หลงผิด(เสียว)ซ่าน ep.4
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พรรนิกา เมื่อ 2026-2-9 21:22ก่อนอื่นต้องขอโทษที่มาช้า เหตุผลมากมายแต่ก็ไม่ขอแก้ตัวอิอิ
ตอนนี้อย่างที่บอกมันยาว เพราะยิ่งเขียนยิ่งออกทะเล 5555 ถ้านักอ่าน อ่านแล้วงงก็ต้องขอโทษด้วยครับ ตอนแรกกะว่าจะเขียนแค่ห้าตอน แต่ดูท่าแล้วน่าจะไม่พอ เพราะปมก็ยังไม่ชัดเลย แต่ ep. หน้าก็น่าจะชัดขึ้น (แต่...ขอบอกว่าคนเขียนยุ่งมาก อาจจะมาช้าแต่ก็มาจนจบ สัญญา) ป.ล. ยังไม่แก้คำผิด
หลงผิด(เสียว)ซ่าน ep.4 มาดูกันว่า ระหว่างศีลธรรม กับ ตัณหาราคะ เด็กหนุ่มอย่าง"วิน" จะเลือกทางไหน
ภายในห้องนอนเล็ก ๆ ที่ความมืดกำลังถูกแทนที่ด้วยแสงแดดยามเช้า ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ ฝืนยกร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะค่อย ๆ ผุดขึ้นในความคิด ความเจ็บปวดพาดผ่านแววตาเมื่อขยับตัว ก่อนที่ความรู้สึกผิดปะทะเข้ามาไม่ต่างกัน แต่ผมก็ไม่ยอมคลายอ้อมแขนออกจากเข่า ยังคงกอดรัดมันแน่นขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ภาพในหัวจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างเอาแต่ใจ
"นี่เราทำอะไรลงไป..." เสียงแผ่วเบาหลุดออกมา พร้อมกับศรีษะที่ซบลงบนเข่าที่สั่นเทา ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแรงจนน่าใจหายรอยแดงจาง ๆ ผุดขึ้นตามลำคอ ลามไปจนถึงแผงอกขาว ราวกับตราประทับของความเป็นเจ้าของที่ถูกทิ้งไว้ ไม่มีคำปลอบโยน ไม่มีข้อแก้ตัว มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง และรอยจูบที่เร้าร้อนที่ยังคอยย้ำเตือน
ก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ แผ่วเบาลงเหลือเพียงความหนักอึ้งที่กดทับอยู่กลางอก ผมหลับตาลงชั่วครู่ หวังว่าทุกอย่างจะหายไปเมื่อลืมตตาขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่เลย มันกลับยิ่งรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น อย่างไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ "ครูครับผมขอโทษ..." คำพูดนั้นดังอยู่ในหัว มือที่กำแน่นอยู่ก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งกำแน่นขึ้นกว่าเดิม ผมไม่กล้าคิดต่อ ไม่กล้าย้ำลึกลงไปในสิ่งที่ตัวเองทำมากไปกว่านี้
แต่ท่ามกลางความคิดที่สับสนและหนักอึ้งนั้น ใบหน้าของใครบางคนกลับแทรกเข้ามาอย่างไม่ขออนุญาต รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นตา สายตาคมกริมแฝงไปด้วยความแพรวพราว พร้อมกับความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นวาบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ผมสะดุ้งเฮือก รีบลืมตาขึ้นทันที ราวกับดึงตัวเองออกจากห้วงความคิดอันตรายนั้น "เชี่ย..." เสียงถบทหลุดออกมาแผ่วเบา ผมกำหมัดแน่นพยายามตั้งสติ "ไม่นะไอ้วิน มึงเลิกคิดอะไรบ้า ๆ เดี๋ยวนี้..." ผมบอกกับตัวเองเสียงแข็ง ภาพเหล่านั้นมันควรจะเลือนหายไปตั้งนานแล้ว แต่ยิ่งพยายามห้าม ร่างกายกลับยิ่งต่อต้าน หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เหมือนทุกอย่างกำลังวิ่งสวนทางกับเหตุผล
"บ้าเอ๊ย..." ผมยกมือขึ้นปิดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่รู้ว่าควรจะโกรธใคร ระหว่างคนที่เข้ามาทำให้ความเชื่อใจสั่นคลอน หรือโกรธตัวเองที่ปล่อยให้หัวใจเผลอหวั่นไหวกับใครบางคนได้ง่ายขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรมีความรู้สึกนั้นด้วยซ้ำ แต่ผมก็ทำไม่ได้ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งกระตุ้น สุดท้ายผมก็ทำได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ ปลอยให้ความเงียบกลืนกินความคิดเหล่านั้นไปทีละน้อย ไม่ถามหาเหตุผล ไม่หาคำตอบ แค่ปล่อยให้มัน ค่อย ๆ ผ่านไป ก่อนจะฝืนลุกขึ้น พาร่างกายที่หนักอึ้งของตัวเองเดินเข้าห้องน้ำ
เสียงน้ำจากฝักบัวไหลลงมากระทบพื้น ผมยืนนิ่งภายใต้สายน้ำอุ่น ปลอยให้มันไหลผ่านร่างกายไปอย่างช้า ๆ หวังว่ามันจะช่วยชะล้างความวุ่นวายสับสนภายในใจออกไปได้บ้าง แต่ยิ่งยืนนาน ความรู้สึกหนักอึ้งกลับยิ่งชัดขึ้น ยิ่งหลับตา ภาพเมื่อคืนก็ยิ่งย้อนกลับมาชัดเจนกว่าเดิม ลมหายใจอุ่น ๆ กลิ่นกายที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ สัมผัสจากปลายลิ้นที่ร้ายกาจนั้น มันไม่ยอมเลือนหาย
"เชี่ย...มึงกำลังคิดบ้าอะไรของมึงวะไอ้วิน" ผมรีบดึงสติกลับมาอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปิดวาวน้ำ จากนั้นก็รีบแต่งตัวด้วยชุดนักเรียน พยายามทำทุกอย่างให้ดูปกติที่สุด พยายามลืมเรื่องเมื่อคืนให้ได้ ปล่อยตัวเองไหลไปกับเข็มนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดเดิน ก่อนที่ชุดนักเรียนถูกสวมใส่จนเรียบร้อย กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกติดลง พร้อมที่จะออกไปเผชิญกับความเป็นจริง
หน้าประตูโรงเรียนที่เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลาน ทุกอย่างเร่งรีบ และวุ่นวาย เหมือนภาพเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในทุกเช้า จนผมเองก็ชินกับมันไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม...เช้านี้ผมกลับรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปด้านใน ก่อนที่สายตาผมเผลอมองไปทางประตูทางเข้าโดยไม่ตั้งใจ แล้วผมก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นครูรินยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดกากีเรียบง่าย ตัดกับผิวขาวที่ดูสว่างกว่าทุกคนรอบตัว
ผมหยุดเดินเดินไปชั่วขณะ สองมือจับสายกระเป๋าแน่นเหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยว หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ร่างกายรู้สึกตึงไปหมด ทั้งที่ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากทุกวัน สุดท้ายผมก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปในโรงเรียน ทันทีที่ครูรินหันมาเห็น รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าแกทันที "อ้าววิน มาเช้าเหมือนกันนะเราอะ" น้ำเสียงสดใสที่คุ้นเคย "สวีสดีครับครู" คำทักทายสั่น ๆ หลุดออกไปเหมือนทุกวัน แต่ไม่รู็ทำไม วันนี้มันกลับหนักอึ้งมากกว่าปกติ
"ไม่สบายรึเปล่าเห็นหน้าซีด ๆ" ครูรินถามด้วยความเป็นห่วง "เปล่าครับ" ผมรีบตอบทันที แต่สายตากลับหลบไปอีกทาง "แค่...เมื่อคืนน่าจะนอนดึกไปหน่อยนะครับ" คำตอบฟังดูไมมีอะไร แต่ครูรินกลับหยุดมองหน้าผมไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามอ่านอะไรบางอย่างจากสีหน้าของผม ก่อนที่แกจะยิ้มบาง ๆ ออกมา "ตอนเย็นไปหาพี่ที่ห้องหน่อยนะ" ผมชะงักไปเล็กน้อย เหมือนโลกหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น คำพูดธรรมดา ๆ แค่เพียงประโยคเดียว กลับทำให้ความคิดในหัวผมปั่นป่วนขึ้นมาทันที
"ค...ครับ" ผมตอบเบา ๆ พร้อมกับกำมือแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ความเจ็บเล็ก ๆ นั้นช่วยดึงสติกลับมาได้บ้าง ผมเงยหน้าขึ้นสบตาครูรินอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ แววตาคู่นั้นยังคงอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเมตตาเหมือนเดิม แต่สำหรับผม มันกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกดทับอยู่กลางอก จนต้องรีบเอ่ยปากพูดออกไป "งั้นผม...ขอตัวก่อนนะครับ" เสียงตัวเองแหบพร่าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินผ่านไป ทิ้งความรู้สึกสับสนเอาไว้ข้างหลัง แต่กลับมีบางอย่างภายในใจ ถูกเขย่าให้สั่นไหวขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ผมพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ตาม
ร่างที่สั่นไหวก้าวเดินไปข้างหน้า บนทางเดินที่เต็มไปด้วยเด็กนักเรียน แต่สำหรับผมทุกอย่างรอบตัวกลับเลือนราง เหมือนกำลังเดินอยู่ตัวคนเดียว ท่ามกลางสายหมอกบาง ๆ ที่ปกคลุมหัวใจเอาไว้ คำพูดก่อนแยกจากครูรินยังคงดังซ้ำ ๆ อยู่ในหัว "ตอนเย็นไปหาพี่ที่ห้องหน่อยนะ" ประโยคที่ฟังดูคุ้นเคย แต่วันนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
"ทำไม่จู่ ๆ ครูรินเรียกให้ไปพบที่ห้องนะ..."
"หรือแกมีธุระ... ว่าแต่ทำไมต้องมาเป็นวันนี้"
"แล้วถ้า...เกิดมันไม่ใช่ละ"
"หรือว่าครูรินจะ..."
"ไม่สิ ใจเย็นดิวะไอ้วิน" ผมหยุดความคิดนั้นกลางคัน ก่อนที่ความคิดมันจะไหลไปไกลกว่านี้ พยายามตั้งสติ ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน "มันต้องไม่ใช่เรื่องที่เราคิด" ผมสูดหายใจลึก ๆ ปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ เหมือนกำลังสะกดจิตตัวเองให้สงบลง "ใช่...หายใจลึก ๆ อ่า... อย่าเพิ่งคิดไปไกล มันต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนสิ" แต่ยิ่งพยายามไม่คิด ภาพบางอย่างกลับยิ่งผุดขึ้นมาในหัว รอยยิ้ม น้ำเสียง แววตา ทุกอย่างมันย้อนกลับมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมกำมือแน่นอีกครั้ง ก่อนจะคลายมันออก แล้วก็บังคับให้ตัวเองเดินต่อไป
ทั้งวันของผมก็ไม่ได้ต่างจากทุกวัน นั่งเรียนในห้องสายตามองกระดาน ฟังครูสอน จดโน๊ตตามที่ครูเขียนในกระดาน ปล่อยร่างกายไหลไปตามวิชาที่เรียน จะมีก็แต่เพียงหัวใจที่รู้สึกเงียบกว่าปกติไปนิดหน่อย แต่ผมก็พอกดมันเอาไว้ได้ พยายามโฟกัสกับบทเรียน ฟังเสียงครูผู้สอนที่ดังอย่างต่อเนื่องอยู่ตรงหน้า ตัวหนังสือถูกเขียนแล้วลบสลับกันไปเรื่อย ๆ ผมเองก็มองตามบ้าง หลุดโฟกัสไปบ้าง บางครั้งมือผมก็หยุดเขียนไปเอง พอรู้ตัวก็ขยับปากาเขียนต่อ ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน แค่รู้สึกว่าใจไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย แล้วก็เป็นแบบนี้ทั้งวัน
จนกระทั่งคาบสุดท้ายของวันมาถึง เสียงกริ่งดังขึ้น ไม่ใช้ความกลัว ทุกอย่างในห้องเรียนค่อย ๆ แตกตื่นขึ้น เพื่อน ๆ เริ่มเก็บสมุด หนังสือลงกระเป๋า เสียงขยับเก้าอี้ เสียงคุยกันระงมดังไปทั้งห้อง ผมปิดหนังสือลงพร้อมกับลมหายใจที่เผลอถอนออกมาเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรง สะพายกระเป๋าไว้ด้านหลัง แล้วก็เดินออกจากห้องเรียนไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
ทางเดินหน้าอาคารเริ่มคึกคัก นักเรียนทยอยเดินออกจากห้อง เสียงพูดคุย เสียงหัวเราดังสลับกันไปมา แต่ผมกลับเดินไปเรื่อย ๆ อย่างคนไรตัวตน ผ่านอาคารเรียน ผ่านแสงแดดยามเย็นที่อ่อนลง นักเรียนบางส่วนแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ก็มีบางส่วนยังจับกลุ่มคุยกัน เสียงรอบตัวค่อย ๆ เบาลง ยิ่งเดินไปไกล้เท่าไหร่ บรรยากาศรอบ ๆตัว ก็ยิ่งเงียบลง จนในที่สุดก็เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของตัวเองที่กระทบพื้นเป็นจังหวะ ของการเดิน
ในที่สุดผมก็เดินมาถึงหน้าห้องพักครู ก่อนจะหยุดอยู่ตรงนั้นครู่หนึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นในทันที ทั้งที่พยายามบอกกับตัวเองให้ใจเย็นที่สุดแล้ว แต่สายตามันดันเผลอมองผ่านบานประตูเข้าไปด้านใน เห็นครูรินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เอกสารวางเรียงรายเต็มโต๊ะ บรรยากาศในห้องก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผมเข้ามา แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ ผมกลับรู้สึกว่ามันต่างจากทุกครั้ง
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บอกกับตัวเองเบา ๆ ว่า "เอาน่า...ไม่มีอะไรหรอกไอ้วิน" ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแน่น แล้วก็ก้าวเข้าไปข้างใน พยายามทำทุกอย่างให้ดูปกติที่สุด แม้หัวใจจะยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด และแล้วเสียงครูรินก็ทักขึ้นเหมือนทุกครั้ง "อ้าววิน มาแล้วเหรอ" น้ำเสียงคุ้นเคย พร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นชิน "มานั่งนี้ก่อน" ผมพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วก็เดินไปตามที่ครูรินบอก จากนั้นก็นั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแก สองมือวางลงบนตัก ยืดหลังตรง จัดท่วงท่าให้เรียบร้อย เหมือนทุกครั้งที่มานั่งอยู่ที่ตรงนี้
ส่วนครูรินแกก็หันไปจัดการกับเอกสาร ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะของแกจนเข้าที่ "ทำไมนั่งตัวเกร็งขนาดนั้นละ" ครูรินทักขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม "ทำตัวตามสบาย พี่แค่มีเรื่องขอให้วินช่วยนิดหน่อยแค่นั้นเอง" ผมได้ยินก็ยิ้มแบบแห้ง ๆ ออกมา รู้สึกได้ว่าบ่าที่แบกรับน้ำหนักบางอย่างเอาไว้ ค่อย ๆ คลายลง ก่อนที่ครูรินจะนั่งลงตรงหน้าอย่างเต็มตัว
สายตาที่แกมองผมมันดูเป็นกันเองเหมือนทุกครั้ง และแล้วนาทีระทึกก็เริ่มขึ้น "พี่มีเรื่องจะ..." ครูรินเว้นวรรค ทำเอาหัวใจผมเต้นตุบ ๆ อย่างน่าใจหาย ก่อนที่ครูรินจะพูดต่อว่า "ขอรบกวนวินนิดหน่อยอะ" ผมเงยหน้าฟังอย่างตั้งใจ แต่หัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน "ค...ครับ" เสียงสั่นเล็ก ๆ ของผมหลุดออกมา แววตาเริ่มฉายแวว ถึงความกังวล "วินรู้แล้วใช่ไหมว่า วันพุธเด็ก ม.ต้นต้องไปเข้าค่าย" ผมพยักหน้าตอบรับเบา ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสับสน เพราะไม่รู้ว่าที่ครูรินจะสื่อออกมามันคือเรื่องอะไร
ก่อนที่ครูรินจะอธิบายต่อในทันที "ไปกันสามวัน กลับอีกทีก็วันศุกร์เย็น ๆ " ผมพยักหน้าเบา ๆ เป็นการรับฟัง โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับผมยังไง แต่ผมก็ฟังครูรินพูดต่อโดยไม่ขัด "อะเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ คือพี่อยากให้วินไปนอนเฝ้าบ้านให้พี่หน่อยได้ไหม" คำพูดนั้นทำเอาผมชะงักไปเล็กน้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างสะดุดอยู่ในอก ก่อนที่เสียงในหัวผมจะดังขึ้นในทันที "ไม่ได้...แล้วพี่กิตละ" ผมฉุดคิดไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าพี่กิตจะลอยขึ้นมาในความคิด แต่สุดท้ายผมก็แพ้ให้กับเสียงในหัวตัวเองออกมาจนได้
"ว่าแต่...แล้วพี่กิตละครับ" หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อเอ่ยชื่อพี่กิตออกมา ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจเอ่ยด้วยซ้ำ สายตาเผลอมองไปที่ครูรินอย่างระแวง เหมือนรอคำตอบจากปากของแก และแล้วครูรินก็ตอบออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ "รายนั้นเหรอ..." ครูรินตอบเสียงเรียบ "กลับอีกทีก็น่าจะค่ำ ๆ วันศุกร์นู่นแหละ" คำตอบของครูรินทำให้สิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในอกผมเมื่อครู่ ค่อย ๆ เบาลง เหมือนก้อนอะไรสักอย่างได้ถูกยกออกไป
"แต่ถ้าวินไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ" ครูรินพูดเสริมอย่างอ่อนโยน "พี่แค่ไว้ใจวิน เลยอยากถามดูก่อน" คำว่าไว้ใจทำเอาผมยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้นกว่าเดิม หากครูรินรู้ความจริงระหว่างผมกับพี่กิต คำว่าไว้ใจก็คงจะไม่มีอีกต่อไป "สะดวกครับ" เสียงผมที่ตอบออกไปดูเบากว่าที่คิด แต่อย่างน้อย ผมก็เต็มใจทำตามที่ครูรินขอโดยไม่ลังเล อีกอย่างสิ่งที่ผมกลัวก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำสอง เพราะเขาคนนั้นก็ไม่อยู่ให้ผมต้องระแวงใจตัวเอง
หลังจากคุยรายละเอียดกันเสร็จ ครูรินก็หยิบพวงกุญแจจากในลิ้นชักยื่นให้ผม "งั้นพี่ฝากบ้านด้วยนะวิน พี่ไว้ใจวิน" ผมยื่นมือไปรับอย่างเต็มใจ "ครับ" คำตอบสั่น ๆ แต่ผมกลับก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่ผมกลัวมาทั้งวัน มันได้ถูกพับเก็บไว้เป็นความลับต่อไป ความลับที่ผมเองรู้สึกร้อนผ่าวทุกครั้งเมื่อนึกถึง โดยที่ผมเองก็หาคำตอบไม่ได้เช่นกัน ว่าความรู้สึกนั้นมันคือความรู้สึกอะไร
ทุกอย่างดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ผมลุกยืนขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ ก่อนจะขอตัวกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากเก้าอี้ เสียงครูรินก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เออวิน...พี่กิตเขาฝากบอกว่า..." สิ้นเสียงครูริน หัวใจผมหล่นวูบเมื่อชื่อพี่กิตปรากฎขึ้น คำพูดนั้นเหมือนดึงทุกความรู้สึกเดิม ๆ ของผมกลับมาอีกครั้งในพริบตา หน้าชา หูอื้อ ลมหายใจสะดุดวูบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงเรียบของครูรินจะพูดต่ออีกครั้ง "พี่กิตเขาฝากขอบคุณที่วินช่วยเฝ้าบ้านให้เมื่อคืนนะ"..."แถมแกยังบอกอีกว่า..." ผมเองแทบยืนไม่ไหวลุ้นกับคำพูดของครูรินจนหน้าซีด "แกเมาจนจำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้แม้กระทั้งตัวเองเข้าบ้านได้ไงด้วยซ้ำ" คำว่าพี่กิตจำอะไรไม่ได้ผุดขึ้นในหัวผมเต็มไปหมด "พี่กิตนี่นะจำอะไรไม่ได้" ผมยืนนิ่งความคิดในหัวตีกันให้วุ่นอย่างควบคุมไม่ได้
"แล้วเมื่อคืนละคืออะไร..."
"แล้วสัมผัสที่ร้อนแรงพวกนั้นละ..."
"รอยจูบรอยดูดตามคอเราละมันคืออะไร" เสียงในหัวตีกันระนาว จนในที่สุดผมก็แพ้เสียงในหัวตัวเองอีกครั้งจนได้
"พี่กิตนี่นะครับ จำอะไรไม่ได้" กว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป มันก็ไม่ทันแล้ว "อื้ม...แกบอกพี่แบบนั้น" ครูรินตอบกลับทันควัน เสียงนั้นมันกลับยิ่งตอกย้ำ ทำเอาความคิดในหัวผมยุ่งเหยิงไปหมด ภาพพี่กิตเมื่อคืนมันทับซ้อนเข้ามา ราวกับสิ่งที่ครูรินพูดมันสวนทางกัน "มีอะไรรึเปล่าวิน" ผมสะดุ้งสุดตัวเหมือนหลุดจากความคิด ก่อนจะรีบตอบกลับครูรินไปแบบลน ๆ อย่างไม่รู้ตัว
"ปะ...เปล่าครับไม่มีอะไร" ผมรีบก้มศรีษะลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตา ก่อนจะขอตัวลากลับบ้านอีกครั้ง แล้วรีบพาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เพราะผมกลัวสายตาจะมีพิรุธออกมา สองเท้าก้าวออกจากห้องครูรินด้วยความสับสน "พี่กิตจะจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย..." คำพูดซ้ำ ๆ ยังคงวนอยู่ในหัว เพราะผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากครูริน "คนที่เมาจนจำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น ทำไมถึงได้ร้อนแรงขนาดนั้นละ" ความรู้สึกเมื่อคืน ทุกท่วงท่าที่สัมผัส ทำเอาผมถึงกับร้อนวูบ เสียวซ่านไปทั้งตัว
ผมเดินออกมาจากห้องครูริน ความสับสนยังคงกัดกินอยู่ภายในใจ คำพูดของครูรินมันวนเวียนอยู่ในหัว สองเท้าก้าวไปตามเส้นทางเดินยาว ศรีษะกดต่ำลงเหมือนกำลังใช้ความคิด จนไม่ทันได้มองทางด้านหน้า ทำให้เผลอชนเข้ากับร่างใหญ่ของใครบางคนแบบเต็ม ๆ แรง ปึก- "โอ๊ย..." แรงจากการกระแทก ทำเอาผมถึงกับกระเด็นเซจนเกือบล้ม แต่ก่อนที่ร่างบางผมจะร่วงลงไปกองกับพื้น มือหนาแข็งแรงก็คว้าแขนผมเอาไว้ทัน พร้อมกับดึงเข้าหาลำตัวของคนร่างใหญ่จนแนบชิด
"เป็นอะไรไหม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ลำแขนล่ำโอบรัดเอวผมไว้แน่น ก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาประสานเข้ากับใบหน้าหล่อคม "ผอ.กรวิชญ์" ผมสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมา มันไกล้แค่เอื้อม ไกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่แกพ่นออกมา ร่างสูงสมส่วนแบบคนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ส่วมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวแนบชิดไปกับลำตัว ท่าทางสุขุมแบบผู้ใหญ่ในวัยสามสิบกลาง ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความแพรวพราว"ไม่...เป็นไรครับ" ผมรีบตอบทั้ง ๆ ที่หัวใจดันเต้นแรงผิดจังหวะ ก่อนจะพยายามดันตัวเองให้หลุดจากวงแขนแข็งแรงนั้น แต่แล้วก็ไม่เป็นผล เพราะยิ่งดัน ผอ.กรวิชญ์ แกก็ยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม พร้อมกับดึงผมเข้าไปจนแนบแน่น
"เดินชน ผอ.แบบนี้ต้องโดนทำโทษอะไรดีน่า..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบเบา ๆที่ข้างหู มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คำพูดฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่ก็ทำเอาผมถึงกับหน้าร้อนผ่าว "ขอ...โทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ" ผมรีบเอ่ยคำขอโทษพร้อมกับดันตัว แต่แล้วมือหนาของแกก็ยิ่งกระชับรัดผมแน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้ามาจนไกล้ ไกล้จนผมต้องเผลอหลับตากลั้นหายใจ จากนั้นเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยเสียงเบา ๆออกมาอีกครั้ง "หอมจัง" ประโยคนั้นเบามาก แต่ก็ชัดพอจนร่างผมสั่นวูบ ก่อนที่ผมจะใช้จังหวะนั้น ออกแรงดันตัวเองจนหลุดจากวงแขน
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" น้ำเสียงสั่นเบา ๆเอ่ยขึ้น ก่อนจะรีบพาตัวเองออกมาจากตรงนั้น พยายามไม่คิดอะไร แต่ทุกอย่างมันดันติดอยู่ในหัว มือที่รัดแน่นเกินไป ระยะห่างที่ไกล้จนเกินควร แววตาที่แกมองผม แล้วไหนจะน้ำเสียงและคำพูดพวกนั้นอีก ทำเอาผมสับสนไปหมด ไม่กล้าหันกลับไปมอง ทั้ง ๆที่รู้สึกได้ชัดเจนว่า สายตาของผอ.กรวิชญ์นั้น ยังคงมองตามหลังผมไม่วางตา
ยิ่งเดินห่างออกมามากเท่าไหร แต่ความรู้สึกมันกลับยังคงค้างอยู่ที่เดิม เหมือนร่างกายเดินนำหน้า แต่ใจยังถูกดึงรั้งเอาไว้ข้างหลัง มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความสับสนภายในใจ กับการกระทำของผอ.กรวิชญ์ ผอ.หนุ่มไฟแรงที่เพรียบพร้อมทั้งหน้าตา และฐานะทางสังคม แถมยังเป็นผอ.หนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา หรือรูปร่างที่ถูกดูแลมาเป็นอย่างดี ทำให้ผอ.กรวิชญ์ถูกพูดถึงในกลุ่มนักเรียน ไม่ว่าจะสาวแท้สาวเทียม หรือแม้แต่ครูในโรงเรียนก็ไม่เว้น
"หรือว่าเราคิดมากไป" ผมพึมพำกับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้คำตอบใด ๆกลับมา จนในที่สุดผมก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ก่อนจะเดินไปที่รถ แต่ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว "ว่าแต่...ทางที่ผอ.เดินไป มันทางไปห้องหมวดภาษาอังกฤษนี่น่า..." คิ้วผมขมวดเข้าหากันเป็นปมเหมือนใช้ความคิด "แต่...ก็ไม่แปลกนิเน๊อะ" ก่อนที่ความคิดทั้งหมดจะหยุดลงแค่นั้น และแล้วผมก็กลับบ้าน เลือกปล่อยความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไว้ข้างหลัง ใช้ชีวิตปกติเหมือนทุกวัน
เรียนเสร็จก็ไปทำงานร้านอาหาร เสร็จจากร้านอาหารก็กลับบ้านอาบน้ำทำการบ้าน แล้วก็อ่านหนังสือ วนลูปไปแบบนี้ทุกวัน ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมปรักอยู่กับความรู้สึกหลงผิดอีกต่อไป ถึงแม้ตัวผมเองจะรู้ดีว่า ความรู้สึกภายในใจของผมมันเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความรู้สึกผิด แต่มันคือความรู้สึกหวั่นไหวที่คอยกัดกิดหัวใจผมอยู่ตอนนี้
ในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงวันพุธ ความเหนื่อยที่หนักที่สุด มันไม่ใช่ความเหนื่อยกายจากการทำงาน แต่มันคือความเหนื่อใจ จากการที่เราต้องแบกทุกอย่างเอาไว้คนเดียว และไม่มีใครเข้าใจเราได้ นอกจากตัวเราเอง ความกังวลหรือการคิดมาก ไม่ได้ทำให้ปัญหาของเราหายไป แต่มันกลับขโมยความสดใสร่าเริง รอยยิ้ม และสิ่งดี ๆ รอบ ๆ ตัวเราไปแทน
บ้านครูรินยังคงเงียบเหมือนทุกวัน บ้านหลังใหญ่แต่ทำไมกลับรู้สึกว่างเปล่าก็ไม่รู้ ผมเปิดประตูเดินเข้าไป กลิ่นหอมจาง ๆ แตะเข้าที่ปลายจมูก บวกกับบรรยากาศภายในบ้านเงียบสนิดจนน่าใจหาย บ้านที่อบอุ่นกลับไม่มีใครเลยสักคน ผมจัดการเปิดหน้าต่างเพื่อรับลม แสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาจนบ้านมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา ก่อนที่ความรู้สึกกับภาพในคืนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาผมถึงกับขนลุกไปทั้งตัว
ภาพของพี่กิตมันชัดขึ้นทุกมุมบ้าน ไม่ว่าจะโซฟาหน้าทีวี โต๊ะกินข้าว ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องนอน หันไปทางไหนก็มีแต่ภาพใบหน้าพี่กิตคอยตามไปทุกที่ "เชี่ย..." ผมเอามือขยี่ตาจนตาแดง แต่ภาพพี่กิตก็ยังคงติดตาไม่หาย ก่อนที่ผมจะรีบพาตัวเองออกไปนอกบ้าน จัดการลากสายยางฉีดละอองน้ำรดต้นไม้แทน เหมือนกับตัวผมที่พยายามปล่อยตัวเองไหลไปกับสายน้ำ
คนเรากว่าจะรู้ตัวเองว่าเก็บอะไรไว้ในใจโคตรเยอะ ตอนแรกคิดว่าตัวเองแค่ดิ่ง แต่พออยู่คนเดียวเงียบ ๆ กลายเป็นว่ายิ่งฟุ้งซ่าน ทั้ง ๆ ที่ตัวผมก็พยายามต่อสู้กับมัน แต่ก็เหมือนมีปีศาจสองตัวที่ค่อยกระตุ้นความรู้สึกนั้นขึ้นมา ตัวหนึ่งบอกให้เลิกคิดแล้วใช้ชีวิตปกติ แต่อีกตัวกลับตอกย้ำความรู้สึกหวั่นไหวร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก เด็กหนุ่มที่อ่อนต่อโลกในวันนั้น แต่ตอนนี้กลับมีบางอย่างค่อย ๆ เปลี่ยนเข้าไป ภาพของพี่กิตมันชัดเจนขึ้น ก่อนที่ทันจะค่อย ๆกัดกินหัวใจผมโดยไม่รู้ตัว
ความเหนื่อยที่หนักที่สุด ไม่ใช่ความเหนื่อยกาย แต่คือความเหนื่อยใจ จากการที่เราต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว โดยไม่มีใครเข้าใจนอกจากตัวเอง ผมใช้ร่างกายและความคิดหมดไปกับงานที่ต้องทำทั้งวัน ทั้งปัดกวาดเช็ดถู พร้อมกับจัดของทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เหนื่อยก็พัก หิวก็หาอะไรกิน ปล่อยให้เวลามันค่อย ๆเดินไปอย่างช้า ๆ จนเวลาล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว
จนดวงอาทิตย์ค่อย ๆลับขอบฟ้าไป ไฟในบ้านถูกเปิดสว่างแทนแสงอาทิตย์ หน้าต่างทุกบานถูกปิดลง ตอนนี้เวลาประมาณเกือบสองทุ่ม บรรยากาศในบ้านเงียบสนิด ผมเองที่ตอนนี้กำลังจัดการล้างจานอยู่ในครัว เสียงน้ำไหลบวกกับเสียงจานชามกระทบกันจนเกิดเสียงดัง ร่างกายกำลังโฟกัสกับสิ่งที่ทำอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา
"สวัสดีวิน" เสียงเรียบทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง มือของผมหยุดชะงักในทันที น้ำยังคงไหลผ่านปลายนิ้ว หัวใจเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ผมจะหันหน้าไปมองหาต้นต่อของเสียงนั้น และในจังหวะนั้นเอง ทุกอย่างในห้องครัวก็หยุดนิ่งเหมือนโลกหยุดหมุน แววตาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าที่พยายามเก็บอาการกลับเผลอหลุดคำพูดออกไป "พิ...พี่กิต" ผมเอ่ยเสียงติดขัด ท่าทางแฝงไปด้วยอาการตกใจที่ซ่อนไม่มิด เมื่อเห็นพี่กิตในชุดเสื้อยืดสีเข้มที่ดูคุ้นตา ไหล่กว้างยืนพิงกรอบประตูครัว ด้วยใบหน้ายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"อืม...พี่เอง" พี่กิตพูดเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ว่าแต่เราตกใจอะไรขนาดนั้น" แต่คำถามนั้นกลับดึงสติผมให้กลับมา ก่อนที่ร่างกายผมจะขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว จนมือที่กำแน่นค่อย ๆ คลายออกช้า ๆ แต่ปลายนิ้วยังคงสั่นเบา ๆ "ปะ...เปล่าครับ" เสียงตอบผมเบากว่าที่คิด หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงตาหลบเลี่ยงสายตาคมคู่นั้นอย่างรุกลน
"เชี่ย...ไหนครูรินบอกว่าพี่กิตไม่กลับบ้านละ" ความคิดในหัวผมผุดขึ้น ท่ามกลางความสับสนกับคนตรงหน้า ทหารหนุ่มในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาว กับกางเกงทหารลายพรางที่รัดแน่นไปสะทุกส่วน ตัดกับกล้ามแขนเป็นมัด ๆ มันยิ่งตอกย้ำเรื่องของคืนนั้นให้ชัดยิ่งขึ้น "เห็นรินบอกว่าวินจะมานอนค้างที่นี่ใช่ไหม" วินานทีนั้นคือผมชาไปทั้งตัว ปราสาทสัมผัสทุกส่วนไรความรู้สึก ก่อนที่พี่กิตจะดึงสติผมกลับมาอีกครั้ง
"วิน...วินเป็นอะไรรึเปล่า" ผมสะดุ้งสุดตัว
"ค...ครับพี่กิตว่าไงนะ"
"พี่จะถามว่า สรุปวินนอนนี่ใช่ไหม" ผมพยักหน้าเบา ๆ แต่ก็รีบสวนกลับไปอีกครั้งว่า
"แต่...ถ้าพี่กิตกลับมาแล้วงั้นวินก็ขอกลับบ้านนะครับ" พูดจบผมก็เดินเบี่ยงตัวออกมา รีบไปหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย จากนั้นก็ยกมือไหว้พี่กิตอีกครั้ง ท่าทางเลิ่กลั๊กไม่ไหว เพราะตอนนั้นผมคิดแค่ว่า ต้องเอาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความคิดบ้า ๆ มันจะผุดขึ้นมาในหัว
"อ้าว...แต่มันค่ำแล้วนะวิน" พี่กิตเดินตามมาติด ๆ
"ไม่เป็นไรครับวินกลับได้"
"งั้นก็โอเค กลับดี ๆละ" เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นอย่างว่าง่าย แต่แววตากลับมีบางอย่างแอบแฝง
ร่างกายผมสะดุดวูบทั้งกลัวทั้งสับสน แต่สุดท้ายพี่กิตก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลายเป็นเราเองที่อาการลนออกจนเห็นได้ชัด "หรือที่ครูรินบอกว่าคืนนั้นพี่กิตเมาจนจำอะไรไม่ได้ มันคือเรื่องจริง" เสียงในหัวผมมันตีกันให้วุ่น ก่อนจะรีบเดินไปที่รถอย่างไว แต่ยิ่งเดินไวเท่าไหรผมกลับรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคน ที่กำลังมองตามหลังผมมาติด ๆ
ไม่ทันได้ก้าวขาขึ้นรถ สายตาผมก็เจอกับปัญหาใหญ่ที่คาดคิดไม่ถึง "เชี่ย...ยางแบน..." ไม่ใช่แค่ล้อเดียวแต่มันแบนหมดทั้งสองล้อ ทุกอย่างดูเหมือนจงใจ ทำเอาสมองผมดับวูบ หมดหนทางคิดอะไรไม่ออก จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังกลับ ก็กลัวหนีเสือปะจระเข้ แถมเป็นจระเข้ที่ดูท่าแล้วพร้อมจะงับเหยื่ออยู่ทุกเมื่อ
ระหว่างที่ผมกำลังสับสนกับตัวเองอยู่นั้น เสียงเรียบเย็นเฉียบก็ดังมาจากด้านหลัง "รถเป็นอะไรวิน" คำถามดูปกติ แต่ใบหน้ากลับแอบแฝงไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆที่มุมปาก ก่อนที่ผมจะตอบกลับเสียงเบา ๆเหมือนคนหมดหนทาง "รถยางแบนอะครับ" เสียงผมดูสิ้นหวังมาก แต่พี่กิตกลับพูดออกมาอย่างหน้าตานิ่งเฉยว่า "งั้นวินก็กลับบ้านไม่ได้แล้วซิ" หน้านิ่ง แววตาเจ้าเล่ห์ ยืนกอดอกมองผมตาเป็นมัน
"พี่กิตครับ"
"อืม ว่าไง"
"ไปส่งวินหน่อยได้ไหม" เสียงอ้อนวอน แต่แล้วผมก็ต้องหยุดชะงัก
"พี่เหนื่อยอะ วินนอนนี่เถอะ อีกอย่างมันก็ดึกแล้วด้วย"
"แต่..."
"ไม่มีตงไม่มีแต่แล้ว รีบเข้าบ้านกันเห็นไหมฝนกำลังจะตกแล้วนะ" พี่กิตพูดไม่ทันขาดคำ ฟ้าก็แลบ เพรี้ยง สว่างวาบไปทั้งท้องฟ้า "เอาไงงั้นพี่เข้าบ้านนก่อนนะ" พูดจบพี่กิตก็เดินเข้าบ้าน ส่วนผมยังยืนชั่งใจว่าจะเอาไงต่อดีแล้วในที่สุดผมก็ต้องยอม เพราะฟ้าฝนมันก็เป็นใจสะเหลือเกิน ทั้งร้องทั้งแลบทั้งผ่าราวกับจะเทลงมาสะตอนนั้นให้ได้
ประตูบ้านถูกปิดลงเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ แต่กลับทำให้หัวใจผมสะดุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผมก้าวเข้ามาข้างในบ้านด้วยความรู้สึกไม่เข้าที่เข้าทางนัก ก่อนจะชะงักเท้าแทบจะทันที เมื่อเห็นพี่กิตยืนอยู่ตรงกลางบ้าน ร่างสูงยืนนิ่งมือกอดอก ใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงบอลสบาย ๆ แต่สำหรับผม ภาพนั้นกลับทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"สรุปไม่กลับแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง เหมือนการทักทายปกติที่ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่สำหรับผม แค่นั้นก็พอจะทำให้มือที่จับสายกระเป๋า ยิ่งกระชับแน่นขึ้นเป็นเท่าตัว "ค...ครับ" เสียงตอบผมดูสั่นกว่าที่คิด สายตายังคงหลบเลี่ยงที่จะประเชิญหน้าโดยตรง พี่กิตมองผมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบอีกครั้ง
"งั้นเอาแบบนี้ละกัน" พี่กิตพูดพร้อมกับขยับเข้ามาไกล้ "เลือกเอา วินจะนอนกับพี่ในห้อง หรือจะนอนโซฟาหน้าทีวี" เสียงกระซิบเบา ๆที่ข้างหู ทำเอาหัวใจผมสะดุดวูบอีกครั้ง ดวงตาลุกวาว ก่อนที่ภาพบางอย่างจะวาบขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ผมรีบกดมันเอาไว ก่อนจะรีบสวนกลับทันควันออกไป "โซฟาครับ" ร่างกายสั่นวูบหัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ก่อนที่เสียงหัวเราะของใครบางคนจะดังขึ้น
"5555...รีบตอบเหมือนเรากลัวพี่เลยนะ" สิ้นเสียงของพี่กิตผมก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบกลับออกไปด้วยเสียงแหบพร่าอีกครั้ง "ก็ผมเกรงใจพี่นิครับ" พี่กิตมองผมอยู่ครู่หนึ่ง สายตาไม่ได้กดดัน แต่เหมือนแกจะดูอาการบางอย่างของผมออก "งั้นเอางี้ก็แล้วกัน พี่นอนโซฟา ส่วนวินก็ไปนอนในห้องพี่โอเคไหม" ผมชะงักเล็กน้อยก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ต้องก็ได้ครับ วินนอนได้จริง ๆครับพี่" พูดจบผมก็หลบสายตาก้มหน้าลง
"ไม่เป็นไร" พี่กิตตอบเสียงเรียบ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า "อีกอย่างคืนนี้พี่จะดูบอลด้วย" ทหารหนุ่มพูดด้วยความจริงใจ แววตาว่างเปล่าไม่มีอะไรแอบแฝง แต่มันกลับทำให้ผมถึงกับเคลิ้มตาม ความอึดอัดที่เกาะอยู่ในอก ค่อย ๆ คลายลง ไม่หมดไปเสียทีเดียว แต่ก็ไม่หนักอึ้งเหมือนในตอนแรก
"อืม...งั้นก็ได้ครับ" คำพูดสั่น ๆ แต่กลับทำให้คนตรงหน้ายิ้มอย่างพอใจ "ดี งั้นพี่ขอไปเอาหมอนกับผ้าห่มก่อนนะ" ผมพยักหน้าเบา ๆ ก่อนมองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องนอน หัวใจผมยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่คราวนี้ไม่ได้เป็นเพราะความตกใจกลัว แต่กลับเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาช้า ๆ โดยที่ผมเองก็ไม่แน่ใจนัก ว่าควรเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไร
พี่กิตหอบหมอนกับผ้าห่มออกมาจากห้อง สายตาคมจะจ้องมองมาที่ผมพร้อมกับคำพูด "จะเปลี่ยนใจนอนโซฟากับพี่ก็ได้นะ" รอยยิ้มเจ้าเลห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเข้ม "งั้น...ผมขอตัวก่อนนะ" พูดจบผมก็รีบหันหลังเดินเข้าห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะของพี่กิตที่ดังตามหลังมาติด ๆ ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงเบา ๆ และถูกล๊อคอย่างแน่นหนา หัวใจที่เต้นแรงค่อย ๆ คลายลง
ในห้องเงียบกว่าที่คิด มีเพียงแสงไฟสว่างจากโคมไฟจากข้างเตียง พร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักกระทบหลังคา จนเกิดเสียงซ่าเบา ๆ ปนกับกลิ่นอับชื้นจาง ๆ ลอยเข้ามาพร้อมสายลมเย็น ผมนอนหงายอยู่บนเตียง มือกำผ้าห่มแน่น ร่างกายเริ่มผ่อนคลลาย แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่ยอมหยุด เสียงเชียร์บอลของพี่กิตดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ
เสียงโหร้องเสียงถบทของพี่กิตดังขึ้นตามจังหวะ เป็นการดูบอลที่ปกติเหมือนคนที่กำลังอินไปกับเกมการแข่งขัน ไม่มีอะไรค้างคาอยู่ในใจเลย มีก็แต่เสียงหัวเราะเสียงเชียร์ ซึ่งต่างจากผมอย่างสิ้นเชิง ที่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว ทั้งความรู้สึก ไหนจะความหวั่นไหวเมื่อประเชิญหน้ากับพี่กิต มันทำให้ผมรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว โดยที่หาสาเหตุไม่ได้
เม็ดฝนกระทบชายคาท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย ผมหลับตาลง พยายามปล่อยให้เสียงฝนกลบความคิดของตัวเอง พร้อมทั้งกลบความรู้สึกที่ยังวนเวียนไม่ยอมจางหาย ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยตัวตามสบาย ในที่สุดก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวัน ทุกอย่างเงียบลง เหลือเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ราวกับมันตั้งใจที่จะกลบทุกอย่างเอาไว แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น
"โอ๊ย!" เสียงดังขึ้นจากด้านนอก ผมสะดุ้งตัวตื่นลืมตาขึ้นทันที หัวใจเต้นแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เสียงนั้นจะดังขึ้นอีกครั้ง "โอ๊ย!" ผมนั่นนิ่งอยู่บนเตียง มือเรียวเย็นเฉียบ ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบลง เหลือแต่เสียงทีวีที่ยังคงดังต่อเนื่อง แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เสียงโหเชียร์ของพี่กิตที่จู่ ๆ ก็หายเงียบไป มีก็แต่เกมการแข่งขันที่ดำเนินต่อไป
ผมขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเงี่ยหูฟัง รอลุ้นว่าเสียงของพี่กิตจะดังขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ มีก็แต่เสียงฝนเสียงทีวี และก็เสียงหัวใจผมเองที่เต้นถี่ขึ้นเรื่อย ๆ "คงไม่เป็นไรหรอก..." ความคิดนั้นลอยขึ้นมา แต่มันกลับไม่มีน้ำหนักพอให้ผมนิ่งเฉยอีกต่อไปได้ ยิ่งคิดผมก็ยิ่งอึดอัด ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความเป็นห่วงลึก ๆ ภายในใจ
ผมรีบลุกลงจากเตียง เดินไปหยุดที่หน้าประตู มือยกขึ้นค้างไว้ที่ลูกบิด ทั้งที่ใจยังไม่กล้าที่จะเปิดมันออกไป แต่สุดท้ายความเงียบของคนด้านนอกก็ชนะทุกเหตุผล มือที่สั่นนิด ๆ ค่อย ๆ หมุนลูกบิดเสียงดังคลิกเบา ๆ ในทันใดนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเรียว มือเรียวยังไม่ทันได้ออกแรงดึง บานประตูก็ถูกดันมาจากด้านนอกจนเปิดกว้าง จนตัวผมเซไปตามแรงที่ถูกดันเข้ามา
ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะค่อย ๆชัดขึ้น ร่างสูงใหญ่ไม่ใส่เสื้อ ทุกสัดส่วนเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แน่นจนผมต้องเผลอกลืนน้ำลาย ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความต้องการบางอย่าง "พ...พี่..." เสียงผมสั่นพร่า สายตาทั้งสองประสานเข้าหากันราวกับต้องมนต์สะกด ก่อนที่ร่างบางของผมจะค่อย ๆ ถอยหลังทีละก้าว ทีละก้าว อย่างช้า ๆ จนชนเข้ากับขอบปลายเตียงเสียหลักทรุดนั่งลง
"พี่จะทำอะไร" พี่กิตไม่ได้ตอบแต่กลับเดินเข้ามาด้วยสายตาที่มั่นคง ก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลงพร้อมกับเสียงกดล๊อคที่ดังขึ้น "คลิก"เสียงนั้นดังขึ้นเบา ๆ แต่ทำเอาหัวใจผมหล่นวูบ ราวกับรู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า "เชี่ย...อย่าบอกนะว่าเรื่องในคืนนั้นพี่กิต..." เสียงในหัวผมดังขึ้น ส่วนพี่กิตยังคงเดินเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างกับเป้าหมายตรงหน้าคือเหยื่ออันโอชะ
"นี่พี่เมาอีกแล้วใช่ไหม" พูดจบผมก็ขยับตัวถอยอย่างช้า ๆ ถดถอยให้ห่างจากคนที่กำลังจะลุกล้ำเข้ามา พี่กิตยกยิ้มขึ้นมุมปาก ไม่ให้คำตอบ มีก็แต่เพียงแววตาคู่นั้นที่บอกความต้องการอย่างชัดเจน ผมไม่รอช้าถอยหนีเพื่อหาทางรอด แต่แล้วก็ไม่เป็นผล เพราะการถอยที่ไร้จุดหมายในที่สุดก็พบเข้ากับทางตันจนได้
พี่กิตไม่รอช้าขึ้นมาบนเตียง ที่นอนยวบลงตามน้ำหนักของร่างหนาที่ขยับเข้ามา พี่กิตคลานเข่าเข้ามาอย่างช้า ๆ ช้าจนผมเองเห็นชัดทุก การเคื่อนไหว ทั้งมัดกล้ามแน่นที่หดเกร็งไปตามแรงขยับตัว ใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยความเจ้าเลห์อย่างเห็นได้ชัด ทุกการเคลื่อนไหวดูหนักแน่นจนน่ากลัว ก่อนที่ร่างหนาของทหารหนุ่มจะขยับเข้ามาจนประประชิด ไกล้จนผมต้องเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาคู่นั้น อย่างสับสน
"ไม่ต้องกลัวนะครับเด็กน้อย พี่รู้ว่าวินก็ต้องการพี่เหมือนกัน" ในที่สุดเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยขึ้นอย่างหลงตัวเอง แต่ก็ทำเอาผมเองถึงกับหน้าแดงจนร้อนผ่าว ลมหายใจของเราประสานเข้าหากัน รับรู้ได้ถึงไออุ่นที่พ่นออกมา ก่อนที่สายตาของผมจะหยุดนิ่งอยู่กับคนตรงหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความกลัว แต่ก็แอบแฝงความรู้สึกหวั่นไหวอยู่ด้วยไม่น้อย บวกกับกลิ่นกายของพี่กิต ที่ผมเองยังคงจำฝังใจไม่เคยลืม
"แต่..." ผมไม่ทันได้เอ่ย ริมฝีกปากหนาก็ประกบเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ข้อมือทั้งสองข้างถูกพี่กิตรวบกดขึงลงไปข้างลำตัว ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะบดขยี่อย่างเร้าร้อน แล้วก็ถอนออกจนผมต้องขยับใบหน้าตาม "ไม่ต้องพูด แค่วินมีความสุข และพี่เองก็มีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว"สายตาคมทอดมองลงมาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายแตะต้องผิวหน้าแดง จนผมเผลอกลั้นลมหายใจ ก่อนจะผ่อนออกมาอย่างช้า ๆ
ในที่สุดร่างกายของเราสองคนก็ค่อย ๆ ประสานเข้าหากัน ใบหน้าคมเข้มกดจูบอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเสียวซ่านอยู่ไม่น้อยในเวลาเดียวกัน "อืม..." เสียงครางกระเส่าของผมเริ่มดังขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากบางถูกลุกล้ำจากปลายลิ้นหนา ที่กำลังกดแทรกตัวเข้ามาในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ทุกอย่างดูอ่อนโยน แต่ก็แฝงไปด้วยความชำนาญของเจ้าของลิ้นอย่างลงตัว
ตัดกับความร้อนระอุของพี่กิตที่เบียดเข้ามา มันคือความรู้สึกที่ ทั้งดิบ ทั้งเถื่อน และเร้าใจกว่าครั้งแรกยิ่งนัก ในห้องนอนที่เต็มไปด้วยความเย็นเฉียบ จากฝนที่ตกลงมา ผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ เฉพาะตัวของพี่กิต ครั้งนี้ ไม่มีแอลกอฮอร์ช่วย มีแต่ความต้องการล้าน ๆ พี่กิตซุกไซ้ใบหน้าไปตามซอกคอของผมอย่างหิวกระหาย มือหนาเลิกชายเสื้อของผมขึ้น พร้อมกับสัมผัสที่หยาบโคลน ค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของผม ทำเอาถึงกับต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงไว้
"อึบ! อ่า..." เสียงหอบหายใจของเราทั้งสองดั้งก้องสะท้อนไปทั้งห้อง ทุกจังหวะที่พี่กิตขยับ มันรุกเร้า รวดเร็ว และดุดัน เหมือนต้องการที่จะระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมา ผมได้ลืมความผิดชอบชั่วดีไปหมดแล้ว ผมยอมตกนรก ยอมเป็นคนไม่ดี ขอเพียงแค่ได้อยู่ภายใต้อ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ ถึงแม้จะรู้สึกถึงความหลงผิดอยู่บ้าง แต่ความวาบหวามที่พี่กิตมอบให้ ก็ได้ทำลายมันลงจนหมดสิ้น
ปล่อยความหลงไหล ปล่อยความรู้สึกเลยไป ปล่อยใจไปกับความหลงผิด เพราะยิ่งห้าม ไฟก็ยิ่งแรง ยิ่งหนี ใจก็ยิ่งถล่ำลึกต่อให้ไฟนรกมันพร้อมจะเผาผมจนไม่เหลือทางรอด ต่อให้ไฟราคะจะเผาจนมอดไหม้ แต่แค่โดนสัมผัสที่ร้อนแรงจากพี่กิต ผมก็พร้อมจะมอดไหม้เป็นปุยผง เพราะศีลธรรมมันบางเบา ยามที่ร่างกายเรามันเรียกร้อง ถึงจะผิดแต่หัวใจมันกลับต้องการ
"อืม...อ่า...เบา ๆ นะครับ" เสียงครางพร่าเบา เมื่อลำคอถูกกลืนกินไปด้วยคมเขี้ยวที่ฝังลึก ก่อนที่มือหนาจะถอดเสื้อผมโยนทิ้งไป ร่่างบางเผยผิวที่ขาวเนียน พี่กิตไม่รอช้าบดจูบดูดดืมแผงอกขาวของผมจนหนำใจ จ๊วบ จ๊วบ! เสียงดูดเลียดังสนั่น ใบหน้าหล่อคมยังคงเสพสมอย่างตะกละตะกราม ก่อนจะใช้ปลายลิ้นดุนดันจนหัวนมผมแข็งเป็นไต
"อืม... อ่า... ซื๊ด...อ้า..." เสียงหอบหายใจอ่อนระทวย ร่างบางผมบิดเกร็งยกลอยขึ้นตามแรงดูดดุนของพี่กิต ลมหายใจโรยรินเหมือนร่างกายได้ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น ริมฝีปากหนาค่อย ๆ ไต่ระดับลงไปเรื่อย ๆ ก่อนที่แกจะหยุดจากนั้นก็จัดการถอดกางเกงบอลของแกออก เผยให้เห็นลำควยอวบใหญ่ ที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายใต้กางเกงในสีดำ
"วินอยากลองจับมันดูไหม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พี่กิตไม่รอคำตอบจากผม แกไม่รอช้าขึ้นคร่อมตัวผมทันที ก่อนพี่กิตจะขยับเป้าที่อวบใหญ่จนแทบพริกเข้ามาจนไกล้ใบหน้าผม กลิ้นสาบจาง ๆ แตะเข้าปลายจมูก แต่ความใหญ่โตตรงหน้าก็ทำเอาผมถึงกับตาลุกวาว ลำควยหัวบานลำอวบใหญ่เห็นหัวหยักชัดเจน นอนพาดตัวยาวอยู่ในกางเกงในสีดำ มันไกล้แค่ลมหายใจ จนผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ถอยหนีแต่กลับจ้องมองมันอย่างหลงไหล
ผมจ้องมองจนลืมตัว พี่กิตเห็นแกก็ยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะจับมือเรียวของผม ทาบไปกับเป้าตุงของแก ทันทีได้สัมผัสมือผมก็สั่นกระตุกเล็กน้อย พี่กิตไม่รอช้า ลางมือเรียวผมไล่ไปตามความยาวของลำควย ที่แข็งขืนของแกทันที มันทั้งแข็งมันทั้งอุ่นจนผมหัวใจเต้นรัว มือน้อย ๆ ค่อย ๆ ขยับไปตามมือของเจ้าของ สัมผัสทุกอนูความใหญ่โตที่แข็งราวกับท่อนซุง
"อืม... อ่า...ลองเอามันออกมาดูสิวิน" เสียงครางทุ้มต่ำในลำคอของพี่กิตดังขึ้น หน้าท้องเกร็งขยับขึ้นลงตามลมหายใจ ทำเอาผมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ออกคำสั่ง แววตาเจ้าเล่ห์เริ่มเผยความหิวกระหาย แถมยังส่งสายตาเชื้อเชิญผมไม่วางตา ในที่สุดผมเองก็ทนไม่ไหว อยากจะเชยชมความใหญ่โตให้เห็นกับตา จัดการใช้มือทั้งสองข้าง รั่งดึงกางเกงในของพี่กิตลงอย่างช้า ๆ
ในที่สุดลำควยหัวบานอวบสีน้ำตาลเข้ม ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนก็ดีดตัวออกมา ฟาดเข้ากับใบหน้าผมเต็ม ๆ แรง มันทั้งใหญ่ทั้งยาวกว่าที่คิด หัวถอกสีม่วงเข้มสั่นกระตุกขับน้ำเงี้ยนไหลออกมาเป็นสาย ทำเอาผมถึงกับตาโตเมื่อได้เผชิญหน้ากับมัน ลำควยสีคล้ำลำอวบใหญ่ยาว ยิ่งมองมันก็ยิ่งน่าเกรงข้ามมากยิ่งขึ้น
พี่กิตไม่รอช้ากดท้ายถอยผมเข้าหาลำควยแกทันที "ลองชิมน้ำหวานมันดูสิครับ" ทหารหนุ่มออกแรงกดท้ายทอยผมอีกครั้ง "อ้าปากสิครับ ลองคิดว่าวินกำลังดูดไอติม" พี่กิตพูดจบแกก็จับลำควยมาจ่อเข้าที่ปากผมทันที กลิ่นคาวจาง ๆ โชยเข้าจมูก แต่แล้วผมก็อ้าปากกว้างรับส่วนหัวบานมันเข้ามาจนได้ ความใหญ่โตของลำควยพี่กิตทำเอาผมแทบหายใจไม่ออก เพราะมันคับแน่นพร้อมกับกระตุกอยู่ภายใน
"อ้า... สุดยอด ซื๊ด... อ่า..." เสียงครางกระเส่าของพี่กิตดังขึ้น เมื่อส่วนหัวบานถูกผมดูดเลียจนมันวาว น้ำเงี้ยนเหนียวข้นถูกผมดูดกลืนจนหมดสิ้น ก่อนที่ผมจะบรรจงอ้าปากกว้าง ครอบงำความใหญ่โตของลำควยพี่กิตเข้าไปจนเกือบสุดลำ "ฮ๊อก!" แต่ก็ทำเอาผมถึงกับแทบสำลักน้ำตาแตก กับควายใหญ่ยาวที่พุ่งชนเข้ากับคอหอยผมเต็ม ๆ
"อ่า... ซื๊ด... อ่า... แบบนั้นเลยครับ อ้า..." พี่กิตยังคงส่งเสียงครางอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขยับสะโพกหนาซอยปากผมเบา ๆ มือหนาทั้งสองข้างจับท้ายทอยผมแน่น ก่อนที่แกจะออกแรงกระแทกลำควยเข้ามาอย่างเนิบนาบ แล้วก็เพิ่มความเร็วและแรงขึ้นตามลำดับ "อืม..." พี่กิตครางในลำคอ สะโพกขยับซอยปากผมรัว ๆ ใบหน้าหล่อเข้มบิดเบี้ยวเพราะความเสียวซ่าน หน้าท้องเกร็งจนเห็นกล้ามผุดขึ้นเป็นก้อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด มือหนาจิกหัวผมไว้จนแน่น ก่อนที่สะโพกหนาจะกระแทกลำควยส่งเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย บ๊วบ! เสียงควยหลุดออกจากปาก
และแล้วพี่กิตก็ทนความเสียวต่อไม่ไหว จับผมพลิกคว้ำในท่าคลานเข่า พร้อมกับจัดการยกก้นผมให้ลอยขึ้น ก่อนที่มือหนาจะนวนเค้นก้นขาวอย่างมันส์มือ เพื่อกระตุ้นความกำหนัดภายในตัวให้ลุกโชน พี่กิตไม่รอช้าจับแก้มก้นผมแบะออกทั้งสองข้าง เผยให้เห็นรูเนื้อสีชมพูสดขมิบเชื้อเชิญคนตรงหน้าให้ลงมือ ก่อนที่พี่กิตจะมุดใบหน้าคมเข้มของแกลงไป ใช้ลิ้นหนายอกล้อกับรูเนื้อสีชมพูด้วยความหิวกระหาย
แพร่บ ๆ ลิ้นหนาชอนไชตวัดเลียอย่างชำนาญ ทั้งดูดกัดจนรูเนื้อขมิบสั่นระรัว "อ้า... ซื๊ด... อืม... เสียวครับ" เสียงครางกระเส่าผมดังขึ้น เมื่อลิ้นหนาตวัดเลยรู้เนื้ออย่างไม่ปราณี ปลายลิ้นมุดเข้ามุดออกอย่างช่ำชอง ทำเอาผมเองเสียวซ่านแทบขาดใจ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเปลี่ยนมาเล่นงานสองแก้มก้นขาวนวล ปลายลิ้นเรียวไล้เลียจนเปียกชื้นไปด้วยน้ำลาย พร้อมกับออกแรงกัดเม้นฝังเคี้ยวเบ่า ๆ ทำเอาผมต้องกัดฟันแน่นเพราะความเจ็บ และเสียวซ่านในเวลาเดียวกัน
พอพี่กิตเล่นงานรูเนื้อจนหน่ำใจ เจลหล่อลื่นก็ถูกชะโลมลงไปที่ลำควยของแกจนมันวาว ก่อนจะไม่ลืมป้ายไปที่รู้เนื้อสีสดจนเปียกชุ่ม จากนั้นพี่กิตก็ขยับเข้้าประชิด จับลำควยหัวบานจ่อให้ตรงปากทางเข้ารูเนื้อที่ขมิบรอ "ส๊วบ!" ในที่สุดหัวบานใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกดันเข้ามา ทันทีที่มันกระทบกับผนังเนื้อ ความเจ็บปวดก็เริ่มขึ้น "อ้า... โอ๊ย...อืม..." เสียงร้องจากความเจ็บปวดของผมดังขึ้น แต่เสียงครางของพี่กิตกลับสวนทางกัน "ซื๊ด...ฮืม...โอ้ย...โคตรแน่น อ้า...เสียว" พี่กิตโน้มตัวลงมาโลมเลียแผ่นหลังผม พรางกดสะโพกยัดลำควยเข้ามาเบา ๆ
"ฮ๊าก! อ้าาาาาาาา" ผมหวีดร้องจนลั่นห้อง เมื่อพี่กิตกระแทกลำควยหัวบานเข้ามาพรวดเดียวจนมิดลำ จนผมเจ็บจี๊ดเข้าสุดขั่วหัวใจ เหมือนรูเนื้อถูกฉีกออกจากกัน ก่อนที่แกจะกดแช่เอาไว้ สองมือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผมเพื่อให้ผ่อนคลายความเจ็บ "อ้า...พี่ขอโทษนะวิน แต่ทำแบบนี้วินก็จะได้เจ็บทีเดียว" น้ำตาผมไหลพรัก ร่างบางสั่นไปทั้งตัว
พี่กิตไม่ปล่อยให้ผมได้พักนั้น สะโพกหนาเริ่มขยับเนิบนาบอย่างช้า ๆ สองมือหน้าจับเอวผมไว้แน่น จากนันแกก็เริ่มกระแทกลำควยเร็วขึ้นเรื่อย ๆ "ซื๊ด...อ่า...โคตรแน่นเลยวิน ซื๊ด..." พี่กิตเริ่มกระแทกสะโพกแบบรัว ๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น พับบบ พับบบ พับบบ ท่ามกลางเสียงฝนที่กำลังตกลงมาไม่ขาดสาย
"อ๊ะ... โอ๊ะ..." จากความเจ็บค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเสียว ทำเอาผมถึงกับร้องครางไม่เป็นภาษา แววตาพร่ามัวจนแทบหมดแรง ทหารหนุ่มแรงดีจนเกินทน กระแทกลำควยเข้ามาแต่ละครั้ง ทำเอาผมแทบขาดใจ พับบบ พับบบ พับบบ เสียงกระแทกดังระง่ม บวกกับกลิ่นคาวของน้ำเงี้ยนคลุกคลุ้งไปทั้วห้อง พี่กิตยังคงกระแทกกระทั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ความเสียวก็ทำเอาผมสั่นวาบไปทั้งตัว
จากนั้นพี่กิตก็จับผมนอนหงาย ใช้หมอนสองใบมารองก้นให้สูงขึ้น ก่อนที่แกจะจับเรียวขาผมกางออกทั้งสองข้าง พร้อมกับดันไปข้างหน้าจนเป็นรูปตัวเอ็ม จากนั้นแกก็จับลำควยจ่อให้ตรงรูเนื้อ ไม่ต้องรอให้เสียเวลา พี่กิตกดกระแทกเข้ามาทีเดียวอย่างไม่รีรอ อึก! ลำควยหัวบาานมุดเข้ามาจนสุดลำ พี่กิตไม่รอช้าโน้มตัวค้ำไปกับเตียง พร้อมกับกระแทกเย็ดเข้ามาแบบรัว ๆ ตับบบ ตับบบ ตับบบ... เสียงกระแทกเย็ดดังแข่งกับเสียงฝน ไม่ต่างกับเสียงร้องครางที่ดังไม่แพ้กัน
"ซื๊ดดดดด อ่าาาา เสียวไหมครับ อ่าาาาา" พี่กิตเย็ดไปมองหน้าผมไป แววตาของแกเต็มไปด้วยความหิวกระหาย มัดกล้ามเกร็งจนเป็นก้อนเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าหล่อบิดเบียวจนไม่เหลือเค้าโครง ส่วนผมเองก็เสียวซ่านไม่ต่างกัน รูเนื้อขมิบตอดรัดลำควยอย่างรู้งาน ไม่นานหนอนน้อยของผมก็กระฉูดน้ำเหนียวออกมาเต็มหน้าท้องอย่างน่าอาย
ทำเอาทหารหนุ่มยกยิ้มอย่างพอใจ ในขณะที่เอวหนายังกระแทกเย็ดไม่เลิกลา จนเกิดเสียงเย็ดดัง ตับบบ ตับบบบ ตับบบบ พี่กิตก้มลงมาดูดปากผมอย่างดูดดื่ม แต่ระหว่างนั้นเอวแกร่งก็ทำหน้าที่กระแทกเย็ดเข้ามาไม่ขาดสาย พับบบ พับบบ พับบบ... ร่างผมแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงเคลื่อนไหว ได้แต่นอนมองหน้าหล่อเหล่า ของคนที่กำลังกระแทกเย็ดผมอย่างบ้าคลั่ง
ลำควยมุดเข้ามุดออกรูเนื้อจนคับแน่น ร่างบางโยกไหวไปตามแรงกระแทก โดยไม่มีท่าทีว่าจะจบลง ทหารหนุ่มยังคงเร่งกระแทกอัดรูเนื้อแรงยิ่งขึ้น หัวบานใหญ่แข็งขื่นทะลวงตั้งแต่ปากรู้ จนมุดเข้ามาชนเข้ากับต่อมเสียว ทำเอาผมถึงกับกระตุกเกร็งจนตัวงอ ขมิบรูตอดรัดลำควยจนคับแน่น ทำเอาพี่กิตเองถึงกับร้องคำรามออกมา
"เชี่ย...ตอดควยฉิบหาย" รางหนาเชื่อมสวาทติดแน่นไม่ยอมปล่อย พร้อมกับลมหายใจหนักหน่วงที่พ่นออกมา ลำตัวแกร็งเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจนมันวาว แต่แรงกระแทกก็ยังคงรัวแรงอย่างต่อเนื่อง ตับบบบ ตับบบบ ตับบบบ พี่กิตกระแทกเอวรัวไม่ยอมหยุด สนองตัณหาตามที่ได้วางแผนไว้อย่างเสพสม ทำเอาเด็กหนุ่มหน้ามลถึงกับร้องลั่นอย่างเสียวซ่าน
"ซื๊ด... อ้าาาาาา ไม่ไหวแล้วโว้ย...อ่าาาา..." ในที่สุดเสียงคำรามของพี่กิตก็ดังขึ้น ใบหน้าหล่อเข้มเงยขึ้นฟ้า ลำตัวเกร็งจนเห็นเส้นเลือด ลำควยหัวบานดุ้นใหญ่เสียบเข้าไปจนสุดโคน ก่อนจะกระฉูดน้ำควยเหนียวข้น แตกทะลักเข้าจนเต็มรู "ซื๊ดดดด อ่า... แตกแล้ว อ่า...อืม..." ร่างหนากระตุกเกร็งตามจังหวะ และแล้วในที่สุดไฟสวาทก็จบลง เหลือเพียงเสียงหายใจแผ่วเบา
พี่กิตทรุดตัวทับร่างผม หายใจถี่แรงจนกระเพื่อมไปทั้งตัว "ชอบไหม" เสียงกระซิบดังที่ข้างหู ใบหน้าแดงกล่ำถึงกับรีบหลบสายตา เสร็จแล้วพี่กิตก็ดันตัวขึ้น ก่อนจะถอนลำควยแท่งใหญ่ออกจากรูเนื้อ ในเมื่อไม่มีอะไรค้างคาอยู่ภายใน น้ำควยมหาศาล ก็พุ่งทะลักออกมาจนเล๊อะเต็มผ้าปูที่นอน พี่กิตก้มมอง พร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะล้มตัวลงนอน กอดผมไว้ในอ้อมกอดจนตลอดทั้งคืน
แค่นี้ก่อนนะครับ 5555 มันไม่ใช่แค่นี้ละสิ เพราะมันยาวเกินไปแล้ว... ขอโทษที่บรรยายเดินเรื่องลากยาวเกินไป ไว้ ep. ต่อไปบอลจะลดการบรรยายลงอีกนะครับ เพื่อไม่ให้น่าเบื่อเกินไป
อีกด้าน ครูรินก็กำลังโดน ผอ.กรวิชญ์ ตอกอย่างดุเดือดเช่นกัน สนุกมากเลยครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ ขอบคุนครับ สนุกมากครับรอตอนต่ อไป ชอบคับ เสวมากครับ {:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} สนุกมากกกกก ร้อนแรงมากกกกกกก สมการรอคอย รอตอนต่อไป รอต่อค้าบบบ บทบรรยาย ดีขึ้นเรื่อยๆเลยครับ
ขอบคุณครับ รอลุ้นตอนต่อไปครับ ขอบคุณครับ ข อ บ คุ ณ ค รั บ ขอบคุณมากครับ ดีมากก ขอขอบคุณ สนุกก ขอบคุณมากๆเลยครับ natpong_nat ตอบกลับเมื่อ 2026-2-7 22:20
สนุกมากกกกก ร้อนแรงมากกกกกกก
ว้าว...ดีใจจังพี่นักเขียนคนเก่งมาตอบเม้นต์บอลด้วย