แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g555g555g เมื่อ 2026-10-21 17:41
เสียงนกและเสียงนักเรียนที่เริ่มตื่นขึ้นตามเต็นท์ต่างๆ ดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ บอยลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังทบทวนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ทัศน์รับรู้ความรู้สึกของเขาแล้วทัศน์ไม่ได้รังเกียจเขา และที่สำคัญที่สุด ทัศน์ยอมเปิดใจให้เขา บอยยกมือขึ้นปิดหน้าก่อนหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง “บ้าไปแล้ว…” “บ้าอะไรแต่เช้า?” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังมาจากอีกด้านของเต็นท์ บอยสะดุ้งแล้วหันไปมองทัศน์กำลังนั่งขยี้ตาอยู่บนที่นอน ผมยุ่งเล็กน้อยจากการนอนหลับแต่ยังมีรอยยิ้มง่วง ๆ ปรากฏบนใบหน้า “ตื่นแล้วเหรอ?” “อืม นายล่ะตื่นนานแล้วหรือยัง?” “ไม่นาน” ทัศน์ยืดแขนบิดตัวก่อนหันมามองบอย “เมื่อคืนผมพูดอะไรแปลกๆ ไปหรือเปล่า?” บอยหัวเราะทันที“นายจำไม่ได้เหรอ?” “จำได้สิ”ทัศน์รีบตอบ “ผมแค่ถามให้แน่ใจ” บอยยิ้มจนแก้มปริ“นายบอกว่าจะลองคบกับผม” ทัศน์หัวเราะอย่างเขินๆ แล้วเกาท้ายทอย“เออ…ก็ใช่น่ะสิ” “งั้นตอนนี้ผมเป็นแฟนนายแล้วใช่ไหม?”ทัศน์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน “ใช่ครับแฟนคนแรกของผม” บอยรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้ยินคำนี้จากปากทัศน์และยิ่งไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันในเช้าวันธรรมดา ๆ ของค่ายลูกเสือ “นายพูดอีกทีได้ไหม?” ทัศน์หัวเราะ “ไม่เอาแล้วพูดรอบเดียวพอ” “นะ ขออีกที” ไม่ ผมเขินนะ ทั้งคู่หัวเราะกันจนเต็นท์ข้างๆ มีเสียงครูคนหนึ่งตะโกนแซวว่าให้เบาเสียงหน่อย ทัศน์รีบยกมือปิดปากส่วนบอยหัวเราะจนไหล่สั่น เมื่อบรรยากาศสงบลง ทัศน์ก็หันมามองเขาอีกครั้ง “บอย ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?” “ได้สิ” “ถ้าเราเริ่มคบกันแล้วผมทำอะไรไม่ถูกใจนาย นายต้องบอกผมตรง ๆ นะ ผมไม่อยากให้นายต้องเก็บไว้คนเดียว” บอยพยักหน้า “ได้ผมจะบอกนายเหมือนกัน แต่ถ้านายยังไม่เข้าใจอะไร ก็ถามผมได้ทุกเรื่องนะ” ทัศน์ยิ้ม “ตกลง” เขายื่นมือมาให้บอยจับอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะยังมีความเขินอยู่บ้าง แต่คราวนี้บอยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นอยู่คนเดียว และสำหรับบอยนั่นเป็นสัญญาณเล็ก ๆที่ทำให้เขารู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ก่อนออกจากเต็นท์ทัศน์หยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย แล้วหันมาถาม “ไปกินข้าวเช้าด้วยกันไหม?” บอยยิ้มกว้าง “ไปสิ” “งั้นวันนี้ผมเลี้ยงเอง” “ทำไมล่ะ?” ทัศน์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์“ก็ฉลองที่ผมมีแฟนเป็นครั้งแรกไง” บอยหัวเราะจนต้องก้มหน้า “นายอย่าพูดแบบนี้บ่อยได้ไหมผมเขิน!” ทัศน์หัวเราะตาม ก่อนเดินออกจากเต็นท์ไปพร้อมกับบอย เช้าวันนั้นโลกยังคงเป็นโลกใบเดิม นักเรียนยังต้องเข้าแถว ครูยังต้องทำกิจกรรมและค่ายลูกเสือก็ยังดำเนินต่อไปตามกำหนดการ แต่สำหรับบอยทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะผู้ชายที่เขาเคยแอบมองจากระยะไกลตอนนี้กำลังเดินเคียงข้างเขาอย่างเปิดเผย แม้จะยังต้องเรียนรู้กันอีกมากแต่บอยก็ไม่กลัวเหมือนเดิมแล้ว เขาไม่ได้เป็นเพียงคนที่แอบรักทัศน์อีกต่อไป เขาเป็นคนที่ทัศน์เลือกให้โอกาสและเป็นคนที่ทัศน์กำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก หลังกลับจากค่ายลูกเสือชีวิตในโรงเรียนของบอยกับทัศน์ก็กลับเข้าสู่ตารางงานตามปกตินักเรียนกลับมาเรียนหนังสือ ครูแต่ละคนเริ่มสะสางงานที่ค้างไว้และเสียงกริ่งเปลี่ยนคาบก็ดังขึ้นตามเวลาเหมือนทุกวัน หากมองจากภายนอกทั้งสองคนแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บอยยังคงเป็นครูวิทยาศาสตร์ที่แต่งตัวเรียบร้อยใส่ใจรายละเอียด และมักนั่งตรวจงานนักเรียนจนเย็นส่วนทัศน์ก็ยังเป็นครูพละที่เดินไปมาระหว่างสนามกับห้องพักครูมีเสียงหัวเราะอยู่รอบตัว และมักได้รับการทักทายจากนักเรียนแทบทุกครั้งที่เดินผ่านแต่สำหรับบอย ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา เขามีเรื่องหนึ่งให้ยิ้มได้ก่อนออกจากบ้าน เขากับทัศน์ตกลงคบกันแล้วจริงๆ ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่การคิดเข้าข้างตัวเองและไม่ใช่การตีความคำพูดของอีกฝ่ายไปฝ่ายเดียวอีกต่อไป ถึงอย่างนั้นบอยก็ยังไม่อยากเร่งรัดความสัมพันธ์เขารู้ว่าทัศน์เพิ่งเริ่มเปิดใจให้ความรักในรูปแบบที่ไม่เคยคุ้นเคยเขาจึงตั้งใจว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างค่อย ๆ เติบโตตามธรรมชาติ แม้ว่าในใจอยากครอบครองและสัมผัสดุ้นเนื้อที่แอบมองมานาน สิ่งที่บอยไม่รู้ก็คือในช่วงเวลาเดียวกันนั้นทัศน์เองก็เริ่มค้นพบว่าการมีแฟนคนนี้ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิด เช้าวันจันทร์บอยมาถึงห้องพักครูตามปกติ เขาวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเตรียมเอกสารสำหรับการสอนคาบแรก ขณะที่กำลังจัดกระดาษให้เรียงตรงเสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้ประตู “อรุณสวัสดิ์ครับคุณครูวิทยาศาสตร์” บอยเงยหน้าขึ้นทันที ทัศน์ยืนอยู่ตรงประตูพร้อมกาแฟสองแก้วในมือใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูสดใสกว่าคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงโรงเรียนในตอนเช้าเสียอีก “นายซื้อกาแฟมาสองแก้วทำไม?” “แก้วหนึ่งของผมอีกแก้วของนาย”บอยนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนรับแก้วที่อีกฝ่ายยื่นให้ “ของผมเหรอ?” “ใช่สินายคิดว่าผมจะดื่มสองแก้วคนเดียวหรือไง?” บอยหัวเราะเบา ๆ“ก็ไม่รู้นายอาจจะติดกาแฟขึ้นมาก็ได้” ทัศน์ลากเก้าอี้มานั่งข้างโต๊ะแล้ววางแก้วของตัวเองลง “ผมถามร้านมาแล้วนะว่าแก้วไหนหวานน้อยแบบที่นายชอบ”บอยชะงักมือที่กำลังเปิดฝาแก้วหยุดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่เคยบอกทัศน์อย่างจริงจังว่าชอบกาแฟรสไหนเพียงแต่เวลาไปซื้อด้วยกัน เขามักเลือกเครื่องดื่มหวานน้อยอยู่เสมอ ทัศน์สังเกตเห็นสีหน้าของเขาจึงถามขึ้น“ทำไมทำหน้าเหมือนไม่เชื่อผมเลย?” “เปล่า ผมแค่ไม่คิดว่านายจะจำได้” ทัศน์ยักไหล่ “ก็เรื่องของแฟนตัวเองทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ” บอยก้มหน้าทันที แก้มของเขาร้อนขึ้นจนต้องยกแก้วกาแฟขึ้นบังใบหน้าส่วนทัศน์กลับหัวเราะอย่างพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น“แค่นี้ก็เขินแล้วเหรอ?” “นายก็พูดอะไรไม่รู้!” “ผมพูดความจริงนี่ครับ” ทัศน์ยิ้มกว้างก่อนลุกขึ้นยืนเพราะได้ยินเสียงนักเรียนเรียกจากทางเดิน “เดี๋ยวผมไปดูสนามก่อนนะเที่ยงนี้กินข้าวด้วยกัน” “ได้สิ” “ห้ามหนีไปกินก่อนนะ” “ผมจะหนีไปไหนได้ล่ะ” “ดีมากครับ” ทัศน์ยกมือแตะไหล่บอยเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป บอยมองตามจนอีกฝ่ายลับสายตาก่อนก้มมองแก้วกาแฟในมืออีกครั้ง รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า เมื่อก่อนเขาเป็นฝ่ายจำรายละเอียดของทัศน์แทบทุกอย่างเป็นฝ่ายคอยสังเกตว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไร เหนื่อยตอนไหนหรือมีสีหน้าอย่างไรเมื่อเจอเรื่องไม่สบายใจ แต่ตอนนี้ทัศน์เริ่มเป็นฝ่ายจดจำรายละเอียดของเขาบ้างแล้ว และบอยก็ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกอบอุ่นจากเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะทำให้เขารักทัศน์มากขึ้นได้อีกแค่ไหน ในช่วงพักกลางวันทัศน์กำลังนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนครูพละสองคนบทสนทนาบนโต๊ะเป็นเรื่องการแข่งขันกีฬาที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าทุกคนช่วยกันเสนอความคิดเห็นและแบ่งหน้าที่ตามความถนัด ทัศน์ร่วมพูดคุยอย่างสนุกสนานแต่เมื่อเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เขากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังรออะไรบางอย่าง ปกติเวลานี้เขามักจะเดินไปกินข้าวกับบอย วันนี้เขาติดประชุมสั้นๆ หลังเลิกคาบ จึงไม่ได้ส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายเหมือนทุกวัน “ทัศน์นายฟังอยู่หรือเปล่า?”เพื่อนครูคนหนึ่งเรียกขึ้น “ฟังอยู่ ๆว่าไงนะ?” “ผมถามว่านายสะดวกดูแลการแข่งขันรอบคัดเลือกวันพุธไหม” “อ๋อ ได้สิไม่มีปัญหา” เพื่อนครูมองหน้าเขาอย่างสงสัย“วันนี้นายดูใจลอยนะปกติเรื่องกีฬานี่ไม่ต้องถามซ้ำเลย” ทัศน์หัวเราะกลบเกลื่อน“คงเหนื่อยจากค่ายนั่นแหละ” แต่ความจริงแล้วเขากำลังคิดถึงบอย เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายกินข้าวหรือยัง วันนี้มีคาบสอนติดกันหรือไม่และจะได้พักบ้างหรือเปล่า ทัศน์ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่คอยมองนาฬิกาเพียงเพราะอยากเจอใครสักคนในช่วงพักกลางวัน เขาเคยกินข้าวกับเพื่อนครูคนอื่นได้ตามปกติและไม่เคยรู้สึกว่าการไม่ได้เจอใครสักคนในวันหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่ตอนนี้การที่ไม่ได้เห็นบอยตั้งแต่เช้ากลับทำให้ช่วงพักกลางวันดูไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก เมื่อกินข้าวเสร็จทัศน์จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความของบอย เขาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ไปว่า ทัศน์:กินข้าวหรือยังครับ ไม่นานนักข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น บอย:กำลังจะไปกินครับ วันนี้ตรวจงานเพลินไปหน่อย ทัศน์ขมวดคิ้วทันที ทัศน์:แล้วทำไมไม่พักก่อน งานค่อยทำก็ได้ บอย:อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วครับ ไม่ต้องห่วง ทัศน์อ่านประโยคนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ ทัศน์:รออยู่ตรงห้องพักครูนะ เดี๋ยวผมไปหา เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะ เพื่อนครูมองตาม “อ้าวจะไปไหนอีก?” “ไปดูอะไรนิดหน่อย” “อะไรของนายดูมีธุระตลอดเลยนะช่วงนี้” ทัศน์หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงเดินออกจากโรงอาหารด้วยความรู้สึกที่เริ่มชัดเจนขึ้นทีละน้อย เขาอยากเจอบอย และเขาก็เริ่มยอมรับกับตัวเองแล้วว่าความต้องการง่าย ๆ นี้มีความหมายมากกว่าการไปพบเพื่อนร่วมงานธรรมดา เมื่อทัศน์มาถึงห้องพักครูเขาพบบอยกำลังนั่งตรวจงานอยู่จริง ๆ บนโต๊ะมีเอกสารหลายกองวางเรียงกันแก้วน้ำอยู่ข้างคอมพิวเตอร์ และเจ้าตัวกำลังขมวดคิ้วกับคำตอบของนักเรียนคนหนึ่ง “บอย” บอยเงยหน้าขึ้นทันที “อ้าวนายมาแล้วเหรอ?” “ไหนบอกว่าอีกนิดเดียวไง”บอยหัวเราะแห้งๆ “ก็ใกล้เสร็จแล้วจริงๆ”ทัศน์เดินเข้ามาดูเอกสาร ก่อนเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ “ผมนั่งรอได้แต่ขออย่างหนึ่ง” “อะไร?” “นายต้องไปกินข้าวกับผมก่อนที่ร้านจะปิด”บอยยิ้มอย่างเอ็นดู “ครับคุณครูพละ” ทัศน์นั่งรอโดยไม่เร่งเร้าเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข่าวบ้าง คุยกับบอยบ้างและบางครั้งก็ช่วยเรียงเอกสารที่ตรวจเสร็จแล้วให้เป็นระเบียบเมื่อบอยทำงานเสร็จในที่สุดเขาก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วหันมาหาทัศน์ “เรียบร้อยแล้วไปกันเถอะ” ทัศน์ลุกขึ้นยืนทันที “ดีมาก ผมเกือบหิวตายแล้ว” “นายกินข้าวไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” “ก็กินไปแล้วแต่ผมอยากกินกับนายอีก” บอยหยุดนิ่ง ทัศน์เองก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเขาไม่แน่ใจว่าทำไมจึงรู้สึกอยากพูดความจริงออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเขาก็เพียงยิ้มแล้วพยักหน้าไปทางประตู “ไปเถอะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”บอยยิ้มกว้างจนทัศน์อดยิ้มตามไม่ได้ ในใจของทัศน์เริ่มมีคำถามใหม่เกิดขึ้น ทำไมเขาถึงอยากทำให้บอยมีความสุขขนาดนี้? ทำไมการเห็นบอยยิ้มจึงทำให้เขารู้สึกดีไปด้วย? และทำไมเขาถึงเริ่มอยากเป็นคนสำคัญของบอยมากกว่าเป็นเพียงคนที่อีกฝ่ายแอบรักอยู่ฝ่ายเดียว? เขายังไม่มีคำตอบทั้งหมด แต่เป็นครั้งแรกที่ทัศน์ไม่ได้อยากหลบเลี่ยงคำถามเหล่านั้นอีกต่อไป วันศุกร์ช่วงบ่ายโรงเรียนจัดกิจกรรมให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นนำเสนอผลงานของกลุ่มสาระต่าง ๆบอยรับผิดชอบดูแลนักเรียนที่นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ส่วนทัศน์ช่วยจัดพื้นที่และดูแลความเรียบร้อยบริเวณอาคารกิจกรรม บอยกำลังอธิบายผลงานให้นักเรียนจากอีกห้องหนึ่งฟังเขาพูดอย่างตั้งใจ พร้อมยิ้มให้เด็ก ๆ เมื่อมีคนถามคำถาม ทัศน์เดินผ่านมาพอดี ตอนแรกเขาตั้งใจจะเข้ามาทักบอยตามปกติแต่เมื่อเห็นครูหนุ่มอีกคนจากต่างกลุ่มสาระยืนคุยกับบอยอย่างสนิทสนมเขากลับชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว ครูคนนั้นหัวเราะกับสิ่งที่บอยพูดก่อนเอ่ยชมผลงานของนักเรียนและหันมาคุยกับบอยต่อ ไม่มีอะไรผิดปกติเลย ทั้งสองคนกำลังพูดคุยเรื่องงานอย่างเป็นมิตรเท่านั้น แต่ทัศน์กลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอย่างที่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้เขายืนอยู่ห่างออกไปครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปหา “บอยเสร็จหรือยัง?” บอยหันมาเห็นทัศน์ก็ยิ้มทันที “ใกล้แล้วนายมีอะไรหรือเปล่า?” “เปล่า ผมแค่จะมาถามว่าเย็นนี้กลับพร้อมกันไหม” บอยพยักหน้า “ได้สิขอเก็บเอกสารอีกนิดเดียว” ทัศน์หันไปทักทายครูอีกคนตามมารยาทก่อนช่วยบอยจัดเอกสารบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปแล้วบอยก็หันมามองคนข้าง ๆ “นายมีอะไรหรือเปล่า?” “ไม่มีนี่” “แน่ใจนะ?” “แน่สิ”บอยหรี่ตามองอย่างจับผิด “ทำไมวันนี้นายดูแปลกๆ” ทัศน์หยุดมือที่กำลังเรียงเอกสารแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “ผมแปลกตรงไหน?” “ก็ปกตินายเดินมาถึงก็ทักผมเสียงดังวันนี้กลับยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างหลัง” ทัศน์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบตามตรงอย่างที่ตัวเองเพิ่งเริ่มเข้าใจ “ผมแค่…อยากคุยกับนาย” บอยยิ้ม “ก็คุยอยู่ไง” “เออ ผมรู้แล้วน่า” ทัศน์ก้มหน้าจัดเอกสารต่อแต่ในใจกลับรู้สึกเขินกับคำพูดของตัวเองอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีช่วงเวลาที่รู้สึกอยากเข้าไปหาใครสักคนเพียงเพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังหัวเราะกับคนอื่น เขาไม่ได้อยากห้ามบอยพูดคุยกับใครและไม่ได้คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ควบคุมความสัมพันธ์ของแฟนแต่ความรู้สึกบางอย่างในอกกลับทำให้เขาอยากเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ บอยมากขึ้น หลังจากเก็บของเสร็จทั้งคู่เดินออกจากอาคารพร้อมกัน ทัศน์เดินเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดขึ้น “บอย” “ว่าไง?” “เมื่อกี้นายคุยกับครูคนนั้นสนุกดีนะ” บอยหันมามองแล้วหลุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าที่พยายามทำเป็นปกติของอีกฝ่าย “นายกำลังหึงผมหรือเปล่าเนี่ย?” ทัศน์หยุดเดินทันที “ใครหึง!” บอยหัวเราะหนักกว่าเดิม “ผมยังไม่ได้บอกเลยว่านายหึงใคร” “บอย!” “ครับ ๆไม่แกล้งแล้วครับ” ทัศน์ส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็หัวเราะตาม เมื่อเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวเขาก็ยอมพูดออกมาเบา ๆ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเรียกว่าหึงหรือเปล่าแต่ตอนเห็นนายคุยกับเขา ผมก็อยากเข้าไปหานายเฉย ๆ” บอยค่อย ๆหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน “ทัศน์” “หืม?” “ถ้านายรู้สึกอะไร ก็บอกผมตรง ๆได้เลยนะ ผมไม่อยากให้นายต้องเดาความรู้สึกตัวเองอยู่คนเดียว” ทัศน์มองหน้าเขาก่อนพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ผมจะพยายาม” บอยยิ้มให้ แล้วเดินเคียงข้างเขาต่อไป ครั้งนี้ทัศน์เป็นฝ่ายเอื้อมมือมาจับมือบอยก่อน ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อแต่สัมผัสนั้นกลับทำให้บอยรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก สำหรับบอยนี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นทัศน์ในมุมใหม่ ส่วนทัศน์เองก็เริ่มเข้าใจว่าการรักใครสักคนไม่ได้หมายถึงการต้องเป็นคนที่รู้คำตอบทุกอย่างตั้งแต่ต้นบางครั้งความรักก็ทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่กับตัวเอง และต้องค่อย ๆเรียนรู้ว่าจะดูแลความรู้สึกนั้นอย่างไร เขาไม่จำเป็นต้องรีบหาคำจำกัดความให้ทุกอย่างในวันนี้เพียงแค่ซื่อสัตย์กับบอย และซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเองก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว เย็นวันเสาร์ทัศน์ชวนบอยไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ทั้งคู่เดินคุยกันเรื่อย ๆหลังจากแวะซื้อเครื่องดื่มจากร้านเล็ก ๆ ใกล้ทางเข้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแสงแดดอ่อนลงจนไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน ผู้คนบางส่วนกำลังออกกำลังกายบางครอบครัวพาเด็ก ๆ มาเดินเล่นส่วนคู่รักหลายคู่ก็นั่งพักอยู่ตามม้านั่งใต้ต้นไม้ บอยเดินอยู่ข้างทัศน์มือหนึ่งถือแก้วเครื่องดื่ม อีกมือปล่อยให้แกว่งไปตามจังหวะก้าว เขากำลังเล่าเรื่องนักเรียนที่ตอบคำถามในห้องเรียนได้อย่างน่าประหลาดใจขณะที่ทัศน์ฟังไปยิ้มไป เมื่อเรื่องเล่าจบลงทัศน์กลับไม่ได้ต่อบทสนทนาด้วยมุกตลกเหมือนทุกครั้ง เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนหันมามองบอย “บอย” “หืม?” “ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?” “ได้สิ” ทัศน์ชะลอฝีเท้าก่อนหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีม้านั่งอยู่ใกล้ ๆ “นายยังจำคืนที่ค่ายได้ไหม?” บอยยิ้มทันที “จำได้สิ ผมจะลืมได้ยังไง” “ผมก็จำได้เหมือนกัน”ทัศน์พูด “ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้ชายมาบอกว่าชอบผมแต่หลังจากนั้น ผมกลับเริ่มคิดถึงเรื่องที่นายพูดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ” บอยนิ่งฟังอย่างตั้งใจ “ผมเริ่มสังเกตตัวเองว่าเวลามีเรื่องอะไร ผมอยากเล่าให้นายฟังเป็นคนแรก ๆ เวลานายไม่อยู่ ผมก็ชอบมองหาแล้วเวลานายยิ้มให้ ผมก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก” ทัศน์หัวเราะเบาๆ “ผมไม่รู้ว่าควรอธิบายยังไงดีแต่ผมรู้ว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดจากการที่นายชอบผมฝ่ายเดียวแล้วล่ะ” บอยรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นทีละน้อย “แล้วนายคิดว่ามันคืออะไร?” ทัศน์มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างจริงใจ “ผมคิดว่าผมกำลังตกหลุมรักนายเหมือนกัน” บอยนิ่งไป เขาเคยจินตนาการถึงวันที่ได้ยินคำนี้จากทัศน์หลายครั้งแต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ยินมันจริง ๆในวันที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลงและมีลมเย็นพัดผ่านสวนสาธารณะอย่างเงียบสงบ “ทัศน์…” “ผมยังอาจมีเรื่องต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ”ทัศน์พูดต่อ “แต่ผมไม่อยากให้ความไม่คุ้นเคยของตัวเองทำให้ผมพลาดโอกาสที่จะรักใครสักคนที่สำคัญกับผมมากขนาดนี้” บอยยิ้มทั้งที่ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว “ผมไม่ได้ต้องการให้นายเปลี่ยนตัวเองเลยผมแค่อยากให้นายมีความสุขกับผม” ทัศน์พยักหน้าแล้วขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “งั้นผมขอทำอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?” บอยสบตาเขา “อะไรเหรอ?” ทัศน์ยิ้มอย่างประหม่าซึ่งเป็นสีหน้าที่บอยไม่ค่อยได้เห็นจากคนที่มั่นใจในตัวเองอยู่เสมอ “ผมอยากจูบนาย” หัวใจของบอยแทบหยุดเต้น แม้ทั้งคู่จะเคยพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์กันแล้วแต่การได้ยินทัศน์เป็นฝ่ายขอด้วยตัวเองกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังฝัน “ได้สิ”บอยตอบเบา ๆ “ถ้านายอยากทำจริง ๆ” ทัศน์พยักหน้าเขาค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ หยุดรอให้บอยมีโอกาสเปลี่ยนใจก่อนโน้มหน้าเข้าหาและจูบอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เป็นจูบสั้น ๆ ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แต่สำหรับทัศน์มันกลับทำให้ความรู้สึกหลายอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อผละออกมา เขามองบอยอยู่ครู่หนึ่ง “ผมทำตัวแปลกไหม?” บอยหลุดหัวเราะทั้งที่แก้มแดง “นายถามอะไรเนี่ย?” “ก็ผมไม่รู้จริงๆ นี่” บอยยกมือขึ้นแตะแก้มของทัศน์เบาๆ “นายไม่ได้ทำอะไรแปลกเลยผมมีความสุขมากต่างหาก” ทัศน์ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจก่อนหัวเราะเบา ๆ “ดีแล้ว ผมนึกว่านายจะล้อผมเสียอีก” “ผมไม่ล้อนายหรอก” บอยเว้นจังหวะก่อนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่างน้อยก็ไม่ล้อมากนัก” “บอย!” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันทัศน์ยื่นมือมาจับมือเขาอีกครั้ง แล้วเดินเคียงข้างกันต่อไป แต่หลังจากวันนั้นทัศน์ก็เริ่มเข้าใจสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนขึ้น เขาไม่ได้อยากอยู่กับบอยเพียงเพราะบอยเป็นคนรักเขาเขาอยากอยู่กับบอยเพราะตัวเขาเองก็รักบอยเช่นกัน และนั่นคือความแตกต่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้มีความหมายกับเขามากขึ้นทุกวัน
|