|
THE MAN THEY USED TO KNOW
ในคืนที่ภาคิณ วรเมธากุล ได้รับตำแหน่ง Mister Crown International Thailand เขาเชื่อว่าชีวิตกำลังพาเขาไปสู่จุดสูงสุด
จากนักกีฬาหนุ่มผู้มีความฝัน สู่เดือนมหาวิทยาลัย นายแบบ และชายหนุ่มผู้ครอบครองมงกุฎแห่งความสำเร็จ ทุกก้าวที่เขาเดินผ่านล้วนเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจ
เขาเคยเชื่อว่าความสามารถ รูปลักษณ์ และความทะเยอทะยานจะทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น เขารู้ว่าตัวเองมีค่า และไม่เคยลังเลที่จะปฏิเสธสิ่งที่ไม่ตรงกับภาพอนาคตที่วางไว้ แต่ชื่อเสียงมีราคาของมัน
และเมื่อโลกเริ่มหันมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ภาคิณจึงต้องเรียนรู้ว่าการรักษาสิ่งที่เคยมี อาจยากกว่าการได้มันมาครอบครองหลายเท่า นี่คือเรื่องราวของชายหนุ่มผู้เคยเป็นที่ต้องการของทุกคน ผู้พยายามต่อสู้เพื่อรักษาชื่อของตัวเอง และผู้ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจว่า บางครั้งเราอาจสูญเสียตัวตนไปแล้ว ก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำ
***นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง เพื่อความบันเทิงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์พาดพิงองค์กรใด รวมถึงมีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศที่โจ่งแจ้ง การบีบบังคับ ทำร้ายร่างกาย และ จิตใจ รวมถึงมีการใช้คำที่ไม่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป***
EP.01
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว Hallแสงไฟสีทองส่องลงบนเวทีขนาดใหญ่ ขณะที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนอยู่กลางแสงสปอตไลต์ สายสะพายพาดผ่านไหล่ มงกุฎสีเงินประดับอยู่บนศีรษะ และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาถูกบันทึกไว้โดยกล้องนับสิบตัว
ภาคิณ วรเมธากุล
MISTER CROWN INTERNATIONAL THAILAND
ชื่อของเขาถูกประกาศซ้ำอีกครั้งผ่านระบบเสียงของงาน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงปรบมือจากผู้ชมที่ลุกขึ้นยืน
บนจอ LED ขนาดใหญ่ปรากฏภาพใบหน้าของชายหนุ่มวัย 22 ปี ผู้มีรูปร่างสมส่วน บุคลิกสง่างาม และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเกิดมาเพื่ออยู่หน้ากล้อง
เขายกมือขึ้นรับเสียงเชียร์ ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยตามธรรมเนียมของผู้ชนะ
ในคืนนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง
โทรศัพท์มือถือของเขาเต็มไปด้วยข้อความแสดงความยินดี บัญชี Instagram มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภาพถ่ายจากเวทีประกวดถูกเผยแพร่ไปยังเพจข่าวบันเทิง เพจมหาวิทยาลัย และบัญชีแฟนคลับภายในเวลาไม่กี่นาที แบรนด์ที่เคยร่วมงานส่งข้อความเข้ามา เอเจนซีที่เคยติดต่อไว้เริ่มกลับมาแสดงความสนใจ และชื่อของเขากำลังถูกพูดถึงในฐานะชายหนุ่มที่มีโอกาสก้าวไปไกลกว่าการประกวดระดับประเทศ
คินมองภาพตัวเองบนหน้าจอขนาดใหญ่
เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโชคดี เขารู้สึกว่าตัวเองสมควรได้รับมันเพราะกว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ เขาใช้เวลาหลายปีแลกมาด้วยการฝึกซ้อม การแข่งขัน การปฏิเสธโอกาสบางอย่าง และการพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นอย่างระมัดระวัง
เขาเชื่อว่าตัวเองรู้ว่าต้องการอะไร และรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา
มงกุฎบนศีรษะจึงไม่ใช่เพียงรางวัลสำหรับค่ำคืนนี้ แต่มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันความเชื่อของเขามาตลอดว่าภาคิณ วรเมธากุล ไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดา
และเรื่องราวของเขาเพิ่งเริ่มต้นหรือไม่นะ...
ก่อนที่ชื่อของเขาจะปรากฏบนจอ LED ก่อนที่จะมีคนเรียกเขาว่า Mister Crown International Thailand และก่อนที่ภาพถ่ายของเขาจะถูกแชร์ออกไปนับพันครั้ง ภาคิณเคยเป็นเพียงเด็กหนุ่มจากครอบครัวต่างจังหวัดที่มีความฝันค่อนข้างชัดเจน
เขาเกิดมาในครอบครัวที่ประกอบธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างขนาดเล็กที่พอมีชื่อเสียงในระดับจังหวัด และแน่นอนว่าความหล่อของลูกร้านขายวัสดุก่อสร้างย่อมเป็นที่พูดถึงของคนทั้งเมือง และนอกจากนั้นเขายังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ และมีผลการเรียนที่ดี รวมถึงความทะเยอทะยานมากพอจะทำให้ตัวเองแตกต่างจากคนรอบข้าง
ทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กว้างกว่าเดิม
สระว่ายน้ำกลายเป็นสถานที่ที่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน การฝึกซ้อมอย่างมีวินัยทำให้เขาได้รับการยอมรับจากโค้ชและเพื่อนร่วมทีม ขณะเดียวกันรูปลักษณ์และบุคลิกที่โดดเด่นก็เริ่มทำให้เขาได้รับความสนใจจากคนภายนอก โดยเฉพาะเมื่อเขาเปิดบัญชี Instagram ส่วนตัว
การถ่ายภาพให้กับกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นงานถ่ายแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์
เมื่อถึงเวลาประกวดเดือนมหาวิทยาลัย เขาจึงไม่ได้เป็นเพียงนักศึกษาทุนที่มีผลงานกีฬา แต่เป็นชายหนุ่มที่มีทั้งความสามารถ รูปลักษณ์ และภาพลักษณ์ที่สถาบันสามารถนำเสนอได้อย่างภาคภูมิใจ
ตำแหน่ง Mister University ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น
จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
ภาพถ่ายของเขาปรากฏบนสื่อออนไลน์มากขึ้น งานถ่ายแบบเริ่มมีค่าตอบแทนสูงขึ้น และมีผู้คนจากวงการบันเทิงติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
คินเรียนรู้ที่จะเลือกงาน เลือกภาพถ่าย และเลือกวิธีนำเสนอตัวเอง เขาเข้าใจว่าความนิยมไม่ได้เกิดขึ้นจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขากำลังติดตามใครบางคนที่มีอนาคต
เขาจึงพยายามรักษาระยะห่างระหว่างชีวิตส่วนตัวกับภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะ
ในสายตาของคนอื่น เขาเป็นนักศึกษาหนุ่มที่มีอนาคต เป็นนักกีฬาที่มีวินัย เป็นนายแบบที่กำลังเติบโต และเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยที่น่าภาคภูมิใจ
ส่วนในสายตาของตัวเอง เขากำลังกลายเป็นคนที่มีทางเลือกมากกว่าคนทั่วไป
เขาไม่ต้องการเพียงแค่มีชื่อเสียง เขาต้องการเป็นคนที่มีสิทธิ์เลือกว่าตัวเองจะมีชื่อเสียงในแบบไหน
และในช่วงเวลานั้น เขายังไม่เคยมีเหตุผลที่จะสงสัยในความคิดดังกล่าว เพราะทุกครั้งที่เขามองย้อนกลับไป สิ่งที่เห็นมีเพียงความสำเร็จที่เพิ่มขึ้นทีละขั้น
สิ่งที่ภาคิณไม่เคยรู้ก็คือ ความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากความสามารถของเขาเพียงอย่างเดียว
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์ที่เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา ตั้งแต่ผู้ที่แนะนำให้เขาเข้าร่วมกิจกรรม ผู้ที่เลือกภาพถ่ายสำหรับประชาสัมพันธ์ ผู้สนับสนุนที่สนใจนักศึกษาหนุ่มจากต่างจังหวัด ไปจนถึงผู้ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากรูปลักษณ์และบุคลิกของเขา
บางคนช่วยเปิดประตูให้เขา บางคนช่วยทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จัก และบางคนเพียงแค่เฝ้าสังเกตว่าชายหนุ่มคนนี้สามารถสร้างมูลค่าได้มากเพียงใด
ทุกอย่างดูเหมือนเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นตามจังหวะเวลาอย่างเหมาะสม
การประกวดที่เขาได้รับเลือก งานถ่ายแบบที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์นักกีฬาหนุ่มผู้มีวินัย ตลอดจนเรื่องราวของนักศึกษาทุนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สามารถนำไปเล่าและต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขาไม่เคยรู้ว่าภาพเหล่านั้นถูกนำไปพูดถึงในห้องประชุมที่เขาไม่มีโอกาสเข้าไปนั่ง
ไม่เคยรู้ว่ามีการประเมินความนิยมของเขาในรูปแบบที่ต่างออกไปจากคะแนนการแข่งขันหรือจำนวนผู้ติดตาม
และไม่เคยรู้ว่าบางคนไม่ได้สนใจว่าเขาจะเติบโตไปเป็นใคร แต่อยากรู้เพียงว่าเขาจะสร้างผลตอบแทนได้มากแค่ไหน
สำหรับภาคิณ ทุกอย่างคือผลลัพธ์จากความพยายามของตัวเอง
เขาฝึกซ้อม เขาแข่งขัน เขาดูแลรูปลักษณ์ เขาเลือกโอกาส และเขาเป็นคนตัดสินใจว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
สำหรับคนที่มองเขาจากอีกด้านหนึ่ง ภาคิณอาจเป็นเพียงทรัพย์สินที่มีศักยภาพสูงชิ้นหนึ่ง สินค้าที่มีเรื่องราว มีรูปลักษณ์ มีภาพลักษณ์ และมีตลาดรองรับ ความสามารถของเขาเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ความทะเยอทะยานของเขาทำให้เขาขับเคลื่อนตัวเองได้โดยไม่ต้องมีใครบังคับ และความเชื่อมั่นในตัวเองก็ทำให้เขาพร้อมจะเดินเข้าไปหาทุกโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้
ไม่มีใครจำเป็นต้องบอกเขาว่าต้องทำอะไร เพียงแค่ทำให้เขาเชื่อว่าเส้นทางที่กำลังเดินอยู่นั้นเป็นเส้นทางที่เขาเลือกเอง
ในคืนนั้น ขณะที่ผู้ชมกำลังปรบมือให้กับผู้ชนะบนเวที ภาพของภาคิณกำลังถูกบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือหลายร้อยเครื่อง
บางคนมองเห็นนักกีฬาหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ
บางคนมองเห็นนายแบบที่กำลังจะมีชื่อเสียง
และบางคนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่อาจมีมูลค่ามากกว่าที่เจ้าตัวจะจินตนาการได้
ไม่มีใครในห้องประชุมแห่งนั้นจำเป็นต้องรู้จักภาคิณอย่างแท้จริง
พวกเขาเพียงต้องรู้ว่าเขามีอะไรให้ตลาดต้องการ
ส่วนเจ้าของมงกุฎยังคงยืนยิ้มอยู่กลางเวที เชื่อว่าค่ำคืนนี้เป็นชัยชนะที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งหมด
โดยที่ชายหนุ่มบนเวทีในคืนนั้น ที่ยังคงยิ้มรับเสียงปรบมือโดยไม่รู้เลยว่า วันหนึ่งผู้คนอาจจดจำชื่อของเขาด้วยเหตุผลที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ภาคิณ วรเมธากุล
ชายหนุ่มที่โลกกำลังเริ่มรู้จัก
และชายหนุ่มที่ในอนาคต โลกอาจไม่รู้จักอีกต่อไป

// ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะครับ เพิ่งเริ่มเขียนครั้งแรกหลังจากเป็นผู้อ่านมานาน หวังว่าที่จะสร้างความสนุกให้ทุกคนได้นะครับ 
|