ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 22|ตอบกลับ: 1

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 10

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
11
ตอบกลับ
10
พลังน้ำใจ
3130
Zenny
4945
ออนไลน์
231 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 22:05 จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


แล้วเมื่อคืนคืออะไร

“ต้น”

เสียงเจดังจากอีกฝั่งของ Partition

“เรื่องที่กูบอกว่ากูชอบมึงวันนั้น…”

ผมหยุดเดิน

“…กูไม่ได้พูดเล่นนะ”

เช้าวันจันทร์

08:41

กาแฟในมือยังไม่ได้กิน

กระเป๋าโน้ตบุ๊กยังอยู่บนไหล่

และผมกำลังยืนอยู่ในตำแหน่งที่เหี้ยที่สุดในบริษัท

ใกล้พอจะได้ยิน

แต่ไกลพอที่สองคนนั้นจะไม่เห็นผม

ผมไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง

อย่างน้อยตอนแรก

แต่พอได้ยินประโยคนั้น—

ขาแม่งไม่เดิน

เงียบไปพักหนึ่ง

ก่อนเสียงต้นดัง

“เจ”

“เออ กูรู้”

เจหัวเราะแห้ง ๆ

“มึงทำหน้าเหมือนกูจะขอยืมเงิน”

“ไม่ใช่”

“กูแค่…”

เจถอนหายใจ

“กูคิดว่าควรพูดให้ชัด”

ผมกำสายกระเป๋าแน่นขึ้น

“วันนั้นกูถามเล่น ๆ ว่าถ้ากูจีบมึงจะว่าไง”

“อือ”

“แต่จริง ๆ กูไม่ได้เล่นทั้งหมด”

เงียบ

ผมรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น

ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจต้น

แต่เพราะเมื่อคืนวันศุกร์ยังติดอยู่ในหัว

มือมัน

อ้อมแขน

เสื้อของมันที่ผมใส่

อาหารเช้า

แล้วคำที่ผมบอกมัน—

กูเลือกมึงอยู่

แต่ผมเพิ่งนึกได้ว่า—

ผมเลือกมัน

โดยที่ยังไม่ได้ให้ชื่อกับสิ่งที่เราเป็น

ถ้าเจถามต้นตอนนี้ว่า

มึงมีแฟนแล้วเหรอ

ต้นจะตอบว่าอะไร?

“ขอโทษนะ”

เสียงต้นดังขึ้น

ผมหยุดคิด

“กูไม่ได้คิดกับมึงแบบนั้น”

ตรง

ไม่มีลังเล

เจเงียบไปนิดหนึ่ง

“เพราะพี่นนท์?”

หัวใจผมกระตุก

ต้นไม่ตอบทันที

ผมรอ

หนึ่งวินาที

สอง

สาม

“อือ”

แค่นั้น

ผมหายใจออกโดยไม่รู้ตัว

เจหัวเราะเบา ๆ

“กูว่าแล้ว”

“มึงรู้?”

“คนทั้งแผนกน่าจะรู้ก่อนมึงสองคนอีก”

ต้นหัวเราะ

“ขนาดนั้น?”

“มึงคิดว่ามึงเนียน?”

“กูก็ไม่ได้ทำอะไร”

“มึงซื้อกาแฟสองแก้วทุกเช้า”

“ก็…”

“เลิกงานก็หายไป IT”

“…”

“พอทะเลาะกับเขา มึงนั่งหน้าเหมือนหมาตายสามวัน”

ผมเกือบหลุดหัวเราะ

“แล้วช่วงนี้กลับมายิ้มเหมือนถูกหวย”

เจพูดต่อ

“ให้กูเดาอะไรอีก”

ต้นเงียบ

ก่อนถาม

“ชัดขนาดนั้นเลย?”

“เออ”

เจหัวเราะ

แล้วเสียงมันจริงจังขึ้น

“แล้วมึงกับพี่เขา…”

ผมหยุดหายใจอีกครั้ง

“เป็นแฟนกันแล้ว?”

เงียบ

คราวนี้นานกว่าเดิม

ผมรู้คำตอบอยู่แล้ว

ไม่ใช่

เราไม่ได้ตกลงกัน

ต้นไม่มีสิทธิ์ตอบว่าใช่

แต่การยืนฟังมันเงียบ—

กลับเจ็บกว่าที่คิด

“ยัง”

ต้นตอบ

คำเดียว

ยัง

ผมมองพื้น

ความรู้สึกบางอย่างจมลงในท้อง

เจถามต่อ

“ยังคือ?”

ต้นถอนหายใจ

“กูก็ไม่รู้ว่ะ”

ผมหลับตา

แม่ง

“แต่กูชอบเขา”

ต้นพูดต่อ

“แล้วกูก็ไม่ได้อยากคุยกับคนอื่น”

ผมลืมตา

“เพราะงั้นเรื่องมึง…”

“รู้แล้ว”

เจตัดบท

น้ำเสียงไม่ได้โกรธ

“ไม่ต้องอธิบาย”

“มึงโอเค?”

“ไม่โอเคก็บอกให้มึงชอบกูไม่ได้ปะวะ”

เจหัวเราะ

“กูแค่เสียดายนิดหน่อย”

ต้นเงียบ

“ขอโทษ”

“ไม่ต้อง”

เจถอนหายใจ

“อย่างน้อยมึงก็ไม่ได้กั๊กกู”

ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

เพราะคนที่กำลังกั๊กใครอยู่—

อาจเป็นผมเอง

“แต่ต้น”

“หือ”

“ถ้ามึงชอบพี่เขาขนาดนั้น…”

เจหยุด

“มึงจะปล่อยสถานะค้างแบบนี้อีกนานเหรอ”

เงียบ

ผมยืนฟัง

ทั้งที่รู้ว่าควรเดินออกไปตั้งนานแล้ว

ต้นตอบเบา ๆ

“กูไม่อยากเร่งเขา”

“แล้วมึงโอเค?”

“ไม่รู้”

“มึงนี่ก็…”

เจถอนหายใจ

“ตามใจ”

เสียงเก้าอี้ขยับ

ผมได้สติ

รีบเดินออกจากตรงนั้น

เหมือนเพิ่งมาถึง



ผมเข้าฝั่ง IT

วางกระเป๋า

เปิดคอม

ทำทุกอย่างเร็วเกินปกติ

พี่โอ๊ตยังไม่มา

ผมอยู่คนเดียว

ไม่ถึงสามนาที—

เสียงฝีเท้าที่ผมจำได้ดังขึ้น

ต้นเดินมา

ถือกาแฟสองแก้ว

ผมเงยหน้า

มันยิ้ม

“Morning ครับ”

ผมมองแก้วในมือ

“ของกู?”

“ไม่ใช่”

ผมเลิกคิ้ว

ต้นวางตรงหน้า

“ของพี่ IT คนอื่น”

“งั้นเอาไป”

มันหัวเราะ

“ล้อเล่น”

ต้นลากเก้าอี้

ตัวเดิม

มานั่งข้างผม

“นอนดีไหม”

คำถามธรรมดา

แต่หลังคืนวันศุกร์—

ฟังไม่ธรรมดาเลย

“ก็ดี”

“คิดถึงผมไหม”

ผมหันไป

“เพิ่งแยกกันวันเสาร์”

“เมื่อวานไม่ได้เจอ”

“วันเดียว”

“ก็นาน”

ผมหัวเราะ

ต้นยิ้ม

เหมือนทุกอย่างปกติ

ผมมองหน้ามัน

คิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

กูชอบเขา

กูไม่ได้อยากคุยกับคนอื่น

ควรจะดีใจ

ผมก็ดีใจ

แต่มีอีกประโยคติดอยู่

กูก็ไม่รู้ว่ะ

“ต้น”

“ครับ”

ผมเกือบถาม

แต่พี่โอ๊ตเดินเข้ามาพอดี

“โอ้โห”

มันหยุดมอง

“แปดโมงสี่สิบห้า น้อง Sales มานั่งแล้ว”

ต้นหันไป

“สวัสดีครับพี่”

“ครับ”

พี่โอ๊ตมองกาแฟ

มองต้น

มองผม

“โลกกลับมาสงบสุขแล้วสินะ”

“ทำงานไป”

ผมพูด

พี่โอ๊ตยิ้ม

“ไม่ได้ถามมึง”

“งั้นก็หุบปาก”

ต้นหัวเราะ

ผมหันไปมองมัน

มันดูมีความสุข

และผมก็ไม่อยากทำลายเช้านั้น

เลยไม่ได้ถาม



ตอนเที่ยงเราไม่ได้กินด้วยกัน

ต้นมีประชุมกับ Marketing

ผมกินกับพี่โอ๊ต

ระหว่างกิน พี่โอ๊ตมองผมหลายรอบ

“อะไร”

“มึงแปลก”

“ยังไง”

“วันนี้ดูอารมณ์ดี”

“กูปกติ”

“เสาร์อาทิตย์ไปไหนมา”

ช้อนผมหยุดนิดหนึ่ง

“บ้าน”

“บ้านใคร”

ผมเงยหน้า

พี่โอ๊ตยิ้ม

“ถามเฉย ๆ”

“บ้านกู”

“อ๋อ”

มันลากเสียง

“ทำไม”

“เปล่า”

“มึงรู้อะไร”

“ไม่รู้”

“แล้วทำหน้า”

พี่โอ๊ตหัวเราะ

“มึงนี่ร้อนตัวง่ายขึ้นนะช่วงนี้”

ผมชูนิ้วกลาง

มันหัวเราะหนักกว่าเดิม



ช่วงบ่ายต้นหายไปกับเจเพราะประชุม Campaign

ผมรู้ว่าไม่มีอะไร

ได้ยินกับหูแล้ว

แต่พอเห็นสองคนนั้นเดินกลับมาด้วยกัน—

ก็ยังมอง

เจพูดอะไรสักอย่าง

ต้นหัวเราะ

เจตบไหล่มัน

ผมจ้อง

พี่โอ๊ตข้าง ๆ พูดโดยไม่เงยหน้า

“เลเซอร์ออกตาแล้ว”

“อะไร”

“เปล่า”

ผมหันกลับมาจอ

“กูไม่ได้มอง”

“กูยังไม่ได้บอกว่ามึงมองใคร”

เงียบ

“ไอ้เหี้ย”

พี่โอ๊ตหัวเราะ



ประมาณห้าโมงครึ่ง

ต้นมานั่งตามปกติ

วันนี้มันเอาโน้ตบุ๊กมาด้วย

ทำงานจริง

เรานั่งข้างกัน

เงียบ

ผมพิมพ์งาน

มันตอบเมล

บางครั้งหัวไหล่แตะกัน

ไม่มีใครขยับ

พอพี่โอ๊ตกลับ

คนในโซนเหลือน้อยลง

ต้นเอาขาแตะขาผมใต้โต๊ะ

ผมหันไป

มันยังมองจอ

“อะไร”

“เปล่า”

“ขามึง”

“โต๊ะแคบ”

“เมื่อก่อนก็นั่งได้”

“วันนี้ขายาวขึ้น”

ผมหัวเราะ

“ประสาท”

แต่ไม่ได้ขยับขาหนี

ผ่านไปนิดหนึ่ง

มือมันเลื่อนมาใกล้มือผม

นิ้วก้อยแตะ

ผมมองรอบ ๆ

ไม่มีใครสนใจ

เลยเกี่ยวกลับ

ต้นยิ้ม

ยังไม่มองผม

“พี่”

“หือ”

“เย็นนี้กินอะไร”

“ไม่รู้”

“ไปห้องผมไหม”

ผมหันขวับ

มันหัวเราะทันที

“กินข้าว!”

“กูก็ยังไม่ได้ว่าอะไร”

“หน้าพี่ว่า”

ผมปล่อยนิ้ว

“ไม่ไปแล้ว”

“พี่”

ต้นรีบเกี่ยวกลับ

“ล้อเล่น”

ผมมองมือใต้โต๊ะ

แล้วนึกถึงคำถามตอนเช้าอีก

เป็นแฟนกันแล้ว?

ยัง

ผมดึงมือออก

ต้นหันมามอง

“เป็นอะไร”

“เปล่า”

“พี่”

ผมปิดโน้ตบุ๊ก

“ไปกินข้าวข้างนอก”

ต้นมองผมอยู่พักหนึ่ง

“ครับ”



ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้บริษัท

เรานั่งตรงข้ามกัน

สั่งอาหาร

ต้นยังมองผม

“มีอะไรจะพูดไหม”

ผมถาม

“ผมควรถามพี่มากกว่า”

“อะไร”

“พี่เป็นอะไรตั้งแต่บ่าย”

“ปกติ”

“ไม่ปกติ”

มันรู้

แน่นอน

“พี่ถอนมือ”

“ก็คนเดินผ่าน”

“ไม่มีใครเดิน”

“…”

“แล้วตอนผมชวนไปห้อง พี่ก็…”

“ต้น”

ผมตัดบท

มันหยุด

ผมสูดหายใจ

“เมื่อเช้ากูได้ยิน”

สีหน้ามันเปลี่ยนทันที

“อะไร”

“มึงกับเจ”

ต้นนิ่ง

“พี่ได้ยินแค่ไหน”

“ตั้งแต่เจบอกว่ามันชอบมึง”

“…”

“จนเกือบจบ”

ต้นถอนหายใจ

“ทำไมไม่บอก”

“จะให้กูเดินออกไปบอกว่า สวัสดีครับ กูแอบฟังอยู่?”

“ก็…”

มันหัวเราะนิดหนึ่ง

ก่อนจริงจัง

“แล้วพี่โกรธ?”

“ไม่”

“หึง?”

“นิดหนึ่ง”

ต้นยิ้ม

“ยิ้มเหี้ยอะไร”

“ดีใจ”

“มีคนมาจีบมึงแล้วดีใจ?”

“ดีใจที่พี่หึง”

ผมกลอกตา

“แต่กูได้ยินมึงปฏิเสธมันแล้ว”

“ครับ”

“ชัดดี”

“ผมไม่ได้ชอบเจ”

“รู้”

“แล้วพี่เป็นอะไร”

มาแล้ว

ผมมองมัน

“ตอนเจถามว่าเราเป็นแฟนกันหรือยัง”

ต้นหยุด

รอยยิ้มหายไป

“อือ”

“มึงตอบว่ายัง”

“ก็…”

“กูรู้ว่าถูก”

ผมพูดก่อน

“เราไม่ได้เป็นแฟนกัน”

ต้นเงียบ

“กูไม่ได้โกรธเรื่องนั้น”

“แล้ว?”

ผมพยายามหาคำ

“ตอนมึงตอบว่าไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน…”

ต้นมองผม

“กูไม่ชอบ”

“…”

“ทั้งที่กูเองก็เป็นคนทำให้มึงตอบแบบนั้น”

ผมหัวเราะแห้ง ๆ

“แม่งย้อนแย้งดี”

ต้นไม่พูด

อาหารมา

แต่ไม่มีใครแตะ

“พี่อยากให้ผมตอบว่าอะไร”

มันถาม

“ไม่รู้”

“พี่”

“กูไม่รู้จริง ๆ”

ผมมองมัน

“กูแค่…”

ผมหยุด

“เมื่อคืนวันศุกร์ เราทำเหมือนเป็นแฟนกันทุกอย่าง”

ต้นนิ่ง

“กินข้าว”

“…”

“อยู่ด้วยกัน”

“…”

“จูบกัน”

เสียงผมเบาลงเอง

“นอนกอดกัน”

ต้นหลบตาเล็กน้อย

ผมเองก็ร้อนหน้า

“เช้ามากูก็ยังอยู่”

“ครับ”

“กูบอกว่ากูเลือกมึง”

“ครับ”

“แล้วพอมาวันนี้…”

ผมหายใจออก

“มีคนถามว่ามึงเป็นอะไรกับกู แล้วคำตอบคือไม่รู้”

ต้นมองผม

“แล้วเมื่อคืนคืออะไรวะ”

ในที่สุดผมก็พูดออกไป



ต้นเงียบไปนาน

ก่อนถาม

“พี่อยากให้เมื่อคืนทำให้เราเป็นแฟนกันเลยเหรอ”

ผมหยุด

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“แต่พี่กำลังถามว่าทำไมผมตอบไม่ได้”

“เออ”

“แล้วผมจะตอบยังไง”

น้ำเสียงมันไม่ได้โมโห

แค่เหนื่อย

“พี่บอกเองว่ายังไม่พร้อมเรียกแฟน”

“รู้”

“ผมก็รอ”

“…”

“ผมไม่เคยบอกว่าเมื่อคืนแล้วพี่ต้องเป็นแฟนผม”

“กูรู้”

“แล้ววันนี้พี่กลับเจ็บที่ผมไม่เรียกพี่ว่าแฟน”

ผมเงียบ

ต้นพูดถูกอีกแล้ว

น่าหงุดหงิดฉิบหาย

“งั้นกูผิด?”

“ผมไม่ได้บอกว่าพี่ผิด”

ต้นถอนหายใจ

“ผมแค่ไม่รู้ว่าพี่อยากให้ผมทำยังไง”

ผมมองมัน

“ถ้าผมเรียกพี่ว่าแฟนโดยไม่ถาม พี่อาจกลัว”

“…”

“ถ้าผมบอกคนอื่นว่าเราไม่ใช่ พี่ก็เจ็บ”

“…”

“ถ้าผมถาม พี่ก็ยังตอบไม่ได้”

ต้นหัวเราะเบา ๆ

“ผมเดินทางไหนได้บ้างพี่”

ประโยคนั้นทำให้ผมพูดไม่ออก

ผมมองอาหารตรงหน้า

ก่อนยอมรับ

“กูไม่รู้”

ต้นพยักหน้า

“ผมรู้”

“แต่กูไม่อยากให้มึงคิดว่าเมื่อคืนไม่มีความหมาย”

“ผมไม่เคยคิด”

มันตอบทันที

ผมเงยหน้า

ต้นมองตรงมา

“เมื่อคืนสำคัญกับผมมาก”

“…”

“มากจนผมยิ่งไม่อยากใช้มันบังคับพี่”

หัวใจผมหนักขึ้น

“ผมอยากเป็นแฟนพี่”

ต้นพูด

ตรงมาก

ผมหยุดหายใจ

“อยากมาตั้งนานแล้ว”

มันหัวเราะบาง ๆ

“แต่ผมอยากให้วันที่พี่เรียกผมว่าแฟน…”

“…”

“เป็นเพราะพี่อยากเรียก”

“ไม่ใช่เพราะเรานอนด้วยกันแล้ว?”

“ครับ”

ต้นพยักหน้า

“ไม่ใช่เพราะพี่กลัวผมหาย”

“…”

“ไม่ใช่เพราะมีคนมาจีบผม”

“…”

“แล้วก็ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบเมื่อคืน”

ผมมองมัน

พูดไม่ออก

เพราะนี่คือสิ่งที่ผมกลัวโดยที่ยังไม่รู้ตัว

ว่าถ้าผมพูดคำว่าแฟนตอนนี้—

ผมพูดเพราะอยากเป็นจริง ๆ

หรือเพราะรู้สึกว่าหลังจากคืนนั้น ควรเป็น

“มึงแม่ง…”

ผมพูด

“อะไร”

“โตเกินอายุ”

ต้นหัวเราะ

“ยี่สิบเจ็ดแล้วพี่”

“กูก็รู้”

“ไม่ใช่เด็กฝึกงาน”

“สำหรับกูมึงก็กวนตีนเหมือนเด็ก”

“แต่พี่ก็ชอบ”

ผมหยุด

“เออ”

ต้นเองหยุด

ผมเพิ่งรู้ว่าตอบไปตรง ๆ

มันยิ้ม

“พูดใหม่”

“แดกข้าว”

“พี่”

“อาหารเย็นหมดแล้ว”

ต้นหัวเราะ

ในที่สุดเราก็เริ่มกิน



หลังจากนั้นบรรยากาศดีขึ้น

แต่คำถามไม่ได้หาย

มันแค่นั่งอยู่ระหว่างเรา

เหมือนจานอาหารอีกใบ

กลับถึงบริษัทเพราะรถผมจอดอยู่ที่นั่น

ประมาณสองทุ่มกว่า

ลานจอดรถเงียบ

ต้นเดินกับผมไปที่รถ

“ขับถึงแล้วบอก”

“รู้แล้ว”

“พี่”

“อะไร”

“วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่รู้สึกว่าเมื่อคืนไม่สำคัญนะ”

ผมหยุด

“กูรู้แล้ว”

“แน่ใจ?”

“อือ”

ผมมองมัน

“แล้วกูก็ไม่ได้เสียใจ”

ต้นยิ้ม

“ดี”

ผมกำลังจะขึ้นรถ

แต่เรียก

“ต้น”

“ครับ”

“เรื่องเจ”

“หือ”

“มึงปฏิเสธแล้วใช่ไหม”

ต้นหลุดหัวเราะ

“พี่ได้ยินทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”

“ถามอีกที”

มันเดินเข้ามาใกล้

“ปฏิเสธแล้วครับ”

“อือ”

“แล้วก็จะไม่เปลี่ยนใจ”

“กูไม่ได้ถาม”

“บอกไว้”

ผมยิ้ม

“เออ”

ต้นมองรอบ ๆ

ไม่มีคน

แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกนิด

“ขอกอดได้ไหม”

ผมหัวเราะ

“มึงยังถามอีก?”

“ถามสิ”

ผมไม่ตอบ

แค่ยกแขน

ต้นเข้ามากอด

สั้น ๆ

แต่แน่น

ผมกอดกลับ

ก่อนปล่อย

มันมองผม

“จูบได้ไหม”

ผมหันมองรอบลานจอดรถทันที

“มึงบ้า?”

ต้นหัวเราะ

“ไม่มีคน”

“กล้องวงจรปิด”

“พี่เป็น IT ไม่ใช่เหรอ ลบได้”

ผมตีแขนมัน

“ไอ้เหี้ย นั่นหลักฐานบริษัท”

มันหัวเราะลั่น

“ล้อเล่น”

“กลับไปเลย”

“ครับ”

ผมขึ้นรถ

ต้นยังยืนยิ้ม

ก่อนปิดประตู ผมพูด

“ต้น”

“ครับ”

“คืนนี้…”

มันรอ

ผมเกือบพูดว่า มาหากูไหม

แต่หยุด

“ฝันดี”

สีหน้าต้นเหมือนรู้ว่าผมเปลี่ยนคำ

แต่มันไม่แซว

“ฝันดีครับพี่”



คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ

ไม่ใช่เพราะทะเลาะ

เราไม่ได้ทะเลาะด้วยซ้ำ

แต่คำของต้นวนอยู่ในหัว

ผมอยากเป็นแฟนพี่

มันชัดเจนมาตลอด

คนที่ไม่ชัดคือผม

ผมเปิดโทรศัพท์

23:38

แชตต้น

นนท์: หลับยัง

อ่านทันที

ต้น: ยัง

ต้น: คิดถึงผม?

ผมมอง

คราวนี้ไม่ด่า

นนท์: อือ

สามจุดขึ้นทันที

หาย

ขึ้นใหม่

ต้น: พี่

นนท์: อะไร

ต้น: อย่าพูดแบบนี้ตอนผมอยู่คนเดียว

ผมหัวเราะ

นนท์: ทำไม

ต้น: อยากขับไปหา

หัวใจผมเต้น

นิ้วค้างบนหน้าจอ

ก่อนตอบ

นนท์: พรุ่งนี้ทำงาน

ต้น: รู้

ต้น: เลยไม่ไป

ผมยิ้ม

นนท์: ดี

เงียบไปนิดหนึ่ง

ต้นส่ง

ต้น: ผมก็คิดถึงพี่

ผมอ่าน

ไม่ได้ตอบทันที

แล้วข้อความใหม่มา

ต้น: แต่ไม่ต้องรีบตอบเรื่องสถานะนะ

ต้น: ผมรอได้

ผมมองคำว่า รอได้

คราวนี้มันไม่ได้ทำให้รู้สึกโล่ง

กลับทำให้เจ็บ

เพราะผมเริ่มถามตัวเองว่า—

ทำไมมันต้องเป็นฝ่ายรออยู่คนเดียวตลอด

ผมชอบมัน

มันชอบผม

ผมไม่อยากให้มันไปกับคนอื่น

ผมเองก็ไม่คิดจะไปกับใคร

ผมอยากกินข้าวกับมัน

อยากให้มันมานั่งข้าง ๆ

คิดถึงเวลามันไม่อยู่

จูบมันแล้ว

นอนกอดมันแล้ว

ตื่นมาเห็นหน้ามันแล้วก็ยังอยากอยู่ต่อ

ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่พอให้ผมเรียกมันว่าแฟน—

ผมกำลังรออะไรอยู่?

คำตอบที่ผุดขึ้นมา

ทำให้ผมวางโทรศัพท์ลง

กูไม่ได้รอให้แน่ใจเรื่องต้น

ผมแน่ใจเรื่องต้นไปนานแล้ว

สิ่งที่ผมรอ—

คือวันที่ตัวเองจะเลิกกลัวคำว่า

แฟนผู้ชาย

และพอคิดได้แบบนั้น

ผมกลับรู้สึกเกลียดตัวเองนิดหนึ่ง

เพราะระหว่างที่ผมกำลังจัดการกับความกลัวของตัวเอง—

ต้นกำลังเป็นคนจ่ายราคาให้มัน



วันอังคาร

ต้นยังมีกาแฟมาให้

ยังนั่งข้างผม

ยังชวนกินข้าว

ไม่มีอะไรเปลี่ยน

แต่มันไม่แตะผมในบริษัทอีก

แม้แต่ใต้โต๊ะ

ผมสังเกตได้ทันที

ตอนแรกคิดว่าบังเอิญ

แต่สามวัน—

ไม่มีเกี่ยวก้อย

ไม่มีขาแตะ

ไม่มีมือเฉียด

มันยังอบอุ่น

แต่รักษาระยะ

เหมือนกำลังทำตามคำของตัวเอง

ผมจะไม่เร่งพี่

และยิ่งมันไม่เร่ง—

ผมยิ่งรู้สึกผิด



เย็นวันพฤหัส

ผมประชุมกับภาคจนเกือบหนึ่งทุ่ม

พอออกมา ต้นยังนั่งรอ

ผมแปลกใจ

“ยังไม่กลับ?”

“รอพี่”

“ทำไมไม่บอก”

“ก็รอเฉย ๆ”

ผมวางโน้ตบุ๊ก

“หิวไหม”

“นิดหน่อย”

“ไปกิน”

ต้นพยักหน้า

เราลงลิฟต์

ข้างในมีคนอื่น

เลยยืนห่างกัน

พอถึงชั้นล่าง ทุกคนแยกออก

ต้นเดินข้างผม

แต่ไม่ได้เข้ามาใกล้เหมือนก่อน

ผมหยุด

มันหันมา

“อะไร”

“มึงเป็นอะไร”

“เปล่า”

“อีกแล้ว”

ต้นหัวเราะ

“ไม่ได้เป็นจริง ๆ”

“แล้วทำไมช่วงนี้ไม่แตะกูเลย”

คำพูดหลุดออกไป

ต้นนิ่ง

ผมเองก็นิ่ง

“เอ่อ…”

แม่ง

ถามอะไรออกไป

ต้นยิ้มช้า ๆ

“พี่สังเกต?”

“ก็…”

“คิดถึง?”

“กูหมายถึงมึงแปลก”

“ผมแค่ระวัง”

“ระวังอะไร”

“ไม่อยากทำให้พี่รู้สึกว่าเราข้ามไปเป็นแฟนกันแล้ว ทั้งที่พี่ยังไม่พร้อม”

ผมมองมัน

เจ็บอีกแล้ว

“ต้น”

“ครับ”

“กูไม่เคยบอกว่าไม่ชอบเวลามึงแตะ”

มันหยุด

“จริง?”

“เออ”

“งั้น…”

มันขยับมือ

แต่หยุดเอง

ผมมอง

ก่อนคว้ามือมัน

ต้นเบิกตา

“พี่”

“ไม่มีคน”

ผมพูด

ทั้งที่หัวใจเต้นแรง

เรายืนตรงทางเชื่อมลานจอดรถ

มุมหนึ่งที่ไม่มีใครอยู่

ผมจับมือมัน

เต็มมือ

ไม่ใช่นิ้วก้อย

ต้นมองมือเรา

แล้วมองผม

“พี่แน่ใจ?”

“เรื่องจับมือ?”

“ครับ”

“แน่”

“แล้วเรื่องอื่น…”

มันยังไม่ทันพูดจบ

ผมดึงมันเข้ามา

กอด

ต้นนิ่ง

“พี่?”

ผมซบหน้าลงตรงไหล่มัน

“อย่าเพิ่งถาม”

ต้นเงียบ

ก่อนค่อย ๆ กอดกลับ

“ครับ”

เราอยู่แบบนั้นไม่ถึงสิบวินาที

ผมปล่อย

“ไปกินข้าว”

ต้นยังยืน

“พี่”

“อะไร”

“ผมรักพี่ได้ไหม”

ผมหยุด

คำนี้—

ไม่เคยมีใครพูดระหว่างเรา

ไม่ใช่ชอบ

รัก

ผมมองมัน

ต้นเองเหมือนตกใจที่พูดออกมา

“ผม…”

“มึงรักกูแล้ว?”

มันหัวเราะเขิน ๆ

“ไม่รู้”

“อ้าว”

“แต่คิดว่าน่าจะ…”

มันเกาหลังคอ

“ไปทางนั้น”

ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่น ๆ กระจายอยู่กลางอก

“งั้นค่อยรัก”

ต้นมอง

“หมายถึง?”

ผมยิ้ม

“กูยังอยู่”

แววตามันเปลี่ยน

ก่อนยิ้มกลับ

“ครับ”



คืนนั้นตอนกลับบ้าน

ผมรู้แล้วว่า—

เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก

ไม่ใช่เพราะคืนวันศุกร์

ไม่ใช่เพราะเราข้ามเส้นทางกาย

แต่เพราะต้นพูดคำว่า รัก

และผมไม่ได้กลัวมัน

สิ่งที่ผมกลัว—

คือวันหนึ่งมันจะเลิกพูด

เพราะรอผมนานเกินไป

ผมจอดรถหน้าบ้าน

แต่ยังไม่ลง

หยิบโทรศัพท์

เปิดแชตต้น

พิมพ์

นนท์: เสาร์นี้ว่างไหม

ต้น: ว่าง

ต้น: ทำไม

ผมมองหน้าจอ

ก่อนพิมพ์

นนท์: ไปเดตกัน

ส่ง

อ่านทันที

เงียบ

สิบวินาที

ยี่สิบ

ผมหัวเราะ

ทีตอนกวนตีนตอบไวฉิบหาย

ผ่านไปเกือบนาที

ต้น: พี่

นนท์: อะไร

ต้น: ใช้คำว่าเดตเองเลยเหรอ

นนท์: ไม่ไปก็ได้

ต้น: ไป

ต้น: ไปครับ

ต้น: ไปแน่นอน

ต้น: ห้ามยกเลิก

ผมหัวเราะ

นนท์: รู้แล้ว

ต้นส่งมาอีก

ต้น: ผมเลือกชุดตั้งแต่คืนนี้ได้ไหม

นนท์: เวอร์

ต้น: เดตแรกนะ

ผมหยุด

นนท์: ไม่ใช่เดตแรก

ต้น: แล้วครั้งไหน

ผมนึกถึงร้านข้าวต้ม

กาแฟ

ชาบู

คืนวันศุกร์

ก่อนตอบ

นนท์: ไม่รู้

นนท์: แต่ครั้งนี้กูเป็นคนชวน

สามจุดขึ้น

ต้น: งั้นสำคัญสุด

ผมมองประโยคนั้น

แล้วคิดว่า—

วันเสาร์นี้

บางทีผมอาจเลิกปล่อยให้ต้นเป็นคนรอเสียที

เพราะถ้าความกลัวเดียวที่เหลืออยู่

คือคำว่า แฟนผู้ชาย

ผมก็ควรถามตัวเองให้ชัดสักครั้งว่า—

ระหว่างคำที่ผมกลัว

กับคนที่ผมกลัวจะเสียไป

อะไรสำคัญกว่ากัน

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
182
ตอบกลับ
1620
พลังน้ำใจ
20314
Zenny
68878
ออนไลน์
1248 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-21 02:47 , Processed in 0.102290 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้