น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่27 (ดราม่า)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-11 22:37บีก็นั่งอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเห็น
ค่ำคืนนั้น…ทั้งคู่ต่างคนต่างเจ็บปวด
ภายใต้หลังคาบ้านหลังเดียวกัน
โดยไม่มีใครก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายได้เลย
.................................
ฟ้ายังไม่สว่าง บี นั่งอยู่บนขอบเตียงมานาน
ตาแดงก่ำ ใบหน้าบวมเล็กน้อยจากร้องไห้ทั้งคืน
บีลุกขึ้นโดยไม่เปิดไฟ แต่งตัวเงียบๆ
เก็บของใส่กระเป๋าทีละชิ้น ทุกการเคลื่อนไหวตั้งใจทำให้ไม่มีเสียง
เมื่อพร้อม บีเดินไปที่ประตูห้อง มือวางบนลูกบิด
หายใจเข้าช้าๆ แล้วหมุนเปิด
ภาพตรงหน้าทำให้บีหยุดชะงัก
น้าอ๊อดนั่งหลับอยู่กับพื้น
หลังพิงผนังข้างประตูห้องนอนเขา
หัวเอียงพิงผนัง แขนกอดอก
ท่าทางของคนที่นั่งเฝ้าอยู่ทั้งคืน
บียืนนิ่ง
มือที่จับลูกบิดสั่นเล็กน้อย
ความอัดอั้นพุ่งขึ้นมาจนแน่นหน้าอก
บียกมืออีกข้างขึ้นปิดปาก
กลั้นเสียงสะอื้นไว้จนตัวสั่น
ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา
แม้น้ำตาคลอจนตาพร่า
บีจ้องภาพตรงหน้าไปคิดพักหนึ่ง
แล้วค่อยๆ วางกระเป๋าลง
เดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ
ดึงผ้าห่มผืนที่คุ้นเคย
เดินกลับมา คุกเข่าลงข้างน้าอ๊อดที่หลับใหล
คลี่ผ้าห่มช้าๆ แล้วห่มให้อย่างเบามือที่สุด
นิ้วสัมผัสความเย็นของร่างกายน้าอ๊อดเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนจะหดมือกลับ
บียืนขึ้น
มองภาพตรงหน้าอีกครั้ง
น้ำตาไหลลงบนหลังมือที่ยังปิดปาก
จากนั้นบีหยิบกระเป๋า
เปิดประตูบ้าน
ประตูค่อยๆ ปิดลงอย่างเงียบเชียบ
และเดินออกไปโดยไม่ได้หันหลังกลับแม้แต่ครั้งเดียว
ทิ้งให้น้าอ๊อดยังคงหลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนั้น
ในบ้านที่เงียบสงบยามเช้ามืด
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนเมื่อบีเดินออกจากซอยบ้าน
เพียงแค่เดินไปเรื่อยๆ กระเป๋าสะพายอยู่บนไหล่
มือยังเย็นและเริ่มชา
ภาพของน้าอ๊อดที่นั่งหลับพิงผนังยังติดตาไม่หาย
ผ้าห่มที่บีห่มให้
สัมผัสเย็นของผิวหนังตอนนิ้วแตะเพียงเสี้ยววินาที
ทุกอย่างวนเวียนอยู่ในหัวจนทำให้ก้าวขาช้าลงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อถึงปากซอยใหญ่ บีจึงเรียกแท็กซี่
บอกที่อยู่คอนโดของธันวา คนเดียวที่เขานึกถึงในตอนนี้ด้วยเสียงแผ่วเบา
ระหว่างทาง บีเอนหลังพิงเบาะ หลับตา
แต่กลับไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อย
คำพูดเมื่อคืนยังดังซ้ำ
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
แต่ละคำยังดังก้องและเจ็บปวดในจิตใจอยู่
แท็กซี่จอดหน้าคอนโดธันวา แล้วเดินเข้าไปในโถง
พนักงานรปภ. คุ้นหน้าบีดี จึงพยักหน้าให้ผ่าน
บีรอจังหวะขึ้นลิฟต์ไปกับคนอื่นที่พักในคอนโด
ยืนนิ่งอยู่ในโถงลิฟต์
มองตัวเลขที่เปลี่ยนไปทีละชั้น
หัวใจเต้นช้าแต่หนัก
บีเดินถึงหน้าประตูห้องของธันวา
มือยกขึ้นจะกดกริ่ง
แต่ชะงักกลางคัน
ยืนนิ่งอยู่นาน
ก่อนจะค่อยๆ กดกริ่งเบาๆ
ข้างในมีเสียงฝีเท้าดังมา
ประตูเปิดออก
ธันวายืนอยู่ในชุดนอน กางเกงขายาวกับเสื้อยืด
ผมยุ่งเล็กน้อย ดูเหมือนเพิ่งตื่น
เมื่อเห็นบี ธันวาชะงักไปชั่วขณะ
สายตาจับที่ใบหน้าบวมแดงและดวงตาที่ยังแดงก่ำของบี
“บี…” ธันวาเรียกเสียงนุ่ม
บียืนนิ่ง
ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
แต่ยังพูดอะไรไม่ออก
ธันวามองบีอีกครั้ง
แล้วค่อย ๆ เปิดประตูกว้างขึ้น
“เข้ามาสิ”
บีเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ
ธันวาปิดประตูตาม
บรรยากาศภายในห้องยังเงียบสงบ
แสงเช้าอ่อนๆ ลอดผ่านม่าน
บียืนอยู่กลางห้อง
บีวางกระเป๋าลงกับพื้นอย่างไม่มีแรง
แล้วก้าวโผเข้ากอดทันวา
แขนทั้งสองข้างโอบหลังธันวาแน่น
ใบหน้าซบลงที่อก
ร่างสั่น
น้ำตาที่กลั้นไว้ทั้งคืนไหลทะลักออกมาโดยไม่มีเสียงในตอนแรก
เพียงแค่ตัวสั่นและน้ำตาที่เปียกอกเสื้อของธันวา
ธันวาชะงักเพียงเสี้ยววินาที
แล้วยกแขนขึ้นโอบตอบ
มือข้างหนึ่งวางบนหลังศีรษะของบี
อีกข้างลูบหลังช้าๆ
บีร้องไห้แบบคนที่จมน้ำมานาน
แล้วเพิ่งได้จับหลัก
เสียงสะอื้นค่อยๆ ดังขึ้น
ขาดห้วง
สั่นเครือ
เหมือนอากาศในปอดไม่พอ
ธันวาพาเขานั่งลงบนโซฟา
ยังคงโอบไว้
ปล่อยให้บีค่อยๆ พังลงในอ้อมกอด
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง
เสียงสะอื้นเบาลง
เหลือเพียงลมหายใจที่ยังสะดุดเป็นช่วง ๆ
บีพูดด้วยเสียงแหบ
แทบไม่มีแรง
“ผม… ไม่รู้จะไปไหนแล้วครับ”
“บ้าน… กลับไม่ได้”
“น้าบอกว่าผมเป็นแค่เด็กที่แม่ฝากไว้”
“เป็นภาระ”
คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมาช้าๆ
แต่ละคำเหมือนถูกดึงขึ้นมาจากก้นบึ้ง
ธันวานิ่งฟัง
นิ้วยังลูบหลังบีเป็นจังหวะช้าและสม่ำเสมอ
บีก้มหน้า
น้ำตาไหลย้อยลงบนหลังมือที่วางอยู่บนตัก
“ทั้งคืน… ผมนั่งคิดคำพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“ทุกคำ… เหมือนมีด”
“มันบาดลงบนรอยเดิม”
“ซ้ำ”
“แล้วก็ซ้ำ”
“จนแทบขาดใจ”
เสียงของบีแผ่วจนเกือบเป็นเพียงลมหายใจ
“ผมคิดว่าผมสำคัญกับน้า”
“ผมรักน้า… รักแบบที่ตัวเองก็ยังอธิบายไม่ได้”
“แต่ทั้งหมด… ในสายตาของน้า ผมเป็นแค่ภาระ”
ธันวาไม่ได้รีบพูดอะไร
ธันวายกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มบีเบาๆ
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่ำและนิ่ง
“ตอนนี้… ไม่ต้องไปไหน”
“อยู่นี่ก่อน”
บีย่อตัวลงอีกครั้ง
ซบหน้าลงที่ไหล่ของธันวา
นิ้วกำเสื้อของธันวาแน่น
ในห้องที่เงียบสงบ
ความเจ็บปวดยังไม่จางหาย
แต่บีกำลังไม่ต้องจมอยู่กับมันคนเดียวอีกต่อไป
น้ำตาที่ไหลมาทั้งเช้ายังไม่หยุดสนิท
เพียงแต่เปลี่ยนจากสายที่ทะลัก เป็นหยดที่ค่อยๆ กลิ้งลงช้าๆ
ธันวานั่งนิ่ง หลังพิงโซฟา
แขนข้างหนึ่งโอบบีไว้ตลอดเวลา
มืออีกข้างลูบหลังเขาเป็นจังหวะช้าและสม่ำเสมอ
ไม่เร็วเกินไป
ไม่เบาเกินไป
เหมือนกำลังยึดใครบางคนไว้ไม่ให้จมลึกกว่านี้
บีพูดด้วยเสียงแหบพร่า
“คำพวกนั้น… มันวนอยู่ในหัวผมทั้งคืน”
“เด็กที่แม่ฝากไว้”
“ภาระ”
“ไม่ใช่คนสำคัญ”
“ทุกคำ… เหมือนมีดที่ถูกเสียบลงบนรอยเดิม”
“แล้วก็บิด”
“ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ธันวาไม่ได้รีบตอบ
ธันวายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้มบี อบอุ่นและมั่นคง
“ผมรู้ว่าตอนนี้มันเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก”
“และผมจะไม่บอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ ”
“เพราะมันเป็นไร”
“มันเจ็บจริง”
บีก้มหน้าลงอีกครั้ง
นิ้วกำเสื้อของธันวาแน่นขึ้น
ธันวาก้มลงเล็กน้อย
หน้าผากแตะกับขมับของบีเบาๆ
“วันนี้… ไม่ต้องเข้มแข็ง”
“ไม่ต้องกลั้น”
“ไม่ต้องหาเหตุผล”
“แค่ร้อง”
“แล้วผมจะอยู่ตรงนี้”
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
น้าอ๊อดนั่งอยู่หน้าประตูห้องของบีทั้งคืน
จนกระทั่งฟ้าสาง
เมื่อลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนที่คุ้นเคย
ผ้าห่มที่บีเคยห่มให้เขาหลายครั้ง
น้าอ๊อดยกมือขึ้นสัมผัสผ้าผืนนั้น
นิ้วสั่นเล็กน้อย
ภาพของบีที่น้ำตาไหลพรากเมื่อคืนพุ่งกลับมาชัดเจน
คำพูดที่ตัวเองเผลอพูด
ยังดังก้องอยู่ในหูไม่หาย
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
ผ้าห่มยังคลุมไหล่
ดวงตาแดงก่ำจากที่ไม่ได้หลับอย่างจริงจัง
ความผิดค่อยๆ กัดกินเขาจากด้านใน
ช้าๆ
แต่ลึก
น้าอ๊อดลุกขึ้นยืน
เปิดประตูห้องของบี
ห้องว่างเปล่า
เตียงไม่ได้ถูกนอน
หน้าต่างเปิดเล็กน้อย
ลมเช้าพัดผ่านเข้ามา
น้าอ๊อดยืนนิ่งอยู่กลางห้อง
มือกำผ้าห่มผืนนั้นแน่น
น้าอ๊อดค่อยๆ เดินออกจากห้อง
เปิดประตูบ้าน เดินออกไปตามหาในซอย
สายตาที่แดงก่ำพยายามมองหาบี แต่ไม่มีเพียงเงาของบี
โทรศัพท์ในมือไม่มีข้อความตอบกลับ
สายที่โทรออกไปดังรอจนตัดเอง
ความกระวนกระวายค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจากท้อง
แล้วแผ่กระจายไปทั่วอก
น้าอ๊อดเดินกลับเข้าบ้าน
นั่งลงบนโซฟา
ผ้าห่มผืนนั้นยังพาดอยู่บนตัก
หัวเอียงพิงพนัก
ดวงตาจ้องไปที่พื้น
แล้วภาพต่างๆ ก็เริ่มย้อนกลับมาทีละฉากช้าๆ
แต่คมชัด
คืนที่มิ้นท์บังคับ
บีถูกสั่งให้เย็ดกู
แต่บีไม่ยอม
แม้จะถูกกดดัน
แม้จะถูกขู่
บีกลับเลือกที่จะเป็นฝ่ายทนเจ็บเอง
ยอมนั่งลงบนควยของกู
ใบหน้าซีดขาว
ร่างสั่นเทา
น้ำตาคลอ
แต่ก็ยังทนเจ็บ
จนรูตูดฉีก
เลือดซึม
นั่นคือครั้งแรกของบี
และบีเลือกที่จะเจ็บแทนกู
หลังจากนั้น ตอนที่กูหมดสภาพจากฝีมือมิ้นท์
เป็นบีที่เช็ดตัวให้
เป็นบีที่แบกร่างกูขึ้นเตียง
เป็นบีที่นั่งเฝ้ากูทั้งคืน
เป็นบีที่โกหกน้าสาวไม่ให้รู้ความจริง
แล้วก็คืนๆ ที่ต้องไปชดใช้หนี้กับภาณุและธันวา
บียอมเข้าไปร่วมด้วย
ยอมทน
ยอมเจ็บ
ยอมแลกตัวเองเพื่อช่วยกู
ทุกครั้ง
บีไม่เคยผลักกูออก
ไม่เคยทิ้งกูไว้คนเดียว
แต่เมื่อคืน…
ตัวกูเองกลับเป็นคนผลักบี
ด้วยคำพูดที่โหดร้ายที่สุด
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
“ไม่ใช่คนสำคัญอะไรทั้งนั้น”
น้าอ๊อดยกมือขึ้นปิดหน้า
นิ้วสั่น
ความผิดท่วมท้นจนหายใจไม่ออก
น้าอ๊อดเริ่มเห็นภาพตัวเองชัดขึ้น
ความสับสนที่ถูกกดทับมานาน
ความซับซ้อนที่ตัวเองไม่ยอมรับ
ความรู้สึกที่มีต่อบี ซึ่งลึกกว่าคำว่าหลาน
แต่ "กูกลัว" กลัวจนเลือกที่จะทำร้ายก่อนที่จะยอมรับ
มือที่วางบนผ้าห่มกำแน่น
เล็บจิกรอยลงบนผืนผ้า
“กูทำพลาด…”
เสียงพึมพำแผ่วเบากระซิบออกมาในบ้านที่ว่างเปล่า
ความกระวนกระวายที่บีหายไป
ความเสียใจกับคำพูดของตัวเอง
และความผิดที่สะสมมาจากทุกเหตุการณ์
ทั้งหมดกำลังกัดกินอย่างช้าๆ
น้าอ๊อดหลับตาลง หายใจลึกๆ ใจเย็นๆ
แล้วปล่อยให้ทุกอย่างในหัวค่อยๆ คิด ค่อยๆ ปล่อยให้ความคิดลอยขึ้นมา
ไม่หนี
ไม่กดทับ
ครั้งนี้กูเลือกที่จะเผชิญ
ความผิดที่กูรู้สึกไม่ได้มีเพียงชั้นเดียว
ชั้นแรกคือความผิดต่อคำพูดเมื่อคืน
ประโยคที่หลุดออกไปด้วยความอึดอัด
ประโยคที่ทำให้บีพัง
ชั้นที่สองคือความผิดต่อทุกสิ่งที่บีเคยทำเพื่อเขา
การทนเจ็บแทน
การดูแลตอนหมดสภาพ
การโกหก
การยอมเข้าไปร่วมชดใช้หนี้
บีทำทุกอย่างโดยไม่เคยทิ้งกู
แต่กูกลับผลักบีด้วยมือตัวเอง
ชั้นที่ลึกที่สุด คือความผิดต่อตัวเอง
ความผิดที่เกิดจากการปฏิเสธความจริงในใจมานานเกินไป
กูรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีต่อบีไม่ได้จำกัดอยู่แค่หลานชาย
กูรู้ดีว่าความเสียวและความผูกพันที่มีกับภาณุและธันวาก็ไม่ได้เป็นเพียงการชดใช้หนี้
กูรู้ดีว่าตัวเองกำลังสับสนกับความเป็น “ชายแท้” ที่ยึดถือมาทั้งชีวิต
แต่ "กูกลัว"
กลัวจนเลือกที่จะทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แทนที่จะยอมรับความจริง
น้าอ๊อดลืมตาขึ้น
จ้องไปที่ผ้าห่มบนตัก
แล้วเริ่มคิดถึงทางออก
แนวทางแรก…คือการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
ปิดบังต่อไป ทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ปล่อยให้บีเจ็บปวดไปตามเวลา
แล้วหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม
แต่น้าอ๊อดรู้ทันทีว่าแนวทางนี้จะฆ่าทั้งบีและตัวเองช้าๆ
แนวทางที่สอง…คือการผลักทุกอย่างออกไปให้ไกล
ตัดขาดจากบี ตัดขาดจากภาณุและธันวา
กลับไปเป็นเพียงสามีของภรรยาและนายทหารตามหน้าที่
ไม่แตะต้องความสับสนนี้อีก
แต่น้าอ๊อดก็รู้ว่านั่นคือการหนี
และการหนีครั้งนี้จะทิ้งรอยแผลที่ไม่มีวันหาย
แนวทางที่สาม…คือการยอมรับ
ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด
ยอมรับว่ามีความรู้สึกที่ซับซ้อนต่อบี
ยอมรับว่าความสัมพันธ์กับภาณุและธันวาไม่ได้มีเพียงหนี้
ยอมรับว่าคำพูดเมื่อคืนเป็นความผิดพลาดที่ต้องแก้ไข
และยอมรับว่าต่อไปนี้ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงของตัวเอง
น้าอ๊อดกำผ้าห่มแน่น
ลมหายใจสั่นเล็กน้อย
แนวทางที่สามน่ากลัวที่สุด
เพราะมันบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับตัวเองโดยไม่มีเกราะ
แต่ก็เป็นแนวทางเดียวที่ไม่ได้ทิ้งบีไว้ข้างหลัง
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
มองไปที่ประตูบ้าน
น้าอ๊อดพึมพำเสียงแผ่ว
“กูต้องยอมรับ…”
“ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
นิ้วของน้าอ๊อดสัมผัสผืนผ้าห่มที่บีคลุมตัวให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหมือนกำลังยึดอะไรบางอย่างไว้ไม่ให้หลุดลอย
คำพูดที่เขาพึมพำกับตัวเองเมื่อสักครู่ยังดังก้องอยู่ในหู
“กูต้องยอมรับ… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
ขาที่นั่งนานจนชาทำให้ต้องพยุงตัวกับพนักโซฟาชั่วคราว
จากนั้นเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
หน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับหลายสาย
และข้อความที่ส่งไปหาบีโดยไม่มีคำตอบแม้แต่ข้อความเดียว
น้าอ๊อดนั่งลงอีกครั้ง
นิ้วเลื่อนไปที่ชื่อของบี
หยุดนิ่งอยู่นาน
แล้วกดโทรออก
สัญญาณดังขึ้นทีละจังหวะ
หนึ่ง
สอง
สาม
ไม่มีคนรับ
สายตัดเอง
เขาวางโทรศัพท์ลงบนตัก
หลับตา
ลมหายใจยาวและหนัก
ภาพของบีที่น้ำตาไหลพรากเมื่อคืนผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ตามด้วยภาพของบีที่คุกเข่าห่มผ้าให้เขาในเช้ามืด
ทุกภาพล้วนแล้วแต่ทิ่มแทงความผิดให้ลึกขึ้น
น้าอ๊อดเปิดตา
จ้องไปที่ประตูบ้าน
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการยอมรับในใจเพียงอย่างเดียวไม่พอ
เขาต้องลงมือ
ต้องหาบี
ต้องพูด
ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองทำพลาด
แต่ตอนนี้…
เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบีอยู่ที่ไหน
น้าอ๊อดยกมือขึ้นเช็ดหน้า
แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
เดินไปที่หน้าต่าง
มองออกไปตามซอยที่เงียบสงบ
ในใจเริ่มก่อตัวเป็นความตั้งใจที่ชัดขึ้นทีละนิด
ช้าๆ แต่หนักแน่น
เขาจะไม่ปล่อยให้บีต้องเจ็บปวดอยู่คนเดียวแบบนี้อีกต่อไป
น้าอ๊อดยืนอยู่หน้าต่างมานาน
มือทั้งสองข้างวางอยู่บนขอบหน้าต่าง
สายตาจ้องออกไปตามซอยโดยไม่ได้เห็นอะไรจริงๆ
ความผิดที่เขาแบกอยู่ไม่ได้เป็นเพียงก้อนเดียว
มันเป็นชั้นๆ ที่ค่อยๆ กดทับลงมาทีละชั้น
ชั้นแรกคือคำพูดเมื่อคืน
ประโยคที่หลุดออกไปด้วยความอึดอัดและความกลัว
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
“ไม่ใช่คนสำคัญอะไรทั้งนั้น”
ทุกคำยังดังก้องอยู่ในหูเหมือนถูกบันทึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาเห็นภาพบีที่ใบหน้าแตกสลาย
น้ำตาที่ไหลพราก
เสียงที่สั่นเครือตอนพูดว่า
“ผมเสียใจที่คิดไปเองว่าผมสำคัญกับน้า”
ภาพนั้นทิ่มแทงเขาทุกครั้งที่หลับตา
ชั้นที่สองคือทุกอย่างที่บีเคยทำเพื่อเขา
คืนที่มิ้นท์บังคับ
บีถูกสั่งให้เป็นฝ่ายเย็ดกู
แต่บีไม่ยอม
กลับเลือกที่จะทนเจ็บเอง
นั่งลงบนควยของกู
ใบหน้าซีด
ร่างสั่น
น้ำตาคลอ
จนเลือดซึม
นั่นคือครั้งแรกของบี
และบีเลือกที่จะเจ็บแทนกู
หลังจากนั้น ตอนที่กูหมดสภาพ
เป็นบีที่เช็ดตัวให้
เป็นบีที่แบกร่างกูขึ้นเตียง
เป็นบีที่นั่งเฝ้ากูทั้งคืน
เป็นบีที่โกหกน้าสาวไม่ให้รู้ความจริง
แล้วก็คืนๆ ที่ต้องไปชดใช้หนี้
บียอมเข้าไปร่วม
ยอมทน
ยอมเจ็บ
ยอมแลกตัวเองเพื่อช่วยกู
ทุกครั้ง
บีไม่เคยทิ้งเขา
แต่เมื่อคืน…
ตัวเขาเองกลับเป็นคนผลักบีออกไปด้วยมือตัวเอง
ชั้นที่ลึกที่สุดคือความผิดต่อตัวเอง
กูรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีต่อบีไม่ได้จำกัดอยู่แค่หลานชาย
กูรู้ดีว่าตัวเองหลีกเลี่ยงความจริงมานานเกินไป
กูรู้ดีว่าความสับสนในใจถูกกดทับจนกลายเป็นระเบิด
แล้วเมื่อระเบิดออก
คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดกลับเป็นบี
น้าอ๊อดยกมือขึ้นเช็ดหน้า
นิ้วเปียกเล็กน้อย
กูไม่แน่ใจว่าเป็นเหงื่อหรือน้ำตา
ความผิดไม่ได้ทำให้ร้องไห้ออกมาดังๆ
มันกัดกินแบบเงียบๆ
ช้าๆ แต่ลึกจนถึงกระดูก
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
มือทั้งสองข้างกำขอบหน้าต่างแน่น
ในบ้านที่ว่างเปล่า
ความผิดกำลังนั่งอยู่กับเขา
และยังไม่มีทีท่าว่าจะจากไปง่าย ๆ
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างช้าๆ
และยาวนานกว่าคืนใดที่ทั้งคู่เคยเจอ
บ้านของน้าอ๊อดเงียบสนิท
ไม่มีเสียงฝีเท้าของบี
ไม่มีเสียงเปิดตู้เย็นตอนดึก
ไม่มีเสียงประตูห้องชั้นล่างปิดเบาๆ
น้าอ๊อดนั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่ฟ้ามืด
ผ้าห่มของบียังพาดอยู่บนตัก
ไม่ได้เปิดไฟ ปล่อยให้ความมืดปกคลุมทั้งห้อง
ทุกครั้งที่สายตาเหลือบไปทางห้องนอนของบี
ภาพของบีที่น้ำตาไหลพรากเมื่อคืนก็พุ่งกลับมา
ตามด้วยคำพูดของตัวเองที่ยังคมกริบไม่จาง
น้าอ๊อดลองโทรหาบีอีกครั้ง
สัญญาณดังไปหลายครั้งก่อนจะตัดเอง
ไม่มีข้อความตอบกลับ
น้าอ๊อดวางโทรศัพท์ลง
แล้วก้มหน้าลงซบกับผ้าห่มผืนนั้น
ความผิดไม่ได้กรีดร้อง
มันค่อยๆ กัดกินจิตใจ
ช้าๆ
ลึกๆ
จนถึงแก่น
อีกฟากหนึ่ง ในห้องนอนของธันวา
บีนอนขดตัวอยู่บนเตียง
ธันวานั่งพิงหัวเตียง
แขนข้างหนึ่งโอบบีไว้ตลอดเวลา
บีไม่ได้ร้องไห้เสียงดังอีกแล้ว
เหลือเพียงน้ำตาที่ไหลเป็นระยะ
และร่างที่สั่นเล็กน้อยเมื่อความคิดวนกลับไปเจอคำพูดเดิม
ธันวาไม่พูดมาก
เพียงแค่ลูบหลังบีช้าๆ
บางครั้งก็ก้มลงพึมพำเบาๆ
“อยู่นี่”
“ไม่ต้องไปไหน”
บีกำเสื้อของทันวาแน่น
ใบหน้าซบอยู่ในอก
ค่ำคืนนี้ในใจหนาวเหน็บ
และพังทลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่บียังมีอ้อมกอดหนึ่งที่ไม่ได้ผลักออก...จนหลับไป
จนเช้าวันรุ่งขึ้น ธันวาปล่อยให้บีนอนหลับต่อ
แล้วเดินออกไปที่ระเบียง
ธันวาโทรศัพท์
กดชื่อของน้าอ๊อด
สัญญาณดังไปไม่กี่ครั้งก็มีคนรับ
“สวัสดีครับ” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“ผมธันวา”
อีกสายหนึ่งเงียบไปชั่วขณะ
“บี… อยู่กับคุณใช่ไหม”
เสียงของน้าอ๊อดแหบและเหนื่อยล้า
“ใช่ครับ” ธันวาตอบตรงๆ
“บียังปลอดภัย แต่วันนี้ยังไม่พร้อมเจอพี่อ๊อด”
ความเงียบทอดยาว
ธันวาไม่ได้รีบพูดต่อ
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองผ่านสาย
จากนั้นธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและจริงจัง
“ผมอยากคุยกับพี่อ๊อดสักหน่อย”
“ไม่ใช่ในฐานะคนที่บีมาพักด้วย”
“แต่ในฐานะคนที่เห็นทั้งสองคนพังลงต่อหน้า”
“พี่อ๊อดว่างไหมครับ… ถ้าผมแวะไปหา”
น้าอ๊อดเงียบอยู่นาน
ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว
“ว่าง”
ธันวาพยักหน้าแม้ฝั่งตรงข้ามจะมองไม่เห็น
“งั้นผมแวะไปตอนสายๆ”
“เราน่าจะคุยกันก่อน… ก่อนที่พี่อ๊อดจะได้เจอบีอีกครั้ง”
สายตัดลง
ธันวายืนอยู่บนระเบียง
มองออกไปไกลๆ
ธันวาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าข้างใคร
แต่ธันวารู้ดีว่า
ถ้า น้าอ๊อด ยังไม่ยอมรับความจริงในใจตัวเอง
การเจอหน้าบีอีกครั้ง
จะยิ่งทำให้ทั้งคู่เจ็บปวดมากกว่าเดิม
ช่วงสายวันนั้น
ธันวาเดินเข้ามาในบ้านของน้าอ๊อดตามนัด
บ้านยังเงียบเหมือนเดิม
ผ้าห่มของบียังพับอยู่บนโซฟา
น้าอ๊อดเปิดประตูให้
ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและซีดกว่าปกติ
ทั้งคู่นั่งลงตรงข้ามกันในห้องนั่งเล่น
ธันวาไม่ได้เปิดบทสนทนาด้วยคำปลอบใจ
เพียงแค่มองน้าอ๊อดนิ่งๆ ชั่วขณะ
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบแต่ชัดเจน
“พี่อ๊อดทำร้ายบีหนักมาก”
น้าอ๊อดก้มหน้า
มือทั้งสองวางบนตัก
“ผมรู้”
ทันวาพยักหน้าเบาๆ
“พี่รู้… แต่พี่ยังไม่เข้าใจว่าพี่ทำร้ายบีลึกแค่ไหน”
ความเงียบเข้ามาคั่นกลาง
ธันวาพูดต่ออย่างช้า ๆ
“บีมาหาผมในสภาพที่พังมาก”
“บีไม่ได้โกรธแบบคนถูกด่า”
“บีเจ็บแบบคนที่ถูกคนสำคัญที่สุดในชีวิตบอกว่าตัวเองไม่มีค่า”
น้าอ๊อดกำมือแน่น
“ผม… เผลอพูด”
“ตอนนั้นผมอึดอัด”
ธันวาตัดบทอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“คนเรามักเผลอพูดความจริงที่ตัวเองกลัวที่สุด ตอนที่อึดอัดที่สุด”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
ดวงตามีแววสั่น
ธันวามองตรงๆ
“พี่กลัวอะไรครับ”
“กลัวว่าบีสำคัญกับพี่มากกว่าที่ควรจะเป็น?”
“กลัวว่าความรู้สึกที่มีต่อบีไม่ใช่แค่หลานชาย?”
“หรือกลัวว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้ชายแบบที่เคยยึดถือมาทั้งชีวิต?”
คำถามแต่ละข้อตกลงบนโต๊ะทีละข้อ
ช้าๆ แต่หนัก
น้าอ๊อดหลบสายตา
เสียงของเขาแผ่วลง
“ผม… ไม่รู้”
“ผมสับสน”
“ผมมีภรรยา”
“ผมเป็นทหาร”
ธันวาพยักหน้า
“แล้วตอนนี้คุณเป็นแบบไหน”
น้าอ๊อดนิ่งไปนาน
มือที่วางบนตักเริ่มสั่นเล็กน้อย
ธันวาไม่ได้เร่ง เพียงแค่รอ
ในที่สุดน้าอ๊อดก็พูดด้วยเสียงแหบ
“ผมทำให้บีเจ็บมาตลอด”
“ทั้งที่บีไม่เคยทิ้งผม”
“ทั้งที่บีคอยดูแลผม”
“ทั้งที่บี…” น้าอ๊อดหยุด
กลืนน้ำลาย แล้วพูดต่ออย่างยากลำบาก
“ผมสำคัญกับบีมาก”
“และบี… ก็สำคัญกับผมมากเช่นกัน”
ธันวามองน้าอ๊อดอย่างสงบ
“แล้วพี่จะทำยังไงกับความจริงข้อนี้”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงก่ำ
“ผมไม่รู้”
“แต่ผมรู้ว่า… ผมทำแบบเดิมต่อไม่ได้แล้ว”
ธันวาถอนหายใจเบาๆ
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและจริงจัง
“ก่อนที่พี่จะไปเจอบีอีกครั้ง”
“พี่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน”
“ว่าบีคืออะไรในชีวิตพี่”
“และพี่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้แบบไหน”
“ไม่งั้น… การเจอหน้ากันอีกครั้ง จะยิ่งทำร้ายบีมากกว่าเดิม”
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
คำพูดของธันวาทิ่มเข้าไปตรง ๆ
ไม่มีความรุนแรง
แต่ก็ไม่มีการหลีกเลี่ยง
ในห้องที่เงียบสงบ
น้าอ๊อดเริ่มถูกบีบให้เผชิญหน้ากับตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ธันวาจากไปแล้วตั้งแต่ตอนบ่าย
บ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
แต่ความเงียบในตอนนี้ไม่ได้ว่างเปล่า
มันเต็มไปด้วยเสียงในหัวของน้าอ๊อดที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
น้าอ๊อดนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม
ผ้าห่มของบียังวางอยู่ข้างกาย
มือทั้งสองข้างกำกันแน่น
บทสนทนากับธันวายังวนเวียนไม่หาย
“พี่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน”
“ว่าบีคืออะไรในชีวิตคุณ”
คำถามนั้นไม่ได้มีคำตอบง่ายๆ
น้าอ๊อดหลับตาลง
ภาพแรกที่ผุดขึ้นคือใบหน้าของภรรยา
รอยยิ้มตอนเช้า
เสียงเรียก “พี่อ๊อด”
สัมผัสอบอุ่นตอนกอดกันก่อนนอน
คำว่ารักที่เธอบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เคยลังเล
เธอคือผู้หญิงที่กูเลือก
คือคนที่กูสาบานจะดูแล
คือศูนย์กลางของชีวิตที่สร้างมาตลอดหลายปี
ความกลัวที่คิดว่าจะสูญเสียเธอพุ่งขึ้นมาอย่างจัง
ถ้าเธอรู้…
ทุกอย่างอาจพังทลาย
ทั้งบ้าน
ทั้งหน้าที่การงาน
ทั้งชีวิตที่ยึดถือ
แต่ทันทีที่ความกลัวนั้นเต็มอก
ภาพของบีก็แทรกเข้ามา
ดวงตาที่มองเขาด้วยความไว้ใจ
น้ำตาที่ไหลพรากเมื่อถูกผลัก
มือที่เคยห่มผ้าให้อย่างเบามือ
ร่างที่เคยทนเจ็บแทนโดยไม่บ่นแม้แต่คำเดียว
บีคือคนที่เขารักและไว้ใจในอีกแบบหนึ่ง
ไม่ใช่แบบเดียวกับภรรยา
แต่ก็ลึกและจริงไม่แพ้กัน
น้าอ๊อดเปิดตา
ลมหายใจสั่น
มือยกขึ้นกุมขมับ
ความขัดแย้งในใจกำลังฉีกออกเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งอยากยึดชีวิตเดิมไว้ให้แน่น
ปกป้องภรรยา
ปกป้องภาพลักษณ์
ปกป้องทุกอย่างที่สร้างมา
อีกส่วนหนึ่งกำลังกรีดร้องว่า
ถ้ายังคงปฏิเสธบีต่อไป
อาจสูญเสียคนที่เคยยอมเจ็บแทนตัวเขาเองโดยไม่ลังเล
ความกลัวสองอย่างนี้กดทับลงมาพร้อมกัน
กลัวสูญเสียภรรยา
และกลัวสูญเสียบี
ทั้งสองอย่างล้วนแล้วแต่ทำให้น้าอ๊อดหายใจลำบาก
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
มือทั้งสองข้างรองรับใบหน้า
เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาในบ้านที่ว่างเปล่า
“กูจะทำยังไง…”
“กูจะเลือกยังไง…”
ไม่มีใครตอบ
มีเพียงความเงียบที่ค่อยๆ บีบคั้น
ให้จมลึกลงไปกับความขัดแย้งที่ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร
คืนนั้น น้าอ๊อดนอนไม่หลับ
เดินไปมาในบ้านหลายรอบ
จากห้องนั่งเล่น ขึ้นไปห้องนอน แล้วเดินกลับลงมา
ทุกครั้งที่ผ่านหน้าประตูห้องของบี
ฝีเท้าจะชะงักไปเล็กน้อย
ภาพความขัดแย้งยังฉีกตัวเองไม่หยุด
ภรรยาที่รักและสาบานจะดูแล
กับบี ที่รักและไว้ใจในอีกแบบหนึ่ง
ทั้งสองอย่างล้วนแล้วแต่สำคัญ
และทั้งสองอย่างกำลังทำให้กลัวจนแทบยืนไม่ตรง
แต่ยิ่งเดิน
ยิ่งคิด
ยิ่งชัดขึ้นทีละนิด
ว่าการหนีต่อไป
จะไม่เหลือใครไว้ให้เลย
เมื่อฟ้าเริ่มสาง
น้าอ๊อดหยุดยืนตรงหน้าต่างห้องนั่งเล่น
มือทั้งสองข้างวางอยู่บนขอบหน้าต่าง
น้าอ๊อดหลับตาลง
แล้วพูดกับตัวเองด้วยเสียงแผ่ว
“พอ…”
“หนีต่อไม่ได้อีกแล้ว”
เขาเปิดตา
สายตาจ้องออกไปยังท้องฟ้าสีครามอ่อน
การตัดสินใจไม่ได้มาพร้อมความโล่งใจ
มันมาพร้อมความกลัวที่ยังสั่นเทา
แต่ก็มาพร้อมความชัดเจนที่ไม่เคยมีมาก่อน
กูจะไม่ผลักบีออกไปอีก
กูจะไม่ใช้ความโกรธและความสับสนเป็นเกราะอีกต่อไป
กูจะเผชิญหน้ากับความจริง
ว่าบีสำคัญกับกูมาก
และความรู้สึกนี้…
ไม่ได้ผิดทั้งหมดอย่างที่กูเคยพยายามหลอกตัวเอง
น้าอ๊อดยกมือขึ้นเช็ดใบหน้า
ลมหายใจยาว
ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ
นิ้วสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนหาชื่อของธันวา
น้าอ๊อดกดโทรออก
สัญญาณดังขึ้น
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
ธันวารับสาย
“สวัสดีครับ” เสียงของธันวาสงบและยังมีความง่วงเล็กน้อย
น้าอ๊อดหายใจเข้าลึกก่อนพูด
“ผม… อ๊อด”
“ผมตัดสินใจแล้ว”
สายตรงข้ามเงียบไปชั่วขณะ
ธันวาไม่ได้เร่ง
เพียงแค่รอ
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
สายตาจับอยู่ที่ผ้าห่มของบีที่พับอยู่บนโซฟา
“ผมอยากเจอบี”
เสียงของน้าอ๊อดแหบและช้า
“แต่ไม่ใช่เพื่อขอให้บีกลับมาบ้านทันที”
“ผมแค่… อยากเจอ”
“อยากพูดความจริง”
ธันวายังคงเงียบ
ปล่อยให้น้าอ๊อดได้พูดต่อ
“ผมหลบมานานเกินไป”
“ผมกลัว”
“กลัวว่าตัวเองจะเสียทุกอย่าง”
“กลัวว่าความรู้สึกที่มีต่อบีจะผิด”
“กลัวว่าถ้าผมยอมรับ ชีวิตที่ผมพยายามสร้างมาจะพัง”
ลมหายใจของน้าอ๊อดสั่นผ่านสาย
“แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว”
“ว่าการหนีต่อไป ผมจะเสียบี”
“และถ้าเสียบี… ผมคงไม่เหลืออะไรที่แท้จริงอีก”
ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งและชัดเจน
“พี่พร้อมจะรับผลของความจริงนั้นหรือยัง”
“ถ้าบียังไม่พร้อมให้อภัย”
“ถ้าบีเลือกที่จะอยู่ห่าง”
“พี่รับได้ไหม”
น้าอ๊อดกำโทรศัพท์แน่น
ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่ถูกถามตรงๆ
“รับได้”
“แม้ว่ามันจะเจ็บ”
“ผมไม่ต้องการให้บีกลับมาเพราะสงสาร”
“ผมแค่อยากให้บีรู้ว่า… คำพูดนั้นไม่ใช่ความจริง”
“และผมสำคัญกับบีแบบที่บีเคยสำคัญกับผม”
ทันวาเงียบไป
จากนั้นจึงพูดเบาๆ
“งั้น… ผมจะถามบีก่อน”
“ถ้าบียินยอม ผมจะนัดเวลาให้”
“แต่ถ้าบีไม่พร้อม ผมจะไม่บังคับ”
น้าอ๊อดพยักหน้าแม้ฝั่งตรงข้ามจะมองไม่เห็น
“ขอบคุณ”
“ขอบคุณที่ยังยอมคุยกับผม”
ธันวาตอบสั้น ๆ
“ผมไม่ได้ทำเพื่อพี่”
“ผมทำเพื่อบี”
สายเงียบลงอีกครั้ง
ก่อนที่ธันวาจะพูดประโยคสุดท้าย
“เตรียมตัวให้ดี”
“เพราะความจริงที่พี่จะพูด… อาจเจ็บทั้งพี่และบีมากกว่าที่คิด”
น้าอ๊อดหลับตา
เสียงตอบของเขาแผ่วแต่ชัด
“ผมรู้”
สายตัดลง
น้าอ๊อดยังคงยืนนิ่ง
โทรศัพท์อยู่ในมือ
หัวใจเต้นช้าแต่หนัก
น้าอ๊อดเพิ่งก้าวออกจากเงามืดของตัวเอง
และกำลังจะเดินเข้าสู่ความจริง
โดยไม่มีทางถอยอีกต่อไป
ห้องของธันวา
บี นั่งอยู่บนโซฟา หลังตรง มือวางบนตัก
ใบหน้ายังบวมเล็กน้อยจากร้องไห้หลายวัน
ธันวานั่งอยู่บนเก้าอี้ห่างออกไปเล็กน้อย
ไม่ได้เข้าใกล้เกินไป
เพียงแค่อยู่ในระยะที่มองเห็นทั้งคู่
ประตูห้องเปิดออก
น้าอ๊อดก้าวเข้ามา
ฝีเท้าช้า
ใบหน้าซีดและเหนื่อยล้า
เมื่อสายตาทั้งสองคู่เจอกัน
อากาศในห้องเหมือนหยุดนิ่ง
บีไม่ได้ลุกขึ้น
บีนั่งนิ่ง
ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองน้าอ๊อดโดยไม่หลบ
น้าอ๊อดหยุดยืนห่างจากโซฟาประมาณสองก้าว
มือทั้งสองข้างเกร็งอยู่ข้างลำตัว
น้าอ๊อดอ้าปาก "........."
แต่ไม่มีเสียงออกมาในตอนแรก
ต้องใช้เวลานานกว่าจะพูดได้
“บี…”
เสียงแหบและสั่น
บีไม่ได้ตอบ
เพียงแค่มอง
น้าอ๊อดกลืนน้ำลาย
แล้วค่อยๆ พูดต่อ
ช้าๆ
ทีละคำ
“คำพูดวันนั้น…น้าผิด”
“น้าผิดมาก”
“น้าเอาความกลัวและความสับสนของตัวเอง… ไปปาใส่บี”
“น้าบอกว่าบีเป็นแค่เด็กที่แม่ฝากไว้”
“เป็นภาระ”
“เป็นคนไม่สำคัญ”
น้ำเสียงของน้าอ๊อดเริ่มแตก
“แต่ทั้งหมดนั้น… ไม่จริง”
บียังคงนิ่ง
นิ้วบนตักกำแน่นจนเป็นรอยแดง
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
มือยกขึ้นเช็ดใบหน้าอย่างระส่ำระสาย
แล้วเงยขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาแดงก่ำ
“น้ากลัว”
“กลัวว่าตัวเองจะเสียทุกอย่าง”
“กลัวว่าความรู้สึกที่มีต่อบี… จะผิด”
“กลัวว่าถ้าน้ายอมรับ ชีวิตที่น้าพยายามสร้างมาจะพัง”
“แต่ตอนที่บีเดินออกจากบ้านไป…”
“น้ารู้ทันทีว่า”
“สิ่งที่น้ากลัวที่สุด… คือการเสียบีไป”
ลมหายใจของน้าอ๊อดสั่นหนัก
“บีไม่ได้เป็นภาระ”
“บีไม่เคยเป็น”
“บีเป็นคนที่อยู่ข้างน้าในวันที่น้าแย่ที่สุด”
“เป็นคนที่ยอมเจ็บแทนน้าโดยไม่เคยบ่น”
“เป็นคนที่น้าไว้ใจ… มากกว่าที่น้าพบใจตัวเอง”
น้าอ๊อดหยุด
เสียงสั่นจนแทบพูดต่อไม่ได้
“น้ารักบี”
“ไม่ใช่แบบเดียวกับที่น้ารักน้าสาว”
“แต่ก็จริง”
“และลึก”
“และน้า… เสียใจที่ทำให้บีต้องมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว”
น้าอ๊อดยืนนิ่ง
มือทั้งสองข้างสั่น
น้ำตาไหลลงมาบนแก้มโดยที่ไม่ได้พยายามปัด
“น้าไม่ได้มาขอให้บีกลับบ้านทันที”
“น้าไม่ได้มาขอให้บีอภัยตอนนี้”
“น้าแค่… อยากให้บีรู้ความจริง”
“ว่าคำพูดวันนั้นไม่ใช่หัวใจของน้า”
“และบี… สำคัญกับน้ามาก”
ความเงียบปกคลุมห้อง
บี นั่งนิ่ง
น้ำตาคลออีกครั้ง
แต่คราวนี้เขาไม่ได้สะอื้น
เพียงแค่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ
ธันวาที่นั่งอยู่ห่างๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อย
ไม่ได้แทรก
ไม่ได้พูด
ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่กับความจริงที่เพิ่งถูกวางลงกลางห้อง
อย่างช้า ๆ
และเจ็บปวด
บี นั่งนิ่งบนโซฟาน้ำตาคลอ
แต่ยังไม่พูดอะไรสักคำ
จนกระทั่งลมหายใจของบีเริ่มสั่นเครือ
แล้วเสียงแผ่วเบาก็หลุดออกมา
“น้า…”
เสียงของบีแหบและขาดห้วง
“คำพูดวันนั้น… มันไม่ได้เจ็บแค่ตอนที่ได้ยิน”
“มันเจ็บทั้งคืน”
“เจ็บตอนที่ผมนั่งอยู่บนพื้นห้อง”
“เจ็บตอนที่ผมห่มผ้าให้น้าแล้วเดินออกจากบ้าน”
“เจ็บตอนที่ผมกอดพี่ธันวาที่ใจแตกสลายแล้วร้องไห้จนตัวสั่น”
บีเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงก่ำจ้องตรงไปที่น้าอ๊อด
“ผมเคยคิดว่าตัวเองสำคัญกับน้า”
“ผมเคยคิดว่าอย่างน้อย… ผมไม่ใช่แค่เด็กที่ถูกฝาก”
“แต่น้าบอกตรงๆ เลยว่าผมเป็นภาระ”
น้ำตาเริ่มไหลลงมาบนแก้มของบี
แต่ไม่ได้สะอื้นเสียงดัง
เพียงแค่ปล่อยให้มันไหล
“ผมยอมเจ็บแทนน้า”
“ผมยอมให้มิ้นท์ทำอะไรก็ได้ ขอแค่น้าไม่ต้องโดนหนักกว่านั้น”
“ผมยอมเข้าไปร่วมชดใช้หนี้”
“ผมยอมให้คนอื่นทำร้ายตัวเอง… เพราะผมนึกว่าอย่างน้อยผมยังพอมีค่ากับน้าอยู่บ้าง”
“แต่สุดท้าย…”
เสียงของบีแตก
“น้าก็ยังบอกว่าผมเป็นแค่ภาระ”
น้าอ๊อดทรุดลงบนเก้าอี้ตรงข้าม
มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“บี…”
“น้าผิด”
“น้าผิดทุกอย่าง”
บีส่ายหน้าช้าๆ
น้ำตาไหลพราก
“ผมไม่ได้ต้องการให้น้ามาบอกว่าผิดตอนนี้”
“ผมอยากรู้… ว่าจริงๆ แล้ว น้าคิดกับผมยังไง”
“ตลอดมา”
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
ร่างสั่น
แล้วค่อยๆ เงยขึ้น
ดวงตาแดงก่ำ
เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ออก
“น้า… ไม่ได้เป็นชายแท้แบบที่เคยคิดอีกต่อไปแล้ว”
คำพูดนั้นตกลงกลางห้องอย่างหนักหน่วง
บีชะงัก
น้าอ๊อดพูดต่ออย่างยากลำบาก
ทีละคำ
“น้ามีน้าสาว ภรรยาที่รัก”
“น้ายังรักเธอ”
“แต่น้าก็มีความรู้สึกกับผู้ชาย… กับบี”
“กับบี”
“มันไม่ได้แทนที่กัน”
“มันอยู่ด้วยกันในตัวน้าอย่างสับสนและยุ่งเหยิง”
“น้ากลัว”
“กลัวจนต้องผลักบี”
“กลัวจนต้องพูดคำที่โหดร้ายที่สุด”
“เพราะถ้าน้าไม่ผลัก… น้าจะต้องยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบบที่เคยยึดถือมาทั้งชีวิต”
น้ำตาไหลลงมาบนแก้มของน้าอ๊อดพราก
“น้าเสียใจ”
“เสียใจที่ทำให้บีต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว”
“เสียใจที่ทำให้บีต้องมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้”
“และเสียใจที่สุด… ที่เคยบอกว่าบีว่าเป็นภาระ”
“เพราะความจริงแล้ว”
“บีคือคนที่น้าไว้ใจมากกว่าใคร”
“และเป็นคนที่น้าไม่ยอมเสียไปอีก”
บี นั่งนิ่ง
น้ำตาไหลไม่หยุด
อกสั่น
ลมหายใจขาดห้วง
ความเจ็บปวดที่แบกรับมานานกำลังพรั่งพรูออกมา
พร้อมกับความจริงที่น้าอ๊อดเพิ่งวางลงตรงหน้า
อย่างช้าๆ และหนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก
“ตลอดมา… ผมไม่เคยได้ยินน้าพูดแบบนี้”
“ผมไม่เคยรู้ว่าน้าคิดอะไรอยู่”
“ผมแค่เห็นน้าทุกวัน”
“เห็นน้าพยายามทำทุกอย่างให้ปกติ”
“เห็นน้ายิ้มให้ผม”
“แล้วผมก็หลอกตัวเองว่า… อย่างน้อยผมยังพอมีที่ยืน”
บีเงยหน้าขึ้นมองน้าอ๊อด
ดวงตาแดงก่ำ
“แต่คำพูดเมื่อวันนั้นมันกระชากทุกอย่างออกไป”
“ผมรู้สึกเหมือนถูกโยนทิ้งกลางแม่น้ำ”
“ไม่มีอะไรให้ยึด กำลังจะจมดึง หนาวเหน็บ และเจ็บปวด”
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
เสียงของเขาสั่นเครือ
“น้ารู้”
“น้ารู้ดีว่าน้าทำร้ายบีแรงแค่ไหน”
“น้าใช้ความกลัวของตัวเอง… ไปทำร้ายคนที่ไว้ใจและอยู่ใกล้ตัวเองที่สุด”
“น้ากลัวจนมองไม่เห็นว่าบีกำลังจม”
บีสูดลมหายใจลึก
อกสั่น
“ผมก็กลัว”
“กลัวว่าถ้าผมสำคัญกับน้าจริง ๆ… มันจะผิด”
“กลัวว่าความรู้สึกที่ผมมี จะทำให้น้าลำบาก”
“กลัวว่าผมจะเป็นภาระจริงๆ”
“เลยพยายามเก็บทุกอย่างไว้ในใจ”
“ไม่เคยพูด”
“ไม่เคยถาม”
“แค่ทำ”
“แค่ทน”
“แค่หวังว่าอย่างน้อยผมยังพอมีค่าอยู่บ้าง”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
น้ำตาไหลพราก
“บีมีค่า”
“บีมีค่ามาก มีค่ามากกว่า...จนน้าไม่กล้าพูด”
“น้าไม่เคยอยากสูญเสียบี”
“แม้แต่ตอนที่น้าผลักบี… ในใจน้าก็กลัวว่าบีจะหายไปจริง ๆ”
“และตอนที่บีหายไปจริงๆ”
“น้ารู้ทันทีว่า”
“น้าทนกับการสูญเสียบีไม่ได้”
เสียงของน้าอ๊อดแตกพร่า
“น้ายังรักภรรยา”
“น้ายังอยากปกป้องชีวิตที่สร้างมา”
“แต่น้าก็ไม่อยากสูญเสียบี”
“น้าไม่อยากให้บีต้องมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวอีก”
“น้าไม่อยากให้บีรู้สึกอีกเลยว่าตัวเองเป็นภาระ”
บี ก้มหน้าลง
น้ำตาไหลย้อยลงบนหลังมือ
ร่างสั่น
ความเจ็บปวดที่กดทับมานานกำลังปะทะกับคำสารภาพของน้าอ๊อด
จนหน้าอกทั้งสองคนแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
น้าอ๊อดพูดต่อด้วยเสียงแผ่ว
“น้าไม่ได้ขอให้อภัยตอนนี้”
“น้าแค่… อยากให้บีรู้”
“ว่าน้าไม่ต้องการให้บีหายไปจากชีวิต”
“แม้ว่าจากนี้ทุกอย่างจะซับซ้อน”
“แม้ว่าน้าจะยังสับสน”
“แต่น้าไม่อยากสูญเสียบี”
บีเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาแดงก่ำจ้องมองน้าอ๊อด
น้ำตายังไหลไม่หยุด
แต่ในสายตานั้น…
เริ่มมีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้มีแค่ความเจ็บปวดอีกต่อไป
น้าอ๊อดเงียบ กำลังรอ
ไม่เร่ง
ไม่ขออะไร
เพียงแค่อยู่ตรงนั้น
เสียงที่หลุดออกมาแผ่วและขาดห้วง
“ผมไม่เคยได้ยินน้าพูดแบบนี้มาก่อน”
“ตลอดมาผมแค่เดา”
“เดาว่าตัวเองพอมีที่ยืน”
“เดาว่าอย่างน้อยน้ายังต้องการให้ผมอยู่”
“แต่ผมไม่เคยได้ยินจากปากน้าเอง”
น้าอ๊อดก้มหน้าลงเล็กน้อย
“เพราะน้าไม่กล้าพูด”
“น้ากลัว”
“กลัวว่าถ้าพูดออกมา ทุกอย่างจะพัง”
“กลัวว่าน้าจะเสียทั้งภรรยา… และเสียทั้งบี”
บี มองน้าอ๊อดตรง ๆ
น้ำตายังไม่หยุด
“แล้วน้าเสียผมไปแล้วครั้งหนึ่ง”
“ตอนที่พูดคำพวกนั้น”
“ผมรู้สึกเหมือนถูกโยนทิ้ง”
“ไม่มีอะไรให้ยึด”
น้าอ๊อดกำมือแน่น
เสียงสั่น
“น้ารู้”
“น้ารู้ดีว่าน้าทำร้ายบีแรงแค่ไหน”
“และน้าจะไม่ขอให้อภัยตอนนี้”
“น้าไม่มีสิทธิ์”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงก่ำมองตรงไปที่บี
“น้ามาที่นี่เพื่อบอกความจริง”
“ว่าบีไม่ได้เป็นภาระ”
“ว่าคำพูดเมื่อวันนั้นไม่ใช่มาจากหัวใจของน้า”
“และน้า… ไม่อยากสูญเสียบี”
บี หลับตาลง
น้ำตาไหลย้อยจากหางตา
ร่างสั่นเล็กน้อย
ความเจ็บปวดที่กดทับมานานยังไม่จางหาย
แต่คำพูดของน้าอ๊อดกำลังค่อยๆ ซึมเข้าไปในรอยแผล
ช้าๆ
และหนักหน่วง
ธันวาที่นั่งอยู่ห่างๆ ยังคงเงียบ
ไม่ได้แทรก
เพียงแค่มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่นิ่งและเป็นห่วง
ทั้งคู่ต่างกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เก็บงำมานาน
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง
บี เปิดตาขึ้น
น้ำตายังเปียกแก้ม
แต่สายตาเริ่มนิ่งขึ้นกว่าเดิม
บีมองน้าอ๊อดยาวนาน
แล้วพูดด้วยเสียงแผ่ว
“น้าบอกว่าไม่อยากสูญเสียผม”
“ผมได้ยิน”
“แต่ผมยังไม่รู้ว่า… มันหมายความว่าอะไร”
น้าอ๊อดเงียบ
บีพูดต่อช้าๆ
“น้ายังมีน้าสาว”
“น้ายังรักน้าสาว”
“น้ายังเป็นสามีของน้าสาว”
“แล้วผมล่ะ”
“ผมจะยืนอยู่ตรงไหน”
คำถามนั้นไม่ได้มีโทนโกรธ
แต่หนักแน่นและคม
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
มือที่วางบนตักกำแน่น
“น้า… ตอบตอนนี้ไม่ได้ทั้งหมด”
“น้ายังสับสน”
“น้ายังกลัว”
“แต่สิ่งที่น้ารู้ตอนนี้คือ”
“น้าไม่อยากให้บีหายไป”
“และน้าไม่อยากให้บีรู้สึกอีกเลยว่าตัวเองไร้ค่า”
บี ส่ายหน้าช้าๆ
น้ำตาคลออีกครั้ง
“ผมพอจะเข้าใจว่าน้าสับสน”
“แต่ผมก็เจ็บ”
“ผมเจ็บที่ต้องมานั่งถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า”
“ตัวเองสำคัญพอหรือไม่”
“ผมเจ็บที่ต้องยอมทนหลายอย่างโดยไม่เคยได้ยินคำยืนยันแม้แต่คำเดียว”
“จนกระทั่งคำพูดเมื่อวันนั้น… มันพังทุกอย่าง”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงก่ำ
“น้ารู้ว่าน้าทำให้บีเจ็บมาตลอด”
“แม้จะไม่ได้ตั้งใจ”
“น้าใช้ความเงียบและความกลัว… ไปทำร้ายบี”
“และน้าเสียใจ”
บี ดูดลมหายใจลึก
อกสั่น
“ผมไม่ได้ต้องการให้น้าเลือกผมแทนน้าสาว”
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้น”
“ผมแค่… อยากรู้ว่า”
“ในใจน้า มีที่ยืนให้ผมจริงๆ หรือไม่”
“หรือผมจะยังคงเป็นแค่คนที่สะดวกมีไว้ตอนต้องการ”
คำถามของบี ตกลงกลางห้องอย่างเงียบเชียบ แต่หนักหน่วง
ธันวาที่นั่งอยู่ห่างๆ ได้ยินตกใจและเกิดคำถามในใจ
และเลือกที่เงียบ ธันวารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่ควรแทรก
เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
คือปมที่ทั้งคู่ต้องเผชิญด้วยตัวเอง
ปมในใจของทั้งสองคนกำลังถูกดึงออกมาทีละเส้น
โดยไม่มีใครสามารถตัดมันทิ้งได้ง่ายๆ
น้าอ๊อดนั่งนิ่ง
ใบหน้าซีดขาว
นิ้วมือที่วางบนตักสั่นเล็กน้อย
น้าอ๊อดอ้าปากแต่ไม่ม่มีเสียง "..."
แล้วหุบ
ต้องใช้เวลานานกว่าจะหาเสียงเจอ
“บี…” เสียงแหบพร่า
“ตลอดมา… น้าทำให้บีรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม”
บีไม่ได้ตอบ
เพียงแค่มองน้าอ๊อด
น้ำตาคลอในดวงตา
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
มือทั้งสองข้างยกขึ้นเช็ดใบหน้า
แล้วเงยขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาแดงก่ำ
“น้าไม่เคยให้ที่ยืนที่ชัดเจนกับบี”
“น้าเอาบีไว้ใกล้ ๆ”
“ใช้ความอบอุ่นของบี”
“ใช้ความไว้ใจของบี”
“ใช้การที่บียอมทนแทนน้า”
“แต่น้าไม่เคยกล้าบอกว่าบีสำคัญ”
“น้าไม่เคยกล้าให้บีได้ยืนอย่างมั่นคง”
ลมหายใจของน้าอ๊อดขาดห้วง
“บีถามว่าในใจน้ามีที่ยืนให้บีหรือไม่”
“มี”
“มีมานานแล้ว”
“แต่น้าเอาความกลัวไปปิดมันไว้”
“น้าเอาภาพลักษณ์”
“เอาภรรยา”
“เอาความเป็นทหาร”
“เอาทุกอย่างที่น้ายึดถือ… ไปบังที่ยืนของบีไว้”
น้ำตาไหลลงมาบนแก้มของน้าอ๊อด
“จนบีต้องมานั่งถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า”
“ตัวเองเป็นแค่คนที่สะดวกมีไว้ตอนต้องการหรือไม่”
“และคำตอบที่บีได้นั้น… คือคำพูดเมื่อวันนั้น”
“ที่น้าบอกว่าบีว่าเป็นภาระ”
บี กดริมฝีปากแน่น
น้ำตาไหลพราก
น้าอ๊อดพูดต่อด้วยเสียงสั่น
“น้าเสียใจ”
“เสียใจที่ปล่อยให้บีอยู่กับความไม่แน่ใจมานานขนาดนั้น”
“เสียใจที่ทำให้บีต้องทนโดยไม่มีคำยืนยันแม้แต่คำเดียว”
“และเสียใจที่สุด… ที่เคยทำให้บีรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า”
น้าอ๊อดจ้องตาบีตรงๆ
น้ำตาไหลไม่หยุด
“ในใจน้า… มีที่ยืนให้บี”
“ไม่ใช่ที่ยืนชั่วคราว”
“ไม่ใช่ที่ยืนตอนที่น้าต้องการ”
“แต่เป็นที่ยืนที่น้าพยายามปฏิเสธมาตลอด”
“เพราะน้ากลัว”
“แต่ตอนนี้… น้าไม่ขอปฏิเสธอีกแล้ว”
“แม้ว่าน้าจะยังตอบไม่ได้ทุกอย่าง”
“แม้ว่าชีวิตน้าจะยังซับซ้อน”
“แต่บีไม่ได้เป็นคนที่สะดวกมีไว้ตอนต้องการ”
“บีเป็นคนที่น้าไม่อยากสูญเสีย”
“และเป็นคนที่น้าอยากให้มีที่ยืนอย่างชัดเจนในชีวิตของน้า”
เสียงของน้าอ๊อดแตกพร่าในประโยคสุดท้าย
ความเงียบหลังจากคำสารภาพของน้าอ๊อด ยาวนานและหนักหน่วง
บี นั่งนิ่ง
น้ำตาไหลลงมาช้าๆ โดยไม่สะอื้น
เพียงแค่มองน้าอ๊อดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความลังเล
“น้าบอกว่ามีที่ยืนให้ผม”
เสียงของบีแผ่วและแหบ
“ผมอยากเชื่อ”
“ผมอยากเชื่อมาก”
“แต่ผมกลัว”
“กลัวว่าถ้าผมเชื่ออีกครั้ง… แล้ววันหนึ่งน้าจะผลักผมอีก”
“กลัวว่าคำพูดเมื่อวันนั้นจะกลับมา”
“กลัวว่าผมจะจมลงไปอีกครั้งโดยไม่มีแรงปีนขึ้นมา”
น้าอ๊อดก้มหน้า
มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาว
“น้าเข้าใจ”
“น้าไม่มีสิทธิ์ขอให้บีเชื่อทันที”
“น้าทำร้ายบีแรงเกินไป”
บี ดูดลมหายใจสั่น ๆ
“ผมไม่ได้โกรธน้าแบบที่อยากจะเกลียด”
“ผมแค่… เจ็บ”
“เจ็บจนตอนนี้ยังหายใจไม่เต็มอิ่ม”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
น้ำตาคลอ
“น้าก็เจ็บ”
“เจ็บที่ทำให้บีต้องมานั่งพูดแบบนี้”
“เจ็บที่เห็นบีกลัวขนาดนี้เพราะน้ำมือของน้า”
ทั้งคู่นั่งนิ่ง
ระยะห่างระหว่างโซฟากับเก้าอี้ไม่ได้ไกล
แต่ดูเหมือนมีกำแพงบางอย่างตั้งอยู่ตรงกลาง
ธันวาที่นั่งอยู่ห่างๆ มานาน ค่อยๆ ลุกขึ้น
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
แล้วยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสองคน
ไม่ได้เข้าไปกั้นกลาง
แค่ยืนอยู่ในระยะที่ทั้งคู่รับรู้ได้
“ผมอยู่ในห้องนี้มาตลอด” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“ผมได้ยินทุกคำ”
ทั้งบีและน้าอ๊อดหันไปมองเขา
ธันวามองบีก่อน
“บีเจ็บจริง”
“และมีสิทธิ์ที่จะกลัว”
จากนั้นหันไปมองน้าอ๊อด
“ส่วนพี่อ๊อด… ก็กำลังพยายามเผชิญหน้ากับความจริงในแบบของตัวเอง”
ธันวาเว้นจังหวะสั้นๆ
“แต่ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังยืนอยู่คนละฝั่งของรอยร้าวเดียวกัน”
“คนหนึ่งกลัวว่าจะถูกผลักอีก”
“อีกคนกลัวว่าจะไม่ถูกให้อภัย”
ธันวาพูดช้าๆ ชัดๆ
“ผมไม่สามารถเย็บรอยร้าวนี้ให้ใครได้”
“แต่ผมขออยู่ตรงนี้”
“เป็นคนที่ทั้งคู่สามารถหายใจพักได้ก่อน”
“ไม่ต้องรีบให้อภัย”
“ไม่ต้องรีบกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
“แค่… อย่าผลักกันไปไกลกว่านี้อีก”
บี ก้มหน้าลง
น้ำตาไหลย้อย
น้าอ๊อดก็เช่นกัน
ธันวาวางมือเบาๆ บนพนักโซฟาข้างบี
และอีกมือหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ข้างน้าอ๊อด
เพียงแค่สัมผัสเล็กน้อย
แต่พอจะเป็นสะพานบางๆ เชื่อมระหว่างทั้งสอง
“ค่อยๆ คุยกันต่อ” ธันวาพูดเบาๆ
“ผมอยู่นี่”
“ไม่มีใครต้องจมอยู่คนเดียวคืนนี้”
บีมองน้าอ๊อดตรงๆ
แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ผมกลัวที่สุด… ไม่ใช่คำด่า”
“แต่กลัวว่าน้านิ่ง”
“กลัวว่าน้าจะกลับไปเป็นคนเดิมที่ปิดทุกอย่าง”
“แล้วปล่อยให้ผมเดาไปตลอดว่า ตัวเองยังมีที่ยืนอยู่หรือไม่”
น้าอ๊อดฟัง
“น้า… เคยทำแบบนั้นกับบีจริง ๆ”
“น้าปิด”
“น้าเงียบ”
“น้าเอาความกลัวมาบังบี”
“จนบีต้องมานั่งทนคนเดียว”
บี พยักหน้าเบาๆ
น้ำตาไหลอีกหยด
“ผมทนได้หลายอย่าง”
“แต่ผมทนการถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า… ไม่ได้”
ธันวาพูดแทรกเบาๆ
“ทั้งสองคนกำลังพูดถึงสิ่งเดียวกัน”
“คนหนึ่งกลัวการถูกผลัก”
“อีกคนกลัวการสูญเสีย”
“แต่ทั้งคู่ยังไม่เคยวางความกลัวลงตรงกลางแล้วมองมันด้วยกัน”
น้าอ๊อดหันไปมองธันวาครู่หนึ่ง
แล้วหันกลับมาที่บี
เสียงแหบและช้า
“บี”
“น้าไม่สามารถสัญญาได้ว่าจากนี้ทุกอย่างจะง่าย”
“น้ายังมีภรรยาที่น้ารัก”
“น้ายังมีชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ”
“น้ายังสับสนกับตัวเอง”
“แต่สิ่งหนึ่งที่น้าสัญญาได้ตอนนี้คือ”
“น้าจะไม่ใช้ความเงียบมาทำร้ายบีอีก”
“น้าจะไม่ปล่อยให้บีต้องมานั่งเดาคนเดียวอีก”
“และน้าจะไม่บอกอีกเลยว่าบีเป็นภาระ”
บี กดริมฝีปากแน่น
อกสั่น
“คำสัญญานี้… พังง่ายมากนะ”
“ถ้าน้าทำเหมือนเมื่อวันนั้นอีกครั้ง”
น้าอ๊อดพยักหน้า
น้ำตาคลอ
“น้ารู้”
“ถ้าน้าทำให้พังอีก… บีมีสิทธิ์เดินจากไปโดยที่น้าไม่มีสิทธิ์ตาม”
ธันวาพูดเสริมอย่างนุ่มนวล
“ตอนนี้ไม่ต้องรีบเชื่อทั้งหมด”
“ไม่ต้องรีบให้อภัย”
“แค่ฟัง”
“แล้วค่อยๆ ดูว่าอีกฝ่ายจะทำตามคำพูดหรือไม่”
บี หลับตาลง
น้ำตาไหลย้อยจากหางตา
“ผมเหนื่อย”
“เหนื่อยกับการต้องแข็งแกร่ง”
“เหนื่อยกับการต้องเข้าใจน้าคนเดียว”
น้าอ๊อดก้มหน้า
เสียงแผ่ว
“คราวนี้… ให้น้าเป็นคนพยายามเข้าใจบีบ้าง”
ธันวายืนนิ่ง
มือยังวางอยู่บนพนักเก้าอี้ทั้งสองข้าง
เป็นเพียงเงาที่คอยยึดทั้งสองคนไว้ไม่ให้ผลักกันออกไปไกลกว่านี้
บี เปิดตาขึ้นช้าๆ
น้ำตายังเปียกใบหน้า
ในใจของเขากำลังวุ่นวายอย่างรุนแรง
ส่วนหนึ่งอยากจะเชื่อคำพูดของน้าอ๊อด
อยากยื่นมือไปคว้าความอบอุ่นที่เคยมี
แต่อีกส่วนหนึ่งยังคงกรีดร้องเตือน
ว่าครั้งที่แล้วที่เชื่อ
เขาก็ต้องมานั่งร้องไห้อยู่บนพื้นห้องคนเดียว
ความกลัวนั้นไม่ได้เบาลงเลย
มันแค่ถูกกดไว้ใต้คำสารภาพของน้าอ๊อด
บี พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ผมอยากเชื่อน้า”
“ผมอยากเชื่อมากจนแทบทนไม่ไหว”
“แต่ทุกครั้งที่ผมจะยื่นมือออกไป… ภาพตอนน้าพูดคำพวกนั้นก็พุ่งกลับมา”
“มันยังชัดมาก”
“ชัดจนผมยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บตอนที่เดินออกจากบ้าน”
น้าอ๊อดฟัง ในใจก็กำลังถูกฉีกเหมือนกัน
ความผิดกัดกินอยู่ลึกๆ
พร้อมกับความกลัวว่าแม้จะพูดความจริงออกมาแล้ว
บีอาจจะไม่มีแรงเชื่ออีกต่อไป
น้าอ๊อดพูดช้าๆ
เสียงแหบ
“น้ารู้ว่าภาพนั้นยังชัด”
“และน้าสมควรโดนมันทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“เพราะเป็นน้ำมือของน้าเอง”
ธันวาค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
แล้วนั่งลงบนพนักเก้าอี้ตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ
ไม่ได้แทรกกลาง
แค่ลดระดับตัวเองให้อยู่ใกล้ทั้งคู่
“ทั้งสองคนกำลังพูดจากรอยแผล”
“ไม่ใช่จากความเกลียด”
“บีกลัวการเชื่อซ้ำ”
“น้าอ๊อดกลัวการสูญเสียซ้ำ”
“ทั้งคู่กลัวสิ่งเดียวกัน… แต่ยืนคนละฝั่ง”
บี ก้มหน้าลง
นิ้วมือกำผ้ากางเกงแน่น
ในใจเขาคิดซ้ำๆ
ว่าถ้าตอนนี้ยอมอ่อนลง
แล้วถูกผลักอีกครั้ง
เขาจะเหลืออะไร
น้าอ๊อดมองบี
ในใจเต็มไปด้วยความอยากเอื้อมมือไปแตะไหล่เขา
แต่ก็ไม่กล้า
เพราะรู้ดีว่าตอนนี้สัมผัสใดๆ อาจยิ่งทำให้บีเจ็บ
“บี”
“น้าไม่ขอให้อภัย”
“น้าไม่ขอให้กลับบ้านตอนนี้”
“น้าแค่ขอให้… อย่าตัดน้าทิ้งทั้งหมด”
“ให้น้าได้พิสูจน์”
“แม้ว่าจะต้องใช้เวลานาน”
บี เงยหน้าขึ้น
น้ำตาไหลอีกครั้ง
แต่คราวนี้มีเสียงสะอื้นแผ่วๆ หลุดออกมา
“ผมก็ไม่อยากตัดน้าทิ้ง”
“ผมไม่อยาก”
“แต่ผมกลัวจนตัวสั่น”
ธันวาพูดเบา ๆ
“งั้น… ตอนนี้ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหญ่”
“ไม่ต้องให้อภัย”
“ไม่ต้องสัญญา”
“แค่หายใจ”
“แล้วค่อย ๆ อยู่กับความจริงที่ทั้งคู่เพิ่งพูดออกมา”
“ผมจะอยู่นี่”
“เป็นคนกลางให้ทั้งสองคนได้วางความกลัวลงชั่วคราว”
บี หลับตา
น้ำตาไหลย้อย
น้าอ๊อดก็ก้มหน้า
มือทั้งสองข้างรองรับใบหน้า
ในใจของทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยปมและความกลัว
แต่ครั้งนี้…
มีคนยืนอยู่ตรงกลางรอยร้าว
ไม่ปล่อยให้ทั้งสองฝั่งต้องเผชิญความมืดคนเดียว
ปล่อยให้เสียงสะอื้นแผ่วๆ ของบี และลมหายใจหนักของน้าอ๊อด ค่อยๆ เบาลง
จากนั้นธันวาค่อยๆ เอื้อมมือไปวางบนพนักโซฟาข้างบี
นิ้วมือแตะเบาๆ ใกล้กับแขนของบีโดยไม่ได้จับ
แล้วอีกมือหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ข้างน้าอ๊อด
เพียงแค่สัมผัสเล็กน้อยกับขอบเก้าอี้
แต่พอจะทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังยึดทั้งสองฝั่งไว้
ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำและช้า
“รอยร้าวไม่ได้ปิดด้วยคำขอโทษเพียงคำเดียว”
“และก็ไม่ได้ปิดด้วยการให้อภัยทันที”
“มันปิดทีละมิลลิเมตร… ด้วยการที่ทั้งสองคนยังยอมหันหน้าเข้าหากัน แม้จะเจ็บ”
บี เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
น้ำตายังเปียกใบหน้า
น้าอ๊อดก็มองธันวาด้วยสายตาแดงก่ำ
ธันวาพูดต่อ
“ตอนนี้ทั้งคู่กำลังทำสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว”
“คือการไม่หนี”
ธันวาขยับมือบนพนักโซฟาเบา ๆ
นิ้วแตะใกล้แขนบีอีกนิด โดยยังไม่จับ
“บี… มีสิทธิ์กลัว”
“มีสิทธิ์ยังไม่เชื่อ”
“มีสิทธิ์ใช้เวลา”
จากนั้นหันไปทางน้าอ๊อด
มือบนพนักเก้าอี้ขยับเล็กน้อย
“ส่วนพี่อ๊อด… ก็มีสิทธิ์ที่จะเสียใจ”
“มีสิทธิ์ที่จะกลัวการสูญเสีย”
“แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้ความกลัวนั้นไปทำร้ายอีกฝ่ายอีกต่อไป”
ความเงียบเข้ามาคั่นกลางอีกครั้ง
ธันวาเว้นจังหวะให้นานพอ
แล้วพูดประโยคที่ช้าและหนักแน่น
“คนที่รักกันจริง… ไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำให้กันเจ็บ”
“แต่เป็นคนที่เมื่อทำให้เจ็บแล้ว… ยังกล้าหันหน้ากลับมาเย็บรอยร้าวด้วยมือตัวเอง”
บี กดริมฝีปากแน่น
น้ำตาไหลย้อยอีกครั้ง
น้าอ๊อดก้มหน้าลง
ไหล่สั่นเล็กน้อย
ธันวาขยับตัวเข้ามาอีกนิดเดียว
แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกไป
ฝ่ามือหงาย
ข้างหนึ่งเข้าหาบี
อีกข้างเข้าหาน้าอ๊อด
ไม่ได้จับบังคับ
แค่ยื่นให้
“ตอนนี้ไม่ต้องจับมือกันก็ได้”
“แค่… วางมือไว้ใกล้ๆ กันก่อน”
“ให้รอยร้าวมีสะพานบางๆ ขวางอยู่”
“ผมจะเป็นคนคอยประคองสะพานนั้นไว้ให้ก่อน”
บี มองมือของธันวา
แล้วค่อยๆ ยกมือตัวเองขึ้นวางลงใกล้ๆ
นิ้วยังสั่น
น้าอ๊อดก็เช่นกัน
มือที่สั่นเทาถูกยกขึ้นวางลงใกล้มือของบี
โดยยังไม่แตะต้องกัน
ธันวาวางมือตัวเองเบาๆ ทับลงบนหลังมือทั้งสองข้าง
เพียงแค่สัมผัสบางๆ
ไม่กด
ไม่เร่ง
“แค่นี้ก่อน”
ธันวากระซิบ
“วันนี้… แค่นี้ก็พอ”
ในห้องที่แสงนวล
รอยร้าวยังลึกและเจ็บ
แต่ครั้งนี้มีมือที่สามวางลงตรงกลาง
เป็นกาวใจที่บางแต่หนักแน่น
ค่อยๆ ประสานสองฝั่งที่เกือบจะห่างกันออกไปจนสุดสายตา
ไม่มีใครขยับ
ไม่มีใครพูด
เพียงแค่ลมหายใจของทั้งสามคนดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบ
บี ก้มหน้ามองมือตัวเอง
นิ้วของบียังไม่แตะต้องนิ้วของน้าอ๊อดโดยตรง
แต่ระยะที่ใกล้มากขนาดนี้ ทำให้บีรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ลอดผ่านมาจากฝั่งตรงข้าม
ในใจของบี ความกลัวยังไม่หายไป
มันยังคงนั่งอยู่เงียบๆ ตรงมุมหนึ่งของอก
แต่ครั้งนี้ความกลัวไม่ได้กรีดร้องดังเหมือนเมื่อก่อน
มันถูกกดไว้ด้วยน้ำหนักของมือที่สามที่วางทับอยู่
น้าอ๊อดก็เช่นกัน
น้าอ๊อดกลัวว่าถ้าขยับนิ้วแม้แต่นิดเดียว บีจะหดมือหนี
แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าถ้าไม่ขยับ… บีจะคิดว่าเขายังคงหลบอยู่
ธันวาไม่ได้เพิ่มแรงกด
เพียงแค่คงมือไว้อย่างนั้น
แล้วพูดด้วยเสียงต่ำมาก
“ไม่ต้องรีบ”
“ไม่ต้องพูดอะไรเพิ่มก็ได้”
“แค่รู้ว่าตอนนี้… ทั้งสองคนยังอยู่ในระยะที่เอื้อมถึงกัน”
บี หลับตาลง
น้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้มไหลย้อยลงช้าๆ ไม่ได้สะอื้น
แค่ปล่อยให้ความอ่อนล้าค่อยๆ ซึมออกมา
น้าอ๊อดมองมือของบี
แล้วค่อยๆ ขยับนิ้วชี้ไปข้างหน้าเพียงนิดเดียว
เกือบจะแตะ
แต่ยังไม่ถึง
ํธันวารับรู้ได้
ธันวาขยับนิ้วตัวเองเบาๆ เปิดช่องว่างให้นิ้วทั้งสองข้างได้ใกล้กันขึ้นอีกนิด
โดยไม่บังคับ
บี รู้สึกได้ถึงการขยับนั้น
บีเปิดตา มองนิ้วของน้าอ๊อดที่หยุดนิ่งอยู่ใกล้มาก
แล้วค่อยๆ คลายนิ้วตัวเอง
ปล่อยให้ปลายนิ้วเคลื่อนเข้าไปใกล้ขึ้น
จนกระทั่งผิวหนังแตะกันเบาที่สุด
เพียงเสี้ยววินาที
แต่ทั้งคู่ต่างสะดุ้งในใจพร้อมกัน
ธันวายังคงวางมือทับอยู่
เป็นน้ำหนักบางๆ ที่คอยยึดไว้
“แค่นี้…” ธันวาพูดแผ่ว
“ก็พอสำหรับวันนี้”
บี ก้มหน้าลงอีกครั้ง
น้ำตาไหลย้อยบนมือที่กำลังแตะกับมือของน้าอ๊อด
น้าอ๊อดก็เช่นกัน
สายตาแดงก่ำจับจ้องอยู่ที่จุดที่นิ้วทั้งสองแตะกัน
โดยไม่กล้าขยับเพิ่ม
ในห้องที่แสงนวลค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแสงเย็นของตอนเย็น
รอยร้าวยังไม่ปิดสนิท
แต่สะพานบางๆ ที่ธันวาวางไว้
กำลังเริ่มมีน้ำหนักของทั้งสองฝั่งกดทับลงไปด้วย
อย่างช้าๆ
และระมัดระวังที่สุด
.................................................
เพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไง บอกกันได้นะครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ชื่อบุคคลเป็นชื่อสมมุติ ผิดพลาดประการใดขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ
เป็นงานเขียนที่เข้าใจคนจากชายแท้ละต้องมาสับสนเพราะการเปลี่ยนแปลงมาก ขอบคุณครับ เศร้ามากกกกกกกกกก แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-11 22:32
ตอนที่ 27 ดราม่าที่หนักหน่วงมาก ผมพยายามลงรายละเอียดมากแบบให้มโนเห็นภาพตามตัวละคร
ดำเนินเนื้อเรื่องแบบช้าๆ เนื้อเรื่องมันเวิ่นเว้อกับอารมณ์ ความรู้สึกมาก กลายเป็นดราม่า 3 ตอน
(ตอนที่ 25 26 27) เป็นตอนเดียวกันแบบยาวๆ นะครับ...มันบีบหัวใจบีและน้าอ๊อดมาก
พิมพ์ตั้งแต่บ่ายโมง - 4 ทุ่มนิดๆ ก็งงตัวเอง ซ้ำๆ เวิ่นเว้อมาก คิดเห็นอย่างไรบอกกันได้ครับ
เดี่ยวค้อยมาตามแก้ วันนี้ปวดหัวมากอากาศร้อนด้วย ใครไม่ชอบจุดไหนก็บอกได้เลยครับ
ดีที่ยังไม่ปิดอ่านต่อ
เก่งปะเดาได้ว่าครูเป็นพระเอกเรื่องนี้แต่ครูก็เก่งเกินและโชคดีที่น้าตัดสินใจได้ดีตอนนี้ห
เรื่องนี้ครูเป็นฮีโร่จริงๆ
เชียร์ครูให้ได้ทุกคน Alexanderwong ตอบกลับเมื่อ 2026-8-11 23:33
เศร้ามากกกกกกกกกก
จริงครับ แต่งเองยังน้ำตาตกเลย สงสารบีกับน้าอ๊อด 555 สนุกมากครับ อ่านเพลินมากครับ ขอบคุณครับ ธันวารักบี จนไม่รู้เหลือทางถอยกลับให้ตัวเองละเนี่ย
ส่วนของบีพูเตามตรง ทุกอย่างที่บีทำ มันเกิดจากการที่บี คิดเองเออเองทั้งสิ้น จริงๆมันไม่ commit กันตั้งแต่แรก แต่ก็เข้าใจการเป็นรักแรกของบี ได้จริงๆบีเองก็รัก น้าอ๊อดจนลืมที่จะหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเองจนบางครั้งถอยกลับออกมาไมไ่ด้
ส่วนของอ๊อด จับปลาหลายตัวด้วยสองมือมันจับได้ไม่หมด การจะเก้บทุกอย่างโดยไม่คิดจะเสียอะไรมันเป็นไปไม่ได้ถ้า ณ ตอนนี้ อ๊อดก็ ไม่ใช่ชายแท้แน่ๆละส่วนจะยอมรับตัวตนจริงๆ ของตัวเองได้เมื่อไรก็คงต้องใช้เวลาแหละแต่หลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อสมการความรัก ความผูกพัน ของคนสามคนน้าสาว น้าอ๊อด และ บี มันดูยากไปหมด ถ้าจะให้กำลังใจก้คือ การกระทำสำคัญมากกว่่าคำพูเ
ในความสัมพันธ์ระหว่าง อ๊อดกับ ภาณุและธันวา มันคือ ความรู้สึกดีในอีกรูปแบบหนึ่งที่ ลึกๆ อ๊อดอาจจะถวิลหามานานเพียงแต่ยังหลอกตัวเองไปก็เท่านั้นก็เป็นได้
ยังไงอยากให้ ทั้งสี่คน อ๊อด บี ภาณุ ธันวา รักตัวเองให้มากก่อนที่จะรักคนอื่นจนไม่สามารถหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเองได้
ปล. เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะ เศร้าแล้วเหลือแต่เสียวครับ55555 reneisance ตอบกลับเมื่อ 2026-8-12 00:39
ธันวารักบี จนไม่รู้เหลือทางถอยกลับให้ตัวเองละเนี่ย...
ขอบคุณมากครับ วิเคราะห์ได้จริงแท้ครับ
รักครั้งแรกของบี รักมากก็ผิดหวังมาก ดีที่มีพื้นที่ให้ธันวาช่วยเป็นไม้หลัก อารมณ์ ความรู้สึกของบีที่เหมือนเป็นเด็กที่อยู่ในกรอบมาโดยตลอด มันน่ากลัวกับทิศทางที่จะก้าวเดินในโลกความเป็นจริงครับ ทำใจลำบากคับ555 คำปุ้ย ตอบกลับเมื่อ 2026-8-12 02:37
ทำใจลำบากคับ555
ลำบากอย่างไรหรือครับ ขอขอบคุณมากๆครับ ขอขอบคุณ ขอบคุณครับ ผมว่า ให้มันไม่darkดิ่งมาก ก็อยู่ไปแบบนี้มี2โลก โลกสว่าง เป็นพ่อเป็นสามี เย็ดหญิง ชายแท้แมนๆ เฮฮาแดกเหล้ากับเพื่อแต่ก็มีโลกมือ มุมอารมณ์อ่อนแอน้าอ็อต อยากโดนกอด อยากอ้อนควย อยากถูกเย็ดมันก็ประคองทุกอย่างไปได้ Linkren ตอบกลับเมื่อ 2026-8-13 00:42
ผมว่า ให้มันไม่darkดิ่งมาก ก็อยู่ไปแบบนี้มี2โลก โลกสว ...
ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ อารมณ์ ความรัก ความรู้สึก มันช่างซับซ้อน
หน้า:
[1]
2