ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 99|ตอบกลับ: 4

เฮียธาม อย่าดุฉิน! EP.4

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
329
ตอบกลับ
121
พลังน้ำใจ
14050
Zenny
46480
ออนไลน์
5464 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


ฉินเดินออกมาจากโรงซ้อมด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง


เขาก้มหน้าก้มตาเดิน มือข้างหนึ่งกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ส่วนอีกข้างยกขึ้นขยี้หางตาเป็นระยะ


บ้าชะมัด


จะร้องทำไมวะ


แค่โดนด่าเอง


ฉินสูดจมูกเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน แสงแดดยามบ่ายคล้อยส่องผ่านชายคากระเบื้องเก่า ๆ ลงมากระทบพื้นทางเดิน


เขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้


แต่พอนึกถึงคำพูดของธามเมื่อครู่ ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีก


กูยังไม่รับมึง


ฉินเม้มปาก


ทั้งที่ตอนแรกเฮียยังพูดเองเลยว่าจะรับ


แล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจง่ายจังวะ


เขาไม่ได้ตั้งใจจะล้มเสียหน่อย


ก็แค่เหยียบผ้าพลาดนิดเดียวเอง


ถ้าบอกกันดี ๆ เขาก็พร้อมจะฝึกใหม่อยู่แล้ว


เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะก้มมองรองเท้าผ้าใบคู่เก่าของตัวเอง


สงสัยต้องไปหางานที่อื่นอีกแล้ว


แต่จะไปหาที่ไหนล่ะ


ร้านข้าวแถวมหาวิทยาลัยก็ถามมาหมดแล้ว ร้านสะดวกซื้อก็ต้องเข้ากะ ร้านกาแฟก็รับแต่คนมีประสบการณ์


ส่วนเงินในบัญชี...


ฉินไม่อยากนึกถึงมันเลย


“เฮ้อ...”


เขาถอนหายใจยาว


“อ้าว อาตี๋!”


เสียงหญิงชราดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า


ฉินสะดุ้งเล็กน้อย


พอหันไปมองก็เห็นหญิงชราร่างเล็กคนหนึ่งกำลังเดินถือถุงผักกับตะกร้าหวายเข้ามา


ผมหงอกเกล้ารวบไว้เรียบร้อย เสื้อคอกระเช้าสีอ่อนกับกางเกงขายาวสีดำดูเรียบง่าย ใบหน้ามีรอยย่นตามวัย แต่ดวงตากลับสดใสและมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา


“มาหาใครเหรอลื้อ”


ฉินรีบยกมือไหว้


“สวัสดีครับ”


“เออ ๆ ไหว้พระเถอะลูก”


หญิงชรายิ้มรับ ก่อนจะชะโงกหน้ามองเข้าไปทางโรงซ้อม


“มาหาอาเฟยหรือ”


ฉินกะพริบตา


“อาเฟย?”


“ก็เจ้าของโรงซ้อมนั่นแหละ”


“อ๋อ!”


ฉินพยักหน้าทันที


“เฮียธามเหรอครับ”


“เออ นั่นแหละ หลานอั๊วเอง”


เด็กหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่ง


หลาน?


งั้นคนตรงหน้าก็เป็นอาม่าของเฮียธามน่ะสิ


“อ๋อ... ครับ”


“แล้วลื้อมาทำอะไรล่ะ”


“ผมมาสมัครงานครับ”


“สมัครงาน?”


หญิงชราเลิกคิ้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้


“อ้อ! ที่อาเฟยมันติดประกาศหาเท้าหน้าใช่ไหม”


“ครับ”


“แล้วเป็นไงบ้าง รับหรือยัง”


ฉินเม้มปาก


คำถามนั้นทำให้ความรู้สึกที่เพิ่งพยายามกดเอาไว้กลับขึ้นมาอีกครั้ง


เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย


“ยังครับ”


“อ้าว ทำไมล่ะ”


“ผม... ยังทำไม่ค่อยได้ครับ”


ฉินตอบเบา ๆ


เขาไม่อยากบอกว่าถูกไล่ออกมา


ยิ่งคนตรงหน้าเป็นอาม่าของธามด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไม่อยากให้ท่านรู้สึกไม่ดีกับหลานชายตัวเอง


หญิงชรามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง


“อาตี๋”


“ครับ?”


“ตาลื้อเป็นอะไร”


ฉินสะดุ้ง


“หือ?”


“ทำไมแดงอย่างนั้นล่ะ”


เด็กหนุ่มรีบยกมือขยี้หางตา


“อ๋อ ฝุ่นครับ!”


“ฝุ่น?”


“ครับ ฝุ่นเข้าตา”


อาม่ามองเขานิ่ง ๆ


“เข้าทั้งสองข้างเลยหรือ”


“...”


ฉินชะงัก


ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น


“ครับ!”


หญิงชราหรี่ตามอง


“ฝุ่นมันเก่งเนอะ”


“...”


ฉินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ


“แหะ”


อาม่าไม่ได้ซักต่อ


คนแก่ที่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมาหลายสิบปี แค่มองก็พอจะรู้ว่าเด็กตรงหน้าคงเจออะไรมา


ดวงตาแดง ๆ นั่นไม่ได้เกิดจากฝุ่นอย่างเดียวหรอก


แต่ถ้าเจ้าตัวยังไม่อยากพูด อั๊วก็ไม่จำเป็นต้องคาดคั้น


“แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ”


“ครับ”


“กินข้าวหรือยัง”


“เอ่อ...”


ฉินอึกอัก


ก่อนจะตอบเสียงเบา


“ยังครับ”


“อ้าว นี่มันบ่ายแล้วนะ”


“ครับ”


“ทำไมไม่กิน”


“ก็...”


เด็กหนุ่มเกาท้ายทอย


“ยังไม่ค่อยหิวครับ”


โครกก...


“...”


“...”


ความเงียบเข้าปกคลุมทางเดินชั่วขณะ


ฉินตัวแข็งทื่อ


อาม่าค่อย ๆ ก้มมองท้องของเขา


ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของท้องอีกครั้ง


“ไม่หิว?”


ฉินหน้าแดงพรึ่บ


“เอ่อ...”


โครกกก...


เสียงท้องร้องดังขึ้นอีกครั้ง


คราวนี้ยาวกว่าเดิมเสียด้วย


เด็กหนุ่มอยากเอาหัวโขกกำแพง


ไอ้ท้องเวร!


จะร้องอะไรตอนนี้วะ!


อาม่าหลุดหัวเราะออกมาทันที


“โอ๊ย อาตี๋เอ๊ย!”


ฉินยิ้มแหย ๆ


“แหะ...”


“นี่ถ้าลื้อหิวจริง ๆ เสียงจะดังขนาดไหนเนี่ย”


“อาม่าครับ...”


เด็กหนุ่มครางเสียงอ่อย


หญิงชราหัวเราะอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นตะกร้าหวายมาให้


“เอ้า ช่วยอั๊วถือหน่อย”


ฉินรีบรับมาโดยอัตโนมัติ


“ครับ”


“ดีมาก”


อาม่าพยักหน้าอย่างพอใจ


“ไป กินข้าวกัน”


ฉินชะงัก


“หือ?”


“กินข้าวไง”


“กับ... อาม่าเหรอครับ”


“เออสิ จะให้กินกับใครล่ะ”


ฉินกะพริบตาปริบ ๆ


“แต่ผม...”


“ทำไม”


“ผมไม่ได้เป็นคนในคณะนะครับ”


“แล้วไง”


อาม่าย้อนถามทันที


“ไม่ได้เป็นคนในคณะแล้วกินข้าวบ้านอั๊วไม่ได้หรือ”


“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ!”


ฉินรีบส่ายหน้า


“ผมแค่เกรงใจ”


“เกรงใจอะไร อั๊วทำกับข้าวไว้ตั้งเยอะ กินคนเดียวไม่หมดหรอก”


“แต่ว่า...”


โครกกก...


ท้องเจ้ากรรมร้องขึ้นอีกครั้ง


ฉินหลับตาปี๋


พอเลย!


อาม่าหัวเราะจนไหล่สั่น


“เห็นไหม ท้องลื้อยังอยากไปกับอั๊วเลย”


“อาม่าอะ...”


ฉินยกมือเกาท้ายทอยอย่างเขิน ๆ


หญิงชรายื่นมือมาตบแขนเขาเบา ๆ


“ไปเถอะลูก กินข้าวให้อิ่มก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”


ฉินนิ่งไป


คำพูดธรรมดา ๆ นั้นกลับทำให้ขอบตาที่เพิ่งแห้งไปเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง


เขารีบก้มหน้าลง


“...ครับ”


อาม่ามองแล้วก็ยิ่งเอ็นดู


“ว่าแต่ลื้อชื่ออะไรนะ”


“ฉินครับ”


“ฉิน?”


“ครับ อาม่า”


หญิงชราพยักหน้า


“อ้อ อาฉิน”


ฉินเงยหน้าขึ้น


“ครับ?”


“ชื่อเพราะดี”


เด็กหนุ่มยิ้มออกมานิดหนึ่ง


“ขอบคุณครับ”


“แล้วอายุเท่าไรล่ะ”


“สิบเก้าครับ”


“โอ๊ย ยังเด็กอยู่เลย”


อาม่าหัวเราะ


“อั๊วมีหลานโตเป็นควายแล้วหนึ่งคน ได้หลานตัวเล็ก ๆ เพิ่มอีกสักคนก็คงดี”


ฉินหลุดหัวเราะ


“เฮียธามเหรอครับ”


“เออ!”


หญิงชราพยักหน้าอย่างจริงจัง


“ตัวใหญ่ก็จริง แต่หน้าบึ้งทั้งวัน ไม่รู้จะบึ้งไปถึงไหน”


ฉินเม้มปากกลั้นยิ้ม


อาม่าเหลือบมอง


“ทำไม อั๊วพูดผิดหรือ”


“เปล่าครับ”


ฉินส่ายหน้าเร็ว ๆ


“ผมว่า... ก็จริงอยู่”


อาม่าหัวเราะลั่น


“เห็นไหม!”


ฉินเองก็หลุดหัวเราะตาม


เป็นเสียงหัวเราะจริง ๆ ครั้งแรกนับตั้งแต่เดินออกจากโรงซ้อม


“แล้วอาฉินเรียนอยู่หรือเปล่า”


“เรียนครับ ปีหนึ่ง”


“มหาวิทยาลัย?”


“ครับ”


“แล้วมาหางานทำทำไม”


“อยากหารายได้เสริมครับ”


ฉินตอบง่าย ๆ


“ผมมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง”


อาม่าพยักหน้ารับ


ไม่ได้ถามต่อว่าเป็นค่าอะไรบ้าง


เพียงแต่เอื้อมมือมาตบหลังมือเขาเบา ๆ


“ขยันดีนะลื้อ”


ฉินยิ้มบาง ๆ


“ขอบคุณครับ”


“ไป ๆ เดี๋ยวข้าวเย็นหมด”


หญิงชราออกเดินนำ


ฉินรีบเดินตาม มือข้างหนึ่งถือตะกร้าหวาย อีกข้างยื่นไปรับถุงผักที่อาม่าถืออยู่


“อาม่าครับ เดี๋ยวผมถือให้”


“ไม่ต้อง ๆ อั๊วถือได้”


“ให้ผมช่วยเถอะครับ”


“มันหนักนะ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมแข็งแรง”


อาม่าหันมามองรูปร่างเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่ม


“แข็งแรงเหรอ”


“ครับ!”


ฉินยืดอกขึ้นเล็กน้อย


“ผมเคยเล่นยิมนาสติกนะ”


“โอ้โห!”


หญิงชราทำตาโต


“งั้นตีลังกาได้ไหม”


“ได้ครับ”


“จริงเหรอ”


“จริงสิครับ”


ฉินยิ้มกว้าง


“เมื่อกี้ผมเพิ่งตีให้เฮียธามดูด้วย”


“แล้วอาเฟยว่าไง”


รอยยิ้มของฉินสะดุดไปนิดหนึ่ง


“ก็...”


เขาก้มมองตะกร้าในมือ


“เฮียบอกว่าพอใช้ได้ครับ”


อาม่ามองสีหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ


“อ้อ”


ทั้งคู่เดินต่อไปอีกสองสามก้าว


หญิงชราจึงพูดขึ้น


“อาเฟยมันเป็นคนปากแข็ง”


ฉินเงยหน้า


“ครับ?”


“บางทีเห็นอะไรดี ๆ ก็ไม่ยอมชม”


อาม่าส่ายหน้าอย่างระอา


“เหมือนเตี่ยมันไม่มีผิด”


ฉินยิ้มจาง ๆ


“เหรอครับ”


“เออ”


หญิงชราหันมามองเขา


“แต่ถ้าลื้อตั้งใจทำอะไร ก็อย่าเพิ่งท้อนะลูก”


ฉินชะงักไปเล็กน้อย


ก่อนจะพยักหน้า


“ครับ”


อาม่ายิ้มให้


“ดีแล้ว”


ฉินมองรอยยิ้มนั้น


แล้วก็รู้สึกว่าก้อนอะไรบางอย่างที่จุกอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อครู่ค่อย ๆ คลายลง


อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีคนพูดดี ๆ กับเขา


แม้จะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม


“อาม่าครับ”


“หือ?”


“วันนี้ทำอะไรกินเหรอครับ”


“มีต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดผัก แล้วก็ไข่เจียว”


ฉินตาเป็นประกายทันที


“มีไข่เจียวด้วยเหรอ!”


“เออ!”


“ใส่หมูสับไหมครับ”


“ใส่สิ”


“โห!”


เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง


“ของโปรดผมเลย!”


อาม่าหัวเราะ


“งั้นเดี๋ยวอั๊วทอดเพิ่มให้อีกฟอง”


“จริงนะครับ!”


“จริงสิ”


“อาม่าใจดีที่สุดเลย!”


หญิงชราหัวเราะอย่างชอบใจ


“ปากหวานจริง ๆ อาตี๋คนนี้”


ฉินยิ้มจนตาหยี


“ผมพูดจริงนะ”


“เออ ๆ อั๊วเชื่อ”


ทั้งคู่เดินคุยกันไปตามทางเดินแคบ ๆ จนมาถึงประตูด้านหลังโรงซ้อม


ฉินกำลังจะก้าวตามเข้าไป แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้


“อาม่าครับ”


“ว่าไง”


“แล้ว... เฮียธามจะว่าไหมครับ”


หญิงชราหยุดเดิน


“ว่าเรื่องอะไร”


“ก็ที่ผมมากินข้าว”


ฉินก้มหน้าเล็กน้อย


“เฮียเขา...”


คำพูดขาดหายไป


อาม่ามองเด็กหนุ่ม


เห็นมือที่กำหูตะกร้าแน่นขึ้น เห็นดวงตาที่เริ่มแดงเรื่ออีกครั้ง


หญิงชราถอนหายใจเบา ๆ


“อาฉิน”


“ครับ?”


“บ้านนี้ใครเป็นคนทำกับข้าว”


ฉินกะพริบตา


“อาม่าครับ”


“แล้วใครเป็นคนซื้อกับข้าว”


“อาม่า?”


“แล้วใครเป็นคนตักข้าว”


“ก็... อาม่า”


หญิงชราพยักหน้าอย่างพอใจ


“ถูกต้อง!”


ฉินมองอย่างงุนงง


อาม่ายกมือเท้าเอว


“งั้นอั๊วจะชวนใครมากินข้าว ต้องขออนุญาตอาเฟยมันด้วยหรือ”


ฉินหลุดหัวเราะออกมา


“ไม่ต้องครับ!”


“เออ!”


อาม่ายิ้มกว้าง


“ถ้ามันกล้าว่า เดี๋ยวอั๊วจัดการเอง”


“โห”


ฉินหัวเราะ


“อาม่าโหดเหมือนกันนะเนี่ย”


“แน่นอน!”


หญิงชรายืดอกอย่างภาคภูมิใจ


“อั๊วเลี้ยงอาเฟยมาตั้งแต่ตัวเท่าลูกหมา จะกลัวอะไรมัน”


ฉินหัวเราะจนไหล่สั่น


“ครับ ๆ”


“ไป!”


อาม่าจับแขนเด็กหนุ่มเบา ๆ


“เข้าบ้านกัน”


ฉินยิ้มกว้าง


“ครับอาม่า!”


ภายในโรงซ้อม ธามยังคงนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเดิม


หัวสิงโตสีแดงวางอยู่ตรงหน้า


เขาจ้องมันมาพักใหญ่แล้ว


แต่กลับไม่มีสมาธิจะทำอะไรต่อ


ภาพดวงตาแดง ๆ ของฉินยังติดอยู่ในหัว


โดยเฉพาะตอนที่เด็กมันยกมือไหว้แล้วพูดว่า


ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาครับ


ธามยกมือขึ้นลูบหน้าแรง ๆ


“เชี่ยเอ๊ย...”


เขาสบถเบา ๆ


กูไปพูดแบบนั้นทำไมวะ


ทั้งที่เด็กมันไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงเลย


ก็แค่เหยียบผ้าพลาด


ก็แค่เสียหลัก


แล้วเขาก็รับไว้ทัน


มันควรจบแค่นั้น


แต่เขากลับเป็นฝ่ายทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเอง


ธามถอนหายใจ


ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วมาจากทางเดินด้านหลัง


“อาม่า! เดี๋ยวผมถือเองครับ!”


“ไม่ต้อง ๆ อั๊วถือได้!”


“โห อาม่า ให้ผมช่วยหน่อยสิ!”


“ลื้อนี่มันดื้อจริง!”


ธามชะงัก


เสียงคุ้นหูชะมัด


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น


ก่อนจะได้ยินเสียงเดิมดังชัดขึ้นอีก


“อาม่าครับ ไข่เจียวใส่หมูสับเยอะ ๆ นะ!”


“เออ ๆ อั๊วรู้แล้ว!”


“ขอบคุณคร้าบ!”


ธามนิ่งไป


“...”


เดี๋ยวนะ


เขารีบลุกขึ้นจากม้านั่ง เดินไปหยุดตรงประตูด้านหลังโรงซ้อม


แล้วก็เห็นภาพที่ทำให้ยืนค้าง


อาม่ากำลังเดินนำเข้ามา


ส่วนคนที่เดินตามหลังมา...


ไอ้เด็กที่ชื่อฉิน


สองมือเต็มไปด้วยถุงผักกับตะกร้าหวาย


ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังแดงเพราะกลั้นน้ำตา ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มกว้างอีกครั้ง


แถมยังคุยกับอาม่าราวกับรู้จักกันมานาน


ธามกะพริบตา


ไอ้เด็กนี่...


กูเพิ่งไล่มึงกลับไปไม่ใช่เหรอวะ


อาม่าเงยหน้าขึ้นมาเห็นหลานชายพอดี


“อ้าว อาเฟย!”


ธามชะงัก


“อาม่า?”


“ดีเลย มาช่วยอั๊วถือของหน่อย”


ธามรีบเดินเข้าไปหา


“ครับ”


เขารับถุงผักจากมือหญิงชรา ก่อนจะเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง


ฉินเองก็หันมาเห็นเขาพอดี


รอยยิ้มบนใบหน้าเด็กหนุ่มค่อย ๆ จางลง


เขารีบหลบตา


“สวัสดีครับเฮีย”


เสียงนั้นเบากว่าตอนอยู่ในโรงซ้อมมาก


ธามรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างสะกิดตรงหน้าอก


ก่อนจะทันได้พูดอะไร อาม่าก็หันมาบอก


“อั๊วชวนอาฉินมากินข้าว”


“...”


“ลื้อมีอะไรจะว่าไหม”


ธามมองหน้าอาม่า


แล้วมองฉิน


เด็กหนุ่มยืนก้มหน้าอยู่ข้างหลังหญิงชรา มือกำหูตะกร้าแน่น


ดูเหมือนกำลังรอฟังคำตอบของเขา


ธามเม้มปาก


ก่อนจะตอบเสียงต่ำ


“ไม่มีครับ”


อาม่ายิ้มอย่างพอใจ


“ดี!”


แล้วก็หันไปหาฉิน


“ไปลูก เข้าครัวกัน”


ฉินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย


“ครับอาม่า”


เด็กหนุ่มเดินตามหญิงชราไปอย่างว่าง่าย


แต่ตอนเดินผ่านธาม เขากลับขยับตัวหลบให้อีกฝ่ายก่อน


เหมือนกลัวว่าจะเดินไปเกะกะทาง


ธามมองตาม


หัวใจหนักอึ้งขึ้นมาอีกครั้ง


เมื่อครู่ไอ้เด็กนี่เคยเดินตามเขาติด ๆ


พูดมากจนแทบไม่มีช่องให้หายใจ


แต่ตอนนี้...


แม้แต่จะเดินผ่าน ยังไม่กล้าเข้าใกล้


ธามกำถุงผักในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย


ก่อนจะถอนหายใจออกมา


“เชี่ยเอ๊ย...”


กลิ่นไข่เจียวหมูสับลอยหอมออกมาจากครัวด้านหลังโรงซ้อม


ฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กข้างโต๊ะกินข้าว มือทั้งสองข้างวางเรียบร้อยอยู่บนตัก ดวงตาจับจ้องกระทะที่อาม่ากำลังใช้ตะหลิวกลับไข่เจียวอย่างตั้งอกตั้งใจ


“หอมจังเลยครับอาม่า”


“หิวแล้วสิ”


“นิดหน่อยครับ”


โครกกก...


เสียงท้องร้องดังขึ้นทันทีที่พูดจบ


อาม่าหัวเราะลั่น


“นิดหน่อยอีกแล้ว!”


ฉินยิ้มแหย ๆ


“ท้องผมมันชอบพูดเกินจริงครับ”


“โอ๊ย อาตี๋เอ๊ย!”


หญิงชราหัวเราะจนต้องวางตะหลิวพัก ก่อนจะตักไข่เจียวสีเหลืองทองขึ้นใส่จาน


“เอ้า ไปยกข้าวมากินก่อนเลย”


“ครับ!”


ฉินรีบลุกขึ้นไปช่วยยกจาน


ธามที่เพิ่งเดินเข้ามาจากโรงซ้อมหยุดยืนตรงประตูครัว


ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงักไปนิดหนึ่ง


เมื่อครู่ไอ้เด็กนี่เพิ่งยืนตาแดงอยู่ต่อหน้าเขาแท้ ๆ


แต่ตอนนี้กลับยิ้มจนแก้มแทบแตกเพราะไข่เจียวจานเดียว


“อาเฟย!”


อาม่าเรียกทันทีที่เห็นหลานชาย


“มาพอดี ไปตักข้าวให้อาฉินหน่อย”


ธามเหลือบมองเด็กหนุ่ม


ฉินเองก็หันมาเห็นเขาเช่นกัน


รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลงเล็กน้อย ก่อนเจ้าตัวจะรีบหันกลับไปหาอาม่า


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมตักเอง”


ธามชะงัก


อาม่าหรี่ตามองหลานชาย


“ลื้อยืนทำอะไร ไปตักสิ”


“ครับ”


ธามเดินไปหยิบจานข้าวอย่างว่าง่าย


ฉินแอบเหลือบมอง


ไอ้เฮียคนนี้เชื่อฟังอาม่าดีเหมือนกันแฮะ


ตอนอยู่ในโรงซ้อมเห็นดุอย่างกับเจ้าพ่อ


พออยู่ต่อหน้าอาม่ากลับหงอยเชียว


เด็กหนุ่มแอบยิ้มกับตัวเอง


แต่พอธามหันมา เขาก็รีบหุบยิ้มทันที


ธามมองอย่างสงสัย


“มึงยิ้มอะไร”


ฉินทำหน้าเรียบ


“เปล่าครับ”


“...”


ธามขมวดคิ้ว


เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย


อาม่าเหลือบมองทั้งคู่ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างคนเริ่มจับอะไรได้บางอย่าง


“อาฉิน กินเยอะ ๆ นะลูก”


“ครับอาม่า!”


“ไข่เจียวอั๊วอร่อยนะ”


“หอมมากเลยครับ!”


ฉินรีบตักไข่เจียวเข้าปาก


พอเคี้ยวได้สองสามคำ ดวงตาก็เบิกกว้าง


“อื้อ!”


อาม่าหัวเราะ


“เป็นไง”


ฉินรีบกลืนข้าว


“อร่อยมากครับ!”


“จริงเหรอ”


“จริงสิครับ!”


เด็กหนุ่มพยักหน้าแรง ๆ


“อร่อยกว่าร้านข้าวแถวหอผมอีก!”


อาม่ายิ้มจนตาหยี


“งั้นก็กินเยอะ ๆ”


“ครับ!”


ธามนั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้าม


ฉินกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ตักไข่เจียวสลับกับต้มจืดจนแก้มพอง


ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับเด็กที่เมื่อครู่ยืนกลั้นน้ำตาอยู่ในโรงซ้อม


ธามเผลอมองนานไปหน่อย


ฉินเงยหน้าขึ้นมาพอดี


สายตาทั้งคู่สบกัน


ธามกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง


แต่ฉินกลับก้มหน้าลงกินข้าวต่อทันที


“...”


ธามเม้มปาก


เออ


งอนจริงสินะ


หลังอาหารเย็น อาม่าลุกไปหยิบกล่องพลาสติกจากตู้กับข้าว


“อาฉิน”


“ครับ?”


“เดี๋ยวอั๊วตักต้มจืดให้เอากลับไปกินที่หอนะ”


ฉินรีบส่ายหน้า


“ไม่เป็นไรครับอาม่า ผมกินอิ่มแล้ว”


“อิ่มตอนนี้ เดี๋ยวดึก ๆ ก็หิวอีก”


“แต่ผมเกรงใจ”


“เกรงใจอะไร”


อาม่าตักต้มจืดใส่กล่องอย่างไม่ฟังคำปฏิเสธ


“อั๊วทำไว้เยอะ กินไม่หมดก็เสียของ”


ฉินมองกล่องต้มจืดในมือหญิงชรา


ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเกรงใจ


“ขอบคุณครับ”


“เออ ๆ”


อาม่าปิดฝากล่อง ก่อนจะหันไปหาหลานชาย


“อาเฟย”


ธามเงยหน้า


“ครับ”


“ช่วยอั๊วเก็บจานหน่อย”


“ครับ”


“แล้วก็ไปส่งอาฉินที่หน้าประตูด้วย”


ธามชะงัก


ฉินเองก็ชะงักเหมือนกัน


“ไม่ต้องก็ได้ครับอาม่า!”


เด็กหนุ่มรีบพูด


“ผมเดินเองได้”


“อั๊วรู้ว่าลื้อเดินเองได้”


หญิงชราตอบหน้าตาเฉย


“แต่อั๊วอยากให้มันไปส่ง”


“...”


ฉินอ้าปาก


แล้วก็หุบลง


ธามถอนหายใจเบา ๆ


“ครับอาม่า”


หญิงชรายิ้มอย่างพอใจ


“ดี”


หลังช่วยกันเก็บจานเรียบร้อย ฉินก็สะพายกระเป๋าขึ้นบ่า มือข้างหนึ่งถือถุงต้มจืดที่อาม่าห่อให้อย่างดี


เขายกมือไหว้หญิงชรา


“ผมกลับก่อนนะครับอาม่า”


“เออ ๆ กลับดี ๆ นะลูก”


“ครับ”


“ว่าง ๆ ก็แวะมากินข้าวอีก”


ฉินยิ้มกว้าง


“ได้ครับ!”


“ไม่ต้องเกรงใจนะ”


“ครับอาม่า ขอบคุณมากเลยครับ”


อาม่ายื่นมือมาลูบแขนเขาเบา ๆ


“เออ ไปเถอะ เดี๋ยวมืด”


ฉินพยักหน้า ก่อนจะเดินออกมาจากครัว


ธามเดินตามหลังมาเงียบ ๆ


ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร


ต่างจากตอนฝึกเมื่อบ่ายลิบลับ


ปกติเด็กนี่จะต้องถามนั่นถามนี่ไม่หยุด


แต่ตอนนี้กลับเดินก้มหน้าก้มตา ไม่แม้แต่จะหันมามองเขา


ธามเหลือบมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ตรงหน้า


ก่อนจะกระแอมเบา ๆ


“อะแฮ่ม”


ฉินไม่หัน


ธามขมวดคิ้ว


“ฉิน”


“...”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ?”


เด็กหนุ่มตอบ แต่ยังไม่หันกลับมา


ธามเม้มปาก


“มึง...”


เขาเงียบไปครู่หนึ่ง


ฉินยังคงเดินต่อ


ธามจึงเรียกอีกครั้ง


“เดี๋ยวก่อน”


ฉินหยุดเท้า


แต่ไม่ได้หันมา


“มีอะไรครับ”


น้ำเสียงสุภาพเรียบร้อยเสียจนธามรู้สึกแปลกหู


เมื่อบ่ายยังเฮียอย่างนั้นเฮียอย่างนี้อยู่เลย


ตอนนี้กลับพูดเหมือนกำลังคุยกับคนแปลกหน้า


ธามยกมือขึ้นเกาท้ายทอย


“เรื่องเมื่อกี้...”


ฉินเงียบ


ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด


“กูไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น”


ฉินกะพริบตา


แต่ยังไม่หันกลับมา


“ครับ”


ธามชะงัก


“...”


แค่นี้?


“กูหมายถึง...”


เขาพยายามเรียบเรียงคำพูด


ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถนัดนัก


“มึงไม่ได้ทำผิดอะไรขนาดนั้น”


ฉินก้มมองรองเท้าตัวเอง


ก่อนจะตอบเบา ๆ


“ครับ”


ธามเริ่มหงุดหงิด


ไม่ใช่หงุดหงิดฉิน


แต่หงุดหงิดตัวเองที่พูดอะไรออกมาแล้วดูไม่เข้าท่าสักอย่าง


“กูแค่...”


“ครับ”


“มึงช่วยหันมาคุยกับกูหน่อยได้ไหม”


ฉินเม้มปาก


จริง ๆ เขาไม่ได้โกรธแล้วหรอก


ตอนแรกก็เสียใจอยู่


แต่พอได้กินไข่เจียวอาม่า ความเศร้าก็เบาลงไปเยอะ


แถมตอนนี้ยังรู้สึกแอบสะใจนิด ๆ ที่เห็นคนตัวใหญ่กำลังพยายามง้อเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ


ใครใช้ให้ดุใส่กันเล่า


ขอเอาคืนหน่อยเถอะ


ฉินจึงทำเพียงหันหน้ามาครึ่งหนึ่ง


“เฮียมีอะไรอีกครับ”


ธามมองหน้าเขา


“...”


ไอ้เด็กนี่


มันกำลังงอนกูจริง ๆ


“กูขอโทษ”


ฉินชะงักไปนิดหนึ่ง


เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดคำนี้ออกมาตรง ๆ


แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของธาม ความอยากแกล้งกลับยิ่งเพิ่มขึ้นอีกนิด


เด็กหนุ่มจึงพยักหน้าช้า ๆ


“ครับ”


ธามขมวดคิ้ว


“แล้ว?”


“แล้วอะไรครับ”


“มึงไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”


ฉินทำหน้าครุ่นคิด


“อ๋อ”


เขาพยักหน้า


“ไม่เป็นไรครับ”


ธามถอนหายใจอย่างโล่งอก


แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินก็เสริมขึ้นมา


“ผมชินแล้ว”


“...”


ธามชะงัก


“ชินอะไร”


“ชินกับการโดนดุครับ”


ฉินตอบหน้าตาเฉย


ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนหมดอาลัยตายอยาก


“ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละเนอะ”


ธามมองหน้าเขานิ่ง ๆ


“มึงพูดอะไรของมึง”


“เปล่าครับ”


ฉินส่ายหน้า


“ผมแค่คิดว่าคงไม่มีวาสนาได้เป็นเท้าหน้าของเฮีย”


“...”


“คงต้องไปหางานล้างจานตามเดิม”


ธามยกมือขึ้นลูบหน้า


ไอ้เด็กเวร


เริ่มแล้วใช่ไหม


“มึงอย่าเพิ่งพูดอะไรแบบนั้น”


ฉินก้มหน้า


“ครับ”


“กูไม่ได้บอกว่ามึงทำไม่ได้”


“แต่เฮียไล่ผม”


ธามนิ่งไป


ฉินเงยหน้าขึ้นมอง


ดวงตาคู่นั้นไม่ได้แดงเหมือนเมื่อครู่แล้ว แต่ยังมีร่องรอยอยู่เล็กน้อย


ธามเห็นแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีก


“เออ กูผิดเอง”


ฉินชะงัก


“...”


“กูหงุดหงิดไปหน่อย”


ชายหนุ่มพูดเสียงต่ำ


“ไม่เกี่ยวกับมึง”


ฉินมองหน้าเขา


ก่อนจะเม้มปากกลั้นยิ้ม


อุ๊ย


เฮียยอมรับผิดด้วย


“ครับ”


ธามหรี่ตา


“มึงยิ้มอะไร”


ฉินรีบหุบยิ้ม


“เปล่าครับ”


“เมื่อกี้กูเห็น”


“ผมไม่ได้ยิ้ม”


“มึงยิ้ม”


“เฮียตาฝาด”


“ไอ้ฉิน”


“ครับ?”


เด็กหนุ่มตอบเสียงใส


ธามมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง


ก่อนจะถอนหายใจออกมาทางจมูก


“มึงนี่มัน...”


“อะไรครับ”


“กวนตีน”


ฉินหลุดหัวเราะออกมาทันที


“ฮ่า ๆๆ!”


ธามชะงัก


“...”


อ้าว


หายงอนแล้ว?


ฉินรีบยกมือปิดปาก


แต่ไหล่ยังสั่นเพราะกลั้นหัวเราะ


“ขอโทษครับเฮีย”


ธามหรี่ตา


“มึงแกล้งกู?”


“เปล่านะ!”


“ไอ้ฉิน”


“ก็...”


เด็กหนุ่มยิ้มแหย


“นิดเดียว”


ธามหลับตาลง


ไอ้เด็กเวรเอ๊ย


เมื่อกี้กูเกือบหัวใจวายเพราะคิดว่ามึงเกลียดกูไปแล้ว


“สนุกมากไหม”


ฉินยิ้มกว้าง


“นิดหนึ่งครับ”


“...”


“ก็เฮียทำผมเสียใจนี่”


ประโยคหลังพูดเบาลงเล็กน้อย


ธามชะงัก


ฉินยกมือเกาท้ายทอย


“ผมก็เลยอยากให้เฮียรู้บ้างว่าโดนเมินมันเป็นยังไง”


ธามมองหน้าเด็กหนุ่ม


ก่อนจะถอนหายใจยาว


“เออ”


“...”


“กูรู้แล้ว”


ฉินกะพริบตา


“จริงนะ”


“เออ”


“งั้นหายกัน”


เด็กหนุ่มยื่นมือออกมาตรงหน้า


ธามก้มมอง


“อะไร”


“จับมือไง”


“จับทำไม”


“ก็คืนดีกัน”


“มึงเป็นเด็กอนุบาลหรือไง”


ฉินทำหน้ามุ่ย


“โห เฮีย!”


ธามส่ายหน้า


แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปจับมือเล็ก ๆ นั้นอย่างเสียไม่ได้


ฉินยิ้มกว้างทันที


“เย้!”


“อย่าเสียงดัง”


“ครับ!”


ธามกำลังจะปล่อยมือ


แต่ฉินกลับเขย่าเบา ๆ อีกสองที


“หายกันนะเฮีย”


ธามมองรอยยิ้มนั้น


ก่อนจะพยักหน้า


“เออ หายกัน”


ฉินจึงยอมปล่อยมือ


ส่วนธามก็รีบเก็บมือตัวเองกลับเข้ากระเป๋ากางเกง


เพราะไม่รู้ทำไม...


สัมผัสอุ่น ๆ เมื่อครู่ถึงทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกแล้ว


บ้าฉิบหาย


ทั้งคู่เดินต่อไปจนเกือบถึงประตูด้านหน้า


ธามเหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังแกว่งถุงต้มจืดในมืออย่างอารมณ์ดี


ก่อนจะถามขึ้น


“พรุ่งนี้...”


ฉินหันมาทันที


“ครับ?”


ธามเงียบไปครู่หนึ่ง


“มึงจะมาอีกไหม”


ฉินชะงัก


“หือ?”


“กูถามว่าพรุ่งนี้จะมาฝึกอีกไหม”


เด็กหนุ่มมองหน้าเขา


ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา


“เฮียอยากให้ผมมาเหรอ”


ธามชะงัก


“กูถามเฉย ๆ”


“อ๋อ”


ฉินพยักหน้า


ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง


“งั้นขอคิดก่อน”


ธามขมวดคิ้ว


“คิดอะไร”


“ก็ต้องคิดสิครับ”


ฉินยกนิ้วนับ


“ข้อหนึ่ง เฮียดุ”


“...”


“ข้อสอง เฮียชอบด่า”


“...”


“ข้อสาม เฮียชอบไล่ผมกลับ”


ธามสูดลมหายใจเข้าปอด


“ไอ้ฉิน”


“แต่...”


เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง


“อาม่าทำกับข้าวอร่อย”


ธามนิ่งไป


“...”


“เพราะงั้นผมมา!”


ธามมองหน้าเขาอย่างเหลือเชื่อ


“มึงมาฝึกหรือมากินข้าว”


ฉินหัวเราะ


“ทั้งสองอย่างได้ไหมอะ”


“ไม่ได้!”


“โห เฮีย!”


ธามส่ายหน้าอย่างระอา


แต่คราวนี้มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย


“พรุ่งนี้บ่ายโมง”


ฉินพยักหน้า


“ครับ!”


“อย่าสาย”


“ครับ!”


“แล้วก็ใส่รองเท้าที่มันเหมาะกับการฝึกมาด้วย”


“ครับเฮีย!”


ธามมองหน้าเขา


“เข้าใจไหม”


“เข้าใจครับ!”


ฉินยิ้มกว้าง


ก่อนจะยกมือไหว้


“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”


“เออ”


“ขอบคุณสำหรับวันนี้ด้วย”


“อืม”


“แล้วก็...”


ธามเลิกคิ้ว


“อะไรอีก”


ฉินยักคิ้ว


“พรุ่งนี้เฮียอย่าดุผมอีกนะ”


“กูไม่รับปาก”


“อ้าว!”


ธามหลุดหัวเราะออกมาทางจมูก


ฉินตาโตทันที


“เฮีย!”


“อะไร”


“เมื่อกี้เฮียหัวเราะ!”


ธามรีบหุบยิ้ม


“เปล่า”


“หัวเราะจริง ๆ!”


“กูไม่ได้หัวเราะ”


“ผมเห็น!”


“มึงตาฝาด”


ฉินอ้าปากค้าง


ก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว


“เฮียเอาคำผมไปใช้!”


ธามเลิกคิ้ว


“แล้วไง”


“โห!”


ฉินหัวเราะลั่น


ธามส่ายหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นผลักหน้าผากเด็กหนุ่มเบา ๆ


“กลับไปได้แล้ว”


“ครับ ๆ!”


ฉินเดินถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะโบกมือให้


“พรุ่งนี้เจอกันนะเฮีย!”


“เออ!”


“อย่าคิดถึงผมมากล่ะ!”


“ไอ้ฉิน!”


เสียงหัวเราะของเด็กหนุ่มดังไล่ไปตามทางเดิน


ธามยืนมองจนอีกฝ่ายเลี้ยวพ้นมุมตึก


ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ


“ไอ้เด็กเวร...”


เขาส่ายหน้า


แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากกลับยังไม่หายไปไหน


เมื่อครู่เขาเกือบทำให้เด็กคนนั้นไม่กลับมาอีกแล้ว


โชคดีที่ยังมีโอกาสแก้ตัว


ธามหันหลังเดินกลับเข้าโรงซ้อม


ในหัวเริ่มคิดถึงตารางฝึกของวันพรุ่งนี้


สิบวันก่อนขึ้นแสดง


เด็กใหม่ที่ไม่เคยเชิดสิงโต


แถมยังปากดีจนเขาปวดหัว


งานนี้คงเหนื่อยฉิบหาย


แต่ไม่รู้ทำไม...


เขากลับเริ่มตั้งตารอให้ถึงบ่ายโมงของวันพรุ่งนี้เสียแล้ว



TBC.
เฮียธาม แพ้ทางฉินสุดๆ อ่ะ
งานนี้เด็กจะกินผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่จะกินเด็กกันแน่นะ
เพื่อนๆ เชียร์ใครเป็นท็อปครับ 555+



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
1056
พลังน้ำใจ
10029
Zenny
4034
ออนไลน์
1078 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64873
พลังน้ำใจ
331416
Zenny
119493
ออนไลน์
27639 ชั่วโมง
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากครับ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
12162
พลังน้ำใจ
74315
Zenny
61916
ออนไลน์
3754 ชั่วโมง
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบตุณมากๆนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
1
ตอบกลับ
3184
พลังน้ำใจ
24106
Zenny
23522
ออนไลน์
1639 ชั่วโมง
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ่านไป ก็ยิ้มตามไป กำลังนึกว่า จะเป็น ธามฉิน หรือว่า เป็น ฉินธาม ดี
แต่ส่วนตัว เชียร์ ธามฉิน นะครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-10-28 13:59 , Processed in 0.129637 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้