ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 145|ตอบกลับ: 2

ช่วยผมด้วย..ผมโดนมาเฟียรุมข่มขืน!? ตอนพิเศษ 6.0

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
310
ตอบกลับ
104
พลังน้ำใจ
13453
Zenny
46418
ออนไลน์
5196 ชั่วโมง
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน




ฤดูน้ำค้างแข็งมาถึง ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน อากาศเริ่มหนาวจัดจนอุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในยามค่ำคืน แสงไฟสาดสะท้อนเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามใบไม้ใบหญ้าจนเป็นประกายระยิบระยับ ดูราวกับทะเลดาวบนพื้นดิน






การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเหล่ามหาอำนาจทั้งห้า ไม่เคยง่ายดายอย่างที่ใครวาดฝัน






ซิลเวอร์เนสต์ คือองค์กรทรงอิทธิพลที่แผ่รากหยั่งลึก กุมอำนาจไว้ถึงห้าสาย ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บ่อนคาสิโน เส้นทางขนส่งลับ ไปจนถึงเครือข่ายอิทธิพลมืดที่ครอบคลุมทั่วทั้งยุโรป ลามไปถึงเอเชีย และกำลังคืบคลานเข้าสู่ทวีปแอฟริกา






เวลาผ่านไปหลายปี...






เจบีนั่งทอดสายตามองนาฬิกาไขลานโบราณเรือนยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงคฤหาสน์ เข็มวินาทีขยับเคลื่อนไปทีละจังหวะอย่างเชื่องช้า






"นี่พวกเขา...ลืมดูเวลากันอีกแล้วใช่ไหม"






เจบีได้แต่นึกในใจ ช่วงนี้เหมือนเขาจะถูกทิ้งให้อยู่กับความเหงาคนเดียวแทบทุกวัน






อันที่จริงที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะถูกละเลยไม่ใส่ใจ แต่เพราะหนุ่มๆ ทั้งห้ายุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจต่างหาก






เริ่มจาก ราฟาเอโร่ คนที่เวลาอยู่บ้านมักจะทำตัวเชื่องเป็นแมวน้อยคอยอ้อนเขา แต่พอพ้นประตูบ้านออกไปกลับกลายร่างเป็นลูซิเฟอร์ เลือดเย็นและน่ากลัวไม่ต่างจากซาตาน ตอนนี้เขากำลังหัวหมุนกับการกวาดล้างขั้วอำนาจเก่าที่เริ่มแข็งข้อขึ้นมา หลังสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวมานานหลายปี






ส่วนเจ้าพ่อนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่าง แคสเปอร์ ช่วงนี้ก็เครียดจนแทบไม่ได้นอนกับที่ดินผืนใหญ่ที่กำลังเปิดประมูลด้วยมูลค่ามหาศาล เม็ดเงินมหาศาลขนาดนั้นย่อมเดิมพันสูงจนพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว






อีกคนคือ เสี่ยวไป๋ รายนี้ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าหายไปไหน คงหนีไม่พ้นการลงพื้นที่ไปคุมและตรวจสอบเส้นทางขนส่งด้วยตัวเอง เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ในจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ มีการปรับเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ที่เจ้าตัวยอมปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด






ด้าน เรน ก็คงวุ่นวายกับการจัดการความเรียบร้อยภายในตระกูลที่ญี่ปุ่น ในเมื่อตอนนี้เขาขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างเต็มตัวแล้ว ภาระหน้าที่และแรงกดดันรอบด้านจึงถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน






และคนสุดท้าย... กาย ศัลยแพทย์มือทองระดับตัวท็อปของวงการ เจบีได้แต่กลอกตามองเพดานพลางนึกสงสัยว่า ป่านนี้คุณหมอคนเก่งขยายสาขาโรงพยาบาลเอกชนในเครือไปถึงกี่สิบแห่งแล้วก็ไม่รู้ งานผ่าตัดระดับวีไอพีก็แน่นเอี๊ยดข้ามปี โรงพยาบาลก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด รายนั้นแทบจะเอาหมอนไปนอนกอดมีดหมออยู่ในห้องผ่าตัดแทนการกลับบ้านอยู่แล้ว






สรุปคือ ทั้งห้าคนไม่มีใครว่างเลยสักคน!






แต่เอาจริงๆ ความรู้สึกในตอนนี้มันไม่ใช่ความเศร้าหรอก... มันคือความ "โคตรจะเบื่อ" ต่างหาก






ชีวิตการเป็นคนว่างงานระดับพรีเมียมที่แทบไม่ต้องกระดิกนิ้วทำอะไร ตื่นมาก็นอน นอนเบื่อก็นั่ง นั่งเมื่อยก็ไปนอนต่อ เงินในบัญชีที่พวกนั้นโยนให้ใช้ ชาตินี้ทั้งชาติช้อปแหลกยังไงก็ไม่รู้จะใช้หมดไหม ปัญหามันอยู่ตรงที่ความรวยมันล้นจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรแล้วโว้ย!






คฤหาสน์หลังเบ้อเริ่มเทิ่ม แต่ปล่อยให้คนเหงาๆ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนโซฟาราคาแปดหลักคนเดียวแบบนี้ มันชักจะน่าเบื่อเกินไปแล้วนะ!






ขณะที่เจบีกำลังนอนแผ่หรา กลิ้งตัวไปมาอย่างเบื่อโลก จู่ๆ สมาร์ตโฟนเครื่องหรูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ หน้าจอสว่างวาบปรากฏสายเรียกเข้าแบบกรุ๊ปวิดีโอคอลจากบรรดาชายหนุ่มผู้กุมชะตาโลก แต่กลับยอมสยบแทบเท้าอยู่ใต้บัญชาของเขาทั้งห้าคน






เจบีหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด






และทันทีที่สัญญาณภาพเชื่อมต่อ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติทั้งห้ามุมก็โผล่ขึ้นมาเต็มหน้าจอ พร้อมกับเสียงทักทายที่ดังลั่นประสานกันแบบไม่มีใครยอมใคร






"ดาร์ลิง ทำไมยังไม่นอนอีก" ราฟาเอโร่เอ่ยถามเสียงนุ่มด้วยความกังวล






"ฮันนี่ ผอมลงอีกแล้วใช่ไหมค้าบ" แคสเปอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดมองไล่สำรวจตั้งแต่แก้มลงไปจนถึงช่วงไหล่ผ่านหน้าจอ






"เป่าเป้ย หว่อเสียงหนี่เลอ (ที่รัก ผมคิดถึงคุณจัง) " เสี่ยวไป๋พูดพลางยิ้มตาหยีอย่างเอาใจ






"เจ้าตัวแสบ ไม่สบายหรือเปล่า หืม?" หมอกายขมวดคิ้วตรวจเช็กความเรียบร้อยทางสายตาตามสัญชาตญาณแพทย์






"早く会ってぎゅーしたいな Hayaku atte gyū shitai na (อยากเจอเร็วๆ แล้วกอดให้หายคิดถึงจัง) " เรนบ่นพึมพำน้ำเสียงออดอ้อนพลางทำท่ากอดหมอน






เสียงพูดเซ็งแซ่ที่ดังขึ้นมาพร้อมกันจนฟังแทบไม่รู้เรื่องทำเอาเจบีถึงกับต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อย สรุปว่าแต่ละคนจะรีบแย่งกันรายงานตัวไปไหน ทั้งลูซิเฟอร์ ทั้งเจ้าพ่ออสังหาฯ ทั้งหัวหน้ามาเฟียกับผู้นำตระกูลใหญ่... พอมาอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว สภาพกลายเป็นแก๊งลูกหมาแย่งกันฟ้องเจ้าของชัดๆ!






"หยุดก่อนทีละคน! พูดพร้อมกันขนาดนี้ ใครจะฟังทัน"






เจบีแกล้งทำหน้าบูดดุใส่กล้อง ทั้งที่มุมปากแอบยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงโวยวายจอแจในสายเงียบกริบลงทันตา บรรดาบอสใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลคอตกพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย กลายสภาพเป็นลูกหมาหูตูบกลัวโดนเจ้าของดุไปเสียอย่างนั้น






"ก็นึกว่านอนหลับไปแล้วซะอีก ถ้าไม่รับสาย พรุ่งนี้ฉันกะจะบินกลับรอบเช้าสุดเลยนะ" แคสเปอร์เบะปากทำแก้มป่อง นึกสภาพเจ้าพ่อนักธุรกิจหมื่นล้านทำหน้าอ้อนใส่จอแล้วมันน่าหมั่นเขี้ยวชะมัด






"เหนื่อยกันหมดแล้วใช่ไหมล่ะ แล้วทำไมยังไม่ไปนอนกันอีกล่ะครับ แต่ละคนงานล้นมือกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ" เจบีถามเสียงอ่อนลง พลางพลิกตัวนอนคว่ำ เอาคางเกยหมอนอิงมองหน้าจอทีละช่อง






"เหนื่อยแค่ไหน พอเห็นหน้าเป่าเป้ยก็หายเหนื่อยแล้ว" เสี่ยวไป๋รีบหยอดคำหวานตัดหน้าคนอื่นทันที






"เลี่ยนมากเสี่ยวไป๋" หมอกายแอบแขวะเบาๆ ก่อนจะหันมามองเจบีด้วยสายตาดุแกมเอ็นดู "หน้าซีดไปนิดหนึ่งนะเราน่ะ ห่มผ้าหนาๆ หน่อย อากาศข้างนอกติดลบแล้วไม่ใช่หรือไง คืนนี้เปิดฮีตเตอร์หรือเปล่า?"






"สั่งเก่งจริงคุณหมอ... ห่มแล้วน่า เปิดฮีตเตอร์เรียบร้อยแล้วด้วย ไม่ต้องห่วงหรอก" เจบีหัวเราะคิกคัก ก่อนจะตัดพ้อทีเล่นทีจริง "พวกคุณไม่อยู่ บ้านก็ดูกว้างขึ้นมาเฉยเลย... ไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้มุมไหนแล้วเนี่ย... เบื่อจะตายอยู่แล้ว ไม่คิดจะรีบกลับมาหากันบ้างเหรอ”






ราฟาเอโร่ที่เงียบฟังอยู่นานหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคู่นั้นทอดมองคนรักผ่านหน้าจอด้วยความคลั่งรักแบบไม่มีท่าทีปิดบัง






"เบื่อมากเหรอครับ... ถ้างั้นอดทนรออีกแค่วันเดียวนะ เคลียร์ทางนี้เสร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะรีบกลับไปให้นายลงโทษถึงเตียงเลย"






เจบีหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือไปลูบหัว ชาลอต สุนัขพันธุ์ใหญ่ตัวโตล่ำบึ้กของเสี่ยวไป๋ที่นอนหมอบเฝ้าอยู่ข้างโซฟา เจ้าหมาใหญ่หลับตาพริ้มเอาหัวไถฝ่ามือเขาอย่างออดอ้อน






ทว่ายังไม่ทันที่บทสนทนาแสนหวานจะดำเนินต่อไป จู่ๆ ชาลอตก็ผงกหัวขึ้น หูทั้งสองข้างตั้งชัน ร่างมหึมาดีดตัวลุกพรวดเดินดุ่มตรงไปยังแนวประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลัง ก่อนจะส่งเสียงเห่าคำรามต่ำในลำคอ ขนแผงคอลุกชันอย่างระแวดระวัง






โฮ่ง! บรู๊ว...






สัญชาตญาณบอกชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ






เจบีที่คุ้นเคยกับโลกมืดไม่แพ้ใครหุบรอยยิ้มลงทันควัน แววตาขี้เล่นพลันเปลี่ยนเป็นราบเรียบนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นลงในชั่วพริบตา เขายกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก ส่งสัญญาณ "จุ๊ปาก" สั่งให้ทั้งห้าคนในสายเงียบเสียงลง






สัญชาตญาณเก่าที่หลับใหลมานานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที มือเรียวเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะข้างโซฟาอย่างคล่องแคล่ว ปลดเซฟตี้แล้วคว้าปืนพกกระบอกเงาวับออกมาถือกระชับมั่นในมือ






ติ๊ด!






เจบีกดตัดสายทิ้งทันที ปล่อยให้หน้าจอดับมืดลง ทิ้งความเงียบงันและความระทึกขวัญสายฟ้าฟาดไว้กับปลายทางทั้งห้าคน






ตัดภาพไปอีกฝั่ง ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจทั้งห้าที่กระจายอยู่คนละมุมโลกต่างเบิกตากว้าง จ้องหน้าจอที่สัญญาณตัดไปดื้อๆ ด้วยหัวใจที่หล่นวูบ






เสียงเห่าเตือนของชาลอต... สีหน้าเปลี่ยนไปของเจบี... ท่าทางจุ๊ปาก... แล้วไหนจะเสียงกริ๊กเบาๆ ของการปลดล็อกเซฟตี้ปืนนั่นอีก!






"เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ!" แคสเปอร์สบถลั่น ขว้างเอกสารสัญญาหมื่นล้านลงบนโต๊ะอย่างไร้ค่า






"ชาลอตเห่าเตือนแบบนั้น แปลว่ามีคนบุกเข้าไปในคฤหาสน์แน่" เสี่ยวไป๋หน้าถอดสี รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจนลูกน้องรอบข้างขนลุกซู่






"เตรียมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดี๋ยวนี้!” ราฟาเอโร่คำรามลั่น สั่งการด้วยน้ำเสียงที่เดือดพล่านดั่งซาตานหลุดจากนรก






"ไอ้สวะตัวไหนมันรนหาที่ตาย!" เรนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน






"ขอแค่มีรอยช้ำแม้แต่ปลายนิ้ว... พวกมันจะได้รู้ว่าการถูกถลกหนังทั้งเป็นมันทรมานแค่ไหน" กายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งชวนขนลุก แววตาไร้ระลอกคลื่น ไม่เหลือคราบคุณหมอผู้ใจดีอีกต่อไป










ทางฝั่งของเจบี






ทันทีที่บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เขาก็ย่อตัวลงแล้วส่งสัญญาณมือสั่งให้ชาลอตเงียบเสียง เจ้าหมาใหญ่แสนรู้ลดเสียงคำรามลงทันที เจบีพามันก้าวเท้าอย่างเงียบกริบเข้าไปหลบในห้องนิรภัยส่วนตัวด้านใน ล่ามสายจูงไว้กับเสาเหล็กแน่นหนาเพื่อไม่ให้มันวิ่งทะเล่อทะล่าออกไปโดนลูกหลง






"รออยู่นี่นะ ชาลอต เป็นเด็กดี ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด"






เขากระซิบสั่งพลางลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะปิดประตูกลอนลงอย่างเบามือที่สุด






เมื่อหมดห่วงเรื่องเจ้าสี่ขา สัญชาตญาณนักล่าในอดีตก็เข้าควบคุมร่างกายอย่างสมบูรณ์ เจบีเคลื่อนไหวแนบไปกับเงามืดของผนังคฤหาสน์ นิ้วเรียวกระชับด้ามปืนพกแน่น อีกมือหนึ่งหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันดูกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้านแบบเรียลไทม์






หน้าจอมือถือแบ่งออกเป็นหลายช่อง สลับจับภาพมุมมืดรอบอาณาเขตคฤหาสน์






ท่ามกลางเกล็ดหิมะบางเบาและไอหนาวเหน็บยามค่ำคืน เจบีหรี่ตามองจุดอับสายตาบริเวณสวนด้านหลัง... มีเงาดำทะมึนหลายร่างในชุดแท็กติกอลสีดำสนิท ท่วงท่าเงียบเชียบและเชี่ยวชาญ บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่โจรธรรมดา แต่เป็นทีมลอบสังหารระดับมืออาชีพ






ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมด้านนอกและแนวต้นสักรอบนอกเผยให้เห็นการ์ดฝีมือดีของราฟาเอโร่ทรุดฮวบลงกับพื้นทีละคน พวกมันใช้ลูกดอกยาสลบแรงสูงผสานกับการเข้าชาร์จประชิดตัวแบบไร้เสียง สัญญาณเตือนภัยของระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกจึงไม่ทำงานเลย






มือสังหารกลุ่มนี้ไม่ได้คิดจะก่อวินาศกรรม ปล้นทรัพย์ หรือสร้างความปั่นป่วนให้คฤหาสน์






เพราะเป้าหมายเดียวที่พวกมันบุกทะลวงฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย... ย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เจบี






คนเดียวที่เป็นทั้งจุดอ่อนและกล่องดวงใจของห้ามหาอำนาจแห่งซิลเวอร์เนสต์ หากจับเขาเป็นตัวประกันได้ บอร์ดบริหารและเส้นสายอิทธิพลข้ามทวีปก็แทบจะตกอยู่ในกำมือพวกมันทันที






เจบีที่ซ่อนตัวอยู่หลังเงาเสาหินอ่อนหรี่ตามองเงาตะคุ่ม 4-5 ร่างที่เริ่มกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้า แววตานิ่งสนิทไร้ความตื่นตระหนก






"เล่นเด็ดหัวการ์ดของราล์ฟไปแบบนี้ คงไม่ได้กะมาเจรจาสินะ..."






เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางกระชับด้ามปืนแน่นขึ้น ไอเย็นจากโลหะแผ่ซ่านเข้าสู่อุ้งมือ แต่หัวใจข้างในกลับเริ่มสูบฉีดเลือดด้วยความสะใจเล็กๆ






ในเมื่อคิดว่าเขาเป็นแค่ 'นกน้อยในกรงทอง' ที่นอนรอผู้ชายกลับมาเปย์ล่ะก็... คืนนี้คงต้องสอนบทเรียนราคาแพงให้รู้ซะบ้าง ว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ!






แกร๊ก…






เสียงสะเดาะกลอนประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงลมหนาวด้านนอก ชายชุดดำสองคนแรกแทรกตัวเข้ามาในห้องโถงอย่างระแวดระวัง ปลายกระบอกปืนติดท่อเก็บเสียงกวาดสแกนไปทั่วความมืด






พวกมันส่งสัญญาณมือให้กันอย่างมั่นใจ เมื่อเห็นโถงรับแขกว่างเปล่า มีเพียงโซฟาตัวยาวและไออุ่นจากฮีตเตอร์ที่ยังคงทำงานอยู่






ทว่ายังไม่ทันที่เท้าของพวกมันจะก้าวพ้นพรมผืนหนา เสียงหวานนุ่มแต่เย็นยะเยือกก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังเสาหินอ่อน






"บุกบ้านคนอื่นตอนดึกดื่นแบบนี้ ไม่คิดว่าเสียมารยาทไปหน่อยเหรอ”






ฟึ่บ!






พวกมันสะดุ้งสุดตัว รีบหันกระบอกปืนไปยังต้นเสียงทันที แต่เจบีไวกว่าหลายขุม ร่างโปร่งเอี้ยวตัวหลบวิถีกระสุนพร้อมสับไกสวนกลับอย่างแม่นยำ






ฟุ่บ! ฟุ่บ!






เสียงปืนเก็บเสียงดังสั้นๆ สองนัดซ้อน กระสุนเจาะเข้าที่หัวเข่าของชายชุดดำคนแรกจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด อีกคนที่เหลือตาเบิกกว้าง รีบเหนี่ยวไกใส่ แต่เจบีสไลด์ตัวเข้าประชิด เตะสกัดเข้าที่ข้อพับจนอีกฝ่ายเสียหลัก ก่อนจะใช้สันปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังจนสลบเหมือดไปในพริบตา






"คนหนึ่งพิการ อีกคนสลบ... ถือว่าฉันยังปรานีอยู่นะ"






เจบียืนปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ สายตาตวัดมองไปยังประตูกระจกที่ยังมีพวกมันอีกสามคนกำลังตั้งขบวนเตรียมพังเข้ามา






"อุตส่าห์บ่นว่าว่างจนเบื่อ... ส่งของเล่นมาคลายเส้นให้ถึงที่แบบนี้ ก็สวยสิ"






ทว่ายังไม่ทันที่รอยยิ้มเยาะจะได้คลี่กว้างไปกว่านั้น ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมกลับจับกลิ่นสารเคมีประหลาดที่ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศได้เสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงฝีเท้าเงียบกริบดั่งภูตผีที่โผล่พรวดมาจากมุมอับด้านหลัง






ผัวะ!






แรงฟาดหนักหน่วงกระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างจังโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วกะโหลกศีรษะ ภาพตรงหน้าหมุนคว้าง สายตาพร่ามัวมองเห็นเพียงเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มชุดดำสามคนนั้น... ก่อนที่สติสัมปชัญญะและบรรยากาศรอบตัวจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด










…


ความรู้สึกหนักอึ้งดั่งมีหินก้อนโตทับหัวปลุกให้เจบีค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านต้นไม้แยงเข้าตาจนต้องหยีลง






เขายกมือขึ้นกุมท้ายทอยตัวเองที่ยังคงเต้นตุบๆ ด้วยความเจ็บระบม สัมผัสได้ถึงรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ที่ทำให้ต้องซี๊ดปากเบาๆ






"ไอ้บ้าที่ไหนมันทำกับฉันแบบนี้ล่ะเนี่ย... เจ็บชะมัด"






เจบีสบถเสียงแหบพร่า พลางยันตัวลุกขึ้นนั่งสำรวจสภาพแวดล้อมรอบกาย






ทว่าสิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ... ที่นี่ไม่ใช่ห้องขังใต้ดิน ไม่ใช่โกดังร้างสกปรก หรือแม้แต่ห้องทรมานตัวประกันอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือห้องนอนสไตล์คันทรีที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น เตียงไม้ขนาดควีนไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่มสะอาดสะอ้าน บนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วน้ำอุ่นและยาแก้ปวดวางเตรียมไว้อย่างดี แถมข้อมือข้อเท้าของเขาก็ไม่ได้ถูกมัดด้วยเชือกหรือโซ่ตรวนเลยแม้แต่น้อย






แปลก... แปลกเกินไปแล้ว






ถ้าเป้าหมายของพวกมันคือการกำจัดเขาให้พ้นทาง หรือใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจกับพวกราฟาเอลโล่ สภาพของเขาคงไม่มีทางได้นอนสบายอยู่บนเตียงแบบนี้แน่






ดูเหมือนว่าการลักพาตัวครั้งนี้... จะมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นบางอย่างที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้






แอด…






เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะความคิด เจบีตวัดสายตาหันไปมองทันทีตามสัญชาตญาณ






ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เขาจัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากคนหนึ่ง แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคงหนีไม่พ้นเรือนผมสีมะกอกแปลกตา และดวงตาคู่คมที่ยามต้องแสงแดดยามเช้าจะทอประกายสีเหลืองอ่อนคล้ายกับสัตว์นักล่า รอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนมุมปากดูยากจะคาดเดาเจตนา






"นาย... คงจะเป็นเจบีสินะ"






เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ พลางก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างสบายอารมณ์






เจบีนั่งนิ่งไม่ไหวติง สายตาจับจ้องทุกท่วงท่าของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง เขาพยายามเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น ริมฝีปากบางปิดสนิท ไม่แม้แต่จะพยักหน้าหรือส่งสัญญาณใดๆ กลับไป ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้า การเงียบและประเมินเชิงดูจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด






ชายผมสีมะกอกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีเยือกเย็นผิดวิสัยคนถูกลักพาตัว ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ






"หึ เก่งดีนี่... ที่ไม่ตกใจกลัว"






เขากอดอกพิงกรอบประตู มองเจบีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาพึงพอใจอย่างเปิดเผย






"แต่ก็นะ... ถ้าคนของพวกซิลเวอร์เนสต์จะกรี๊ดกร๊าดไร้สติ มันก็คงดูเสียเหลี่ยมห้ามหาอำนาจแย่ จริงไหม?"






เจบีขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงช้าๆ แม้ท้ายทอยจะยังปวดตุบจนหน้านิ่ว แต่สีหน้าและแววตากลับปรับเข้าสู่โหมดเย็นชาได้อย่างรวดเร็ว






"คุณเป็นใคร"






น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นหรือสั่นไหวอย่างที่คนทั่วไปควรจะมี






"ลักพาตัวผมมาแบบนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่... ถ้าหวังจะใช้ผมต่อรองอำนาจหรือขู่เอาเงินจากซิลเวอร์เนสต์ คุณคิดผิดแล้วล่ะครับ"






ชายหนุ่มผมสีมะกอกได้ยินดังนั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาประกายเหลืองอ่อนหรี่ลง ท่าทางขบขันกับคำเตือนนั้นราวกับกำลังฟังเรื่องเล่าตลก เขาขยับตัวดันแผ่นหลังจากกรอบประตู ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตียงอีกสองสามก้าวอย่างไม่รีบร้อน






"ถามตรงประเด็นดีนี่... แต่ข้อแลกเปลี่ยนเรื่องเงินหรืออำนาจพรรค์นั้นน่ะ มันกระจอกเกินไปสำหรับฉัน"






เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูลึกลับและอันตรายขึ้น






"ส่วนคำถามที่ว่าฉันเป็นใคร... เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสม นายจะได้รู้จักฉันจนลืมไม่ลงเลยล่ะ เจบี"






เจบีแอบกลอกตามองบนอยู่ในใจไปรอบหนึ่ง ประโยคเปิดตัวเบียวระเบิดเถิดเทิงแบบนี้นึกว่าหลุดมาจากอนิเมะยุคเก้าศูนย์หรือไงกัน






'หน้าตาก็ดีหรอกนะ... แต่ท่าทางจะบ้า ชัดเลย ฉันเพิ่งเจอคนหลงตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วสินะ'






แค่ไอ้ห้าคนที่บ้านนั่นก็มั่นอกมั่นใจในตัวเองจนแทบจะล้นโลกอยู่แล้ว นี่ดันมีตัวละครใหม่โผล่มาเก๊กหล่อปล่อยรังสีลึกลับใส่อีกคน ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเขาไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ชาตินี้ถึงได้มีแต่คนพรรค์นี้แวะเวียนเข้ามาในชีวิตไม่หยุดหย่อน






เจบีเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสบดวงตาสีเหลืองอ่อนคู่นั้นอย่างไม่คิดจะหลบสายตา รอยยิ้มเย้ยหยันจุดขึ้นที่มุมปากบาง






"ลืมไม่ลงเลยเหรอครับ? ฟังดูมั่นใจจังนะ" เจบีแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "แต่เท่าที่ผมเห็นตอนนี้ คุณก็แค่คนประหลาดที่ชอบเล่นบทลึกลับ ทั้งที่ความจริงอาจจะแค่เรียกร้องความสนใจมากกว่ามั้ง"






คำตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัวทำเอาชายผมสีมะกอกชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสัตว์นักล่าเบิกกว้างขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่ประกายความถูกอกถูกใจจะวาบขึ้นมาแทนที่






"ปากดีกว่าที่คิดไว้อีกนะ" เขาเหยียดยิ้มกว้างขึ้น "แต่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคนเก่ง... อยู่ที่นี่ นายไม่ได้มีบอดี้การ์ดหรือมหาอำนาจทั้งห้าคอยตามใจเหมือนอยู่ในคฤหาสน์หรูหรอกนะ"






พอช่วงสาย ชายผมสีมะกอกคนเดิมก็เดินกลับเข้ามาในห้อง คราวนี้เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่ยื่นมือมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างถือวิสาสะ แม้จะไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่แรงบีบกระชับแน่นหนานั้นก็บอกชัดว่าไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ






ผมโดนกึ่งจูงกึ่งลากลงมายังชั้นล่างของบ้านไม้หลังใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงนกร้องด้านนอก ปลายทางคือห้องอาหารขนาดกะทัดรัดที่มีโต๊ะไม้โอ๊กตั้งอยู่ตรงกลาง






บนโต๊ะมีถ้วยซุปครีมเห็ดร้อนๆ กำลังส่งควันกรุ่น พร้อมขนมปังฝรั่งเศสที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ จากเตา กลิ่นเนยและแป้งหอมฟุ้งแตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไปใกล้ ล่อตาล่อใจเสียจนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานะตัวประกัน






โครก... คราก...






เสียงท้องเจ้ากรรมดันประท้วงขึ้นมาลั่นห้องอาหารในจังหวะที่เงียบกริบพอดี






ความน่าอายแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว เจบีถึงกับต้องเม้มปากแน่น หลุบตามองพื้นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่อยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ






คนตัวสูงข้างๆ ชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาสีเหลืองอ่อนโค้งลงอย่างนึกขัน






"ดูเหมือนร่างกายของนายจะซื่อสัตย์กว่าที่คิดนะ" เขาเลื่อนเก้าอี้ออกให้พลางพยักพยักพเยิดหน้าไปที่โต๊ะ "นั่งลงสิคนเก่ง กินซะก่อนที่มันจะเย็น หรือว่าต้องให้ฉันป้อนเหมือนที่พวกซิลเวอร์เนสต์ประคบประหงมนายมา?"






คำพูดเหน็บแนมนั้นทำเอาอารมณ์กรุ่นๆ ในอกของเจบีจุดติดขึ้นมาทันที






เขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่ผู้ชายคนนี้มองเขาเหมือนพวกไร้ค่า ประเภทที่วันๆ มีหน้าที่แค่แต่งตัวสวยๆ นั่งรอเศษเงินกับความรัก แล้วยอมให้ผู้ชายคอยป้อนข้าวป้อนน้ำประคบประหงมประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ






เจบีปรายตามองเก้าอี้ที่อีกฝ่ายเลื่อนให้ ก่อนจะก้าวเข้าไปทรุดตัวนั่งลงอย่างไม่คิดจะปฏิเสธอาหารให้เสียของ ในเมื่อคนมันหิว จะเล่นตัวอดข้าวประท้วงให้ทรมานกระเพาะไปทำไม






"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ มือผมยังมีแรงพอที่จะยกช้อนเองได้"






เจบีตักซุปขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปากอย่างใจเย็น รสชาติกลมกล่อมหอมละมุนแผ่ซ่านทั่วลิ้นจนเผลอผ่อนคลายสีหน้าไปเสี้ยววินาที แต่ก็ยังไม่วายเหลือบตาขึ้นไปจิกกัดคนตรงข้ามด้วยสายตาเรียบนิ่ง






"ถ้าผมอ่อนแออย่างที่คุณว่า ป่านนี้คนของคุณคงไม่ต้องนอนหยอดน้ำเกลือเพราะโดนผมซัดร่วงไปตั้งแต่เมื่อคืนหรอก จริงไหม?"






มุมปากของเจบียกยิ้มท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว พลางบิขนมปังอบกรอบนอกนุ่มในจิ้มลงไปในถ้วยซุป






"ฉะนั้น เลิกประเมินผมต่ำไปเหมือนพวกผู้หญิงในฮาเร็มของคุณได้แล้ว... ไม่อย่างนั้น คนต่อไปที่จะต้องนอนหยอดน้ำเกลือ อาจจะเป็นคุณเองก็ได้นะ"






ชายหนุ่มผมสีมะกอกไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ แต่กลับส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคออย่างชอบอกชอบใจ แววตาสีเหลืองอ่อนเป็นประกายวับวาบ เขาท้าวคางมองเจบีที่กำลังเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังมองดูสัตว์ป่าตัวเล็กที่แยกเขี้ยวขู่ฟ่อทั้งที่ยังอยู่ในกรง






"ดุใช้ได้นี่... แบบนี้ค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย"






เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ดึงผ้าเช็ดปากมาซับมุมปากเบาๆ ก่อนจะตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ปรับเป็นงานเป็นการมากขึ้น






"กินเสร็จแล้วก็ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องซะ"






เจบีชะงักมือที่กำลังตักซุป หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด "ทำไม? จะพาผมไปขังที่อื่นงั้นเหรอ"






"ไม่ใช่" ชายหนุ่มยกยิ้มลึกลับ แววตาแฝงความนัยที่ยากจะอ่านออก "เดี๋ยวตอนเย็น นายต้องไปที่แห่งหนึ่งกับฉัน"






"ไปไหน?" เจบีถามสวนทันควัน






"ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ... อ้อ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะกระโดดหน้าต่างหนีล่ะ ชั้นสองอาจจะไม่สูงมาก แต่ถ้านายขาหักขึ้นมา เย็นนี้คงหมดสนุกกันพอดี"










.


.


.


ในขณะที่หมาป่าทั้งห้ากำลังพลิกแผ่นดินล่าตัว... คนที่ขโมยแก้วตาดวงใจของซิลเวอร์เนสต์ไปกลับเป็นชายที่ไม่มีใครกล้าตั้งค่าหัว!


ยินดีต้อนรับ ‘มหาอำนาจขั้วที่หก’







อ่านเนื้อเรื่องหลักได้ที่ >>จิ้มๆ<<


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครเข้าเรียน

×
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
64067
พลังน้ำใจ
327198
Zenny
119193
ออนไลน์
27220 ชั่วโมง
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

ประธานนักศึกษา

กระทู้
1
ตอบกลับ
11750
พลังน้ำใจ
72160
Zenny
60034
ออนไลน์
3653 ชั่วโมง
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากๆนะครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-28 13:20 , Processed in 0.114829 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้