ทุกครั้งที่นิ้วของธันวาขยับเพียงนิดเดียว
คลื่นความเสียวก็แล่นขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
ปนกับคลื่นอารมณ์ที่ซัดเข้ามาในอกโดยไม่ทันตั้งตัว
น้าอ๊อดเคยคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอ
เคยคิดว่าเกราะของ “ชายแท้” จะปกป้องเขาได้ตลอดไป
แต่ตอนนี้นิ้วเพียงนิ้วเดียวของธันวา
กลับทำให้เกราะนั้นร้าวจนได้ยินเสียงของมันในหัว
ธันวาโน้มตัวลงจูบที่ขมับอีกครั้ง
แล้วกระซิบใกล้หู
“พี่อ๊อด… ผมรู้ว่ามันหนัก”
“ผมรู้ว่าพี่กำลังสู้กับตัวเองอยู่”
“แต่ไม่ต้องสู้ตอนนี้ก็ได้”
“ปล่อยให้ผมรับน้ำหนักไปบ้าง”
นิ้วกลางค่อยๆ ดันเข้าไปจนถึงข้อที่สอง
ช้ามาก
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้หายใจตามทุกเซนติเมตร
“อ๊ะ… ธันวา…”
เสียงครางหลุดออกมาสั่นเครือ
ปนไปด้วยความเสียวและความอ่อนแอที่เขาไม่เคยยอมให้ใครได้ยิน
ธันวายังคงนิ่ง
มืออีกข้างลูบหลังของน้าอ๊อดเป็นจังหวะช้าๆ
ราวกับกำลังกล่อม
“หายใจ… ครับ”
“ผมอยู่ตรงนี้”
“พี่ไม่ได้จมน้ำอยู่...คนเดียว”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่น
น้ำตาที่คลออยู่หางตาไหลลงมาเส้นหนึ่งโดยไม่ทันได้ปัด
ไม่ได้สะอื้นดัง
เพียงแค่ปล่อยให้มันไหล
และปล่อยให้นิ้วของธันวาค่อยๆ เคลื่อนไหวภายในตัวเขา
ธันวาเพิ่มนิ้วที่สองอย่างระมัดระวัง
ทาน้ำลายเพิ่ม
แล้วค่อยๆ ดันเข้าไปพร้อมกัน
ช้าจนแทบจะนับลมหายใจได้
รูของน้าอ๊อดตอดรัดนิ้วทั้งสองอย่างแรงในตอนแรก
แล้วค่อยๆ คลายตัวตามจังหวะที่ธันวาวนนิ้วช้าๆ
“อืม… ลึก…”
น้าอ๊อดครางเสียงต่ำ
สะโพกขยับเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ
ธันวาก้มลงจูบที่อกของเขา
ดูดหัวนมเบาๆ สลับกับคำพูดที่ค่อยๆ ซึมเข้าไป
“พี่ไม่ต้องหาชื่อให้ความรู้สึกนี้”
“ไม่ต้องตัดสินว่าตัวเองเป็นอะไร”
“แค่รู้สึก… แค่เสียว… แค่ปล่อย”
“ผมจะเป็นเข็มทิศให้พี่”
“จนกว่าพี่จะพร้อมว่ายขึ้นฝั่งเอง”
นิ้วทั้งสองเริ่มขยับเข้าออกอย่างช้าๆ
ลึกขึ้นเล็กน้อยในแต่ละครั้ง
จังหวะสม่ำเสมอ
หนักแน่นแต่ไม่รุนแรง
ความเสียวค่อยๆ ท่วมท้นจากภายใน
ผสมกับความอบอุ่นจากคำพูดที่ไม่มีเงื่อนไข
น้าอ๊อดเงยหน้าพิงโซฟา
ตาปิดสนิท
ปากเปิดเล็กน้อย
เสียงครางหลุดออกมาเป็นระยะ
สั้นๆ แต่สั่น
ธันวามองใบหน้าของน้าอ๊อด
รู้สึกถึงทั้งความเสียวและความเปราะบางที่แผ่ซ่านออกมา
ธันวารู้ดีว่าตัวเองกำลังพาชายคนนี้อยู่บนเส้นบางๆ
ระหว่างการปลอบโยนกับการเปิดเผย
จึงยิ่งระมัดระวังทุกสัมผัส
“พี่อ๊อด…”
ธันวากระซิบอีกครั้ง
ขณะที่นิ้วยังคงเคลื่อนไหวช้าๆ
“ผมยอมรับพี่ในสภาพนี้”
“แม้พี่จะยังไม่ยอมรับตัวเอง”
“และผมจะอยู่ตรงนี้… จนกว่าพี่จะพร้อม”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดครางเสียงดังขึ้น
ร่างกายสั่นเทา
ทั้งจากความเสียวที่สะสม
และจากอารมณ์ที่ถูกแตะต้องในจุดที่ลึกกว่าทางกาย
น้าอ๊อดเอามือข้างหนึ่งจับแขนของธันวาไว้แน่น
เหมือนต้องการยึดอะไรสักอย่างไว้
ไม่ให้ตัวเองลอยหายไปอีกครั้ง
ในห้องที่แสงเย็นเริ่มมืดลง
ทั้งคู่ยังคงอยู่ในจังหวะนั้น
ช้า
ลึก
และเต็มไปด้วยความตั้งใจ
ธันวายังคงเป็นเข็มทิศ
ค่อยๆ นำพาน้าอ๊อดให้ว่ายน้ำ
ทีละจังหวะ
ทีละลมหายใจ
โดยไม่เร่งให้ถึงฝั่งในคืนนี้
นิ้วทั้งสองของธันวายังคงเคลื่อนไหวช้าๆ ภายในตัวของน้าอ๊อด
เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ลึกขึ้นทีละนิดในแต่ละรอบ
โดยที่นิ้วกลางงอเล็กน้อยเพื่อกดจุดที่ทำให้ร่างกายของน้าอ๊อดสั่นสะท้าน
น้าอ๊อดเอนหลังพิงโซฟา
ปากเปิดเล็กน้อย
ลมหายใจสั่นและไม่สม่ำเสมอ
ทุกครั้งที่นิ้วของธันวาดันเข้าไปจนสุด
คลื่นความเสียวก็พุ่งขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย
ปนกับคลื่นอารมณ์ที่ซัดเข้ามาในอกโดยไม่ทันตั้งตัว
น้าอ๊อดเคยคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างได้
เคยคิดว่าเกราะของความเป็น "ชายแท้" จะปกป้องเขาจากความรู้สึกแบบนี้
แต่ตอนนี้นิ้วเพียงสองนิ้วของธันวา
กลับทำให้เกราะนั้นร้าวมากขึ้นจนเขาได้ยินเสียงของมันแตกในหัว
“อืม… ธันวา… เสียว… ช้าๆ…”
เสียงครางหลุดออกมาสั่นเครือ
ปนไปด้วยความเสียวและความเปราะบางที่เขาไม่เคยยอมให้ใครได้ยิน
ธันวามองใบหน้าของน้าอ๊อดอย่างใกล้ชิด
สายตาเต็มไปด้วยความตั้งใจและความอ่อนโยน
ไม่ได้เร่ง
ไม่ได้เพิ่มแรง
เพียงแค่คงจังหวะช้าไว้
และใช้มืออีกข้างลูบหลังของน้าอ๊อดเป็นวงกลมเบาๆ
“ผมอยู่ตรงนี้ครับพี่อ๊อด”
ทันวากระซิบใกล้หู
“ไม่ต้องกลั้น”
“ไม่ต้องหาคำตอบตอนนี้”
“แค่รู้สึก… แค่ปล่อยให้มันผ่านไป”
นิ้วทั้งสองเริ่มขยับเร็วขึ้นเล็กน้อย
แต่ยังคงช้าพอที่น้าอ๊อดจะตามทันทุกการเคลื่อนไหว
ธันวาเพิ่มนิ้วที่สามอย่างระมัดระวัง
ทาน้ำลายเพิ่ม
แล้วค่อยๆ ดันเข้าไปพร้อมกัน
ช้าจนแทบจะนับลมหายใจได้
รูของน้าอ๊อดตอดรัดนิ้วทั้งสามอย่างแรงในตอนแรก
แล้วค่อยๆ คลายตัวตามจังหวะ
“อ๊ะ…! ธันวา… เต็ม…”
น้าอ๊อดครางเสียงดังขึ้น
สะโพกยกขึ้นเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ
มือข้างหนึ่งกำโซฟาไว้แน่น
อีกข้างจับแขนของธันวาเหมือนต้องการยึดอะไรสักอย่าง
ธันวาก้มลงจูบที่อกของน้าอ๊อด
ดูดหัวนมเบาๆ สลับข้าง
ขณะที่นิ้วยังคงเคลื่อนไหวช้าๆ ภายใน
“พี่อ๊อด…”
ํธันวาพูดระหว่างจูบ
น้ำเสียงนุ่มแต่ชัดเจน
“ผมไม่ได้พาพี่ไปในทางที่ผิด”
“ผมแค่… กำลังพาพี่กลับมาหาตัวเอง”
“ทีละก้าว”
“ทีละลมหายใจ”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดสั่นเทาทั้งตัว
น้ำตาที่คลออยู่หางตาไหลลงมาอีกเส้น
ไม่ได้สะอื้นดัง
เพียงแค่ปล่อยให้มันไหล
และปล่อยให้นิ้วของธันวาค่อยๆ เปิดร่างกายและจิตใจพร้อมกัน
ธันวามองเห็นน้ำตา
แต่ไม่ได้หยุด
และยกมืออีกข้างขึ้นมาปาดน้ำตาให้เบาๆ
แล้วพูดต่อ
“ไม่เป็นไรครับ”
“ร้องได้”
“เสียวได้”
“สับสนได้”
“ผมยอมรับทุกอย่างที่พี่เป็นตอนนี้”
นิ้วทั้งสามเริ่มขยับเข้าออกลึกขึ้น
จังหวะยังคงช้าแต่หนักแน่นขึ้น
ทุกครั้งที่ดันเข้าไปจนสุด
น้าอ๊อดจะครางเสียงต่ำและสั่น
“อืม… อ๊ะ… ธันวา… เสียว…”
ธันวาโน้มตัวลงจูบที่ปากของน้าอ๊อดเบาๆ
แล้วกระซิบใกล้ริมฝีปาก
“ผมเป็นเข็มทิศให้พี่”
“จนกว่าพี่จะพร้อมว่ายขึ้นฝั่งเอง”
“ตอนนี้… แค่เกาะผมไว้”
“แล้วปล่อยให้ความเสียวพาไป”
น้าอ๊อดพยักหน้าเบาๆ
โดยที่ตาปิดสนิท
ร่างกายสั่นเทาเป็นระลอก
ทั้งจากความเสียวที่สะสมอย่างช้าๆ
และจากอารมณ์ที่ถูกเปิดเผยจนแทบจะเปลือยเปล่า
ในห้องที่แสงเย็นเริ่มมืดลง
ทั้งคู่ยังคงอยู่ในจังหวะนั้น
ช้า
ลึก
และเต็มไปด้วยความตั้งใจ
ธันวายังคงเป็นเข็มทิศ
ค่อยๆ นำพาน้าอ๊อดให้ดำดิ่งลงไปในความรู้สึก
โดยไม่เร่งให้ถึงฝั่งในคืนนี้
เพียงแค่ให้อยู่กับมัน
และหายใจไปพร้อมกัน
นิ้วทั้งสามของนธันวายังคงเคลื่อนไหวช้าๆ ภายในตัวของน้าอ๊อด
เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ลึกและนุ่มนวล
ทุกครั้งที่นิ้วงอเล็กน้อย กดเบาๆ ที่จุดด้านใน
คลื่นความเสียวก็พุ่งขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
แต่สิ่งที่รุนแรงกว่าความเสียวในตอนนี้
คือคลื่นอารมณ์ที่ซัดเข้ามาในอกของน้าอ๊อดโดยไม่หยุดยั้ง
น้าอ๊อดเคยสร้างภาพของตัวเองไว้ชัดเจนมาตลอดชีวิต
ภาพของนายทหารอากาศที่แข็งแกร่ง
ภาพของสามีที่รักภรรยา
ภาพของชายแท้ที่ไม่เคยสงสัยในตัวเอง
แต่ตอนนี้นิ้วของธันวาที่ค่อยๆ เปิดร่างกายเขา
กลับกำลังเปิดประตูบานหนึ่งที่ปิดตายมานานหลายปี
และความเสียวที่แล่นไปทั่วร่าง
กลับทำให้ประตูบานนั้นเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ห้ามไม่อยู่
“อืม… ธันวา…”
เสียงครางหลุดออกมาสั่น
ปนไปด้วยอะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกับเสียงร้องไห้
ธันวาสังเกตเห็นทันที
ชะลอการขยับนิ้วลง
แต่ไม่ได้ถอนออก
เพียงแค่คงนิ้วนิ่งอยู่ข้างใน
แล้วโน้มตัวลงจูบที่เปลือกตาของน้าอ๊อดเบา ๆ
“พี่อ๊อด…”
เสียงของธันวานุ่มและใกล้หูมาก
“ผมรู้ว่าพี่กำลังรู้สึกอะไรอยู่”
“ไม่ใช่แค่เสียว”
“แต่เป็นการยอมให้ใครบางคนเข้ามาในส่วนที่พี่ไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้”
น้าอ๊อดหลับตาสนิท
น้ำตาไหลลงจากหางตาอีกครั้ง
ไม่ได้ปัดออก
เพียงแค่ปล่อยให้มันไหล
ธันวาพูดต่อช้าๆ
ขณะที่นิ้วยังคงวนเบาๆ ภายใน
“พี่ไม่จำเป็นต้องทิ้งภาพเดิมของตัวเองทั้งหมด”
“พี่ยังเป็นนายทหาร”
“พี่ยังเป็นสามี”
“พี่ยังเป็นคนที่บีรักและเคารพ”
“แต่พี่ยังเป็นคนที่กำลังเรียนรู้ว่า… ตัวเองมีด้านอื่นด้วย”
“และด้านนั้นไม่ได้ทำให้พี่ด้อยลง”
คำพูดนั้นกระทบใจน้าอ๊อดอย่างแรง
น้าอ๊อดเคยกลัวว่าถ้าตัวเองยอมรับความเสียวแบบนี้
ทุกอย่างที่สร้างมาจะพังทลาย
แต่คำพูดของธันวากลับไม่ได้ผลักเขาให้เลือกข้าง
แต่กลับยื่นมือมาพยุงไว้ตรงกลาง
ให้อยู่กับความสับสนได้โดยไม่ต้องรีบหาคำตอบ
นิ้วของนวธันวาเริ่มขยับอีกครั้ง
ช้ากว่าเดิม
แต่ลึกและตั้งใจกว่าเดิม
ทุกครั้งที่ดันเข้าไปจนสุด
น้าอ๊อดจะครางเสียงต่ำ
และร่างกายจะสั่นเล็กน้อย
“อ๊ะ… ธันวา… ใจพี่…”
“มัน… หนัก”
ธันวาจูบที่แก้มที่เปียกชื้น
แล้วกระซิบ
“ผมรับน้ำหนักไว้ให้ได้ครับ”
“พี่ไม่ต้องแบกคนเดียว”
“ตอนนี้… แค่เกาะผมไว้”
“แล้วปล่อยให้ร่างกายและใจได้พัก”
น้าอ๊อดยกมือขึ้นจับหลังศีรษะของธันวา
นิ้วไพล่ไปในเส้นผม
แล้วค่อยๆ ดึงลงมาจูบ
จูบช้าๆ และลึก
ปนไปด้วยรสน้ำตา
เมื่อแยกปากจากกัน
น้าอ๊อดพูดเสียงแหบ
“พี่… ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร”
ธันวามองตาน้าอ๊อดตรงๆ
แล้วตอบอย่างช้าๆ และชัดเจน
“ไม่เป็นไรครับ”
“พี่ไม่จำเป็นต้องรู้ในคืนนี้”
“ผมจะอยู่ตรงนี้”
“จนกว่าพี่จะพร้อมที่จะมองตัวเองอีกครั้ง”
นิ้วทั้งสามยังคงเคลื่อนไหวช้าๆ
นำพาความเสียวให้ท่วมท้นทีละชั้น
ขณะที่คำพูดของธันวายังคงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศ
ค่อยๆ นำพาน้าอ๊อดให้ดำดิ่งลงไปในความรู้สึก
โดยไม่ปล่อยให้น้าอ๊อดจมน้ำ
และไม่เร่งให้เขาขึ้นฝั่งก่อนเวลาอันควร
ในห้องที่มืดลงเรื่อยๆ
น้าอ๊อดค่อยๆ ปล่อยวาง
ทั้งร่างกาย
และใจ
ทีละน้อย
นิ้วทั้งสามของธันวายังคงเคลื่อนไหวช้าๆ แต่หนักแน่นขึ้น
เข้าออกเป็นจังหวะที่ลึกและสม่ำเสมอ
ทุกครั้งที่ดันเข้าไปจนสุด นิ้วกลางจะงอเล็กน้อย
กดตรงจุดที่ทำให้ร่างกายของน้าอ๊อดสั่นสะท้านทั้งตัว
ความเสียวสะสมมาอย่างช้าๆ นาน
จนตอนนี้มันท่วมท้นจนแทบกลั้นไม่อยู่
น้าอ๊อดเอนหลังพิงโซฟา
กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็ง
ท้องขึ้นลงแรง
มือข้างหนึ่งกำพนักโซฟาไว้แน่น
อีกข้างยังจับหลังศีรษะของธันวา
“อืม… ธันวา… ใกล้แล้ว…”
เสียงครางสั่นและแหบ
ปนไปด้วยลมหายใจที่ขาดห้วง
ธันวามองใบหน้าของน้าอ๊อดอย่างใกล้ชิด
เห็นทั้งความเสียวและความเปราะบางที่แผ่ซ่านออกมาเต็มที่
ธันวาไม่ได้เร่งจังหวะ
เพียงแค่คงความลึกและความช้าไว้
แล้วโน้มตัวลงกระซิบใกล้หู
“ไม่ต้องกลั้นครับพี่อ๊อด”
“ปล่อยได้”
“ผมรับไว้ทั้งหมด”
นิ้วทั้งสามขยับลึกขึ้นอีกนิด
จังหวะยังคงช้าแต่หนัก
ทุกการเคลื่อนไหวตั้งใจกดจุดเดิมซ้ำ ๆ
น้าอ๊อดเงยหน้า
คอเกร็ง
ปากเปิด
เสียงครางหลุดออกมาดังขึ้นเรื่อย ๆ
“อ๊ะ… อืม… ธันวา… เสียว… เสียวมาก…”
ธันวาใช้มืออีกข้างจับลำควยของน้าอ๊อด
รูดขึ้นลงช้าๆ พร้อมกับจังหวะนิ้วข้างใน
สองจุดพร้อมกัน
ทำให้คลื่นความเสียวซัดเข้ามาแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
น้าอ๊อดเริ่มสั่นเทา
กล้ามเนื้อต้นขาเกร็ง
นิ้วเท้างอ
สายตาพร่ามัว
ในหัวของเขามีเพียงเสียงเดียวที่ดังชัด
เสียงของธันวาที่ค่อย ๆ นำพาเขา
“พี่อ๊อด… เปิดได้แล้ว”
ธันวากระซิบต่อ
น้ำเสียงนุ่มแต่หนักแน่น
“ไม่ต้องปิดประตูอีกต่อไป”
“ผมอยู่ตรงนี้”
“ยอมรับสิ่งที่พี่รู้สึกได้”
คำพูดนั้นกระทบใจน้าอ๊อดตรงจุด
เกราะที่เขายึดมั่นมาทั้งชีวิต
ค่อยๆ เปิดออกทีละบาน
ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ
แต่เพราะมีคนยื่นมือมาพยุงไว้
ให้อยู่กับความจริงของตัวเองได้โดยไม่ต้องจมน้ำ
“ธันวา… ผม… ผม…”
เสียงของน้าอ๊อดแตกพร่า
ธันวาจูบที่ขมับ
แล้วพูดช้าๆ
“ปล่อยมาเลยครับ”
“ผมจับไว้”
นิ้วทั้งสามดันเข้าไปลึกสุดพร้อมกับมือที่รูดควยเร็วขึ้นเล็กน้อย
จังหวะยังไม่รุนแรง แต่หนักและต่อเนื่อง
น้าอ๊อดตัวตึงขึ้นสุด
แล้วระเบิด
“อ๊ะ…! ธันวา…!”
เสียงครางดังและสั่น
ร่างกายกระตุกเป็นระลอก
ควยกระตุกในมือของธันวา
น้ำเงี่ยนพุ่งออกมาเป็นจังหวะ
เปื้อนท้องและหน้าอกตัวเอง
นิ้วข้างในถูกบีบรัดอย่างแรงตามจังหวะการถึงจุดสุดยอด
ธันวายังคงนิ่ง
ไม่ได้ถอนนิ้วออกทันที
เพียงแค่ค่อยๆ ชะลอการขยับ
และรูดควยเบาๆ ต่อเนื่องจนน้ำหยดสุดท้ายไหลออกมา
น้าอ๊อดหอบหายใจแรง
ร่างกายอ่อนแรง
น้ำตาไหลลงจากหางตาโดยไม่หยุด
คราวนี้ไม่ใช่แค่ความเสียว
แต่เป็นการยอมปล่อยทุกอย่างที่กดไว้ในอกมานาน
ธันวาค่อยๆ ถอนนิ้วออกอย่างระมัดระวัง
เอาผ้าเปียกใกล้ๆ เช็ด แล้วโอบกอดน้าอ๊อดไว้
มือข้างหนึ่งลูบหลัง
อีกข้างเช็ดน้ำตาและน้ำเงี่ยนบนท้องเบาๆ
“เก่งมากครับ”
ธันวากระซิบใกล้หู
“พี่เปิดได้แล้ว”
“และผมยังอยู่ตรงนี้”
น้าอ๊อดซบหน้าลงที่ไหล่ของธันวา
ยังหอบอยู่
แต่แขนทั้งสองยกขึ้นโอบหลังธันวาตอบ
แน่นและสั่น
ในห้องที่มืดสงบ
ทั้งคู่ยังคงกอดกันเงียบๆ
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้หายใจ
และได้รู้สึกว่า
ประตูบานนั้นเปิดออกแล้ว
อย่างน้อยก็ในคืนนี้
ร่างกายของน้าอ๊อดยังคงสั่นเล็กน้อยในอ้อมกอดของธันวา
ลมหายใจยังหนักและไม่สม่ำเสมอ
หน้าอกแนบชิดกับหน้าอกของธันวา
เหงื่อเย็นๆ ซึมออกตามผิวหนัง
แต่สิ่งที่หนักกว่าความอ่อนล้าทางกาย
คือคลื่นอารมณ์ที่ซัดเข้ามาในอกหลังจากจุดสุดยอดผ่านไป
น้าอ๊อดเพิ่งปล่อยทุกอย่างออกมา
ทั้งน้ำเงี่ยน
ทั้งน้ำตา
และทั้งเกราะบางส่วนที่เคยปิดไว้แน่น
ตอนนี้ประตูบานนั้นเปิดอยู่
และอากาศเย็นๆ ของความจริงก็พัดเข้ามาในใจโดยตรง
น้าอ๊อดหลับตา
ซบหน้าอยู่ที่ไหล่ของธันวา
พยายามเรียบเรียงความคิด แต่เรียงไม่ออก
น้าอ๊อดรู้สึกเบาลง
เบาในแบบที่ไม่ได้รู้สึกมานานหลายเดือน
แต่ในความเบานั้นก็มีความหวาดกลัวแทรกอยู่
กลัวว่าตัวเองเพิ่งข้ามเส้นอะไรบางอย่างไปแล้ว
กลัวว่าเมื่อเช้าวันพรุ่งนี้มาถึง
จะไม่สามารถปิดประตูบานนั้นได้อีก
ธันวายังคงกอดน้าอ๊อดไว้เงียบๆ
มือข้างหนึ่งลูบหลังช้าๆ เป็นวงกลม
ไม่ได้พูดอะไรทันที
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้อยู่กับความรู้สึกของตัวเองก่อน
เวลาผ่านไปหลายนาที
น้าอ๊อดค่อยๆ พูดเสียงแหบ
โดยที่หน้ายังซบอยู่ที่ไหล่
“ธันวา…”
“พี่… รู้สึกแปลก”
ธันวาตอบเบาๆ
“แปลกแบบไหนครับ”
น้าอ๊อดเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วพูดต่อช้า ๆ
“เบา… แต่ก็กลัว”
“เหมือนเพิ่งเปิดประตูที่ปิดมานาน”
“แล้วตอนนี้ลมมันพัดเข้ามาเต็มๆ”
“พี่ไม่รู้ว่าจะปิดมันลงได้อีกไหม”
ธันวาจูบเบาๆ ที่ขมับของน้าอ๊อด
มือยังคงลูบหลังไม่หยุด
“ไม่ต้องรีบปิดครับ”
“ประตูมันเปิดได้… ก็ปิดได้”
“แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไร”
“แค่หายใจ”
“แล้วค่อยๆ ดูว่าข้างในห้องนั้นมีอะไรบ้าง”
น้าอ๊อดหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ
เสียงสั่นเล็กน้อย
“ข้างในมันยุ่งมาก”
“มีทั้งความเสียว”
“ความผิด”
“ความโล่ง”
“แล้วก็… ความอยากให้ใครสักคนอยู่ตรงนี้ต่อ”
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มและจริงจัง
“ผมอยู่ตรงนี้ได้ครับ”
“ไม่ใช่เพื่อบังคับให้พี่เลือกอะไร”
“แต่เพื่อให้พี่ได้มีที่ยึด”
“ตอนที่พายุในใจยังไม่สงบ”
น้าอ๊อดค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
สายตาสบกับธันวาในระยะใกล้
ตาแดงก่ำจากน้ำตาที่เพิ่งไหล
แต่แววตาไม่ได้หวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน
มีอะไรบางอย่างที่อ่อนโยนและเหนื่อยล้าปนกัน
“พี่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร”
น้าอ๊อดพูดเสียงเบา
“แต่ตอนนี้… พี่ยอมรับได้แล้วว่า”
“พี่เสียวกับผู้ชายได้”
“และพี่ไม่ได้พังเพราะมัน”
ธันวายิ้มบางๆ
ยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความอ่อนโยน
“แค่นั้นก็พอแล้วครับสำหรับคืนนี้”
“ที่เหลือ… ค่อยๆ มา”
น้าอ๊อดพยักหน้า
แล้วซบหน้าลงที่ไหล่ของธันวาอีกครั้ง
คราวนี้น้าอ๊อดกอดตอบแน่นขึ้น
ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายอีกฝ่าย
ค่อยๆ กล่อมความวุ่นวายในใจให้สงบลงทีละนิด
ในห้องที่มืดและเงียบ
น้าอ๊อดค่อยๆ เรียนรู้ที่จะหายใจ
ในพื้นที่ที่ประตูถูกเปิดออกแล้ว
โดยมีธันวานั่งอยู่ข้างๆ
เป็นเข็มทิศเงียบๆ
ที่ไม่เร่งให้น้าอ๊อดไปไหน
แค่ยอมให้อยู่ตรงนั้นได้
อย่างที่น้าอ๊อดเป็น
........................................
เพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไง บอกกันได้นะครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ชื่อบุคคลเป็นชื่อสมมุติ ผิดพลาดประการใดขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ
สนุกมากครับ nuangnut1996 ตอบกลับเมื่อ 2026-8-17 18:12
สนุกมากครับ
ยังมีต่อนะครับ ออกมาธุระเดี่ยวคืนนี้จะมาต่อให้จบตอนครับ ลุ้นสุด เยี่ยมครับ ธันวาพ่อพระพระเอกสุดๆ อยากได้ธันวา
เป็นพระรองที่โดดเด่น.อย่าลืมตัวปัญหาอีกคน"ภานุ"ใครจะเป็นคนช่วยภานุ รอดลยครับขอบคุณครับ ความรักเป็นสิ่งสวยงามเสมอจะมีชักกี่คนน้อให้ใจเหมือนเรื่องราวที่ได้อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้าย
ชื่นใจละมุนข้างในจัง5555อยากจะถามคนคนเขียนจังคิดได้ไง จะบ้าตาย5555555
ขอบคุนมากมายก่ายกองคับที่ผลิตผลงานดีๆมาให้อ่านแช่บครบรสเลยคับ5555
ลุ้นต่อว่าน้ำตาผมจะชึมอีกไหมน้อ5555อินจัด5555ขอบคุนคับ Phol_th ตอบกลับเมื่อ 2026-8-17 22:49
ธันวาพ่อพระพระเอกสุดๆ อยากได้ธันวา
เป็นพระรองที่โ ...
หลงรักธันวาจนไม่มีพื้นที่ให้ใครแล้วแน่ๆ แบบนี้ แค่ 1/10 ส่วนของตอนนี้เองนะครับ
อ่านตอน Update ให้จบอีกครั้ง แล้วรบกวนบอกความรู้สึกอีกรอบหน่อยนะครับ ขอขอบคุณ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-18 06:45
ตอนที่ 28 ลง Update ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ และเป็นตอนที่ต้องเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
จากอารมณ์ดราม่า ไล่ขึ้นมาความเสียวเบาๆ และการยอมเปิดใจของน้าอ๊อดโดยอาจารย์ธันวา
ตามที่ FC ท่านนึงแนะนำ ก็เล่นซะสว่างเหมือนเคย
แต่ไม่อยากตัดให้สั้นๆ อาจจะเวิ้นเว่อไปมาก ก็ลองอ่านดูนะครับ คิดเห็นอย่างไรบอกกันได้เลย
ในชีวิตจริงจะมีชายแท้คนไหนที่ยอมเปิดใจยอมรับความสับสนในตัวเอง
ด้วย Sex แบบสัมผัสเบาๆ ช้าๆ แบบตอนที่ 28 นี้ได้
และผมก็ไม่รู้ว่าในชีวิตจริงจะมีการบำบัดจิตใจด้วย Sex แบบนี้ไหม
ใครมีข้อมูลก็แสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ
ผิดพลาดประการใด ผมก็ขออภัยด้วยนะครับ ตามตลอดนะ มาครบแล้ว เอาจริงๆๆๆ ธันวาคือ จุดสุดยอดของห่วงโซ่อาหารในเรื่องนี้จริงๆณ ตอนนี้ถ้าธันวาไม่ใช่คนที่ดีที่สุดและไม่ได้อ่านเรื่องมาก่อนหน้านี้อาจจะมองว่าเป็นตัวร้ายที่สุดเหมือนกัน จิตวิทยาที่ลุ่มลึก สามารถชักจูงใครสักคนที่กำลังอ่อนไหวให้ไปตามใจตัวเองได้ แต่ ณฯ ตอนนี้ก้คือ คนที่เข้าใจ ปัญหาของ บี และอ๊อดมากที่สุดก็คือ ธันวาเพราะเป็นตัวกลางเชื่อมโยง ทั้งสองคนไว้ ตอนแรกที่อ่านมาแนวการนวดผ่อนคลายนึกว่าจะอีหรอบเดียวกับตอนภารุ แต่ก็อ่านจนจบยังคิดว่าน่าจะมี แากต่อจากนี้อีกนิดมั้ง ก้คงรออ่านตอนต่อไปแต่ทำไมดูเหมือนตอนนี้คนที่กำลังอยู่ใน บึงความสับสนคืออ๊อดเพียงคนเดียวส่วนบี กำลังเหมือนจะปล่อยวางปล่อยใจได้ก่อนอ๊อดแล้ว
reneisance ตอบกลับเมื่อ 2026-8-18 12:02
มาครบแล้ว เอาจริงๆๆๆ ธันวาคือ จุดสุดยอดของห่วงโซ่อา ...
ใช่ครับ จริงๆ มีต่อแต่ผมขอยกไปในตอนที่ 29 ครับ อยากฟังความคิดเห็นของ FC ก่อน อย่าว่าแต่น้าอ๊อดสับสนเลยครับ ตอนนี้ผมคนแต่งก็สับสนในเนื้อเรื่องนี้มากเหมือนกัน มันอาจเป็นเพราะความเรียล ที่อาจจะเกิดกับใครสักคนในชีวิตจริง และดราม่าที่ยาวมากหลายตอนแล้ว ก่อนที่จะกลับไปสู่ความเสียวในตอนที่ 29 ครับ zebu ตอบกลับเมื่อ 2026-8-18 06:09
หลงรักธันวาจนไม่มีพื้นที่ให้ใครแล้วแน่ๆ แบบนี้ แค่ ...
อย่านะคนแต่งชักจะเอาใหญ่แล้วลงลึกถึงอารมณ์แม้กระทั่งตอน xxx เดี่ยวคนอ่านจะน้ำ....น้ำตา แตก พร้อมกัน
ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องที่มีดราม่าระหว่าง xxxน่าจะต้องใช้พลังงานในการแต่งตอนนี้มากแน่ ๆ เลย คิดเอานะยังไงก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะ อย่าให้เหนื่อยเกินไป ให้สั้นหน่อยก็ได้หากมันต้องใช้พลังงานเยอะ ดูแลตัวเองด้วย
แต่เก่งมากนะ พยายามดึงอารมณ์ช่วงตอนของธันวา และเป็นการดึงอารมณ์ที่นานและยาวมากอ่านไป บางทีก็คิดนะ ยังไม่จบอีกเหรอน้ำตาจะแตกตามน้าอ๊อดอยู่แล้วเข้าใจว่าเวลาเป็นชีวิตจริงมันก็ยาวนานกว่านี่แค่อ่านผมก็ยังว่า อ.ธันวา เก่งและอดทนมากเป็นเรานะ ไม่ปลอบละจัดก่อนดีกว่า และถ้าผมเป็นน้าอ๊อด ผมจะรักธันวาก่อนคนแรกเอะ หรือ ธันวาจะเป็นพญาเทครัว กินเรียบ ได้หมด(ทุกคน) ขอบคุณคับ นี้
ขอบคุณคับ Sukit_J ตอบกลับเมื่อ 2026-8-18 13:59
อย่านะคนแต่งชักจะเอาใหญ่แล้วลงลึกถึงอารมณ์แม้กร ...
ขอบคุณมากครับ ตอนนี้ใช้พลังความคิดมากจริงๆ ครับ ความจริงตอนนี้เนื้อเรื่องแทบไม่มีอะไรเลย ตอนที่วางเนื้อเรื่องไว้ แต่เมื่อคืนตอนพิมพ์ช่วงที่น้าอ๊อดมาหาธันวาในหัวกลับคิดถ้าเป็นชีวิตจริงจะเป็นอย่างไรเวลาที่น้าอ๊อดต้องการปรึกษาใครสักคน ยิ่งพิมพ์ยิ่งจมดึ่งในความรู้สึกที่เหมือนตัวเองเป็นธันวา และพยายามนำพาน้าอ๊อดขึ้นฝั่งด้วยตัวของน้าอ๊อดเอง จึงได้แก้เนื้อเรื่องตอนนี้ใหม่ พิมพ์ไปพิมพ์ยาวเยียด เวิ้นเว่อมากถ้าเป็นเรื่องเล่า 555 ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2