Nutwoman โพสต์ เมื่อวานซืน 22:41

BDSM เมื่อผมกลายเป็นพนักงานของ PLATFORM 88 EP3

บทที่ 1.2: The Grand Tour & The Indoctrination (การทัวร์ครั้งใหญ่และลัทธิล้างสมอง)Author: NUTDate: 2 กุมภาพันธ์ 20xxTime: 20:00 น. (คืนแรกของการมาถึง)Location: โซนที่พักอาศัยระดับบริหาร และ โถงทางเดินหลัก Platform 88เสียงส้อมโลหะเงินแท้กระทบกับจานกระเบื้องเคลือบดัง กริ๊ก... เบาๆ ในความเงียบสงัดณัฐวุฒิ อยู่สบาย นั่งอยู่เพียงลำพังที่โต๊ะทานอาหารในห้องพักสุดหรู หมายเลข 88-R04 บนจานตรงหน้าคือเมนูง่ายๆ ที่เขาปรุงขึ้นเองจากวัตถุดิบในตู้เย็นที่แฟรงค์ทิ้งไว้ให้... "สปาเก็ตตี้ซอสคาเวียร์เย็น"เส้น Angel Hair ลวกแบบ Al Dente กรุบกริบ คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกทรัฟเฟิล และโปะด้วยไข่ปลาคาเวียร์สีดำสนิทเม็ดกลมเกลี้ยง รสชาติเค็มปร่าของไข่ปลาแตกกระจายในปากผสมกับความมันของเส้นแป้ง... สำหรับคนอื่น มันอาจจะเป็นแค่มื้อค่ำหรูหรา แต่สำหรับณัฐวุฒิ มันคือการศึกษา "Texture" (ผิวสัมผัส)"กลม... ลื่น... และเปราะบาง" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางใช้นิ้วเขี่ยไข่ปลาเม็ดหนึ่งเล่น "ถ้าท่อปัสสาวะของมนุษย์มีความยืดหยุ่นและลื่นไหลได้เหมือนเส้นพวกนี้... เราคงยัดอะไรเข้าไปได้เยอะกว่านี้"เขาวางส้อมลง ความอิ่มไม่ได้ช่วยให้ความอยากรู้อยากเห็นลดลงเลยณัฐวุฒิเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองเงาสะท้อนของตัวเองในชุดลำลองเสื้อคอเต่าสีดำและกางเกงสแล็คเข้ารูป เขาหยิบ "บัตรประจำตัว" (Keycard) สีดำขลิบทองที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาดู
NAME: Natthawut YusabaiID: 88-SPEC-004POSITION: Junior R&D Specialist (Urethra Division)ACCESS: Level A (By Authority of F. Miller)

"Level A..." ณัฐวุฒิยิ้มมุมปาก แฟรงค์ไม่ได้แค่โม้ เรื่องอำนาจ 1.3% ของเขาดูจะเป็นเรื่องจริงเขาหนีบป้ายชื่อติดที่อกเสื้ออย่างประณีต จัดให้ตรงเป๊ะไม่เอียงแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แฟรงค์ไม่ได้สั่งห้ามเขาออกไปไหน และสัญชาตญาณของศิลปินบอกเขาว่า... เขาต้องออกไปดู "แกลเลอรี" ของที่นี่ด้วยตาตัวเอง: THE VERTICAL CITY (นครลอยฟ้ากลางสมุทร)ทันทีที่ณัฐวุฒิก้าวออกจากห้องพักและเดินผ่านโถงทางเดินส่วนตัวมายังพื้นที่ส่วนกลาง ความคิดที่ว่าที่นี่คือ "แท่นขุดเจาะน้ำมัน" ก็มลายหายไปจากสมองทันทีภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เขาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะมันไม่ใช่คุก... และมันไม่ใช่โรงงานแต่มันคือ "Mega-Structure" (สิ่งปลูกสร้างขนาดยักษ์) ที่มีความซับซ้อนและหรูหราอลังการ ราวกับยกเอาล็อบบี้โรงแรม 7 ดาวในดูไบ หรือตึก Burj Khalifa มาตั้งไว้กลางทะเลจีนใต้โถงกลาง (Atrium) สูงตระหง่านกินพื้นที่ทะลุขึ้นไปกว่า 10 ชั้น เพดานด้านบนเป็นโดมกระจกใสมองเห็นดวงดาวและท้องฟ้ายามค่ำคืน ตรงกลางโถงมี "น้ำตกจำลอง" ที่ไหลลงมาจากความสูง 50 เมตร แต่สิ่งที่ไหลลงมาไม่ใช่น้ำธรรมดา มันคือของเหลวเรืองแสงสีฟ้าอ่อนที่ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับและสงบเยือกเย็นทางเดินแต่ละชั้นเชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่ทำจากกระจกนิรภัยและราวบันไดทองคำ ลิฟต์แก้วทรงแคปซูลนับสิบตัววิ่งขึ้นลงเหมือนกระสวยอวกาศ พาพนักงานและแขก VIP ไปยังชั้นต่างๆ"พระเจ้า..." ณัฐวุฒิพึมพำ สายตากวาดมองไปรอบๆผนังของโถงทางเดินไม่ได้ทาสีธรรมดา แต่มันถูกบุด้วยวัสดุที่ดูคล้าย "หนัง" สีครีม... เมื่อเขาลองเดินเข้าไปใกล้และใช้มือลูบดู เขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มและรูขุมขนที่ละเอียดอ่อน...มันไม่ใช่หนังวัวมันนุ่มเกินไป... เนียนเกินไป..."หนังวาฬ? หรือว่า..." ความคิดวิปริตแวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไป ก่อนจะเดินต่อกลิ่นของที่นี่ช่างน่าประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นน้ำมันเครื่อง แต่เป็นกลิ่นหอมเย็นๆ ของ "ดอกลิลลี่ผสมโอโซน" ที่ถูกปล่อยออกมาจากระบบปรับอากาศส่วนกลาง เพื่อกลบกลิ่นคาวเลือดที่อาจจะเล็ดลอดออกมาจากโซนปฏิบัติการชั้นล่างณัฐวุฒิเดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดินชั้น Executive เขาเห็นร้านค้าแบรนด์เนมตั้งอยู่เรียงราย... ใช่ ร้านค้าจริงๆ มีทั้งร้านตัดสูท Bespoke, ร้านขายซิการ์นำเข้าจากคิวบา, และร้านจิวเวลรี่ที่มีสร้อยคอเพชรโชว์อยู่หน้าร้านใครจะมาซื้อของพวกนี้กลางทะเล? เขาคิดคำตอบน่าจะคือเหล่า "ลูกค้า VIP" ที่บินมาเสพสุขที่นี่ และต้องการช้อปปิ้งเพื่อผ่อนคลายหลังจากดูโชว์การทรมานจบในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับการดูสถาปัตยกรรมที่บิดเบี้ยวแต่สวยงาม สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับ "ประติมากรรม" ชิ้นหนึ่งที่ตั้งอยู่หน้าลิฟต์โซนทิศเหนือมันคือรูปปั้นโลหะสีทองแดง รูปทรงคล้าย "เกลียวคลื่น" ที่กำลังม้วนตัว แต่เมื่อมองดีๆ เกลียวคลื่นนั้นถูกสร้างขึ้นจากรูปทรงของมนุษย์นับร้อยคนที่บิดเบี้ยว เกี่ยวรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยความเจ็บปวดและสุขสมณัฐวุฒิเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูรายละเอียดของพื้นผิว (Texture) เขาถอยหลังออกมาเล็กน้อยเพื่อหามุมมองที่ดีที่สุด โดยไม่ทันระวังว่ามีใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวออกมาจากมุมตึกด้วยความเร็วพลั่ก!แรงปะทะนั้นไม่แรงมาก แต่มันทำให้แฟ้มเอกสารในมือของอีกฝ่ายร่วงกระจายลงพื้น และเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระแทกพื้นจังหวะสะดุดดัง กึก!"โอ๊ะ! ขอโทษครับ!" ณัฐวุฒิรีบหันไปพร้อมจะก้มลงเก็บของแต่กลิ่นที่ปะทะจมูกเขาเป็นอย่างแรกไม่ใช่กลิ่นลิลลี่ของตึก... แต่มันคือกลิ่นน้ำหอม Chanel No.5 ที่เข้มข้น ผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพง"ตาบอดหรือไงยะ!?" เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้น แฝงไปด้วยอำนาจและความหงุดหงิดขั้นสุดณัฐวุฒิเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีหญิงสาวร่างสูงระหงในชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิง (Haute Couture) ที่ตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นช่วงไหล่ที่กว้างเล็กน้อยแต่ผิวเนียนละเอียด ใบหน้าของเธอสวยเฉี่ยว แต่งหน้าจัดเต็มด้วยโทนสีดุขรึม ผมลอนสีบลอนด์ทองจัดทรงมาอย่างดีไม่มีที่ติ... และสายตาที่มองเขาอยู่ตอนนี้ เหมือนราชินีกำลังมองแมลงสาบมอลลี่ เกรซ (Molly Grace) ยืนเท้าเอว จ้องมองณัฐวุฒิด้วยสายตาที่พร้อมจะสั่งประหารชีวิต"เธอรู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่?" มอลลี่ตวาดเสียงเย็น "ถ้าไวน์ในแก้วฉันหกใส่ชุดนี้... ฉันจะสั่งให้ รปภ. ถลกหนังเธอมาเย็บซ่อมชุดฉันเดี๋ยวนี้!"ณัฐวุฒิชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำนาจที่แผ่ออกมา แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็ว"ขออภัยอย่างสูงครับคุณผู้หญิง... ผมมัวแต่สนใจประติมากรรมชิ้นนั้น" เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่กระจายอยู่มอลลี่มองเด็กหนุ่มตรงหน้า... ผิวพรรณดี หน้าตาดูมีการศึกษา ไม่เหมือนพนักงานระดับล่าง หรือพวก รปภ. สมองกลวงสายตาของเธอเลื่อนลงมาที่หน้าอกเสื้อของเขา... และหยุดอยู่ที่บัตรประจำตัวสีดำขลิบทอง
Junior R&D Specialist... Access Level A (F. Miller)
ดวงตาที่เกรี้ยวกราดของมอลลี่เปลี่ยนไปทันที เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มหยันๆ"อ้อ..." เธอลากเสียงยาว "Level A... ของตาแก่แฟรงค์สินะ"ณัฐวุฒิยื่นแฟ้มคืนให้เธอ "ครับ... ผมณัฐวุฒิครับ เพิ่งมาถึงวันนี้"มอลลี่กระชากแฟ้มกลับไปถือไว้ แล้วสะบัดผม "มิน่าล่ะ ถึงเดินท่อน่องไม่ดูตาม้าตาเรือ... ฉันชื่อ มอลลี่ หัวหน้าฝ่ายการตลาด... หรือพูดง่ายๆ คือคนที่หาเงินมาจ่ายเงินเดือนให้พวกศิลปินไส้แห้งอย่างเธอ"เธอกอดอก เดินวนรอบตัวณัฐวุฒิหนึ่งรอบ สายตาพิจารณาเขาราวกับสแกนสินค้า"ได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างนะ... 'The Baker' ใช่ไหม? เด็กปั้นคนใหม่ที่แฟรงค์โม้หนักหนาว่าจะมาปฏิวัติแผนก Urethra""แฟรงค์พูดเกินจริงไปหน่อยครับ ผมแค่...""หยุดถ่อมตัวย่ะ มันน่ารำคาญ" มอลลี่พูดแทรกขึ้นมา "ฟังนะพ่อหนุ่ม... ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเป็นเด็กเส้นของใคร หรือมีเทคนิคแพรวพราวแค่ไหน... แต่เธอรู้ไหมว่าตอนนี้แผนก Urethra ของเธอน่ะ มันกำลังจะเป็น 'ตัวถ่วง' ของบริษัท?"เธอจิ้มนิ้วชี้ที่มีเล็บเจลยาวแหลมมาที่อกของณัฐวุฒิ"ยอดวิวมันตกต่ำ! ลูกค้าเบื่อการแยงท่อแบบเดิมๆ เบื่อเลือดที่เลอะเทอะไม่มีศิลปะ... ฉันหวังว่า 'มันสมอง' ของเธอที่แฟรงค์การันตีนักหนา จะช่วยกู้หน้าแผนกนี้ได้นะ... ไม่งั้นฉันนี่แหละจะเป็นคนเสนอบอร์ดให้ยุบแผนกเธอทิ้ง แล้วเปลี่ยนห้องแล็บเธอเป็นห้องเก็บรองเท้าของฉัน!"ณัฐวุฒิยิ้มรับ ไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกท้าทาย"ผมรับรองครับคุณมอลลี่... คุณจะได้เห็นอะไรที่ 'สวยงาม' จนคุณต้องอยากถ่ายรูปมันลงปกนิตยสารแน่นอน"มอลลี่หรี่ตามองเขาอีกครั้ง คราวนี้แววตาดูอ่อนลงนิดหน่อย (นิดเดียวจริงๆ)"ปากเก่งใช้ได้... หึ! แล้วนี่จะไปไหน? เดินเตร็ดเตร่เป็นนักท่องเที่ยวเลยนะ""ผมแค่เดินดูรอบๆ ครับ... ศึกษาสถานที่""ยังไม่ได้ไป 'ปฐมนิเทศ' (Orientation) สินะ?" มอลลี่ถามเสียงสูง"เอ่อ... แฟรงค์บอกว่าผมไม่ต้องผ่านกระบวนการปกติครับ"มอลลี่กรอกตาเป็นเลขแปด (Rolling eyes) ถอนหายใจแรงๆ อย่างเบื่อหน่าย"โอ๊ย... พวก VIP... พวกเด็กเส้น... น่ารำคาญที่สุด!" เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันมามองณัฐวุฒิอีกครั้ง"ฟังนะยะ... ถึงแฟรงค์จะสปอยล์เธอจนเสียคน แต่ในฐานะที่ฉันต้องเอาผลงานเธอไปขาย... ฉันแนะนำว่าเธอควรจะไปโผล่หัวที่งานปฐมนิเทศสักหน่อย""ทำไมเหรอครับ?""เพราะที่นั่นไม่ได้มีแค่การแจกคู่มือพนักงานโง่ๆ..." มอลลี่ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นจริงจัง "แต่ที่นั่นจะทำให้เธอเข้าใจว่า 'รากเหง้า' ของที่นี่มันคืออะไร... ทำไมเราถึงทำสิ่งที่ทำอยู่ และทำไมโลกข้างนอกถึงทำอะไรเราไม่ได้... ถ้าเธอไม่เข้าใจ 'ปรัชญา' ขององค์กร เธอก็สร้างงานศิลปะที่ตอบโจทย์ลูกค้าไม่ได้หรอก"เธอชี้ไปทางทางเดินทิศใต้"ห้อง Auditorium 1... งานเริ่มมา 10 นาทีแล้ว แต่เธอมีบัตรเบ่งนี่ เดินเข้าไปเลย... ไปดูให้เห็นกับตา ว่าเงินเดือนเธอมันมาจากไหน"พูดจบ มอลลี่ก็สะบัดหน้า เดินส้นสูงกระแทกพื้นจากไป ทิ้งกลิ่นน้ำหอม Chanel No.5 ไว้จางๆณัฐวุฒิมองตามหลังเธอไป... ผู้หญิงคนนี้อันตราย แต่ก็ตรงไปตรงมา"รากเหง้า..." เขาพึมพำ "น่าสนใจ"เขาตัดสินใจเดินไปตามทิศที่เธอชี้: THE INDOCTRINATION (พิธีกรรมล้างสมอง)ณัฐวุฒิเดินมาถึงหน้าประตูบานใหญ่คู่ยักษ์ที่ทำจากไม้สักแกะสลัก ป้ายไฟด้านบนเขียนว่า "AUDITORIUM 1: WELCOME TO THE FAMILY"เจ้าหน้าที่หน้าประตูเห็นบัตร ID ของเขา ก็รีบโค้งคำนับและเปิดประตูให้ทันทีบรรยากาศภายในแตกต่างจากข้างนอกอย่างสิ้นเชิงมันคือโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ (Cinema Hall) ที่จุคนได้กว่า 500 คน เก้าอี้บุกำมะหยี่สีแดงสดเรียงรายเป็นขั้นบันได แสงไฟในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจากจอภาพขนาดยักษ์ด้านหน้าที่ส่องสว่างณัฐวุฒิเดินเข้าไปเงียบๆ และเลือกนั่งที่แถวหลังสุด เพื่อสังเกตการณ์ในห้องมีคนนั่งอยู่ประมาณ 50 คน... ส่วนใหญ่เป็นพนักงานใหม่ระดับปฏิบัติการ (Staff Level) ทั้งเจ้าหน้าที่ธุรการ, พยาบาล, ช่างเทคนิค, และ รปภ. ทุกคนดูตื่นเต้นและประหม่า บางคนนั่งตัวเกร็งเหมือนกลัวจะทำผิดกฎบนจอภาพ... วิดีโอกำลังฉายภาพสารคดีที่มีคุณภาพการถ่ายทำระดับ Hollywoodเสียงบรรยายของผู้ชายเสียงนุ่มทุ้ม (Narrator) ดังกระหึ่มผ่านระบบเสียง Dolby Surround(วิดีโอ)ภาพตัดสลับเร็วๆ ระหว่างสงคราม, ความยากจน, อาชญากรรมในเมืองใหญ่, และคุกที่แออัด
Narrator: "โลกภายนอก... เต็มไปด้วยความโกลาหล... มนุษย์ถูกพันธนาการด้วยกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ศีลธรรมจอมปลอมที่บอกว่าทุกคนเท่าเทียมกัน... แต่ความจริงนั้น ท่านรู้ดีอยู่แก่ใจ"
ภาพเปลี่ยนเป็นกราฟิกรูปปิรามิด และสิงโตที่กำลังล่าเหยื่อ
Narrator: "ธรรมชาติสร้างผู้ล่า และผู้ถูกล่า... ผู้แข็งแกร่ง และผู้อ่อนแอ... นั่นคือกฎข้อเดียวที่แท้จริง"
ฉากตัดมาที่ภาพเรือดำน้ำเยอรมันโบราณ (U-Boat) ที่กำลังฝ่าคลื่นลมในมหาสมุทร ภาพเปลี่ยนเป็นสีซีเปียดูขลัง
Narrator: "ปี 1945... ท่ามกลางเถ้าถ่านของสงครามโลก... วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิดขึ้น การเดินทางของ U-888 ไม่ใช่การหลบหนี แต่คือการรักษาเมล็ดพันธุ์แห่งความจริงไว้"
ณัฐวุฒิเลิกคิ้ว นาซี? เขาไม่เคยรู้ประวัตินี้มาก่อน แฟรงค์ไม่เคยเล่าภาพตัดกลับมาที่ปัจจุบัน... ภาพมุมสูง (Drone Shot) ของ Platform 88 ที่งดงามตระการตากลางทะเล ตัดสลับกับภาพห้องแล็บที่ทันสมัย และภาพกราฟิก DNA ที่หมุนวน
Narrator: "ที่ Platform 88... เราไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย... แต่เราคือ 'นักบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์' (Human Resource Management) ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก"
"ขยะของสังคม... อาชญากร... ผู้ล้มเหลว..." (ภาพฉายหน้านักโทษที่ดูดุร้าย แล้วเปลี่ยนเป็นภาพพวกเขาที่ถูกจับโกนหัว ใส่ชุดขาว สะอาดสะอ้าน)"เรานำพวกเขามาชำระล้าง... ให้โอกาสพวกเขาได้ชดใช้บาปด้วยร่างกาย... เปลี่ยนเลือดเนื้อที่ไร้ค่า ให้กลายเป็นยารักษาโรค... เป็นความสุข... และเป็นพลังงานให้กับโลกใบใหม่"
ดนตรีประกอบเริ่มไต่ระดับความยิ่งใหญ่ (Crescendo) เป็นเพลงออเคสตร้าที่ปลุกใจ
Narrator: "คุณไม่ได้เป็นแค่พนักงาน... แต่คุณคือ 'ผู้คุมกฎแห่งธรรมชาติ'... คุณคือฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนอารยธรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของศีลธรรมเดิมๆ""ที่นี่... ความเจ็บปวดคือผลผลิต... ความสุขคือสินค้า... และพวกคุณ คือครอบครัว"
ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นเต็มจอ:PLATFORM 88: WASTE IS ONLY A RESOURCE OUT OF PLACE(ขยะ คือทรัพยากรที่วางผิดที่) ไฟในห้องค่อยๆ สว่างขึ้นเสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราวจากพนักงานใหม่ทุกคน บางคนถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปลาบปลื้มที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ดู "ยิ่งใหญ่" ขนาดนี้ พวกเขาถูกล้างสมองด้วยโปรดักชั่นที่สวยหรู จนลืมไปว่างานจริงๆ ของพวกเขาคือการทรมานคนแต่ณัฐวุฒิไม่ได้ปรบมือเขานั่งกอดอก พิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย"Rebranding..." เขาคิดในใจ "ฉลาดมาก... เปลี่ยนการค้ามนุษย์ให้กลายเป็นภารกิจรักษ์โลกงั้นเหรอ? มอลลี่... คุณนี่เก่งจริงๆ"ทันใดนั้น พิธีกรสาวสวย (ที่ดูเหมือนแอร์โฮสเตส) ก็เดินออกมาที่หน้าเวที"ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว 88 ค่ะทุกท่าน! ลำดับต่อไป เราจะพาท่านไปเยี่ยมชม 'สายการผลิต' ของจริง เพื่อให้เห็นภาพการทำงาน..."ณัฐวุฒิลุกขึ้นยืนเงียบๆ เขาเห็นสิ่งที่ต้องเห็นแล้วเขารู้แล้วว่า "รากเหง้า" ของที่นี่คืออะไรมันคือ "Ego" (อัตตา)Ego ที่เชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์ตัดสินว่าใครคือขยะ และใครคือพระเจ้าเขาเดินออกจากโรงหนัง สวนทางกับพนักงานใหม่ที่กำลังทยอยเดินตามพิธีกรไปดูงานณัฐวุฒิมุ่งหน้ากลับไปที่ลิฟต์เป้าหมายของเขาชัดเจนแล้ว... พรุ่งนี้ เขาจะไม่ใช่แค่พนักงาน R&Dแต่เขาจะเป็น "พระเจ้า" องค์ใหม่ ในแผนก Urethraและเหยื่อรายแรกที่จะได้สัมผัส "เมตตาธรรม" ของเขา... คือคุณหมอทอมสันเขาแตะบัตรที่ลิฟต์ กดชั้นห้องพักในหัวของเขามีแต่ภาพเส้นสปาเก็ตตี้... และภาพใบหน้าหยิ่งๆ ของมอลลี่"รอก่อนเถอะคุณมอลลี่... เดี๋ยวผมจะทำให้คุณรู้ว่า 'Organic Material' ของผม... มันแพงกว่าชุด Chanel ของคุณซะอีก"(จบบทที่ 1.2)

Kammy โพสต์ เมื่อวานซืน 23:10

ขอบคุณมากครับ

nuangnut1996 โพสต์ เมื่อวานซืน 23:58

สนุกมากครับ

secretman1 โพสต์ เมื่อวาน 02:46

ขอบคุณครับ

lekthai โพสต์ เมื่อวาน 06:36

ขอบคุณมากครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: BDSM เมื่อผมกลายเป็นพนักงานของ PLATFORM 88 EP3