ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 65|ตอบกลับ: 7

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.12

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-25 18:58



เสียงประตูเหล็กครูดกับรางดังครืดขึ้นจากด้านหน้าโรงซ้อม ก่อนตามมาด้วยเสียงพูดคุยของคนสองคนที่ดังแว่วเข้ามา


“เฮีย บอกแล้วว่าให้ผมถืออีกถุงก็ได้”


“ถือของมึงไป”


“แต่เฮียถือเยอะกว่า”


“แล้วไง”


“ก็ผมเกรงใจ”


“กูยังไม่ได้บ่นสักคำ”


“โห เฮีย!”


เสียงหัวเราะของฉินดังขึ้นทันที ก่อนเจ้าตัวจะเดินตามร่างสูงเข้ามาในโรงซ้อมพร้อมถุงฟองเต้าหู้ที่ถืออย่างทะนุถนอม ส่วนธามหอบถุงข้าวของอีกหลายใบไว้ในมือเดียว อีกข้างถือม้วนเชือกแดงกับถุงด้ายที่อาม่าฝากซื้อ


“อาม่า! กลับมาแล้วครับ!”


ฉินตะโกนบอกพลางถอดรองเท้าไว้ตรงชั้นข้างประตู


“เออ ๆ เอาของมาวางในครัวเลยลูก!”


เสียงหญิงชราตอบกลับมาจากด้านใน


ธามเดินนำไปทางตัวบ้าน ก่อนยื่นถุงของแห้งให้ฉิน


“เอาไปให้อาม่า เดี๋ยวกูเอาของไปเก็บ”


“ครับ!”


เด็กหนุ่มรับถุงไปอย่างว่าง่าย ก่อนเดินหายเข้าไปในครัว


ธามมองตามเพียงครู่เดียวแล้วหันกลับมาทางโรงซ้อม


แต่พอเดินผ่านประตูไม้เข้ามา เขาก็พบว่าภายในไม่ได้เงียบเหมือนตอนออกไปแล้ว


เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งเบา ๆ จากมุมเก็บอุปกรณ์ ตามด้วยเสียงใครบางคนบ่นเรื่องสายรัดที่พันกันยุ่ง


“กูบอกแล้วว่าอย่ายัดรวมกัน”


“แล้วมึงจะให้กูหอบมาทีละเส้นหรือไง”


“ก็หัดม้วนให้มันดี ๆ สิวะ”


ธามเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไป


“มากันแล้วเหรอ”


ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างลังไม้เงยหน้าขึ้น


“อ้าว เฮียเฟย”


“มึงมาเร็วดีนี่ ตง”


“งานเสร็จไว เลยแวะมาเลย”


ตงตอบพลางดึงสายรัดเส้นหนึ่งออกจากกอง รูปร่างของเขาสูงใหญ่ไม่แพ้ธาม ไหล่กว้างกับต้นแขนล่ำสันดูแข็งแรง ผิวเข้มกร้านแดดอย่างคนที่ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งมากกว่าในห้องแอร์


ข้างกันนั้นมีชายหนุ่มตัวเล็กกำลังนั่งคัดแยกผ้าสีแดงทองอยู่บนพื้น


“เฮียซื้อด้ายมาไหม”


“ซื้อแล้ว”


ธามยื่นถุงให้


“เอ้า เจิน”


“ขอบคุณ”


เจินรับไปเปิดดูทันที ก่อนหยิบหลอดด้ายสีทองออกมาทาบกับชายผ้าคลุมสิงโตที่วางอยู่บนตัก


“สีนี้แหละ”


“ใช้ได้?”


“อืม ใกล้เคียงของเดิมที่สุดแล้ว”


ธามพยักหน้า ก่อนวางม้วนเชือกแดงไว้บนโต๊ะ


“แล้วไอ้หมิงล่ะ”


“อยู่ข้างใน” ตงตอบ “ไปดูพื้นที่หลังโรงซ้อม เห็นบอกว่าจะวัดระยะใหม่”


“วัดทำไม”


“ไม่รู้ ไปถามมันเอง”


ธามถอนหายใจเบา ๆ


“เรื่องมากฉิบหาย”


“มันก็เรื่องมากของมันอย่างนี้แหละ”


ตงตอบหน้าตาเฉย ก่อนก้มลงจัดสายรัดต่อ


ธามส่ายหน้าอย่างนึกขัน


เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังพอดี


“เฮีย!”


ฉินเดินกลับเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม แต่พอเห็นคนแปลกหน้าสองคนนั่งอยู่กลางโรงซ้อม ฝีเท้าก็ชะลอลงโดยไม่รู้ตัว


ตงเงยหน้ามอง


เจินเองก็เหลือบตามาจากกองผ้า


ธามหันไปเห็นเข้าพอดี


“มานี่”


ฉินเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย


“ครับ?”


“นี่ตง”


ธามพยักหน้าไปทางชายหนุ่มร่างใหญ่


“มันตีฉาบ”


“สวัสดีครับ”


ฉินยกมือไหว้ทันที


ตงชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ


“เออ หวัดดี”


“แล้วนั่นเจิน ดูแลชุดกับอุปกรณ์”


ฉินหันไปยิ้มให้อีกคน


“สวัสดีครับ”


เจินเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนพยักหน้ารับเช่นกัน


“หวัดดี”


“ไอ้ฉิน เท้าหน้าคนใหม่”


ธามแนะนำสั้น ๆ


ตงมองเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพียงแวบเดียว ก่อนหันกลับไปจัดสายรัดต่อ


“อืม”


ไม่มีคำถาม ไม่มีคำทักทายเพิ่มเติม


ฉินเองก็ไม่ได้คิดอะไรนัก เขากวาดตามองกองอุปกรณ์ที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ก่อนถามขึ้น


“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”


เจินกำลังจะตอบ แต่ธามพูดขึ้นเสียก่อน


“ไปเปลี่ยนชุดซ้อมก่อน”


“อ้าว”


“เดี๋ยวต้องซ้อม”


“ครับ ๆ”


ฉินพยักหน้า ก่อนรีบเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองตรงมุมห้อง


ตงเหลือบมองตามอยู่ครู่หนึ่ง


“เด็กนี่เหรอ”


“เออ”


“ตัวเล็กดี”


ธามหันมอง


“เท้าหน้า ไม่ใช่เท้าหลัง”


“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”


ตงตอบพลางยักไหล่


เจินไม่ได้ร่วมวงสนทนา เขายังคงก้มหน้าเย็บชายผ้าคลุมสิงโตต่อไปอย่างตั้งใจ


เมื่อฉินเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับออกมา โรงซ้อมก็มีคนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน


ชายหนุ่มในเสื้อยืดสีเทากำลังยืนคุยกับธามอยู่ข้างลานซ้อม ในมือมีสายวัดกับสมุดเล่มเล็ก ใบหน้าคมคายของเขาคล้ายธามอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะดวงตาเรียวยาวกับสันจมูกโด่ง เพียงแต่รูปร่างโปร่งกว่าเล็กน้อย


“ถ้าจะใช้พื้นที่เท่านี้จริง ๆ ช่วงถอยหลังต้องลดไปก้าวหนึ่ง”


“กูรู้อยู่แล้ว”


“รู้แล้วทำไมไม่แก้”


“กูยังไม่ได้ซ้อมรวม”


“งั้นก็ต้องแก้วันนี้”


ธามเหลือบมองญาติผู้น้อง


“มึงจะเถียงกูทุกประโยคเลยใช่ไหม”


“ผมแค่บอกตามที่วัดได้”


ชายหนุ่มตอบเรียบ ๆ ก่อนก้มลงจดอะไรบางอย่าง


ฉินยืนฟังอยู่ห่าง ๆ ด้วยความสนใจ


ธามหันมาเห็นเข้าจึงกวักมือเรียก


“ไอ้ฉิน”


“ครับ!”


“มานี่”


ฉินเดินเข้าไปหา ก่อนหันมองคนที่ยืนข้างธาม


“นี่หมิง ลูกอากู”


“สวัสดีครับ!”


หมิงเงยหน้าขึ้นจากสมุด


“หวัดดี”


“ฉิน เท้าหน้าคนใหม่”


“รู้แล้ว”


หมิงตอบ ก่อนเก็บปากกาลงในกระเป๋าเสื้อ


“เปาบอกอยู่”


ฉินยิ้มรับ


“อ๋อครับ”


“อายุเท่าไหร่”


“ยี่สิบครับ”


“เท่ากัน”


“จริงเหรอ!”


ฉินเผลอทำเสียงดีใจ


หมิงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมุมปากนิด ๆ


“อืม”


ธามยืนฟังทั้งคู่ ก่อนหันไปถามเรื่องงานต่อ


“แล้วเวทีสมาคมกว้างเท่าไหร่แน่”


หมิงเปิดสมุดกลับไปหน้าก่อน


“ตามที่เขาส่งมา กว้างหกเมตร แต่ต้องเผื่อพื้นที่เครื่องดนตรีด้วย”


“กูจะโทรไปยืนยันอีกที”


“ดี เผื่อเขาวางโต๊ะเพิ่ม”


ฉินฟังทั้งคู่คุยกันเงียบ ๆ


เขาเพิ่งรู้ว่าการขึ้นแสดงแต่ละครั้งต้องคิดรายละเอียดมากกว่าที่เห็น ทั้งขนาดพื้นที่ ตำแหน่งกลอง ระยะก้าว ไปจนถึงจุดที่ต้องหยุดให้คนดู


ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่พยายามจำท่าให้ได้ จึงไม่เคยนึกถึงเรื่องเหล่านี้เลย


“เฮีย”


ธามหันมา


“อะไร”


“แล้วผมต้องจำระยะเวทีด้วยไหมครับ”


หมิงเงยหน้าขึ้นมองทันที


ธามพยักหน้า


“ต้อง”


“อ๋อ”


“แต่เดี๋ยวกูบอกตอนซ้อม”


“ครับ”


ฉินตอบรับ ก่อนก้มลงมองเส้นเทปที่ถูกแปะไว้บนพื้น


หมิงมองเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปคุยกับธามต่อ


ไม่มีใครพูดถึงเรื่องความสามารถของฉินอีก


ช่วงบ่าย แสงแดดส่องผ่านประตูเหล็กที่เปิดกว้างเข้ามาจนเห็นฝุ่นเล็ก ๆ ลอยอยู่ในอากาศ


เปามาถึงพร้อมไม้กลองคู่เก่งในมือ


“เฮียเฟย!”


เสียงเรียกดังมาก่อนตัวตามเคย


“มากันครบแล้วเหรอ”


“เหลือมึงคนเดียว” ธามตอบ


“โห ผมก็มาตรงเวลานะ”


“ตรงเวลาบ้านมึงสิ”


เปาหัวเราะ ก่อนหันไปเห็นฉินที่กำลังช่วยเจินจับชายผ้าคลุมสิงโต


“อ้าว ฉิน!”


“เปา!”


เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นยิ้ม


“วันนี้คนเยอะจัง”


“ก็ซ้อมรวมไง”


เปาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนก้มมองผ้าในมือฉิน


“ทำอะไรอยู่”


“ช่วยเจินจับผ้าครับ”


“อ๋อ”


เปาพยักหน้า ก่อนหันไปทางเจิน


“เย็บทันไหม”


“ทัน ถ้ามึงไม่มายืนบังแสง”


“อ้าว ไอ้นี่”


เปาหัวเราะ ก่อนขยับออกไปอย่างว่าง่าย


ฉินก้มลงมองชายผ้าที่ตัวเองช่วยจับอยู่


เจินใช้เข็มเย็บเก็บตะเข็บอย่างคล่องแคล่ว นิ้วเรียวขยับไปตามแนวด้ายทีละฝีเข็มโดยไม่รีบร้อน


“ตรงนี้เคยขาดเหรอครับ”


ฉินถามเบา ๆ


“อืม”


“ตอนซ้อมเหรอ”


“ตอนงานปีที่แล้ว”


เจินตอบโดยไม่เงยหน้า


“ชายผ้าไปเกี่ยวกับขอบโต๊ะ”


“อ๋อ...”


ฉินพยักหน้า ก่อนขยับมือจับผ้าให้ตึงขึ้นเล็กน้อย


“อย่างนี้ได้ไหม”


เจินเหลือบมอง


“หย่อนลงหน่อย”


“อ๋อ ครับ”


ฉินรีบคลายมือ


“อย่างนั้นแหละ”


ทั้งคู่เงียบไปอีกพักใหญ่


ฉินไม่ได้ชวนคุยต่อ เพราะเห็นว่าเจินกำลังใช้สมาธิ ส่วนเจินเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม


กระทั่งเย็บเสร็จ เจินจึงตัดด้ายแล้วดึงผ้าออกจากมือเด็กหนุ่ม


“เรียบร้อย”


“อ๋อ ครับ”


ฉินลุกขึ้นยืน


“มีอะไรให้ช่วยอีกไหม”


“ยังไม่มี”


“ครับ”


เด็กหนุ่มพยักหน้า ก่อนเดินไปหาธามที่กำลังจัดตำแหน่งอุปกรณ์อยู่กลางลาน


เจินเหลือบมองตามเพียงแวบเดียว แล้วก้มลงตรวจตะเข็บที่เพิ่งเย็บต่อ


“เอ้า ทุกคน!”


ธามตบมือเรียก


เสียงพูดคุยภายในโรงซ้อมค่อย ๆ เงียบลง


“วันนี้ลองซ้อมรวมตั้งแต่ต้นจนจบก่อน”


เปาเดินไปประจำหลังกลอง ตงยกฉาบขึ้นเตรียมพร้อม ส่วนหมิงถือสมุดเดินถอยไปยืนตรงมุมห้องที่มองเห็นพื้นที่ทั้งหมด


เจินตรวจสายรัดกับผ้าคลุมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถอยออกไปด้านข้าง


ธามหันมาหาฉิน


“จำที่กูสอนเมื่อวานได้ไหม”


“ได้ครับ”


“จังหวะเปิด?”


“สามก้าว แล้วหยุดสะบัดหัวครับ”


“จังหวะถอย?”


“สองก้าวครับ”


“ดี”


ธามพยักหน้า ก่อนยกหัวสิงโตขึ้นส่งให้


“ลองดู”


ฉินรับหัวสิงโตมาสวมอย่างระมัดระวัง


แม้จะซ้อมกับธามมาหลายวันแล้ว แต่วันนี้กลับรู้สึกต่างออกไปเล็กน้อย


เสียงกลองไม่ได้มีเพียงเสียงเดียวเหมือนก่อน ยังมีฉาบของตงที่เตรียมจะเข้ามารับจังหวะ อีกทั้งยังมีสายตาของคนอื่นมองอยู่จากด้านนอก


เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ


ธามขยับเข้าประจำตำแหน่งเท้าหลัง


“พร้อมไหม”


“พร้อมครับ”


“เออ”


ธามหันไปพยักหน้าให้เปา


เสียงไม้กลองกระทบหนังกลองดังขึ้นทันที


ตึง-ตึง-ต๊ะ-ลุ่ม-ตึง-ตึง!


หัวสิงโตสีแดงทองสะบัดขึ้นรับจังหวะ


ฉินก้าวเท้าขวา ตามด้วยเท้าซ้าย ก่อนย่อตัวลงตามที่ฝึกมา


ธามขยับตามอยู่ด้านหลังอย่างมั่นคง มือใหญ่ประคองช่วงเอวของเด็กหนุ่มไว้ในจังหวะเปลี่ยนท่า


เสียงฉาบของตงดังแทรกขึ้น


แช้ง!


ฉินสะดุ้งนิดหนึ่ง


จังหวะเท้าชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบก้าวต่อ


ธามรับรู้ได้ทันที


“อย่ารีบ”


เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง


“ครับ!”


ฉินพยายามปรับจังหวะให้กลับมาตรงกับกลอง


การซ้อมดำเนินต่อไปอีกหลายท่า ก่อนธามส่งสัญญาณให้หยุด


เสียงกลองเงียบลง


ฉินยกหัวสิงโตขึ้นเล็กน้อยเพื่อหายใจ


เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมแล้ว ทั้งที่เพิ่งซ้อมได้ไม่นาน


หมิงก้มลงจดอะไรบางอย่าง ก่อนเดินเข้ามาหาธาม


“ช่วงเลี้ยวซ้ายกว้างไป”


“กูเห็น”


“ถ้าเป็นเวทีจริงจะชิดขอบเกิน”


“เดี๋ยวลดก้าว”


หมิงพยักหน้า ก่อนเหลือบมองฉินที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ


“ตอนเสียงฉาบเข้า นายก้าวเร็วขึ้นนิดหนึ่ง”


ฉินชะงัก


“อ๋อ... ครับ”


“ไม่ต้องรีบตามฉาบ ฟังกลองเป็นหลัก”


“ครับ”


หมิงพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินกลับไปยังมุมเดิม


ฉินมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมาหาธาม


“เฮีย ผมก้าวเร็วจริงเหรอ”


“เออ”


“มากไหมครับ”


“ไม่มาก แต่ถ้ามึงไม่แก้ก็จะติดเป็นนิสัย”


ฉินพยักหน้าอย่างตั้งใจ


“งั้นขออีกทีได้ไหม”


ธามมองเด็กหนุ่ม


“ไหว?”


“ไหวครับ”


“เออ”


ธามหันไปทางเปา


“เริ่มใหม่”


เสียงกลองดังขึ้นอีกครั้ง


คราวนี้ฉินตั้งใจฟังมากกว่าเดิม


เขาพยายามแยกเสียงกลองออกจากเสียงฉาบ จดจำจังหวะที่ต้องหยุดและก้าวต่อ แม้จะยังมีบางช่วงที่ขยับไม่พร้อมกับธาม แต่ก็เริ่มจับทางได้ดีขึ้นทีละน้อย


หมิงยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่ได้พูดอะไร


ตงเองก็ยังคงตีฉาบตามจังหวะของเปาอย่างสม่ำเสมอ


ไม่มีใครลดความเร็วลงเพียงเพราะมีเด็กใหม่เข้ามา


และฉินก็ไม่ได้ร้องขอให้ใครทำเช่นนั้น


กว่าจะได้พักอีกครั้ง เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง


ฉินยกหัวสิงโตออก ก่อนเดินไปนั่งลงบนม้านั่งข้างผนังอย่างหมดแรง


“โอ๊ย...”


เด็กหนุ่มยกขวดน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่


เปาเดินตามมานั่งข้าง ๆ


“เป็นไง”


“เหนื่อย”


“ฮ่า ๆ ก็ต้องเหนื่อยสิ”


“แต่สนุกนะ”


เปาหันมอง


“จริงดิ”


“จริง”


ฉินพยักหน้า ก่อนใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก


“แค่วันนี้ยากกว่าเดิมเยอะเลย”


“ก็มีฉาบเพิ่มมาไง”


เปาพยักหน้าไปทางตงที่กำลังวางฉาบไว้ข้างกลอง


“เดี๋ยวชิน”


ฉินพยักหน้ารับ ก่อนมองไปรอบ ๆ โรงซ้อม


ตงกำลังคุยอะไรบางอย่างกับธาม ส่วนหมิงนั่งเปิดสมุดดูบันทึกของตัวเอง เจินยังคงง่วนอยู่กับผ้าคลุมสิงโตที่พับวางไว้บนโต๊ะ


ทุกคนดูมีหน้าที่ของตัวเอง


และดูเหมือนจะทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกันมานานมากแล้ว


“เปา”


“หือ”


“พวกนายอยู่คณะนี้กันมานานหรือยัง”


เปาหันมอง ก่อนตอบ


“นานดิ”


“นานแค่ไหน”


“บางคนก็อยู่มาตั้งแต่เด็ก”


ฉินเลิกคิ้ว


“จริงเหรอ”


“เออ อย่างหมิงนี่ก็โตมากับเฮียเฟย ส่วนตงกับเจินก็อยู่มาหลายปีแล้ว”


“อ๋อ...”


ฉินพยักหน้า ก่อนเหลือบมองธามที่กำลังคุยกับตงอยู่กลางลาน


“งั้นทุกคนก็สนิทกันมากเลยสิ”


เปาเงียบไปครู่หนึ่ง


“ก็ประมาณนั้น”


ฉินยิ้มบาง ๆ ก่อนก้มลงหมุนฝาขวดน้ำเล่น


เขาไม่ได้รู้สึกว่าคนอื่นไม่ต้อนรับ


เพียงแต่พอเห็นทุกคนพูดคุยกันอย่างคุ้นเคย ก็เริ่มรู้สึกขึ้นมาว่าตัวเองยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก


ทั้งเรื่องการเชิดสิงโต


และเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งของคณะนี้


“ไอ้ฉิน!”


เสียงธามดังมาจากกลางลาน


เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันที


“ครับเฮีย!”


“พักอีกห้านาที แล้วมาซ้อมต่อ”


“ครับ!”


ฉินตอบรับเสียงดัง ก่อนรีบยกขวดน้ำขึ้นดื่มอีกสองอึก


เปามองแล้วหลุดหัวเราะ


“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้”


“เดี๋ยวเฮียรอ”


“เฮียเฟยมันยังคุยงานอยู่เลย”


“อ้าว เหรอ”


ฉินหันไปมอง ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ


เปาส่ายหน้าอย่างนึกขัน


แต่เมื่อเด็กหนุ่มหันกลับไปสนใจขวดน้ำในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของเปาก็ค่อย ๆ จางลงเล็กน้อย


เขามองฉินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองธาม


คนเป็นพี่ยังคงยืนคุยเรื่องลำดับท่ากับตงอย่างจริงจัง มือหนึ่งถือกระดาษจดตำแหน่ง อีกมือชี้ไปยังพื้นที่กลางลานซ้อม


เปารู้ดีว่าธามเป็นคนอย่างไร


ถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้วก็จะทุ่มเทจนสุดตัว


และครั้งนี้ก็เช่นกัน


เขาเพียงหวังว่าเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะเข้าใจในสักวัน ว่าสิ่งที่ธามกำลังพยายามรักษาเอาไว้นั้นมีความหมายมากแค่ไหน


ช่วงเย็น หลังซ้อมรอบสุดท้ายเสร็จ ฉินก็ช่วยเก็บหัวสิงโตกลับขึ้นขาตั้ง ก่อนเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นบริเวณลานซ้อม


เจินที่กำลังพับผ้าคลุมเงยหน้าขึ้นมอง


“ตรงนั้นเดี๋ยวเราทำเอง”


ฉินหันมา


“ไม่เป็นไรครับ ผมกวาดได้”


“นายเพิ่งซ้อมเสร็จไม่ใช่เหรอ”


“ครับ”


“ไม่เหนื่อย?”


“เหนื่อยครับ”


ฉินตอบตามตรง ก่อนยิ้ม


“แต่กวาดพื้นยังไหว”


เจินมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงพับผ้าต่อ


“งั้นระวังฝุ่นด้วย”


“ครับ”


ไม่มีคำพูดเพิ่มเติม


ฉินก้มหน้ากวาดพื้นต่อไปอย่างตั้งใจ


ส่วนเจินก็ยังคงจัดเก็บอุปกรณ์ของตัวเองตามปกติ


กระทั่งธามเดินเข้ามาเห็น


“ไอ้ฉิน”


“ครับ”


“มึงไม่กลับหอ?”


“เดี๋ยวกลับครับ ขอเก็บตรงนี้ก่อน”


ธามมองพื้นบริเวณที่เด็กหนุ่มเพิ่งกวาดเสร็จ ก่อนพยักหน้า


“เออ เสร็จแล้วไปล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวกูเดินไปส่งปากตรอก”


“ครับเฮีย!”


ฉินตอบรับ ก่อนก้มหน้าทำงานต่อ


ธามมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินกลับไปเก็บสมุดบัญชีที่โต๊ะทำงาน


หลังฉินกลับไปแล้ว โรงซ้อมก็เงียบลงทีละน้อย


เปานั่งเก็บไม้กลองใส่ถุง ตงกำลังใช้ผ้าเช็ดฉาบ ส่วนเจินตรวจประตูตู้เก็บอุปกรณ์ก่อนลงกลอน


หมิงยืนเปิดสมุดอยู่ข้างโต๊ะม้า


“เฮียเฟย”


ธามเงยหน้าจากกระดาษในมือ


“อะไร”


“ช่วงท้ายผมว่าต้องปรับอีกหน่อย”


“กูรู้ เดี๋ยวพรุ่งนี้แก้”


“อืม”


หมิงพยักหน้า ก่อนปิดสมุด


“เด็กใหม่จำท่าได้เร็วดีนะ”


ธามเหลือบมอง


“เออ”


“แต่ยังไม่ค่อยนิ่ง”


“เพิ่งซ้อมได้ไม่กี่วัน”


“ผมรู้”


หมิงตอบเรียบ ๆ ก่อนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย


“แค่บอกไว้”


ธามไม่ได้ว่าอะไร


เขาก้มลงเก็บกระดาษต่อ ขณะที่หมิงเดินไปช่วยตงยกฉาบเข้าตู้


ผ่านไปครู่หนึ่ง เปาจึงพูดขึ้นลอย ๆ


“วันนี้เฮียเฟยดูอารมณ์ดีนะ”


ธามหันขวับ


“กูอารมณ์ดีตรงไหน”


“ก็ไม่ค่อยด่าใคร”


“มึงอยากโดน?”


“เปล่าครับ ๆ”


เปาหัวเราะ ก่อนยกมือยอมแพ้


หมิงที่กำลังเก็บของอยู่ใกล้ ๆ เหลือบมองญาติผู้พี่เล็กน้อย


“เฮีย”


“อะไรอีก”


“เฮียดูตั้งใจกับเด็กคนนี้มากนะ”


ธามชะงักมือเพียงนิดเดียว


“กูก็ตั้งใจกับทุกคน”


“อืม”


หมิงพยักหน้า


ไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่ครู่หนึ่ง


กระทั่งตงวางฉาบคู่สุดท้ายลงในตู้ ก่อนปิดประตูเหล็กดังแกร่ง


“เด็กมันก็ขยันดี”


เปาหันมอง


“ใช่ไหมล่ะ”


“แต่เพิ่งมา”


ตงพูดต่ออย่างเรียบ ๆ


“ดูกันไปก่อน”


หมิงไม่ได้ตอบ เพียงยกกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่


เจินที่ยืนอยู่ข้างตู้เก็บชุดเหลือบมองพื้นลานซ้อมที่สะอาดเรียบร้อย ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ


“อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ต้องกวาดพื้นเอง”


เปาหลุดหัวเราะ


“เออ จริง”


ธามมองทั้งสามคน ก่อนส่ายหน้า


“พวกมึงจะคุยอะไรกันนักหนา กลับบ้านได้แล้ว”


“ครับ ๆ เฮียเฟย”


เปารับคำอย่างอารมณ์ดี


ทุกคนทยอยเดินออกจากโรงซ้อมทีละคน เหลือเพียงธามที่ยังนั่งอยู่กับสมุดบัญชีตรงโต๊ะม้า


เสียงประตูเหล็กด้านหน้าถูกเลื่อนปิดลงครึ่งหนึ่ง


ความเงียบกลับเข้ามาแทนที่เสียงกลองและเสียงฉาบที่ดังตลอดบ่าย


ธามก้มมองตัวเลขในสมุดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบสายตาไปยังหัวสิงโตสีแดงทองที่วางอยู่บนขาตั้ง


ผ้าคลุมถูกพับเก็บเรียบร้อย


พื้นลานซ้อมสะอาดจนแทบไม่มีฝุ่น


เขานึกถึงเด็กหนุ่มที่ยืนกวาดพื้นทั้งที่เพิ่งซ้อมจนเหงื่อท่วมตัว แล้วเผลอยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง


“ไอ้เด็กนี่...”


ธามพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มหน้ากลับไปดูบัญชีต่อ


แต่พอพลิกกระดาษได้เพียงหน้าเดียว สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงกระดาษจากร้านขายด้ายที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะ


ภาพหัวสิงโตจิ๋วสีแดงที่แขวนอยู่หน้าร้านขายโคมไฟผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


รวมถึงเสียงของใครบางคนที่พูดด้วยความตื่นเต้นเมื่อช่วงสาย


“เฮีย ดูสิ น่ารักดีครับ!”


ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง


ร้านน่าจะยังไม่ปิด


ชายหนุ่มนั่งคิดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ปิดสมุดบัญชีลงแล้วลุกขึ้นหยิบกุญแจกับกระเป๋าสตางค์


“ไปซื้อของอีกหน่อยแล้วกัน”





แก๊งค์คนหล่อ 555+





TBC. แน่ะ เฮียจะไปซื้ออะไรกันนะ




ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64873
พลังน้ำใจ
331416
Zenny
119493
ออนไลน์
27639 ชั่วโมง
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวานซืน 06:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากๆนะครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวานซืน 06:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากๆนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3184
พลังน้ำใจ
24106
Zenny
23522
ออนไลน์
1639 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวานซืน 09:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูออกกันหมดทั้งโรงซ้อม แต่เฮียธามยังคงปากแข็งอยู่เหมือนเดิม

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ เมื่อวานซืน 09:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Nukinho ตอบกลับเมื่อ 2026-10-26 09:39
ดูออกกันหมดทั้งโรงซ้อม แต่เฮียธามยังคงปากแข็งอยู่เหมือนเดิม

ผู้เล่นที่อยู่ในสนามมักจะมองเกมไม่ออก 55+
ไม่เหมือนพวกนอกสนาม พากันพายเรือเรียบร้อยแล้ว
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1056
พลังน้ำใจ
10029
Zenny
4034
ออนไลน์
1078 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวานซืน 15:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ เมื่อวานซืน 17:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-28 14:00 , Processed in 0.151776 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้