ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 11|ตอบกลับ: 0

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.6

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
320
ตอบกลับ
113
พลังน้ำใจ
13860
Zenny
46283
ออนไลน์
5376 ชั่วโมง
โพสต์ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-10-22 10:56




โรงซ้อมของสมาคมส่งเสริมศิลปะสิงโตมังกรทอง สกุลเฉิน ไม่ได้กว้างขวางเหมือนคณะใหญ่ ๆ ที่มีสปอนเซอร์หนุนหลัง พื้นปูนบางส่วนแตกร้าวจนต้องใช้แผ่นยางรองทับ ผนังด้านหนึ่งแขวนภาพถ่ายสมาชิกคณะตั้งแต่รุ่นเตี่ย ส่วนหัวสิงโตเก่าเรียงอยู่บนชั้นไม้สูงเกือบจรดเพดาน


ธามคุ้นเคยกับทุกตารางนิ้วของสถานที่แห่งนี้


ตั้งแต่จำความได้ เขาก็วิ่งเล่นอยู่ระหว่างกลองกับหัวสิงโต พอโตขึ้นก็ถูกเตี่ยจับมาฝึกยืนม้า ฝึกก้าวเท้า แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ว่าการเชิดสิงโตไม่ได้มีแค่การสวมชุดแล้วกระโดดไปมาให้คนดูปรบมือ


มันต้องใช้แรง ใช้ความอดทน และต้องเชื่อใจคนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมผืนเดียวกัน


โดยเฉพาะเท้าหน้ากับเท้าหลัง


หากคนหนึ่งพลาด อีกคนก็อาจเจ็บไปด้วย


ธามจึงไม่เคยคิดจะให้คนที่เพิ่งสมัครเข้าคณะเมื่อวานลองท่ายากเร็วขนาดนี้


แต่พอเห็นฉินตีลังกาได้คล่อง เห็นการควบคุมร่างกายระหว่างฝึก และเห็นความตั้งใจที่เด็กมันมีอยู่จริง เขาก็เริ่มอยากรู้ขึ้นมาว่า...


ถ้าลองให้ขึ้นบ่า จะทำได้ดีแค่ไหน


“เฮีย”


เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง


ธามหันไปมอง เห็นฉินเดินออกมาจากทางครัวพร้อมแก้วเก๊กฮวยที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง เด็กหนุ่มเปลี่ยนจากท่าทางร่าเริงตอนกินข้าวมาเป็นสีหน้าสนใจทันทีที่เห็นเบาะหลายแผ่นวางเรียงอยู่กลางโรงซ้อม


“กินอิ่มแล้ว?”


“ครับ อาม่าให้ผมกินเพิ่มอีกตั้งครึ่งจานแน่ะ”


ธามเหลือบมองหน้าท้องอีกฝ่าย ก่อนจะวางเบาะแผ่นสุดท้ายลง


“งั้นนั่งพักก่อน ยังไม่ต้องรีบฝึก”


ฉินพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขานำแก้วไปวางบนโต๊ะข้างผนังแล้วเดินไปนั่งบนม้านั่งไม้ ระหว่างนั้นสายตายังคงมองตามการเคลื่อนไหวของธามอยู่ตลอด


รองเท้าฝึกสีดำที่เพิ่งได้รับเมื่อเช้าพอดีกับเท้าของเขาอย่างน่าประหลาด พื้นยางยึดเกาะกับพื้นปูนได้ดีกว่ารองเท้าคู่เก่ามาก แม้จะเป็นของที่เคยมีคนใช้มาก่อน แต่ฉินก็รู้สึกชอบมันไม่น้อย


โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าใครบางคนเป็นคนลงมือซักให้ด้วยตัวเอง


ฉินเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะก้มมองรองเท้าคู่นั้นอีกหน


ใครจะไปคิดว่าเฮียหน้าดุที่เอาแต่ทำเสียงเข้มใส่เขาตั้งแต่วันแรก จะมีมุมแบบนี้กับคนอื่นด้วย


ปากก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจเตรียมให้ แต่ดันซักเสียสะอาดเอี่ยม


นึกแล้วก็อดขำไม่ได้


“ยิ้มอะไรของมึง”


เสียงทุ้มดังขึ้นจนฉินสะดุ้งเล็กน้อย


เด็กหนุ่มเงยหน้า เห็นธามยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกล


“เปล่าครับ”


เขาไม่ได้พูดเรื่องนั้นซ้ำ


เพราะดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายแล้ว หากยังเอ่ยถึงอีก เฮียธามคงหาข้ออ้างเดินหนีไปอีกแน่


“วันนี้จะฝึกอะไรเหรอครับ”


ฉินถามเมื่อเห็นธามเดินเข้ามาใกล้


“ขึ้นบ่า”


ฉินชะงัก


“...”


ดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ เบิกกว้าง


“ขึ้นบ่า?”


“เออ”


“บ่าเฮียอะนะ”


“แล้วมึงเห็นคนอื่นอยู่ตรงนี้ไหม”


ฉินหันซ้ายหันขวาอย่างจริงจัง


ก่อนจะส่ายหน้า


“ไม่มีครับ”


“งั้นก็บ่ากูนี่แหละ”


เด็กหนุ่มยิ้มกว้างทันที


“จริงดิ!”


“เออ”


“โห!”


ฉินเดินวนรอบตัวธามหนึ่งรอบ


ชายหนุ่มขมวดคิ้ว


“มึงทำอะไร”


“สำรวจครับ”


“สำรวจอะไร”


“บ่าเฮีย”


“...”


ฉินหยุดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะยื่นมือแตะไหล่กว้างเบา ๆ


“โห แข็งอะ”


ธามตัวชะงัก


“...”


“เฮียเล่นเวทด้วยเหรอ”


“ก็เล่นบ้าง”


“มิน่าล่ะ”


ฉินลองใช้นิ้วกดต้นแขนอีกฝ่าย


“กล้ามแน่นเชียว”


ธามรีบจับข้อมือเด็กหนุ่มไว้


“พอ”


ฉินเงยหน้า


“ครับ?”


“กูไม่ใช่หมูในตลาด จะได้มายืนจิ้มดูเนื้อ”


เด็กหนุ่มหลุดหัวเราะ


“ฮ่า ๆๆ!”


ธามปล่อยมือ


“มายืนข้างหน้า”


“ครับ!”


ฉินรีบเดินไปยืนตามคำสั่ง


ชายหนุ่มก้มลงตรวจเชือกรองเท้าของอีกฝ่ายก่อนเป็นอันดับแรก


“ผูกแน่นหรือยัง”


“แน่นครับ”


“เอาให้แน่”


ฉินก้มลงกระตุกเชือกอีกครั้ง


“แน่นแล้วครับเฮีย”


ธามพยักหน้า ก่อนจะชี้ไปยังเบาะ


“ฟังกูก่อน วันนี้ยังไม่ใช่การขึ้นบ่าแบบที่ใช้แสดงจริง กูจะให้มึงลองหาตำแหน่งลงน้ำหนัก แล้วค่อยขึ้นไปยืน”


ฉินตั้งใจฟังทันที


“ครับ”


“ห้ามกระโดดขึ้นเอง”


“ครับ”


“ห้ามเปลี่ยนท่าโดยไม่บอก”


“ครับ”


“แล้วถ้ารู้สึกไม่มั่นคง ให้พูดทันที ไม่ต้องฝืน”


ฉินพยักหน้า


“เข้าใจครับ”


ธามมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง


“ดี”


ชายหนุ่มเดินไปหยิบเก้าอี้เตี้ยที่แข็งแรงตัวหนึ่งมาวางข้างเบาะ ก่อนจะใช้เท้าลองขยับดูว่ามั่นคงหรือไม่


ฉินมองอย่างสนใจ


“ทำไมต้องมีเก้าอี้ด้วยอะ”


“ให้มึงขึ้นจากระดับต่ำก่อน”


“อ๋อ”


“กูจะนั่งย่อให้มึงหาตำแหน่งเท้า แล้วค่อยยืนขึ้น”


ฉินพยักหน้าอีกครั้ง


ธามหันมามอง


“พร้อมไหม”


“พร้อมครับ!”


ธามยืนอยู่บนเบาะ กางเท้าออกให้มั่นคง ก่อนจะย่อตัวลงในระดับที่ฉินสามารถวางเท้าขึ้นบนบ่าได้จากเก้าอี้เตี้ย


เขาเคยฝึกท่านี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน


ตอนยังเป็นเด็กก็เคยเป็นฝ่ายขึ้นบ่ารุ่นพี่


พอโตขึ้น ตัวใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น จึงเปลี่ยนมาเป็นคนรับน้ำหนักเสียเอง


การรับคนเป็นเท้าหน้าไม่ใช่แค่เรื่องกำลังแขนหรือกำลังขา


คนอยู่ด้านล่างต้องรู้ว่าคนด้านบนกำลังถ่ายน้ำหนักไปทางไหน ต้องคอยรักษาแกนลำตัวให้มั่นคง และที่สำคัญที่สุดคือต้องสื่อสารกันให้รู้เรื่อง


ซึ่งข้อสุดท้ายนี่แหละที่ธามไม่ค่อยมั่นใจ


เพราะไอ้เด็กตรงหน้ามันพูดเก่งเกินไป


“เฮีย”


“ว่า”


“ตอนเฮียหัดขึ้นบ่าครั้งแรก ใครเป็นคนรับ”


ธามชะงัก


ก่อนจะตอบ


“เตี่ย”


“จริงเหรอ”


“เออ”


“แล้วเฮียทำได้เลยไหม”


ธามหัวเราะหึ


“เกือบเหยียบหน้าเตี่ย”


ฉินอ้าปากค้าง


ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา


“จริงดิ!”


“เออ”


“แล้วเตี่ยว่ายังไง”


ธามหันมามอง


“เตี่ยบอกว่าถ้ากูอยากเหยียบหน้าเขาขนาดนั้น ให้รอโตแล้วค่อยมาท้าต่อย”


ฉินหัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก


“โห เตี่ยเฮีย!”


“แล้วกูโดนให้ยืนม้าอีกครึ่งชั่วโมง”


“โหดอะ”


ธามมองเด็กหนุ่มที่ยังยิ้มไม่หาย


ก่อนจะส่ายหน้า


“เอาละ มา”


เขาให้ฉินลองวางมือบนไหล่ก่อน


“จับตรงนี้”


ฉินยื่นมือไปแตะ


“แบบนี้?”


“เออ”


“แน่นไปไหม”


“ไม่”


เด็กหนุ่มลองขยับนิ้วเล็กน้อย


“เฮีย”


“อะไร”


“ไหล่เฮียแข็งมาก”


ธามนิ่งไป


“...”


ฉินก้มมองมือของตัวเอง


“เหมือนจับเสาเลย”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ?”


“มึงจะขึ้นบ่าหรือจะตรวจสุขภาพกู”


เด็กหนุ่มหัวเราะ


“ขึ้นบ่าครับ!”


“งั้นตั้งใจ”


“ครับ”


ธามค่อย ๆ จัดตำแหน่งให้


เมื่อฉินวางเท้าข้างแรกลงบนบ่า เขาก็ใช้มือประคองข้อเท้าไว้ทันที


ฝ่ามือของธามใหญ่พอจะจับรอบข้อเท้าเรียวได้เกือบหมด


ฉินก้มมอง


“เฮีย”


“อะไร”


“มือเฮียใหญ่จัง”


ธามเงยหน้า


“มึงจะชมทุกส่วนของร่างกายกูเลยไหม”


ฉินชะงัก


ก่อนจะรีบส่ายหน้า


“เปล่าครับ!”


“งั้นขึ้น”


“ครับ!”


เด็กหนุ่มกลั้นยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักขึ้นไปตามคำสั่ง


ธามประคองเขาไว้มั่นคง


“อย่าเพิ่งรีบ”


“ครับ”


“ดี... เท้าอีกข้าง”


ฉินทำตาม


การเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มคล่องกว่าที่คิด เขารู้จักรักษาแนวลำตัวและไม่ทิ้งน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป


ธามสัมผัสได้ทันที


เออแฮะ


เด็กมันใช้เป็นนี่หว่า


“พร้อมไหม”


เขาถาม


ฉินสูดลมหายใจ


“พร้อมครับ”


“กูจะยืนขึ้น”


“ครับ”


ธามค่อย ๆ เหยียดเข่า


น้ำหนักของฉินถ่ายลงบนบ่าทั้งสองข้างอย่างสม่ำเสมอ ชายหนุ่มใช้กำลังจากขาและแกนลำตัวพยุงขึ้นช้า ๆ ขณะที่มือยังคอยประคองข้อเท้าของคนด้านบน


ฉินเกร็งตัวในช่วงแรก


แต่พอรู้สึกว่าธามยืนมั่นคง ความตื่นเต้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความมั่นใจ


เขาปรับสะโพกให้อยู่ในแนวสมดุล


ยืดหลังตรง


แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น


“โห...”


เสียงอุทานดังขึ้นเบา ๆ


ธามเงยหน้ามอง


“เป็นไง”


ฉินมองไปรอบโรงซ้อม


“สูงจังครับ”


“กลัวไหม”


“นิดหนึ่ง”


“อย่ามองลงพื้น”


“ครับ”


ฉินรีบมองตรง


ธามรออยู่ครู่หนึ่ง


“ทรงตัวได้ไหม”


“ได้ครับ”


“ลองผ่อนมือขวาออก”


ฉินค่อย ๆ ทำตาม


มือข้างหนึ่งคลายจากไหล่ธามอย่างระมัดระวัง


ลำตัวของเขาขยับไปด้านข้างเพียงนิดเดียว ก่อนจะกลับมาตรงเหมือนเดิม


ธามเลิกคิ้ว


“อืม”


ฉินก้มมอง


“เป็นไงครับ”


“ดี”


เด็กหนุ่มยิ้มทันที


“จริงเหรอ”


“เออ”


ธามตอบ ก่อนจะลองขยับเท้าเล็กน้อยเพื่อทดสอบการถ่ายน้ำหนัก


ฉินปรับตัวตามได้ทัน


ชายหนุ่มเริ่มประหลาดใจจริง ๆ


เขาเคยฝึกกับคนมาไม่น้อย บางคนต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะยืนบนบ่าได้โดยไม่เกร็งไปทั้งตัว


แต่ฉินกลับจับหลักได้ตั้งแต่ครั้งแรก


ไม่ใช่แค่ตัวเบา


เด็กมันรู้จักควบคุมร่างกาย


ธามเองก็เผลอยิ้มออกมานิดหนึ่ง


ก่อนจะบอกให้ฉินกลับมาจับไหล่ตามเดิม


“กูจะลองย่อเข่า”


“ครับ”


“มึงผ่อนตามจังหวะกู”


“ครับเฮีย”


ธามเริ่มย่อตัวลงอย่างช้า ๆ


ฉินขยับตามได้ดี


ครั้งแรกมีอาการเกร็งขาเล็กน้อย แต่พอธามบอกให้ผ่อน เด็กหนุ่มก็ปรับได้ทันที


ทั้งคู่ลองอีกสองสามครั้ง


จนจังหวะเริ่มเข้ากัน


ธามรู้สึกได้ว่าน้ำหนักบนบ่าของตัวเองเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ


มันเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคย


แต่ก็ห่างหายไปนานแล้ว


นับตั้งแต่ชาติย้ายออกจากคณะ เขาแทบไม่ได้ฝึกท่าเข้าคู่จริงจังกับใครอีก


พอวันนี้มีคนขึ้นมายืนอยู่บนบ่าอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างจึงค่อย ๆ กลับมา


เสียงกลอง


จังหวะเท้า


น้ำหนักของคนด้านบน


และความเชื่อใจที่ส่งผ่านการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นต้องพูดมาก


ธามเงยหน้ามองฉิน


เด็กหนุ่มกำลังตั้งใจทรงตัว


คิ้วขมวดเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างจริงจัง


ต่างจากตอนพูดเล่นเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด


หลังจากฝึกทรงตัวได้อีกพักหนึ่ง ธามจึงให้ฉินลองเปลี่ยนตำแหน่งแขนและปรับท่าทางตามจังหวะที่เขาบอก


ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี


จนกระทั่งถึงตอนลง


“กูจะย่อตัวนะ”


“ครับ”


“จับไหล่ไว้”


“ครับ”


ธามค่อย ๆ ลดระดับลง


ฉินทำตามอย่างระมัดระวัง


แต่ตอนที่กำลังถ่ายน้ำหนักกลับไปยังแท่นช่วยขึ้น เด็กหนุ่มกลับเผลอขยับเท้าเร็วไปนิดหนึ่ง


“อ๊ะ!”


ร่างของฉินเซไปด้านหน้า


ธามรีบยื่นแขนรับทันที


“เฮ้ย! ช้า ๆ!”


มือใหญ่ข้างหนึ่งจับต้นแขน อีกข้างประคองเอวไว้มั่นคง


ฉินเสียหลักเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกดึงกลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งปลอดภัย


“โอ๊ย!”


ธามขมวดคิ้ว


“เจ็บ?”


“เปล่าครับ!”


ฉินรีบส่ายหน้า


“ตกใจเฉย ๆ”


ชายหนุ่มก้มมองข้อเท้าของอีกฝ่าย


“แน่ใจ?”


“แน่ครับ”


“ลองลงน้ำหนักดู”


ฉินทำตาม


เขาขยับเท้าซ้ายขวา ก่อนจะเงยหน้า


“ไม่เจ็บครับ”


ธามถอนหายใจ


“กูบอกแล้วว่าให้ลงช้า ๆ”


ฉินก้มหน้าเล็กน้อย


“ขอโทษครับเฮีย”


ธามมองใบหน้านั้น


ก่อนจะชะงัก


เขานึกถึงเมื่อวานขึ้นมาทันที


ตอนที่ตัวเองเผลอใช้อารมณ์


ตอนที่เด็กตรงหน้ายืนตาแดงอยู่กลางโรงซ้อม


ธามเม้มปาก


ก่อนจะลดน้ำเสียงลง


“กูไม่ได้ว่า”


ฉินเงยหน้า


“ครับ?”


“กูแค่บอกให้ระวัง”


ชายหนุ่มพูดต่อ


“ตอนขึ้นมึงทำได้ดีแล้ว แต่ตอนลงก็สำคัญเหมือนกัน”


ฉินพยักหน้า


“ครับ”


“ถ้ามึงรีบจนเสียหลัก ต่อให้กูรับทันก็อาจเจ็บได้”


“ครับเฮีย”


ธามมองหน้าเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ


“เข้าใจแล้วก็พอ”


ฉินยิ้มบาง ๆ


“ครับ”


ธามพยักหน้า


แต่พอกำลังจะปล่อยมือ เขากลับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยังจับเอวฉินอยู่


“...”


ส่วนฉินก็ยังจับไหล่เขาไว้เหมือนกัน


ทั้งคู่ยืนใกล้กันมาก


ใกล้จนธามเห็นเหงื่อเม็ดเล็กตรงขมับของเด็กหนุ่ม


เห็นปลายจมูกที่ขึ้นสีแดงนิดหน่อยจากการออกแรง


และเห็นดวงตาคู่นั้นกำลังมองเขาอยู่


ตึก


หัวใจธามกระตุก


อีกแล้ว


ไอ้ความรู้สึกประหลาดนี่อีกแล้ว


“เฮีย?”


ฉินเรียก


ธามสะดุ้งเล็กน้อย


“อะไร”


“ผมยืนได้แล้วครับ”


“...”


ชายหนุ่มก้มมอง


เออ


ยืนได้แล้วจริง ๆ


แล้วทำไมกูยังจับมันอยู่


ธามรีบปล่อยมือ


“เออ ไปพัก”


ฉินกะพริบตา


ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้ม


“เฮีย!”


เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง


ธามหันไป


“อะไร”


ฉินนั่งอยู่บนม้านั่ง ขาทั้งสองข้างแกว่งเบา ๆ


“วันนี้ผมทำได้ดีจริง ๆ ใช่ไหม”


ชายหนุ่มมองหน้า


ก่อนจะตอบ


“เออ”


ฉินยิ้ม


“ดีแค่ไหน”


ธามถอนหายใจ


“มึงจะเอาคะแนนด้วยไหม”


เด็กหนุ่มตาเป็นประกาย


“ได้เหรอครับ!”


“กูประชด”


“โห!”


ฉินหัวเราะ


“แต่ผมดีใจจริง ๆ นะ”


ธามชะงัก


ฉินเงยหน้าขึ้น


“ผมไม่เคยเชิดสิงโตมาก่อนเลย ตอนแรกก็กลัวว่าจะทำไม่ได้”


ชายหนุ่มนิ่งฟัง


“แต่วันนี้พอขึ้นไปอยู่บนบ่าเฮียแล้ว...”


เด็กหนุ่มหยุดคิดครู่หนึ่ง


ก่อนจะยิ้มบาง ๆ


“มันสนุกดีครับ”


ธามมองหน้าเขา


“สนุก?”


“ครับ”


ฉินพยักหน้า


“เหมือนตอนผมฝึกยิมใหม่ ๆ เลย”


เด็กหนุ่มก้มมองมือตัวเอง


“ตอนแรกไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม แต่พอลองแล้วทำได้ ก็อยากลองอีก”


ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะพยักหน้า


“ดีแล้ว”


ฉินเงยหน้าขึ้น


“เฮีย”


“หือ”


“ผมอยากเป็นเท้าหน้าให้เฮียจริง ๆ นะ”


“...”


ฉินไม่ได้พูดเล่น


ดวงตาของเด็กหนุ่มจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก


“ผมรู้ว่าตัวเองยังไม่เก่ง แต่ผมฝึกได้”


เขาพูดต่อ


“ถ้าเฮียยอมสอน ผมจะตั้งใจ”


ธามมองหน้าเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง


“ฉิน”


“ครับ”


“กูไม่ได้ห่วงเรื่องมึงตั้งใจหรือเปล่า”


เด็กหนุ่มชะงัก


“...”


“กูเห็นแล้วว่ามึงตั้งใจ”


ธามพูดเสียงเรียบ


“แต่การเชิดสิงโตมันไม่ได้มีแค่ขึ้นบ่าได้”


ฉินพยักหน้า


“ครับ”


“มึงต้องจำจังหวะกลอง ต้องรู้จังหวะเท้า แล้วก็ต้องรู้ว่าตอนไหนควรขยับ ตอนไหนควรหยุด”


ชายหนุ่มหันมาสบตา


“ถ้ามึงจะเป็นเท้าหน้าของกู มึงต้องเชื่อใจกู”


ฉินมองเขา


ก่อนจะยิ้มออกมานิดหนึ่ง


“ผมเชื่ออยู่แล้ว”


ธามชะงัก


“...”


“ไม่งั้นผมไม่กล้าขึ้นบ่าเฮียหรอก”


เด็กหนุ่มพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา


ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะเบือนหน้าหนี


“เออ”


ฉินยิ้มกว้างขึ้น


“แล้วเฮียล่ะ”


ธามหันกลับมา


“อะไร”


“เชื่อใจผมไหม”


ชายหนุ่มชะงัก


“...”


ฉินมองหน้าเขาอย่างรอคำตอบ


ธามก้มมองพื้น


ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ


“ถ้าไม่เชื่อ กูไม่ให้มึงขึ้นบ่าหรอก”


เด็กหนุ่มนิ่งไปสองวินาที


ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา


“อ๋อ”


ธามเหลือบมอง


“อ๋ออะไร”


“เปล่าครับ”


ฉินยิ้มจนตาหยี


“แค่ดีใจ”


เวลาล่วงเลยไปจนเกือบสี่โมงเย็น


หลังจากฝึกทบทวนจังหวะเท้าอีกเล็กน้อย ธามจึงบอกให้ฉินเลิกซ้อม


“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ”


ธามมองหน้า


“เรื่องอะไร”


“ที่สอนผม”


ฉินตอบ


“แล้วก็ที่คอยจับไว้ตอนขึ้นบ่า”


ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะพยักหน้า


“เออ”


เด็กหนุ่มยกมือไหว้


“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”


“กลับดี ๆ”


ฉินเดินไปถึงประตูแล้วหยุด


เขาหันกลับมามองธามอีกครั้ง


“เฮีย”


“อะไร”


“วันนี้เฮียไม่ค่อยดุเลย”


ธามเลิกคิ้ว


“อยากให้ดุ?”


ฉินรีบส่ายหน้า


“ไม่ครับ”


ก่อนจะยิ้มออกมานิดหนึ่ง


“แบบนี้ดีแล้ว”


ธามชะงัก


ฉินไม่ได้พูดต่อ เพียงยกมือโบกลาแล้วเดินออกไปตามทางเดินหน้าโรงซ้อม


เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป


เหลือเพียงธามที่ยืนอยู่ตรงนั้น


ชายหนุ่มมองประตูไม้ที่เปิดค้างไว้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ


แบบนี้ดีแล้ว


คำพูดธรรมดา ๆ ของเด็กคนนั้นกลับทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง


ธามรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะเวลามีเรื่องให้คิดมาก ทั้งหนี้สินของคณะ อาการป่วยของเตี่ย และงานแสดงที่ใกล้เข้ามาทุกที


บางครั้งความกดดันเหล่านั้นก็ทำให้เขาหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ


แต่เด็กที่เพิ่งเข้ามาฝึกไม่ควรต้องรับอารมณ์ของเขาไปด้วย


ธามยกมือขึ้นลูบหน้า


อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ได้ทำให้มันร้องไห้อีก


เขาหันกลับไปมองเบาะที่วางอยู่กลางโรงซ้อม


เมื่อนึกถึงตอนฉินขึ้นไปยืนบนบ่าครั้งแรก มุมปากก็เผลอยกขึ้นเล็กน้อย


เด็กมันทำได้ดีจริง ๆ


ดีเกินกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก


ธามเดินไปหยิบสมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดกลับไปยังหน้าที่เพิ่งเขียนไว้


ใต้หัวข้อการฝึกของฉิน เขาหยิบปากกาขึ้นมาเติมข้อความอีกหนึ่งบรรทัด


มีแววเป็นเท้าหน้าได้


ชายหนุ่มมองประโยคนั้นอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนจะเขียนต่อ


ต้องฝึกเรื่องความระวัง แต่เชื่อใจคนรับน้ำหนักได้ดี


เขาปิดสมุดลง


แล้วเงยหน้ามองหัวสิงโตสีแดงบนชั้นไม้


อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแสดงแล้ว


เวลาเหลือไม่มากนัก และยังมีอีกหลายอย่างที่ฉินต้องเรียนรู้


แต่วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ธามรู้สึกว่าโรงซ้อมแห่งนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องให้หนักใจ


อย่างน้อยก็มีเด็กคนหนึ่งที่ขึ้นไปยืนบนบ่าเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรก


และยิ้มอย่างดีใจราวกับเพิ่งค้นพบโลกอีกใบ


ธามส่ายหน้าเบา ๆ


“เก่งเหมือนกันนี่หว่า...”


คำชมนั้นหลุดออกมาในโรงซ้อมที่ไม่มีใครอยู่แล้ว


ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ


ตอนอยู่ต่อหน้าเด็กมัน เขากลับพูดอะไรดี ๆ ได้ไม่กี่คำ


แต่พออีกฝ่ายกลับไปแล้ว ดันนึกคำชมออกมาได้ตั้งเยอะ


ธามเดินไปเก็บเบาะทีละแผ่น


ขณะก้มยกแผ่นสุดท้าย เขาก็นึกถึงตอนที่ฉินเกือบเสียหลักแล้วจับไหล่เขาไว้


สัมผัสจากมือคู่นั้นยังชัดอยู่ในความทรงจำ


รวมถึงรอยยิ้มเล็ก ๆ ตอนเด็กมันพูดว่า แบบนี้ดีแล้ว


ธามชะงักไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอย


“ให้ตายเถอะ...”









TBC.


หมาเด็ก หมาแก่ เอ๊ะยังไง 55+

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-22 11:49 , Processed in 0.085497 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้