มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 16 : ทำทานเสริมบารมี
เช้าวันรุ่งขึ้นหน้าที่การงานในฐานะแม่พิมพ์ของชาตินั้นรอไม่ได้ โอมจัดแจงสวมชุดข้าราชการครูสีกากีที่วันนี้ดูจะเข้ารูปเน้นส่วนสัดทรวงอกมหาศาลที่ได้รับการระบายน้ำนมทิพย์จากพนาฤทธิ์จนนุ่มนวลสบายตัวขึ้นมาก
"พี่เข้ม วันนี้โอมรบกวนพี่ไปส่งโอมที่โรงเรียนหน่อยนะ โอมไม่อยากขับรถไปเองคนเดียวช่วงที่พี่ธนูไม่อยู่" โอมเอ่ยขณะก้าวลงจากเรือน
"ด้วยความเต็มใจเลยครับคุณหนู ผมเตรียมรถไว้รอแล้วครับ" เข้มตอบด้วยสีหน้าขรึมเข้ม บ่งบอกถึงความระแวดระวังที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
เข้มทำหน้าที่สารถีขับรถกระบะคู่ใจมุ่งหน้าสู่โรงเรียนวัดหนองดาวเหนือ สายตาของเขาคอยสอดส่องกระจกมองหลังและสองข้างทางอยู่ตลอดเวลา ในมือข้างหนึ่งที่วางอยู่บนพวงมาลัยนั้นมีรอยสักยันต์ที่พ่อครูธนูเคยลงไว้ให้แฝงเร้นด้วยพลังอำนาจจากการดื่มน้ำนมทิพย์
เมื่อถึงหน้าประตูโรงเรียน เข้มลงจากรถมาเปิดประตูให้โอมด้วยความเคารพ ท่ามกลางสายตาของนักเรียนและครูเวรหน้าประตูที่มองมาด้วยความสงสัยในความล่ำสันและท่าทางดุดันของหัวหน้าคนงานหนุ่ม
"เย็นนี้ผมจะมารอรับที่หน้าอาคารเรียนเลยนะครับคุณหนูโอม อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นอันขาดนะครับ" เข้มกำชับเสียงหนักแน่น
"ครับพี่เข้ม ขอบใจมากนะครับ" โอมยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าสู่รั้วโรงเรียนด้วยความมั่นใจขึ้นเพราะมีคนคุ้มครอง
ขณะที่โอมเดินผ่านอาคารเรียนไปเพื่อเตรียมตัวเข้าแถวเคารพธงชาติ เขาสังเกตเห็น ครูแมน ที่ยืนคุมแถวนักเรียนอยู่ไกลๆ ครูแมนพยักหน้าให้โอมเล็กน้อยเป็นการทักทายในตอนเช้า
บรรยากาศในเช้าวันนี้ที่โรงเรียนวัดหนองดาวเหนือเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อยจากกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เสียงเพลงและเสียงประกาศจากลำโพงดังก้องไปทั่วโดมของโรงเรียน ทำให้โอมซึ่งไม่มีคาบสอนในชั่วโมงเช้าปลีกตัวมานั่งพักอยู่ในห้องพักครูภาษาอังกฤษเพียงลำพัง
ห้องภาษาที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำช่วยให้โอมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง แต่ทว่าร่างกายของโอมกลับเริ่มส่งสัญญาณประท้วงอีกครั้ง ความรู้สึกตึงหน่วงเริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณปทุมถันมหาศาลภายใต้ชุดสีกากีที่รัดแน่น แม้เมื่อเช้าตรู่ก่อนออกมาโรงเรียน พี่เข้ม และ น้องเขต จะช่วยกันดูดดื่มน้ำนมไปคนละเต้าจนเกลี้ยงประดุจได้ระบายเขื่อนไปแล้วรอบหนึ่งก็ตาม
"อือ... เริ่มอีกแล้วหรือนี่" โอมพึมพำพลางใช้ฝ่ามือเรียวประคองหน้าอกหน้าใจที่เริ่มขยายตัวขึ้นมาอีกครั้ง
โอมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็น ครูแมน ในชุดพละกำลังยืนเป่านกหวีดจัดแถวนักเรียนอยู่กลางแดดจ้าด้วยท่าทางขยันขันแข็ง ดูท่าว่าเช้านี้ครูหนุ่มรุ่นพี่คงจะปลีกตัวมาช่วยเขาไม่ได้แน่ ๆ เพราะภาระหน้าที่คุมนักเรียนทำกิจกรรมสำคัญอย่างนี้
ความคัดตึงครั้งนี้แม้จะไม่รุนแรงเท่าตอนค่ำ แต่ก็มากพอที่จะทำให้โอมรู้สึกอึดอัด ยอดอกที่เสียดสีกับเนื้อผ้าเริ่มชูชันขึ้นมาจนนูนเด่นออกมานอกเสื้อครู โอมพยายามนั่งนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมพลังกษีราเทวาไม่ให้พุ่งพล่านจนเกินไป
ทว่าในขณะที่โอมกำลังนั่งหลับตาสะกดอาการอยู่นั้นเอง... เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาเดินตรงมายังห้องพักครูภาษาอังกฤษ แต่เสียงฝีเท้านั้นดูสม่ำเสมอและมีจังหวะที่หนักแน่นผิดจากฝีเท้าของนักเรียนหรือคุณครูผู้หญิงคนอื่นๆ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ลูกบิดจะถูกหมุนออก โอมรีบดึงผ้าคลุมไหล่มาปิดบังหน้าอกไว้ทันที เมื่อบานประตูเปิดกว้างขึ้น "เด็กหญิงพิมลภัส" หรือ "น้องพิม" นักเรียนหญิงของห้อง ป.6/2 ที่โอมดูแลอยู่นั่นเอง
พิมลภัสยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเศร้าหมอง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอประนมมือไหว้โอมด้วยท่าทางอ่อนน้อม
"คุณครูโอมค่ะ... พิมขอกราบอนุญาตลากลับบ้านได้ไหมคะ" เสียงเล็กๆ สั่นเครือ "เมื่อกี้เพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าพ่ออาการทรมานหนัก พ่อพิมป่วยเป็นลมที่ทำงานแล้วค่ะพิมเป็นห่วงพ่อ พิมอยากกลับไปดูใจพ่อค่ะ"
โอมเห็นท่าทางน่าสงสารของลูกศิษย์ ความรู้สึกเจ็บคัดที่ทรวงอกเมื่อครู่ดูจะทุเลาลงไปชั่วขณะด้วยความเห็นอกเห็นใจ เขาขยับผ้าคลุมไหล่ให้มิดชิดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาพิมลภัสแล้วลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อปลอบขวัญ
"โถ่... พิม ไม่ต้องร้องนะลูก ไปเถอะจ๊ะ เดี๋ยวครูจะลงชื่อลาและแจ้งฝ่ายปกครองให้เอง" โอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พิมกลับยังไงลูก ให้ครูยืมรถมอเตอร์ไซด์ของโรงเรียนไปส่งไหม?"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณครู น้าข้างบ้านขี่มอเตอร์ไซค์มารอรับพิมที่หน้าโรงเรียนแล้วค่ะ ขอบพระคุณคุณครูมากนะคะ" พิมลภัสไหว้ลาอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องพักครูด้วยความเร่งรีบ
โอมยืนมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของลูกศิษย์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ เขาคิดจะเสนอขอทุนเรียนฟรีให้กับพิมลภัส พ่อของพิมลภัสจะได้ไม่ได้ทำงานหนักอีก แต่ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอยู่นั้น อาการคัดตึงที่ทรวงอกมหาศาลก็กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าพลังกษีราเทวาในตัวเขากำลังตอบสนองต่อ "ความทุกข์" ของคนรอบข้าง
แม้จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่หัวใจความเป็นครูของ โอม นั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด เมื่อเห็นลูกศิษย์กำลังลำบากและร้อนใจ โอมจึงตัดสินใจว่าจะไปส่งพิมลภัสด้วยตัวเอง เขาไม่ต้องการให้เด็กหญิงต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์น้าข้างบ้านที่มีท่าทางรีบร้อนเกินไปในแดดจัดแบบนี้
"พิม... เดี๋ยวครูยืมรถมอเตอร์ไซด์ไปส่งเองหนูเองนะ พิม น้าเขาจะได้ไม่ต้องวนรถเข้ามารับ ครูเป็นห่วงเราด้วย" โอมเอ่ยพลางไปห้องธุรการ เพื่อขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ของโรงเรียน โอมรีบคว้ากุญแจรถที่ห้องธุรการ
โอมรีบก้าวเดินออกจากห้องธุรการ แม้ทุกย่างก้าวจะทำให้ปทุมถันมหาศาลภายใต้ชุดสีกากีสั่นไหวจนเกิดความเจ็บคัด แต่เขาพยายามข่มความทรมานไว้ในใจ น้ำนมทิพย์เทเริ่มซึมออกมามากขึ้นราวกับกำลังตอบรับความตั้งใจดีที่โอมจะไปโปรดผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก
โอมขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือโดยมีพิมลภัสคอยบอกทาง บ้านของพิมลภัสตั้งอยู่ชายป่าห่างจากโรงเรียนไปไม่ไกลนัก ตลอดทางพิมลภัสเล่าว่าพ่อของเธอทำงานรับจ้างแบกข้าวสารและตัดอ้อยหนักมากจนพักผ่อนไม่เพียงพอ
เมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านไม้หลังเล็ก โอมรีบก้าวลงจากรถทันที กลิ่นหอมของน้ำนมทิพย์จากกายโอมฟุ้งกระจายไปตามลม จนพิมลภัสที่เดินนำหน้าถึงกับรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
"พ่อคะ! คุณครูโอมมาเยี่ยมค่ะ"
โอมเดินเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัด เห็นชายนัยน์ตาคล้ำร่างกายซูบผอมนอนซมอยู่บนฟูกเก่าๆ ทันที โอมรู้ดีว่าพลังในตัวเขาสามารถช่วยเยียวยาความอ่อนล้าได้ แต่เขาต้องหาจังหวะและวิธีการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
โอมตัดสินใจเลยให้เงินกับเด็กหญิงพิมลภัส 1,000 บาท ไปยากินให้พ่อของเด็กนักเรียนเอง เมื่อพิมลภัสรับเงินและรีบปั่นจักรยานออกไปซื้อยาที่ปากซอยจนลับตา โอมก็รีบปิดประตูบ้านไม้หลังเล็กทันทีเพื่อความมิดชิด บัดนี้ในบ้านเหลือเพียงเขากับชายผู้เป็นพ่อของลูกศิษย์ที่นอนหมดสติอยู่บนฟูกด้วยความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำงานหนัก
โอมทรุดกายลงนั่งข้างๆ ร่างที่ซูบผอมนั้น อาการคัดตึงที่ทรวงอกมหาศาลทวีความรุนแรงจนโอมหอบหายใจถี่ เขาพึมพำแผ่วเบา "ขอให้พลังน้ำนมทิพย์เทวานี้ ช่วยต่อชีวิตให้พี่ด้วยเถอะ..."
มือเรียวรีบปลดกระดุมเสื้อสีกากีออกอย่างเร่งรัด ทันทีที่สาบเสื้อแยกจากกัน ปทุมถันสีขาวโพลนขนาดมหึมาก็ดีดตัวออกมาส่ายไหวรุนแรงจนเกือบกระแทกเข้ากับใบหน้าของชายที่นอนอยู่ ยอดอกสีชมพูเข้มชูชันแข็งเป็นไต และมีน้ำนมทิพย์สีขาวทองข้นคลักพุ่งกระจายออกมาเป็นสายเล็กๆ ทันทีที่ไร้สิ่งพันธนาการ
โอมประคองศีรษะของพ่อพิมลภัสขึ้นมาพาดบนตักนุ่ม ก่อนจะโน้มปทุมถันข้างหนึ่งที่หนักอึ้งและร้อนผ่าว กดปลายยอดอกที่กำลังพุ่งพรายน้ำนมทิพย์ลงไปที่ริมฝีปากที่แห้งผากของชายหนุ่มใหญ่
"อึก... จ๊วบ..."
แม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่มีสติ แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดเมื่อได้รับสัมผัสจากพลังวิสุทธิ์ทำให้พ่อของพิมลภัสเริ่มตอบสนอง ริมฝีปากของเขาอ้าออกและงับยอดอกของโอมเข้าไปลึกถึงฐาน แล้วเริ่มดูดดื่มอย่างหิวกระหายราวกกับทารกที่หิวนม
"อึก... อึก... อึก..."
โอมสะดุ้งสุดตัวพลางเชิดหน้าขึ้น กัดริมฝีปากแน่นด้วยความรัญจวนใจที่ปนไปกับความโล่งอกที่ได้ระบายน้ำนมที่คัดแน่น พลังกษีราเทวาหลั่งไหลจากทรวงอกของโอมเข้าสู่ร่างที่อ่อนแอของชายหนุ่มใหญ่อย่างรวดเร็ว แสงสีทองจางๆ เริ่มซึมซาบเข้าสู่ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำให้กลับมามีเลือดฝาด
"อื้อออ... ค่อยๆ ดูดนะจ๊ะพี่... พลังของโอมจะช่วยพี่เอง" โอมลูบหัวชายที่กำลังดูดดื่มนมจากอกเขาอย่างหนักหน่วงด้วยความเมตตา
น้ำนมทิพย์แต่ละอึกที่ชายคนนั้นกลืนลงไปเปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ มันเข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดและเพิ่มกำลังวังชาให้กลับคืนมาอย่างอัศจรรย์ โอมรู้สึกได้ว่าทรวงอกข้างที่ถูกดูดนั้นเริ่มเบาสบายตัวขึ้น
เสียงดูดดึงน้ำนมดังประสานกับเสียงหอบหายใจของโอมภายในบ้านไม้ที่เงียบสงัด พ่อของพิมลภัสแม้จะยังไม่ลืมตา แต่สัญชาตญาณความหิวโหยจากการอดมื้อกินมื้อมาหลายวันบวกกับความล้าจากการทำงานหนัก ทำให้เขาดูดกลืนน้ำนมทิพย์จากอกโอมอย่างบ้าคลั่ง สองมือที่หยาบกร้านตามประสาคนใช้แรงงานขยับขึ้นมากุมประคองเต้าเนื้อคู่โตของโอมไว้แน่นราวกับกลัวว่าแหล่งพลังงานนี้จะหลุดลอยไป
"อึก... อึก... อึก... จ๊วบ..."
โอมเชิดหน้าขึ้น กายสั่นสะท้านไปตามแรงดูดที่รุนแรงและสม่ำเสมอ เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจ แต่กลับรู้สึกปีติที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ น้ำนมทิพย์สีทองค่อยๆ ไหลผ่านลำคอของชายหนุ่มใหญ่ไปชำระล้างความเหนื่อยล้า พละกำลังเทพที่แฝงอยู่ในน้ำนมช่วยกระตุ้นหัวใจที่เต้นอ่อนแรงให้กลับมาเต้นเป็นจังหวะที่หนักแน่นอีกครั้ง
เมื่อเต้าข้างแรกเริ่มยุบตัวลง โอมจึงประคองทรวงอกอีกข้างที่ยังคัดแน่นส่งเข้าสู่ริมฝีปากที่แห้งผากของชายคนนั้นทันที พ่อของพิมลภัสรับช่วงต่ออย่างรู้งาน ดูดรัดยอดอกของครูหนุ่มจนน้ำนมที่กักเก็บไว้พุ่งทะลักเข้าสู่ลำคออึกใหญ่
"อื้อออ... กินให้เยอะนะจ๊ะพี่ พลังน้ำนมทิพย์เทวาจะช่วยให้พี่กลับมาแข็งแรง" โอมกระซิบแผ่วพลางลูบศีรษะของชายหนุ่มใหญ่อย่างเมตตา
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ จนกระทั่งปทุมถันมหาศาลที่เคยตึงแน่นจนเจ็บปวดบัดนี้กลับมานุ่มนิ่มสบายตัว น้ำนมที่เคยล้นปรี่ถูกชายตรงหน้าดูดกินไปจนเกลี้ยงเต้า โอมเห็นว่าผิวพรรณของเขาเริ่มมีเลือดฝาดและลมหายใจสม่ำเสมอดีแล้ว จึงค่อยๆ ดึงยอดอกออกมาและจัดแจงสวมบราเซียพร้อมติดกระดุมเสื้อสีกากีให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
โอมจัดท่าทางให้พ่อของพิมลภัสนอนในท่าที่สบายที่สุด และหาผ้ามาซับคราบน้ำนมที่มุมปากของเขาออกจนเกลี้ยงเกลา ไม่ทันไร เสียงล้อจักรยานก็ดังแว่วเข้ามาที่หน้าบ้าน
"คุณครูโอมคะ! พิมได้ยามาแล้วค่ะ!"
พิมลภัสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน เห็นโอมนั่งพัดให้พ่อของเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูเปล่งปลั่งกว่าปกติ ส่วนพ่อของเธอก็ดูเหมือนคนนอนหลับปุ๋ย ไม่ใช่คนหมดสติที่ดูซูบซีดเหมือนเมื่อครู่
"พิม... พ่อเขาน่าจะดีขึ้นแล้วนะลูก ครูเช็ดตัวให้นิดหน่อยแล้วเขาก็ดูหลับสบายขึ้น พิมเอายาที่ซื้อมาเตรียมไว้เถอะ พอพ่อตื่นมาค่อยให้เขากินนะจ๊ะ" โอมบอกพร้อมกับลูบหัวลูกศิษย์
เมื่อพ่อของพิมลภัสลืมตาตื่นขึ้นมา เขารู้สึกได้ถึงความกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลังกษีราเทวาที่ได้รับไปทำให้ร่างกายที่เคยอ่อนล้ากลับมามีกำลังวังชา เขารีบลุกขึ้นนั่งและพยายามจะก้มกราบแทบเท้าของโอมด้วยความซาบซึ้งใจ
"คุณครู... ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไง ผมรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่เลยครับ" เขาเอ่ยด้วยเสียงที่กังวานและแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ในใจจะยังงุนงงว่าทำไมในคอถึงยังมีรสชาติหวานหอมละมุนติดอยู่ที่ปลายลิ้นก็ตาม
โอมยิ้มรับด้วยความอ่อนโยนพลางประคองร่างของชายหนุ่มใหญ่ไว้ "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพี่ พักผ่อนให้มากนะ ร่างกายพี่ต้องการการฟื้นฟู"
โอมหยิบเงินจำนวน 5,000 บาท ออกจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือของพ่อพิมลภัส "เงินนี่เอาไว้ใช้จ่ายในบ้านนะจ๊ะพี่ ซื้อของบำรุงร่างกายซะ อย่าเพิ่งรีบหักโหมไปทำงานหนักล่ะ"
"คุณครูครับ มันมากเกินไป..." พ่อพิมลภัสพยายามปฏิเสธ แต่โอมส่ายหน้ายืนยัน
"รับไว้เถอะครับ เพื่อน้องพิม... และเรื่องของพิมไม่ต้องห่วงนะ ครูจะดำเนินเรื่องขอ ทุนเรียนฟรีของตำบล ให้พิมเอง พิมเป็นเด็กดีและกตัญญู ครูจะส่งเสียให้แกเรียนจนจบให้ได้จ้ะ"
พิมลภัสที่ยืนฟังอยู่ถึงกับโผเข้ากอดพ่อแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ สองพ่อลูกก้มกราบขอบคุณครูหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา โอมมองภาพนั้นด้วยความอิ่มใจ เขารู้สึกว่าการเป็นผู้ให้ของเขานั้นช่างมีค่าเหลือเกินเมื่อได้ใช้พลังนี้เยียวยาชีวิตผู้คน
"ขอบพระคุณคุณครูมากนะคะ พิมเห็นหน้าพ่อมีสีเลือดขึ้นแบบนี้ พิมก็เบาใจค่ะ" เด็กหญิงไหว้ขอบคุณด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง โดยไม่รู้เลยว่าภายในร่างกายของพ่อเธอตอนนี้ เต็มไปด้วยพลังงานวิสุทธิ์ที่เหนือกว่ายาทั้งปวงในโลกมนุษย์
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ชอบค้าบ ขอบคุณมากครับ ชอบๆๆ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เธอคือแม่พระแห่งนม ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ แม่พระโปรดทุกคน ขอบคุณมากครับ
หน้า:
[1]