ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 313|ตอบกลับ: 21

เล่ห์ภุชงค์ 1

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
274
ตอบกลับ
80
พลังน้ำใจ
10590
Zenny
42228
ออนไลน์
3862 ชั่วโมง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-1-27 20:06


Ruse Serpent  เล่ห์ภุชงค์


...ตามตำนานได้เล่าว่า ครั้งหนึ่งได้มีงูยักษ์ออกอาละวาดเหตุเพราะมีมนุษย์ผู้หนึ่งได้สังเวยชีวิตตนเองแลกกับคำครหาว่าตนนั้นได้เสพสังวาสกับสัตว์ดิรัจฉาน ด้วยความที่ยังคงยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีหากเป็นเช่นนี้ย่อมไม่สามารถสู้หน้าผู้ใดได้อีกจึงได้เอามีดบั่นคอตัวเองเสีย สีเลือดแดงฉานต่อหน้าผู้คนที่มามุงดูกันด้วยความสาแก่ใจ ภายใต้เสียงหัวเราะชอบใจไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องกึกก้องดังไปทั่วบริเวณ เมื่อพญาอสรพิษร้ายที่มีขนาดลำตัวสูงใหญ่แทบจรดฟ้ากำลังคืบคลานเข้ามาเพื่อหวังเอาชีวิตของทุกคน ที่พรากคนรักของมันไป...







หยาดน้ำค้างสีใสหล่นกระทบลงบนรูปปั้นหิน เพียงกระพริบตาชั่วครู่ก็ผ่านสภาพกาฬเวลามายาวนานกว่าสหัสวรรษ ดวงอาทิตย์อุทัยส่องแสงแรงกล้าลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง หากแต่ภาพในอดีตไม่เป็นที่น่าโจษจันนักได้เล่าถึงความน่าหวาดเกรงของพญาภุชคินทร์


พระราชโอรสองค์โตในพญาสาคเรศนาคราช เจ้าแห่งเมืองพิภพบาดาล ผู้มีนิสัยรักสันโดษ มิปรารถนาในอำนาจ เมื่อกาลนั้นได้แอบลักลอบเสด็จขึ้นไปเที่ยวเล่นยังเมืองมนุษย์ ปรากฎกายแฝงตัวเป็นคนเก็บของป่า แต่ยังคงนัยน์ตาเป็นสีเขียวเปล่งประกายเมื่อยามต้องแสงประภากร รูปร่างสูงใหญ่กำยำเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังวังชา และได้เรียกแทนพระนามเดิมของตนเองว่า “ภุชงค์” ซึ่งหมายความเป็นไนยะแฝง






ณ แคว้นภารตะ


ในยุคสมัยแรกเริ่มของมหาจักรพรรดิผู้ครองแคว้นภารตะ พระชายาผู้งดงามก็ได้มีประสูติกาลพระโอรสองค์แรก และให้มีพระนามว่า “เจ้าฟ้าชายธรณินทร์” โดยมีใจความสำคัญของพระนามว่า 'ดั่งผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน' และต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกันนางสนมผู้ต่ำศักดิ์ก็ได้ให้กำเนิดทารกแฝดที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน หากแต่เป็นพระโอรสกับพระธิดา เมื่อทรงทราบข่าวมหาจักรพรรดิก็รู้สึกพอพระทัยเป็นอย่างมาก ได้พระราชทานพระนามให้แก่บุตรทั้งสองว่า “หม่อมเจ้าวังหลวงทรรศิตา” และ “หม่อมเจ้าศรีปทุมธารา” โดยทรงตั้งพระประสงค์ว่าเด็กทั้งสองจะเติบโตมาเพื่อค้ำจุนราชบัลลังก์


โอรสน้อยผู้สูงศักดิ์ ครั้นเมื่อลืมตาดูโลก พระวรกายกลับอ่อนแอและประชวรอยู่บ่อยครั้ง ร่างเล็กผอมบางมิอาจเล่นซนได้เหมือนเด็กทั่วไป ต่างจากพระกนิษฐาฝาแฝดชายหญิงที่เกิดมาในเวลาไล่เลี่ยกัน จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงเก้าปี เด็กทั้งสามเติบโตขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของเหล่าขุนนาง ถึงผู้ที่มีเชื้อสายสืบทอดราชบัลลังก์ แม้โอรสองค์โตจะเป็นผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งโดยชอบธรรม


แต่กระนั้น ความเหมาะสมของโอรสองค์โตยังคงเป็นที่ถกเกียงในหมู่ขุนนาง ด้วยทรงถูกมองว่าอ่อนแอขี้โรค หนำซ้ำยังไม่เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิผู้เป็นบิดา จึงเตรียมจะผลักดันโอรสองค์รองที่เกิดจากสนมขึ้นเป็นกษัตริย์สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไปในกาลภายหน้า


หากแต่พระชายารู้ดังนั้น ก็ไม่พอพระทัยอย่างมาก นางรู้ดีว่าโอรสของตนแตกต่างจากเด็กคนอื่น แม้ร่างกายจะอ่อนแอและดูเหมือนไร้ความสามารถในสายตาของผู้คน แต่โอรสองค์โตยังคงมีฐานันดรศักดิ์ที่สูงส่งเหนือใคร ด้วยทรงเป็นพระโอรสของนาง ซึ่งเป็นธิดาแห่งแคว้นนฤคาม อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรือง มิต่างจากแคว้นภารตะ


ด้วยแคว้นนฤคามเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งและทรงอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นจึงเป็นรากฐานของความมั่นคงในราชบัลลังก์ ด้วยเหตุนี้ พระชายายิ่งมั่นพระทัยว่าโอรสของนาง ผู้ถือสายเลือดสูงศักดิ์จากทั้งสองแคว้น คือผู้เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดราชสมบัติ


พระชายาไม่อาจปล่อยให้ความคิดของเหล่าขุนนางเป็นจริงได้ นางจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลม ประจวบเหมาะกับในตอนนั้นมีโรคระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อย นางจึงได้อาศัยช่วงจังหวะนั้นรับเด็กทั้งสองมาอยู่ภายใต้การดูแล และกีดกันไม่ให้แม่ลูกพบหน้ากัน ด้วยมีแผนการบางอย่างในใจ


กระทั่งสิบปีผ่านไป…


โอรสองค์รอง ผู้ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงสตรีทุกประการ ด้วยพระชายาหมายไม่ให้มีใจในราชบัลลังก์ จากเด็กชายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง บัดนี้กลับงามละม้ายคล้ายสตรี นุ่งห่มผ้าถุงลวดลายวิจิตร คล้องสไบสองชายไว้บนไหล่ ปกปิดเพียงยอดอก ดวงหน้างดงามราวกับรูปสลัก เรือนร่างอ่อนช้อย ผิวพรรณเปล่งประกายราวกับหินอ่อนขัดมันที่สะท้อนแสงยามอรุณ เส้นผมยาวสีน้ำตาลประกายส้มพลิ้วไหวเมื่อยามต้องแสงแห่งวัน เปี่ยมล้ำด้วยความงดงามเหนือคำบรรยาย ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมที่งดงามและกิริยาที่เรียบร้อย หากแต่ยังละม้ายคล้ายคลึงกับแฝดน้องผู้เป็นสตรีจนแทบไม่มีผู้ใดแยกออก


ครั้นเมื่อออกสู่สายตาคราล้อมด้วยผู้คน ความงามและท่วงทีอันอ่อนช้อยเยี่ยงสตรีของโอรสองค์รองกลับกลายเป็นที่ถถเถียงในหมู่ขุนนางอีกครั้ง บ้างก็ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ความเชื่อมั่นในตัวโอรสองค์รองค่อย ๆ เลือนหาย ขณะเดียวกัน ก็เรียกความเชื่อมั่นของโอรสองค์โตกลับคืนมาได้อย่างมั่นคง


พระชายาทรงยิ้มด้วยความพึงใจ เมื่อสิ่งที่นางตั้งใจไว้เป็นจริงดั่งปรารถนา ตำแหน่งผู้สืบทอดราชสมบัติยังคงเป็นของโอรสผู้สูงศักดิ์ของนางดังเดิม เจ้าฟ้าชายแม้จะเติบโตขึ้นมาก แต่อาการเจ็บไข้ก็ยังคงไม่หายขาด ต้องพึ่งพายารักษาอยู่เนือง ๆ จนบางครั้งก็แอบมีใจริษยาแฝดน้องที่เกิดมาร่างกายแข็งแรง ไม่ขี้โรคเหมือนดังเช่นตน






ณ อาณาบริเวณที่ห่างไกลออกไป ผู้คนต่างเล่าขานถึงความงามวิจิตรของถ้ำน้ำตกที่ซ่อนเร้นอยู่กลางป่าลึก ม่านน้ำตกบางใสราวกับผืนแพรโปรยตัวลงมาหน้าปากถ้ำ เปรียบดั่งกำแพงที่แบ่งแยกระหว่างสองโลก หมอกบาง ๆ โอบล้อมถ้ำตลอดทั้งวัน ทว่าในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านม่านหมอกที่เลือนรางลง ความงดงามของถ้ำจะปรากฏต่อสายตาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกไอหมอกค่อย ๆ กลืนหายไปอีกครั้ง


ภายใต้ความงามอันน่าพิศวงนี้ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามีพญางูใหญ่จำศีลอยู่ ลำตัวนั้นปกคลุมด้วยเกล็ดนิลทมิฬ แต่ยามต้องแสงสุริยา เกล็ดเหล่านั้นกลับทอประกายสีน้ำเงินวาววับ งดงามประหนึ่งอัญมณี ผู้ใดได้พบเจอ ต่างเล่าขานกันไป บ้างว่าเป็นงูใหญ่ลำตัวมหึมาราวหลายคนโอบ บ้างว่าเล็กเพียงอสรพิษธรรมดา ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามที่พญางูจะบันดาลให้เห็น ด้วยอำนาจบารมีเดิมที่ยังคงเหลือไว้ แม้นว่าตนจะมิใช่ผู้สืบสันตติวงศ์แห่งวังบาดาลแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีเชื้อสายพญานาคตามความเชื่อ และยังคงแปลงรูปกายแบบมนุษย์ได้ดังเดิม






ย้อนกลับไปเมื่อห้าร้อยปีก่อน..


วังบาดาล เมืองใต้น้ำอันวิจิตรตระการตา เปี่ยมด้วยอำนาจและความลึกลับ ใต้น้ำใสกระจ่างที่สะท้อนเงาคลื่นวับวาว ผืนดินแห่งบาดาลนี้เป็นที่พำนักของเหล่าพญานาค หลากหลายชาติตระกูล ภายใต้การปกครองของพญาสาคเรศนาคราช ผู้เป็นใหญ่ในวังแห่งนี้


ทรงมีพระราชโอรสองค์โต พระนามว่า ‘พญาภุชคินทร์’ เป็นพญานาคเจ็ดเศียร สืบเชื้อสายมาจากพญานาคตระกูลสีทอง ผู้เปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์ฌานบารมี หากแต่มีพระวรกายหรือเกล็ดเป็นสีดำนิลกาฬมหิธร ร่างกายกำยำบึกบึน แต่นัยน์ตาเป็นสีเขียวเปล่งประกาย มีอำนาจในการบันดาลโชคลาภ ปัดเป่าอาเพศและมนต์ดำทั้งปวง


และยังมีโอรสองค์รอง พระนามว่า ‘สุวรรณนาคินทร์’ พญานาคห้าเศียรผู้เปี่ยมด้วยอำนาจ นัยน์ตาแดงฉานดุจเปลวเพลิง ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดทองวาววับ ราวกับอัญมณีที่เปล่งประกายเมื่อยามต้องแสงสุริยา รูปร่างสง่างาม ทรงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถดลบันดาลประทานพรและกำราบสิ้นผู้ที่ล่วงเกิน อีกทั้งยังสามารถแปลงกายและควบคุมพลังเหนือจิตวิญญาณ


ทั้งสองต่างเป็นที่เคารพนับถือในสายตาเหล่านาคบริวาร อีกทั้งยังเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก พญาภุชคินทร์ในฐานะโอรสองค์โต แม้ถูกกำหนดให้เป็นผู้สืบทอดวังบาดาล ทว่าเมื่อหยั่งลึกลงในจิตใจ กลับไม่ปรารถนาในบัลลังก์นั้นเลย ด้วยรักสันโดษ และปรารถนาเพียงชีวิตอันเรียบง่าย


แต่หนทางที่เรียบง่ายนั้น กลับมิใช่สิ่งที่จะได้มาโดยง่าย ตั้งแต่วัยเยาว์ พญาภุชคินทร์ต้องแบกรับความคาดหวังอันหนักหน่วงจากผู้เป็นบิดา ทุกย่างก้าวล้วนถูกหล่อหลอมให้เป็นเจ้าวังผู้เปี่ยมด้วยบารมี เรืองอำนาจ และน่าเกรงขาม แม้พระวรกายกำยำดุจพญาอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่ แต่หัวใจกลับเหนื่อยล้าด้วยพันธนาการแห่งหน้าที่


ในห้วงเวลานั้น ณ เมืองมนุษย์ มีการจัดงานมหรสพครั้งใหญ่ ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เหล่าบรรดานาคทั้งหลายต่างพากันขึ้นไปเที่ยวเล่นบนเมืองมนุษย์ ด้วยความอยากรู้พญาภุชคินทร์จึงได้แอบหนีไปเช่นกัน แต่ก็ปลอมตัวไปไม่ให้นาคตนอื่นรู้ สุวรรณานาคินทร์ผู้เป็นน้องเห็นดังนั้น แม้มิอาจห้ามปราม แต่ก็ขอติดตามไปด้วย


ทันทีที่พญาภุชคินทร์และสุวรรณนาคินทร์โผล่พ้นผิวน้ำ ร่างอันยิ่งใหญ่ของพญานาคเริ่มแปรเปลี่ยน เกล็ดระยับวาววับค่อย ๆ ละลายหายไปในสายน้ำ เผยให้เห็นร่างมนุษย์ที่เรียบง่ายเพื่อหลีกเร้นสายตาผู้อื่น เมื่อเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสผืนดินที่ชื้นเย็นริมแม่น้ำ ทั้งสองหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง สัมผัสลมหายใจแบบมนุษย์ ค่อยๆ สูดรับมวลอากาศบริสุทธิ์ของโลกเบื้องบนเพื่อสร้างความคุ้นชิน


แม้ในร่างมนุษย์ ทั้งสองยังคงความสง่างาม พญาภุชคินทร์มีนัยน์ตาสีเขียวสดใสล้ำลึก ส่วนสุวรรณนาคินทร์มีนัยน์ตาแดงเรืองรองดุจเปลวเพลิง ทว่าชั่วพริบตา ดวงตาคู่นั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม เฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป เพื่อบดบังความลี้ลับในตัวตน สวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย ยิ่งมองก็ยิ่งไม่ต่างจากมนุษย์ที่คราคักอยู่โดยรอบงานมหรสพ


สองพี่น้องเที่ยวเล่นเพลิดเพลินไปกับแสงสีเสียงแห่งเมืองมนุษย์ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความเริงรื่นของมหรสพที่ส่องประกายเจิดจ้าดุจดวงดาวพร่างพรายกลางรัตติกาล เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงลมหายใจที่โล่งเบา ราวกับภาระอันหนักหน่วงบนบ่าได้ถูกปลดเปลื้อง แม้เพียงชั่วขณะก็ตาม


ความงามของเมืองมนุษย์ หากจะให้เปรียบเทียบกันระหว่างสองโลก คงเป็นในเรื่องความเรียบง่ายที่ไม่เคยได้สัมผัสในวังบาดาล ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองมนุษย์ดูงดงามในความธรรมดาของมัน แสงสุริยาอบอุ่นที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ต่างจากแสงสลัวของโลกบาดาล แม้นในยามค่ำคืน แสงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้าราวกับพรมประดับเพชร เป็นภาพที่พญาภุชคินทร์ไม่อาจพบเห็นในโลกใต้บาดาล


เพียงแค่แรกสัมผัส ความเงียบสงบของคืนเดือนเพ็ญก็ตรึงหัวใจ แสงจันทร์อาบพื้นดิน เกิดเงาไม้ทอดผ่านดุจภาพวาดจากสวรรค์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือเสรีภาพที่แผ่กว้างดั่งผืนฟ้า ไร้ซึ่งพันธนาการแห่งหน้าที่หรือสายตาจับจ้อง ทุกย่างก้าวในเมืองมนุษย์ล้วนเบาสบาย ราวกับลมหายใจได้ปลดปล่อยจากพันธะแห่งกาลอำนาจที่กักขังมานานแสนนาน


แต่ด้วยอำนาจและหน้าที่ที่แบกรับไว้ทำให้ไม่อาจหลีกหนีโชคชะตา ต้องจำยอมเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนด กาลเวลาผันผ่านจนถึงยุครุ่งเรืองของเมืองมนุษย์ ซึ่งหากนับเวลาก็คงราวห้าร้อยปี ในช่วงนั้นพญาภุชคินทร์เจริญวัยสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ หากเปรียบกับมนุษย์ ก็คงคล้ายชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์


เมื่อความพลุ่งพล่านในกายทวีขึ้น พญาภุชคินทร์จึงมักแปลงกายเป็นมนุษย์ ออกแสวงหาความสนุกในโลกเบื้องบน กระทั่งเดินทางมาถึงแคว้นภารตะ แคว้นแห่งความเรืองอำนาจที่กำลังจัดการประลองหาผู้แข็งแกร่งที่สุดในห้วงเวลานั้น


เสียงโห่ร้องของผู้คนในลานประลองก้องสะท้อนทั่วบริเวณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมาบนลานทรายกลางเมือง พญาภุชคินทร์ในร่างมนุษย์ยืนทอดมองสนามประลองอย่างสงบนิ่ง ดวงตาสีเขียวล้ำลึกฉายแววสนใจในพลังและความฮึกเหิมของเหล่านักสู้ที่มาชุมนุมกัน


เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ลานประลอง ผู้คนต่างจับจ้องร่างในชุดธรรมดาเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายลี้ลับ สายลมแผ่วเบาพัดผ่านราวกับต้อนรับการปรากฏตัวของผู้ที่มิใช่เพียงมนุษย์ธรรมดา พญาภุชคินทร์ค้อมศีรษะเล็กน้อยยามรับคำท้าของคู่ต่อสู้คนแรก น้ำเสียงก้องกังวานของผู้ประกาศดังกระหึ่ม ท่ามกลางเสียงเฮโลที่โหมกระหน่ำขึ้นเรื่อย ๆ


การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น พญาภุชคินทร์ก้าวย่างด้วยความสง่างาม แฝงไว้ด้วยพลังอันมหาศาลที่ไม่มีใครคาดถึง ทุกท่วงท่าราวกับการร่ายรำ แต่กลับหนักแน่นและทรงอำนาจ ดาบในมือคู่ต่อสู้ถูกปัดออกอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงชื่นชมที่ดังกึกก้อง สายตาคมลึกพลันสะดุดหยุดลงที่สตรีนางหนึ่งในหมู่ผู้ชม


นางงามราวกับภาพวาดจากสรวงสวรรค์ เรือนร่างอ้อนแอ้น ผิวพรรณผ่องนวลดั่งจันทร์เพ็ญ นัยน์ตาชวนหลงใหลราวกับสะกดหัวใจให้หยุดนิ่ง แม้พญาภุชคินทร์จะเคยเฝ้าดูความงามแห่งโลกมนุษย์มาก่อน แต่ไม่เคยมีสิ่งใดดึงดูดหัวใจได้ถึงเพียงนี้ ทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกลับเต็มไปด้วยความสับสน เพราะอำนาจและหน้าที่ในโลกบาดาลยังคงรั้งไว้ ไม่อาจปลดพันธนาการได้ง่ายดาย


แม้พยายามต้านทาน แต่ความรู้สึกนั้นกลับเหมือนเถาวัลย์ที่พันธนาการแน่นขึ้นทุกคราเมื่อเวลาผ่านไป พญาภุชคินทร์รู้ดีว่าการเฝ้าฝันถึงนางคือสิ่งต้องห้าม แต่ปรารถนาในส่วนลึกของหัวใจยิ่งตอกย้ำว่าชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้อาจมิใช่เส้นทางที่ใจอยากเลือกเดิน…


พญาภุชคินทร์ในยามนี้คร่ำร้อนไปด้วยราคะ สุดยากจะหักห้าม แม้พยายามบังคับตนให้สงบนิ่ง แต่ยิ่งต่อต้าน หัวใจที่เคยเย็นชาดั่งสายน้ำบาดาล บัดนี้กลับปั่นป่วนดั่งเกลียวคลื่นต้องพายุ ไม่อาจขจัดภาพของนางออกจากห้วงสำนึก ริมฝีปากงามที่แต้มด้วยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย กลับตรึงสายตาให้จดจ้องอย่างไม่อาจถอนตัว พญานาคราชผู้ยิ่งใหญ่ สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้แรงปรารถนาอันร้อนแรงที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน


เสียงน้ำตกขับขานดั่งห้วงทำนองเพลงที่ขับกล่อม ให้สงบใจได้เพียงชั่วครู่ ทว่าความถวิลหายังคงกรุ่นอยู่ไม่จาง อยากพบหน้านางอีกครา เกี้ยวพาราศีให้สมดังใจนึก แต่ครานี้จำต้องพำนักในร่างพญานาค บำเพ็ญตบะให้แกร่งกล้า เพื่อปกปิดตัวตนยามแปลงกายเป็นมนุษย์ หากมีผู้ใดมาเห็นในสภาพนี้ คงมิวายสะดุ้งสุดตัว หรือถึงขั้นขวัญหนีเป็นแน่


ครั้นเมื่ออยู่บนโลกมนุษย์ จำต้องซ่อนเร้นร่างอันน่าครั่นคร้าม แปลงกายเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าให้กลมกลืนกับวิถีชาวเมือง แม้จะอยากพบหน้านางเพียงใด แต่กลับรู้เพียงความงามที่ติดตรึงในใจ มิอาจล่วงรู้แม้ชื่อเสียงเรียงนาม สิ่งเดียวที่จำได้คือดวงหน้างามละมุนที่ฉายชัดอยู่ในห้วงคำนึง


กระนั้น ข้อได้เปรียบของอมนุษย์ คือสัญชาตญาณแห่งการรับรู้กลิ่นอันเฉียบคม แม้เพียงร่องรอยเลือนจางในสายลม หากตั้งใจสูดดม ย่อมตามหาเจ้าของกลิ่นหอมนั้นได้ในบัดดล…


กลิ่นหอมนั้นบางเบา ทว่าชัดเจนในความรู้สึก ราวกับสายลมที่พัดพากลิ่นดอกมณฑาจากสวนสวรรค์ ลอยเอื่อยผ่านความว่างเปล่าเข้าสู่ปลายจมูกของพญาภุชคินทร์ หอมเย็นละมุน ราวหยาดน้ำค้างยามรุ่งอรุณที่หยดลงบนกลีบดอกไม้ขาวสะอาด กลิ่นนั้นไม่ฉุนแรง หากแต่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน หวานอ่อนๆ เจือความสดชื่นที่ทำให้หัวใจหนักอึ้งกลับรู้สึกปลอดโปร่ง


พญาภุชคินทร์สืบเท้าไปตามเส้นทางที่กลิ่นหอมล่องลอยนำทาง อากาศร้อนระอุทำให้แผ่นดินอุ่นร้อนใต้ฝ่าเท้า ทว่าใจกลับเย็นวาบด้วยความคาดหวังที่เอ่อล้น ยิ่งก้าว ยิ่งใกล้ ยิ่งร้อนรุ่ม


เมื่อกลิ่นหอมพาไปถึงหน้าประตูวังใหญ่ ประตูไม้อันแข็งแรงสลักลวดลายรูปนาคคู่เลื้อยพันเถาวัลย์ งดงามและทรงอำนาจ รอบข้างมีทหารยืนเฝ้าประจำการ แววตานิ่งขรึมภายใต้แสงแดดจัดจ้า โล่และหอกในมือสะท้อนแสงแสบตา พญาภุชคินทร์หยุดยืนใต้ร่มเงาของต้นก้ามปูใหญ่ ดวงตาสีเขียวล้ำลึกจ้องมองไปยังประตูบานนั้นอย่างลังเล


แดดกลางวันแผดเผาผิวกาย แต่ความสงสัยกลับร้อนแรงกว่า นางเป็นผู้ใด เหตุใดถึงอยู่ในราชฐานอันศักดิ์สิทธิ์นี้


ร่างสูงใหญ่อาศัยเงาของต้นไม้เป็นที่กำบัง กล้ามเนื้อที่แข็งแรงค่อยๆ หดเล็กลง ลำตัวแปรเปลี่ยน เกล็ดสีดำนิลกาฬค่อยๆ ปรากฏ ก่อนกลายเป็นงูเขียวขนาดเล็กที่ลำตัวยาวลื่น มันวาวเหมือนหยกขัดมัน ร่างนั้นเลื้อยลัดเลาะไปตามรากไม้ที่ยื่นโผล่พ้นพื้นดิน ลอดผ่านแนวกำแพงอิฐที่มีรอยร้าวเก่าแก่


แดดกลางวันสาดต้องเกล็ดสีเขียวมรกตเป็นประกาย ยามที่ร่างนั้นเลื้อยขึ้นสู่กิ่งไม้หนา หยุดชั่วครู่เพื่อสอดส่ายสายตามองเข้าไปในวัง ก่อนจะลัดเลาะผ่านแนวไม้เล็กๆ ที่ปลูกเป็นรั้วธรรมชาติ


เมื่อถึงมุมอับสายตา งูเขียวตัวเล็กเลื้อยลงจากต้นไม้ สัมผัสกับผืนดินเย็นชื้นใต้ร่มเงาศาลาริมสระน้ำ ร่างนั้นพลันสั่นสะเทือนเบาๆ เกล็ดค่อยๆ หลุดร่วงหายไป ผิวกายสีน้ำผึ้งปรากฏแทนที่ กล้ามเนื้อแข็งแกร่งกลับคืนมา พร้อมกับเรือนผมสีดำขลับที่เปียกชื้นจากหยาดเหงื่อ


พญาภุชคินทร์ในร่างมนุษย์ยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงอยู่ใต้ผ้าสีทึบที่สวมใส่เพื่อให้กลมกลืนกับคนทั่วไป ดวงตากวาดมองรอบกาย...


กลิ่นมณฑายังคงอวลอยู่ในอากาศ หอมเย็นละมุน ท่ามกลางความร้อนแรงของแสงตะวัน


เสียงหัวเราะใสดังแว่วจากเบื้องหลังสระน้ำ หัวใจเต้นกระตุก ความรู้สึกบางอย่างกระแทกเข้ามาราวกับสายฟ้าฟาด ร่างสูงรีบซ่อนกายหลังเสาศาลาอย่างรวดเร็ว และเมื่อสายตาทอดผ่านช่องว่างระหว่างลวดลายไม้แกะสลัก


เงาของสตรีผู้หนึ่งก็ปรากฏอยู่ตรงนั้น


แสงอาทิตย์ทาบทับเรือนร่างระหงของนาง ผิวเนียนผ่องราวต้องแสงจันทร์ ผ้าสไบสีอ่อนบางเบาพลิ้วตามแรงลม กลิ่นมณฑาลอยอ่อนพาให้พญาภุชคินทร์แทบหยุดหายใจ


นางช่างงดงามเกินกว่าใจจะทัดทาน…


ใกล้กันนั้น เงาของอีกหนึ่งร่างปรากฏขึ้น ดวงหน้างดงามละม้ายคล้ายกันราวกับภาพสะท้อนในผืนน้ำ ยากจะแยกแยะความแตกต่างได้ พญาภุชคินทร์ยืนนิ่งในเงามืด สายตาจับจ้องเฝ้ามองสองสตรีตรงหน้าอย่างเงียบงัน ราวต้องมนต์สะกด…


พญาภุชคินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความประหลาดใจเอ่อท้นขึ้นในอก สายตาลอบพินิจเงาร่างทั้งสองอย่างละเอียด ดวงหน้างามนั้นราวกับถูกสลักจากแม่พิมพ์เดียวกัน รูปคิ้วเรียวโก่ง นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากบางได้รูปเผยรอยยิ้มแผ่วพริ้มคล้ายกันทุกกระเบียดนิ้ว


หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความหลงใหลกลับสั่นไหวด้วยความลังเล นางผู้ใดกันแน่คือเจ้าของกลิ่นมณฑาหอมเย็นที่สะกดหัวใจตั้งแต่วันประลอง


สายตาคมทอดมองสตรีทั้งสองอย่างไม่อาจละไปได้ ลมหายใจติดขัดด้วยความฉงนงุนงง เส้นผมสีน้ำตาลประกายส้มของทั้งคู่พลิ้วไหวตามแรงลม แสงแดดทอประกายบนเรือนเกศานั้นวาววับ ราวกับเปลวเพลิงที่เต้นระริกใต้แสงตะวัน


ฝาแฝด...อย่างนั้นหรือ


ความเคลือบแคลงใจพลันคลายลง เมื่อเสียงเอื้อนเอ่ยของนางกำนัลเอื้อนเอ่ยนามของทั้งสอง นางหนึ่งคือ “ศรีปทุมธารา” ผู้มีใบหน้างามละมุน อ่อนช้อยประหนึ่งบุปผาที่ผลิบานในยามอรุณ ริมฝีปากบางได้รูปประดับรอยยิ้มละมุนละไม แววตาอ่อนโยน เปี่ยมเสน่ห์ดั่งสายธารอันสงบเย็น


ส่วนอีกนาง คือ “ทรรศิตา” รูปลักษณ์งดงามไม่ต่างกัน ทว่านัยน์ตากลับฉายแววลึกล้ำราวกับบ่อน้ำใต้เงาจันทร์ รอยยิ้มบางที่ประดับบนดวงหน้านั้น ดูคล้ายแฝงความนัยที่ยากจะหยั่งถึง กิริยาสำรวมเรียบร้อย ทว่าความสง่างามกลับมิได้ลดทอนความลึกลับที่รายล้อมอยู่รอบกาย


หากปรารถนารู้ความให้กระจ่างชัด คงต้องรอจนรัตติกาลมาเยือน เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับสตรีทั้งสองให้ถนัดตา พญาภุชคินทร์ตัดสินพระทัย แปรเปลี่ยนร่างเป็นงูน้อยตัวเล็ก เกล็ดสีเขียวมรกตส่องประกายวาววับใต้แสงอาทิตย์ที่โรยแรง ค่อย ๆ เกี้ยวตัวพันเลื้อยขึ้นตามลำต้นไม้ใหญ่ รอเวลาให้ความมืดปกคลุมทั่วหล้า


เมื่อราตรีคืบคลานมาถึง ความเงียบงันแผ่คลุมทุกสรรพสิ่ง ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้าโปรยแสงเงินยวงลงมาบนลานหิน งูน้อยปล่อยตัวเลื้อยลงจากกิ่งไม้ ซ่อนกายในเงามืด พลิ้วไหวราวกับเงาลม ก่อนเคลื่อนเข้าสู่เรือนตำหนักอันสงัดเงียบ ลัดเลาะไปตามแนวพุ่มไม้ จนมาหยุดนิ่งที่เชิงบันไดอันทอดยาวขึ้นสู่ชานตำหนักใหญ่


พญาภุชคินทร์ซ่อนกายแนบไปกับเงามืดใต้เชิงบันได นัยน์ตาสีเขียวเรืองรองจับจ้องไปยังประตูตำหนักที่ปิดสนิท กลิ่นมณฑาหอมเย็นลอยระลอกอยู่ในสายลม ราวกับเชื้อเชิญให้ก้าวเข้าไปสัมผัส


งูน้อยเลื้อยลัดไปตามร่องหิน ลมหายใจแผ่วเบาดุจสายหมอก สัมผัสเย็นชื้นของหินพื้นลานใต้เกล็ดทำให้รู้สึกถึงความสงบในยามค่ำคืน ทว่าภายในกลับปั่นป่วนด้วยความกระหายใคร่รู้


สายตาสอดส่ายไปยังหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย ผ้าม่านบางเบาสีงาช้างพริ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นแสงตะเกียงริบหรี่ที่ส่องไหวภายใน


งูน้อยเลื้อยขึ้นตามเสากรอบหน้าต่าง ลำตัวแนบสนิทกับเนื้อไม้ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะ กลิ่นหอมหวานนั้นยิ่งแจ่มชัดขึ้นเมื่อเข้าใกล้


เมื่อเลื้อยขึ้นถึงขอบหน้าต่าง สายตาก็พลันสะดุดกับเงาร่างที่นั่งอยู่กลางห้อง


สตรีในชุดสไบเนื้อบางนั่งหันหลังให้ หน้าต่างบานนั้นเปิดรับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอาบไล้บนเรือนเกศาสีน้ำตาลประกายส้ม เส้นผมยาวสยายทอดลงถึงกลางแผ่นหลัง ราวกับเส้นไหมทองต้องแสงเงินยวง ละเอียดอ่อนและพลิ้วไหวตามแรงลมอ่อน


สไบสองชายเนื้อบางเบาคล้องอยู่บนบ่าทั้งสอง ทอดตัวลงแนบลำตัว ปิดเพียงครึ่งลำแขน แต่ปล่อยให้เนินอกปรากฏชัด...เรียบแบนราบประหนึ่งบุรุษ หากแต่ท่วงท่ากลับอ่อนช้อยดั่งสตรีโดยแท้


พญาภุชคินทร์เพ่งมองร่างตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ภาพสตรีในความทรงจำชัดเจนเหลือเกินว่าเป็นผู้เดียวกับนางตรงหน้า กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกมณฑาที่เคยตรึงใจยังคงล่องลอยอยู่รอบตัว ราวกับยืนยันความทรงจำในครานั้น


แต่ความสงสัยกลับก่อตัวขึ้นเมื่อหวนคิดถึงกลิ่นหอมของอีกนางที่คล้ายคลึงกัน หากแต่มีเอกลักษณ์อันต่างออกไป...ความหอมละมุนเย็นของดอกพิกุล ซึ่งชัดเจนเพียงพอเมื่ออยู่ในระยะใกล้


พญานาคราชหนุ่มนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่ ความฉงนฉายชัดบนดวงหน้า


ไยกลิ่นดอกมณฑาจึงมาจากร่างที่คล้ายบุรุษ


เหตุใดสตรีผู้นี้จึงมีความลักลั่น...แต่งกายเยี่ยงสตรี


หรือแท้จริง...มิใช่สตรีเลยตั้งแต่ต้น


สตรีในชุดสไบเนื้อบางยังคงนั่งนิ่งใต้แสงจันทร์อันเรืองรอง ม่านเงินยวงสาดส่องลงมาบนเรือนเกศาสีน้ำตาลประกายส้มที่สยายลงถึงกลางแผ่นหลัง ราวกับไหมทองที่ร้อยเรียงด้วยความประณีตจากเทพช่าง ท่วงท่านิ่งสงบ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเพียงน้อย ทว่าภายใต้ความเงียบงันนั้น กลับแฝงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่มิอาจอธิบาย


อากาศรอบตัวเย็นชื้นจากไอหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งจากสวนหลังตำหนัก กลิ่นดอกไม้ป่าระคนกับความหอมจาง ๆ ของดอกมณฑาล่องลอยในความเงียบสงัด แต่ในความสงบนี้ กลับมีบางสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ


สายตาคู่หนึ่ง...


ใช่...ความรู้สึกนั้นชัดเจนขึ้นทุกขณะ ราวกับมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่จากที่ใดสักแห่ง ความรู้สึกถูกลอบมองนั้นรบกวนความสงบภายในใจ มันไม่ใช่สายตาที่มุ่งร้าย กลับให้ความรู้สึกบางเบา ระแวดระวัง แต่ก็ดูลึกลับน่าค้นหา


ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงบนลาดไหล่ พลางทอดสายตามองไปรอบตัว หวังจะพบเงาของผู้บุกรุกในความมืด


ลมวูบหนึ่งพัดผ่านมา ทำให้ม่านสีงาช้างพลิ้วไหวอ้อยอิ่ง และในชั่วพริบตาที่ม่านบางเผยให้เห็นขอบหน้าต่าง นางก็พลันสังเกตเห็นเงาสีเขียวขดอยู่บนขอบกรอบไม้


งูตัวหนึ่ง...


ตัวเล็กเพียงฝ่ามือ ลำตัวเรียวยาวสีเขียวเข้มเกือบกลืนกับความมืด หากแต่นัยน์ตาสีเขียวเรืองรองใต้แสงจันทร์ กลับสะกดสายตาเอาไว้แน่น


"หม่อมเจ้าวังหลวงทรรศิตา"


เสียงนางกำนัลเอ่ยนามนั้นก้องสะท้อนในความเงียบงันของห้องตำหนัก พญาภุชคินทร์ที่แอบซ่อนกายอยู่ในร่างงูน้อย พลันจดจำนามนั้นได้ขึ้นใจ


ทรรศิตา…


ชื่อที่บัดนี้ได้รู้แน่ชัด นามที่ตรึงดวงใจตั้งแต่แรกสบ แม้เพียงเงาของเรือนผมและความหอมละมุนดั่งดอกมณฑา ก็ทำให้จิตใจพลุ่งพล่านอยู่มิคลาย


สตรีผู้นั้นหันไปพยักหน้าให้นางกำนัลเล็กน้อย ก่อนจะขยับมือเรียวบางค่อย ๆ เลื่อนม่านผ้าโปร่งลงบังสายตาผู้มาใหม่ ราวกับต้องการปิดบังบางสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่หลังกรอบหน้าต่าง


งูน้อยขดตัวนิ่งใต้เงาม่าน ดวงตาสีเขียวมรกตทอประกายวาววับ คอยสังเกตทุกอิริยาบถของสตรีตรงหน้า


สายตาคู่งามตวัดมองเงาสีเขียวที่นอนขดตัวอยู่อย่างเงียบสงบ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบาง ความระแวดระวังจางหายไปแทนที่ด้วยความเอ็นดู


มือน้อยค่อย ๆ ยกขึ้นช้อนร่างเล็กของงูน้อยจากขอบหน้าต่าง ผิวเนียนนุ่มสัมผัสกับเกล็ดเย็นเฉียบที่สั่นระริกเพียงครู่ ก่อนที่ร่างนั้นจะสงบลงในฝ่ามือ ราวกับยินยอมโดยไร้ความหวาดระแวง


ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเกล็ดมรกตที่ทอประกายราวอัญมณีต้องแสงจันทร์ สัมผัสอันแผ่วเบานั้นก่อให้เกิดความรู้สึกอุ่นวาบในใจผู้ที่นอนนิ่งอยู่ใต้ฝ่ามือนั้น พญาภุชคินทร์ในร่างจำแลงสั่นสะท้านไปทั้งกาย หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


อบอุ่น...อ่อนโยน…


ความรู้สึกนั้นหลั่งไหลเข้ามาในอกไม่หยุด ราวกับไออุ่นจากฝ่ามือบางนั้นสามารถละลายน้ำแข็งในหัวใจที่เย็นชามานาน


เมื่อถึงคราที่ต้องดับตะเกียงเพื่อเข้านอน ทรรศิตาค่อย ๆ วางงูน้อยไว้ข้างหมอน ลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


"พักผ่อนให้เต็มที่เถิด...พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าคืนสู่ป่า"


สิ้นคำพูดนั้น นางก็เอนกายลงบนที่นอน หลับตาลงอย่างช้า ๆ ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอเมื่อความเหนื่อยล้าค่อย ๆ พานางเข้าสู่ห้วงนิทรา


งูน้อยนอนนิ่ง ขดตัวอยู่ข้างกายผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีประกายอำพัน กลิ่นหอมละมุนของดอกมณฑาอ่อน ๆ ยังอบอวลอยู่รอบตัว


ลมหายใจเงียบลงพร้อมความสงบที่ปกคลุมทั่วตำหนัก


และในความเงียบสงัดใต้แสงจันทร์


เกล็ดสีเขียวมรกตค่อย ๆ แปรเปลี่ยน ละลายหายไปจากผิวเนียนเย็นทีละน้อย ร่างเล็กเพียงฝ่ามือขยายใหญ่ขึ้นอย่างเชื่องช้า ราวกับไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้ความลับที่ซุกซ่อน


เนื้อกายเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผ่นอกกำยำ ผิวกายเนียนละเอียดราวสำริดขัดมันต้องแสงจันทร์เป็นประกายวาววับ ริมฝีปากที่เคยเป็นปากงูแปรเปลี่ยนเป็นริมฝีปากหยักได้รูป ลมหายใจหนักหน่วงถูกพ่นออกมาอย่างช้า ๆ ขณะที่สายตาจับจ้องใบหน้าที่หลับพริ้มของสตรีตรงหน้า


ทรรศิตานอนนิ่งอยู่บนที่นอน ดวงหน้านวลละมุนดูสงบในห้วงนิทรา เรือนผมสีน้ำตาลประกายส้มแผ่สยายบนหมอน ดั่งสายไหมทองที่ทอประกายใต้แสงจันทร์


กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมณฑาอบอวลรอบกาย ลอยมากระทบจมูกพญาภุชคินทร์ สายตาคมค่อยๆ อ่อนลง ความรู้สึกพลุ่งพล่านที่เคยมีเมื่อแรกเห็น ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนลึกล้ำ


แขนแข็งแรงค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใต้ลำตัวบอบบาง แล้วโอบกอดร่างของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา


เนื้อตัวอุ่นละมุนแนบชิดกับแผ่นอกเปลือยเปล่า เสียงหัวใจของทรรศิตาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในขณะที่เสียงหัวใจของพญานาคผู้โดดเดี่ยวกลับเต้นแรงจนน่าหวั่น


ใบหน้าคมโน้มลง แนบริมฝีปากจุมพิตลงบนเรือนผมหอมกรุ่น สูดกลิ่นมณฑาที่ติดตรึงไม่เลือนหาย


ความรู้สึกนี้…แปลกนัก


ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีสิ่งใดทำให้หัวใจสั่นไหวเช่นนี้ แม้แต่ขุมสมบัติแห่งวังบาดาล หรือบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ยังไม่อาจสร้างความรู้สึกนี้ได้


อ้อมแขนแกร่งกอดร่างนั้นแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ในความใกล้ชิดนั้น กลับเผยความจริงที่พญาภุชคินทร์ไม่คาดคิด


อกแบนราบที่แนบชิดกับแผ่นอกของตน ปราศจากความอิ่มเอิบของสตรีเพศ และไหล่ที่ดูเล็กแต่กลับมีกระดูกที่ชัดเจนคล้ายบุรุษ


บุรุษ…


ความคิดแว่วผ่านในหัวราวเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับไม่ได้สร้างความสะพรึงใจหรือรังเกียจใดๆ ในใจเลย


เขาลืมตาขึ้น มองใบหน้านวลที่สงบนิ่งอยู่ในห้วงนิทรา ดวงหน้าที่งดงามชวนหลงใหล ริมฝีปากบางนั้นเผยอเล็กน้อยยามหลับไหล


กลิ่นหอมจากเรือนกายยังคงลอยอ้อยอิ่ง เสียงลมหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ


ความสงสัยยังคงก่อกวนอยู่ในใจ


เหตุใดนางจึงแต่งกายเยี่ยงสตรี แต่กลับมีร่างกายที่คล้ายบุรุษ


แต่แล้วความคิดเหล่านั้นก็เลือนหายไป เมื่อดวงใจสัมผัสได้ถึงความอุ่นไอที่แผ่ออกมาจากร่างในอ้อมแขน


นัยน์ตาสีเขียวมรกตอ่อนแสงลง ความลังเลที่เคยมีจางหายไปแทบสิ้น


นาง…บุรุษ…


แล้วอย่างไรเล่า…


หัวใจไม่อาจถูกหลอกลวงได้


ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกสบ เหมือนลิขิตบางอย่างที่ผูกพันให้มาพบเจอ แม้จะเป็นเพียงเวลาอันสั้น แต่ก็ยากจะหักห้ามความรู้สึกนั้น


อ้อมแขนแข็งแรงกระชับร่างนั้นแน่นขึ้นอีกครั้ง จรดปลายจมูกลงบนเรือนผมหอมกรุ่น สูดเอาความรู้สึกนี้เข้าไปให้เต็มปอด


ปล่อยให้ทุกคำถามถูกกลบด้วยความอบอุ่นที่หล่อเลี้ยงหัวใจ


นางจะเป็นผู้ใด เป็นหญิงหรือชาย...


แต่สำหรับข้า นางคือผู้เดียวที่หัวใจถวิลหา…



🌸 一期一会 (いちごいちえ)
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
5
ตอบกลับ
122
พลังน้ำใจ
35134
Zenny
28760
ออนไลน์
21718 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 16:36:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
18
ตอบกลับ
6200
พลังน้ำใจ
47852
Zenny
41299
ออนไลน์
4504 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 17:57:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าสนใจมากครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
41
พลังน้ำใจ
12190
Zenny
3848
ออนไลน์
1394 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 18:21:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ติดตามครับ

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
57253
พลังน้ำใจ
292611
Zenny
116476
ออนไลน์
23531 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 19:37:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
10
ตอบกลับ
5194
พลังน้ำใจ
48140
Zenny
28102
ออนไลน์
14256 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 20:40:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
รออ่านนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
32
พลังน้ำใจ
27552
Zenny
300
ออนไลน์
4451 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 21:32:51 จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
8787
พลังน้ำใจ
59033
Zenny
24199
ออนไลน์
7430 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 22:05:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
11
พลังน้ำใจ
12956
Zenny
672
ออนไลน์
4288 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 22:57:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออ่านนะครับ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
131
พลังน้ำใจ
4780
Zenny
12
ออนไลน์
353 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-27 23:53:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
0
ตอบกลับ
47
พลังน้ำใจ
20525
Zenny
20909
ออนไลน์
8585 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 00:09:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

รุ่นน้องจูเนียร์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1
พลังน้ำใจ
255
Zenny
8
ออนไลน์
15 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 00:12:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อยากอ่าน

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
447
พลังน้ำใจ
4924
Zenny
3082
ออนไลน์
540 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 00:45:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

โสด

กระทู้
0
ตอบกลับ
1522
พลังน้ำใจ
27836
Zenny
7393
ออนไลน์
8410 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 00:54:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าติดตามคับ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
447
พลังน้ำใจ
4924
Zenny
3082
ออนไลน์
540 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 00:58:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าติดตามมากเลยครับ รอตอนต่อไปครับผม

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
12902
พลังน้ำใจ
68620
Zenny
13173
ออนไลน์
5810 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 01:51:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
85
ตอบกลับ
762
พลังน้ำใจ
31213
Zenny
36296
ออนไลน์
16987 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 02:46:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าสนุกสนใจ

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
14
พลังน้ำใจ
7877
Zenny
20
ออนไลน์
1078 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 06:43:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
นีาสนใจ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
2099
พลังน้ำใจ
26067
Zenny
12
ออนไลน์
7628 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 12:43:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นเรื่องที่ชวนติดตามยิ่งนัก

มาเฟียนักศึกษา

กระทู้
34
ตอบกลับ
733
พลังน้ำใจ
6572
Zenny
37132
ออนไลน์
439 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-28 13:05:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-2-15 07:23 , Processed in 0.171756 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้