🛖 โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (9) ปลัดหนุ่ม..ผู้มาเยือนใหม่ที่ไม่น่าไว้ใจ 🔥🔥🔥
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Djpark เมื่อ 2026-6-21 10:46-----------------------------------------------------------------------------------------------
คำแนะนำก่อนดื่มด่ำความเสียว
1. เรื่องราวทั้งหมดถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อความบันเทิงระดับพรีเมียม ตัวละครและชื่อที่ปรากฏเป็นเพียงสิ่งสมมติเพื่อปลุกเร้าอารมณ์เท่านั้น2. รูปภาพประกอบมีไว้เพื่อเพิ่มดีกรีความฮอตและอรรถรสในการรับชม ไม่ใช่บุคคลหรือสถานที่จริง3. หากมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เร้าใจ หรือมีการสะกดผิดเพี้ยนไปบ้าง ต้องขออภัย เพราะเราเน้นถ่ายทอด "ความรู้สึก" ให้ถึงพริกถึงขิงที่สุด4. ทุกฉากรักในเรื่องมีการป้องกันอย่างรัดกุมเสมอ เพราะความฟินที่สมบูรณ์แบบ ต้องมาคู่กับความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี5. คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ ทุกยอดคอมเมนต์และกำลังใจจากทุกคนคือแรงขับเคลื่อนชั้นดี ยิ่งคอมเมนต์กันเข้ามาเยอะๆ ไฟในการแต่งยิ่งลุกโชน แล้วตอนใหม่ๆ แกะกล่องจะรีบมาเสิร์ฟให้ฟินต่อเนื่องแบบไม่ต้องรอนานครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (9) ปลัดหนุ่ม..ผู้มาเยือนใหม่ที่ไม่น่าไว้ใจ
เหม่าเห็นรถกระบะของอำเภอแล่นไต่เนินเขาเข้ามาอีกครั้งตอนสาย ฝุ่นลูกรังสีแดงคลุ้งกระจายไปตามจังหวะล้อที่บดลงบนถนนที่ขรุขระ คราวนี้เสียงเครื่องยนต์ไม่ได้แค่ดังผ่านไปเหมือนอย่างเคย แต่มันดับลงเสียงดังอึกทึกตรงลานกลางหมู่บ้านพอดี
เสียงปิดประตูรถกระบะสี่ประตูสีบรอนซ์ทองดังสนั่นสะท้อนไปทั่วลานพิธีที่เงียบสงัด ชายคนเดิมก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สง่านิ่งและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งก่อน ปลัดอรรถ ในวัย 35 ปี คือนิยามของชายฉกรรจ์ที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างดี วันนี้เขาสวมชุดข้าราชการสีกากีแขนยาวเต็มยศ กระดุมทุกเม็ดถูกกลัดไว้อย่างระเบียบจัดจนดูเหมือนจะปริขาดได้ทุกเมื่อ หากเขาขยับร่างกายอย่างรุนแรง
ภายใต้ชุดข้าราชการที่ดูเรียบกริบนั้น คือสรีระของชายล่ำสันที่เห็นได้ชัดว่าใส่ใจดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แผงอกที่หนาแน่นดันเนื้อผ้าสีกากีจนตึงเปรี๊ยะ ไหล่กว้างที่ผึ่งผายบ่งบอกถึงพละกำลังและบารมีของนักปกครอง แม้เขาจะไม่ได้มีซิกแพคที่ตัดชัดเหมือนนักกีฬาเพาะกาย แต่ร่างกายของเขาดู "ตัน" และ "แน่น" ไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของคนที่ผ่านการฝึกฝนและกรำงานหนักในพื้นที่ทุรกันดาร ลำคอหนาที่สวมใส่เครื่องหมายข้าราชการดูมั่นคงรับกับใบหน้าคมสันที่มีไรหนวดจาง ๆ
เขายกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดสีดำออก พลางขยับปกเสื้อที่ดูจะอึดอัดท่ามกลางอากาศร้อนชื้นและอบอ้าวของป่าภูพาน แสงแดดสะท้อนให้เห็นผิวสีแทนกร้านแดดที่ยิ่งขับเน้นความดุดัน สายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองไปรอบลานพิธีอย่างพิจารณา ก่อนจะหยุดนิ่งและเดินตรงดิ่งมาลานพิธีที่มีชาวบ้านนับสิบนั่งอยู่
เหม่าจำเขาได้แม่นยำ...
ชายคนนี้เคยมาที่นี่เมื่อสัปดาห์ก่อน ในตอนนั้นเหม่ากำลังให้บริการบำบัดอยู่กับ เบิ้ม ตำรวจประจำหมู่บ้านที่กระท่อมท้ายป่า เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และน้ำเสียงที่วางอำนาจของปลัดหนุ่มทำให้เหม่าต้องชะงักมือ เมื่อปลัดอรรถพยายามจะบุกรุกเข้าไปเก็บข้อมูลประชากรโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
ในวันนั้น เบิ้มที่มีรูปร่างกำยำไม่แพ้กันยืนขวางประตูไว้ไม่ยอมให้ปลัดอรรถเข้าแม้แต่นิดเดียว เหม่าซึ่งนั่งอยู่ในห้องนั้นตัดสินใจเดินออกมา กลางวงสนทนา เพราะเห็นท่าทีของเบิ้มที่เริ่มจะ "ไม่ยอมง่าย ๆ" จนอาจเกิดเรื่องรุนแรง เหม่าจึงเอ่ยปากแนะนำปลัดหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งว่า...
"ถ้าท่านปลัดจะมาเก็บข้อมูลเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านจริง ๆ รบกวนไปขอเอกสารทางราชการหรือคำสั่งอย่างเป็นทางการจากอำเภอมาแจ้งทางหมู่บ้านเถอะครับ ถ้าทำตามขั้นตอนกฎระเบียบ ทางหมู่บ้านเราไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธอยู่แล้ว"
วันนั้น ปลัดอรรถไม่ได้โต้เถียงอะไรต่อ แต่แววตาของเขาที่มองสบตาเหม่ามันเต็มไปด้วยความไม่พอใจและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เขาหมุนตัวกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปพร้อมกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวทิ้งท้ายไว้ในบรรยากาศ
ทว่าวันนี้... การกลับมาของเขาในชุดเต็มยศที่เน้นย้ำถึง "อำนาจ" และ "หน้าที่" กลับดูมีความนัยบางอย่างที่มากกว่าแค่เรื่องเอกสาร สายตาที่เขามองเหม่าในครั้งนี้ดูเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความโกรธขึงเหมือนครั้งก่อน แต่มันมีความนิ่งสงบที่แฝงไปด้วยความท้าทาย... และความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจของปลัดหนุ่มล่ำคนนี้
เขาแนะนำตัวกับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแถวนั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่มีอำนาจ บอกว่ามาเพื่อตรวจเก็บข้อมูล “โครงสร้างชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น” เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาพื้นที่ชายขอบตามนโยบายใหม่จากส่วนกลาง
เหม่าฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีว่ามันเป็นคำพูดที่เรียบร้อยเกินจริง... มันดูสะอาดสะอ้านและเป็นระบบระเบียบมากเกินกว่าจะเข้ากับดินแดงและควันธูปของไทเพ้ยได้
เพราะเหม่าสังเกตเห็นว่า สายตาของเขาไม่ได้กำลังมองหา “ข้อมูล” เพื่อเอาไปเขียนรายงานลงในกระดาษขาว ๆ พวกนั้นเลย
เขากำลังมองหา “บางอย่างที่ซ่อนอยู่”
บางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากสถิติประชากร หรือรายได้ครัวเรือน
เขากำลังตามหาต้นตอของเสียงกระซิบที่ชาวบ้านพูดต่อ ๆ กันมาตลอดทางที่เขาเดินผ่าน... ชื่อที่มักจะถูกเอ่ยถึงด้วยความเกรงใจปนความยำเกรงอย่างประหลาด
“โปนเซียง”
คำนี้คงเป็นเหมือนรหัสลับที่เขายังถอดรหัสไม่ได้ และเหม่ารู้ดีว่าเขากำลังสงสัยว่าทำไมชื่อนี้ถึงมีน้ำหนักมากกว่าคำสั่งจากอำเภอ
เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเหม่าที่นั่งอยู่ใต้ร่มเงาของศาลไม้เก่า แดดจัดยามสายสะท้อนกับเครื่องหมายบนบ่าของเขาจนดูวาววับ แต่เหม่ากลับรู้สึกว่าความสว่างนั้นมันช่างจอมปลอมเมื่อเทียบกับความจริงที่เหม่าแบกรับไว้
“เหม่าใช่ไหม?” เขาถามพลางก้มลงมองสมุดจด “วันนั้นเหมือนเรายังคุยกันไม่จบ วันนี้ฉันต้องเก็บข้อมูลเชิงลึกเรื่อง ‘บทบาทสมมติ’ ในชุมชน... มีคนบอกว่าเธอคือโปนเซียง มันหมายความว่ายังไง?”
เหม่าเงยหน้าขึ้นมองเขาช้า ๆ สายตาของเขาในวันนี้ไม่ได้ดูเหยียดหยามเหมือนวันแรก แต่มันเต็มไปด้วยความ ‘อยากเอาชนะ’ เขาอยากจะเข้าใจเพื่อที่จะได้ควบคุมมันได้
“ท่านปลัดอยากได้ข้อมูลแบบไหนล่ะครับ?” เหม่าถามกลับ
“ที่นี่มีพิธีที่เรียกว่าโปนเซียงใช่ไหม”
คำถามนั้นมันตรงและขวานผ่าซากจนเหม่ารู้สึกได้ถึงแรงปะทะ เหม่ารู้ทันทีว่าเขาไม่ได้ถามเพราะอยากเรียนรู้วัฒนธรรมแบบนักมานุษยวิทยา หรือถามเพราะความสงสัยใคร่รู้อย่างคนทั่วไป
แต่เขากำลัง “ประเมินว่ามันผิดระบบแค่ไหน”
สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่เหม่า เหมือนจะกดดันให้เหม่ายอมรับว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นคือความงมงาย หรือเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือกฎระเบียบที่เขาถืออยู่ เหม่าเลือกที่จะไม่ตอบตรง ๆ เหม่าทำเพียงแค่สบตาเขากลับไปนิ่ง ๆ
ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันยาวนานจนได้ยินเสียงใบไม้แห้งเสียดสีกัน ความเงียบนั้นทำให้ปลัดหนุ่มเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ท่าทางเขาดูอึดอัด... เหมือนคนที่ไม่ชินกับการไม่ได้คำตอบในทันที หรือไม่ชินกับการที่มีคนกล้าใช้ความสงบมาสู้กับอำนาจในชุดกากีของเขา
“ผมมาที่นี่เพื่อรายงานต่อส่วนกลาง” เขาพูดต่อ น้ำเสียงเข้มขึ้นเหมือนจะย้ำเตือนถึงสถานะของตัวเอง “ถ้ามีสิ่งที่ผิดกฎหมาย หรือมีการล่วงละเมิดอะไรเกิดขึ้นภายใต้ชื่อพิธีนี้... ผมต้องบันทึก”
เหม่าได้ยินคำว่า “ผิดกฎหมาย” ชัดเจนทุกลูกสะกด
ในโลกของเขา ทุกอย่างถูกแบ่งเป็นสีขาวกับสีดำ ถูกกับผิด มีตราประทับกับไม่มีตราประทับ แต่ในหัวของเหม่าตอนนี้ เรื่องกฎหมายหรือรายงานของเขามันช่างดูไกลตัวเหลือเกิน
เหม่ามองดูปลัดอรรถที่พยายามจะทำหน้าที่ "ผู้รักษาความถูกต้อง" อย่างเต็มกำลัง แล้วเหม่าก็รู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ท่านปลัดครับ...” เหม่าเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ในขณะที่ท่านกำลังมองหาความผิดกฎหมาย... ท่านเคยลองมองเห็น ‘คน’ ที่กำลังแบกอะไรบางอย่างไว้คนเดียวบ้างไหม?”
เหม่าขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนเห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นคู่ตรงหน้า
“ท่านเรียกมันว่าพิธีกรรม ท่านเรียกมันว่าโครงสร้าง... แต่สำหรับเหม่า มันคือความรับผิดชอบที่ต้องคอยซับน้ำตาและรองรับความมืดดำในใจของคนทั้งหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้พวกเขาคลุ้มคลั่งจนทำผิดกฎหมายของท่านนั่นแหละ”
ปลัดอรรถนิ่งอึ้งไป มือที่ถือปากกาเตรียมจะจดบันทึกค้างอยู่กลางอากาศ
“ถ้าท่านจะบันทึกว่ามันผิด...” เหม่าพูดต่อพร้อมขยับยิ้มบางที่ดูเหนื่อยล้า “ท่านก็ช่วยบันทึกไปด้วยนะครับว่า... ในวันที่โลกของพวกเขามืดมนที่สุด พวกเขาไม่เคยเห็นกฎหมายของท่านเดินเข้ามาหา แต่พวกเขาเห็นเหม่ายืนอยู่ที่นี่เสมอ”
สายตาของเราปะทะกันอีกครั้ง คราวนี้ความกดดันไม่ได้มาจากเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือความจริงที่เหม่าสาดกลับไปจนเขาต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปก่อน พลางกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับนั่นคือสิ่งเดียวที่ยังทำให้เขารู้สึกว่าเขายัง "ควบคุม" อะไรบางอย่างได้อยู่
เหม่ามองดูปลัดอรรถที่พยายามจะรักษาท่าทีขรึมแข็งท่ามกลางอากาศร้อนจัดของบ่ายวันนั้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมและซึมผ่านคอเสื้อสีกากีจนเป็นรอยจาง ๆ เขาดูเหมือนภูเขาไฟที่กำลังพยายามสะกดกลั้นลาวาเอาไว้ภายใต้เปลือกหินที่เรียกว่า "หน้าที่"
“ปลัดครับ... เดินสำรวจมาทั้งวันแล้ว ไปพักดื่มน้ำเย็น ๆ ที่บ้านเหม่าก่อนเถอะ” เหม่าพูดขัดจังหวะตอนที่เขาทำท่าจะอ้าปากถามชาวบ้านคนต่อไป “ตรงนี้แดดมันแรง เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป รายงานจะเขียนไม่จบเอานะ”
เขามองเหม่าอย่างลังเล แต่ความล้าที่สะท้อนผ่านดวงตาก็บ่งบอกว่าร่างกายเขาถึงขีดจำกัด เขาพยักหน้าแกน ๆ แล้วเดินตามเหม่าไปที่กระท่อมไม้ไผ่ท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นเงียบสงบและมีลมโกรกเย็นสบายกว่าลานพิธีมาก
ปลัดอรรถเดินตามเหม่ามาจนถึงชายป่าหลังหมู่บ้าน ความเงียบรอบกายทำให้เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งดูดังกว่าปกติ เขาหยุดยืนนิ่ง แววตาที่จ้องมองเหม่ายังคงเต็มไปด้วยคำถามและกำแพงที่สร้างจากระเบียบวินัย
เหม่าหยุดเดินแล้วหันกลับมามองใบหน้าคมเข้มที่ดูเคร่งเครียดเกินคนวัยเดียวกัน เหม่าสาวเท้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ปลัดหนุ่มขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังไปพิงเข้ากับต้นไม้ใหญ่
“ปลัดอยากรู้จริง ๆ ใช่ไหมครับ... ว่าประเพณีที่นี่เขาทำกันยังไง” เหม่าถามเสียงเบา แต่กังวานในความรู้สึกของคนฟัง “อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมคนทั้งหมู่บ้านถึงได้พึ่งพาเหม่านัก”
ปลัดหนุ่มขมวดคิ้ว มือที่ถือแฟ้มสั่นน้อยๆ “ผม... ผมแค่ต้องเก็บข้อมูลให้ครบ”
“งั้นก็เริ่มเก็บข้อมูลได้เลยครับ”
เหม่าไม่รอช้า โน้มคอเขาลงมาแล้วกดจูบอย่างหนักแน่น ปลัดอรรถ ตกใจ จนเบิกตาโพลง แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นดินดังตุบ เขาพยายามจะผลักออกตามสัญชาตญาณข้าราชการ แต่รสจูบที่ร้อนแรงและกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเหม่ากลับทำให้แขนขาเขาอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ
เหม่าถอนจูบออกช้าๆ เห็นปลัดหนุ่มยืนหอบหายใจถี่ ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เหม่าค่อยๆ คุกเข่าลงต่อหน้าเขา ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้
“เหม่า... จะทำอะไรน่ะ” ปลัดอรรถอุทานเสียงหลง พยายามจะขยับหนีแต่แผ่นหลังกลับติดแน่นกับต้นไม้
ปลัดอรรถยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังเบียดสนิทกับโคนต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านกิ่งไม้ แววตาของเขาฉายแวว ตกใจ และตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเหม่าทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าในชุดผ้าฝ้ายสีซีด
“เหม่า จะทำอะไรน่ะ หยุดนะ” เขาอุทานเสียงหลง พยายามจะขยับขาหนี แต่กลับถูกมือเรียวของเหม่ารวบขาทั้งสองข้างไว้แน่น
“ปลัดอยากรู้ไม่ใช่เหรอครับ ว่าทำไมชาวบ้านถึงวางใจให้เหม่าซับน้ำตาให้...” เหม่าเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่ดูนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความรุ่มร้อน “ลองรับความรู้สึกของเหม่าไปดู แล้วปลัดจะเข้าใจว่าทำไมกฎหมายของปลัดถึงสู้ความรู้สึกของคนที่นี่ไม่ได้”
มือเรียวจัดการปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงสีกากีลงอย่างรวดเร็ว ปลัดอรรถสะดุ้งสุดตัวเมื่อ แก่นกาย ร้อนผ่าวที่ขยายตัวจนคับแน่นดีดตัวออกมาสัมผัสอากาศเย็นชายป่า เขาพยายามจะคว้ามือเหม่าไว้แต่กลับทำได้เพียงกำบ่าของเหม่าแน่นเพื่อหาที่ยึด
“ซี๊ดดด... เหม่า... อย่า...” เสียงประท้วงของปลัดหนุ่มขาดห้วงไปทันที เมื่อเหม่าก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นนุ่มครอบครองส่วนหัวที่ปริ่มน้ำหวานช้า ๆ ความร้อนระอุในโพรงปากที่โอบรัดทำให้ปลัดหนุ่มถึงกับแหงนหน้าพิงต้นไม้หอบหายใจถี่
เหม่าไม่ได้หยุดแค่นั้น สายตาของเหม่าจ้องมองความแข็งขืนที่ขึงตึงอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันคือความภาคภูมิใจลึกๆ ที่ได้เห็นชายผู้สูงส่งอย่างปลัดอรรถลงมาสยบอยู่แทบเท้า เหม่าเริ่มขยับรูดรั้งแก่นกายยาวใหญ่ด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความตั้งใจ ลิ้นเรียวตวัดไล้ไปตามเส้นเอวที่ปูดโปนและรอยแยกที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดอารมณ์ ทุกครั้งที่ลิ้นของเหม่าลากผ่าน ปลัดหนุ่มจะสะดุ้งเฮือกและครางออกมาไม่เป็นภาษา
“อาซ์... ซี๊ดดด... เหม่า... มัน... เสียวเกินไปแล้ว... อึก!”
มือหนาของปลัดหนุ่มขยำเส้นผมสั้นเกรียนของเหม่าแน่นจนนิ้วแทรกไปตามไรผม เขาจิกทึ้งมันเบาๆ ราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้สติหลุดลอยไป ความกระสันซ่านจู่โจมจนหัวสมองที่เคยเต็มไปด้วยข้อบังคับ กฎระเบียบ และวินัยข้าราชการที่แสนเคร่งครัดกลับกลายเป็นสีขาวโพลนจนหมดสิ้น เหม่าจงใจใช้ริมฝีปากอุ่นระอุครอบครองความยิ่งใหญ่นั้นเข้าไปจนสุดทาง ดึงรั้งและดูดดึงเน้นย้ำตรงส่วนปลายยอดซ้ำๆ อย่างจงใจ
ทุกครั้งที่เหม่าดูดดึงจนสุดโคนและจงใจใช้โพรงปากอุ่นนุ่มตอดรัดเป็นจังหวะถี่รัว ปลัดหนุ่มจะบิดกายเร่าและคราง “อาซ์...” ออกมาเสียงสั่นพร่า ร่างกายที่เคยสง่างามและผ่าเผยในชุดสีกากี บัดนี้กลับดูเปราะบางและบิดเบี้ยวอยู่ภายใต้การควบคุมของเหม่าอย่างสิ้นเชิง
เหม่าเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีก มือทั้งสองข้างไม่ได้ปล่อยให้ว่างเปล่า แต่ช่วยบีบเค้นคลึงวนอยู่ที่โคนขาแกร่งที่มีมัดกล้ามขึงตึง เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ดิบในตัวเขาให้พุ่งสูงถึงขีดสุด เหม่าเงยหน้าขึ้นมองสบตาที่พร่าเลือนและเต็มไปด้วยตัณหาของปลัดอรรถ แววตาของเหม่าในตอนนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและเย้ายวน ขณะที่ปากยังคงทำหน้าที่ปรนเปรออย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอ เสียงเฉอะแฉะของการดูดดึงดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบสงัดของกระท่อม สลับกับเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นถี่ประหนึ่งคนกำลังจะขาดใจ
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
ในตอนที่อารมณ์พุ่งพล่านถึงขีดสุด เหม่ารับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ต้นคอจากฝ่ามือหนาของปลัดที่สั่นระริก ปลัดอรรถเชิดหน้าขึ้นจนสุด ลำคอแกร่งปรากฏเส้นเลือดปูดโปนจากการสะกดกลั้นอารมณ์ดิบที่กำลังจะระเบิดออกมา เหม่าเร่งจังหวะการดูดดึงและใช้โพรงปากตอดรัดเน้นย้ำตรงปลายยอดอย่างหนักหน่วง จนในที่สุดปลัดหนุ่มก็ไม่อาจรักษามาดข้าราชการไว้ได้อีกต่อไป
“ผมจะ... ผมไม่ไหวแล้ว... เหม่า... ซี๊ดดด! แรงอีก... ดูดแรงๆ ... ตรงนั้นแหละ... อึก! อ๊ากกกกกกกก......”
ปลัดหนุ่มคำรามลั่นพร้อมกับโถมกายกระแทกกระทั้นส่วนกลางกายเข้าหาโพรงปากอุ่นของเหม่าอย่างลืมตัว เขาหลงลืมสิ้นซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์และภาพลักษณ์ที่เพียรสร้างมาทั้งชีวิต ร่างหนาเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาแกร่งของเขาสั่นระริกจนแทบจะยืนไม่อยู่ มือที่จิกทึ้งผมเหม่าสั่นระรัวประหนึ่งคนเป็นไข้จับสั่น ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยหยาดอารมณ์ที่ร้อนระอุออกมาจน เสร็จ เต็มปากเหม่าจนล้นปรี่ออกมาตามมุมปากอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
เหม่าค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างแสนเสียดาย ก่อนจะกลืนกินทุกหยดหยาดแห่งความต้องการของเขาลงคอไปจนหมดสิ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเหม่าได้ครอบครองเขาไว้แล้วทั้งหมด เหม่าเงยหน้าขึ้นเช็ดคราบขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนมุมปากด้วยปลายนิ้วอย่างแช่มช้า แววตาคมกริบของเหม่าจ้องมองปลัดหนุ่มที่ยังคงยืนหอบจนไหล่กระเพื่อม ใบหน้าของเขาแดงก่ำ แววตาที่เคยฉายแววอำนาจและเยือกเย็นบัดนี้พร่าเลือนและเต็มไปด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้น
“นี่แค่เริ่มต้นนะครับปลัด...” เหม่าลุกขึ้นยืนแล้วคว้ามือที่ยังสั่นของเขาไว้ “..ไปต่อในกระท่อมเถอะครับ เหม่าจะให้ปลัดเห็น ‘ประเพณี’ ของจริงที่ชาวบ้านเขาทำกัน”
เหม่านำทางปลัดอรรถเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดของกระท่อม กลิ่นสะอาดของผ้าฝ้ายที่แม่ทอทิ้งไว้ให้ผสมกับกลิ่นกายจาง ๆ ของเหม่าและกลิ่นกรุ่นของดินหลังฝนทำหน้าที่เป็นยาระงับประสาทชั้นดี เมื่อเสื้อสีกากีที่ดูแข็งกระด้างถูกปลดออกและวางทิ้งไว้เคียงคู่กับแฟ้มเอกสารที่ดูไร้ความหมาย ปลัดก็ดูเหมือนจะทิ้งโลกภายนอกและหัวโขนข้าราชการที่แสนหนักอึ้งไว้เบื้องหลังทั้งหมด
เหม่ามองดูปลัดอรรถที่บัดนี้เปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านร่องไม้ไผ่ตกกระทบลงบนร่างที่ดูภูมิฐานทว่าซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ภายใต้เครื่องแบบข้าราชการมาตลอด หุ่นของปลัดหนุ่มนั้นช่างสง่างามตามแบบฉบับชายไทยขนานแท้ ผิวขาวสะอาดสะอ้านของเขาแดงระเรื่อด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น
โครงสร้างร่างกายของปลัดอรรถนั้นดูสมส่วนและเต็มไปด้วยพละกำลัง แผ่นอกหนาผึ่งผายที่รับกับช่วงบ่ากว้างอันสง่างาม มัดกล้ามเนื้อแขนและหน้าท้องขึงตึงและเรียงตัวสวยงามจากการดูแลตัวเองอย่างดี สะท้อนถึงความมีระเบียบวินัยในแบบชายหนุ่มผู้มีความรับผิดชอบสูง ขณะที่สายตาคมกริบของเขาก็จ้องมองสำรวจร่างกายขาวเนียนลออตาของเหม่าอย่างหิวกระหายเช่นกัน
ผิวของเหม่าไม่ได้เป็นสีน้ำผึ้งอย่างที่เขาเคยจินตนาการไว้ในแวบแรก แต่มันกลับเป็นผิวที่ขาวผ่องนวลเนียนล้อไปกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย ทำให้ในยามนี้ที่คนทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากัน ความแตกต่างของมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นของปลัดและเรือนร่างขาวผ่องที่ดูนุ่มนวลของเหม่า กลับยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศภายในกระท่อมไม้หลังเล็กนั้นร้อนแรงและดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
เหม่ารวบตัวปลัดอรรถเข้ามากอดรัดด้วยพละกำลังมหาศาล ก่อนจะกดร่างของเขาลงบนฟูกนอนหนาอีกครั้งเพื่อเริ่มบทเพลงรักยกที่สองที่ดูท่าจะร้อนแรงกว่าครั้งแรก แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านร่องไม้ไผ่ตกกระทบลงบนมัดกล้ามเนื้อขึงตึงของคนตัวโตกว่าที่กำลังนอนหอบหายใจโรยริน แผ่นอกกว้างที่แดงระเรื่อขยับขึ้นลงตามจังหวะการหอบ เหม่าโน้มตัวลงไปประทับจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นของเหม่าเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นร้อนของปลัดอย่างไม่ลดละ รสชาติของความปรารถนาซึมลึกไปทั่วโพรงปากจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย
ฝ่ามือกร้านของเหม่าเริ่มลูบไล้ไปตามสรีระที่สมบูรณ์แบบของคนเมือง ไล่ตั้งแต่หัวไหล่หนาลงมายังลอนกล้ามท้องที่บิดเกร็งยามที่เหม่าจงใจลากปลายนิ้วผ่านสะดือลงไปหาจุดยุทธศาสตร์ที่กำลังผงาดง้ำรอการต้อนรับ เหม่าก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวที่มีกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมจางๆ ขบเม้มจนขึ้นรอยรักสีกุหลาบเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่มืออีกข้างก็ทำหน้าที่บีบเฟ้นก้นแน่นของปลัดอย่างเมามันมือ ปลุกเร้าให้เขายิ่งบิดกายเร่าด้วยความเสียวซ่าน
“เหม่า... ซี๊ด... อย่าแกล้ง...” ปลัดครางประท้วงเสียงพร่า ยามที่เหม่าแกล้งถอนจูบออกมามองสบตาที่ปรือปรอยของเขา
เหม่าไม่ได้ตอบอะไร แต่ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างของเขาไว้จนแน่น สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากควยขนาดเขื่องยาว 6 นิ้วครึ่งที่เบียดเสียดอยู่กับหน้าขา เหม่าค่อยๆ ประคองแก่นกายลำเขื่องนั้นให้จดจ่ออยู่ที่ปากทางรัก ปลัดอรรถครางซี๊ดออกมาทันทีที่ส่วนปลายยอดเริ่มบดเบียดรุกราน เหม่าจงใจกดสะโพกลงไปช้าๆ ให้ความยิ่งใหญ่นั้นค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
ปลัดหนุ่มเองก็เสียวจนทนไม่ไหวก่อนจะสวนสะโพกกระแทกกระทั้นควยเข้าหาจากเบื้องล่างอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วกระท่อม
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
แรงกระแทกจากด้านล่างส่งให้ร่างของเหม่าโยกคลอนไปตามจังหวะ ควยใหญ่ตอกย้ำเข้าหาจุดกระสันซ้ำๆ จนเหม่าต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจรัว
“อาซ์... ปลัด... ลึก... ลึกมากครับ... ซี๊ดดด”
เหม่าครางกระเส่าพลางซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง จังหวะที่รัวเร็วขึ้นทำให้เสียงกระทบกันเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
พั่บๆๆๆๆๆ!
ปลัดอรรถบีบเค้นก้นของเหม่าจนเนื้อแทบปลิ้นตามง่ามนิ้ว แรงส่งที่เด็ดขาดทำให้เหม่าเสียวซ่านจนแทบสิ้นสติ ไม่นานเป็นปลัดที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหวลุกขึ้นมาเปลี่ยนบทบาทให้เหม่าอยู่้ข้างล่างและปลัดค่อยๆ กดควยเข้าตัวเหม่าอย่างช้าๆ
“เจ็บไหมเหม่า...” เสียงของปลัดพร่าต่ำอยู่ชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนเหม่าขนลุกชันไปทั้งตัว เหม่าทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ บนหมอนที่ยับย่น เมื่อความแข็งขืนของควยขนาด 6 นิ้วครึ่งเริ่มบดเบียดและสอดแทรกเข้าไปในร่างกายจนสุดทาง ความจุกเสียดที่ได้รับทำให้เหม่าต้องขบเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เพราะความแน่นของมันที่เติมเต็มเข้ามาจนล้นทำเอาเหม่าถึงกับตัวสั่นเทิ้ม
“ซี๊ด... อะ... อาซ์...” เหม่าหลุดเสียงครางยาวออกมาอย่างห้ามไม่ได้ “ไม่ครับปลัด... ผมไหว... ต่อเถอะครับ... เอาความอัดอั้นของปลัดมาลงที่เหม่าให้หมด”
เหม่ากระซิบตอบเสียงแผ่ว พลางวาดขาโอบรัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น เป็นการอนุญาตที่ไร้ซึ่งข้อแม้ใดๆ เมื่อได้รับคำยืนยัน ปลัดก็ไม่รั้งรออีกต่อไป เขาโถมกายเข้าหาอย่างดุดัน บทเพลงรักที่หนักแน่นเริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่เขาเป็นคนคุมเกม แรงสอดประสานที่กระแทกกระทั้นควยเข้าลึกทุกจังหวะทำให้เหม่ารู้สึกเสียวจนสติพร่าเลือน
มือหนาของปลัดเลื่อนลงมาบีบเค้นที่ก้นของเหม่าอย่างแรงจนขึ้นรอยมือตามอารมณ์ที่พุ่งสูง ดึงรั้งให้ร่างกายส่วนล่างของเหม่ายกขึ้นรับแรงส่งให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ทุกครั้งที่เขาตอกย้ำความแข็งขืนเข้ามา มันคือการยืนยันว่าเขาได้ครอบครองเหม่าไว้ทั้งหมดแล้ว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่รัวประสานกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าไทเพ้ย
เหม่ามองเห็นเพดานกระท่อมที่หมุนคว้าง ทุกสัมผัสที่เขาจงใจเน้นย้ำทำเอาเหม่าต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง “ปลัดครับ... ซี๊ด... แรงอีก... อึก... ผมเสียว... ผมไม่ไหวแล้ว... อาซ์!” เหม่าเผลอสบถและสั่งออกไปตามสัญชาตญาณดินเมื่ออารมณ์พุ่งสูงถึงขีดสุด เขาตอบรับด้วยการกระแทกกระทั้นควยเข้าหาอย่างรุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังจนเหม่าต้องบิดกายเร่า มือจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างของเขาจนขึ้นรอยแดงฝังลึกเพื่อระบายความเสียวที่ท่วมท้น
ไม่นานนัก ปลัดอรรถก็นำเหม่าเปลี่ยนท่าทาง เขาจับเหม่าพลิกตัวให้นอนคว่ำลงกับฟูกนอนแล้วยกสะโพกเหม่าให้ลอยเด่นขึ้นในท่าคลานเข่า เขาไม่รอช้าที่จะจดจ่อความแข็งขืนขนาด 6 นิ้วครึ่งเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้เขากระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงและลึกซึ้งกว่าเดิม
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
เสียงเนื้อกระทบก้นดังก้องสะท้อนผนังไม้ไผ่ เหม่าจิกเล็บลงบนฟูกนอนเพื่อระบายความเสียวที่แล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง
“ปลัดครับ... แรงอีก... อึก... อาซ์! พั่บๆๆๆ!”
จังหวะสุดท้ายมาถึงพร้อมกับเสียงหอบที่รุนแรงที่สุด ปลัดอรรถเชิดหน้าขึ้นจนสุด ลำคอแกร่งปรากฏเส้นเลือดปูดโปนจากการสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะระเบิดความใคร่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“เหม่า... อาซ์! ผะ... ผมไม่ไหวแล้ว... แตกแล้ว! อ๊ากกกกกกกก!”
เขาตะโกนลั่นกระท่อมพร้อมกับกระแทกกระทั้นเข้าลึกที่สุดจนเสร็จแล้ว ร่างหนาเกร็งกระตุกซ้ำๆ พร้อมกับความอุ่นวาบที่ฉีดพล่านเข้าสู่ร่างกายจนเหม่ารู้สึกได้ถึงความร้อนแรงนั้นอวลไปทั่วท้องน้อย มันเติมเต็มจนเหม่าแทบจะสำลักความสุข เหม่ากอดรั้งร่างของเขาไว้แน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในหยาดธารแห่งความสุขสมที่เขามอบให้ในบ่ายวันนั้นอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
พายุอารมณ์รอบแรกเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน แต่ทว่าความโหยหาที่สะสมมานานของปลัดอรรถกลับดูเหมือนจะยังไม่มอดดับลงง่าย ๆ เหม่าสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่กลับมาตื่นตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็วภายใต้ร่างที่ทาบทับกันอยู่ ปลัดประคองเหม่าให้ลุกขึ้นท่ามกลางความสลัวของกระท่อม แสงแดดรำไรขับเน้นให้เห็นเรือนร่างสีน้ำผึ้งของเหม่าที่อาบชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อ
“เหม่า... ผมขออีกนิดนะ” ปลัดอรรถกระซิบชิดใบหูด้วยเสียงที่พร่าต่ำ
เหม่าไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ขยับกายไปนั่งยอง ๆ ลงบนฟูกนอนหนาที่ปูด้วยผ้าทอมือ กลิ่นสะอาดของผ้าฝ้ายยังคงอบอวลผสมกับกลิ่นกายของคนสองคน เหม่าชันเข่าขึ้นแยกออกจากกันในท่าที่เปิดเปลือยที่สุด เพื่อรอรับความยิ่งใหญ่ขนาด 6 นิ้วครึ่งที่กำลังตั้งตระหง่านท้าทายสายตา
ปลัดอรรถขยับเข้ามาซ้อนด้านหลัง เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างรวบเอวเหม่าไว้มั่น ก่อนจะค่อย ๆ กดแทรกความแข็งขืนที่ร้อนระอุเข้าหาปากทางรักที่ยังอุ่นเยิ้ม ความแน่นขนัดและขนาดที่ล้นปรี่ทำเอาเหม่าถึงกับต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจรัว
“ซี๊ด... อาซ์... ปลัด... มันแน่น... แน่นไปหมดเลยครับ” เหม่าครางกระเส่าเมื่อความใหญ่โตฝังลึกเข้ามาจนสุดทาง
เมื่อเข้าที่ ปลัดก็เริ่มจังหวะตอกย้ำจากเบื้องหลังในท่านั่งยองอย่างโหดเหี้ยม เขาใช้พละกำลังมหาศาลกดกระแทกควยเข้าหาจุดกระสันภายในซ้ำๆ อย่างเน้นหนัก
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
เสียงเนื้อกระทบก้นดังก้องสะท้อนผนังไม้ไผ่ของกระท่อมอย่างบ้าคลั่ง ทุกจังหวะที่ปลัดโถมกายเข้าใส่ มันคือการรื้อถอนกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเราให้พังทลายลงไป
“พั่บๆๆๆๆๆ!”
จังหวะเริ่มรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ปลัดอรรถบีบเค้นก้นของเหม่าจนขึ้นรอยนิ้วมือแดงก่ำ ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังจนเหม่าต้องจิกเล็บลงบนเข่าของตัวเองเพื่อระบายความรุ่มร้อน แรงกระแทกเน้นๆ จากควยขนาด 6 นิ้วครึ่งที่ตอกอัดเข้ามาลึกถึงข้างในทำเอาเหม่าตัวสั่นเทิ้ม หัวสมองของเหม่าขาวโพลนไปหมด ความเสียวมันพุ่งพล่านจนเกินจะต้านทานไหว
“อา... เหม่า... ดีเหลือเกิน... ซี๊ดดด!” ปลัดคำรามออกมาคล้ายสัตว์ป่าพลางเร่งจังหวะการกระแทกกระทั้นให้ดุดันและเด็ดขาดขึ้นไปอีก
พั่บๆๆๆๆๆๆ!
เสียงที่ถี่ยิบประสานกับเสียงหอบหายใจประหนึ่งคนกำลังหลงทางกลางพายุ
ในจังหวะที่ปลัดอรรถกระแทกควยเข้าหาจุดเสียวซ้ำๆ อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เหม่ารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิด ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุดจนเหม่าไม่ต้องแตะต้องแก่นกายของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่แรงกระแทกเน้นๆ จากด้านหลังที่ส่งมาไม่หยุด ก็ทำเอาเหม่าเกร็งไปทั้งร่าง ตาพร่าเลือนจนเห็นเพดานกระท่อมหมุนคว้าง
“ปลัด... ปลัดอรรถ... เหม่า... เหม่าจะเสร็จ... อาซ์! ซี๊ดดดดด!”
เหม่าร้องครางออกมาสุดเสียงในจังหวะที่ปลัดอรรถโถมกายเข้าใส่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรง ร่างของเหม่ากระตุกรัวพร้อมกับปลดปล่อยหยาดอารมณ์สีขาวขุ่นออกมาจนเลอะหน้าขาและฟูกนอนโดยที่ไม่ได้ใช้มือสัมผัสเลยแม้แต่น้อย เป็นการเสร็จสมที่ทรมานและสุขล้นที่สุดเท่าที่เหม่าเคยเจอมา
ปลัดหนุ่มขยับตัวลงไปนั่งพิงผนังไม้ไผ่ของกระท่อม แล้วรั้งตัวเหม่าให้ขึ้นมานั่งทับบนตักในท่าหันหน้าเข้าหากัน ขาแกร่งของเหม่าแยกออกกว้างโอบรัดเอวสอบของปลัดไว้มั่น แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านร่องไม้ไผ่ฉายให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ขึงตึงของคนทั้งคู่ที่อาบชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อ เหม่าค่อย ๆ กดสะโพกลงช้า ๆ เพื่อรับความยิ่งใหญ่ของควยขนาด 6 นิ้วครึ่งที่กลับมาตั้งตระหง่านท้าทายปากทางรักอีกครั้ง
"ซี๊ด... อะ... อาซ์... ปลัดครับ... แน่น... มันแน่นไปหมดเลย"
เหม่าครางเสียวออกมาไม่เป็นภาษายามที่ความแข็งขืนรุกรานเข้ามาจนสุดทาง ครั้งนี้เหม่าเป็นคนคุมเกมเองบ้าง เหม่าเริ่มขยับโยกสะโพกขึ้นลงด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่เน้นย้ำความลึกซึ้ง ตั่บ ตั่บ ตั่บ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วความเงียบสงัด ปลัดอรรถเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจรัว มือหนาบีบเค้นก้นของเหม่าอย่างเมามันมือเพื่อช่วยส่งแรงกระแทกจากเบื้องล่างพุ่งย้อนขึ้นมา
พั่บๆๆ จังหวะเริ่มรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง เหม่าจงใจควงวนสะโพกบดเบียดก้นให้ควยใหญ่ตอกย้ำเข้าหาจุดกระสันซ้ำ ๆ จนปลัดอรรถถึงกับต้องกัดฟันกรอด ลำคอแกร่งปรากฏเส้นเลือดปูดโปนจากการสะกดกลั้นความเสียวซ่านที่ท่วมท้น
"เหม่า... เก่งเหลือเกิน... ซี๊ด... โอ้ว... แรงอีกเหม่า"
ปลัดคำรามออกมาพร้อมกับสวนสะโพกตอบรับอย่างรุนแรง เสียงหอบประสานกับเสียงเนื้อที่กระทบกันดังกระหึ่มไปทั่วกระท่อม เหม่ามองเห็นใบหน้าแดงก่ำของปลัดอรรถที่บัดนี้ไร้ซึ่งหัวโขนข้าราชการ มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเหม่าอย่างหมดรูป ความเสียวมันแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเหม่าต้องซบหน้าลงกับซอกคอขาว ขบเม้มทิ้งรอยรักไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางความอัดอั้นที่ถูกปลดปล่อย
จังหวะสุดท้ายมาถึงเมื่อความต้องการพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ปลัดอรรถรวบเอวเหม่าไว้แน่นก่อนจะกระแทกสวนควยขึ้นมาอย่างดุดันและเด็ดขาด
"อ๊ากกกก! แตกแล้ว... เหม่า... เสร็จแล้ว"
ปลัดตะโกนลั่นพร้อมกับปลดปล่อยหยาดธารอารมณ์ร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายเหม่าอีกครั้งจนล้นปรี่ ร่างหนาเกร็งกระตุกซ้ำ ๆ เหม่าเองก็ซบหน้าลงกับไหล่แกร่ง กอดรั้งเขาไว้แน่นพลางหอบหายใจรินรดกัน ความรู้สึกแน่นขนัดข้างในยังคงอยู่พร้อมกับความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อย ท่ามกลางความเงียบของป่าไทเพ้ยที่กลับมาปกคลุมอีกครั้งพร้อมกับความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
ความโหยหาในแววตาของปลัดยังไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่ายๆ แม้ว่าเหม่ากับปลัดจะเพิ่งผ่านสมรภูมิรักบนฟูกนอนมาจนแทบหมดแรง เหม่าสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของปลัดที่ยังคงทาบทับอยู่บนตัวของเหม่า ปลัดพรมจูบไปตามพวงแก้มและซอกคอของเหม่าอย่างโหยหา ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประกบริมฝีปากจูบเหม่าอีกครั้ง คราวนี้มันนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความต้องการที่คุโชน
“ไปต่อกันในห้องน้ำไหมเหม่า... ผมอยากล้างตัวให้คุณด้วย” ปลัดกระซิบชิดริมฝีปากเหม่าด้วยเสียงที่พร่าต่ำ
เหม่ายังไม่ทันได้ตอบอะไร ปลัดก็ใช้พละกำลังมหาศาลรวบตัวเหม่าขึ้นในท่าอุ้มแตง ร่างกายที่เปลือยเปล่าของเหม่าบดเบียดกับปลัดจนเหม่ารู้สึกถึงความแข็งขืนของควยขนาด 6 นิ้วครึ่งที่เริ่มกลับมาตื่นตัวและถูไถอยู่กับหน้าขา ปลัดอุ้มเหม่าเดินตรงไปยังห้องน้ำหลังกระท่อมอย่างมั่นคง ในขณะที่ริมฝีปากของเหม่ากับปลัดยังคงเกี่ยวกระหวัดจูบกันอย่างดูดดื่มจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอายดังก้องไปทั่วทางเดิน
เมื่อถึงห้องน้ำ ปลัดวางเหม่าลงช้าๆ ให้แผ่นหลังเหม่าพิงกับผนังปูนที่เย็นเฉียบ ซึ่งตัดกับความร้อนระอุจากร่างกายของปลัดอย่างสิ้นเชิง ปลัดจ้องมองเหม่าด้วยสายตาหิวกระหาย ไล่สำรวจไปตามผิวสีน้ำผึ้งของเหม่าที่อาบไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบอารมณ์ที่เพิ่งจบไป
“ซี๊ด... ปลัด... ตรงนี้เลยเหรอครับ” เหม่าร้องซี๊ดออกมาเมื่อมือหนาของปลัดเริ่มบีบเค้นก้นของเหม่าอย่างแรงจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว
“ตรงนี้แหละเหม่า... ซี๊ดดดดดดด”
ปลัดไม่รอช้า เขาประคองควยใหญ่ที่ขึงตึงจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนจ่อเข้าหาปากทางรักของเหม่าอีกครั้ง เหม่าชันขาข้างหนึ่งขึ้นเกี่ยวเอวสอบของปลัดไว้เพื่อเปิดทาง ความแน่นขนัดที่รุกรานเข้ามาทำให้เหม่าต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจรัว ความรู้สึกจุกและเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังเมื่อความยิ่งใหญ่นั้นแทรกซึมเข้ามาจนสุดทางอีกครั้งในท่ายืน
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนผนังห้องน้ำ ปลัดโถมกายกระแทกกระทั้นเข้าใส่เหม่าอย่างดุดันและหนักแน่น พลางบดจูบเหม่าอย่างบ้าคลั่งเพื่อกลืนกินเสียงคราง อาซ์... โอ้ว... ของเหม่าเข้าไปในลำคอ ทุกจังหวะที่ปลัดตอกอัดเข้ามา มันแน่นและลึกจนเหม่ารู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้สัมผัสที่รุนแรงและโหยหานี้ เหม่ารู้ดีว่ายกต่อไปในห้องน้ำนี้จะพรากสติของเหม่าไปจนหมดสิ้นจริงๆ
.
.
.
ภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่เงียบสงบ แสงอาทิตย์ยามเย็นรำไรลอดผ่านร่องไม้ขัดแตะทอดลงบนร่างของเหม่าและปลัดที่ยังคงนอนเคียงกันบนฟูกหนา เสียงหอบหายใจที่เคยกระชั้นถี่เริ่มปรับเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นกายและกลิ่นความใคร่จาง ๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายกับเป็นหลักฐานเดียวของพายุอารมณ์ที่เพิ่งสงบลง
เหม่ามองดูปลัดที่นอนนิ่ง สายตาของเขาเหม่อมองขื่อหลังคาไม้ไผ่ ความตึงเครียดที่เหม่าเคยเห็นบนใบหน้าคมเข้มมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ปนไปด้วยความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เขาขยับกายเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเหม่า เหม่าจึงนอนเท้าแขนมองสบตาเขาอยู่ก่อนแล้ว
“ปลัด... เข้าใจหรือยังครับ ว่าทำไมที่นี่ถึงต้องมีเหม่า” เหม่าถามเบา ๆ พร้อมกับใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามไรผมของคนตัวโตกว่า
ปลัดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหมือนเขาได้วางของหนักบางอย่างลงจากบ่า “ผมเพิ่งรู้ว่า... ความจริงที่ไม่มีในตำรามันหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง” เขาพูดพลางขยับยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก “สิ่งที่ผมเรียนมาบอกว่าความถูกต้องคือระเบียบวินัย แต่สิ่งที่ผมเพิ่งเจอ... มันคือการเยียวยาที่ผมอธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมมันถึงได้รู้สึกดีขนาดนี้”
“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันก็ต้องการแค่คนรับฟังและยอมรับ... ไม่ใช่การพิพากษาครับปลัด” เหม่าตอบกลับไป
เหม่ามองดูปลัดที่ยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบชุดข้าราชการที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสะบัดฝุ่นออกอย่างประณีต แต่คราวนี้เขาไม่ได้รีบร้อนจะสวมมันเหมือนเป็นเกราะป้องกันตัวอีกต่อไป เขาหันกลับมาสบตาเหม่าด้วยสายตาที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ
“รายงานเรื่องโครงสร้างชุมชนและวัฒนธรรม... ผมจะเขียนสรุปว่าที่นี่เข้มแข็งและเป็นระเบียบเรียบร้อยดีตามอัตภาพของคนในพื้นที่” เขาหยุดนิ่งไปนิดก่อนจะพูดต่อ “ส่วนเรื่องของเหม่า... และเรื่องที่เกิดขึ้นในกระท่อมนี้ ผมจะถือว่ามันไม่เคยถูกบันทึกไว้ในหน้ากระดาษใบไหนของอำเภอทั้งนั้น”
“ปลัดจะไม่บอกใครจริง ๆ เหรอครับ?” เหม่าแกล้งถามเย้าออกไป
เขาลุกขึ้นยืนพลางกลัดกระดุมเสื้อสีกากีช้า ๆ แต่กลับเว้นกระดุมเม็ดบนสุดไว้ให้ดูผ่อนคลาย “จะบอกใครได้ล่ะเหม่า... ในเมื่อผมเองนั่นแหละที่เป็นคนมา ‘รับการบำบัด’ เสียเอง” เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ความลับของหมู่บ้านไทเพ้ย... ก็ควรจะอยู่กับคนไทเพ้ย และมันจะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่กับผม”
เหม่ามองเขาเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารและหมวกขึ้นมาสวม ปรับบุคลิกให้กลับมาเป็นข้าราชการหนุ่มผู้สง่างามอีกครั้ง แต่แววตาที่เขามองเหม่าก่อนจะก้าวออกจากประตูไปนั้น เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ขอบใจนะเหม่าที่ช่วยให้ผมได้เห็น ‘ความจริง’ ที่ผมมองข้ามมาตลอด... ผมคงต้องออกไปทำงานของผมต่อแล้ว”
เขาพยักหน้าให้เหม่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากกระท่อมไป มุ่งหน้าไปยังรถกระบะของอำเภอที่จอดรออยู่กลางหมู่บ้าน เหม่ามองตามแผ่นหลังนั้นไปพร้อมกับรอยยิ้ม...
รู้ดีว่าต่อจากนี้ไป เสียงกระซิบเรื่อง “โปนเซียง” จะยังคงเป็นปริศนาที่สวยงามของหมู่บ้านนี้ต่อไป
โดยมีปลัดคนนี้เป็นผู้รักษาความลับที่ซื่อสัตย์ที่สุดคนหนึ่งของเหม่า
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณครับ สนุกมากครับ รอๆคับ ขอบคุณครับ ปลัดมาทีเอาซะคุ้มเลยครับ สนุกมาก ขอบคุณครับ สนุกมากครับ ขอบคุนครับ ปลัดได้ดลเจอความจริงจนติดใจเหม่าอีกคน KPG ตอบกลับเมื่อ 2026-5-1 23:42
ปลัดมาทีเอาซะคุ้มเลยครับ สนุกมาก
ไม่ให้เสียชื่อครับ ขอบคุณครับ มีอะไรพูดคุยได้นะครับ หายไปนาน แค่มานะ อิ สุดเสียวมากครับ สนุก น่าติดตามเหมือนเดิม สนุกมากครับ บรรยายดี เนื้อเรื่องแตกต่าง มาต่ออีกครับ ผมชอบมันฟิลกำหราบชายแท้ ให้สยบยอมเล่นเอาชายแท้ เข่าอ่อนได้เสียวจริงๆ กลับมาแล้ว น่าติดตามเหมือนเดิมเลยครับ ขอบคุณมากครับผม ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ