แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g555g555g เมื่อ 2026-10-21 16:52
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาโรงเรียนเตรียมจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสำหรับนักเรียนมัธยมต้นครูทุกคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบต่างกันไป ทัศน์ดูแลกิจกรรมกลางแจ้งส่วนบอยช่วยจัดเอกสาร รายชื่อ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในค่าย ตลอดทั้งวันทั้งคู่แทบไม่มีเวลานั่งคุยกันตามลำพังทัศน์ต้องวิ่งประสานงานระหว่างสนามกับห้องเก็บของส่วนบอยก็ต้องตรวจสอบรายการอุปกรณ์และแก้ไขเอกสารที่มีข้อมูลตกหล่น เมื่อถึงช่วงเย็นทัศน์เดินมาหาบอยที่ห้องพักครู พร้อมกระดาษรายการอุปกรณ์ในมือ “บอย ช่วยผมดูรายการนี้หน่อยได้ไหมผมกลัวตกหล่นอะไรไป” บอยรับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดก่อนชี้รายการสองสามข้อที่ยังไม่ได้เตรียม “ตรงนี้ยังไม่มีนะแล้วก็เชือกสำหรับฐานกิจกรรมต้องเพิ่มอีกชุดหนึ่ง” ทัศน์ก้มดูตามก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดีนะที่ให้นายช่วยดูไม่งั้นพรุ่งนี้ผมคงวิ่งวุ่นแน่” “ไม่เป็นไรงานค่ายก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว” ทัศน์ยิ้มแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ “พรุ่งนี้เราต้องอยู่ค่ายสองคืนใช่ไหม?” “ใช่” “หวังว่าจะได้นอนบ้างนะปีที่แล้วผมแทบไม่ได้นอนเลย นักเรียนเรียกทั้งคืน” บอยหัวเราะ“นายก็รับปากช่วยเด็กทุกเรื่องเองนี่” “ก็เห็นแล้วสงสารบางคนเพิ่งเคยเข้าค่ายครั้งแรก” บอยมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกอบอุ่นเขาชอบที่ทัศน์เป็นคนมีน้ำใจ แม้จะชอบพูดเล่นและทำตัวสบาย ๆแต่เมื่อถึงเวลาทำงานจริง เขาก็รับผิดชอบอย่างเต็มที่ “ปีนี้ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกผมนะ”บอยพูด ทัศน์หันมามองก่อนยิ้มให้ด้วยแววตาจริงใจ “ขอบใจนะมีนายอยู่ด้วยแล้วผมสบายใจขึ้นเยอะเลย” บอยพยายามไม่แสดงอาการหวั่นไหวออกมาแต่ในใจกลับเก็บคำพูดนั้นไว้เหมือนของสำคัญ คืนนั้นก่อนกลับบ้านบอยจัดกระเป๋าสำหรับเข้าค่ายอย่างละเอียด เขาเตรียมเสื้อผ้า ยาประจำตัว ไฟฉายและอุปกรณ์ส่วนตัวให้ครบถ้วน แต่ระหว่างพับเสื้อใส่กระเป๋าเขากลับเผลอคิดถึงเรื่องที่ต้องพักเต็นท์เดียวกับทัศน์ เมื่อทราบการจัดที่พักจากผู้ประสานงานบอยต้องใช้เวลานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่กว่าจะทำใจให้สงบได้ เขาต้องเตือนตัวเองหลายครั้งว่าการอยู่เต็นท์เดียวกันเป็นเพียงเรื่องของการจัดที่พักไม่ใช่โอกาสให้เขาแสดงความรู้สึกเกินขอบเขต กลัวใจตัวเองที่คิดจะลักหลับทัศน์ นึกถึงเป้าแน่นๆแล้วอดคิดไม่ได้จริงๆ อยากสัมผัสสักครั้ง แต่ทัศน์ไว้ใจเขาในฐานะเพื่อนร่วมงานและเขาต้องรักษาความไว้วางใจนั้นให้ดีที่สุด ถึงอย่างนั้นบอยก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อจินตนาการถึงคืนที่ได้พูดคุยกับทัศน์หลังจากกิจกรรมทั้งวันจบลง บางทีเขาอาจมีโอกาสได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องรีบแยกย้ายไปทำงานเหมือนทุกวัน บอยปิดกระเป๋า แล้ววางไว้ข้างประตูห้อง เขาไม่รู้ว่าค่ายครั้งนี้จะนำอะไรมาให้บ้าง แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าค่ำคืนหนึ่งในเต็นท์จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความรักที่เขาเก็บซ่อนไว้มานาน เสียงรถบัสของโรงเรียนดังเข้ามาในบริเวณค่ายตั้งแต่ช่วงเช้านักเรียนทยอยลงจากรถพร้อมกระเป๋าสัมภาระ บ้างพูดคุยเสียงดังบ้างรีบวิ่งไปหาเพื่อนที่อยู่คนละห้องขณะที่ครูแต่ละคนต่างช่วยกันตรวจนับรายชื่อและจัดแถวให้เป็นระเบียบ บอยก้าวลงจากรถเป็นคนท้ายๆ เขาสะพายกระเป๋าเป้ไว้บนหลังมืออีกข้างถือแฟ้มเอกสารที่ต้องใช้ในการประสานงานตลอดกิจกรรมทันทีที่เงยหน้าขึ้นเขาก็มองเห็นทัศน์ยืนอยู่ใกล้สนามหญ้าแล้ว ในชุดลูกเสื้อที่รัดแน่นพอดีตัวทำให้เห็นมัดกล้าม และท่อนขาที่แข็งแกร่ง กำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ค่ายเรื่องการแบ่งฐานกิจกรรมเขาฟังอย่างตั้งใจ พยักหน้าเป็นระยะก่อนยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณเมื่อการพูดคุยเสร็จสิ้น บอยหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะเห็นทัศน์แทบทุกวันแต่เขาก็ยังรู้สึกว่าคนคนนี้มีบางอย่างที่ทำให้สายตาของเขาเผลอหันไปหาเสมอ ทัศน์ในชุดลูกเสือที่เป้ากางเกงแน่นตุงดูคล่องแคล่วกับทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การจัดกิจกรรมไปจนถึงการพูดคุยกับผู้คนและไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน อีกฝ่ายก็มักมีรอยยิ้มให้คนรอบตัว “บอย! ทางนี้!” ทัศน์ยกมือเรียกเมื่อเห็นเขายืนอยู่ห่างๆ บอยรีบเดินเข้าไปหา“มีอะไรหรือเปล่า?” “ไม่มีอะไรแค่จะถามว่านายเอาแฟ้มรายชื่อมาด้วยไหม” “เอามาแล้วอยู่ในกระเป๋านี่ไง” “เยี่ยมเลย”ทัศน์ยิ้ม “งั้นผมฝากนายช่วยตรวจรายชื่อครูประจำฐานหน่อยนะ เดี๋ยวผมต้องไปดูสนามกิจกรรมก่อน” “ได้เลย” ทัศน์กำลังจะเดินออกไปแต่ก็หยุดหันกลับมาอีกครั้ง “อ้อ บอย” “ว่าไง?” “ถ้าหิวก็บอกนะ ผมมีขนมอยู่ในกระเป๋าเดี๋ยวแบ่งให้” พูดจบเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วเพราะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังเรียกหาบอยมองตาม ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา แค่คำพูดธรรมดาๆ ว่าแบ่งขนมให้ ก็ทำให้เช้าวันนั้นของเขาสดใสขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาเริ่มรู้สึกว่าการแอบรักใครสักคนเป็นเรื่องที่ทั้งมีความสุขและเหนื่อยใจในเวลาเดียวกันความสุขเกิดขึ้นได้จากเรื่องเล็กน้อยส่วนความเหนื่อยใจก็มาจากการที่เขาไม่สามารถบอกอีกฝ่ายได้ว่าสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นมีความหมายกับเขามากแค่ไหน แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนั้นบอยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วเปิดแฟ้มเอกสาร เตรียมตัวทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างน้อยวันนี้เขาก็จะได้อยู่ในสถานที่เดียวกับทัศน์ไปจนถึงกลางคืน และสำหรับเขานั่นก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว กิจกรรมช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการแบ่งกลุ่มนักเรียนและฝึกระเบียบแถวทัศน์รับหน้าที่ดูแลฐานกิจกรรมกลางแจ้ง เขาต้องเดินไปมาระหว่างกลุ่มนักเรียนคอยอธิบายกติกา สาธิตวิธีใช้อุปกรณ์และช่วยแก้ปัญหาเมื่อแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมผิดขั้นตอน บอยเองก็มีหน้าที่ช่วยดูแลเอกสารและประสานงานระหว่างฐานเขาจึงได้เดินผ่านบริเวณที่ทัศน์รับผิดชอบอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่ผ่านบอยมักเผลอมองหาอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว บางครั้งทัศน์กำลังอธิบายกติกาให้เด็กฟังบางครั้งกำลังช่วยยกอุปกรณ์และบางครั้งก็ยืนหัวเราะกับมุกของนักเรียนจนต้องยกมือห้ามให้ทุกคนกลับมาเข้าแถว บอยมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกชื่นชม เขาไม่ได้รักทัศน์เพียงเพราะอีกฝ่ายมีรูปร่างสมส่วนเป้าใหญ่หรือมีบุคลิกที่โดดเด่นเท่านั้นแต่เขายังรักความเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น รักความจริงใจและรักความใส่ใจที่ทัศน์มอบให้คนรอบตัวโดยไม่ต้องมีใครร้องขอ “ครูบอยครับ!” เสียงนักเรียนเรียกทำให้เขาหันกลับมา “ครับ?” “ครูทัศน์ให้เอากล่องอุปกรณ์ไปไว้ตรงนั้นครับแต่ผมไม่แน่ใจว่าตรงไหน” บอยก้มดูรายการในมือก่อนชี้ไปยังพื้นที่ข้างสนาม “ตรงโต๊ะใต้ต้นไม้นั่นแหละวางให้ชิดกันนะ จะได้ไม่เกะกะทางเดิน” “ครับ!” นักเรียนยกกล่องไปตามที่บอกบอยจึงเดินตามไปช่วยจัดให้เรียบร้อย ขณะกำลังยกกล่องใบสุดท้ายเสียงทัศน์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “บอยระวังมือหน่อย กล่องนี้มีขอบคม”บอยหันไปเห็นทัศน์เดินเข้ามาช่วยประคองกล่องอีกด้าน “ขอบใจ ผมไม่ทันเห็น” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมช่วย” ทั้งคู่ยกกล่องขึ้นวางบนโต๊ะพร้อมกันทัศน์ตรวจดูความเรียบร้อย ก่อนหันมายิ้มให้ “เรียบร้อยแล้วขอบใจมากนะ ถ้าไม่มีนาย วันนี้ผมคงวิ่งจนขาแทบหลุด” “นายก็พูดเกินไปผมแค่ช่วยนิดหน่อยเอง” “นิดหน่อยที่ไหนผมเห็นนายเดินประสานงานตั้งแต่เช้าแล้ว”ทัศน์พูดพร้อมยื่นขวดน้ำที่ยังไม่ได้เปิดให้ “เอ้าดื่มน้ำก่อน เดี๋ยวจะเหนื่อย”บอยรับมาอย่างงง ๆ “แล้วนายล่ะ?” “ผมมีอีกขวด” บอยก้มมองขวดน้ำในมือความรู้สึกอบอุ่นแผ่ขึ้นมาในอก เขารู้ว่าทัศน์เป็นคนมีน้ำใจและการแบ่งน้ำให้เพื่อนร่วมงานไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรแต่เมื่อคนที่ยื่นให้คือคนที่เขาแอบรักมานานทุกอย่างก็ยากจะเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับเขา “ขอบใจนะทัศน์” “เรื่องแค่นี้เอง”ทัศน์ตอบ ก่อนหันไปเรียกนักเรียนอีกกลุ่ม “ครูไปก่อนนะเดี๋ยวเสร็จฐานนี้แล้วเจอกัน!” บอยยืนมองตามจนอีกฝ่ายเดินห่างออกไปแล้วจึงเปิดขวดน้ำดื่ม เขาเผลอยิ้มให้ตัวเองอีกครั้ง บางทีเขาอาจกำลังตกหลุมรักคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะอีกฝ่ายยังคงเป็นคนที่เขารู้สึกดีด้วยทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ช่วงบ่ายกิจกรรมดำเนินไปอย่างคึกคักนักเรียนต้องทำภารกิจเป็นทีมและช่วยกันแก้ปัญหาตามฐานต่าง ๆเสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เมื่อกิจกรรมสุดท้ายจบลงครูและนักเรียนต่างช่วยกันเก็บอุปกรณ์ก่อนแยกย้ายไปอาบน้ำและพักผ่อน บอยกำลังเก็บเอกสารใส่แฟ้มอยู่ใต้ศาลาทัศน์ก็เดินเข้ามาหาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้า “เสร็จหรือยัง?” “ใกล้แล้วนายล่ะ?” “เสร็จแล้วเหมือนกัน”ทัศน์ทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งข้าง ๆ “วันนี้ผมใช้พลังงานไปเหมือนสามวันรวมกัน” บอยหัวเราะ “ก็เห็นนายวิ่งไปทุกฐานเลยนี่” “แล้วใครใช้ให้ผมเป็นครูพละล่ะครับ” ทัศน์พูดจบก็หัวเราะกับตัวเองก่อนเอนหลังพิงพนักม้านั่ง บอยมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งเขาสังเกตเห็นว่าทัศน์เหนื่อยจริง ๆ จึงหยิบขนมจากกระเป๋าของตัวเองออกมายื่นให้ “กินอะไรหน่อยไหม?” ทัศน์ลืมตาขึ้นมองก่อนรับขนมไป “นายพกมาด้วยเหรอ?” “อืม เผื่อหิว” “ดีเลย ผมกำลังหิวพอดี” ทัศน์แกะซองขนมแล้วแบ่งให้บอยครึ่งหนึ่ง “เอ้ากินด้วยกัน” บอยรับมาอย่างเต็มใจทั้งคู่นั่งกินขนมด้วยกันใต้ศาลา ฟังเสียงนักเรียนคุยกันอยู่ไกล ๆและปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมทั้งวันค่อย ๆ จางลง “บอย” “หืม?” “ผมดีใจนะที่นายมาค่ายครั้งนี้” บอยหันไปมองทันที “ทำไมเหรอ?” “ก็มีคนช่วยงานมีคนคุยด้วย แล้วก็ไม่รู้สึกว่าต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว”ทัศน์ยิ้มให้ “ถ้าปีหน้ามีค่ายอีกผมก็อยากให้นายมาด้วยนะ” บอยรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นจนต้องหลบตา “ถ้าโรงเรียนให้ไปผมก็ไปอยู่แล้ว” “งั้นตกลงตามนี้” ทัศน์ยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบาๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “ไปอาบน้ำกันเถอะเดี๋ยวค่ำแล้วจะยิ่งเหนื่อย” อูยยย ทัศน์ชวนผมอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำเป็นห้องน้ำรวม ทำให้ตอนนี้ผมกับทัศน์กำลังอาบน้ำด้วยกัน โดยผมใส่กางเกงขาสั้นสีดำ ส่วนทัศน์ไม่อายผมเลย ทัศน์ใส่กางเกงในสีขาวตัวจิ๋วอาบน้ำ เวลาเปียกน้ำทำให้ผมได้เห็นน้องชายของทัศน์ชัดเจนมาก ดุ้นควยอวบยาวที่ม้วนตัวอยู่ปลายหัวเป่งเหญ่เป็นรอยหยักพร้อมกับดงหมอยที่ดกดำ ทำเอาผมไม่สามารถหยุดมองได้เลย มันใหญ่กว่าที่ผมคิดอีก ทัศน์อาบน้ำโดยไม่มองมาทางผมเลยแต่ผมสิ กลับมองแทบไม่กระพริบตา คิดว่าคืนนี้ถ้าห้ามใจไม่ไหวจะเป็นยังไง เฮ้อ,…… บอยเดินกลับไปยังบริเวณเต็นท์พร้อมกระเป๋าใบเล็กในใจยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับการต้องพักร่วมเต็นท์กับทัศน์ เขาพยายามบอกตัวเองให้ทำตัวตามปกติเพราะนี่เป็นเพียงการพักค้างคืนระหว่างกิจกรรมของโรงเรียนไม่มีอะไรที่เขาควรคิดไปไกลกว่านั้น เมื่อมาถึงเขาพบว่าทัศน์กำลังจัดที่นอนอยู่ด้านหนึ่งของเต็นท์ “อ้าวมาแล้วเหรอบอย” ทัศน์หันมายิ้ม “ผมเลือกที่นอนให้แล้วนะ นายเอาฝั่งนี้ก็ได้จะได้ไม่ต้องเบียดกันมาก” บอยมองพื้นที่ที่อีกฝ่ายจัดไว้ให้แล้วพยักหน้า “ขอบใจนะ” “ไม่เป็นไร ผมไม่อยากให้นายตื่นมาแล้วปวดหลังเพราะพรุ่งนี้ยังมีกิจกรรมอีกเยอะ” บอยหัวเราะ“นายคิดเผื่อขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ก็แน่นอนสิ ผมเป็นครูพละนะเรื่องสภาพร่างกายต้องมาก่อน” ทัศน์ทำหน้าจริงจังเกินเหตุจนบอยหัวเราะออกมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในเต็นท์จึงผ่อนคลายลงทั้งคู่ช่วยกันจัดกระเป๋า วางไฟฉายไว้ใกล้มือ และเตรียมเสื้อผ้าสำหรับวันถัดไป หลังจากจัดของเสร็จทัศน์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ ก่อนวางลงข้างหมอนแล้วเอนหลังนอนอย่างสบายใจ “วันนี้เหนื่อยมากเลยว่ะ” บอยนั่งลงบนที่นอนของตัวเอง “นายทำกิจกรรมทั้งวันนี่นาพรุ่งนี้ก็อย่าลืมพักบ้างนะ” “ครับคุณครูวิทยาศาสตร์” “ยังจะมาแซวอีก” ทัศน์หัวเราะแล้วหันมามองบอย “แต่พูดจริง ๆนะ ขอบใจมากที่ช่วยงานวันนี้ ผมรู้สึกว่ามีอะไรให้นายช่วยได้ตลอดเลย” บอยยิ้ม “ผมยินดีช่วยอยู่แล้ว” “ผมรู้”ทัศน์ตอบ “เพราะงั้นถ้ามีอะไรที่ผมช่วยนายได้ ก็บอกผมเหมือนกันนะ ไม่ใช่มีแต่ผมที่ขอความช่วยเหลือจากนายอยู่ฝ่ายเดียว” คำพูดนั้นทำให้บอยรู้สึกอุ่นวาบในอกเขาอยากบอกว่าทัศน์ช่วยเขามากกว่าที่อีกฝ่ายคิดเสียอีกเพียงแค่ยิ้มให้ พูดคุยด้วย หรือชวนไปกินข้าวก็ทำให้วันที่เหนื่อยล้าของเขาดีขึ้นได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่กล้าพูดความจริงออกไป “ได้สิ”บอยตอบในที่สุด ทัศน์ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปปิดไฟฉายดวงใหญ่ เหลือเพียงแสงไฟเล็ก ๆ ที่ส่องสลัวอยู่มุมเต็นท์ ทั้งคู่ต่างเงียบไปพักหนึ่งก่อนทัศน์จะถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “บอยนายยังมีคนที่ชอบอยู่หรือเปล่า?” หัวใจบอยกระตุก เขาหันไปมองทัศน์ทันที “ทำไมถามเรื่องนี้อีกแล้วล่ะ?” “ก็ผมจำได้ว่านายเคยบอกว่ามีคนที่ชอบแต่ยังไม่พร้อมบอกชื่อ” ทัศน์ตอบ “ผมก็เลยสงสัยว่าเป็นยังไงบ้าง” บอยก้มมองมือของตัวเอง “ก็…ยังเหมือนเดิม” “นายชอบเขามากเลยเหรอ?” คำถามนั้นทำให้บอยเงียบไปนาน เขาอยากหัวเราะกับความไม่รู้ของทัศน์อยากบอกว่าคนที่เขาชอบกำลังนอนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าวและกำลังถามถึงความรักที่ตัวเองเป็นต้นเหตุโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อมองสีหน้าจริงใจของอีกฝ่ายบอยก็ทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “มากสิ” ทัศน์นิ่งฟัง “มากจนบางครั้งผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับความรู้สึกตัวเองแล้ว” คำตอบนั้นทำให้ทัศน์ขยับตัวขึ้นนั่งสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ถ้ามันทำให้นายเหนื่อยขนาดนั้นนายไม่อยากลองบอกเขาดูเหรอ?” บอยยิ้มบาง ๆ “ผมกลัวว่าถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่อยากอยู่ใกล้ผมอีก” ทัศน์นิ่งไปก่อนตอบอย่างชัดเจน “ถ้าเขาเป็นคนที่ดีจริงๆ ผมว่าอย่างน้อยเขาก็ควรให้เกียรติความรู้สึกของนายถึงจะไม่ได้รู้สึกเหมือนกันก็เถอะ” บอยเงยหน้าขึ้นมอง “นายคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” “จริงสิ”ทัศน์ตอบ “ความรู้สึกของใครก็สำคัญทั้งนั้น ไม่มีใครผิดเพียงเพราะรักใครสักคนหรอก” ความเงียบกลับมาอีกครั้ง บอยรู้สึกว่าคำพูดของทัศน์กำลังทำให้กำแพงที่เขาสร้างไว้ในใจค่อยๆ สั่นคลอน เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรบอกคืนนี้เลยหรือไม่ ไม่รู้ว่าคำสารภาพจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือแย่ลง แต่เขาเริ่มรู้สึกว่าหากยังปล่อยให้ทัศน์ไม่รู้ความจริงต่อไปเขาอาจต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้เพียงลำพังอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ “ทัศน์” “หืม?” “ถ้าคนที่ผมชอบเป็นคนใกล้ตัวมากๆ นายคิดว่าผมควรบอกเขาไหม?” ทัศน์หัวเราะเบาๆ “ก็ยิ่งควรบอกสิจะได้ไม่ต้องเดากันไปมา” บอยมองใบหน้าของคนตรงหน้าแล้วหัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ทัศน์ไม่รู้เลยว่าคำตอบนั้นกำลังทำให้บอยเข้าใกล้การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เขาไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าใช้เวลาหลายปีเก็บความรู้สึกที่มีต่อเขาไว้อย่างไร และเขาไม่รู้เลยว่าอีกไม่นานความสัมพันธ์ที่คุ้นเคยระหว่างเพื่อนร่วมงานสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล บอยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้าอย่างนั้น…ผมมีเรื่องหนึ่งอยากบอกนาย”ทัศน์วางโทรศัพท์ลงแล้วหันมาหาเขาเต็มตัว “ได้สิ ผมฟังอยู่” บอยสบตาอีกฝ่ายมือที่วางอยู่บนตักกำแน่นขึ้นเล็กน้อย เขารู้ว่าหลังจากพูดประโยคต่อไปทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่คืนนี้เขาอยากซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเองเสียที “คนที่ผมชอบมาตลอด…” บอยหยุดไปชั่วครู่ก่อนพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย “คือ นาย ทัศน์” ภายในเต็นท์เงียบลงทันทีทัศน์มองบอยด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับสมองกำลังพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เพิ่งได้ยิน “นาย…พูดจริงเหรอ?” บอยพยักหน้าน้ำเสียงเบาลงแต่ชัดเจน “จริง ผมชอบนายแบบคนรักไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน ผมชอบนายมานานแล้ว” เขาหลุบตาลงเพราะไม่กล้ามองสีหน้าของอีกฝ่ายนานกว่านั้น “ผมไม่ได้อยากบังคับให้นายรู้สึกเหมือนกันนะผมแค่อยากบอกความจริง ผมกลัวว่านายจะรังเกียจ แต่ผมก็ไม่อยากโกหกนายอีกแล้ว” ทัศน์ยังคงนิ่งอยู่ ความเงียบเพียงไม่กี่วินาทีกลับยาวนานสำหรับบอยอย่างเหลือเกินเขาเริ่มเตรียมใจรับคำปฏิเสธแล้ว แม้จะพยายามยิ้มให้ดูเข้มแข็งก็ตาม ในที่สุด ทัศน์ก็ถอนหายใจเบา ๆ “บอย…ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ชายมาชอบผมแบบนี้” บอยพยักหน้า“ผมเข้าใจ” “ผมตกใจจริง ๆนะ” ทัศน์พูดต่อ “ไม่ใช่เพราะผมรังเกียจนาย แต่เพราะผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรตอบนายยังไง” บอยฝืนยิ้ม “นายไม่ต้องตอบก็ได้ผมไม่ได้คาดหวังให้นายรักผมกลับ” ทัศน์มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “ผมอยากให้นายรู้ไว้อย่างหนึ่งนะผมไม่ได้รังเกียจนายเลย นายยังเป็นบอยคนเดิมที่ผมไว้ใจ เป็นเพื่อนที่ผมสบายใจเวลาอยู่ด้วยและเป็นคนที่ผมอยากคุยด้วยเหมือนเดิม” บอยเงยหน้าขึ้นมองดวงตาเริ่มแดงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ทัศน์เห็นเช่นนั้นก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ผมแค่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจตัวเองเพราะผมไม่เคยคิดว่าจะได้คบกับผู้ชายมาก่อน แต่ผมก็ไม่อยากปฏิเสธอะไรเพียงเพราะมันเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม” เขาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดประโยคที่ทำให้บอยแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ถ้านายยังอยากให้โอกาสผม…ผมอยากลองคบกับนายดู” บอยนิ่งค้างไป “นายหมายความว่า…?” ทัศน์ยิ้มอย่างประหม่า “ผมหมายความว่า ผมอยากลองเปิดใจดูผมยังไม่รู้ว่าความรู้สึกของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ผมอยากเรียนรู้ไปพร้อมกับนาย” บอยยกมือขึ้นปิดปากดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ “จริงเหรอทัศน์?” “จริงสิ” “นายไม่ต้องฝืนเพราะสงสารผมนะ” ทัศน์ส่ายหน้า “ผมไม่ได้ทำเพราะสงสารนายผมอยากลองเพราะผมรู้สึกดีเวลาอยู่กับนายเหมือนกัน ผมอาจยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าความรักหรือเปล่าแต่ผมอยากให้โอกาสตัวเองได้ค้นหาคำตอบ” บอยก้มหน้าหัวเราะทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะ” ทัศน์ยื่นมือออกมาอย่างเก้ๆ กัง ๆ บอยมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางมือตัวเองลงไป ทัศน์บีบมือเขาเบาๆ “เราเริ่มจากการเป็นแฟนที่ค่อยๆ เรียนรู้กันก็ได้ไหม?” บอยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ได้สิได้แน่นอน” ทั้งคู่ยิ้มให้กันท่ามกลางแสงไฟสลัวในเต็นท์
คืนนั้นบอยยังคงรู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่เขาไม่เคยคิดว่าคนที่ตัวเองแอบรักมานานจะยอมเปิดใจให้จริง ๆแม้จะยังไม่มีคำตอบทั้งหมดแต่การที่ทัศน์เลือกจะลองเรียนรู้ความสัมพันธ์นี้ด้วยความสมัครใจก็มีความหมายกับเขามากแล้ว ก่อนเข้านอนทัศน์หันมาถามอีกครั้ง “บอย” “หืม?” “พรุ่งนี้ตื่นแล้วเรายังกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิมใช่ไหม?” บอยหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนสิ” “ดีเลย”ทัศน์ยิ้ม “เพราะผมยังอยากกินข้าวกับนายอยู่ทุกวันนั่นแหละ” บอยหันหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กว้างจนหุบไม่ลง เขารู้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ยังต้องใช้เวลาและเขาไม่อยากเร่งรัดให้ทัศน์เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ตัวเองพร้อม แต่คืนนี้บอยมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ความหวังที่ไม่ได้เกิดจากการจินตนาการเพียงลำพังอีกต่อไป เพราะผู้ชายที่เขาแอบรักกำลังเลือกเดินเข้ามาหาเขาด้วยตัวเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ทั้งสองคนจะค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน
|