แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g555g555g เมื่อ 2026-10-21 14:27
บอยอายุ30ปี เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเหตุผล ในฐานะครูวิทยาศาสตร์ เขาเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้เชื่อในข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และเชื่อว่าทุกปรากฏการณ์ย่อมมีคำอธิบายตามหลักการของมันเองเขาสอนนักเรียนเรื่องระบบประสาท อธิบายการทำงานของสมอง และพูดถึงฮอร์โมนที่ส่งผลต่ออารมณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาไม่เคยหาคำอธิบายให้ตัวเองได้อย่างจริงจัง เรื่องนั้นชื่อว่า ทัศน์ เช้าวันจันทร์ในห้องพักครูของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งบอยกำลังนั่งตรวจข้อสอบอยู่ที่โต๊ะประจำตัว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกงสแล็กรีดเรียบและแว่นตากรอบบางที่ทำให้ใบหน้าดูสุภาพเรียบร้อย บอยเป็นผู้ชายรูปร่างอวบ ผิวขาว และมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัวเขาไม่ใช่คนชอบเป็นจุดสนใจ ไม่ชอบงานสังสรรค์ที่เสียงดังเกินไป และไม่ค่อยกล้าแสดงความรู้สึกกับใครก่อนเพื่อนครูหลายคนรู้จักเขาในฐานะครูวิทยาศาสตร์ใจดี ผู้พูดจาสุภาพ และมักอาสาช่วยงานคนอื่นโดยไม่บ่นไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังบุคลิกเรียบร้อยนั้น บอยมีความลับที่เก็บไว้อย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่ตกหลุมรักผู้ชายด้วยกัน และผู้ชายที่ทำให้เขาต้องคอยเตือนตัวเองให้มีสติทุกเช้าก็กำลังจะเดินเข้ามาในห้องพักครูตามเวลาที่เคยเป็น “อรุณสวัสดิ์ทุกคน!”เสียงทุ้มดังมาจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงหัวเราะของครูอีกสองสามคน เขาจำเสียงนั้นได้แม่นยิ่งกว่าเสียงกริ่งเข้าเรียนเสียอีก “ไอ้ทัศน์วันนี้มาเช้าแฮะ” ครูคนหนึ่งทัก “ก็ผมเป็นคนมีความรับผิดชอบไงครับครู” เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วห้อง บอยค่อย ๆ เงยหน้าจากข้อสอบและในวินาทีนั้นเอง ความตั้งใจที่จะทำงานให้เสร็จก่อนคาบแรกก็เริ่มสั่นคลอน ทัศน์ยืนอยู่ตรงประตูในชุดกีฬาของโรงเรียน เสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้มรับกับรูปร่างสูงใหญ่ของเขาได้อย่างพอดีช่วงไหล่กว้างทำให้เสื้อดูเต็มทรง แขนเสื้อเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอส่วนท่าทางการยืนที่ผ่อนคลายแต่มั่นคงทำให้เขาดูโดดเด่นโดยไม่ต้องพยายามภายใต้กางเกงวอร์มที่มีความตึงแน่นเห็นส่วนที่นูนเด่นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ให้มองไม่ได้มันช่างเป็นเป้าที่แน่น รูปร่างเป็นแท่งยาว อย่างชัดเจน แม้ว่ามันยังสงบอยู่ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ดูแลตัวเองเพื่อให้ใครมาชื่นชมเป็นพิเศษ เขาเพียงชอบกีฬา ชอบความกระฉับกระเฉง และใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองถนัดแต่สำหรับบอย ความเป็นธรรมชาตินั้นกลับเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลที่สุด ทัศน์มีผิวสีน้ำผึ้งที่ดูสุขภาพดี ผมสั้นจัดทรงง่ายใบหน้าคมเข้ม และคิ้วที่ขยับขึ้นเล็กน้อยทุกครั้งเวลาพูดอะไรติดตลก เขาไม่ได้มีความหล่อแบบผู้ชายที่ดูห่างไกลแต่เป็นความหล่อที่ทำให้คนอยากเข้าไปคุยด้วย อยากนั่งใกล้ ๆ และอยากรู้ว่าหลังรอยยิ้มกว้างนั้นมีเรื่องอะไรซ่อนอยู่บ้างที่สำคัญที่สุดคือรอยยิ้มของเขา รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาหยีลงเล็กน้อยมุมปากยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และทำให้ใบหน้าที่ดูเข้มอยู่แล้วอ่อนโยนลงทันที บอยเคยเห็นรอยยิ้มนั้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะรู้สึกเฉยๆ ได้จริง “บอย!”เสียงเรียกทำให้เขาสะดุ้ง ทัศน์กำลังเดินตรงมาหากระเป๋ากีฬาพาดอยู่บนไหล่ข้างหนึ่ง “ทำอะไรอยู่แต่เช้าอีกแล้วตรวจข้อสอบเหรอ” “อือ มีสอนคาบแรก” “ขยันจริงเพื่อนผม” ทัศน์วางกระเป๋าลงข้างโต๊ะแล้วหยิบถุงกระดาษใบเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพาย “เอ้า ซื้อมาให้” บอยมองของตรงหน้าอย่างแปลกใจ “อะไร?” “แซนด์วิชไงนายชอบบอกว่าไม่มีเวลากินข้าวเช้าไม่ใช่เหรอ” “นายจำได้ด้วยเหรอ” “ก็พูดให้ฟังตั้งหลายครั้งใครจะไปลืม” ทัศน์ดันถุงกระดาษเข้ามาใกล้ก่อนลากเก้าอี้มานั่งข้างโต๊ะอย่างถือวิสาสะ การขยับตัวเข้ามาทำให้บอยมองไปที่จุดที่แอบมอง มันกลมกลึงอยู่ภายใต้กางเกงวอร์มที่อัดแน่น ทำให้เห็นพวงไข่และดุ้นเนื้อที่สมบูรณืมากองรวมกัน บอยแอบกลืนน้ำลาย “กินด้วยนะอย่ามัวแต่ตรวจข้อสอบจนลืมกินอีกล่ะ” บอยเปลี่ยนสายตาขึ้นมามองแซนด์วิชแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนพูด ทัศน์กำลังเปิดขวดน้ำของตัวเองสีหน้าสบาย ๆ ไม่มีท่าทีว่าจะคิดว่าการซื้ออาหารมาให้เพื่อนเป็นเรื่องพิเศษอะไร สำหรับเขามันอาจเป็นเพียงความมีน้ำใจธรรมดา แต่บอยกลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเอามือมาวางไว้ตรงกลางหัวใจแล้วค่อยๆ บีบเบา ๆ “ขอบใจนะ” “แค่นี้เอง ทำหน้าเหมือนผมซื้อทองมาให้”ทัศน์หัวเราะ บอยหัวเราะตาม ทั้งที่ในใจอยากบอกเหลือเกินว่าหากเป็นทองจริง ๆ เขาอาจไม่รู้สึกดีเท่าการที่ทัศน์จำได้ว่าเขามักลืมกินข้าวเช้าด้วยซ้ำคนเราตกหลุมรักกันเพราะอะไร บางคนอาจตกหลุมรักจากรูปร่างหน้าตาบางคนอาจชอบเสียงหัวเราะ หรือบางคนอาจเริ่มจากการได้พูดคุยกันเพียงไม่กี่ครั้ง สำหรับบอยทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เขาพบว่าตัวเองมีความสุขกับการได้อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกวันจากการชอบมองรอยยิ้ม กลายเป็นการรอคอยให้รอยยิ้มนั้นเกิดขึ้นอีก จากการจำรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ กลายเป็นการเฝ้าสังเกตว่าทัศน์เหนื่อยหรือเปล่า วันนี้อารมณ์ดีไหม และมีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าตัวเงียบไปผิดปกติจนวันหนึ่งบอยก็พบว่า ตัวเองไม่สามารถมองทัศน์เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานได้อีกแล้ว เขารักผู้ชายคนนี้เข้าเต็มหัวใจและที่น่ากลัวที่สุดคือ ทัศน์ไม่เคยรู้เลยแม้แต่น้อย เป้าตุงของทัศน์มันวนเวียนอยู่ในสมองทำไมมันช่างใหญ่ แน่น และเค้าหล่อ ยิ้มเก่ง มีเสน่ห์จริงๆ ถ้ามีใครถามว่าทัศน์มีเสน่ห์ตรงไหนเขาคงตอบไม่ได้ภายในประโยคเดียว เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทัศน์มีเสน่ห์มากเกินไปเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่บอยสังเกตเห็นเสน่ห์เหล่านั้นมากเกินกว่าที่คนแอบชอบใครสักคนควรจะยอมรับกับตัวเอง ทัศน์เป็นครูพลศึกษาที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย เขาชอบออกกำลังกายชอบการแข่งขันกีฬา และมีพลังงานเหลือเฟือแม้ในวันที่ครูคนอื่นเริ่มนับถอยหลังรอเวลาเลิกงาน รูปร่างของเขาเป็นผลจากการใช้ร่างกายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งการฝึกกล้ามเนื้อ หรือการลงสนามสาธิตท่าทางให้นักเรียนดู เขามีช่วงไหล่กว้าง แผ่นหลังแข็งแรงและท่าทางที่แสดงถึงความมั่นใจโดยไม่ต้องจงใจวางมาด เวลาเดินผ่านสนามกีฬา เขาจะก้าวอย่างคล่องแคล่วเวลาช่วยยกอุปกรณ์ เขาจะลงมือทันทีโดยไม่ต้องเรียกใครมาช่วย และเวลาพูดกับนักเรียนเขามักใช้ทั้งน้ำเสียงและท่าทางประกอบจนคนฟังเข้าใจง่าย บอยชอบมองทัศน์ตอนทำงานและได้เห็นทัศน์น้อยขยับไปมา มันช่างสยิวในหัวใจมากๆ เขาไม่ได้พยายามทำให้ใครประทับใจไม่ได้หันมาสำรวจว่ามีใครมองอยู่หรือเปล่า และไม่เคยรู้เลยว่ามีคนคนหนึ่งยืนอยู่ห่างๆ พร้อมความรู้สึกที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เห็นเขายิ้มและกระเด้งเป้ามาที่ตาคู่นี้ของบอย ช่วงบ่ายวันหนึ่ง บอยเดินไปที่อาคารกีฬาเพื่อส่งเอกสารให้ฝ่ายกิจกรรมขณะเดินผ่านสนาม เขาเห็นทัศน์กำลังสาธิตการยืดกล้ามเนื้อให้นักเรียนชั้น ม.4 เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นระยะทัศน์เดินตรวจดูนักเรียนทีละแถว คอยแก้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง และอธิบายอย่างใจเย็นว่าการอบอุ่นร่างกายมีความสำคัญอย่างไร บอยหยุดยืนอยู่ตรงขอบสนาม แดดบ่ายทำให้สนามดูสว่างจ้าแต่สิ่งที่ดึงความสนใจของเขากลับเป็นผู้ชายที่ยืนอยู่กลางสนามมากกว่าสิ่งอื่นใด ทัศน์สวมเสื้อกีฬาและกางเกงวอร์มสำหรับฝึกซ้อมที่มันตึงและรัดความเป็นชายเห็นชัดเจนทั้งไข่และดุ้นเนื้อที่ไม่อาจละสายตาได้เลย ส่วนเสื้อพอดีกับช่วงไหล่และลำตัวอย่างเป็นธรรมชาติเขาขยับตัวคล่องแคล่วตามท่าทางที่กำลังสาธิต กล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่รวมถึงเป้าตุงขยับตามการเคลื่อนไหวอย่างที่คนออกกำลังกายเป็นประจำมักมี บอยรีบเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่ใช่เพราะเขารังเกียจความรู้สึกของตัวเอง แต่เพราะเขารู้ว่าตัวเองกำลังมองนานเกินไป ตั้งสติหน่อยบอยเขาเตือนตัวเอง ทัศน์เป็นเพื่อนนาย เขาแค่กำลังทำงาน “ครูบอย!” เสียงนักเรียนเรียกทำให้เขาสะดุ้งก่อนจะยิ้มตอบและเดินเข้าไปส่งเอกสาร ทัศน์หันมาเห็นพอดี “เฮ้ย มาทำอะไรตรงนี้” “เอาเอกสารมาส่ง” “วางไว้ที่โต๊ะผมเลยเดี๋ยวผมจัดการ” บอยทำตาม แล้วกำลังจะเดินกลับเมื่อทัศน์เรียกไว้อีกครั้ง “เดี๋ยวก่อนนายกินน้ำหรือยัง” “ยัง”“เอาขวดนี้ไปก่อน ผมมีอีกขวด”ทัศน์ยื่นขวดน้ำที่ยังไม่ได้เปิดให้เขา บอยรับมาโดยไม่ทันคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรอยยิ้มของอีกฝ่าย “ขอบใจ” “ไม่เป็นไรวันนี้ร้อนมาก เดี๋ยวเป็นลมไปอีกคน” ทัศน์พูดติดตลกแล้วหันกลับไปดูแลนักเรียนต่อ บอยยืนถือขวดน้ำอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่งเขาไม่ได้คิดว่าขวดน้ำมีความหมายพิเศษ ไม่ได้คิดว่าทัศน์กำลังส่งสัญญาณอะไร แต่ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายนึกถึงเขาในเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ เสมอ กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นจนไม่อยากเดินออกจากสนามไปเลย บอยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากทัศน์ได้ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน และในตอนนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยินดีจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ อย่างน้อยตราบใดที่ทัศน์ยังยิ้มให้เขาแบบเดิมตราบใดที่ยังเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย และตราบใดที่ทั้งคู่ยังสามารถนั่งคุยกันในห้องพักครูได้เหมือนทุกวันบอยก็ยังอยากอยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ผู้ชายที่เขารักโดยไม่ทำให้ความรักของตัวเองกลายเป็นภาระของอีกฝ่าย เย็นวันนั้น ทัศน์เดินกลับเข้าห้องพักครูหลังเสร็จสิ้นคาบสอนเขาดูเหนื่อยเล็กน้อยแต่ยังคงมีรอยยิ้มเหมือนเดิม “บอย กลับหรือยัง” “กำลังจะกลับ” “งั้นรอผมแป๊บหนึ่งไปหาอะไรกินกัน” บอยเงยหน้าขึ้นทันที “วันนี้อีกแล้วเหรอ” “ทำไมละไม่อยากไปกับผมหรือไง” “เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น” ทัศน์หัวเราะ “งั้นก็ไปสิ ผมหิวแล้ว” บอยรีบเก็บเอกสารลงกระเป๋าพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่ภายในใจกลับรู้สึกเหมือนได้รับรางวัลจากเรื่องเล็กน้อยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษระหว่างเดินไปลานจอดรถ ทัศน์เล่าเรื่องนักเรียนที่ทำท่าฝึกผิดจนเพื่อนทั้งห้องหัวเราะเขาเลียนเสียงนักเรียนได้อย่างน่าขันจนบอยหลุดหัวเราะออกมา “นายอย่าล้อเด็กมากสิ”บอยพูด “ผมไม่ได้ล้อผมกำลังถ่ายทอดประสบการณ์การสอน!” “เรียกว่าล้อได้เหมือนกันนั่นแหละ”ทัศน์หัวเราะอีกครั้ง บอยมองรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกเหมือนโลกช้าลงไปเล็กน้อยเขาชอบเวลาทัศน์หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ ชอบตอนที่ดวงตาของอีกฝ่ายหยีลงเล็กน้อย และชอบที่ทัศน์ไม่เคยพยายามปิดบังความสุขของตัวเองในสายตาของบอย ผู้ชายคนนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ทัศน์มีวันที่เหนื่อย มีวันที่หงุดหงิด และมีวันที่พูดมากจนเพื่อนครูต้องแกล้งไล่ให้ไปทำงานแต่ทุกอย่างนั้นกลับทำให้เขาดูเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตชีวา และทำให้บอยยิ่งอยากรู้จักเขาในทุกแง่มุม “มองอะไรอีกแล้ว”เสียงทัศน์ดังขึ้นข้างตัว บอยสะดุ้ง “เปล่า!” “ช่วงนี้นายชอบเหม่อว่ะ” “ผมกำลังคิดเรื่องงาน” “คิดเรื่องงานหรือคิดเรื่องสาว” บอยเกือบสะดุดเท้าตัวเองทัศน์หัวเราะลั่น “เฮ้ย ล้อเล่น ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” บอยฝืนยิ้ม “นายก็พูดไปเรื่อย” “เออน่าถ้าวันไหนมีแฟนก็อย่าลืมบอกผมด้วย ผมจะได้ช่วยเลือกของขวัญ” บอยยิ้มรับ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างเจ็บแปลบขึ้นมาในใจ เขาไม่ได้โกรธทัศน์ อีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกมา แต่ในความเป็นจริง บอยไม่เคยฝันถึงวันที่ทัศน์จะช่วยเขาเลือกของขวัญให้แฟนผู้หญิง เขาเพียงอยากรู้ว่า หากวันหนึ่งทัศน์ได้รู้ความจริงเขาจะยังยิ้มให้เขาแบบนี้หรือเปล่า จะยังชวนไปกินข้าวหรือไม่ และจะยังเรียกเขาว่าเพื่อนด้วยน้ำเสียงเดิมได้อีกไหม คำถามเหล่านั้นยังไม่มีคำตอบบอยจึงทำได้เพียงเดินตามทัศน์ไปยังร้านอาหารใกล้โรงเรียน ฟังอีกฝ่ายพูดเรื่องฟุตบอลและกิจกรรมกีฬาแล้วพยายามจดจำค่ำคืนธรรมดานี้เอาไว้ให้ดีที่สุด เพราะบางครั้งความสุขของคนแอบรักก็เป็นเพียงการได้อยู่ข้างคนที่รักแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายอาจไม่เคยมองมาที่เขาในแบบเดียวกันเลยก็ตาม
|