น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่26 (ดราม่า)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-11 18:12บีนอนหงายอยู่บนเตียง มองเพดานในความมืด
เขาได้ยินเสียงจากชั้นบนเบาๆ แล้วก็พลิกตัวหันหน้าเข้าผนัง
หลับตา พยายามไม่คิดอะไรเพิ่ม
...............................................
เช้าวันจันทร์ น้าอ๊อดขับรถส่งบีไปมหาวิทยาลัยตามปกติ
ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปตลอดทาง
บีแอบมองหน้าน้าอ๊อด หลายครั้ง
น้าอ๊อดพยายามทำตัวเหมือนทุกวัน
พูดทักทาย ถามว่าวันนี้มีเรียนกี่โมง
แต่สายตาและการตอบคำถามที่สั้นเกินไป
กลับบอกชัดเจนว่าข้างในไม่ปกติ
บีรู้สึกถึงความอึดอัดในอก
อยากถาม
แต่มองภาพเมื่อคืนที่บ้านแล้วยังเลือกที่จะนิ่ง
เมื่อรถจอดหน้ามหาวิทยาลัย บีเปิดประตูลง
“ไปก่อนนะครับ”
น้าอ๊อดพยักหน้า
“ตั้งใจเรียน...แล้วระวังตัวด้วย”
บีหันหลังเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย
โดยไม่ได้หันกลับมามองอีก
ช่วงบ่าย คาบเรียนของอาจารย์ธันวา
บีนั่งอยู่แถวกลาง เปิดสมุดโน้ตไว้ตรงหน้า
แต่สายตาเหม่อลอย
ความคิดวนอยู่กับน้าอ๊อด
กับบรรยากาศที่บ้าน
และกับความรู้สึกที่ยังอึดอัดอยู่ในอก
ธันวายืนสอนอยู่หน้าชั้น
สายตาเหลือบมาเห็นบีหลายครั้ง
เขาไม่ได้เรียกชื่อตรงๆ
แต่เดินผ่านโต๊ะของบีช้าๆ ขณะอธิบายเนื้อหา
แล้ววางมือเบาๆ บนขอบโต๊ะของบีเพียงเสี้ยววินาที
“นักศึกษาคนนี้… น่าจะยังไม่ตื่นดี” ธันวาพูดเสียงเรียบ
มีเสียงหัวเราะเบาๆ จากเพื่อนในห้อง
บีสะดุ้ง เงยหน้าขึ้น
ธันวายิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธันวาสอนจนจบคาบ ธันวาเก็บเอกสารบนโต๊ะ แล้วพูดขึ้น
“ใกล้สอบแล้ว ใครมีข้อสงสัย หรืออยากให้อาจารย์แนะนำเพิ่มเติม มาหาได้ที่ห้องพักอาจารย์หลังเลิกเรียน”
สายตาของธันวาเหลือบไปทางบีเพียงสั้นๆ
แล้วก็เดินออกจากห้อง
บีนั่งนิ่งอยู่กับที่พักหนึ่ง
ก่อนจะเก็บหนังสือช้าๆ
แล้วเดินตามไปที่ห้องพักอาจารย์
ห้องพักอาจารย์เงียบสงบ ธันวานั่งอยู่หลังโต๊ะ
เมื่อเห็นบีเข้ามา ก็พยักหน้าให้
“ปิดประตูด้วย”
บีปิดประตูเบาๆ แล้วยืนอยู่ตรงนั้น
ธันวาวางปากกาลง
“นั่งสิ”
บีนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม
ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่ง
“เมื่อวาน… พี่อ๊อดกลับบ้านแล้ว...” ธันวาเปิดประเด็นเสียงเรียบ
บีเงยหน้าขึ้น
สายตามีแววซับซ้อน
“ครับ…”
ธันวาเอนหลังพิงเก้าอี้
“เมื่อวานที่บ้าน… มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”
บีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
แล้วส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรครับ… แค่น้าดูเหม่อๆ”
ธันวาพยักหน้าช้าๆ
“พี่อ๊อดกำลังสับสนกับตัวเองอยู่”
“มันไม่ใช่เพราะบี”
บีนิ่งไป
“แต่ผมรู้สึกว่า… น้าห่างผมขึ้น”
ธันวาเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตาอ่อนลง
“บางครั้งคนเรา...เวลาสับสนกับตัวเองมากๆ
ก็จะเผลอผลักคนที่ใกล้ชิดที่สุดออกไปโดยไม่ตั้งใจ”
“ไม่ใช่เพราะไม่รัก”
“แต่เพราะกลัวว่าจะทำร้ายคนนั้น”
บีเงียบไปนาน
ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว
“ผม… เป็นห่วงน้าครับ”
ธันวาพยักหน้า
“ผมก็เป็นห่วงเหมือนกัน”
ทั้งคู่เงียบกันไปอีกพักหนึ่ง
บรรยากาศในห้องค่อยๆ เบาบางลง
ธันวาจัดเอกสารบนโต๊ะเบาๆ
แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ใกล้สอบแล้ว”
“อย่าปล่อยให้เรื่องพวกนี้มากระทบกับผลการเรียน”
บีเงยหน้าขึ้นมอง ธันวามองตากลับไป
“เพราะคนที่จะเสียใจ… ไม่ใช่บีคนเดียว”
“แต่เป็นน้าอ๊อด… และตัวผมด้วย”
คำพูดนั้นหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
บีถอนหายใจเบาๆ
แล้วพยักหน้าช้าๆ
“ครับ… ผมจะตั้งใจ”
ธันวายิ้มบางๆ
“ดี”
ธันวาหยิบปากกาขึ้นมา
“มีอะไรสงสัยเรื่องสอบก็ถามได้”
บียิ้มตอบกลับเล็กน้อย
แม้ใจจะยังไม่โล่งทั้งหมด
แต่การได้นั่งคุยแบบนี้กลับทำให้บีรู้สึกเบาขึ้นบ้าง
ธันวามองเขาโดยไม่เร่งเร้า
สายตาของธันวาเต็มไปด้วยความนิ่งและความเป็นห่วงที่ไม่ได้พูดออกมาทั้งหมด
“บี…” ธันวาเรียกเสียงนุ่ม
“ช่วงนี้… นอนหลับดีไหม”
บีเงยหน้าขึ้น
แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ค่อยหลับครับ”
“คิดเยอะ”
ธันวาพยักหน้า
“คิดถึงน้าอ๊อด”
บีเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว
“ครับ… ผมกลัวว่าน้าจะแบกอะไรไว้คนเดียว”
ธันวาเอนหลังพิงเก้าอี้
นิ้วเคาะเบาๆ บนโต๊ะ
“พี่อ๊อดเป็นคนแบบนั้น”
“เวลาเจอเรื่องหนักๆ มักจะเก็บไว้คนเดียว”
“แล้วค่อยๆ กดทับจนล้น”
บีกัดริมฝีปากเบาๆ
“ผมอยากช่วยน้า… แต่ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง”
ธันวามองบีตรงๆ
“ตอนนี้สิ่งที่บีทำได้ดีสุด… คือดูแลตัวเองให้ดี”
“อย่าเพิ่งฝืนเข้าไปใกล้เกินไป”
“เพราะถ้าบีพัง พี่อ๊อดก็จะยิ่งโทษตัวเองหนักกว่าเดิม”
คำพูดนั้นทำให้บีนิ่งไป
ธันวาถอนหายใจเบาๆ
แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ผมก็เป็นห่วงเหมือนกัน”
“ทั้งพี่อ๊อด… และบี”
บีเงยหน้าขึ้น
สายตาแดงเล็กน้อย
“พี่ธันวา… ห่วงผมอีกด้วยเหรอครับ”
ธันวายิ้มบาง ๆ
“ห่วง”
“เพราะบีเป็นคนสำคัญของพี่อ๊อด”
“และก็… สำคัญกับผมเหมือนกัน”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันอบอุ่นกว่าเดิม
บีหลุบตาลง
นิ้วกำกระเป๋าแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ขอบคุณครับ…”
ธันวาพยักหน้า
“พักผ่อนบ้าง”
“แล้วค่อยค่อยๆ คุยกับพี่อ๊อดทีหลัง”
บียืนขึ้นช้าๆ
โค้งหัวให้ แล้วเดินออกจากห้อง
ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ
มองประตูที่เพิ่งปิดไป
นิ้วที่เคาะโต๊ะหยุดลง
ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
ทั้งต่อบีและต่อน้าอ๊อดที่ยังคงสับสนอยู่คนเดียว
เย็นวันนั้น น้าอ๊อดขับรถกลับบ้าน มือจับพวงมาลัยแน่น
ดวงตามองถนนตรงหน้า แต่ความคิดกลับวนเวียนอยู่กับหลายสิ่ง
ความสับสนยังไม่จางหาย
ภาพของภาณุ ธันวา และคำพูดของภรรยาเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัว
เมื่อถึงบ้าน จอน้าอ๊อดดรถช้าๆ แล้วดับเครื่อง
นั่งนิ่งอยู่ในรถอีกพักใหญ่ มือยังวางบนพวงมาลัย ถอนหายใจยาวออกมา
จากนั้นจึงค่อยๆ เปิดประตูลงจากรถ
ประตูบ้านเปิดออก
ไฟในห้องรับแขกเปิดอยู่
ภรรยานั่งอยู่บนโซฟา เปิดโทรทัศน์เบาๆ
เมื่อได้ยินเสียงประตู เธอหันมายิ้มให้
“กลับมาแล้วเหรอคะ”
น้าอ๊อดถอดรองเท้าอย่างช้าๆ วางกระเป๋าลงบนชั้นอย่างระมัดระวัง
แล้วฝืนยิ้มตอบกลับ
“อืม”
น้าอ๊อดเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ภรรยา
ร่างกายยังแข็งเล็กน้อย หลังตรงเกินไป
มือทั้งสองวางบนเข่า นิ้วค่อยๆ กำและคลายโดยไม่รู้ตัว
ภรรยาปิดโทรทัศน์
หันมามองน้าอ๊อดเต็มๆ
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ”
“ปกติ” น้าอ๊อดตอบเสียงเรียบ
สายตาของน้าอ๊อดหลบไปทางอื่น
ภรรยาเงียบไปครู่หนึ่ง
สายตาจับจ้องใบหน้าของน้าอ๊อด
“พี่อ๊อด…” เธอเรียกเสียงนุ่ม
“ช่วงนี้พี่ดูเหมือนมีอะไรคิดมากจริงๆ นะคะ”
น้าอ๊อดชะงัก
มือที่วางบนเข่ากำแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเอ็น
ขยับตัวเล็กน้อย พยายามผ่อนคลายไหล่ที่เกร็ง
“งานยุ่งนิดหน่อย”
ภรรยาเอียงคอเล็กน้อย
รอยยิ้มยังคงอยู่ แต่แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความสงสัยที่ค่อยๆ ก่อตัว
“พี่แน่ใจนะคะ”
“สาวรู้สึกได้… ว่าพี่กำลังปิดบังอะไรอยู่”
คำพูดนั้นไม่ได้รุนแรง
แต่กลับทำให้หน้าอกของน้าอ๊อดแน่นขึ้น
น้าอ๊อดหลุบตาลง
จิตใต้สำนึกของน้าอ๊อดทำงานตลอดเวลา
ภาพลักษณ์ชายชาติทหารที่ถูกหล่อหลอมมาทั้งชีวิต ยังคงส่งเสียงดังอยู่ในหัว
“มึงต้องแข็งแกร่ง”
“มึงเป็นผู้ปกป้อง”
“มึงไม่ควรรู้สึกแบบนี้”
แต่พร้อมกันนั้น ความผิดต่อภรรยาก็พุ่งขึ้นมาแรงไม่แพ้กัน
ผมรักเธอ
รักจริง
แต่ก้กำลังโกหกเธออยู่ทุกวินาทีที่นั่งอยู่ตรงนี้
ภาพของภาณุที่ถูกตัวเองกดลงบนเตียง
และภาพของธันวาที่กระแทกเขาจากด้านหลัง
ผุดขึ้นมาสลับกับใบหน้าของภรรยาที่กำลังมองเขาด้วยความห่วงใย
น้าอ๊อดกำมือที่อยู่ใต้ฝ่ามือของภรรยาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ภรรยาสัมผัสได้ถึงความเกร็งนั้น
เธอเอียงคอเล็กน้อย มองใบหน้าของเขาในแสงสลัว
“พี่อ๊อด…” เธอเรียกเสียงแผ่ว
“คืนนี้… พี่คิดอะไรอยู่เยอะจริง ๆ ใช่ไหมคะ”
น้าอ๊อดชะงัก
ลมหายใจสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที
“ไม่มีอะไร” เขาตอบเสียงเรียบ
แต่คำตอบนั้นแผ่วและไม่มีน้ำหนัก
ภรรยาไม่เร่ง
เธอเพียงแค่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
ไหล่ของเธอแตะกับไหล่ของเขาเบา ๆ
“สาวรู้สึกได้…ว่าพี่กำลังปิดบังอะไรบางอย่าง”
“และมันหนักมาก”
คำพูดนั้นไม่ได้กล่าวหา
แต่กลับยิ่งทำให้จิตใต้สำนึกของน้าอ๊อดสั่นสะเทือน
น้าอ๊อดนึกถึงบี
หลานชายที่เขารักเกินกว่าคำว่าหลาน
แต่กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง
แล้วยังมีมิ้นท์…จุดเริ่มต้นของการพังทลาย
การถูกเย็ดจนหมดสภาพโดยสาวสอง
ทำให้กำแพงที่เคยแข็งแกร่งแตกร้าว
และความเสียวที่เขาได้รับจากผู้ชาย
บางครั้งรุนแรงและลึกกว่าที่เคยได้รับจากผู้หญิง
จนตัวเองยังไม่กล้ารับ
น้าอ๊อดหลุบตาลง
นิ้วของเขาขยับเล็กน้อย ใต้ฝ่ามือของภรรยา
แต่ไม่ได้กำตอบ
ภรรยาถอนหายใจเบา ๆ
แล้วยกมืออีกข้างขึ้นมาวางทับมือของเขา
“สาวไม่เร่งนะคะ”
“แต่สาวอยากให้พี่รู้ว่า… สาวอยู่ตรงนี้”
“และสาวเป็นห่วง”
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น มองน้าสาวสั้น ๆ
สายตาของเขามีความซับซ้อนปนเปกันจนอ่านไม่ออก
“รู้…” น้าอ๊อดตอบเสียงแผ่ว
ภายใต้หลังคาบ้านหลังเดียวกัน
น้าอ๊อดนั่งอยู่ข้างผู้หญิงที่เขารักที่สุด
แต่จิตใต้สำนึกกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ถูกกดทับมานาน
และความสงสัยของภรรยาก็ค่อย ๆ ก่อตัวชัดเจนขึ้นในค่ำคืนที่เงียบสงบเช่นนี้
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ค่ำคืนอย่างช้าๆ
น้าสาวยังคงนั่งอยู่ข้างๆ น้าอ๊อดบนโซฟา
มือยังวางทับมือน้าอ๊อดอยู่เบาๆ
ไม่ได้บีบแน่น แต่ก็ไม่ได้เอามือออก
น้าอ๊อดรู้สึกถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นชัดเจน
แต่กลับยิ่งทำให้ความขัดแย้งในใจทวีคูณ
น้าอ๊อดอยากเอามือออก
อยากลุกขึ้นไปอาบน้ำ
อยากหนีจากสายตาที่กำลังจับจ้องอยู่
แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อ
เหมือนถูกตรึงไว้กับความผิดที่ตัวเองสร้างขึ้น
ภรรยาเงียบไปนาน
ก่อนจะค่อย ๆ พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“พี่อ๊อด… คืนนี้พี่ดูเหนื่อยมาก”
“ขึ้นไปพักผ่อนเถอะคะ”
น้าอ๊อดพยักหน้าเบาๆ
แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
มือที่เคยอยู่ใต้ฝ่ามือของภรรยาถูกดึงออกอย่างช้าๆ
น้าอ๊อดรู้สึกถึงความว่างเปล่าทันทีที่สัมผัสนั้นหายไป
ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไปด้วยกันโดยไม่พูดอะไร
เมื่อเข้าห้องนอน น้าสาวเปิดไฟข้างเตียงเพียงดวงเดียว
แสงอุ่นๆ ส่องสว่างเพียงบางส่วนของห้อง
น้าอ๊อดเดินไปยืนตรงหน้ากระจก
มองภาพสะท้อนของตัวเอง
ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
และมีเงาอะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่อยากยอมรับ
น้าอ๊อดสัมผัสได้ถึงสายตาของภรรยาที่มองมาจากด้านหลัง
“พี่…” เธอเรียกเสียงแผ่ว
น้าอ๊อดหันกลับมา
ภรรยายืนอยู่ตรงขอบเตียง
มือกอดอกเบาๆ
สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความสงสัยที่ยังไม่จางหาย
“สาวขออะไรได้ไหมคะ”
“คืนนี้… กอดสาวหน่อย”
คำพูดนั้นเรียบง่าย
แต่กลับหนักอึ้งสำหรับน้าอ๊อด
น้าอีอดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาภรรยา
มือทั้งสองข้างโอบกอดร่างของภรรยาเบาๆ
ศีรษะของน้าสาวซบลงบนอกของน้าอ๊อด
หายใจอุ่นๆ รดผ่านผ้าเสื้อ
น้าอ๊อดกอดน้าสาวไว้
แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยภาพซ้อน
ภาพของภาณุ
ภาพของธันวา
ภาพของบี
และภาพของตัวเองที่กำลังกอดภรรยาอยู่ในตอนนี้
ความอบอุ่นและความผิดปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก
ภรรยาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
จูบแก้มเบา ๆ
“นอนด้วยกันนะคะ”
น้าอ๊อดพยักหน้า
ทั้งคู่เข้านอนบนเตียงเดียวกัน
ภรรยาหันหลังให้ แล้วดึงแขนของน้าอ๊อดมาโอบเอว
น้าอ๊อดวางมือตาม
ปิดตา
แต่จิตใต้สำนึกยังคงทำงานต่อไปในความมืด
ความสับสน
ความผิด
และความกลัวว่าสักวันหนึ่ง…
ทุกอย่างจะระเบิดออกมา
คืนนั้นบีกลับบ้านดึกกว่าปกติ
หลังจากติวหนังสือกับเพื่อนเสร็จ เขาก็เดินกลับมาคนเดียว
ซอยบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดดังเป็นระยะ
เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป ไฟชั้นล่างดับหมดแล้ว
เหลือเพียงไฟเล็กๆ ที่โซฟาห้องรับแขกที่เปิดทิ้งไว้
บียืนนิ่งอยู่ตรงประตูทางเข้าบ้านพักหนึ่ง
สายตาเหลือบไปทางบันได
ชั้นสองปิดไฟมืดสนิท ไม่มีเสียงพูดคุย
ไม่มีเสียงอะไรเลย บีวางกระเป๋าลงช้าๆ
แล้วเดินไปเปิดไฟครัวเพียงดวงเดียว
ดื่มน้ำเย็นหนึ่งแก้ว
ยืนพิงเคาน์เตอร์นานกว่าปกติ
ความคิดวนเวียนอยู่กับหลายอย่าง
น้าอ๊อดที่ดูไม่ปกติ
น้าสาวที่กลับมาพร้อมสายตาเป็นห่วง
และตัวเขาเองที่ยังไม่รู้จะวางตัวอย่างไรในบ้านหลังนี้
บีถอนหายใจเบาๆ
แล้วเดินขึ้นบันไดชั้นสองอย่างเงียบที่สุด
เขายืนอยู่หน้าประตูห้องนอนชั้นสองครู่หนึ่ง
ได้ยินเสียงหายใจแผ่วๆ จากด้านใน
ทั้งคู่หลับไปแล้ว
บีกัดริมฝีปากเบาๆ
แล้วหันหลังเดินลงไปห้องนอนตัวเองชั้นล่าง
บีนอนหงายบนเตียง
มองเพดานในความมืด
มือวางบนอก
หัวใจเต้นช้าแต่หนัก
คืนนี้…
บ้านหลังนี้อบอุ่นสำหรับบางคน
แต่สำหรับเขา กลับรู้สึกห่างเหินกว่าปกติ
ในที่สุดบีก็หลับไปอย่างเหนื่อยล้า
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านม่านเข้ามาในห้องของบี
บีสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากชั้นบน
เสียงของน้าอ๊อดและน้าสาวที่กำลังเตรียมตัว
บีลุกขึ้นนั่งบนเตียง
นั่งนิ่งอยู่นาน
ก่อนจะลุกไปอาบน้ำและแต่งตัว
เมื่อลงมาชั้นล่าง น้าสาวกำลังยืนทำกาแฟอยู่ในครัว
ส่วนน้าอ๊อดนั่งอ่านข่าวบนโซฟา
ทั้งคู่หันมายิ้มให้เมื่อเห็นบี
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ” น้าสาวพูดเสียงนุ่ม
“อาบน้ำเสร็จแล้วใช่ไหม กินข้าวเช้าด้วยกันนะ”
บียิ้มตอบกลับ
“ครับ”
บีนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
บรรยากาศดูปกติ
แต่สายตาของบีที่แอบมองน้าอ๊อดเป็นระยะ
กลับบอกว่าเขายังคงสังเกตเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น
บ่ายวันนั้น น้าสาวเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดตามกำหนด
บ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เหลือเพียงน้าอ๊อดกับบี
ทั้งคู่ต่างพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนทุกวัน
บีเลือกที่จะไม่ถามอะไร
ไม่พูดถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของน้าอ๊อด
บีเพียงแค่ยิ้มตอบรับ
และทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ
เช้าวันรุ่งขึ้น น้าอ๊อดตื่นแต่เช้า
แต่งชุดเครื่องแบบทหารอากาศเรียบร้อย
แล้วขับรถส่งบีไปมหาวิทยาลัยตามเคย
ระหว่างทาง ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปเกือบตลอด
บีแอบมองหน้าคนข้างๆ เป็นระยะ
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เมื่อถึงมหาวิทยาลัย บีลงจากรถ
“ไปก่อนนะครับ”
น้าอ๊อดพยักหน้า
“ตั้งใจเรียน...ระวังตัวด้วย”
รถค่อย ๆ แล่นออกจากหน้ามหาวิทยาลัย
น้าอ๊อดจับพวงมาลัยแน่น
ความรู้สึกต่างๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทางไปทำงาน
ความสับสน
ความซับซ้อน
และความผิดที่ยังไม่จางหาย
เมื่อถึงกองทัพ น้าอ๊อดเดินเข้าไปในอาคารตามปกติ
ทักทายผู้ร่วมงาน
ทำหน้าที่ของตัวเอง
แต่ตลอดทั้งวัน เขากลับรู้สึกแปลกๆ
เหมือนมีสายตาบางอย่างคอยเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเดินผ่านโถงทางเดิน
หรือนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ
ความรู้สึกนั้นทำให้เขากระสับกระส่ายโดยไม่รู้สาเหตุ
เย็นวันนั้น น้าอ๊อดขับรถกลับบ้าน
เมื่อเปิดประตูเข้าไป บีกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา
บ้านเงียบสงบ
เหลือเพียงสองคน
บีเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นน้าอ๊อด
แล้วยิ้มบางๆ
“กลับมาแล้วครับ”
น้าอ๊อดพยักหน้า
วางกระเป๋าลง
แล้วเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม
ทั้งคู่มองหน้ากันชั่วขณะ
บรรยากาศดูปกติ
แต่ภายใต้ความเงียบนั้น
ความรู้สึกซับซ้อนของน้าอ๊อดยังคงวนเวียนไม่หยุด
และบี…ก็ยังคงเลือกที่จะนิ่ง
ไม่ถามอะไรเพิ่มเติม
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ บีสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
บ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหลังจากช่วงสอบที่ตึงเครียด
แต่บรรยากาศระหว่างน้าอ๊อดกับบีกลับไม่ได้ผ่อนคลายตาม
ทั้งคู่ยังคงใช้ชีวิตปกติภายนอก
น้าอ๊อดไปทำงานทุกเช้า ส่งบีตามเคย
บีก็ยิ้มและตอบรับตามมารยาท
แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น ความอึดอัดกลับยิ่งพอกพูนขึ้นทุกวัน
คืนหนึ่งหลังอาหารเย็น
บีเก็บจานอยู่ในครัว
น้าอ๊อดเดินเข้ามาช่วยเช็ดจานตามเคย
ทั้งคู่ยืนข้างกันเงียบๆ นานกว่าปกติ
จนบีทนไม่ไหว
“น้า…” บีพูดเสียงแผ่ว แต่ชัดเจน
“ช่วงนี้… น้าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
น้าอ๊อดชะงักมือที่กำลังเช็ดจาน
“ไม่มีอะไร”
“ผมสังเกตเห็น” บีหันมามองตรงๆ
“น้าเปลี่ยนไป”
“น้าพูดน้อยลง เหม่อบ่อย แล้วก็เหมือนหลบผม”
น้าอ๊อดวางผ้าเช็ดจานลงช้าๆ
สายตาหลบไปทางอื่น
“คิดไปเอง”
“ผมไม่ได้คิดไปเอง” บีเสียงเริ่มเคร่งขึ้นเล็กน้อย
“ผมเป็นห่วงน้า”
“แต่น้ากลับทำให้ผมรู้สึกว่า… ผมเป็นคนนอก”
คำพูดนั้นทำให้น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
ดวงตามีแววซับซ้อนและกดดัน
บียังคงยืนมองหน้าของน้าอ๊อด
ลมหายใจสั่น
“น้า…” บียังไม่ยอมหยุด
“ผมเป็นห่วงจริงๆ”
“ผมเห็นน้าทุกวัน… เห็นชัดๆ ว่าน้าไม่ปกติ”
น้าอ๊อดใบหน้าเคร่งเครียด แดงก่ำขึ้น
ดวงตาแดงก่ำจากความกดดันที่ถูกบีบคั้น
ความอึดอัดที่ถูกกดทับมานาน ในตัวน้าอ๊อดระเบิดออกมาจนควบคุมไม่อยู่
ทั้งความผิดต่อภรรยา
ความสับสนในตัวเอง
ความรู้สึกต่อบีที่ซับซ้อนเกินกว่าจะยอมรับ
และสายตาของทุกคนที่ดูเหมือนจะจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา
ทุกอย่างบีบคั้นเข้ามาพร้อมกันในคืนนี้
บียังคงยืนอยู่ตรงหน้า
ยังคงถาม
ยังคงเป็นห่วง
ยังคงมองเขาด้วยสายตาที่จริงใจเกินไป
จนน้าอ๊อดทนไม่ไหว
“พอ!”
เสียงของเขาดังขึ้นในครัวจนจานบนเคาน์เตอร์สั่น
“มึงหยุดได้แล้ว!”
บีชะงัก
น้าอ๊อดหันมามองตรงๆ
“มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”
“มึงคิดว่ามึงสำคัญกับกูขนาดนั้นเลยเหรอ”
“กูเหนื่อยจะแกล้งทำดีกับมึงทุกวัน”
“กูเหนื่อยจะแกล้งยิ้ม”
“กูเหนื่อยจะแกล้งเป็นห่วง”
น้าอ๊อดหายใจหอบ
แล้วประโยคที่โหดร้ายที่สุดก็หลุดออกมาโดยไม่ยั้งคิด
“มึงเป็นแค่เด็กที่แม่มึงฝากไว้ให้กูเลี้ยงชั่วคราว”
“ไม่ใช่ลูก”
“ไม่ใช่ครอบครัว”
“ไม่ใช่คนสำคัญอะไรทั้งนั้น”
“ถ้าวันนั้นแม่มึงไม่ฝากมึงมา กูก็ไม่ต้องมานั่งแบกภาระแบบนี้”
“เลิกหลอกตัวเองได้แล้วว่ามึงมีความหมายอะไรกับกูมากกว่า ‘เด็กที่ถูกฝาก’ ”
คำพูดนั้นตกลงกลางครัวเหมือนถูกทุบด้วยของแข็ง
บียืนนิ่ง
ใบหน้าค่อยๆ แตกสลาย
น้ำตาไหลลงมาในพริบตา
แล้วกลายเป็นสายที่หยุดไม่อยู่
“เด็กที่แม่ฝากไว้…”
“ภาระ…”
บีย้ำคำเหล่านั้นด้วยเสียงสั่นจนใจแทบขาด
“ผม… ผมไม่ได้ขอให้แม่ฝากผมมา”
“ผมไม่ได้ขอให้น้าต้องแบก”
“ผมแค่… รักน้า”
“รักแบบที่ตัวเองก็ยังอธิบายไม่ได้”
“ผมเป็นห่วงน้าทุกวัน”
“ผมรอน้ากลับบ้านทุกคืน”
“ผมเห็นน้าทุกอย่าง”
น้ำตาไหลพราก
เสียงของบีเริ่มขาดห้วงและสั่นเครือ
“ผมเสียใจที่คิดไปเองว่าผมสำคัญกับน้า”
“เสียใจที่ทำให้น้าต้องมานั่งแบก”
จากนั้นบีหันหลัง มือเช็ดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด
ร้องไห้อย่างรุนแรงแบบไม่มีเสียงเล็ดรอดออกจากปาก
เหมือนคนใจจะขาด แล้ววิ่งไปยังห้องนอนตัวเอง
เสียงประตูปิดดังสนั่นจนผนังสั่น
ตามด้วยเสียงสะอื้นที่ดังชัดเจนและหยุดไม่อยู่จากด้านใน
น้าอ๊อดยืนนิ่ง
มือทั้งสองข้างยังวางบนเคาน์เตอร์
ใบหน้าซีดขาว
ประโยคที่เพิ่งหลุดออกไปยังดังก้องอยู่ในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นครัว
มือทั้งสองยกขึ้นปิดหน้า
ร่างกายสั่น
ความเจ็บปวดที่เห็นน้ำตาของบี
เสียงสะอื้นจากห้องนอนบีด้านล่าง
และคำว่า “ผมเสียใจที่คิดไปเองว่าผมสำคัญกับน้า”
ทุกอย่างพุ่งกลับมาแทงใจเขาอย่างจัง
"กูทำร้ายบี"
ด้วยคำพูดที่โหดร้ายที่สุดที่เคยพูดออกไปในชีวิต
และตอนนี้ความผิดนั้น
กำลังบีบคั้นเขาจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงประตูห้องชั้นล่างปิดดังสนั่นยังดังก้องอยู่ในหูของน้าอ๊อด
น้าอ๊อดยังคงนั่งกับพื้นครัว
มือทั้งสองข้างปิดหน้า
ร่างกายสั่นเล็กน้อย
ประโยคที่เพิ่งหลุดออกไปวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
แต่ละคำเหมือนถูกโยนกลับมาแทงเข้าที่อกตัวเอง
ด้านในห้องนอนของบี
บีนั่งคุดคู้กับพื้นหลังพิงประตู
หัวเข่าชิดอก มือทั้งสองข้างกอดแข้งตัวเองไว้แน่น
น้ำตาไหลไม่หยุด บีพยายามไม่ให้มีเสียง
มีเพียงสะอื้นแผ่วๆ ที่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง
แต่ในใจเสียงร้องไห้ดังเหมือนเสียงน้ำตก
เหมือนคนใจจะขาด
คำพูดของน้าอ๊อดยังดังชัดในหัว
ทุกประโยคกำลังทำลายสิ่งที่บียึดไว้
ความใกล้ชิดที่สะสมมา
ความห่วงใยที่เขาให้ทุกวัน
ความรู้สึกรักที่ตัวเองยังอธิบายไม่ได้
ทั้งหมดถูกสรุปเหลือเพียง “เด็กที่ถูกฝาก” และ “ภาระ”
บีกอดแข้งตัวเองแน่นขึ้น
เล็บจิกรอยแดงบนแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว
“ผม… สำคัญกับน้าจริงๆ หรือเปล่า”
เสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้นในห้องที่มืด
บีเริ่มสงสัยทุกอย่าง
ทุกยิ้มของน้าอ๊อด
ทุกครั้งที่น้าพาไปส่งมหาวิทยาลัย
ทุกครั้งที่น้าห่มผ้าให้ตอนหลับบนโซฟา
มันเป็นเพียงความรับผิดชอบชั่วคราวหรือไม่
ความรู้สึกถูกปฏิเสธท่วมท้นจนหาหายใจไม่ออก หน้าอกแน่น
บีโทษตัวเอง
โทษที่คิดไปเองว่าตัวเองสำคัญ
โทษที่แสดงความห่วงใยออกไปมากเกินไป
โทษที่เกิดมาแล้วถูกฝากไว้ที่นี่
บีก้มหน้าซบลงที่หัวเข่า
น้ำตาไหลย้อยลงบนพื้นห้อง
ด้านนอก
น้าอ๊อดค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นครัว
เดินไปยืนหน้าประตูห้องนอนของบี
มือยกขึ้นจะเคาะประตู แต่ชะงักกลางคัน
น้าอ๊อดยืนนิ่งอยู่นาน
ได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นแผ่วๆ จากด้านใน
ทุกครั้งที่เสียงนั้นดังขึ้น
ความผิดก็ยิ่งบีบคั้นหัวใจหนักขึ้น
"กูทำร้ายบี"
ด้วยคำพูดที่โหดร้ายที่สุด
และตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้าประตู
โดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพื่อเยียวยาบาดแผลที่ตัวเองเพิ่งสร้างขึ้น
มือของน้าอ๊อดค่อยๆ วางลงบนลูกบิดประตู
แต่ยังไม่หมุน
น้าอ๊อดยืนนิ่งหน้าประตูห้องของบี
กับเสียงร้องไห้สะอื้นที่ดังรัวเบาๆ หลังประตู
บีร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายจนกางเกงเปียก
ปล่อยให้ความเจ็บปวดค่อยๆ ซึมเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย
คำพูดของน้าอ๊อดยังวนเวียนไม่หยุด
“เด็กที่แม่มึงฝากไว้”
“ภาระ”
“ไม่ใช่คนสำคัญอะไรทั้งนั้น”
ทุกประโยคเหมือนถูกแกะสลักลงในความทรงจำ
บีเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่ผ่านมา
ทุกครั้งที่น้าอ๊อดยิ้มให้
ทุกครั้งที่ถูกพาไปส่งมหาวิทยาลัย
ทุกครั้งที่ถูกห่มผ้าตอนหลับบนโซฟา
มันเป็นเพียงหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่
บีกอดแข้งตัวเองแน่นขึ้น
เล็บจิกรอยแดงบนผิวหนังโดยไม่รู้ตัว
“ผม… ไม่ควรอยู่ที่นี่”
เสียงพึมพำแผ่วเบากระซิบออกมาในความมืด
ด้านนอกประตู
น้าอ๊อดยังคงยืนนิ่งอยู่ในทางเดิน
มือวางบนลูกบิดประตูมานานแล้ว
แต่ยังไม่กล้าหมุน
น้าอ๊อดได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วๆ จากด้านในเป็นระยะ
ทุกครั้งที่เสียงนั้นดังขึ้น หัวใจเขาก็บีบแน่นขึ้นตาม
น้าอ๊อดยกมือขึ้นจะเคาะ
แล้วก็วางลง
ยกขึ้นอีกครั้ง
แล้วก็วางลงอีก
ในที่สุดก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหน้าประตูห้องของบี
หลังพิงผนัง
หัวเข่าชิดอก
มือทั้งสองข้างกอดแข้งตัวเองไว้เหมือนกับบีในห้อง
ความมืดในใจปกคลุมเขาไว้ ทั้งๆ ที่แสงไฟยังสว่าง
ประโยคที่หลุดออกไปยังดังก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"กูทำร้ายบี"
ด้วยคำพูดที่โหดร้ายที่สุดที่เคยพูดออกไปในชีวิต
และตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่คำพูดสักประโยคที่จะเยียวยา
เวลาล่วงเลยไปทีละนาที
เสียงสะอื้นในห้องค่อย ๆ เบาลง
จนเหลือเพียงเสียงหายใจสั่นๆ
น้าอ๊อดนั่งอยู่หน้าประตูตลอดทั้งคืน
ไม่ได้เคาะ
ไม่ได้เรียก
ไม่ได้ขอโทษ
เขาเพียงแค่นั่ง
กับความผิดที่ค่อย ๆ กัดกินเขาอย่างช้า ๆ
และในห้องด้านใน
บีก็นั่งอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเห็น
ค่ำคืนนั้น…
ทั้งคู่ต่างคนต่างเจ็บปวด
ภายใต้หลังคาบ้านหลังเดียวกัน
โดยไม่มีใครก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายได้เลย
.................................................
เพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไง บอกกันได้นะครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ชื่อบุคคลเป็นชื่อสมมุติ ผิดพลาดประการใดขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ
ผมขอแยกดราม่าที่หนักหน่วงออกไปอีกตอนนะครับ เนื้อเรื่องมันเวิ่นเว้อกับความรู้สึกมาก
ตอนที่ 25 26 27 เป็นตอนเดียวกันแบบยาวๆ นะครับ...มันบีหัวใจบีและน้าอ๊อดมาก
พิมพ์ไปสงสารไป ลองอ่านดูนะครับ คิดเห็นอย่างไรบอกกันได้ครับ และจะเอาไปปรับปรุงในตอนต่อๆ ไป
ใครไม่ชอบจุดไหนก็บอกได้เลยครับ 3 ตอนนี้เป็นเนื้อเรื่องที่แต่งยากอีกช่วงหนึ่งเลยทีเดียว ขอบคุณครับ สนุกมากครับ เอาจริงๆๆๆ อันนี้บีผิดนะ การไปเซ้าซี้ถาม การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ การคิดเองเออเองจนไม่หันมอง ความรู้สึกคนอื่น มันถึงไปกระทบคนอื่นตรงๆๆจะด้วยความด้อยประสบการณ์ทั้งในเรื่องชีวิตหรือความรัก มันทำให้ การกระทำของบี มันเกินสมควรเกินไปจริงๆๆๆอ๊อดเองก็ถึงขีดสุดที่กำลังสับสนในหลายเรื่องพอมีอะไรมากระทบมันเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดฉับไป สงสารบีนะ ที่ถูกกล่าวแบบนั้น ก็ต้องรออ่านต่อไป พอๆ อย่าให้มันดราม่าหนักกว่านี้นะ {:5_139:}{:5_139:}{:5_139:} ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ฮิบหาย บีเหมือนจะใกล้ฝั่ง กลับโดนคลื่นน้าผลักไปกลางทะเล. ส่วนน้าอยู่ทะเลเริ่มเข้าสู่มหาสมุทรอนเดียว. คนที่ดูเหมือนมีสติมากสุดน่าจะเป็นครู. ส่วนภานุเหมือนจะเตรียมออกจากฝั่งเหมือนกัน. งานนี้ครูต้องเป็นพระเอกแล้วละ. ครูจะเลือกพาใครกลับเข้ามาหาฝั่งก่อน เดาว่าเป็นบี แต่เสียงในหัวบอกว่าควรเป็นน้านะ ถ้าน้าเข้าฝั่งได้ทุกคนจะตามน้ามา Phol_th ตอบกลับเมื่อ 2026-8-11 23:05
ฮิบหาย บีเหมือนจะใกล้ฝั่ง กลับโดนคลื่นน้าผลักไปกลาง ...
ต้องอ่านตอนที่ 27 ครับ การบีบบังคับน้าอ๊อดให้ยอมรับความจริงเสียที 3ตอนดราม่ายาวๆ และดึงให้บีและธันวาเข้ามามีบทบาทในเนื้อเรื่องที่แทบหมดแรง ขอบคุณครับ สนักมากครับ เป็นตอนที่หดหู่ใจจังยิ้มสู้ฝ่าไปคับน้าอ๊อด เอาใจช่วย ขอบคุณครับ {:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:} เยี่ยมครับ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-13 16:12
Phol_th ตอบกลับเมื่อ 2026-8-11 23:05
ฮิบหาย บีเหมือนจะใกล้ฝั่ง กลับโดนคลื่นน้าผลักไปกลาง ...
วันนี้มานั่งคิดที่นายแสดงความคิดเห็นไว้ ยังติดค้างในใจผมตั้งแต่เมื่อคืน
จริงแท้มาก น้าอ๊อดคือศูนย์กลางของแรงโน้มถ่วง
ตอนนี้เกือบทุกคนถูกดึงด้วยการตัดสินใจ (หรือการไม่ตัดสินใจ) ของน้าอ๊อด
บีจะถอยจากกลางทะเลได้ยาก ถ้าคลื่นจากน้าอ๊อดยังแรงอยู่
ภาณุกับธันวาก็ยังถูกยึดโยงอยู่กับเขา
ถ้าน้าอ๊อดไม่เริ่มกลับฝั่ง คนอื่นจะถูกซัดไปมาอยู่กลางทะเลต่อไปอีกนาน
บียังไม่พร้อมขึ้นฝั่งคนเดียว
แม้บีจะเริ่มมีสติขึ้นบ้าง แต่รักแรกของเขายังผูกกับน้าอ๊อดแน่นมาก
ถ้าพาบีขึ้นฝั่งก่อน โดยที่น้าอ๊อดยังลอยคออยู่กลางทะเล บีมีโอกาสสูงที่จะกระโดดกลับลงไปอีกเมื่อน้าอ๊อดแสดงความต้องการ
โจทย์หนักเลยผม แต่งไปแต่งมาลืมนึกถึงประเด็นนี้ไปเลย
คิดแค่ง่ายๆ แล้วกลับไปสู่เนื้อเรื่องหลักที่วางไว้
ขอบคุณมากครับ กับความคิดเห็นดีๆ zebu ตอบกลับเมื่อ 2026-8-12 22:11
วันนี้มานั่งคิดที่นายแสดงความคิดเห็นไว้ ยังติดค้า ...
แต่ที่อินได้เพราะผู้แต่งแต่งได้ดี อ่านแล้วอิน ทำให้ชวนติดตาม ขอบคุนครับ
หน้า:
[1]
2