ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 41|ตอบกลับ: 1

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 9

[คัดลอกลิงก์]
นิสิตภาคบัณฑิต (M.D.A)
Money Donate Approved
กระทู้
11
ตอบกลับ
10
พลังน้ำใจ
3130
Zenny
4945
ออนไลน์
231 ชั่วโมง
โพสต์ เมื่อวาน 22:02 จากอุปกรณ์พกพา | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


คืนวันศุกร์

“ไปก็ได้”

ผมตอบ

ต้นหยุดไปนิดหนึ่ง

“จริง?”

“เออ”

“ห้องผมนะ”

“กูได้ยิน”

“สองคน”

“มึงจะย้ำทำไม”

มันยิ้ม

“กลัวพี่เปลี่ยนใจ”

“ถ้าย้ำอีกกูจะเปลี่ยนตอนนี้”

“โอเคครับ”

มันรีบลุก

“กลับเลย”

ผมหันไปมองนาฬิกา

17:48

“รีบเหี้ยอะไร”

“เลิกงานแล้ว”

“กูยังเก็บของไม่เสร็จ”

ต้นเอื้อมมือมาปิดฝาโน้ตบุ๊กผม

“เสร็จ”

ผมหันขวับ

“ต้น”

“ครับ”

“วันไหนงานกูหาย กูจะฆ่ามึง”

“Backup แล้ว”

“รู้ได้ไง”

“เห็นพี่กดเมื่อกี้”

ผมหยุด

“มึงมองกูตลอด?”

มันสะพายกระเป๋า

“ครับ”

ตอบง่าย ๆ

แล้วเดินหนี

ผมมองตาม

“ไอ้เหี้ย…”

พี่โอ๊ตที่ยังนั่งอยู่ห่างออกไปหันมา

“อะไร”

“เปล่า”

“จะกลับแล้ว?”

“เออ”

พี่โอ๊ตมองนาฬิกา

แล้วมองหน้าผม

“ห้าโมงสี่สิบแปด?”

“ทำไม”

“วันนี้ Server ทุกตัวในประเทศปกติดีเหรอ”

“ปกติ”

“โลกจะแตกไหม”

“มึงอยากให้กูอยู่ต่อ?”

“ไม่ครับ”

พี่โอ๊ตยกมือไหว้

“เชิญพี่ไปใช้ชีวิต”

ผมชูนิ้วกลางให้มัน

ก่อนเดินตามต้นออกไป



ตอนเข้าลิฟต์ มีพนักงานอีกสี่คนอยู่ด้วย

ผมยืนด้านหนึ่ง

ต้นยืนอีกด้าน

ไม่ได้คุยกัน

แต่ในกระจกเงาของลิฟต์—

ผมเห็นมันมองผม

ผมมองกลับ

มันยิ้ม

ผมทำหน้า

อะไร

มันส่ายหน้า

ไม่มีอะไร

แต่ยังยิ้ม

ผมหลบตา

แม่งเอ๊ย

ยังไม่ได้ถึงห้องมันเลย

ผมก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิดแล้ว

ไม่ใช่ผิดเพราะไม่อยากไป

แต่ผิดเพราะ—

ผมอยากไปมากเกินไปต่างหาก



เราแวะ Supermarket ก่อน

ต้นเข็นรถ

ผมเดินข้าง ๆ

“กินอะไร”

มันถาม

“มึงชวน มึงคิด”

“ชาบูไหม”

“อีกแล้ว?”

“ง่าย”

“ห้องมึงมีหม้อ?”

“มี”

“ผัก?”

“ซื้อ”

“เนื้อ?”

“ซื้อ”

“น้ำจิ้ม?”

“ซื้อ”

ผมมองมัน

“สรุปห้องมึงมีอะไร”

ต้นคิด

“น้ำ”

“กลับบ้านกูดีกว่า”

มันหัวเราะ

“มีไข่”

“กี่ฟอง”

“น่าจะสอง”

“หมดอายุยัง”

“ไม่รู้”

“ชีวิตมึงอยู่มาได้ยังไง”

“ก่อนมีพี่ก็อยู่ได้”

ผมหยุด

ต้นเองก็หยุด

มันพูดเหมือนธรรมดา

แต่ประโยคนั้นกลับฟังแปลก

ก่อนมีพี่

ผมหยิบผักกาดขาวใส่รถ

“เอาอันนี้”

ต้นยิ้ม

“ครับ”

ผมเดินต่อ

ไม่มองหน้า

เพราะรู้ว่ามันเห็นหูผมแดงอีกแล้วแน่ ๆ



เราได้ของมาเกินกว่าจะกินสองคนหมด

เนื้อ

หมู

ลูกชิ้น

เต้าหู้

ผัก

บะหมี่

น้ำอัดลม

เบียร์สองกระป๋อง

ตอนต้นหยิบเบียร์ ผมถาม

“จะกิน?”

“กระป๋องเดียว”

“ขับรถนะ”

“ก็ถึงห้องแล้ว”

“พรุ่งนี้ล่ะ”

ต้นหันมามอง

“พี่จะค้างเหรอ”

ผมหยุด

มันยิ้ม

“ผมยังไม่ได้พูดนะ”

“เอาเบียร์คืนไป”

“โอเค ๆ”

มันหัวเราะ

สุดท้ายก็ยังเอาใส่รถ



คอนโดต้นไม่ได้เปลี่ยนจากครั้งที่ผมเคยขึ้นมา

เพราะจริง ๆ ผมยังไม่เคยขึ้น

เคยแค่ Lobby ตอนมันป่วย

วันนี้เป็นครั้งแรก

พอประตูเปิด—

สิ่งแรกที่ผมพูดคือ

“ห้องมึงสะอาดกว่าที่คิด”

ต้นถอดรองเท้า

“ทำไมทุกคนชอบคิดว่าผมห้องรก”

“เพราะโต๊ะทำงานมึงที่บริษัทเหมือนโดนระเบิด”

“คนละเรื่อง”

ห้องขนาดไม่ใหญ่มาก

หนึ่งห้องนอน

ครัวเล็ก ๆ

โซฟาสีเทา

ทีวี

โต๊ะทำงานตรงมุม

มีเสื้อแจ็กเก็ตพาดเก้าอี้

รองเท้าวิ่งวางเรียงตรงชั้น

บนตู้มีรูปครอบครัว

ผมเดินดู

“นี่พี่สาวมึง?”

“ครับ”

“คนที่โทรวันนั้น?”

“ใช่”

“หน้าเหมือนกัน”

“เขาสวยกว่า”

“กูก็ว่า”

ต้นหันขวับ

“ควรตอบว่าผมหล่อกว่าไหม”

“ทำไมต้องเอาใจ”

“พี่นี่…”

ผมหัวเราะ

ต้นเอาของเข้าครัว

ผมเดินตามไปช่วย

มันล้างผัก

ผมหั่น

ทำไปได้พักหนึ่ง ต้นถาม

“พี่ทำอาหารเป็น?”

“เป็นดิ”

“ดูไม่ออก”

“มึงคิดว่ากูใช้ชีวิตด้วย 7-Eleven เหมือนมึง?”

“ผมมีไข่ตั้งสองฟอง”

“ภูมิใจเหรอ”

ต้นหัวเราะ



เราเปิดหม้อกินกันตรงโต๊ะเล็กหน้าทีวี

เปิดหนังไว้เรื่องหนึ่ง

ไม่มีใครดู

คุยกันมากกว่า

เรื่องบริษัท

ลูกค้า

พี่โอ๊ต

เจ

เรื่องหัวหน้าฝ่ายขาย

เรื่องที่ต้นเคยส่ง Quotation ผิด Version แล้วเกือบโดนด่า

ผมหัวเราะจนสำลักน้ำ

“มึงทำงานมาสามปีได้ไง”

“ความสามารถ”

“ด้าน?”

“เอาตัวรอด”

“อันนี้เชื่อ”

ต้นยิ้ม

ก่อนถาม

“แล้วพี่ล่ะ”

“อะไร”

“เคยทำงานพลาดหนักสุดอะไร”

ผมคิด

แล้วเล่าเรื่องสมัยเป็น Programmer ใหม่ ๆ

แก้ Query บน Production

ลืม WHERE

ต้นหยุดคีบหมู

“พี่…”

“อือ”

“ทั้ง Table?”

“ทั้ง Table”

“แล้ว?”

“Restore Backup”

“โดนไล่ออกไหม”

“ไม่”

“ทำไม”

“หัวหน้ากูบอกว่าคนที่เคยลืม WHERE จะไม่ลืม WHERE อีกตลอดชีวิต”

ต้นหัวเราะจนตัวงอ

“จริงไหม”

“ทุกวันนี้กู Highlight WHERE ก่อน Execute”

“Trauma”

“เรียกประสบการณ์”

“ครับพี่ Senior”

ผมเตะขามันใต้โต๊ะ

ต้นหัวเราะ



ประมาณสองทุ่มครึ่ง ของในหม้อเริ่มหมด

ต้นเปิดเบียร์

ยื่นให้ผมกระป๋องหนึ่ง

“กูขับรถ”

“ไม่ต้องกลับก็ได้”

ผมมองมัน

ต้นชะงัก

“หมายถึง…”

“…”

“ถ้าดึก”

มันรีบเติม

“นอนโซฟาก็ได้”

ผมรับเบียร์มา

“กูยังไม่ได้ถาม”

“รู้”

มันเปิดของตัวเอง

“บอกไว้”

ผมจิบ

ไม่ได้ตอบ



หลังเก็บโต๊ะ เรากลับมานั่งโซฟา

หนังเปลี่ยนไปอีกเรื่อง

ต้นนั่งฝั่งหนึ่ง

ผมอีกฝั่ง

ตรงกลางเหลือที่ว่างประมาณหนึ่งคน

ตลกดี

ตอนอยู่บริษัทมันลากเก้าอี้มาแทบชนผม

พออยู่กันสองคนจริง ๆ—

เสือกนั่งห่าง

ผมมองมัน

ต้นกำลังดูทีวี

หรือทำเหมือนดู

“มึงดูรู้เรื่อง?”

ผมถาม

“ไม่”

“แล้วเปิดทำไม”

“ให้มีเสียง”

“ทำไมต้องมีเสียง”

ต้นหันมา

“ไม่งั้นเงียบ”

“แล้ว?”

“ผมเกร็ง”

ผมหัวเราะทันที

“มึงเนี่ยนะ?”

“ครับ”

“คนที่กวนตีนกูทุกวัน?”

“คนละสถานการณ์”

“สถานการณ์อะไร”

ต้นมองผม

แล้วไม่ตอบ

ผมรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น

เลยหันไปดูทีวีแทน

“เออ ดูหนังไป”

ต้นหัวเราะเบา ๆ



ผ่านไปประมาณสิบห้านาที

ฝนข้างนอกเริ่มตก

ตอนแรกเบา

แล้วหนักขึ้น

ผมมองกระจก

“ตกอีกละ”

ต้นพยักหน้า

“ครับ”

“ช่วงนี้แม่งตกทุกวัน”

“ดี”

ผมหันไป

“ดีอะไร”

มันมองทีวี

“พี่จะได้กลับยาก”

ผมหลุดหัวเราะ

“มึงวางแผนกับกรมอุตุฯ?”

“ผมเก่ง”

“ประสาท”

เราเงียบอีก

แต่คราวนี้—

ต้นขยับ

จากปลายโซฟาเข้ามานิดหนึ่ง

ไม่มาก

ผมเห็น

แต่ไม่พูด

อีกพักหนึ่ง

ขยับอีก

ตอนนี้ระยะเหลือประมาณครึ่งคน

ผมมอง

“มึงจะขยับทีละห้าเซนทำไม”

ต้นหยุด

“พี่เห็น?”

“กูไม่ได้ตาบอด”

“งั้น…”

มันขยับทีเดียวมานั่งข้างผม

หัวไหล่ชนกัน

“พอไหม”

ผมหัวเราะ

“กวนตีน”

แต่ไม่ได้ขยับหนี



เรานั่งแบบนั้น

ไหล่ติดกัน

ผมรู้สึกถึงความอุ่นจากตัวมัน

ต้นไม่ได้ทำอะไร

มือวางบนตัก

ผมเองก็เหมือนกัน

แปลก

ทั้งที่แค่ไหล่แตะกัน

แต่ผมกลับรู้สึกตื่นตัวกว่าตอนจับมือแฟนเก่าครั้งแรกเสียอีก

อาจเพราะนี่คือต้น

คนที่ผมใช้เวลาหลายเดือนพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไร

แล้วตอนนี้มันนั่งติดผมอยู่บนโซฟา

ในห้องมัน

คืนวันศุกร์

ฝนตก

สองคน

เหี้ยครบองค์ประกอบฉิบหาย

ต้นเรียก

“พี่”

“หือ”

“เมื่อวันนั้น…”

“วันไหน”

“หน้าคอนโดพี่”

ผมรู้ทันที

“ทำไม”

“ตอนพี่ดึงผมเข้าไป”

ผมรู้สึกหน้าร้อน

“กูจำไม่ได้”

“โกหก”

“เมา”

“พี่ไม่ได้กินเหล้า”

“ง่วง”

ต้นหัวเราะ

“พี่จะจูบผมใช่ไหม”

ผมเงียบ

“พี่นนท์”

“อะไร”

“ถามอยู่”

ผมหันไป

หน้าเราใกล้กันกว่าที่คิด

“แล้วถ้าใช่”

ต้นหยุดยิ้ม

ผมเองก็หยุด

“ก็…”

เสียงมันเบาลง

“อยากรู้ว่าทำไมไม่จูบ”

คำถามนั้นตรงมาก

ผมหันกลับไปทีวี

“ไม่รู้”

“กลัว?”

“อือ”

ผมตอบตามจริง

ต้นไม่ได้หัวเราะ

“กลัวผม?”

“เปล่า”

“แล้ว?”

ผมหายใจออก

“กลัวตัวเอง”

เงียบ

ต้นขยับตัวหันมาหาผมมากขึ้น

“เพราะ?”

ผมคิดนาน

ก่อนตอบ

“เพราะกูอยากจูบ”

คำพูดออกจากปากแล้ว

ไม่มีทางเอากลับ

ผมได้ยินต้นสูดหายใจ

“แล้วมันน่ากลัวตรงไหน”

“กูก็ไม่รู้”

ผมหัวเราะเบา ๆ

“ถ้ากูไม่อยาก มันง่าย”

“…”

“แต่กูอยาก”

ผมหันไปมองมัน

“แม่งเลยยาก”

ต้นมองผมอยู่นาน

ก่อนถาม

“ตอนนี้ยังอยากอยู่ไหม”

หัวใจผมเต้นแรงขึ้นทันที

“มึงถามทำไม”

“อยากรู้”

“แล้วถ้ากูบอกว่าอยาก”

ต้นกลืนน้ำลาย

“ผมก็จะถามต่อ”

“ว่า?”

มันมองตาผม

“ผมจูบพี่ได้ไหม”

ไม่มีมุก

ไม่มีรอยยิ้ม

ไม่มีคำกวนตีน

ถามจริง

ผมมองมัน

ความคิดในหัวมีเป็นร้อย

นี่ผู้ชาย

นี่ต้น

นี่คนในบริษัท

นี่คนที่พรุ่งนี้ผมยังต้องเจอ

ถ้าเราทำ—

อะไรบางอย่างจะไม่เหมือนเดิม

ต้นเห็นผมเงียบ

มันเลยขยับถอย

“ไม่เป็นไร”

ผมคว้าข้อมือมันไว้

ต้นหยุด

“กูยังไม่ได้บอกว่าไม่ได้”

มันมองผม

“งั้น…”

ผมหายใจเข้า

“เออ”

“เอออะไร”

“มึงนี่แม่ง…”

ผมรู้ว่ามันต้องการให้ผมพูด

เลยพูด

“จูบได้”

ต้นนิ่ง

แล้วหัวเราะเบามาก

“โอเค”

มันขยับเข้ามาช้า ๆ

ช้าจนน่ารำคาญ

ผมรู้ว่ามันตั้งใจ

ให้ผมมีเวลาถอย

แต่ผมไม่ถอย

จนหน้าผากเราเกือบแตะกัน

ลมหายใจของมันอุ่น

มือหนึ่งวางบนโซฟาข้างตัวผม

ยังไม่ได้แตะ

ต้นมองตาผมเป็นครั้งสุดท้าย

ผมไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไร

รู้แค่ว่า—

ผมเป็นคนขยับระยะสุดท้ายเข้าไปเอง

ริมฝีปากเราแตะกัน

สั้นมาก

เบามาก

จนแทบเหมือนไม่ได้เกิดขึ้น

แล้วต้นถอย

ผมลืมตา

มันมองผม

“โอเคไหม”

ผมหายใจออก

“อือ”

“แน่ใจ?”

“มึงถามอีกกูจะกลับบ้าน”

ต้นหัวเราะ

ความตึงคลายลงนิดหนึ่ง

“งั้นไม่ถามแล้ว”

“เดี๋ยว”

มันหยุด

“อะไร”

ผมจับคอเสื้อมัน

ดึงกลับมา

คราวนี้ผมเป็นคนจูบมัน



ครั้งที่สองไม่เหมือนครั้งแรก

ไม่ได้รีบ

แต่ก็ไม่ได้แตะแล้วถอย

มือของต้นค่อย ๆ แตะเอวผม

แล้วหยุด

เหมือนยังถามอยู่แม้ไม่ได้พูด

ผมจับข้อมือมัน

ต้นชะงัก

ผมไม่ได้เอาออก

กลับดึงให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม

มันเข้าใจ

แขนรอบเอวกระชับขึ้น

ร่างผู้ชายที่ผมเคยมองจากโต๊ะอีกฝั่งของออฟฟิศ—

ตอนนี้อยู่ใกล้จนผมรู้สึกถึงน้ำหนัก

ความอุ่น

แรงของแขน

ลมหายใจที่เริ่มไม่สม่ำเสมอ

มันแปลก

แต่ไม่ใช่แปลกแบบอยากหนี

เป็นความแปลกแบบที่สมองผมกำลังพยายามตามร่างกายให้ทัน

ต้นผละออกก่อน

หน้าผากแตะผม

“พี่”

“อะไร”

“โอเคจริงนะ”

ผมหัวเราะหอบ ๆ

“มึงถามรอบที่สามแล้ว”

“ก็…”

“ถ้ากูไม่โอเค กูผลักมึงแล้ว”

ต้นยิ้ม

“ครับ”

ผมมองมัน

“มึงตื่นเต้น?”

“มาก”

“นึกว่าเก่ง”

“ใครบอก”

“ทำเป็นรู้ดี”

“ผมเคยมีแฟน ไม่ได้แปลว่าผมไม่ตื่นเต้นกับพี่”

ประโยคนั้นทำให้ผมหยุด

“มึงเคย…”

ผมกำลังจะถาม

ต้นมอง

“อะไร”

“เปล่า”

มันยิ้ม

“อยากรู้เรื่องแฟนเก่า?”

“ไม่”

“หึง?”

“หุบปาก”

ต้นหัวเราะ

ผมผลักอกมันเบา ๆ

แต่แทนที่จะถอย—

มันจับมือผมไว้

นิ้วประสานกัน

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่นิ้วก้อย

ทั้งมือ

ผมมอง

มือมันใหญ่กว่าผมนิดหนึ่ง

อุ่น

ต้นบีบเบา ๆ

“พี่”

“หือ”

“ผมชอบพี่นะ”

ผมเงียบ

มันยิ้ม

“ไม่ได้บังคับให้ตอบ”

“กูรู้”

“แค่อยากพูด”

ผมมองมือเรา

ก่อนตอบ

“อือ”

ต้นหัวเราะ

“อือ?”

“มึงรู้อยู่แล้ว”

“อยากฟัง”

“เรื่องมาก”

“ครับ”

ผมถอนหายใจ

เงยหน้ามองมัน

“กูก็ชอบมึง”

ต้นนิ่ง

ผมรีบพูด

“พอใจยัง”

มันไม่ตอบ

แค่ดึงผมเข้าไปกอด

ผมชนอกมันเต็ม ๆ

“เฮ้ย”

“ขอแป๊บ”

เสียงมันอยู่ข้างหู

ผมหยุด

แขนสองข้างโอบรอบตัวผม

แน่น

แต่ไม่อึดอัด

ผมไม่ค่อยกอดผู้ชาย

กับเพื่อนก็แค่ตบไหล่

กับพ่อก็แทบไม่เคย

แต่การอยู่ในอ้อมแขนต้น—

กลับไม่ได้รู้สึกผิดที่ผิดทาง

ผมยกแขนกอดกลับ

ตอนแรกหลวม ๆ

แล้วแน่นขึ้น

ต้นหายใจออก

เหมือนมันรอสิ่งนี้มานาน

“พี่”

“อะไรอีก”

“ไม่มีอะไร”

“แล้วเรียกทำไม”

“อยากเรียก”

ผมหัวเราะกับไหล่มัน

“ไอ้เด็กเหี้ย”



ฝนข้างนอกหนักขึ้น

หนังจบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

หน้าจอขึ้น Credits

แต่เราไม่ได้สนใจ

ต้นคลายกอด

มองผม

“ดึกแล้ว”

ผมหยิบโทรศัพท์

23:17

“ฉิบหาย”

“นอนนี่ไหม”

มันถาม

คราวนี้ไม่มีมุก

“พรุ่งนี้ค่อยกลับ”

ผมมองฝน

แล้วมองต้น

“มีเสื้อให้กูเปลี่ยนไหม”

ต้นยิ้มทันที

“มี”

“ยิ้มทำไม”

“พี่จะค้าง”

“เพราะฝน”

“ครับ”

“อย่าคิดมาก”

“ไม่ได้คิด”

“หน้ามึงคิด”

ต้นหัวเราะ

“เดี๋ยวหาเสื้อให้”



ผมอาบน้ำก่อน

ต้นให้เสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้น

เสื้อมันใหญ่กว่าตัวผมนิดหน่อย

พอออกจากห้องน้ำ ต้นมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

“อะไร”

“เสื้อผม”

“รู้”

“เข้ากับพี่ดี”

“กูใส่อะไรก็ได้”

“ครับ”

มันยังมอง

“ไปอาบน้ำ”

“ครับ”

ต้นเดินผ่าน

ก่อนเข้าห้องน้ำหยุดข้างผม

“หอม”

ผมหันขวับ

“ต้น”

มันหัวเราะแล้วปิดประตูหนี

ผมยืนอยู่กลางห้อง

“ไอ้เหี้ย…”



ตอนต้นออกมา ผมกำลังนั่งดูโทรศัพท์บนเตียง

ผมหยุดไปนิดหนึ่ง

มันใส่เสื้อยืดกับกางเกงนอน

ผมเปียก

ไม่มีภาพอะไรหวือหวา

แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราอยู่ในห้องนอนด้วยกัน—

ทุกอย่างเลยดูมากกว่าปกติ

ต้นเช็ดผม

“มองอะไร”

ผมรีบก้มโทรศัพท์

“เปล่า”

“แอบมองผม?”

“กูดูนาฬิกา”

“นาฬิกาอยู่ในหน้าผม?”

“ต้น”

มันหัวเราะ

เดินไปปิดไฟหลัก

เหลือโคมข้างเตียง

“พี่นอนฝั่งไหน”

“ไหนก็ได้”

“ผมนอนขวาปกติ”

“กูก็ขวา”

“งั้นใครเสียสละ”

“เจ้าของห้อง”

ต้นถอนหายใจ

“ครับ”

ผมหัวเราะ



เรานอนลง

ห่างกัน

เกือบหนึ่งเมตร

ตลกมาก

เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังจูบกันอยู่

ตอนนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่ถูกบังคับให้แชร์เตียง

ผมนอนหงาย

มองเพดาน

ต้นนอนอีกฝั่ง

เงียบ

ห้านาที

สิบนาที

ไม่มีใครหลับ

ผมรู้

เพราะมันขยับทุกสามสิบวินาที

“ต้น”

“ครับ”

ตอบทันที

ผมหัวเราะ

“ยังไม่หลับจริงด้วย”

“พี่ก็เหมือนกัน”

“มึงขยับจนเตียงสั่น”

“ผมเกร็ง”

“อีกแล้ว?”

“ครับ”

ผมหันไป

ในแสงสลัวเห็นมันนอนหงายเหมือนกัน

“เกร็งอะไร”

“พี่นอนอยู่ข้าง ๆ”

“แล้ว?”

ต้นหันมามอง

“พี่อยากให้ผมตอบจริง?”

ผมเงียบ

“นอน”

มันหัวเราะ

“ครับ”

อีกสองนาที

ต้นเรียก

“พี่”

“อะไร”

“ขอจับมือได้ไหม”

ผมหันไป

“มึงขอทุกอย่างเลย?”

“ก็ดีกว่าไม่ขอ”

จริง

ผมยื่นมือออกไปกลางเตียง

ต้นมอง

ก่อนยื่นมาจับ

นิ้วประสานกัน

เราอยู่ห่างกัน แต่จับมือ

โง่ดี

แต่ผมชอบ

ผ่านไปพักหนึ่ง ต้นขยับเข้ามา

นิดเดียว

ผมไม่ได้ว่า

อีกนิด

จนแขนแตะกัน

“มึงจะมาเป็นเซนติเมตรอีกแล้ว?”

ต้นหัวเราะ

“พี่เห็นอีกแล้ว”

“เตียงยุบ”

“งั้น…”

มันขยับมาทีเดียว

ตอนนี้ไหล่ชนกัน

ผมหันไป

ต้นอยู่ใกล้

“พอไหม”

มันถาม

ผมมอง

ก่อนตอบ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้?”

ผมเป็นคนขยับเข้าไปอีก

จนแขนเราแนบกันเต็ม ๆ

“ประมาณนี้”

ต้นเงียบ

แล้วผมเห็นมันยิ้มในความมืด

“อย่ายิ้ม”

“ไม่ได้ยิ้ม”

“กูเห็นฟัน”

มันหัวเราะเบา ๆ



เราเริ่มคุยกันในความมืด

เรื่องไร้สาระ

ตอนเด็กต้นเคยโดดเรียน

ผมเคยหนีแม่ไปเล่นเกมร้านเน็ต

มันเคยสอบตกเลข

ผมเคยมีแฟนคนแรกตอนมหา’ลัย

แล้วบทสนทนาก็ค่อย ๆ ไปถึงเรื่องที่เราหลีกเลี่ยง

“พี่”

“หือ”

“เคยคิดไหมว่าจะชอบผู้ชาย”

“ไม่”

ผมตอบตรง

“ไม่เคยเลย?”

“ไม่”

“แล้วตอนรู้ว่าชอบผม…”

ต้นหยุด

“รู้สึกยังไง”

ผมคิด

“รำคาญ”

มันหัวเราะ

“จริงจัง”

“ก็จริง”

ผมหัวเราะเบา ๆ

“รำคาญตัวเอง”

“…”

“กูพยายามหาเหตุผลว่าเพราะมึงมานั่งด้วยทุกวัน”

“…”

“เพราะชิน”

“…”

“เพราะเหงา”

“…”

“เพราะมึงกวนตีนจนกูคิดถึง”

ต้นหัวเราะ

“แล้วสุดท้าย?”

ผมหันไปมองมัน

“สุดท้ายก็คงเพราะเป็นมึง”

ต้นเงียบ

“ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น กูไม่รู้”

ผมพูด

“แต่เป็นมึงแล้ว…”

ผมหาคำ

“กูอยากอยู่ใกล้”

ต้นบีบมือผม

“แค่นั้นก็พอ”

ผมมองมัน

“มึงล่ะ”

“ผม?”

“ทำไมเป็นกู”

ต้นคิดนานกว่า

“พี่ใจดี”

ผมหัวเราะทันที

“ผิดคน”

“จริง”

“กูด่ามึงทุกวัน”

“แต่พี่ดูแลผมทุกครั้ง”

ผมหยุด

“พี่จำวันที่ผมป่วยได้ไหม”

“อือ”

“วันนั้นแหละ”

“อะไร”

“ผมน่าจะเริ่มรู้ตัวจริง ๆ”

ต้นมองผม

“ตอนพี่ถือถุงโจ๊กมายืนหน้าคอนโด แล้วโกหกหน้าตายว่าผ่าน”

ผมหลุดหัวเราะ

“ก็มัน…”

“บ้านพี่คนละทาง”

“เออ”

“ตอนนั้นผมคิดเลย”

ต้นยิ้ม

“ฉิบหายแล้ว”

“เวอร์”

“จริง”

มันขยับเข้ามาอีก

หน้าเราใกล้

“แล้วตอนพี่แตะหน้าผากผมวันกลับมาทำงาน…”

“กูเช็กไข้”

“ผมรู้”

“แล้ว?”

“ผมก็ยังชอบ”

ผมยิ้ม

“โง่”

“ครับ”



เงียบอีกครั้ง

แต่ไม่อึดอัด

ต้นยกมืออีกข้าง

เหมือนจะจับหน้าผม

แต่หยุด

ผมมอง

“อะไร”

“ได้ไหม”

ผมไม่ตอบ

แค่ขยับเข้าไปหา

ปลายนิ้วมันแตะแก้มผม

เบามาก

ไล่ไปถึงข้างหู

แล้วหยุดที่ท้ายทอย

ผมรู้สึกขนลุก

ต้นคงรู้

“หนาว?”

“เปล่า”

มันมองผม

ผมรู้ว่าตอนนี้เราทั้งคู่กำลังคิดอะไร

คราวนี้ไม่มีคำถาม

ผมเป็นคนเข้าไปหา

ริมฝีปากแตะกันอีกครั้ง

ช้ากว่าบนโซฟา

ใกล้กว่าเดิม

มือผมจับต้นแขนมัน

รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่ใต้เสื้อ

ต้นขยับตัวเข้ามา

น้ำหนักของร่างผู้ชายบนที่นอนทำให้ทุกอย่างจริงขึ้นอย่างประหลาด

ผมหายใจแรงขึ้น

มันก็เหมือนกัน

ต้นผละออก

“พี่”

“หือ”

“ถ้าไม่โอเคบอกนะ”

ผมมองมัน

“มึงก็เหมือนกัน”

มันยิ้ม

“ครับ”

แล้วคราวนี้—

ไม่มีใครต้องเป็นฝ่ายนำตลอด

บางจังหวะต้นเข้ามาหา

บางจังหวะผมดึงมันกลับ

บางครั้งมันหยุด

ผมเป็นคนบอกด้วยการขยับเข้าไปว่าไม่ต้องหยุด

บางครั้งผมหยุด

มันก็รอ

ไม่เร่ง

ไม่ถามจนผมกดดัน

แค่รอให้ผมเป็นคนเลือกว่าจะใกล้ต่อหรือพอแค่นั้น

ความรู้สึกมันใหม่

ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชายอย่างเดียว

แต่เพราะผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องรับรู้อีกคนละเอียดขนาดนี้

แรงของมือ

น้ำหนักของแขน

จังหวะหายใจ

ช่วงที่มันลังเล

ช่วงที่มันมั่นใจ

ทุกอย่างชัด

และทุกครั้งที่ผมคิดว่าตัวเองอาจกลัว—

กลับมีอีกความรู้สึกหนึ่งดังขึ้นกว่า

กูอยากอยู่ตรงนี้



หลังจากนั้น—

ไฟในห้องดับไปนานแล้ว

ฝนข้างนอกยังตก

เราไม่ได้พูดอะไรกันอยู่พักใหญ่

ต้นนอนอยู่ข้างผม

แขนหนึ่งพาดอยู่ตรงเอว

ผมหันหลังให้มัน

แต่ตัวเราอยู่ใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง

มันลูบหลังผมช้า ๆ

ไม่ได้พูด

ผมเองก็เหนื่อยจนไม่อยากขยับ

ความเงียบตอนนี้ไม่เหมือนก่อน

ก่อนหน้านี้เงียบเพราะไม่รู้จะทำอะไร

ตอนนี้เงียบเพราะไม่ต้องทำอะไรแล้ว

ผมรู้สึกถึงลมหายใจต้นตรงท้ายทอย

อุ่น

สม่ำเสมอขึ้นเรื่อย ๆ

“ต้น”

“ครับ”

เสียงมันง่วง

“ยังไม่นอน?”

“กำลัง”

ผมหยุด

“มึง…”

“หือ”

“โอเคไหม”

ต้นเงียบไปนิดหนึ่ง

ก่อนกอดผมแน่นขึ้น

“โอเคมาก”

ผมหัวเราะเบา ๆ

“ถามดี ๆ”

“ผมก็ตอบดี”

มันเอาหน้าซุกไหล่ผม

“พี่ล่ะ”

ผมคิด

“โอเค”

“จริง?”

“อือ”

“ไม่เสียใจ?”

คำถามนั้นทำให้ผมลืมตา

ผมหันกลับไป

ต้นมองผมอยู่

ในความมืดเห็นแค่แววตา

“มึงคิดว่ากูเสียใจ?”

“ไม่รู้”

“กูอยู่ตรงนี้”

“รู้”

“ถ้าเสียใจกูคงกลับแล้ว”

ต้นยิ้มบาง ๆ

“ครับ”

ผมมองมัน

“มึงกลัว?”

มันพยักหน้า

ครั้งแรกที่เห็นต้นดูไม่มั่นใจขนาดนี้

“กลัวพรุ่งนี้พี่จะตื่นมาแล้วคิดว่ามันผิด”

ผมเงียบ

ต้นพูดต่อ

“หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

คำพูดนั้นเจ็บนิดหนึ่ง

เพราะผมรู้ว่าตัวเองมีโอกาสทำแบบนั้นจริง

ถ้าเป็นผมเมื่อเดือนก่อน—

คงหนี

แต่คืนนี้ไม่อยาก

ผมยกมือแตะหลังคอมัน

“กูไม่ทำแบบนั้น”

ต้นมอง

“สัญญา?”

ผมหยุด

“กูไม่ชอบสัญญาอะไรที่ยังไม่รู้”

สีหน้ามันตกลงนิดหนึ่ง

ผมเลยพูดต่อ

“แต่กูสัญญาได้อย่างหนึ่ง”

“อะไร”

“พรุ่งนี้กูจะไม่ทำเหมือนคืนนี้ไม่เกิดขึ้น”

ต้นนิ่ง

ก่อนยิ้ม

“พอแล้ว”

“แค่นี้?”

“ครับ”

มันขยับเข้ามากอด

“แค่นี้ก็พอ”



ผ่านไปไม่รู้กี่นาที

ผมเกือบหลับ

ต้นเรียกอีก

“พี่”

“อะไรอีกวะ”

“พรุ่งนี้ไปบริษัท…”

“พรุ่งนี้เสาร์”

“หมายถึงวันจันทร์”

“ทำไม”

มันหัวเราะเบา ๆ

“พี่จะเขินผมไหม”

ผมลืมตา

หันไปมองมัน

“ตอนนี้กูก็เขินอยู่ ไอ้เหี้ย”

ต้นหัวเราะจนตัวสั่น

“จริง?”

“มึงจะให้กูเตะไหม”

“ไม่ครับ”

“นอน”

“ครับ”

มันยังหัวเราะ

ผมผลักหน้ามันออกจากไหล่

ต้นกลับกอดแน่นกว่าเดิม

“ปล่อย”

“ไม่”

“ต้น”

“นอนครับ”

“มึงนี่…”

แต่ผมไม่ได้ดึงแขนมันออก

ตรงกันข้าม—

ผมขยับตัวให้เข้ากับอ้อมแขนมันมากขึ้น

แล้วหลับไปแบบนั้น



ผมตื่นตอนเจ็ดโมงกว่า

สิ่งแรกที่รู้สึกคือ—

หนัก

แขนต้นพาดอยู่บนตัวผม

ขามันเกี่ยวขาผมอยู่

ตัวมันร้อน

ผมหันไป

หน้าอยู่ใกล้มาก

ต้นยังหลับ

ผมมองมัน

ไม่มีผมเซ็ต

ไม่มีเสื้อเชิ้ต

ไม่มีรอยยิ้มกวนตีน

แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่นอนกอดผมอยู่

ผมควรตกใจ

ควรคิดว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป

ควรรู้สึกแปลก

แต่สิ่งแรกที่ผมคิดกลับเป็น—

มันกรนเบา ๆ ด้วยว่ะ

ผมหลุดหัวเราะ

ต้นขยับ

ลืมตา

“กี่โมง”

เสียงงัวเงีย

“เจ็ดกว่า”

“เช้าจัง”

มันหลับตาอีก

แล้วดึงผมเข้าไปใกล้โดยอัตโนมัติ

ผมแข็งไปทั้งตัว

“ต้น”

“หือ”

“ตื่น”

“อีกห้านาที”

“แขนมึงหนัก”

มันคลายออกนิดหนึ่ง

แต่ไม่ปล่อย

“งั้นพี่กอดผมแทน”

“ได้คืบเอาศอก”

“ครับ”

ผมหัวเราะ



อีกสิบนาทีต่อมา ต้นลุกไปเข้าห้องน้ำ

ผมนั่งบนเตียง

มองห้อง

มองเสื้อของมันที่ผมใส่อยู่

มองหมอนข้างตัวเอง

เมื่อคืนกลับเข้ามาในหัวทีละช่วง

แล้วคำถามหนึ่งก็ตามมา

แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกัน

ผมหยุด

ความอบอุ่นเมื่อครู่เหมือนเย็นลงนิดหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะเสียใจ

แต่เพราะผมเพิ่งรู้ว่า—

เราข้ามเส้นมาแล้ว

แต่สถานะยังอยู่ที่เดิม

ประตูห้องน้ำเปิด

ต้นเดินออกมา

“หิวไหม”

“นิดหน่อย”

“ผมทำไข่ให้”

ผมหัวเราะ

“ไข่สองฟองที่ไม่รู้หมดอายุหรือยัง?”

“ซื้อใหม่แล้ว”

“ตอนไหน”

“เมื่อวาน”

“เตรียม?”

ต้นยิ้ม

“เผื่อ”

“เผื่ออะไร”

“เผื่อพี่ค้าง”

ผมมองมัน

“วางแผน?”

“หวัง”

คำตอบต่างกันนิดเดียว

แต่ทำให้ผมใจอ่อน



ต้นทำไข่คน

ไหม้

ผมยืนพิงเคาน์เตอร์ดู

“มึงเรียกนี่ว่าไข่คน?”

“ครับ”

“กูเรียกหลักฐานคดี”

“กินได้”

มันตักใส่จาน

ผมชิม

“เค็ม”

“เรื่องมาก”

“มึงใส่เกลือเท่าไหร่”

“ไม่ได้ตวง”

“เห็นไหม”

ต้นยื่นจานมา

“งั้นพี่ทำ”

“เอามา”

สุดท้ายผมทำใหม่

ต้นยืนข้าง ๆ

ไม่ได้ช่วย

แค่ยืน

“ถอย”

“ทำไม”

“เกะกะ”

“ผมอยากดู”

“ดูจากตรงนั้นได้”

“ตรงนี้ชัด”

มันยืนชิดหลังผมเกินไป

ผมหัน

“ต้น”

“ครับ”

“ถอย”

“ทำไม”

“กูทำอาหารอยู่”

“ผมไม่ได้ทำอะไร”

มันพูด แต่แขนเริ่มมาวางตรงเอว

ผมหยุด

“นี่เรียกไม่ทำ?”

ต้นเอาคางเกยไหล่

“กอดเฉย ๆ”

หัวใจผมเต้นแรงอีกแล้ว

“ร้อน”

“แอร์เปิดอยู่”

“หนัก”

“โกหก”

“ต้น”

มันหัวเราะ

แต่ยอมปล่อย

ก่อนเดินไปนั่งโต๊ะ

ผมหันกลับมาทำไข่

แล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังยิ้ม

เหี้ยจริง



เรากินอาหารเช้า

ผมใส่เสื้อมัน

ต้นผมยังไม่เรียบร้อย

โทรศัพท์ทั้งคู่วางบนโต๊ะ

ไม่มีเรื่องงาน

ไม่มีคนอื่น

ภาพนี้ธรรมดามาก

แต่กลับทำให้ผมรู้สึกแปลกกว่าทุกอย่างเมื่อคืน

เพราะเมื่อคืนอาจเป็นอารมณ์

เป็นความใกล้ชิด

เป็นความต้องการ

แต่เช้านี้—

เหมือนชีวิตจริง

ต้นกินไข่

ผมดื่มกาแฟ

มันเลื่อนแก้วน้ำมาให้เพราะรู้ว่าผมต้องกินหลังอาหาร

ผมหยิบทิชชูส่งให้เพราะซอสมันติดมุมปาก

ไม่มีใครคิด

ทำไปเอง

เหมือนเคยทำแบบนี้มานาน

ทั้งที่นี่เป็นเช้าแรก

และความรู้สึกนั้น—

น่ากลัวกว่าคืนที่ผ่านมาอีก

เพราะผมไม่ได้แค่อยากจูบต้น

ผมเริ่มมองเห็นภาพว่า—

ถ้าตื่นมาเจอมันแบบนี้บ่อย ๆ

ก็คงดี



ต้นวางช้อน

“พี่”

“หือ”

“ถามอะไรได้ไหม”

ผมรู้ทันที

มาแล้ว

“ถาม”

มันมองผม

“เมื่อคืน…”

“อือ”

“สำหรับพี่คืออะไร”

ผมหยุด

คำถามง่าย

แต่ช้อนในมือผมหนักขึ้นทันที

“หมายถึง?”

ต้นหัวเราะเบา ๆ

“พี่รู้อยู่แล้วว่าผมหมายถึงอะไร”

ผมวางช้อน

มันไม่ได้เร่ง

ไม่ได้ทำหน้าเสียใจ

แค่รอ

“กูไม่เสียใจ”

ผมพูดก่อน

“ผมไม่ได้ถามว่าเสียใจไหม”

“รู้”

“แล้ว?”

ผมหายใจออก

“มันสำคัญ”

ต้นมอง

“สำคัญยังไง”

“กูก็…”

คำพูดติด

ผมหงุดหงิดตัวเอง

เมื่อคืนยังพูดได้

ทำได้

อยู่ใกล้กันได้

แต่เช้านี้แค่คำเดียวกลับพูดยาก

ต้นมองผม

“พี่”

“อะไร”

“ผมไม่ได้จะบังคับให้พี่พูดว่าแฟน”

ผมหยุด

“แต่ผมอยากรู้ว่า…”

มันเลือกคำ

“เรากำลังไปทางเดียวกันไหม”

ผมมองมัน

ต้นยิ้มบาง ๆ

“หรือเมื่อคืนพี่แค่…”

มันหยุด

ผมรู้ว่าคำต่อไปคืออะไร

อยาก

แค่ชั่วคราว

ผมรีบตอบ

“ไม่ใช่”

ต้นเงยหน้า

“ไม่ใช่แค่นั้น”

ผมพูด

“ถ้ากูแค่อยาก กูคงไม่มานั่งแดกไข่เค็ม ๆ ของมึงตอนเจ็ดโมงเช้า”

ต้นหลุดหัวเราะ

“ยังจะด่าไข่ผมอีก”

“มันเค็มจริง”

“ครับ ๆ”

รอยยิ้มกลับมา

แต่คำถามยังไม่หาย

ผมมองมัน

ก่อนพูดสิ่งที่ชัดที่สุดเท่าที่ผมทำได้ตอนนั้น

“กูเลือกมึงอยู่”

ต้นนิ่ง

“ยังไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร”

“…”

“แต่กูไม่ได้มองหาคนอื่นแล้ว”

ผมสบตามัน

“แล้วเมื่อคืนก็ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องนั้น”

ต้นมองผมนาน

ก่อนพยักหน้า

“โอเค”

“แค่นี้?”

“ครับ”

“มึงถามจนกูเครียดแล้วตอบโอเค?”

ต้นยิ้ม

“เพราะผมได้คำตอบแล้ว”

“คำตอบอะไร”

“พี่ไม่ได้หนี”

ผมเงียบ

ต้นลุกเอาจานไปเก็บ

ก่อนเดินผ่านผม—

มือมันแตะหัวผมเบา ๆ

เหมือนลูบ

ผมเงยหน้าทันที

“มึงลูบหัวกู?”

ต้นชะงัก

“ครับ”

“กูแก่กว่ามึงสามปี”

“แล้ว?”

“อย่าลูบ”

“เมื่อคืนยัง—”

“ต้น”

มันหัวเราะแล้ววิ่งเข้าครัว

“ไอ้เหี้ย!”

เสียงหัวเราะดังออกมา

ผมส่ายหน้า

แต่ตัวเองก็ยิ้ม



ผมกลับบ้านเกือบสิบเอ็ดโมง

ต้นเดินลงมาส่งถึงรถ

“ถึงแล้วบอก”

“รู้แล้ว”

“ขับดี ๆ”

“เออ”

“พี่”

“อะไรอีก”

มันมองรอบ ๆ

ลานจอดรถไม่มีคน

ก่อนขยับเข้ามา

เหมือนจะทำอะไร

แต่หยุด

ผมรู้

มันกำลังรอ

ผมเลยยื่นมือไปจับแขนมัน

ดึงเข้ามากอดสั้น ๆ

ต้นแข็งไปหนึ่งวินาที

ก่อนกอดกลับ

“พอ”

ผมรีบปล่อย

“เดี๋ยวคนเห็น”

ต้นยิ้ม

“ครับ”

ผมเปิดประตูรถ

“เจอกันจันทร์”

“ครับ”

ผมขึ้นรถ

ก่อนปิดประตู ได้ยินมันพูด

“พี่”

“อะไร”

“วันจันทร์อย่าทำเป็นไม่รู้จักผมนะ”

ผมหยุด

นึกถึงสิ่งที่สัญญาเมื่อคืน

ผมมองมัน

“กูไม่ทำ”

ต้นยิ้ม

“โอเค”

ผมขับออกมา

มองกระจกหลัง

มันยังยืนอยู่

และตลอดทางกลับบ้าน—

ผมคิดถึงวันจันทร์

มากกว่าคิดถึงเมื่อคืนเสียอีก

เพราะบนเตียง

เรามีแค่สองคน

แต่ในบริษัท—

มีคนเป็นร้อย

และผมกำลังจะต้องเรียนรู้ว่า

การเลือกใครสักคนตอนอยู่กันสองคน

ง่ายกว่าการยอมรับการมีอยู่ของเขา

ในชีวิตจริงมากแค่ไหน



คืนวันอาทิตย์

22:46

ผมกำลังจะนอน

ต้นส่งข้อความมา

ต้น: พรุ่งนี้

นนท์: ทำไม

ต้น: ผมไปนั่งโต๊ะพี่ได้เหมือนเดิมไหม

ผมอ่าน

รู้ว่ามันไม่ได้ถามเรื่องเก้าอี้จริง ๆ

มันถามว่า—

หลังจากคืนวันศุกร์

มันยังมีที่เดิมในชีวิตผมหรือเปล่า

ผมตอบ

นนท์: เก้าอี้มึงก็อยู่ตรงนั้น

อ่านทันที

ต้น: :)

ผมกำลังจะวางโทรศัพท์

ข้อความใหม่มา

ต้น: ฝันดีครับ

ผมพิมพ์

นนท์: ฝันดี

หยุด

ก่อนเติมอีกประโยค

นนท์: พรุ่งนี้ซื้อกาแฟด้วย

ต้นตอบทันที

ต้น: ใช้งานเก่ง

นนท์: ไม่ซื้อก็ไม่ต้องมา

ต้น: ซื้อครับ

ต้น: อยากมา

ผมมองคำสุดท้าย

ยิ้ม

แล้ววางโทรศัพท์

ตอนนั้นผมยังคิดว่า—

เรื่องยากที่สุดของเราผ่านไปแล้ว

เรายอมรับว่าชอบกัน

เลือกกัน

ผ่านคืนแรกไปด้วยกัน

ไม่มีใครหนี

สิ่งที่เหลือก็คงมีแค่—

พูดคำว่าแฟนให้ได้

ผมคิดง่ายไป

เพราะเช้าวันจันทร์

สิ่งแรกที่ผมจะเห็นหลังเดินเข้าบริษัท

ไม่ใช่กาแฟของต้น

แต่เป็นเจ

ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะต้น

พร้อมพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดเดิน

“ต้น”

เจพูด

“เรื่องที่กูบอกว่ากูชอบมึงวันนั้น…”

ผมหยุดอยู่หลัง Partition

“…กูไม่ได้พูดเล่นนะ”

และครั้งนี้—

คนที่ต้องยืนฟังอีกฝ่ายถูกสารภาพรัก

ไม่ใช่ต้น

แต่เป็นผม

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +16 Zenny +300 ย่อ เหตุผล
tutakam3 + 16 + 300

ดูบันทึกคะแนน

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
182
ตอบกลับ
1620
พลังน้ำใจ
20314
Zenny
68878
ออนไลน์
1248 ชั่วโมง
โพสต์ 2 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-9-21 02:47 , Processed in 0.109395 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้