ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 5|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.14

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
328
ตอบกลับ
119
พลังน้ำใจ
14010
Zenny
46434
ออนไลน์
5429 ชั่วโมง
โพสต์ 22 นาทีที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


หลังเลิกซ้อม สมาชิกในคณะยังไม่มีใครรีบกลับบ้าน บางคนนั่งพักเหนื่อย บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ขณะที่เสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะ


ฉินนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใกล้ประตู กำลังตอบข้อความเพื่อนในกลุ่มมหาวิทยาลัย ส่วนเปานั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นไม่ไกลกัน


“เฮ้ย”


จู่ ๆ เปาก็ร้องขึ้น


“พวกมึงมาดูนี่ดิ”


หมิงที่นั่งพิงผนังอยู่เงยหน้า


“อะไรวะ”


“คลิปงานเมื่อคืน”


“งานไหน”


“งานเปิดห้างที่ฝั่งธนฯ ไง”


ตงซึ่งกำลังจะลุกไปหยิบน้ำชะงัก ก่อนเดินกลับมาชะโงกหน้าดูโทรศัพท์ในมือเปา


“อ๋อ คณะนั้นเหรอ”


“เออ”


เปากดเปิดคลิปให้ดู


เสียงกลองดังขึ้นจากลำโพงโทรศัพท์ ภาพในวิดีโอเป็นการแสดงเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยกลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้า แสงไฟหลากสีสาดลงบนหัวสิงโตสีทองที่กำลังกระโดดจากเสาหนึ่งไปยังอีกเสาหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว


“โห เวทีใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย” หมิงพูดพลางขยับเข้ามาใกล้


“สปอนเซอร์เขาเยอะ” ตงตอบ


เจินที่นั่งอยู่อีกฝั่งได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามาดูด้วย


“งานอะไร”


“งานเปิดห้าง”


“อ๋อ”


เจินมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว


“นั่นมัน...”


“เออ” เปาตอบทันที “ไอ้นั่นแหละ”


หมิงหัวเราะหึ


“โลกกลมดีเนอะ”


ฉินเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงพูดคุย


“มีอะไรเหรอ”


“คลิปเชิดสิงโต” เปาหันมาบอก “มาดูดิ”


ฉินจึงลุกจากม้านั่งแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างเปา


บนหน้าจอ หัวสิงโตสีทองกำลังยืนทรงตัวบนเสาสูง ก่อนกระโดดหมุนตัวลงบนเสาอีกต้นได้อย่างสวยงาม


“โห...”


ฉินมองอย่างสนใจ


“เก่งจัง”


“เก่งจริง” ตงตอบ “เรื่องฝีมือมันดีอยู่แล้ว”


หมิงเหลือบมองตง ก่อนหัวเราะเบา ๆ


“ดีจนคณะเราเลี้ยงไม่ไหวเลยไง”


“มึงก็พูดไป” เปาว่า


“กูพูดผิดตรงไหน”


หมิงยักไหล่ ก่อนหันกลับไปมองคลิป


ฉินไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาพอรู้จากที่เปาเคยเล่าว่าคู่หูเก่าของธามย้ายไปอยู่คณะอื่น แต่ไม่เคยเห็นหน้าหรือฝีมือของอีกฝ่ายมาก่อน


ในคลิป คนที่เป็นเท้าหน้าเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมาก ทุกจังหวะดูมั่นใจจนแทบไม่ต้องลังเล


ฉินมองเพลินจนเผลอขยับตัวตามจังหวะในวิดีโอเล็กน้อย


“เดี๋ยวนะ”


หมิงพูดขึ้น


“ย้อนกลับไปหน่อยดิเปา”


“ตรงไหน”


“เมื่อกี้ ตอนมันกระโดดข้ามเสา”


เปาลากแถบวิดีโอย้อนกลับ


หมิงชี้หน้าจอทันที


“นั่นไง”


ตงก้มลงมอง


“อะไร”


“ท่านี้ไง”


“เออ ทำไม”


“มึงจำไม่ได้เหรอ”


ตงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมา


“อ๋อ!”


“ใช่ไหมล่ะ”


“ไอ้ห่า ยังใช้อยู่อีกเหรอวะ”


เจินขยับเข้ามาดูบ้าง ก่อนยิ้มมุมปาก


“ท่าที่เฮียเฟยแก้ให้มันน่ะเหรอ”


“เออ!”


หมิงตบเข่าตัวเอง


“ตอนอยู่กับเราแม่งบ่นทุกวันว่าท่ายาก จำได้ไหม”


“จำได้” ตงตอบ “บ่นจนเฮียต้องเปลี่ยนจังหวะให้”


“แล้วดูตอนนี้ดิ”


หมิงหัวเราะอย่างเหลือเชื่อ


“ทำคล่องเชียวนะมึง”


“ก็ซ้อมมาตั้งนานแล้ว” เปาพูด


“เออ กว่าจะคล่องก็เกือบทำเฮียหลังเดาะ”


ตงเสริมขึ้น ทำเอาเจินหลุดหัวเราะ


“ตอนนั้นเฮียกลับบ้านไปนอนประคบไหล่ตั้งสองวัน”


“แล้วมันยังบ่นอีกนะว่าเฮียรับช้า”


“เออ!” หมิงรีบรับ “กูจำได้เลย วันนั้นกูยืนอยู่ข้างเวที”


เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน


ฉินนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ พลางมองหน้าจอที่เปาเปิดคลิปซ้ำอีกครั้ง


เขาไม่เคยเห็นธามแสดงท่านี้มาก่อน แต่พอฟังทุกคนเล่าแล้วก็พอนึกภาพออกว่ากว่าจะฝึกกันสำเร็จคงใช้เวลาไม่น้อย


“ท่านี้ยากมากเลยเหรอ” ฉินถาม


“ยากอยู่” เปาตอบ “โดยเฉพาะตอนลงน้ำหนัก ถ้าข้างหน้ากับข้างหลังไม่รู้จังหวะกัน มีสิทธิ์ร่วงทั้งคู่”


“อ๋อ”


ฉินพยักหน้า ก่อนมองคลิปอีกครั้งอย่างตั้งใจ


“แต่ทำออกมาสวยมากเลยนะ”


“สวยสิ” ตงตอบ “เฮียเฟยใช้เวลาซ้อมกับมันตั้งเท่าไหร่”


หมิงหัวเราะหึ


“พอไปอยู่คณะใหม่ก็เอาไปใช้ต่อ สบายเลย”


“ท่ามันก็ไม่ได้มีใครจดลิขสิทธิ์ไว้สักหน่อย” เปาว่า


“กูรู้”


หมิงตอบ


“แค่หมั่นไส้”


เจินที่นั่งอยู่ข้างตงพูดขึ้นบ้าง


“ตอนอยู่กับเราบอกไม่อยากเล่นท่านี้แล้วไม่ใช่เหรอ”


“ใช่!” หมิงหันไปทันที “กูนึกว่าจำอยู่คนเดียว”


“มันบอกว่าเสี่ยงเกินไป”


“แล้วตอนนี้ไม่เสี่ยงแล้วมั้ง”


ตงพูดหน้าตาเฉย


เปาหัวเราะพรืด


“เฮียตงก็เอากับเขาด้วย”


“กูแค่สงสัย”


“สงสัยอะไร”


“ว่าพอย้ายคณะแล้วหายกลัวความสูงเลยเหรอ”


คราวนี้ทั้งหมิงและเจินหัวเราะออกมาพร้อมกัน


แม้แต่ฉินก็อดยิ้มตามไม่ได้


เขาเพิ่งเคยเห็นตงพูดเล่นกับคนอื่นยาวขนาดนี้ ปกติอีกฝ่ายมักพูดกับเขาเพียงไม่กี่ประโยค โดยเฉพาะเวลาซ้อมที่มักมีแต่คำแนะนำสั้น ๆ


ส่วนหมิงก็ไม่ได้ทำหน้าจริงจังเหมือนตอนคอยแก้ท่าให้เขาเลย


“เออ แต่พูดก็พูดเถอะ”


ตงเอ่ยขึ้นหลังเสียงหัวเราะซาลง


“มันไปอยู่โน่นก็ดูได้ดีนะ”


“ก็ดีแล้ว” เปาตอบ


“เออ กูไม่ได้ว่าอะไร”


ตงพยักหน้า


“แค่ตอนมันจะไป ถ้าบอกกันตรง ๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่เป็นเรื่องขนาดนั้น”


หมิงถอนหายใจ


“นั่นแหละที่กูยังหงุดหงิด”


เขาเอนหลังพิงม้านั่ง ก่อนพูดต่อ


“ตอนแรกบอกจะอยู่ช่วยเฮียจนกว่าคณะจะกลับมาดี พออีกฝั่งติดต่อมาไม่กี่วันก็เปลี่ยนใจ”


“คนมันอยากได้เงินมากกว่า” เจินพูดเรียบ ๆ


“อยากได้ก็บอกดิ ใครจะไปห้ามมัน”


หมิงตอบทันที


“นี่อะไร บอกเฮียว่าเหนื่อย อยากพัก สุดท้ายอีกอาทิตย์ไปโผล่คณะโน้นเฉย”


“เออ วันนั้นกูก็งง” ตงว่า “นึกว่ามันจะหยุดเชิดสักพักจริง ๆ”


เปาส่ายหน้า


“พอแล้วมั้ง เรื่องตั้งนานแล้ว”


“กูไม่ได้จะตามไปด่ามันสักหน่อย”


หมิงตอบ ก่อนพยักพเยิดไปทางโทรศัพท์


“แต่มึงดูดิ คลิปมันเด้งมาเอง”


“อัลกอริทึมมันไม่ได้รู้เรื่องกับมึงด้วยหรอก”


เปาพูดจนตงหลุดหัวเราะ


“เออ ไอ้เปาพูดถูก”


หมิงหัวเราะตาม ก่อนยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้


“เออ ๆ กูผิดเองที่เปิดดู”


บรรยากาศกลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง


ฉินนั่งฟังพวกเขาคุยกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้แทรกอะไร


เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมสมาชิกเก่าถึงไม่ค่อยพูดถึงคู่หูคนก่อนของธามนัก


ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่มีความสำคัญ


แต่คงเพราะเคยสำคัญมากต่างหาก


“แล้วตอนนั้นเฮียเฟยทำไงวะ”


เจินถามขึ้น


“ตอนรู้ว่ามันไปแล้วน่ะ”


ตงหันมอง


“มึงก็อยู่ไม่ใช่เหรอ”


“กูหมายถึงหลังจากนั้น”


หมิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ


“ก็ซ้อมคนเดียวอยู่พักใหญ่”


“เออ” เปาพยักหน้า “ตอนนั้นเฮียแทบไม่พูดกับใครเลย”


“ปกติเฮียก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว” ตงว่า


“แต่นั่นหนักกว่าเดิมอีก”


หมิงเสริม


“กูเห็นเฮียอยู่โรงซ้อมจนดึกทุกวัน บางวันก็นั่งดูคลิปงานเก่า ๆ อยู่คนเดียว”


เจินพยักหน้าเบา ๆ


“แล้วงานที่รับไว้ก็ต้องยกเลิกไปตั้งหลายงาน”


“เออ”


หมิงถอนหายใจ


“กูถึงยังโมโหไอ้นั่นอยู่ไง”


คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะ


เสียงจากคลิปในโทรศัพท์ยังดังต่อไป แต่เปาลดระดับเสียงลงเล็กน้อย


“เฮียเขาก็พยายามเต็มที่แล้ว” เปาพูด


“กูรู้”


หมิงตอบทันที


“กูไม่ได้ว่าเฮีย”


เขาเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม


“กูแค่เสียดายเวลาเฮีย”


ตงพยักหน้า


“กว่าจะฝึกคนขึ้นมาได้สักคนไม่ใช่ง่าย ๆ”


“เออ” หมิงว่า “แล้วเฮียเฟยก็เป็นแบบนั้นด้วย ใครมาฝึกกับเฮีย เฮียก็ทุ่มให้หมด”


เจินพูดขึ้นเบา ๆ


“สุดท้ายก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน”


“นั่นแหละ”


หมิงรับคำ


“กูถึงไม่อยากให้เฮียไปคาดหวังกับใครมากอีก”


ประโยคนั้นทำให้ฉินนิ่งไปเล็กน้อย


เขายังคงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเปา แต่ไม่ได้ตั้งใจดูการแสดงในคลิปเหมือนเมื่อครู่แล้ว


ฉินเข้าใจว่าทั้งสามคนกำลังพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา และคงไม่ได้ตั้งใจให้เขารู้สึกอะไร


แต่คำพูดเหล่านั้นก็ทำให้เขานึกถึงธามขึ้นมา


นึกถึงทุกครั้งที่อีกฝ่ายยอมอยู่ซ้อมต่อให้ แม้จะเลยเวลามานานแล้ว นึกถึงรองเท้าผ้าใบสีดำที่ธามหามาให้ และคำสอนที่คอยย้ำอยู่เสมอว่าถ้าไม่มั่นใจก็อย่าฝืน


เขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นได้ไม่นาน


แต่ธามกลับต้องเคยเริ่มต้นแบบนี้กับใครอีกคนมาแล้วครั้งหนึ่ง


“เออ แต่กูว่าเฮียก็ดูดีขึ้นเยอะแล้วนะ”


เปาพูดขึ้น


“ช่วงนี้อย่างน้อยก็มีคนมาซ้อมด้วย”


หมิงพยักหน้า


“ก็ดี”


เขาตอบ ก่อนพูดต่ออย่างไม่ได้คิดอะไร


“ขอแค่อยู่กันได้นาน ๆ ก็พอ กูไม่อยากเห็นเฮียต้องเริ่มใหม่อีกแล้ว”


ฉินเงยหน้าขึ้น


หมิงไม่ได้มองมาทางเขา อีกฝ่ายกำลังคุยกับตงต่อเรื่องงานที่คณะเคยต้องยกเลิก


เด็กหนุ่มจึงเพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนก้มลงมองโทรศัพท์อีกครั้ง


เขาไม่ได้โกรธหมิง


ไม่ได้คิดว่าตัวเองถูกกล่าวหา


เพียงแต่เพิ่งรู้ว่าการเข้ามาเป็นคู่หูคนใหม่ของธามอาจไม่ได้หมายถึงแค่การฝึกเชิดสิงโตให้เก่งเท่านั้น


ยังมีความไว้ใจของคนอีกหลายคนที่เขาคงต้องใช้เวลาค่อย ๆ สร้างขึ้นมา


“ฉิน”


เปาหันมาเรียก


“หือ?”


“ดูคลิปนี้ไหม งานนี้เฮียเฟยเชิดบนเสาสูงกว่างานเมื่อกี้อีก”


ฉินเงยหน้าขึ้นทันที


“จริงเหรอ”


“เออ เดี๋ยวเปิดให้”


“เอาสิ”


เด็กหนุ่มขยับเข้าไปใกล้เพื่อนอีกนิด ดวงตากลับมาเป็นประกายเมื่อภาพการแสดงอีกงานปรากฏขึ้นบนหน้าจอ


“โห เฮียธามเก่งจัง”


เปาหัวเราะ


“มึงชมเฮียทุกคลิปเลยนะ”


“ก็เก่งจริงนี่”


ฉินตอบหน้าตาเฉย ดวงตายังคงจับจ้องภาพการแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความชื่นชม


เปาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนกดเล่นคลิปถัดไปให้ดู


อีกด้านหนึ่งของโรงซ้อม ธามยืนอยู่หลังประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย


เดิมทีเขาตั้งใจจะออกมาหยิบน้ำ แต่เสียงพูดคุยที่ดังมาจากด้านนอกทำให้ต้องหยุดฟังอยู่ครู่หนึ่ง


เขาได้ยินตั้งแต่ตอนที่ทุกคนพูดถึงชาติ อดีตคู่หูที่ย้ายไปอยู่คณะคู่แข่ง ได้ยินทั้งคำเหน็บแนม ความไม่พอใจ และประโยคที่หมิงบอกว่าไม่อยากให้เขาต้องเสียเวลาไปกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง


แต่บางครั้งคำพูดที่หลุดออกมาโดยไม่ทันคิด ก็อาจทำให้คนฟังรู้สึกอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน


เขาเหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งดูคลิปกับเปา


ฉินยังยิ้ม ยังหัวเราะ และถามถึงท่าเชิดที่ตัวเองไม่เคยเห็นด้วยความสนใจ ราวกับไม่ได้ติดใจอะไรกับบทสนทนาก่อนหน้านั้น


ธามถอนหายใจเบา ๆ


ไอ้เด็กนี่ก็ไม่คิดอะไรเลยจริง ๆ


แต่ถึงฉินจะไม่คิด...


ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเหมือนกัน


หลังจากฉินกลับหอไปแล้ว สมาชิกที่เหลือก็เริ่มเตรียมตัวแยกย้าย


เปานั่งอยู่บนม้านั่ง ก้มหน้าตอบข้อความในโทรศัพท์ ส่วนตงกำลังสวมรองเท้าอยู่ใกล้ประตู เจินหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาพาดบ่า ขณะที่หมิงยืนคุยกับเปาเรื่องเวลานัดหมายวันพรุ่งนี้


“ไอ้หมิง”


เสียงเรียกของธามทำให้คนถูกเรียกหันกลับมา


“ครับเฮีย”


“เดี๋ยวอยู่ก่อน กูมีเรื่องจะคุยด้วย”


หมิงชะงักเล็กน้อย ก่อนวางกระเป๋าลงตามเดิม


“เรื่องอะไรครับ”


ธามมองหน้าเขา


“เมื่อกี้พวกมึงคุยอะไรกัน”


“เมื่อกี้?”


“เรื่องไอ้ชาติ”


หมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร


“อ๋อ... เปามันเปิดเจอคลิปคณะโน้นครับ พวกผมก็เลยนั่งดูกัน”


“แล้ว?”


“ก็ไม่ได้มีอะไรนี่เฮีย”


หมิงตอบ ก่อนขมวดคิ้วนิด ๆ


“แค่พูดถึงเรื่องเก่า ๆ”


“กูได้ยิน”


น้ำเสียงของธามเรียบสนิท


หมิงเงียบไปทันที


เปาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ส่วนตงหยุดมือที่กำลังผูกเชือกรองเท้า


“กูไม่ได้ห้ามพวกมึงพูดถึงมัน” ธามพูดต่อ “จะด่าจะบ่นอะไรก็เรื่องของพวกมึง แต่ช่วยดูด้วยว่าตอนนั้นมีใครนั่งฟังอยู่”


หมิงเม้มปากเล็กน้อย


“เฮียหมายถึงฉินเหรอ”


“เออ”


“แต่ผมไม่ได้ว่าอะไรฉินเลยนะ”


ธามมองญาติผู้น้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ


“มึงบอกว่าไม่อยากให้กูเสียเวลาอีก แล้วตอนนี้ใครเป็นคนที่กูกำลังสอนอยู่”


คำถามนั้นทำให้หมิงชะงัก


“ก็ฉิน...”


“เออ แล้วมึงคิดว่ามันฟังแล้วจะรู้สึกยังไง”


ไม่มีคำตอบ


ตงที่นั่งอยู่ใกล้ประตูถอนหายใจ ก่อนพูดขึ้น


“กูก็พูดไปด้วยเหมือนกัน”


ธามหันไปมอง


“ตอนนั้นมัวแต่หงุดหงิดเรื่องไอ้ชาติ ไม่ทันคิดว่าฉินมันนั่งอยู่ด้วย”


เจินซึ่งเงียบมาตลอดพยักหน้าตามเล็กน้อย


“ผมก็เหมือนกัน”


ธามถอนหายใจ


“กูเข้าใจว่าพวกมึงยังไม่พอใจมัน เรื่องบางเรื่องกูเองก็ไม่ได้ลืม”


เขาหยุดไปนิดหนึ่ง


“แต่ไอ้ฉินมันไม่เกี่ยว”


หมิงก้มหน้าลงเล็กน้อย


“ครับเฮีย”


“แล้วก็อีกเรื่อง”


ธามมองไปรอบ ๆ


“กูเห็นนะว่าพวกมึงคุยกับมันยังไง”


เจินเงยหน้าขึ้น ส่วนตงขมวดคิ้วนิดหนึ่ง


“ยังไงวะ”


“ก็ไม่ได้มีใครทำอะไรผิดหรอก” ธามตอบ “แต่เวลาคุยกันเองพวกมึงก็เฮฮากันดี พอไอ้ฉินถามอะไรขึ้นมา ตอบมันสองคำแล้วก็หันกลับไปคุยกันต่อ”


เปาเหลือบมองหมิง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


“อันนี้จริงครับเฮีย”


หมิงหันขวับ


“มึงก็พูดกับมันเยอะจะตาย”


“กูไม่ได้พูดถึงตัวกู”


“ไอ้เปา”


“พอ”


ธามปรามสั้น ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเถียงกันต่อ


“กูไม่ได้จะบังคับให้พวกมึงสนิทกับมัน มันเพิ่งมา จะให้คุ้นเคยกันเหมือนคนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีก็คงไม่ได้”


เขามองหมิง แล้วจึงหันไปทางเจินกับตง


“แต่ถ้าจะทำงานด้วยกัน ก็เปิดโอกาสให้มันได้รู้จักพวกมึงบ้าง”


คราวนี้ไม่มีใครพูดแทรก


“บางเรื่องมันไม่รู้ก็อธิบายให้มันฟังหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้มันนั่งฟังอยู่คนเดียว”


หมิงถอนหายใจเบา ๆ


“ผมไม่ได้ตั้งใจจะกันฉินออกนะเฮีย”


“กูรู้”


“ผมแค่...”


หมิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย


“ผมไม่อยากให้เฮียต้องมาเหนื่อยฟรีอีก”


บรรยากาศเงียบลง


ตงเอนหลังพิงผนัง ส่วนเจินยืนนิ่งอยู่ข้างม้านั่ง แม้แต่เปาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ


ธามมองหน้าหมิงอยู่ครู่หนึ่ง


เขารู้ดีว่าคำพูดนั้นมาจากไหน


หมิงอยู่ด้วยในวันที่ชาติเดินออกจากคณะ เห็นเขาต้องยกเลิกงานที่รับไว้ เห็นสมาชิกทยอยแยกย้าย และเห็นว่าเขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง


ไม่ใช่แค่หมิง ตงกับเจินเองก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาด้วยกัน


ธามเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดี


“กูรู้”


เขาตอบในที่สุด


“กูรู้ว่าพวกมึงเป็นห่วง”


หมิงเงยหน้าขึ้น


“แต่คนที่ไปก็คือไอ้ชาติ ไม่ใช่ไอ้ฉิน”


ธามพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย


“มึงจะไม่ไว้ใจมันตอนนี้ก็ได้ กูไม่ว่า แต่ก็ให้โอกาสมันหน่อย”


หมิงนิ่งฟัง


“มันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”


คำพูดนั้นทำให้หมิงหลุบตาลง


“ครับเฮีย”


ธามมองอีกฝ่าย ก่อนถอนหายใจ


“กูไม่ได้เรียกมาด่า แค่อยากให้พวกมึงเข้าใจ”


“ผมเข้าใจแล้ว”


หมิงตอบเบา ๆ


“ขอโทษครับ”


“เออ”


ตงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนพูดขึ้น


“ต่อไปจะระวังแล้วกัน”


เจินพยักหน้าตาม


“อืม”


เปามองทั้งสามคน ก่อนพูดขึ้นบ้าง


“จริง ๆ ฉินมันก็คุยง่ายนะ แค่พวกมึงลองคุยกับมันดู”


หมิงเหลือบมองลูกพี่ลูกน้อง


“กูรู้แล้วน่า”


“รู้แล้วก็ทำด้วย”


“มึงจะเอาไหม”


“พอเลย พวกมึงสองคน”


ธามส่ายหน้าอย่างระอา


เปาหัวเราะ ก่อนยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ ส่วนหมิงก็ไม่ได้เถียงอะไรต่อ


บรรยากาศที่ตึงอยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง


ธามหันกลับไปหยิบเอกสารบนโต๊ะ ตั้งใจจะปล่อยให้ทุกคนกลับบ้านได้เสียที แต่เสียงของหมิงกลับดังขึ้นอีกครั้ง


“เฮียเฟย”


“อะไรอีก”


หมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง


“เฮียมั่นใจในตัวฉินขนาดนั้นเลยเหรอ”


ธามหยุดมือ


เขาเงยหน้าขึ้นมองญาติผู้น้อง ก่อนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง


“ยัง”


คำตอบสั้น ๆ ทำให้หมิงเลิกคิ้ว


“อ้าว”


“กูจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันจะอยู่ได้นานแค่ไหน”


ธามตอบตามตรง


“กูเพิ่งรู้จักมันได้ไม่นานเหมือนกัน”


“แล้วเฮียไม่กลัวเหรอ”


“กลัวอะไร”


“ก็... ถ้าวันหนึ่งมันไปเหมือนคนก่อน”


ธามเงียบไปครู่หนึ่ง


เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ก้มลงจัดเอกสารในมือให้เข้าที่ ก่อนวางมันลงบนโต๊ะ


“ถ้ามันจะไป กูก็ห้ามไม่ได้”


หมิงมองหน้าเขา


“แต่ตอนนี้มันยังอยู่”


ธามพูดต่อ


“มันมาตามนัด ตั้งใจซ้อม ผิดตรงไหนก็พยายามแก้ กูสอนอะไรมันก็ฟัง”


เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนมองหมิงตรง ๆ


“แล้วกูจะไปตัดสินมันจากเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นทำไมวะ”


หมิงนิ่งไป


ธามหยิบเอกสารขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ


“กูไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง”


“...”


“แต่วันนี้มันตั้งใจ กูก็จะสอนมันให้เต็มที่”


หมิงมองพี่ชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


“ครับเฮีย”


ธามไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงก้มหน้าจัดเอกสารที่ค้างไว้ให้เรียบร้อย


ส่วนหมิงก็หันไปหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง


อย่างน้อยตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดธามถึงยอมเริ่มต้นใหม่กับเด็กคนนั้น


ไม่ใช่เพราะมั่นใจว่าฉินจะไม่มีวันจากไป


แต่เพราะธามไม่คิดจะให้ความผิดพลาดของคนคนหนึ่ง กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่กล้าเชื่อใจใครอีกเลย








TBC.
บรรยากาศมาคุพอสมควรเลยอ่ะ
เอาใจช่วยน้องฉินกันด้วยนะครับ









🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-26 13:58 , Processed in 0.102437 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้