ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 10|ตอบกลับ: 0

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 13

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
13
ตอบกลับ
10
พลังน้ำใจ
3340
Zenny
7135
ออนไลน์
240 ชั่วโมง
โพสต์ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


แปรงสีฟันอีกอัน

การเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการไม่ได้เปลี่ยนชีวิตผมมากอย่างที่คิด

ผมยังตื่นสาย

ยังทำงาน

ยังประชุม

ยังโดน User โทรมาตอน Printer ไม่ออก

ยังมีคนส่ง Ticket ว่า

Internet ใช้งานไม่ได้

ทั้งที่สาเหตุคือ—

ไม่ได้เปิด Wi-Fi

ชีวิตยังเหมือนเดิมเกือบทุกอย่าง

ต่างแค่ตอนนี้—

ผมมีแฟน

แล้วแฟนผมเสือกอยู่บริษัทเดียวกัน

⸻

เช้าวันศุกร์

08:51

ผมกำลังเปิด Mail

โทรศัพท์สั่น

ต้น: พี่

ผมไม่ได้เงยหน้า

นนท์: อะไร

ต้น: วันนี้วันศุกร์

นนท์: กูมีปฏิทิน

ต้น: เย็นนี้ไปห้องผมปะ

ผมหยุด

เงยหน้ามองไปฝั่ง Sales

ต้นนั่งทำงาน

หน้าตาจริงจัง

เหมือนไม่ใช่คนที่กำลังชวนแฟนไปห้องผ่าน LINE

นนท์: ทำไม

ต้น: คิดถึง

ผมหัวเราะเบา ๆ

นนท์: นั่งห่างกันยี่สิบเมตร

ต้น: จับไม่ได้

นนท์: กฎ

ต้น: ใครตั้ง

นนท์: กู

ต้น: ใครทรมาน

นนท์: มึง

ต้น: ถูกต้อง

ผมกำลังจะวางโทรศัพท์

ข้อความใหม่มา

ต้น: แล้วตกลงไปไหม

ผมคิด

คืนนี้ไม่มีอะไร

พรุ่งนี้ก็เสาร์

นนท์: เออ

สามจุดขึ้นทันที

ต้น: ค้าง?

ผมหรี่ตา

นนท์: ดูก่อน

ต้น: แปลว่าค้าง

นนท์: ใครบอก

ต้น: ผมเตรียมหมอนแล้ว

นนท์: ปกติมึงไม่มีหมอน?

ต้น: มี

ต้น: แต่ใบนี้ของแฟน

ผมหยุด

ไม่รู้ทำไมคำธรรมดาแค่นั้นถึงทำให้ใจอ่อน

นนท์: ทำงาน

ต้น: ครับแฟน

ผมล็อกโทรศัพท์

“มึงยิ้มอีกแล้ว”

เสียงพี่โอ๊ตดังข้าง ๆ

ผมหุบยิ้มทันที

“ไม่ได้ยิ้ม”

“กูเห็น”

“ตาฝาด”

พี่โอ๊ตเลื่อนเก้าอี้มา

“คุยกับต้น?”

“เสือก”

“โอเค”

มันพยักหน้า

“ต้น”

ผมหันขวับ

“เบา!”

พี่โอ๊ตหัวเราะ

“มึงนี่ตื่นตูม”

“คนอื่นยังไม่รู้”

“ครับ ๆ”

มันลากเสียง

ก่อนกลับโต๊ะ

“แฟนกูเป็นผู้ชาย ไม่ได้แปลว่ามึงต้องสนุกขนาดนี้”

ผมพึมพำ

พี่โอ๊ตหันกลับ

“อะไรนะ”

“ทำงาน!”

⸻

เย็นนั้น—

ผมไม่ได้กลับบ้าน

ตามคาด

ต้นขับรถ

ผมนั่งข้าง

เราแวะ Supermarket

ภารกิจคือซื้อของใช้

ต้นเข็นรถ

ผมเดินข้าง

“แปรงสีฟัน”

มันพูด

“อือ”

“พี่ใช้แบบไหน”

“อะไรก็ได้”

“ไม่ได้”

“ทำไม”

“แข็ง กลาง อ่อน”

“กลาง”

ต้นหยิบ

“สี?”

“อะไรก็ได้”

“เลือก”

“ต้น”

“ครับ”

“แปรงสีฟันนะ ไม่ใช่รถ”

“ของพี่ที่จะอยู่ห้องผม”

ผมหยุด

อยู่ห้องผม

ฟังแปลก

แต่ดี

“สีดำ”

ต้นหยิบสีดำใส่รถ

“ยาสีฟันใช้ด้วยกัน”

“อือ”

“โฟมล้างหน้า?”

“กูเอามาเองก็ได้”

“ซื้อไว้”

“เปลือง”

“ไม่เปลือง”

“กูไม่ได้มาทุกวัน”

ต้นมอง

“ตอนนี้”

ผมหรี่ตา

“หมายถึง?”

“อนาคตอาจมาบ่อย”

ผมเดินหนี

“เพ้อเจ้อ”

มันเข็นรถตาม

“สบู่?”

“ใช้ของมึง”

“แชมพู?”

“ของมึง”

“ครีม?”

“ของกูเอง”

“ซื้อ”

“ต้น”

“จะได้ไม่ต้องขน”

มันหยิบใส่รถ

ผมถอนหายใจ

“มึงนี่…”

“อะไร”

“เหมือนเตรียมให้กูย้ายเข้า”

ต้นหยุดรถเข็น

ผมเองก็หยุด

มันมองหน้า

“ถ้าย้ายจริงก็ดี”

หัวใจผมกระตุก

ต้นยิ้ม

“แต่ยังไม่รีบ”

แล้วเข็นต่อ

เหมือนไม่ได้พูดอะไรสำคัญ

ส่วนผมยืนอยู่ตรงชั้นสบู่

คิดตามมันไปแล้วเรียบร้อย

⸻

สุดท้ายของที่ซื้อให้ผมมี—

แปรงสีฟัน

โฟมล้างหน้า

ครีม

มีดโกน

เสื้อยืดสองตัว

กางเกงขาสั้น

กางเกงใน—

ตรงนี้ทะเลาะกันเกือบห้านาที

“ไม่ต้องซื้อ”

ผมพูด

“ทำไม”

“กูเอามาเอง”

“แล้วถ้าลืม”

“ก็กลับ”

“ขับรถกลับเพราะกางเกงใน?”

“เออ”

ต้นหัวเราะ

“พี่อายุสามสิบแล้วนะ”

“เกี่ยวอะไร”

“ไม่มี”

มันหยิบแพ็กหนึ่ง

ผมเอากลับ

มันหยิบอีก

ผมเอากลับ

พนักงานเดินผ่านมอง

ผมกระซิบ

“ต้น”

“ครับ”

“วาง”

“ทำไม”

“คนมอง”

“ซื้อกางเกงในผิดกฎหมาย?”

“มึงนี่…”

ต้นยิ้ม

“ไซซ์นี้ใช่ไหม”

ผมหยุด

มองมัน

“มึงรู้ได้ไง”

มันหยุดเหมือนกัน

รอยยิ้มเริ่มมา

“ก็…”

“ห้ามตอบ”

“ผมยังไม่ได้พูด”

“หน้ามึงตอบแล้ว”

ต้นหัวเราะจนตัวงอ

ผมเดินหนี

“พี่!”

“มึงจ่ายเองเลย!”

“ก็ผมจะจ่าย!”

“ไม่ต้องตาม!”

แม่งเอ๊ย

มีแฟนเด็กกว่าสามปีนี่เหนื่อยจริง

⸻

ถึงห้องต้นเกือบสามทุ่ม

ผมแกะของ

เอาแปรงสีฟันไปวางในห้องน้ำ

ตรงแก้วมีแปรงของต้นอยู่หนึ่งอัน

ผมใส่ของผมลงไป

สองอัน

ตั้งข้างกัน

แค่นั้น

ผมกลับยืนมอง

ต้นเดินเข้ามาด้านหลัง

“เป็นอะไร”

“เปล่า”

มันมองตาม

เห็นแปรง

ยิ้ม

“น่ารักดี”

“แปรงสีฟัน?”

“สองอัน”

ผมหันไป

“เพ้อเจ้อ”

ต้นยืนพิงประตู

“พี่”

“อะไร”

“ถ่ายรูปได้ไหม”

“เพื่อ?”

“เก็บไว้”

“โรคจิต”

“ครั้งแรกที่มีแปรงแฟนอยู่ห้อง”

ผมหยุด

“มึงไม่เคย?”

ต้นส่ายหน้า

“แฟนเก่าไม่เคยค้าง?”

“เคย”

“แล้ว?”

“แต่ไม่เคยซื้อของไว้”

มันมองแปรงสองอัน

“ค้างก็ค้าง”

“…”

“ไม่เคยรู้สึกว่าอยากให้ใครมีที่ของตัวเองในห้อง”

ผมเงียบ

ต้นพูดต่อ

“กับพี่อยาก”

ประโยคง่าย ๆ

ทำผมพูดไม่ออกอีกแล้ว

ผมเลยเลือกวิธีเดิม

“หิว”

ต้นหัวเราะ

“เปลี่ยนเรื่องอีก”

“กูหิวจริง”

“ครับ”

มันเดินผ่าน

ก่อนออกจากห้องน้ำ หันกลับมา

ถ่ายรูปแปรงสีฟันสองอัน

“ต้น!”

“เก็บไว้!”

มันวิ่ง

“ไอ้เด็กเหี้ย!”

⸻

คืนนั้นเราไม่ได้ทำอะไรพิเศษ

สั่งข้าว

ดูหนัง

เถียงกันเรื่องจะดูอะไรเกือบยี่สิบนาที

สุดท้ายเปิดเรื่องที่ไม่มีใครเลือก

ต้นนอนบนโซฟา

ผมนั่งพิงอีกฝั่ง

ขามันทับตักผม

“หนัก”

“โกหก”

“เอาออก”

“ไม่”

ผมตีขา

มันไม่ขยับ

“ต้น”

“ครับ”

“กูจะไปเอาน้ำ”

มันยกขา

ผมลุก

เดินไปครัว

เปิดตู้เย็น

แล้วหยุด

มีน้ำที่ผมชอบ

โยเกิร์ตที่ผมกิน

นมยี่ห้อที่ผมซื้อประจำ

ผลไม้

แม้แต่กาแฟแบบที่ผมกินตอนเช้า

ผมหันไป

“ต้น”

“ครับ”

“มึงซื้อของพวกนี้?”

มันเงยหน้าจากโซฟา

“อือ”

“ทำไม”

“พี่กิน”

“กูรู้”

“ก็เลยซื้อ”

ง่ายมาก

เหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา

ผมมองตู้เย็น

ก่อนปิด

ถือขวดน้ำกลับไป

นั่งลง

ต้นวางขาบนตักผมเหมือนเดิม

คราวนี้ผมไม่บ่น

กลับเอามือวางบนหน้าแข้งมัน

ต้นมอง

“อะไร”

“เปล่า”

“พี่จับผม”

“นี่ห้องมึง”

“อ๋อ”

มันยิ้ม

“จับได้”

“อย่ากวน”

ผมบีบขามัน

ต้นหัวเราะ

⸻

ช่วงแรกของการเป็นแฟน—

มันง่ายกว่าที่คิด

ง่ายจนผมเริ่มสงสัยว่าทำไมตัวเองกลัวตั้งนาน

ผมค้างห้องต้นวันศุกร์

แล้ววันเสาร์

วันอาทิตย์ตั้งใจกลับบ้าน

แต่เย็นนั้นต้นส่ง

ต้น: กินข้าวยัง

สุดท้าย—

กลับไปห้องมันอีก

วันจันทร์กลับบ้านตัวเอง

วันอังคารต้นบอกซื้อของมาทำชาบู

ผมไป

วันพุธตั้งใจกลับ

แต่ฝนตก

เลยค้าง

วันพฤหัสผมมีประชุมเช้า

ต้นบอกคอนโดมันใกล้บริษัทกว่า

ผมก็—

ค้างอีก

จนเช้าวันศุกร์

ผมยืนแปรงฟัน

มองแปรงสองอัน

แล้วคิดได้ว่า—

กูอยู่ห้องมันห้าคืนจากเจ็ดคืนแล้วนี่หว่า

ผมหยุดแปรง

ต้นเดินเข้าห้องน้ำ

ตายังไม่เปิดดี

“Morning”

ผมพูดทั้งฟองเต็มปาก

“มึง”

“หือ”

“กูอยู่ห้องมึงกี่วันแล้ว”

ต้นคิด

“ไม่รู้”

“ห้า”

“อ๋อ”

“อ๋อ?”

มันหยิบแปรง

“ก็ปกติ”

“ปกติตรงไหน”

“แฟนกัน”

ผมบ้วนปาก

“แฟนกันไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกัน”

ต้นหยุด

“พี่ไม่ชอบ?”

คำถามนั้นทำให้ผมหยุด

“ไม่ได้ไม่ชอบ”

“แล้ว?”

“แค่…”

ผมมองของตัวเอง

ตอนแรกมีแปรงหนึ่งอัน

ตอนนี้มีครีม

มีมีดโกน

มีเสื้อ

มี Charger

มีรองเท้าแตะ

มีเสื้อทำงานสองตัวแขวนในตู้

“ของกูเต็มห้องมึงแล้ว”

ต้นมองตาม

“ดีออก”

“ดี?”

“ครับ”

มันแปรงฟัน

พูดไม่ชัด

“เหมือนอยู่ด้วยกัน”

ผมหันไป

ต้นชะงัก

รู้ตัวว่าพูดอะไร

“เอ่อ…”

ผมมองมัน

“มึงอยากอยู่ด้วยกัน?”

มันคายฟอง

ล้างปาก

ก่อนหันมา

“ถ้าถามว่าอยากไหม…”

“อือ”

“อยาก”

ตอบตรงอีกแล้ว

ผมเกลียดความตรงของมันบางครั้ง

เพราะทำให้ผมต้องตอบตัวเอง

“แต่ผมไม่ได้รีบ”

ต้นพูดต่อ

“พี่อยากกลับบ้านก็กลับ”

“…”

“อยากมาค่อยมา”

“…”

“ของก็วางไว้”

มันยิ้ม

“ห้องผมมีที่”

ผมมองมัน

ก่อนพูด

“อือ”

ต้นเลิกคิ้ว

“อืออะไร”

“ก็…”

ผมหยิบผ้าเช็ดหน้า

“กูชอบอยู่”

ต้นยิ้มทันที

“จริง?”

“อย่าทำหน้า”

“หน้าอะไร”

“ดีใจเกิน”

“ก็แฟนบอกชอบอยู่ด้วย”

“กูหมายถึงห้อง”

“ครับ ๆ”

ผมเดินออก

ต้นตาม

“พี่”

“อะไร”

“คืนนี้ค้างไหม”

ผมหันกลับ

“กูเพิ่งตื่นในห้องมึง”

“ถามคืนนี้”

“ค้าง”

มันยิ้ม

“ครับ”

⸻

แต่พออยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น—

ผมก็เริ่มเห็นว่า

ความรักไม่ได้มีแต่แปรงสีฟันสองอัน

มันมีถุงเท้าที่ต้นชอบถอดแล้วทิ้งข้างโซฟา

“ต้น”

“ครับ”

“นี่อะไร”

ผมชี้

มันมอง

“ถุงเท้า”

“กูรู้ว่าถุงเท้า”

“แล้วถามทำไม”

“ทำไมไม่ลงตะกร้า”

“เดี๋ยวเก็บ”

“คำว่าเดี๋ยวของมึงคือเมื่อไหร่”

“ก่อนนอน”

ผมมองนาฬิกา

23:48

“จะนอนแล้ว”

ต้นลุกทันที

“เก็บครับ”

⸻

มีแก้วน้ำที่กินแล้วไม่เอาไปล้าง

“ต้น”

“ครับ”

“แก้ว”

“เดี๋ยวล้าง”

“อีกแล้ว”

“กำลังเล่นเกม”

“Pause”

“Online!”

“งั้นตาย”

“พี่!”

ผมหยิบแก้วไปล้างเอง

ต้นรีบถอดหูฟัง

“เฮ้ย เดี๋ยวผมทำ”

“เล่นไป”

“พี่โกรธ?”

“เปล่า”

“น้ำเสียงพี่คือโกรธ”

“กูบอกเปล่า”

ต้นมองเกม

มองผม

สุดท้ายยอมให้ตัวละครตาย

แล้วเดินมาล้างแก้ว

“พอใจยัง”

ผมมอง

“กูไม่ได้สั่งให้มึงตาย”

“ในเกมครับ”

“รู้”

“ทำไมเหมือนเราทะเลาะกันเรื่องใหญ่”

“เพราะมึงไม่เก็บ”

“แก้วเดียว”

“วันนี้แก้ว เมื่อวานถุงเท้า”

“พี่”

“อะไร”

ต้นถอนหายใจ

“นี่ห้องผมนะ”

เงียบ

ผมหยุด

ต้นเองก็เหมือนเพิ่งรู้ว่าคำพูดนั้นฟังยังไง

“ผมไม่ได้หมายถึง…”

“กูรู้”

ผมพูด

“ห้องมึง”

แล้วเดินออกจากครัว

คืนนั้น—

ผมกลับบ้านตัวเอง

ครั้งแรกในรอบหกวัน

⸻

ต้นโทรตอน 00:17

ผมกำลังนอน

“ฮัลโหล”

“พี่”

“อะไร”

“โกรธ?”

“เปล่า”

“โกหก”

“ไม่ได้โกหก”

“แล้วทำไมกลับ”

“ก็…”

ผมหยุด

“มึงพูดถูก”

ต้นเงียบ

“มันห้องมึง”

“พี่ ผมไม่ได้ไล่”

“กูรู้”

“ผมหมายถึงพี่ไม่ต้องจัดทุกอย่างเหมือนห้องพี่”

ผมรู้

เหตุผลมันถูก

“กูแค่ไม่ชอบของรก”

“ผมรู้”

“แล้วกูอาจจู้จี้”

“มาก”

“ต้น”

มันหัวเราะเบา ๆ

“ล้อเล่น”

เงียบ

ต้นพูด

“กลับมาได้ไหม”

ผมหยุด

“ตอนนี้?”

“ครับ”

“เที่ยงคืน”

“ผมไปรับ”

“ไม่ต้อง”

“งั้นพรุ่งนี้”

“…”

“มาไหม”

ผมถอนหายใจ

“ไป”

ต้นเงียบ

ก่อนพูด

“โอเค”

“แค่นี้?”

“ดีใจอยู่”

ผมหัวเราะ

“ประสาท”

⸻

วันต่อมา—

ผมกลับไป

ถุงเท้าหาย

แก้วล้างแล้ว

โต๊ะเรียบร้อย

เรียบร้อยเกิน

ผมหันไป

ต้นนั่งบนโซฟา

“มึงทำอะไร”

“เก็บห้อง”

“ทำไม”

“แฟนจะมา”

ผมหยุด

“ไม่ต้องขนาดนี้”

“เดี๋ยวโดนด่า”

“กูไม่ได้ด่า”

ต้นมอง

“ครับ”

“ประชด?”

“เปล่า”

ผมนั่งข้าง

“ต้น”

“ครับ”

“กูไม่ได้อยากให้มึงเปลี่ยนทุกอย่าง”

มันมอง

“กูแค่…”

ผมหาคำ

“ถ้ากูมาอยู่บ่อย แล้วกูเห็นอะไร กูก็พูด”

“อือ”

“แต่มึงไม่ต้องทำตามทุกอย่าง”

“แล้วถ้าผมไม่ทำ พี่จะโกรธ?”

“นิดหนึ่ง”

ต้นหัวเราะ

“สรุป?”

ผมเองก็หัวเราะ

“ไม่รู้”

ต้นขยับเข้ามา

“งั้นค่อย ๆ เรียน”

“เรียนอะไร”

“อยู่ด้วยกัน”

ผมหยุด

ต้นพูดต่อ

“ไม่ต้องย้ายมา”

“…”

“แต่ถ้าพี่อยู่บ่อย เราก็ต้องรู้ว่าพี่ชอบอะไร ผมชอบอะไร”

“…”

“อะไรยอมได้”

“…”

“อะไรยอมไม่ได้”

มันยักไหล่

“เหมือน Project”

ผมหัวเราะ

“มึงเอาความสัมพันธ์เทียบ Project?”

“พี่ชอบนี่”

“เออ”

“Requirement Gathering”

“แล้วถุงเท้ามึงเป็นอะไร”

“Known Issue”

ผมหัวเราะออกมา

“ไอ้เหี้ย”

ต้นยิ้ม

“แก้ Sprint หน้า”

“แก้วันนี้”

“ครับ Manager”

ผมตีแขนมัน

ต้นหัวเราะ

แล้วดึงผมเข้าไปกอด

“ปล่อย”

“ไม่”

“ร้อน”

“แอร์เปิดอยู่”

“หนัก”

“โกหก”

ประโยคเดิม

แต่คราวนี้—

ผมหัวเราะ

แล้วกอดกลับ

⸻

ปัญหาต่อมาคือ—

เวลา

ต้นเลิกงานเร็วกว่าผมเกือบทุกวัน

บางวันห้าโมงครึ่ง

ผมอาจหนึ่งทุ่ม

สองทุ่ม

ตอนยังจีบกันมันรอได้

ตอนเป็นแฟน—

ก็ยังรอ

แต่ผมเริ่มไม่อยากให้รอ

วันอังคาร

18:47

ต้นนั่งเก้าอี้ข้างโต๊ะ

“กลับยัง”

“อีกนิด”

19:10

“พี่”

“หือ”

“เสร็จยัง”

“ใกล้”

19:36

“พี่”

ผมหัน

ต้นฟุบโต๊ะ

“กลับก่อนก็ได้”

“ไม่”

“มึงหิว”

“รอได้”

“กลับไปกินก่อน”

“กินด้วยกัน”

ผมมองงาน

แล้วมองมัน

“ต้น”

“ครับ”

“มึงไม่ต้องรอกูทุกวัน”

มันนิ่ง

“ทำไม”

“เสียเวลา”

สีหน้ามันเปลี่ยน

“เสียเวลา?”

ผมรู้ทันทีว่าคำผิดอีกแล้ว

“กูหมายถึงมึงมีเวลาของมึง”

“ผมเลือกจะรอ”

“รู้”

“แล้วมันเสียเวลาตรงไหน”

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น”

ต้นมอง

ก่อนพยักหน้า

“โอเค”

คำว่าโอเคแบบนี้—

ไม่โอเค

ผมปิด Notebook

“กลับ”

“งานพี่?”

“พรุ่งนี้”

“ไม่ต้องเพราะผม”

“กูหิว”

ต้นมอง

ก่อนยิ้ม

“ครับ”

เรากลับด้วยกัน

⸻

ผมเริ่มเรียนรู้ว่า—

การเป็นแฟนไม่ใช่แค่รู้ว่าอีกคนชอบกินอะไร

แต่ต้องเรียนรู้ภาษาอีกคนด้วย

คำว่า เสียเวลา ของผม

อาจหมายถึง

กูไม่อยากให้มึงเหนื่อยเพราะกู

แต่ต้นได้ยินเป็น

การอยู่รอมึงไม่มีค่า

คำว่า ตามใจ

ของต้น

บางครั้งหมายถึง

ผมไม่อยากทะเลาะ

ไม่ใช่

ผมโอเค

และคำว่า เปล่า

ของเราทั้งคู่—

ไม่เคยแปลว่าเปล่าจริง ๆ เลยสักครั้ง

⸻

สองสัปดาห์ผ่านไป

ผมมีเสื้ออยู่ห้องต้นห้าตัว

กางเกงสาม

รองเท้าหนึ่งคู่

Notebook Charger

ยาแก้ปวดหัว

น้ำหอม

หนังสือสองเล่ม

และแก้วกาแฟที่ต้นซื้อให้

ตู้เสื้อผ้ามันแบ่งให้ผมหนึ่งชั้น

จากหนึ่งชั้น—

กลายเป็นสอง

วันหนึ่งผมกลับบ้านตัวเอง

เปิดตู้เสื้อผ้า

แล้วพบว่า—

เสื้อที่ใส่บ่อยที่สุดไม่อยู่

อยู่ห้องต้นหมด

ผมยืนมอง

“ฉิบหาย”

แม่โทรมาพอดี

ผมรับ

“ครับแม่”

“อยู่ไหนลูก”

“บ้าน”

“ช่วงนี้กลับบ้านบ้างไหมเนี่ย”

ผมหยุด

“กลับดิ”

“แม่โทรทีไรเสียงเหมือนอยู่ข้างนอก”

“งานเยอะ”

“กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย”

“ครับ”

“แล้วช่วงนี้มีแฟนหรือยัง”

ผมเงียบ

คำถามมาแบบไม่มีสัญญาณ

“ทำไมถาม”

“ก็ถาม”

แม่หัวเราะ

“สามสิบแล้วนะ”

“รู้”

“ถ้ามีก็พามากินข้าวบ้านบ้าง”

ผมนั่งลงปลายเตียง

“อือ”

“อือคือ?”

“ก็…”

ผมหยุด

ต้น

ภาพมันขึ้นมาในหัวทันที

“มี”

ปลายสายเงียบ

“อะไรนะ”

“มีแฟนแล้ว”

แม่ดีใจทันที

“จริงเหรอ!”

ผมหัวเราะ

“เบา”

“คบกันนานหรือยัง”

“ไม่นาน”

“ทำงานที่เดียวกัน?”

ผมหยุด

“อือ”

“ดีเลย แม่จะได้ไม่ต้องห่วง”

“ห่วงอะไร”

“กลัวไม่มีใครทนปากเราได้”

“แม่”

แม่หัวเราะ

“วันไหนพามานะ”

ผมเงียบ

“อือ”

“แฟนชื่ออะไร”

หัวใจผมเต้นเร็วขึ้น

“ต้น”

“ต้น?”

“อือ”

แม่ถามต่อทันที

“ต้นอะไร”

ผมหยุด

ไม่ใช่เพราะชื่อ

แต่เพราะรู้ว่า—

ถ้าคุยต่อ

เดี๋ยวจะมาถึงคำถาม

ทำงานอะไร

อายุเท่าไหร่

บ้านอยู่ไหน

ผู้หญิงแบบไหน

ผมยังไม่พร้อม

“แม่ เดี๋ยวโทรกลับนะ มีงานเข้า”

“อ้าว”

“ครับ”

ผมวาง

นั่งนิ่ง

ผมเพิ่งบอกแม่ว่า—

มีแฟน

แต่ยังไม่ได้บอกว่าแฟนเป็นผู้ชาย

ความกลัวเดิม

กลับมาอีกครั้ง

แค่เปลี่ยนหน้าตา

⸻

คืนนั้นผมไปห้องต้น

ตามปกติ

มันเปิดประตู

“ทำไมหน้าเครียด”

“เปล่า”

ต้นมอง

“คำต้องห้าม”

ผมหัวเราะ

เดินเข้า

ถอดรองเท้า

มันปิดประตู

“เป็นอะไร”

ผมนั่งโซฟา

ต้นนั่งข้าง

ผมคิดว่าจะไม่พูด

แต่สุดท้าย—

“แม่ถามเรื่องแฟน”

ต้นหยุด

“แล้ว?”

“กูบอกว่ามี”

มันนิ่ง

ก่อนยิ้ม

“จริง?”

“อือ”

“แล้วบอกเรื่องผม?”

ผมเงียบ

รอยยิ้มต้นค่อย ๆ ลดลง

แต่ไม่ได้หาย

“ยัง?”

“อือ”

มันพยักหน้า

“โอเค”

ผมหันไป

“โอเคจริง?”

“ครับ”

“ไม่เสียใจ?”

ต้นคิด

ก่อนตอบตรง ๆ

“นิดหนึ่ง”

ผมรู้สึกจุก

“แต่เข้าใจ”

“ต้น…”

“พี่เพิ่งเริ่มโอเคกับตัวเอง”

มันพูด

“จะให้ไปบอกครอบครัวทันทีคงยาก”

“…”

“ผมรอได้”

คำเดิมอีกแล้ว

รอได้

ผมเกลียดคำนี้ขึ้นมานิดหนึ่ง

“มึงรอกูหลายเรื่องแล้วนะ”

ต้นยิ้ม

“ก็พี่คุ้ม”

ผมหัวเราะเบา ๆ

“น้ำเน่า”

“จริง”

มันเอาหัวพิงไหล่

“แค่วันหนึ่ง…”

“หือ”

“ถ้าพี่พร้อม”

ต้นพูดเบา ๆ

“อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนก็พอ”

ผมมองมัน

ก่อนจับมือ

“กูไม่ทำ”

ต้นบีบกลับ

“ครับ”

⸻

คืนเดียวกัน

ตอนเกือบตีหนึ่ง

ต้นหลับแล้ว

ผมยังไม่หลับ

นอนมองเพดาน

แขนมันพาดเอวผม

ห้องเงียบ

ผมหันไปมอง

ผู้ชายคนนี้—

มีแปรงสีฟันของผมในห้อง

มีเสื้อผ้าผมในตู้

มีอาหารที่ผมชอบในตู้เย็น

มี Charger ผมข้างเตียง

รู้ว่าผมกินกาแฟอะไร

รู้ว่าผมหงุดหงิดเวลาเหนื่อย

รู้ว่าผมชอบนอนฝั่งไหน

รู้แม้กระทั่งว่าผมกลัวอะไร

แต่กับครอบครัว—

มันยังเป็นแค่ชื่อ

ต้น

ที่ไม่มีรายละเอียดต่อท้าย

ผมรู้สึกผิด

แต่ยังไม่พร้อม

สองความรู้สึกอยู่พร้อมกันได้จริง ๆ

และผมเริ่มเข้าใจว่า—

การเลือกใครสักคน

ไม่ได้เกิดครั้งเดียว

วันที่ผมเลือกขึ้นรถต้น

ผมคิดว่าผมเลือกแล้ว

วันที่ขอเป็นแฟน

ผมคิดว่าเลือกแล้ว

วันที่บอกพี่โอ๊ต

ผมก็คิดว่าเลือกแล้ว

แต่ความจริง—

ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยการเลือกเล็ก ๆ ทุกวัน

เลือกว่าจะพูดหรือเงียบ

เลือกว่าจะรอหรือเดิน

เลือกว่าจะยอม

หรือขอให้อีกฝ่ายปรับ

เลือกว่าจะซ่อน

หรือยอมให้ใครอีกคนเห็น

และทุกครั้ง—

มันมีราคาของมัน

⸻

เช้าวันต่อมา

ผมตื่นก่อนต้น

06:42

มันยังหลับ

ผมลุกไปห้องน้ำ

แปรงฟัน

แปรงสีดำของผม

แปรงสีน้ำเงินของมัน

อยู่ข้างกัน

ผมมอง

แล้วหยิบโทรศัพท์

ถ่ายรูป

ครั้งแรก

รูปเดียวกับที่ต้นเคยถ่ายวันแรก

ผมส่งให้มัน

ทั้งที่มันนอนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร

นนท์: อยู่ด้วยกันนาน ๆ นะ

ผมมองข้อความ

ใจเต้นแรง

เกือบลบ

แต่ส่งไปแล้ว

ผมวางโทรศัพท์

ล้างหน้า

ไม่ถึงสองนาที—

มีแขนโอบจากด้านหลัง

ผมสะดุ้ง

“เหี้ย!”

ต้นหัวเราะ

หน้าซุกตรงไหล่

“ตื่นแล้ว?”

“เพราะข้อความพี่”

ผมมองกระจก

เห็นมันยิ้ม

“อ่านแล้ว?”

“ครับ”

“แล้ว?”

ต้นกอดแน่นขึ้น

“จะอยู่”

ผมหยุด

“ถ้าพี่ยังเอา”

ผมหันไป

“พูดอะไร”

“ก็ถาม”

“กูส่งขนาดนั้นแล้ว”

“อยากฟัง”

ผมถอนหายใจ

“เออ”

“เอออะไร”

แม่งเหมือนเดิม

ผมหันไปมองมัน

“กูอยากให้มึงอยู่”

ต้นยิ้ม

“นาน?”

“นาน”

“แค่ไหน”

“มึงอย่าได้คืบ”

มันหัวเราะ

ผมเองก็หัวเราะ

ก่อนต้นจะหันไปมองแปรงสีฟัน

“พี่”

“อะไร”

“ตอนแรกมีอันเดียว”

“อือ”

“ตอนนี้สอง”

“กูเห็น”

ต้นเอาคางเกยไหล่

“ถ้าวันหนึ่งมีสาม…”

ผมหันขวับ

“มึงจะซื้อแปรงสำรอง?”

ต้นหัวเราะลั่น

“พี่!”

“อะไร”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

“หน้ามึงไปไกล”

“ผมจะบอกว่าแปรงไว้ขัดรองเท้า”

“โกหก”

“ครับ”

ผมส่ายหน้า

แต่ตัวเองดันยิ้ม

⸻

ผมไม่รู้หรอกว่าอนาคตเราจะไปถึงตรงไหน

ไม่รู้ว่าจะอยู่ห้องนี้ด้วยกันจริงไหม

ไม่รู้ว่าจะบอกครอบครัวเมื่อไหร่

ไม่รู้ว่าคนในบริษัทจะรู้เพิ่มอีกกี่คน

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน

แต่เช้าวันนั้น—

ผมรู้เรื่องหนึ่ง

ของบางอย่างไม่ต้องมีพิธี

ไม่ต้องมีคำประกาศ

ไม่ต้องเซ็นสัญญา

มันค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิต

ทีละชิ้น

แปรงสีฟัน

เสื้อหนึ่งตัว

Charger หนึ่งอัน

รองเท้าหนึ่งคู่

พื้นที่ในตู้เสื้อผ้าสองชั้น

จนวันหนึ่งเราหันกลับไป—

แล้วพบว่า

อีกคนไม่ได้แค่ มาค้าง

อีกต่อไปแล้ว

เขาเริ่ม—

อยู่

และผมเองก็เพิ่งรู้ว่า

ผมไม่ได้กลัวการอยู่กับต้นเลย

สิ่งที่ผมยังต้องเรียนรู้ต่างหากคือ—

ถ้าวันหนึ่งเราต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริง ๆ

ผมจะรักมันโดยไม่พยายามจัดทุกอย่างให้เป็นแบบของผมได้ไหม

และต้น—

จะรักผมโดยไม่ยอมทุกอย่าง

เพียงเพราะกลัวว่าผมจะเดินออกไปหรือเปล่า

เพราะปัญหาใหญ่ครั้งต่อไปของเรา

อาจไม่ได้เกิดจากคนอื่นเลย

แต่อาจเกิดจากนิสัยของเราสองคนเอง

ที่เพิ่งเริ่มมีพื้นที่มากพอ—

ให้ชนกันจริง ๆ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-30 04:40 , Processed in 0.087335 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้