⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Trigger Warning) นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความบันเทิงในเชิงศิลปะและจินตนาการ เนื้อหาเน้นการบรรยายฉากรักอันลึกซึ้ง ร้อนแรง ใช้ภาษาดิบและคำหยาบโลนเพื่อให้อารมณ์ถึงพริกถึงขิง ตลอดจนพฤติกรรมบางประการของตัวละครที่ท้าทายศีลธรรมอย่างชัดเจน ยืนยันว่าตัวละครทั้งหมดบรรลุนิติภาวะแล้ว และยินยอมพร้อมใจในทุกฉากรักโดยไม่มีการบังคับขืนใจ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณอย่างสูง และเสพเพื่อความบันเทิงเท่านั้น PWP / NTR / Dirty Talk / Group Sex / Multiple Partners / Non-Consent / Dub-Con / Sexual Harassment / Public Sex / Immorality / Age Gape / Creampie / Facial / BDSM / Sex Toys Insertion / Roleplay / Ahegao / Orgasm Denial / Overstimulation / Voyeurism / Squirting / Unprotected Sex
เรื่องสั้นวันละตอน | แอบแซ่บลุงเขย.. ในคืนไหลเรือไฟ บทนำ 🔥🔥🔥
สายลมร้อนในเดือนเมษายนพัดผ่านกระจกรถยนต์เข้ามาปะทะใบหน้าความอุ่นไอของเทศกาลสงกรานต์อบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้วของประเทศไทยเสียงเพลงจังหวะครึกครื้นและภาพผู้คนสาดน้ำริมข้างทางเป็นสัญญาณเตือนว่าเทศกาลแห่งความสุขและการกลับบ้านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ผมชื่อ ‘ฟิว’ เป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาธรรมดาๆผิวพรรณสะอาดสะอ้านนั่งมองทิวทัศน์สองข้างทางที่กำลังเคลื่อนผ่านไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะข้างกายของผมคือ ‘พี่ต้น’ แฟนหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง รอยยิ้มอบอุ่นและเป็นคนที่ผมตกลงคบหาเป็นแฟนกันมาได้พักใหญ่ ความสัมพันธ์ของเราสองคนเรียบง่ายและเป็นไปอย่างเปิดเผยในระดับหนึ่งจนกระทั่งในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พี่ต้นได้ตัดสินใจพาผมเดินทางจากขอนแก่นมุ่งหน้าสู่อำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง ในจังหวัดนครพนม เพื่อเปิดตัวผมกับครอบครัวของเขาอย่างเป็นทางการ
“ตื่นเต้นเหรอฟิว?”พี่ต้นเอ่ยถาม พลางละสายตาจากถนนหันมาส่งรอยยิ้มอบอุ่นมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมากุมมือผมไว้หลวมๆ บนตัก
“ก็นิดหน่อยครับพี่ต้น...” ผมตอบตามตรงพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ “กลัวพ่อกับแม่พี่จะไม่ชอบผม...กลัวคนในครอบครัวพี่จะรับไม่ได้ที่เราคบกัน”
“คิดมากน่า...” พี่ต้นหัวเราะในลำคอเบาๆพลางกระชับมือผมแน่นขึ้น
“แม่กับยายพี่ใจดีมากน้องสาวพี่ก็อยากเจอเรามานานแล้ว ส่วนพ่อน่ะ... แกเป็นคนนิ่งๆ ตึงๆตามประสาผู้ใหญ่ต่างจังหวัดนั่นแหละ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”
คำพูดของพี่ต้นช่วยให้ผมผ่อนคลายลงได้บ้างแต่ความประหม่าก็ยังคงเกาะกินอยู่ในอกจนกระทั่งรถยนต์คันเก่งเลี้ยวเข้าสู่เขตหมู่บ้านริมน้ำโขงบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ต้นไม้ร่มรื่น และบ้านสองชั้นแบบคนต่างจังหวัดตั้งเด่นห่างจากตลิ่งแม่น้ำไม่ไกลนัก
ทันทีที่รถจอดสนิทประตูบ้านก็ถูกเปิดออก...
“มากันแล้วเหรอลูก โอ๊ย... คิดถึงจังเลย”
เสียงของแม่พี่ต้นดังขึ้นด้วยความดีอกดีใจร่างท้วมใจดีในชุดผ้าถุงพื้นบ้านรีบเดินเข้ามารับพวกเราทันที ตามมาด้วยยายที่เดินถือไม้เท้าส่งยิ้มใจดีและน้องตาล น้องสาววัยรุ่นของพี่ต้นที่วิ่งร่าเข้ามาช่วยถือกระเป๋า
“สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับยาย”ผมรีบยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมและส่งรอยยิ้มหวานสดใสให้
“น่ารักจังเลยลูกเอ้ย...หน้าตาจิ้มลิ้มสมคำคุยของเจ้าต้นมันจริงๆ”
ยายเอื้อมมืออันเหี่ยวย่นมาจับแขนผมด้วยความเอ็นดูเช่นเดียวกับแม่และน้องสาวที่ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองราวกับผมเป็นคนในครอบครัวมานาน
ทว่า... ท่ามกลางความอบอุ่นนั้นสายตาของผมก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ล่ำสันของชายวัยกลางคนที่เดินถือจอบออกมาจากทางหลังบ้าน
‘พ่อตั้ว’ พ่อแท้ๆ ของพี่ต้นนั่นเอง...
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำผิวสีแทนเข้มแดดจากการทำนาและกรีดยางพาราร่างกายของแกดูตึงแน่นแข็งแรงกว่าชายวัยเดียวกันมากแกนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวผูกติดเอวเผยให้เห็นแผงอกหนาและมัดกล้ามเนื้อแขนที่ชัดเจนสายตาคมกริบดุดันใต้คิ้วหนามองตรงมาที่ผม นัยน์ตาคู่นั้นนิ่งขรึม เรียบตึงจนผมรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว
“สวัสดีครับพ่อ...”
ผมยกมือไหว้เสียงเบา พ่อตั้วมองผมตั้งแต่หัวจดเท้าไม่ได้กล่าวคำต้อนรับหวือหวา เพียงแต่พยักหน้ารับคำไหว้เบาๆ ในลำคอ
“เออ... มากันเหนื่อยๆเข้าบ้านไปพักผ่อนไป”
พูดจบพ่อตั้วก็แบกจอบเดินผละแยกออกไปทางทุ่งนาหลังบ้านตามลำพังตามวิถีชีวิตของแกแม้ท่าทีจะดูตึงๆ นิ่งขรึมไปบ้าง แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าแกไม่ได้เกลียดชังอะไรเพียงแต่เป็นคนพูดน้อยและวางตัวดุตามประสาผู้นำครอบครัวเท่านั้น
หลังจากกินข้าวเที่ยงและพูดคุยกับครอบครัวของพี่ต้นจนบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานในช่วงบ่ายคล้อยพี่ต้นก็ถูกแม่และน้องสาวชวนออกไปซื้อของเตรียมทำบุญและเตรียมเล่นสงกรานต์ในตลาดตัวเมืองพี่ต้นชวนผมไปด้วย แต่ผมรู้สึกเพลียจากการเดินทางจึงขอตัวนั่งพักผ่อนอยู่บ้านเพียงลำพัง
บรรยากาศในบ้านยามบ่ายเงียบสงบลมฤดูร้อนพัดเอื่อยๆ หอบเอาไอแดดและกลิ่นอายแม่น้ำโขงลอยมาประทะยายหลับพักผ่อนอยู่ในห้อง ส่วนพ่อตั้วก็ยังคงง่วนอยู่กับงานที่ทุ่งนาหลังบ้าน
ผมเดินลงมาจากเรือนไม้มานั่งเล่นลมเย็นๆ อยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนตรงซุ้มไม้เลื้อยข้างบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับรั้วเตี้ยๆของบ้านข้างเคียง บ้านหลังข้างๆ นั้นเป็นบ้านของป้ากับลุงเขยที่พี่ต้นเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นอดีตทหารที่เกษียณตัวเองก่อนแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน
และในจังหวะนั้นเอง...สายตาของผมก็พลันไปสะดุดเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังยืนฉีดน้ำล้างรถกระบะอยู่หน้าบ้านหลังนั้น
‘ลุงวี’
ภาพตรงหน้าทำเอาผมเผลอจ้องมองอย่างลืมตัว...ลุงวีตอนเป็นทหารก็คงฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงแม้ในวัยห้าสิบสองปีและเกษียณราชการออกมาจนเริ่มมีพุงหน้าท้องยื่นออกมานิดหน่อยตามประสาคนวัยนี้แต่โครงสร้างร่างกายและมวลกล้ามเนื้อกลับยังคงแน่นปั๋งตึงเปรี๊ยะไปทุกส่วนแผงอกกว้างผายขยายแน่นตึง ร่างหนาล่ำสัน ไหล่ผึ่งผายและท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของผู้ชายรุ่นใหญ่ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
ที่สำคัญที่สุดคือ... แกสวมใส่เพียงกางเกงขาสั้นสีดำทรงทหาร แบบที่ใช้ฝึกกางเกงผ้าเนื้อบางเบาตัวนั้นขอบต่ำและสั้นเหนือเข่า ยามที่เนื้อผ้าสีดำถูกน้ำฉีดรดจนเปียกโชกมันกลับแนบเนื้อแนบไปกับเรือนร่างท่อนล่างของแกอย่างชัดเจน
เอื๊อก... ผมแอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างห้ามไม่ได้สายตาจ้องมองตรงไปยังท่อนล่างใต้กางเกงขาสั้นสีดำที่เปียกชุ่ม... ท่อนควยใหญ่โตที่ซุกซ่อนอยู่ภายในทิ้งตัวเป็นลำยาวปูดโปนแนบไปกับต้นขาหนาชัดเจนจนหัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งขึ้นมาจากท้องน้อยอย่างฉับพลัน
ผมพยายามสะกดจิตตัวเองว่าแกเป็นลุงเขยของแฟนแต่ตัณหากลับสั่งการให้ผมเดินก้าวเท้าออกจากซุ้มไม้ เดินตรงเข้าไปใกล้รั้วเตี้ยๆหน้าบ้านของแกอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“ทำอะไรอยู่เหรอครับลุงวี...”
ผมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงรอยยิ้มยั่วยวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว ลุงวีชะงักมือที่กำลังจับสายยางหันขวับมามองตามเสียง สายตาคมดุแดงก่ำจากการตากแดดตากลมกวาดมองสำรวจเรือนร่างบอบบางของผมในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นอย่างถือดี
“อ้าว... ไอ้ฟิวใช่ไหม?แฟนไอ้ต้นมัน...” เสียงทุ้มแหบห้าวของลุงวีดังขึ้นแกแค่นยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “ล้างรถวะ... แดดมันร้อน ผ้ามันเลยเปียกชุ่มไปหมด”
“ให้ผมช่วยไหมครับลุง?นั่งว่างๆ อยู่พอดี พี่ต้นพาครอบครัวไปซื้อของในเมืองกันหมดแล้ว”ผมพูดพลางแกล้งเดินข้ามรั้วเตี้ยเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ร่างหนาฉ่ำน้ำของแก
“เอาสิ... ขอบใจมากนะ”
ลุงวียิ้มกว้าง ส่งสายยางให้ผมแต่ในจังหวะที่ยื่นส่งมือหนาหยาบกร้านของแกกลับตั้งใจลูบสัมผัสผ่านหลังมือของผมเบาๆสัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลุงวีค่อยๆ ทรุดตัวนั่งยองๆ ลงกับพื้นเพื่อขัดถูล้อรถ
และในจังหวะนั้นเอง จังหวะที่แกนั่งยองๆกางเกงขาสั้นสีดำเปียกน้ำตึงเปรี๊ยะปรากฏรอยร่องและลำควยขนาดยักษ์อัดแน่นเป็นลำดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัดเจนดวงตาของผมตาเหลือกควยยักษ์นั่นเปรียบเหมือนท่อนไม้ที่พร้อมจะแผลงฤทธิ์ทำเอาผมเสียววูบที่ท้องน้อยจนต้องแอบขมิบช่องทางรักอย่างห้ามไม่อยู่
ลุงวีเงยหน้าขึ้นมาพอดี...แกเห็นสายตาของผมที่กำลังจ้องมองตรงไปที่เป้าของแกอย่างไม่ลดละลุงวีไม่ได้หลบสายตา แต่กลับจ้องมองหน้าผมกลับด้วยแววตาแพรวพราว และเต็มไปด้วยประกายความหิวกระหายที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด
เราสองคนสบตากันในความเงียบท่ามกลางเสียงน้ำไหลซ่าและไอแดดอันเร่าร้อนของเทศกาลสงกรานต์ ผมเม้มริมฝีปากแน่นลอบยิ้มมุมปากอย่างท้าทายในใจ
‘หุ่นดี ควยใหญ่ แถมสายตาแบบนี้...อีกไม่นาน คงมีเรื่องสนุกๆ ขึ้นแน่นอน’ . .
.
.
. โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านจบแล้วฝากให้คะแนน พลังน้ำใจ ด้วยหน่อยนะครับ
คนละเล็กคนละน้อย เป็นกำลังใจให้นักเขียนมีแรงในการเขียนนิยายตอนต่อไปครับ

เปิดเรื่องใหม่ครับ ลองเซอร์เวย์คนอ่าน ชอบแนวนี้ไหม ทายมาสิครับ ยัยหนูฟิวจะจัดใครบ้าง นอกจากลุงเขยมั้ยนะ
เมนต์พูดคุยกันได้นะครับ ถ้าชอบ ขอบคุณครับ
|