ติว "รัก" นักเลง ตอนที่ 4 ห้องฉุกเฉิน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พรรนิกา เมื่อ 2026-3-16 17:12มาถึงตอนที่ 4 แล้ว เพื่อความต่อเนื่องแนะนำให้อ่านตอนแรกเลยนะครับ
ตอนที่ 4
ห้องฉุกเฉิน
พอถึงโรงพยาบาล ภีมรีบพยุงคิรินที่หัวแตกเลือดอาบลงจากรถทันที
"ระวังหน่อย!"
น้ำเสียงเป็นกังวล ทั้งที่คนเจ็บเองดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
"นายนี่ตัววุ่นวายจริง ๆ เลย!"
"บอกแล้วไงว่าแผลแค่นี้ทำอะไรกูไม่ได้หรอก!"
ด้วยความหมั่นไส้ภีมเอามือที่ถือทิชชูอยู่ กดไปที่แผลของคิรินจนสุดแรง
"โอ้ย!!! นี่นายจะฆ่าฉันหรือไงห๊ะ!"
คิรินร้องโวยวายดังลั่นด้วยความเจ็บปวด ส่วนภีมเองกลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
"ไหนนายบอกว่าแผลแค่นี้ทำอะไรนายไม่ได้ละ"
คิรินมองหน้าภีมด้วยสายตาอาฆาต แต่เพียงแค่เสียววิที่ทั้งสองได้สบตากัน ดวงตาคู่นั้นของภีมกลับทำให้หัวใจของคิรินเต้นแรงอย่างเอาแต่ใจโดยไม่มีเหตุผล
"ขอโทษ!"
ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับทำให้คิรินยกยิ้มขึ้นที่มุมปากออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
"ช่างมันเถอะ!"
คิรินตอบสั่น ๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับล้นอยู่ภายในอก ความสับสนเริ่มก่อตัวโดยที่เขาเองก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับมัน ได้เช่นกัน
ทั้งสองเดินเข้าไปในแผนกห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนใกล้โรงเรียน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอาากาศ เสียงเครื่องมือแพทย์และเสียงเจ้าหน้าที่คุยกันเบา ๆ ดังอยู่เป็นระยะ ก่อนที่พยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์จะเงยหน้ามองขึ้นมาเห็นเลือดที่ศีรษะของคิริน
"เชิญทางนี้เลยค่ะ"
ไม่นานนักคิรินก็ถูกพาตัวเข้าไปภายในห้องฉุกเฉิน ก่อนที่หมอหนุ่มจะเดินเข้ามาดูแผล
"แผลแตกลึกพอสมควร ต้องเย็บนะครับ"
"ห๊ะ-!"
"ถึงกับต้องเย็บเลยเหรอหมอ"
คิรินหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ภีมเห็นเช่นนั้นถึงกับหลุดขำเบา ๆ ก่อนที่คิรินจะหันมาทำตาขวางใส่เขา
"ขำอะไรของนาย!"
"เปล๊า! ว่าแต่อย่าบอกนะว่านายกลัวเข็ม"
ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้วางมวยใส่กัน หมอหนุ่มก็เหลือบมองมาที่ภีมก่อนจะถามออกไปว่า
"คุณเป็นญาติ?"
"เอ่อ..."
"เมียครับ!"
คิรินไม่ปล่อยให้ภีมได้ตอบ เสียงทุ้มต่ำของเขากลับตอบออกมาอย่างหน้านิ่ง พร้อมกับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่ได้แกล้ง
"เชี่ย! ไอ้เหี้ยพูดหมา ๆ แบบนั้นได้ไงวะ!"
ภีมไม่ได้แค่สบถคำหยาบแต่ทั้งร่างกลับพุ่งเข้าใส่คิรินหมายจะเอาเรื่อง
"ไอ้นักเลงเหี้ย! มึงเตรียมตัวเย็บอีกแผลได้เลย!"
"หมอช่วยผมด้วย เอาเมียผมออกจากห้องไปหน่อยไม่นั้นผมตายแน่ ๆ"
คิรินดึงหมอเข้ามาขวางไว้ทันก่อนที่ภีมจะเข้าถึงตัว ไม่นั้นมีหวังได้เย็บอีกแผลตามที่เจ้าตัวเขาได้ขู่เอาไว้แน่นอน
"กรุณาอย่าส่งเสียงดังครับ เรื่องส่วนตัวหมอขอไม่ยุ่งไว้กลับไปคุยกันที่บ้านนะครับ"
"หมอมันไม่ใช่แบบนั้นนะ"
ภีมพยายามอธิบาย แต่หมอก็สั่งพยาบาลสะก่อน
"พยาบาลพาเมีย! เฮ้ย! ญาติคนไข้ออกไปรอข้างนอกก่อน"
คิรินแอบอมยิ้มอย่างชอบใจโดยที่มีหมอยืนบังเขาไว้ ส่วนภีมแทนที่จะได้อธิบายความจริงทั้งหมด กลับโดนพยาบาลลากออกจากห้องฉุกเฉินอย่างกระทันหัน
"เชิญคะ ออกไปรอข้างนอกนะค่ะ"
"ฝากไว้ก่อนเห๊อะ!"
ภีมหันมาชี้หน้าคิริน แต่ก่อนที่ภีมจะเดินพ้นประตู เขาก็ไม่วายหันมาตะโกนสั่งหมอหนุ่มว่า...
"หมอ! ช่วยเย็บปากหมา ๆ ของมันด้วยน๊า-"
ประตูห้องฉุกเฉินถูกปิดลง คิรินยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ จนหมอหนุ่มถึงกับแอบยิ้มตามให้ความน่ารักของเด็กหนุ่มสองคน
ไม่นานหมอก็เริ่มลงมือทำแผล ภีมยืนรออยู่ข้างนอกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยแรงแค้น ก่อนที่เสียงร้องของคิรินจะดังลั่นออกมา
"โอ้ย!!!! เจ็บ ๆ ๆ"
ภีมหลุดขำจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เสียงร้องของคิรินดังลั่นเหมือนหมูโดนเชือด ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบลงในไม่ช้า จนเวลาผ่านไปสักพัก หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดูดีเดินมาอย่างร้อนรน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉิน เขาดูร้อนใจไม่น้อยคุยโทรศัพท์ตลอดเวลาไม่วางสาย และในทันใดนั้น ใครคนหนึ่งที่ภีมเองก็รู้จักเขาเป็นอย่างดีเดินเข้ามาอีกคน
"เชี่ย! นั่นมัน ผอ.คณินนิน่า"
ทันใดนั้นประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออก คิรินเดินออกมาพร้อมกับผ้าก๊อตผิดแผลที่หัว
"คิรินลูกแม่!"
หญิงวัยกลางคนดูดีคนนั้นร้องขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปกอดคิรินทันที
ภีมเห็นเช่นนั้นถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย
"คิริน?"
เขาเพิ่งรู้ชื่อของอีกฝ่ายก็คราวนี้เอง! หลังจากเกือบจะวางมวยกันมาหลายครั้งแล้ว
"ลูกแม่! ไปมีเรื่องกับใครมาอีกละจ๊ะ!"
เธอมองแผลที่ศีรษะของลูกชายด้วยความเป็นห่วง
ภีมยืนมองนิ่ง ภาพตรงหน้ากลับสร้างความสับสนให้กับเขาไม่น้อย ในขณะที่ ผอ.คณินยืนกอดอกมองอยู่ด้านข้าง สายตาเข้มของเขากวาดมองคิรินตั้งแต่หัวจรดเท้า และสิ่งนั้นก็ทำให้ภีมรู้ได้ทันทีว่า...
"เชี่ย... อย่าบอกนะว่าไอ้หมอนั้นเป็นลูกชายของผอ.คณิน!"
ภีมเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ผู้หญิงสาวแต่งตัวดูดีคนนั้นคือแม่ ส่วน ผอ.คณินก็คือพ่อของคิริน
"ครั้งนี้ไปต่อยกับไอ้พวกนักเลงที่ไหนมาอีกละ"
น้ำเสียงเข้มขรึมของผอ.คณินถามขึ้น คิรินยืนนิ่งเหมือนไม่ใส่ใจ
"เด็กต่างโรงเรียน"
คิรินตอบสั่น ๆ ท่าทางดูนิ่งเฉย ทำให้ผอ.คณินถึงกับถอนหายใจแรง
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามไปมีเรื่อง!"
บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มตึงขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่แม่ของคิรินรีบพูดแทรกขึ้นมา
"คุณก็อย่าเพิ่งดุลูกสิ เขาเจ็บอยู่นะ"
ก่อนที่เธอจะหันไปลูบผมลูกชายเบา ๆ ส่วนผู้เป็นพ่อถึงกับสายหัวอย่างหงุดหงิดใจ
"เจ็บไหมคิริน"
"ไม่เท่าไหรครับ"
ภีมยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขาไม่แน่ใจว่าควรอยู่ตรงนี้ต่อไปดีไหม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ถอยออกไป สายตาของผอ.คณินก็มองมาที่เขาพอดี ผอ.คณินขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะถามด้วยเสียงเข้มออกไปว่า...
"แล้วนี้ใคร"
คำถามนั้นทำเอาภีมถึงกับชะงัก ทุกสายตาหันมาจับจ้องอยู่ที่เขาทันที เด็กหนุ่มตัวชาแข็งทื่อก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นออกไปเบา ๆ
"เอ่อ..."
ผอ.คณินมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตนักเรียนของเขาหลุดลุ่ยนิดหน่อย แว่นตาหนาเอียงเล็กน้อยจากการวิ่งก่อนหน้านั้น ก่อนที่ผอ.คณินจะถอนหายใจออกมา
"พวกเดียวกันสินะ"
น้ำเสียงเข้มฟังดูเหมือนตัดสินคนตรงหน้าไปแล้ว
"พวกแกนี่มันจริง ๆ เลยนะ"
ภีมเห็นท่าไม่ดีเขารีบต่อต้านพร้อมกับอะธิบายทันที
"ผมไม่ใช่พวกเขานะครับ!"
แววตามุ่งมัน พร้อมกับคำตอบที่ดูตรงเกินไปทำให้ทุกคนชะงัก ก่อนที่ภีมจะรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
"ผมไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องชกต่อย ผมแค่-"
ภีมพูดไม่ทันจบ เสียงของคิรินก็ดังแทรกขึ้นสะก่อน
"เขาไม่เกี่ยว"
ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียง คิรินมองหน้าภีมก่อนจะพูดต่ออย่างเรียบ ๆ
"เขาคือคนที่ช่วยผม"
ภีมชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่านักเลงปากหมาคนนี้จะพูดแบบนั้นออกมา
แม่ของคิรินมองภีมด้วยสายตาอ่อนโยน เด็กหนุ่มตรงหน้าใส่แว่นหนาจนน่าสนใจ
"งั้นหนูเป็นคนพาเขามาโรงพยาบาลเหรอจ๊ะ"
"ครับ"
ภีมพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับเสียงตอบรับ ส่วนแม่ของคิรินก็ส่งยิ้มบาง ๆ พร้อมกับคำขอบคุณ
"ขอบคุณหนูมากเลยนะ แล้วหนูบาดเจ็บตรงไหนบ้างละ"
"ไม่เลยครับ!"
ในขณะที่ผอ.คณินยังคงมองภีมเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยขึ้นอักครั้ง
"ชื่ออะไรละเราอะ"
เสียงเข้มเอ่ยถาม ก่อนที่ภีมจะรีบตอบออกไปอย่างมั่นใจ
"ผม...นายพีรวัส สุวรรณวงศ์ หรือ ภีมนักเรียนทุนห้องคิงครับ!"
คำตอบของภีมทำให้ผอ.คณินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เสียงเข้มจะเอ่ยขึ้นในลำคอเบา ๆ
"เด็กทุนห้องคิง?"
สายตาเขายังคงมองภีมตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะหันมาหาคิรินลูกชายของเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ตั้งแต่วันนี้ ฉันจะหาคนมาติวหนังสือให้แก่!"
"ผมไม่ติว!"
คิรินสวนกลับทันควัน เพราะเขาต่อต้านเรื่องนี้มาตลอด
"งั้นรถ และก็บัตรเครดิตที่แกใช้ ฉันก็จะยึดมันให้หมด!"
สองพ่อลูกมองหน้ากัน ต่างคนต่างไม่ยอม เหมือนไฟกับไฟมาเจอกัน และก็พร้อมจะแผดเผากันทุกเมื่อ
"คุณ! เอาไว้ค่อยไปคุยกันที่บ้านเถอะ แค่นี้ลูกก็ขวัญเสียหมดแล้ว"
ภีมยืนมองอย่างมึนงง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะอยู่ตรงนั้นไปเพื่ออะไร แต่ไม่ทันที่เขาจะถอยออกมา ครินก็เดินเข้ามาหาเขา สายตาคมเข้มฉายแววจริงจัง ก่อนจะเอื้อมไปจับมือของภีมเอาไว้แน่น
"นายจะทำอะไร ฉันไม่เล่นด้วยกับนายแล้วนะ"
ภีมพยายามดึงมือออก แต่ก็ไม่ทันการ คิรินพูดเสียงเข้มออกไปอย่างมั่นใจตัวเอง
"ก็ได้!"
"ถ้าพ่อต้องการแบบนั้น งั้นคนที่จะติวให้ผมต้องเป็นหมอนี่เท่านั้น!"
"ห่า-" ภีมอุทาน
สิ้นคำพูดของคิริน ภีมแทบหยุดหายใจ ก่อนจะดึงมือออกแล้วรีบตอบออกไป
"ไม่โว้ย!!!!"
พูดจบภีมก็รีบยกมือไหว้ ผอ. และก็แม่ของคิริน จากนั้นก็รีบเดินหนีออกไป
ทุกคนหันไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังเดินห่างออกไป ทุกอย่างเงียบลงก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของ ผอ.คณินจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"แกเห็นแล้วใช่ไหมว่าเขาไม่ยอมติวให้แก"
ครินเดินเข้ามาหาพ่อของเขา ในมือควงกุญแจรถไปมา ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ที่หูของผอ.คณินว่า...
"นั่นมันหน้าที่ของพ่อที่ต้องหาวิธีทำให้เขายอมติวให้ผม!"
พูดจบคิรินก็เดินไปที่รถ ปล่อยให้พ่อของเข้าเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จบตอนที่ 4
เอาแล้ว...พระเอกของเราเริ่มรุกนายเอกแล้วสิ แล้วแบบนี้นายเอกของเราจะรอดไหมนะ ว่าแต่...พ่อของพระเอกจะหาวิธีหรือข้อเสนออะไรกันนะ ที่จะทำให้นายเอกของเรายอมติวให้ลูกชายของเขา 5555 ขอบอกว่าพระเอกเรื่องนี้คลั่งรักในเอกของเราที่สุด ตีกับคนไปทั่วแต่ยอมแค่นายเอกคนเดียวอิอิ... มาลุ้นกันใน ตอนที่ 5 ข้อเสนอเดิมพัน
โคตรสนุกมากเลยครับ ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม สนุกมากครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ
รอติดตามต่อครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับ เริ่กกกก ยิ่งอ่านยิ่งหลงยิ่งน่าติดตาม
หน้า:
[1]