ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 27|ตอบกลับ: 1

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 11

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
11
ตอบกลับ
10
พลังน้ำใจ
3130
Zenny
4945
ออนไลน์
231 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 22:15 จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


กลับมาเป็นเหมือนเดิม

หลังจากผมส่งคำว่า

ไปเดตกัน

ชีวิตผมก็สงบอยู่ประมาณ—

เจ็ดนาที

ก่อนต้นจะเริ่ม

ต้น: พี่

นนท์: อะไร

ต้น: ร้านไหน

นนท์: ยังไม่รู้

สามนาทีต่อมา

ต้น: กี่โมง

นนท์: ยังไม่รู้

สองนาทีต่อมา

ต้น: แต่งตัวยังไง

ผมจ้องโทรศัพท์

นนท์: เสื้อผ้า

ต้น: กวน

นนท์: มึงถามโง่

เงียบไปประมาณหนึ่งนาที

ต้น: ผมใส่เชิ้ตดีไหม

นนท์: ตามใจ

ต้น: สีอะไร

นนท์: ต้น

ต้น: ครับ

นนท์: นอน

ต้น: ตื่นเต้น

ผมหัวเราะ

คนอายุยี่สิบเจ็ด

ทำเหมือนจะไปทัศนศึกษา

นนท์: แค่กินข้าว

ต้น: แต่พี่เรียกเดต

ผมหยุด

จริง

กูเอง

เสือกใช้คำเอง

ต้น: พี่

นนท์: อะไรอีก

ต้น: ผมดีใจนะ

ผมมองข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง

ก่อนตอบ

นนท์: อือ

ต้นส่ง Sticker หมาม้วนตัวเขิน

ผมล็อกโทรศัพท์

แล้วพบว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ในรถคนเดียว

“ประสาท”

ไม่รู้ด่ามัน

หรือด่าตัวเอง



วันศุกร์—

หนึ่งวันก่อนเดต

ผมเข้าบริษัทตามปกติ

08:36

กาแฟอยู่บนโต๊ะแล้ว

Post-it ไม่มี

เพราะเจ้าของกาแฟนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างโต๊ะผมเลย

“มึงมาทำไมแต่เช้า”

ต้นหมุนเก้าอี้มาหา

“มาส่งกาแฟ”

“แล้วทำไมยังไม่กลับโต๊ะ”

“อยากเห็นพี่กิน”

“โรคจิต?”

“นิดหนึ่ง”

ผมวางกระเป๋า

หยิบกาแฟ

“ขอบใจ”

ต้นยิ้ม

“ครับ”

ผมดื่ม

มันยังมอง

“อะไร”

“เปล่า”

“มึงจ้อง”

“พรุ่งนี้กี่โมง”

“อีกแล้ว?”

“ยังไม่บอกเลย”

“หกโมง”

“เย็น?”

“ตีหกมั้ง”

ต้นหัวเราะ

“แล้วเจอกันไหน”

“เดี๋ยวกูไปรับ”

มันหยุด

“อะไรนะ”

“กูไปรับ”

ต้นมองผมเหมือนได้ยินอะไรผิด

“ที่คอนโด?”

“เออ”

“พี่มารับผม?”

“ทำไม”

“เปล่า”

มันพยายามหุบยิ้ม

ไม่สำเร็จ

“ดีใจ?”

ผมถาม

“นิดหนึ่ง”

“หน้ามึงไม่ได้นิด”

“ก็…”

ต้นขยับเข้ามาใกล้

พูดเบา ๆ

“ปกติผมเป็นคนไปรับพี่”

“แล้ว?”

“ชอบตอนพี่มารับบ้าง”

ผมหยุด

ก่อนพยักหน้า

“หกโมง”

“ครับ”

“ห้ามสาย”

“ผมจะลงไปรอตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง”

“เวอร์”

“เดตแรกที่พี่เป็นคนชวน”

“มึงจะพูดอีกกี่รอบ”

“จนกว่าพี่จะเลิกเขิน”

“งั้นมึงพูดจนเกษียณ”

ต้นหัวเราะ

ผมเองก็ยิ้ม

ตอนนั้น—

ผมคิดว่าวันเสาร์คงง่าย

แค่กินข้าว

เดินเล่น

คุย

แล้วถ้าผมแน่ใจอย่างที่คิด—

ก็พูดกับมัน

คำเดียว

แฟน

ไม่น่ายาก

ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ



แต่ประมาณสิบเอ็ดโมง

HR ส่งข้อความใน Group Manager

วันนี้ 15:00 ขอเชิญประชุม Town Hall Preparation ที่ห้องประชุมใหญ่ค่ะ

ผมไม่ได้สนใจมาก

จนบ่ายสาม

ผมเข้าไปนั่ง

มี Manager หลายแผนก

Sales

Marketing

HR

Finance

รวมเกือบยี่สิบคน

ต้นไม่ได้อยู่

เพราะไม่ใช่ Manager

แต่หัวหน้ามันอยู่

ประชุมเรื่องงานบริษัท

กิจกรรม

แผนปลายปี

ธรรมดา

จนช่วงท้าย HR พูดเรื่อง Policy

“อีกเรื่องนะคะ ช่วงนี้มี Feedback เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวในที่ทำงาน…”

ผมหยุดพิมพ์ทันที

“บริษัทไม่ได้ห้ามพนักงานคบกันนะคะ”

มีคนหัวเราะ

HR ยิ้ม

“แต่อยากให้แยกเรื่องส่วนตัวกับงาน แล้วก็ระวังเรื่อง Conflict of Interest โดยเฉพาะกรณีข้ามแผนกที่ต้อง Approve งานให้กัน”

ผมรู้ว่าไม่ได้พูดถึงผม

น่าจะมีคู่ไหนสักคู่ในบริษัท

แต่สมองแม่งทำงานเอง

IT

Sales

ผมเป็น Manager

ต้นเป็นพนักงาน

ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าตรงของมัน

แต่ระบบ

สิทธิ์

ข้อมูล

Approval บางอย่าง

มันผ่านผม

แล้วถ้าคนรู้?

ถ้ามีคนพูด?

ถ้ามีคนคิดว่าผมช่วยมัน?

ถ้ามีคนเอาเรื่องส่วนตัวไปปนกับงาน?

หัวใจผมเริ่มหนัก

“ถ้ามีความสัมพันธ์ที่อาจเข้าข่าย Conflict สามารถแจ้ง HR เป็น Confidential ได้ค่ะ”

ผมมองจอ

ไม่ได้ฟังต่อ

คำว่า แฟน

ที่เมื่อคืนดูง่าย

วันนี้กลับหนักขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่ใช่เพราะมันเป็นผู้ชาย

แต่เพราะมันเป็น—

ผู้ชายในบริษัทเดียวกัน



หลังประชุม ผมกลับโต๊ะ

ต้นส่งข้อความมา

ต้น: ประชุมเสร็จยัง

ผมอ่าน

นนท์: เสร็จแล้ว

ต้น: รอดไหม

นนท์: รอด

ต้น: เย็นนี้กินข้าวไหม

ผมมอง

แล้วตอบ

นนท์: วันนี้กูกลับก่อน

ต้นอ่าน

ต้น: โอเค

ต้น: เจอกันพรุ่งนี้ :)

ผมควรตอบว่า

อือ

หรือ

เจอกัน

แต่ผมมองข้อความนั้นนาน

ก่อนล็อกโทรศัพท์



คืนนั้นผม Search จริงจัง

Office relationship

Conflict of interest

Manager dating employee

Workplace romance policy

ยิ่งอ่านยิ่งคิด

ถึงต้น

ถึงตัวเอง

ถึงบริษัท

ถึงสิ่งที่อาจเกิด

ผมรู้ว่าปัญหาพวกนี้จัดการได้

ไม่ได้แปลว่าห้ามคบ

แต่คนอย่างผม—

เวลามีความเสี่ยง

สัญชาตญาณแรกคือ

หยุด

ประเมิน

หาทางควบคุม

เหมือนระบบ

เหมือน Project

เหมือน Server

ปัญหาคือ—

ความสัมพันธ์ไม่ใช่ Server

และต้นไม่ใช่ Risk Item ใน Excel

แต่คืนนั้น

ผมเผลอคิดแบบนั้น



วันเสาร์

17:21

ผมยืนหน้ากระจก

เสื้อโปโลสีดำ

กางเกงขายาว

รองเท้าผ้าใบ

เปลี่ยนเสื้อไปสามตัว

ทั้งที่เมื่อคืนบอกต้นว่าอย่าเวอร์

สุดท้ายผมมองตัวเอง

“มึงก็พอกัน”

17:42

ผมออก

18:03

ถึงคอนโดต้น

ช้าไปสามนาที

มันยืนรอจริง

เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีครีม

กางเกงดำ

รองเท้าขาว

ผมเซ็ต

น้ำหอมกลิ่นที่ผมจำได้

มันเห็นรถผม

ยิ้มทันที

ผมรู้สึกอะไรบางอย่างกลางอก

แม่งหล่อ

ผมไม่ค่อยอยากยอมรับ

แต่หล่อจริง

ต้นขึ้นรถ

“สวัสดีครับ”

“ทำไมสุภาพ”

“เดต”

“ประสาท”

มันหัวเราะ

คาดเข็มขัด

แล้วหันมามอง

“พี่ก็หล่อนะ”

ผมจับพวงมาลัย

“กูไม่ได้ถาม”

“บอกเฉย ๆ”

“อือ”

“เขิน?”

“จะไปไหม”

“ไปครับ”

ผมออกรถ

ต้นยังยิ้ม

และผมก็รู้ว่า—

ถ้าไม่มีเรื่องเมื่อวาน

คืนนี้ผมอาจพูดคำนั้นได้ง่ายกว่านี้



ผมจองร้านอาหารไว้

ต้นตกใจ

“พี่จอง?”

“เออ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“วันพฤหัส”

“พี่วางแผน?”

“ก็เดตไม่ใช่เหรอ”

ต้นเงียบ

ผมหันไป

มันยิ้มแบบที่ทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

“อะไร”

“ดีใจ”

“มึงดีใจง่าย”

“เรื่องพี่ผมดีใจง่าย”

ผมหันกลับไปมองถนน

ไม่กล้าตอบ



ร้านอยู่ชั้นบนของอาคารเล็ก ๆ

ไม่ได้หรูมาก

แต่บรรยากาศดี

โต๊ะริมกระจก

เห็นเมืองตอนกลางคืน

ต้นมองรอบ ๆ

“พี่”

“อะไร”

“นี่เดตจริงว่ะ”

“แล้วที่ผ่านมา?”

“ที่ผ่านมาเหมือนกินข้าวกับพี่ IT ปากหมา”

“งั้นกลับ”

ต้นหัวเราะ

“ล้อเล่น”

เราสั่งอาหาร

คุยกัน

แรก ๆ ดีมาก

ต้นเล่าเรื่องพี่สาว

ผมเล่าเรื่องตอนเด็ก

มันถามว่าผมชอบทะเลหรือภูเขา

ผมถามมันว่าอยากเที่ยวประเทศไหน

ต้นตอบญี่ปุ่น

ผมบอกเคยไปแล้ว

มันถาม

“งั้นพาไปหน่อย”

“ทำไมต้องกู”

“อยากไปกับพี่”

ประโยคแบบนี้—

เมื่อก่อนทำให้ผมหนี

วันนี้ทำให้ผมเริ่มคิดภาพตาม

เราเดินอยู่โตเกียว

มันถือกาแฟสองแก้ว

ผมบ่นเรื่องรถไฟ

มันกวนตีน

ภาพนั้นชัดอย่างประหลาด

ผมยิ้ม

“ไว้ก่อน”

ต้นมอง

“ไว้ก่อนคือมีโอกาส?”

“มึงนี่ขายเก่งจริง”

“ครับ”

มันยิ้ม

“งั้นผมถือว่า Pipeline”

“ยังไม่ Close”

“แต่ Lead ร้อน?”

“แดกข้าวไป”

ต้นหัวเราะ



หลังอาหาร เราเดินเล่นต่อ

ห้างคนเยอะ

วันเสาร์

คู่รักเต็มไปหมด

ชายหญิง

ผู้หญิงสองคน

ผู้ชายสองคน

ผมเห็น

ต้นก็คงเห็น

แต่ไม่มีใครพูด

เราเดินข้างกัน

บางครั้งแขนแตะ

มืออยู่ใกล้

ผมรู้ว่าถ้าอยู่ลานจอดรถ—

ต้นคงจับแล้ว

แต่ตรงนี้คนเยอะ

มันไม่ทำ

ผมเองก็ไม่ทำ

จนขึ้นบันไดเลื่อน

คู่ข้างหน้าเป็นผู้ชายสองคน

คนหนึ่งจับมืออีกคน

ธรรมดามาก

ไม่มีใครมอง

ผมมองมือเขา

แล้วมองมือต้น

ต้นรู้

มันหันมา

แต่ไม่พูด

พอลงบันไดเลื่อน—

มือมันขยับห่างจากผมนิดหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะไม่อยากจับ

แต่เหมือนตั้งใจให้พื้นที่

พี่ไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร

ผมรู้สึกเจ็บขึ้นมาเฉย ๆ

ผมอยากจับ

จริง ๆ

แต่สุดท้าย—

ไม่ได้จับ



เรากลับมาที่รถประมาณสามทุ่ม

ต้นขึ้นนั่ง

ปิดประตู

แล้วเงียบ

ผมสตาร์ตรถ

“เหนื่อย?”

“นิดหน่อย”

“สนุกไหม”

“ครับ”

“จริง?”

“จริง”

มันยิ้ม

แต่ผมรู้ว่ามีอะไร

“เป็นอะไร”

“เปล่า”

“ต้น”

มันถอนหายใจ

“พี่ถามทุกครั้งจนคำว่าเปล่าของผมไม่มีความหมายแล้ว”

“ก็ดี”

ผมหัวเราะ

“พูด”

ต้นมองออกหน้าต่าง

“ตอนเดินเมื่อกี้…”

มาแล้ว

“ทำไม”

“ไม่มีอะไร”

“มึงอยากจับมือ?”

มันหันมาทันที

“พี่รู้?”

“อือ”

“แล้ว…”

มันหยุด

ไม่ถามต่อ

แต่ผมรู้

แล้วทำไมไม่จับ

ผมจับพวงมาลัย

“คนเยอะ”

“ครับ”

แค่นั้น

มันไม่โกรธ

ไม่ประชด

นั่นกลับทำให้ผมอึดอัดกว่าเดิม

“ต้น”

“ครับ”

“กู…”

ผมหายใจออก

“มีเรื่องอยากคุย”

สีหน้ามันเปลี่ยน

“เรื่องอะไร”

ผมดับเครื่อง

ทั้งที่ยังไม่ได้ออกจากที่จอด

หันไปหา

“เมื่อวาน HR พูดเรื่องความสัมพันธ์ในบริษัท”

ต้นนิ่ง

“แล้ว?”

“เรื่อง Conflict”

“อือ”

“กูกับมึงอยู่คนละแผนกก็จริง”

“…”

“แต่กูเป็น Manager”

“…”

“บางงานกูดูระบบให้ Sales”

“…”

“บางอย่างกูมีสิทธิ์มากกว่ามึง”

ต้นฟังเงียบ ๆ

“กูเลยคิดว่า…”

คำพูดเริ่มยาก

“บางทีเราควรระวัง”

ต้นพยักหน้า

“ผมเข้าใจ”

ง่ายเกินไป

“จริง?”

“ครับ”

“มึงไม่ว่า?”

“เรื่องงาน ผมเข้าใจ”

ต้นมองผม

“ในบริษัทก็ทำงาน”

“อือ”

“ไม่จับ ไม่ทำอะไรให้คนสงสัย”

“…”

“ถ้ามีเรื่อง Conflict จริงก็คุย HR”

มันตอบเป็นผู้ใหญ่กว่าผมอีก

“แค่นั้นใช่ไหม”

ผมหยุด

จริง ๆ ควรแค่นั้น

แต่ความกลัวในหัวผมยังไม่หยุด

“แล้วก็…”

สีหน้าต้นเปลี่ยน

“อะไร”

“กูคิดว่า…”

ผมหาคำ

แต่คำที่เลือกเสือกเป็นคำที่แย่ที่สุด

“บางทีเราน่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อน”

เงียบ

ทันที

ต้นมองผม

“อะไรนะ”

ตอนนั้นเองผมรู้ว่าพูดผิด

“กูหมายถึงในบริษัท”

“พี่พูดใหม่”

“ต้น”

“พูดใหม่”

เสียงมันนิ่งมาก

“เมื่อกี้พี่บอกว่าอะไร”

“กูหมายถึงตอนทำงาน เราควร—”

“ไม่ใช่”

มันส่ายหน้า

“ประโยคเมื่อกี้”

ผมเงียบ

ต้นหัวเราะเบา ๆ

“กลับมาเป็นเหมือนเดิม?”

“กูไม่ได้หมายถึงเลิก…”

ผมหยุด

เพราะเราไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ

ต้นจับได้

“เลิกอะไรครับ”

เจ็บ

“ต้น”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว”

มันยิ้ม

แต่ตาไม่ยิ้ม

“จะเลิกอะไร”

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“แล้วหมายความว่าไง”

“กูแค่คิดเรื่องงาน”

“งั้นพูดเรื่องงานสิ”

เสียงมันเริ่มสั่น

“ทำไมต้องพูดว่าเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”

ผมเงียบ

“เหมือนเดิมของพี่คืออะไร”

“…”

“ก่อนผมชอบพี่?”

“ไม่ใช่”

“ก่อนเราจูบกัน?”

“ไม่ใช่”

“ก่อนผมนอนกอดพี่?”

“ไม่ใช่!”

“แล้วตรงไหน!”

ต้นขึ้นเสียง

ผมเงียบ

คนเดินผ่านหน้ารถ

เราทั้งคู่หยุดจนเขาเดินไป

ต้นหันกลับมา

ตาแดงแล้ว

“พี่รู้ไหมว่าผมกลัวคำนี้ที่สุด”

ผมมองมัน

“เพราะทุกครั้งที่พี่กลัว…”

เสียงมันเบาลง

“พี่อยากกลับ”

“…”

“แต่ผมไม่รู้จะกลับไปตรงไหนแล้ว”

หัวใจผมบีบ

“กูไม่ได้อยากเสียมึง”

“แต่พี่ก็ไม่อยากมีผมแบบที่มันเป็นอยู่”

“ไม่ใช่”

“แล้วมันคืออะไร!”

ต้นตะโกน

“พี่ชอบผม”

“เออ”

“เลือกผม”

“เออ”

“ไม่อยากให้ผมคุยกับคนอื่น”

“เออ”

“อยากจูบผม”

ผมเงียบ

“อยากนอนกอดผม”

“…”

“ชวนผมมาเดตเอง”

“…”

“แล้วพอมี HR พูดเรื่อง Policy แค่ครั้งเดียว พี่ก็อยากกลับไปเหมือนเดิม?”

น้ำตาต้นไหล

ผมรู้สึกเหมือนโดนบีบคอ

“กูแค่กลัวมันกระทบงาน”

“ผมเข้าใจเรื่องงาน!”

ต้นเช็ดหน้า

“ผมเข้าใจตั้งแต่พี่พูดประโยคแรกแล้ว”

“…”

“ผมไม่ได้อยากจับมือพี่เดินเข้าบริษัท”

“…”

“ไม่ได้อยากประกาศหน้า Town Hall ว่าเรานอนด้วยกันแล้ว”

“ต้น…”

“ผมไม่ได้โง่”

มันหัวเราะทั้งน้ำตา

“ผมแค่อยากรู้ว่าออกจากประตูบริษัทแล้ว…”

เสียงมันขาด

“ผมยังเป็นคนที่พี่เลือกอยู่ไหม”

ผมตอบทันที

“เป็น”

ต้นนิ่ง

“เป็น”

ผมพูดอีก

“มึงยังเป็น”

“แล้วทำไมต้องกลับ”

ผมพูดไม่ออก

คำตอบจริงมันน่าเกลียด

เพราะผมกลัว

แค่นั้น

ต้นพยักหน้าเหมือนเข้าใจจากความเงียบ

“ผมรู้แล้ว”

มันเปิดประตูรถ

“เดี๋ยว”

ผมคว้าแขน

ต้นหยุด

“ปล่อย”

“ไม่”

“พี่”

“ฟังกูก่อน”

“ผมฟังพี่มาตลอด”

มันหันมา

“ผมรอมาตลอดด้วย”

คำนี้แทงเข้ามาอีกครั้ง

“วันนี้พี่เป็นคนชวนผมมา”

“รู้”

“ผมคิดว่า…”

ต้นสูดหายใจ

“ผมคิดว่าพี่จะพูดเรื่องสถานะ”

ผมหยุด

“กู…”

“ผมแม่งเลือกชุดตั้งแต่เมื่อคืน”

มันหัวเราะกับตัวเอง

“ลงไปรอพี่ตั้งแต่ห้าโมงสี่สิบ”

“…”

“ผมคิดทั้งวันว่าถ้าพี่ขอผมเป็นแฟน ผมจะตอบยังไงไม่ให้ดูดีใจเกินไป”

น้ำตาผมเริ่มร้อนขึ้นมา

“ต้น…”

“แล้วสุดท้ายพี่พาผมมาเพื่อบอกให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“กูไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่พี่พูด”

ผมไม่มีข้อแก้ตัว

“ขอโทษ”

ต้นหลับตา

“ผมอยากกลับบ้าน”

“กูไปส่ง”

“ไม่ต้อง”

“ต้น”

“ขอร้อง”

มันมองผม

“วันนี้อย่ารั้งผม”

ผมปล่อยมือ

ต้นลงจากรถ

ปิดประตู

เดินออกไป

ผมนั่งอยู่ตรงนั้น

ไม่ตาม

เพราะครั้งก่อนภาคเคยบอกผม—

คุณไม่ได้ปล่อย คุณแค่ไม่ยอมจับมือเขา

แต่คืนนี้ผมเพิ่งเข้าใจอีกอย่าง

บางครั้งการจับไว้

ทั้งที่ตัวเองยังผลักเขาซ้ำ ๆ

ก็ไม่ได้ดีกว่ากันเลย



ผมกลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม

ไม่มีข้อความ

ผมส่ง

นนท์: ถึงบ้านยัง

ไม่อ่าน

ห้านาที

สิบนาที

ยี่สิบ

ผมโทร

ไม่รับ

ผมเริ่มกลัว

จน 23:31

ข้อความมา

ต้น: ถึงแล้วครับ

ผมหายใจออก

นนท์: โอเค

ผมพิมพ์

นนท์: ขอโทษ

ลบ

พิมพ์ใหม่

นนท์: กูไม่ได้อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม

ส่ง

อ่าน

ไม่มีคำตอบ

นนท์: กูพูดผิด

อ่าน

เงียบ

นนท์: กูแค่กลัวเรื่องงาน

สามจุดขึ้น

ผมหยุดหายใจ

ข้อความมา

ต้น: ผมรู้ครับ

แล้วอีกข้อความ

ต้น: แต่พี่กลัวทุกอย่างเลย

ผมมอง

ต้น: ตอนแรกกลัวว่าผมเป็นผู้ชาย

ต้น: แล้วกลัวว่าถ้าคบแล้วจะเสียผม

ต้น: ตอนนี้กลัวเรื่องบริษัท

ต้น: ต่อไปจะกลัวอะไรอีก

ผมตอบไม่ได้

ต้นส่งมา

ต้น: ผมไม่ได้โกรธที่พี่กลัวนะ

ต้น: ผมแค่เหนื่อยที่ทุกครั้งที่พี่กลัว คนที่ต้องถอยคือผม

ผมรู้สึกน้ำตาไหลก่อนรู้ตัว

เงียบ ๆ

ไม่มีเสียง

ผมเช็ดหน้า

พิมพ์

นนท์: กูไม่อยากให้มึงถอย

คำตอบมา

ต้น: แต่พี่ก็ยังไม่เดินมาหาผม

ผมหยุด

เจ็บจนพิมพ์ไม่ออก

ผ่านไปเกือบนาที

ต้น: นอนเถอะพี่

ต้น: วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว

ผมวางโทรศัพท์

แล้วร้องไห้

ครั้งแรกตั้งแต่เรื่องทั้งหมดเริ่ม

ไม่ใช่เพราะต้นทิ้งผม

มันยังไม่ได้ทิ้ง

แต่เพราะผมเพิ่งเห็นชัดว่า—

คนที่กำลังทำให้มันเหนื่อย

ไม่ใช่ภาค

ไม่ใช่เจ

ไม่ใช่บริษัท

เป็นผม



วันอาทิตย์เราไม่คุยกัน

ทั้งวัน

ผมไม่ส่ง

ต้นไม่ส่ง

ผมเปิดแชตหลายครั้ง

แต่หยุด

เพราะคำสุดท้ายมันคือ

วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว

ผมเลยปล่อยให้มันพัก

และใช้วันนั้นถามตัวเองจริง ๆ

ไม่ใช่ถามว่า—

ผมพร้อมคบผู้ชายไหม

ไม่ใช่—

คนในบริษัทจะคิดยังไง

ไม่ใช่—

ถ้าเลิกกันจะทำงานด้วยกันได้ไหม

แต่ถามคำถามเดียว

ถ้าพรุ่งนี้ต้นหายไปจากชีวิตกูจริง ๆ กูโอเคไหม

คำตอบมาเร็วมาก

ไม่

ผมไม่โอเค

แล้วผมก็รู้ทันทีว่า—

ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด

ไม่ใช่การคบกับมัน

แต่คือการเสียมันไปเพราะผมมัวแต่กลัวความเสี่ยงอื่น



เช้าวันจันทร์

08:31

ผมมาถึงก่อนปกติ

ซื้อกาแฟสองแก้ว

ครั้งแรก

แก้วหนึ่งของผม

อีกแก้ว—

ลาเต้ที่ต้นกินตอนสาย

ผมเดินไปฝั่ง Sales

โต๊ะมันยังว่าง

ผมวางกาแฟ

หยิบ Post-it

คิดอยู่นานว่าจะเขียนอะไร

สุดท้ายเขียนแค่

วันนี้กูมารอ
— นนท์

ผมกลับโต๊ะ

08:47

ยังไม่มา

08:55

ยัง

09:02

ผมเริ่มกังวล

09:06

ต้นเดินเข้าบริษัท

มันเห็นกาแฟบนโต๊ะ

หยุด

หยิบ Post-it

อ่าน

ผมมองจากอีกฝั่ง

ต้นเงยหน้า

สบตาผม

ผมไม่ได้หลบ

มันก็ไม่หลบ

แต่ไม่ได้ยิ้ม



เก้าโมงยี่สิบ

ต้นมาที่โต๊ะผม

ถือกาแฟแก้วนั้น

“ขอบคุณครับ”

“อือ”

มันยืน

ไม่ลากเก้าอี้

ผมมองเก้าอี้ตัวเดิม

“ไม่นั่ง?”

ต้นลังเล

“ผมมีงาน”

“ห้านาที”

มันมองผม

ก่อนนั่ง

แต่เว้นระยะ

ผมหันเก้าอี้เข้าหา

“ต้น”

“ครับ”

“เรื่องวันเสาร์”

สีหน้ามันนิ่งลง

“ถ้าจะขอโทษ—”

“กูไม่ขอโทษอย่างเดียว”

มันหยุด

ผมหายใจเข้า

มือเย็นฉิบหาย

ทั้งที่เคย Present ระบบต่อผู้บริหารเป็นสิบคนยังไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้

“กูคิดมาแล้ว”

ต้นมอง

“กูไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“…”

“ทั้งในความหมายที่กูพูด”

“…”

“หรือความหมายไหนทั้งนั้น”

ต้นยังไม่พูด

“เรื่องบริษัทกูจะจัดการแบบผู้ใหญ่”

ผมพูด

“ในเวลางาน เราทำงาน”

“…”

“ถ้ามี Conflict จริง กูแจ้งหัวหน้า แจ้ง HR หรือให้คนอื่น Approve”

“…”

“กูไม่ใช้ตำแหน่งช่วยมึง”

“…”

“มึงก็ไม่ต้องมาช่วยกูปิดอะไรที่ผิด”

ต้นพยักหน้าเบา ๆ

“แต่หลังเลิกงาน…”

ผมหยุด

หัวใจเต้นแรง

ต้นรอ

ผมมองมัน

“กูไม่อยากเป็นพี่ IT ของมึงอย่างเดียวแล้ว”

ต้นนิ่ง

ผมรู้สึกหน้าร้อน

“พี่…”

“ฟังก่อน”

“ครับ”

“กูยังกลัว”

ผมพูดตรง ๆ

“อาจจะกลัวอีกหลายเรื่อง”

“…”

“แล้วกูก็ไม่รู้ว่ากูจะทำได้ดีไหม”

“…”

“แต่กูจะเลิกใช้ความกลัวเป็นเหตุผลให้มึงต้องถอย”

ตาต้นเริ่มแดง

ผมเองก็เหมือนกัน

“แล้ว…”

มันถามเบา ๆ

“พี่จะทำยังไง”

ผมหัวเราะนิดหนึ่ง

“เดินไปหามึงมั้ง”

“…”

“อย่างที่มึงบอก”

ต้นเม้มปาก

ผมมองมัน

ก่อนถาม

“เย็นนี้รอกูได้ไหม”

ต้นเงียบ

“ทำไม”

“มีเรื่องจะพูด”

สีหน้ามันระแวงทันที

ผมหัวเราะ

“ไม่ใช่กลับมาเป็นเหมือนเดิม”

มันหลุดหัวเราะทั้งที่ตาแดง

“พี่แม่ง…”

“รอไหม”

ต้นพยักหน้า

“ครับ”

“ดี”

ผมหันกลับไปจอ

มือยังสั่น

ต้นยังไม่ลุก

ผมหันไป

“อะไร”

“ครบห้านาทียัง”

ผมมองนาฬิกา

“ยัง”

ต้นขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้

นิดหนึ่ง

เหมือนเมื่อก่อน

หัวไหล่เราแตะกัน

ผมไม่ได้หนี



วันนั้นยาวฉิบหาย

ทุกชั่วโมงเหมือนสามชั่วโมง

17:30

คนเริ่มกลับ

17:45

พี่โอ๊ตกลับ

18:02

เหลือผมกับต้น

และอีกสองสามคนไกล ๆ

ต้นนั่งเก้าอี้เดิม

รอ

ผมปิดโน้ตบุ๊ก

“เสร็จแล้ว”

“ครับ”

“ไป”

“ไหน”

“ลงไปก่อน”

เราลงลิฟต์

ไม่มีใคร

ผมยืนข้างมัน

มือเราอยู่ใกล้

ผมไม่ได้จับ

ต้นก็ไม่

พอถึงลานจอดรถ

ผมไม่ได้เดินไปที่รถ

กลับเดินไปมุมเดิม

ตรงที่วันก่อนมันเคยถามว่า

ผมรักพี่ได้ไหม

ต้นเดินตาม

“พี่”

“หือ”

“จะพูดอะไร”

ผมหันไป

ไม่มี Script

ไม่มี Notes

ไม่มี Slide

ไม่มีแผนสำรอง

แค่พูด

“ต้น”

“ครับ”

“วันก่อนมึงถามว่ารักกูได้ไหม”

มันนิ่ง

“จำได้”

“กูบอกให้ค่อยรัก”

“ครับ”

“เปลี่ยนใจแล้ว”

สีหน้ามันเปลี่ยน

“อะไรนะ”

ผมหายใจเข้า

“รักได้”

ต้นไม่ขยับ

“แล้ว…”

ผมพูดต่อ

“ถ้ามึงยังอยากนะ”

เสียงตัวเองสั่นจนรำคาญ

“ลองเป็นแฟนกูไหม”

เงียบ

ไม่มีเสียงอะไรเลย

ทั้งที่รถวิ่งอยู่ไม่ไกล

ต้นแค่มอง

ไม่ตอบ

ห้าวินาที

สิบวินาที

ผมเริ่มใจเสีย

“มึง…”

ต้นยกมือปิดหน้า

ผมหยุด

“เป็นอะไร”

มันส่ายหน้า

“ต้น”

“ขอแป๊บ”

เสียงสั่น

ผมเห็นน้ำตาหลุดตรงข้างแก้ม

“เฮ้ย”

ผมเข้าไปหา

“ร้องทำไม”

ต้นหัวเราะทั้งน้ำตา

“พี่ถามจริง?”

“เออ”

“กู—”

มันหยุด

หัวเราะอีก

“ผมรอประโยคนี้มาตั้งกี่ตอนแล้ววะ”

ผมขมวดคิ้ว

“ตอนอะไรของมึง”

“ช่างมัน”

มันเช็ดหน้า

ผมหัวเราะ

“แล้วคำตอบ?”

ต้นมองผม

“พี่ถามใหม่”

“เรื่องมาก”

“ขอ”

ผมถอนหายใจ

แต่ยิ้ม

“ต้น”

“ครับ”

“เป็นแฟนกันไหม”

คราวนี้มันตอบทันที

“เป็น”

ผมหยุด

ง่ายจนขำ

“แค่นี้?”

“ครับ”

“ไม่มีเล่นตัว?”

“ผมรอมาจะตายแล้ว จะเล่นทำไม”

ผมหัวเราะ

ต้นเองก็หัวเราะ

แล้วอยู่ ๆ มันถาม

“กอดได้ไหม”

ผมมองรอบ ๆ

ไม่มีคน

“ได้”

ต้นเข้ามากอด

แน่นมาก

ผมเกือบเซ

“เบา”

“ขอโทษ”

แต่ไม่เบา

ผมหัวเราะ

แล้วกอดกลับ

ผมรู้สึกน้ำตาตัวเองออกเหมือนกัน

น่าอายฉิบหาย

ผู้ชายสองคนยืนร้องไห้ในลานจอดรถเพราะตกลงเป็นแฟนกัน

แต่ช่างแม่ง

ต้นพูดข้างหู

“แฟน”

ผมขนลุก

“อย่าเรียก”

มันคลายกอด

“ทำไม”

“เขิน”

ต้นหัวเราะทันที

“แฟน”

“ต้น”

“แฟนครับ”

“เดี๋ยวกูต่อย”

“แฟนจะต่อยผม”

“ไอ้เหี้ย”

มันหัวเราะ

ผมเองก็หุบยิ้มไม่ได้



ตอนกำลังเดินไปที่รถ

ต้นถาม

“พี่”

“อะไร”

“งั้นคืนนี้ไปห้องผมไหม”

ผมหันขวับ

“เพิ่งเป็นแฟนได้สามนาที”

“ก็เคยนอนแล้ว”

“ต้น!”

มันหัวเราะลั่น

“ล้อเล่น!”

ผมตีแขนมัน

“ไอ้เด็กเหี้ย”

มันจับมือผมไว้

ครั้งนี้ไม่ถาม

ผมหยุด

มองมือ

แล้วมองมัน

ต้นเริ่มจะปล่อย

แต่ผมจับกลับ

“เดิน”

มันยิ้ม

“ครับ”

เราเดินไปได้ประมาณสิบก้าว

ผมพูด

“แต่ในบริษัทห้าม”

ต้นหันมา

“ห้ามอะไร”

“จับ”

“ครับ”

“กอด”

“ครับ”

“ทำอะไรแปลก ๆ”

“ครับ”

“ต้องทำเหมือนเดิม”

ต้นหยุด

ผมชะงัก

คำว่าเหมือนเดิมอีกแล้ว

แต่มันยิ้ม

“แบบนี้ผมโอเค”

ผมหัวเราะ

“แล้วหลังหกโมง…”

ต้นถาม

ผมมองมัน

“หลังหกโมงค่อยว่ากัน”

มันบีบมือผม

“ครับ แฟน”

“อย่าเรียกบ่อย”

“ทำไม”

“กูยังไม่ชิน”

ต้นยิ้ม

“งั้นผมจะเรียกจนชิน”

ผมส่ายหน้า

แต่ไม่ได้ห้ามอีก

เพราะบางคำ—

เราไม่ได้กลัวมันเพราะมันผิด

เราแค่กลัวเพราะยังไม่เคยใช้มันกับคนคนนี้

และวันนั้น

หลังจากปล่อยให้ต้นยืนรออยู่หน้าประตูของผมมานาน

ในที่สุด—

ผมก็เป็นคนเปิดมันเอง

แล้วพูดกับมันว่า

เข้ามาได้แล้ว



เช้าวันอังคาร

08:46

ต้นเดินมาที่โต๊ะ

วางกาแฟ

“พี่”

ผมเงยหน้า

“อะไร”

มันมองรอบ ๆ

คนเต็มออฟฟิศ

ก่อนทำหน้าสุภาพที่สุด

“Printer ฝั่ง Sales Print ไม่ออกครับ”

ผมพยักหน้า

“เดี๋ยวไปดู”

“ขอบคุณครับ”

มืออาชีพมาก

มันหันหลัง

โทรศัพท์ผมสั่น

ต้น: คิดถึงแฟนจังครับ

ผมเงยหน้ามอง

มันกำลังเดินกลับโต๊ะ

ไม่หันมา

ผมพิมพ์

นนท์: เพิ่งเดินออกไปสามวิ

ต้น: ก็คิดถึงแล้ว

นนท์: ทำงาน

ต้น: ครับพี่ IT

ผมกำลังจะวางโทรศัพท์

อีกข้อความมา

ต้น: เย็นนี้กอดได้ปะ

ผมมองนาฬิกา

08:47

เหลืออีกเก้าชั่วโมงกว่า

ผมตอบ

นนท์: หลังหกโมง

ต้นอ่าน

ผมเห็นจากอีกฝั่ง—

มันก้มหน้าซ่อนยิ้ม

ส่วนผมเองก็ต้องหันกลับมาจอ

เพราะพี่โอ๊ตกำลังมองอยู่

“มึงยิ้มอะไร”

“งาน”

“งานอะไรทำให้ยิ้ม”

ผมเปิด Excel ขึ้นมา

“Dashboard”

พี่โอ๊ตมองหน้า

“มึงป่วย?”

“ทำงานไป”

มันเดินผ่าน

แต่หันกลับมาพูด

“แล้วฝากบอกน้อง Sales ด้วย”

ผมหยุด

“อะไร”

พี่โอ๊ตยิ้ม

“Printer มันไม่ได้เสีย”

ผมนิ่ง

“กู Print เมื่อเช้า”

เงียบ

พี่โอ๊ตเดินจากไป

ผมหันไปมองฝ่ายขาย

ต้นกำลังมองผมอยู่พอดี

มันยิ้ม

ผมชูนิ้วกลางจากหลังจอ

โทรศัพท์สั่น

ต้น: ❤️

ผมมองหัวใจบนหน้าจอ

นึกถึงหัวใจดวงแรกที่มันเคยส่งมา

ตอนนั้นผมถามมันว่า—

ส่งหัวใจให้ทุกคนเหรอ

มันถามกลับ

ทำไม หวงเหรอ

วันนั้นผมตอบว่า

รำคาญ

วันนี้—

ผมไม่ได้ถามแล้วว่ามันส่งให้ใครบ้าง

เพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่า

อย่างน้อยหัวใจดวงนี้—

เป็นของแฟนผม

ถึงจะยังพูดคำนี้ออกมาดัง ๆ ไม่ค่อยได้ก็เถอะ


————————————
คุยกันหน่อย
เผลอแป๊บเดียวก็มา 11 ตอนแล้ว
จริงๆก็อยากจะตัดจบเลย
หรืออยากถามเพื่อนเพื่อนหน่อยว่า
อยากอ่านต่อหรือเปล่า ช่วยตอบแล้วเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
182
ตอบกลับ
1620
พลังน้ำใจ
20314
Zenny
68878
ออนไลน์
1248 ชั่วโมง
โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-21 02:47 , Processed in 0.158767 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้