แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zero_dice เมื่อ 2026-10-10 18:16
แสงแดดยามสายของวันเสาร์แผดเผาลงบนลานจอดรถของโรงเรียนมัธยมปลาย กลิ่นยางมะตอยร้อนระอุผสมกับกลิ่นเหงื่อของเหล่านักเรียนที่เพิ่งลงจากรถบัสทัศนศึกษา ภูในชุดพละสีน้ำเงินเข้มสะพายเป้ใบโต เดินเคียงคู่มากับมิน เพื่อนสนิท
รถเอสยูวีสีดำเงาวับจอดรออยู่ตรงหน้า ขุนลดกระจกลง เผยให้เห็นใบหน้าขาวสะอาดตามแบบฉบับคนเหนือ ผิวพรรณของเขายังดูเต่งตึงและสุขภาพดีแม้จะเข้าสู่วัยสี่สิบสาม ร่างกายที่ผ่านการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากอาชีพของเขาทำให้ไหล่ของเขาดูผึ่งผายจนเต็มเบาะคนขับ
"ไงเจ้าลูกชาย ขึ้นรถมาเร็ว เดี๋ยวรถติด" ขุนส่งยิ้มละมุนให้ลูกชาย
"ป๊ามาพอดีเลย นึกว่าต้องนั่งแกร่วรอซะละ”
ขุนรับอาสาพ่อของมินว่าจะรับมินไปส่งที่บ้านให้ เพราะไหนๆก็เป็นทางผ่านอยู่แล้ว ภูรีบกวักมือเรียกมินให้เดินมาที่รถ มินพยักหน้าเบาๆ เดินไปขึ้นรถของอาขุนด้วยท่าทางเรียบร้อย
เด็กสองคนคุยกันสนุกสนานที่เบาะด้านหลังคนขับเกี่ยวกับเรื่องที่ไปทัศนศึกษากันมา ขุนมองตามหลังเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาอมยิ้ม
หลังจากถึงบ้าน มินก็ลงจากรถแล้วก็ไหว้ขอบคุณขุนที่มาส่งเขาถึงบ้าน ขุนโบกมือให้กับพ่อมินจากในรถ เขาก็ยกมือโบกกลับเบาๆ จากนั้นสองพ่อลูกก็เดินเข้าบ้านไป
บรรยากาศในรถเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนัก ขุนเหลือบมองลูกชายที่เอนหลังพิงเบาะแล้วถอนหายใจยาว
"มินเป็นอะไรหรือเปล่าภู? ป๊าว่าดูไม่ร่าเริงเหมือนทุกที"
ภูนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันมามองพ่อด้วยแววตาเศร้า
"ป๊า... มินเล่าให้ฟังว่าแม่มินหนีตามผู้ชายไปครับ ทิ้งพ่อกับมินแล้วพี่ไทม์ไว้"
ขุนชะลอรถจนหยุดสนิทที่ไฟแดง เขาหันมามองลูกชายด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความทรงจำเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่พรากภรรยาของเขาไปเมื่อสองปีก่อนแล่นกลับเข้ามาในหัว ความรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยวในวันที่โลกทั้งใบพังทลายลง
"เรื่องนี้หนักเลยนะลูก" ขุนเอื้อมมือไปจับไหล่ภูเบาๆ "ดูแลมินด้วยล่ะ ปลอบเพื่อนเยอะๆ ตอนนี้เพื่อนเราคงจะเปราะบางเพราะภูรู้ดีที่สุดว่าการที่จู่ๆ โลกเราไม่มีแม่มันรู้สึกยังไง"
ภูพยักหน้าช้าๆ "ครับป๊า ภูตอบ"
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้าน ขุนขับผ่านบ้านหลังข้างๆ ที่มีรั้วไม้ระแนงสีขาว วิทย์ ชายหนุ่มเพื่อนบ้าน กำลังหิ้วถุงขยะสีดำใบใหญ่ออกมาทิ้งหน้าบ้าน ผิวของวิทย์เป็นสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ใบหน้าคมเข้มแต่ยังคงเค้าโครงความเป็นไทยอย่างเด่นชัด เขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวและเสื้อกล้าม เผยให้เห็นแผงอกกว้างแน่นเสื้อ
"อ้าว พี่ขุน กลับมาแล้วเหรอครับ!" วิทย์ตะโกนทักทายพร้อมชูมือขึ้น
ขุนลดกระจกลงแล้วโบกมือตอบ "ใช่ พี่เพิ่งไปรับลูกหมามา เพิ่งกลับจากทัศนศึกษาน่ะ "
ภูแกล้งทำหน้าโกรธแก้มป่อง ซึ่งไม่สมกับลุคที่ดูเท่ๆ กับเขาเลย
"ไงเจ้าภู ไปที่ไหนมา" วิทย์หัวเราะร่า เดินเข้ามาใกล้รถ กลิ่นเหงื่อจางๆ และน้ำหอมแนวสปอร์ตลอยมาแตะจมูกภู ภูส่งยิ้มกว้างให้พี่ชายข้างบ้านที่เขาแอบชื่นชมในความเท่มาตลอด
"ไประยองมาหล่ะพี่วิทย์!"
"หึหึ เข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ น่าจะเหนื่อย เดี๋ยวเจอกัน"
ขุนขับรถเข้าบ้าน ภูรีบวิ่งขึ้นชั้นสองเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย เพราะว่าเขาจะออกไปหาอะไรกินกับพ่อเป็นมื้อเที่ยง ความสดชื่นของสายน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า เมื่อลงมาด้านล่าง เขาก็เห็นขุนกำลังส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยของเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นถึงศอก
"ป๊า ภูพร้อมละ?"
"ไปดิป่ะ กินอะไรกันดีเราวันนี้"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของขุนดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมารับสาย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
"ครับ... เกิดอะไรขึ้นนะ? ตรงไหน? ได้ครับ ผมจะรีบประสานงานเดี๋ยวนี้"
ขุนวางสายแล้วหันมามองลูกชายด้วยสีหน้าลำบากใจ
"ภู ป๊ามีเรื่องด่วน มีไหม้ ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"
ภูมองพ่อของตยแล้วยิ้มออกมา "รีบไปเลยป๊า เดี๋ยวภูจัดการตัวเองได้ ไม่งั้นก็เดี๋ยวไปเกาะพี่วิทย์กินข้าวเที่ยง" ภูชำเลืองมองไปทางบ้านข้างๆ
ขุนทำหน้าลำบากใจก็พยักหน้า "ได้สิ งั้นป๊าต้องไปก่อนนะ"
จริงๆ แล้วภูไม่ได้น้อยใจอะไรเลย หนำซ้ำยังชื่นชมที่พ่อตัวเองดูเท่มาก ยิ่งตอนใส่ชุดพนักงานดับเพลิงแล้วนี่ ใครเห็นก็ต้องหลงไหล
ก่อนที่ขุนกำลังจะออกจากบ้าน เขาเดินไปบอกวิทย์ว่าขอฝากลูกชายด้วย วิทย์รับปาก เพราะทั้งสองบ้านก็สนิทกันอยู่แล้วด้วย
"พี่ไปก่อนนะ ฝากดูหมาที่บ้านด้วย!" ขุนตั้งใจตะโกนให้ภูได้ยิน ซึ่งก็เป็นผล เห็นลูกชายเดินออกมาโวยวายใหญ่
วิทย์หัวเราะ "ได้เลยครับพี่ ฝากภูไว้กับผมได้เลย รับรองปลอดภัย"
ขุนรับขับรถออกจากบ้านหายลับไป วิทย์เดินมาที่กำแพงบ้านที่ติดกัน ชะเง้อถามภู
"ว่าไงลูกหมา มานั่งเล่นบ้านพี่ก่อนมั้ยล่ะ" วิทย์แซว ภูวิ่งมาหาทำท่าจะกัด ทำเอาวิทย์หัวเราะร่า เด็กคนนี้นี่โตแต่ตัวจริงๆ อายุน่าจะสิบเจ็ดสิบแปดแล้วแท้ๆ
"พอดีพี่กะจะเคลียร์ของในตู้เย็นพอดี มาทำสุกี้กินกันที่บ้านพี่ไหม?"
ภูตาเป็นประกาย "เอาสิพี่! ภูหิวมากเลยเนี่ย"
ภูเดินตามวิทย์เข้าไปในบ้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย กลิ่นสะอาดของน้ำยาถูพื้นผสมกับกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกสบายใจ วิทย์พาภูเข้าไปในห้องครัวกว้างขวาง ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะเป็นคนรักความสะอาดพอตัว
"ช่วยพี่หั่นผักหน่อยสิเจ้าตัวเล็ก" วิทย์พูดพร้อมกับส่งมีดให้
ภูรับมีดมาอย่างว่าง่าย จริงๆ ภูก็ไม่ได้ตัวเล็กหรอก แต่วิทย์ค่อนข้างตัวใหญ่จากการออกกำลังกาย เขาเลยดูตัวเล็กไปเลยเมื่อยืนเทียบกัน ขณะที่เขากำลังหั่นผักกาดขาว เขาก็แอบมองแผ่นหลังกว้างของวิทย์ที่กำลังจัดการกับหม้อสุกี้ ร่างกายของพี่ชายคนนี้ช่างดึงดูดสายตาเหลือเกิน กล้ามเนื้อแขนที่ขยับขึ้นลงทุกครั้งที่ยกหม้อทำให้ภูใจเต้นรัว
"เป็นอะไร ภู? จ้องพี่ขนาดนั้น พี่น่ากินกว่าหมูในหม้อเหรอ?" วิทย์หันมาล้อเลียน พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์
"เปล่าซะหน่อย! พูดอะไรเนี่ย" ภูรีบก้มหน้าหั่นผักจนแทบจะตัดนิ้วตัวเอง
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ทั้งคู่ก็ย้ายมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเล่นเกมคอนโซล ภูและวิทย์นั่งเบียดกันอยู่บนโซฟานุ่มตัวใหญ่ ขาของทั้งสองคนสัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความร้อนจากร่างกายของวิทย์แผ่ซ่านมาถึงต้นขาของภู
ในขณะที่เกมกำลังดุเดือด ภูจู่ๆ ก็วางจอยเกมลงแล้วถอนหายใจยาว
"พี่วิทย์ครับ..."
"ว่าไง? แพ้แล้วจะร้องไห้เหรอ?" วิทย์แกล้งแหย่
ภูส่ายหัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง "คือ... ภูมีเรื่องอยากปรึกษาครับ เรื่องที่บอกป๊าไม่ได้"
วิทย์วางจอยเกมลงเช่นกัน เขาหันมามองภูด้วยสายตาที่อ่อนโยนและตั้งใจฟัง เด็กหนุ่มคนนี้มีเรื่องอะไรในใจนะถึงขึ้นปรึกษาคนที่บ้านไม่ได้
"ว่ามาสิ พี่รับฟังทุกเรื่องอยู่แล้ว"
ภูเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ "คือ... ผม"
ภูรู้สึกเหมือนหัวใจจะกระโดดออกมานอกอก เสียงจอยเกมที่วางลงบนโซฟาดัง กึก เบาๆ แต่ในหูมันเหมือนเสียงระเบิด ก้มหน้ามองปลายนิ้วตัวเองที่เริ่มสั่น พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อพูดสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจมานาน
"คือ... ผมว่าผมอาจจะชอบผู้ชายครับพี่วิทย์"
ความเงียบปกคลุมห้องนั่งเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ผมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองปฏิกิริยาของพี่ชายข้างบ้าน แต่แล้วผมก็สัมผัสได้ถึงแรงยุบของโซฟาข้างตัว เมื่อพี่วิทย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมสปอร์ตที่ผสมกับกลิ่นกายจางๆ ของเขาลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกวูบวาบในท้องอย่างบอกไม่ถูก
"หืม... ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
น้ำเสียงของพี่วิทย์ไม่ได้มีความตกใจ หรือรังเกียจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสงสัยที่แฝงความอ่อนโยน ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคมเข้มคู่นั้น แววตาของเขาดูผ่อนคลายและเปิดรับ ซึ่งนั่นทำให้ผมกล้าที่จะระบายทุกอย่างออกมา
"ผมไม่รู้ครับ... แต่มันไม่ใช่กับทุกคน" ผมเว้นจังหวะ หัวใจเต้นรัว "แต่มันเป็นกับผู้ชายบางคน... ผมรู้สึกว่าใจมันเต้นแรงกว่าปกติ หรือเวลาที่ผมเห็นผู้ชายหุ่นดีๆ แล้วผม... ผมรู้สึกแปลกๆ"
วิทย์เลิกคิ้ว "แปลกๆ ยังไง?"
ภูหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู "แบบ... รู้สึกร้อนๆ ที่ท้องน้อย แล้วก็... ตรงนั้นมันก็... แข็งขึ้นมาเองครับ"
วิทย์หลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไม่ใช่การหัวเราะเยาะ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ดูเอ็นดู เขาเอื้อมมือหนามาลูบกลุ่มผมเด็กหนุ่มเบาๆ สัมผัสจากฝ่ามือร้อนๆ ของเขาทำให้ภูขนลุกซู่
"มันเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นนะภู ความรู้สึกทางเพศมันหลากหลาย และมันไม่ได้ผิดอะไรเลยที่ภูจะรู้สึกแบบนี้"
"แต่ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง" ผมสารภาพ เสียงสั่น "ผมไม่เคยมีแฟน และไม่รู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงคืออะไร ผมแค่... รู้สึกว่าผมต้องการใครสักคน แต่พอคิดว่าต้องเป็นผู้ชาย ผมก็กลัว"
"กลัวอะไรล่ะ?"
"กลัวว่ามันจะดูผิด กลัวว่าป๊าจะผิดหวัง..." ผมก้มหน้าลงอีกครั้ง "แล้วก็... กลัวว่าผมจะควบคุมตัวเองไม่ได้"
วิทย์ขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชนกัน ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านมาถึงภู เด็กชายแอบชำเลืองมองแผงอกกว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวที่รัดรูปจนเห็นมัดกล้ามเนื้อเด่นชัด ยิ่งมองยิ่งรู้สึกถึงความต้องการที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในจุดกึ่งกลางลำตัว
"แล้ว... ใครกันนะที่ทำให้ภูรู้สึกแบบนี้?"
คำถามของเขาทำให้ภูชะงัก นิ่งไปนานจนพี่วิทย์เริ่มสังเกตเห็นความเงียบที่ผิดปกติ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนจะอ่านใจผมออก
"ก็..." เด็กหนุ่มกระซิบ "พี่ไง"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบครั้งนี้หนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด วิทย์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเอ็นดูเป็นความโหยหาอย่างเห็นได้ชัด เขามองริมฝีปากของผมก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตา
"ภูรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?"
"รู้ครับ... ผมชอบพี่วิทย์จริงๆ"
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ แต่ภูตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเขาไว้ นิ้วมือของผมสั่นระริก แต่สายตาที่จ้องมองเขากลับเต็มไปด้วยความปรารถนา วิทย์พลิกมือกลับมากุมมือแน่นขึ้น แรงบีบนั้นทำให้เด็กชายรู้สึกตื่นเต้น
"พี่ก็... ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ" พี่วิทย์กระซิบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติ "จริงๆ แล้ว พี่มองภูมาสักพักแล้วเหมือนกัน เด็กอะไร... โตมาได้น่าฟัดขนาดนี้"
คำพูดนั้นทำให้เด็กหนุ่มหายใจไม่ทั่วท้อง วิทย์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาเชยคางฝ่ายตรงข้ามขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาอย่างช้าๆ ในตอนแรกมันเป็นเพียงจุมพิตที่แผ่วเบาและนุ่มนวล เหมือนการปลอบประโลม แต่เพียงครู่เดียว รสสัมผัสก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น วิทย์สอดแทรกปลายลิ้นเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากของอย่างชำนาญ ลิ้นร้อนๆ ของเขาตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นของภูจนเกิดเสียงเฉอะแฉะดัง จ๊วบ จ๊าบ
เด็กหนุ่มครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องยึดไหล่กว้างของพี่ชายข้างบ้านไว้เป็นหลัก ยิ่งเขากดจูบหนักขึ้น ภูยิ่งรู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง น้ำลายใสๆ ไหลซึมที่มุมปากขณะที่แลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างหิวโหย
"อื้อ... พี่วิทย์..."
ภูผละออกมาหอบหายใจรวยริน วิทย์จ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความใคร่ เขาเลื่อนมือลงไปลูบไล้ต้นขาของเด็กหนุ่มผ่านกางเกงขาสั้น แรงกดของฝ่ามือทำให้เขาสะดุ้งโหยง
"อยากลองไหม?" เขาถามเสียงพร่า "พี่จะสอนให้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของการรักผู้ชายมันเป็นยังไง"
ภูพยักหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด วิทย์ช้อนตัวเด็กน้อยขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวแล้วพาเดินตรงไปยังห้องนอนของเขา เด็กหนุ่มซุกหน้ากับแผงอกของพี่ชายข้างบ้าน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมา เมื่อถึงเตียงกว้าง วิทย์วางภูลงอย่างทะนุถนอม เขามองด้วยสายตาที่ทำเอาเด็กชายเขินจนไม่กล้าสบตา
"ถอดเสื้อออกสิครับคนดี"
ภูทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย มือสั่นๆ ค่อยๆ ถอดเสื้อยืดออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนและยอดอกสีชมพูจางๆ วิทย์มองร่างของคนตรงหน้าด้วยสายตาหิวกระหาย เขาถอดเสื้อกล้ามและกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งร่างกายเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตา
เด็กชายเบิกตากว้างเมื่อเห็น 'สิ่งนั้น' ของพี่เขา ท่อนลำขนาดใหญ่มากๆ กะด้วยตาน่าจะประมาณ 8 นิ้วได้ แข็งปั๋งจนเส้นเลือดปูดนูน มันทั้งยาวและใหญ่จนรู้สึกหวั่นใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดึงดูดใจจนไม่สามารถละสายตาได้ วิทย์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าของผม
"ตกใจเหรอ? ไม่ต้องกลัวนะ ลองจับดูมั้ยครับ"
ภูกลืนน้ำลายเสียงดัง ก่อนที่จะค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับท่อนลำขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น วิทย์ยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แต่ก็ส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอเมื่อได้รับสัมผัสจากเด็กหนุ่ม
วิทย์ล้มตัวลงนอนทับคนตรงหน้า ความหนักของร่างกายชายฉกรรจ์ทำให้เด็กชาย...หนัก แต่เร่าร้อน วิทย์ก้มลงไซร้ซอกคอของและ สูดดมกลิ่นกายเด็กหนุ่มอย่างหลงใหล ลิ้นร้อนๆ ลากผ่านไหปลาร้าลงมาจนถึงยอดอก เขาใช้ปากงับยอดอกภูเบาๆ แล้วดูดดึงจนเด็กชายต้องแอ่นอกขึ้นด้วยความเสียวซ่าน
"อ๊าาา... พี่วิทย์... เสียวครับ"
"เสียวตรงนี้เหรอครับ?" เขาเลื่อนมือลงไปกุมท่อนลำขนาด 6 นิ้วของเด็กชายที่แข็งจนปวด วิทย์ใช้ฝ่ามือรูดรั้งขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงวนที่ส่วนปลายจนน้ำเงี่ยนใสๆ เริ่มปริ่มออกมา
"ซี๊ด... อ๊ะ... อ๊าาา"
เด็กชายหลับตาพริ้ม ร่างกายสั่นสะท้านไปตามแรงรูด วิทย์ก้มลงใช้ลิ้นเลียส่วนปลายท่อนลำอย่างช้าๆ เขาดูดกลืนเข้าไปในปากจนสุดโคน เสียงดูดดัง จ๊วบๆ ดังสนั่นห้อง เด็กชายบิดเร้าไปมาด้วยความเสียวสุดขีดที่ได้รับเป็นครั้งแรกในชีวิต
"โอ๊ย... พี่วิทย์... ผมจะ... จะออกแล้ว"
"ชู่ววว... อย่าเพิ่งรีบสิครับ เก็บไว้ก่อนดีกว่า"
วิทย์ผละออกจากท่อนลำเด็กหนุ่ม แล้วพลิกตัวให้ให้เขานอนคว่ำหน้าลงกับเตียง ภูรู้สึกได้ถึงความเย็นของผ้าปูที่นอนที่สัมผัสกับหน้าอก แต่สิ่งที่ร้อนแรงกว่าคือลมหายใจของพี่วิทย์ที่รดรินอยู่ข้างหู เขาแยกขาของภูออกกว้าง เผยให้เห็นรูทวารสีเข้มที่ขยับขยิ้มตามจังหวะการหายใจ
วิทย์ใช้เจลหล่อลื่นชโลมปลายนิ้วจนชุ่ม แล้วค่อยๆ กดนิ้วแรกเข้าไปในรูรักตรงหน้า
"อ๊ะ! เจ็บ... พี่วิทย์ มันเจ็บ!"
เด็กชายสะดุ้งเฮือก พยายามขยับหนี แต่วิทย์ใช้มืออีกข้างล็อกเอวไว้แน่น
"ผ่อนคลายนะภู หายใจลึกๆ... พี่จะค่อยๆ ทำ"
เขากระซิบปลอบประโลมพร้อมกับค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออกอย่างช้าๆ จากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว ความเจ็บในช่วงแรกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความจุก และกลายเป็นความเสียวซ่านเมื่อนิ้วของเขาไปโดนจุดกระสันภายใน
"อ๊าาา... ตรงนั้น... พี่วิทย์ ตรงนั้นแหละครับ!"
เด็กข้างบ้านครางลั่น ร่างกายบิดเร้าด้วยความรัญจวนใจ วิทย์ยิ้มกริ่ม เขาถอนนิ้วออกแล้วแทนที่ด้วยความท่อนเอ็นขนาดมหึมาของเขา ปลายหัวบานฉ่ำน้ำเงี่ยนแตะลงที่ปากรูรักที่กำลังขยิบถี่ๆ
"พี่จะใส่เข้าไปแล้วนะ... อดทนหน่อยนะครับ"
เมื่อเขากดสะโพกส่งควยยาว 8 นิ้วเข้ามา ความรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาดทำให้ภูกรีดร้องออกมาเบาๆ
"อ๊ากกกก! มัน... มันใหญ่ไป... อื้อออ"
"ชู่ววว... หายใจเข้าลึกๆ ครับ... ผ่อนคลาย... ผ่อนคลายนะ"
วิทย์หยุดนิ่ง ให้ร่างกายของภูปรับตัวกับขนาดที่โอฬารของเขา เขาจูบที่ไหล่ของเด็กน้อยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และค่อยๆ ขยับสะโพกดันเข้าไปทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งควยยักษ์จมมิดโคน กระแทกเข้ากับผนังมดลูกภายในจนร้อนไปหมด
"อื้อออ... อ๊าาาา..."
"เป็นไงบ้าง? เจ็บไหม?"
"จุก... แต่มัน... รู้สึกเต็มไปหมดเลยครับ"
วิทย์เริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ ในตอนแรกมันเป็นการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลเหมือนการปลอบประโลม แต่เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มปรับตัวได้ เขาก็เริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พั่บ พั่บ พั่บ ผสมกับเสียงแฉะๆ ของน้ำหล่อลื่นที่ถูกบดเบี้ยนอยู่ภายในรูรัก
"ซี๊ดดด... ภู... รูของภูตอดพี่แน่นมาก... อ๊าาา เสียวชะมัด"
"อ๊ะ... อ๊ะ... พี่วิทย์... แรงอีก... เอาแรงกว่านี้ครับ!"
เด็กชายร้องขออย่างลืมตัว ความเสียวซ่านครอบงำทุกโสตประสาท วิทย์จัดให้ตามคำขอ เขากระแทกกระทั้นสะโพกเข้าใส่อย่างรุนแรงและดุดัน ควยยักษ์ครูดผ่านจุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงส่ง
เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว สลับกับเสียงครางระงมของคนสองคน วิทย์โน้มตัวลงมาประกบปากจูบเด็กชายอีกครั้ง ในขณะที่ช่วงล่างยังคงโหมกระแทกอย่างบ้าคลั่ง ภูรู้สึกได้ถึงลูกอัณฑะของเขาที่ตบกระทบกับก้นของตัวเองดัง แปะ แปะ ทุกครั้งที่เขาส่งตัวเข้าสุด
"โอ๊ยยย... จะออกแล้ว... พี่วิทย์... ผมไม่ไหวแล้ว!"
"พร้อมกันนะภู... พร้อมกัน!"
วิทย์เร่งเครื่องขั้นสุด กระแทกเน้นๆ อีกไม่กี่ครั้งก่อนที่ร่างกายของเขาจะเกร็งกระตุก ควยยักษ์ขยับขยายจนเต็มรูรักขณะที่เขาฉีดพ่นน้ำเชื้อขาวขุ่นจำนวนมหาศาลเข้าไปในตัวเด็กหนุ่มจนล้นทะลักออกมาด้านนอก
"อ๊าาาาาาาาา!"
ภูกระตุกเกร็งและปลดปล่อยน้ำรักของตัวเองออกมาเต็มที่นอนในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกวูบวาบและผ่อนคลายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เด็กชายทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ในขณะที่พี่วิทย์ยังคงซบหน้าอยู่กับไหล่ของเขา
เขากดจูบที่หลังคอของภูเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอนควยออกมา เสียงดัง สลั่บ พร้อมกับน้ำกามสีขาวขุ่นที่ไหลเยิ้มออกมาจากรูรักที่บวมเป่ง
วิทย์ดึงเด็กชายเข้าไปกอดแนบอก และจูบหน้าผากด้วยความรัก
"เป็นไงบ้าง ครั้งแรก?"
ภูยิ้มทั้งที่ยังหอบ "สุดยอดเลยพี่... ขอบคุณที่สอนผมนะพี่วิทย์"
วิทย์หัวเราะเบาๆ "ยินดีครับเจ้าตัวเล็ก แต่จำไว้นะ เรื่องนี้เป็นความลับของเราสองคน... จนกว่าภูจะพร้อมบอกป๊า"
ภูพยักหน้าซบกับอกของเขา ความรู้สึกสับสนในใจก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและแรงดึงดูดที่ทำให้อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไป โดยที่ภูไม่รู้เลยว่า ความลับครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมในอนาคต |