แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย SMFic เมื่อ 2026-4-13 13:56
. ผมชื่อ ชาญ อายุ 24 ปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งของให้บริษัทขนส่งเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ วันหนึ่งได้เงิน เป็นค่าจ้างรายวัน เพียง 500-550 บาท มีสวัสดิการเป็นเพียงประกันสังคม ไม่มีเงินเดือนประจำ
งานประจำวันของผมคือขับรถ 6 ล้อ ไปของให้กับลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ ยกกล่องหนัก ๆ ขึ้นลงรถทุกวันจน ร่างกายผมแข็งแรงแบบไม่ต้องออกกำลังกาย กล้ามเนื้อท้องเป็นลอนชัดเจน แขนและต้นขาแน่นจากแรงงาน
เงินที่หาได้ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าห้องพักแถวบางนา ค่าอาหาร และค่าน้ำมันรถจักรยานยนต์ ผมไม่มีเงินพอจะซื้อตั๋วเครื่องบินหรือรถทัวร์เพื่อจะกลับเยี่ยมญาติช่วงสงกรานต์ ปีนี้เลยต้องเลือกนั่งรถไฟชั้นสามตู้นั่งพัดลม เพื่อจะกลับบ้านที่หาดใหญ่ เพราะว่าเป็นทางเลือกเดียวที่ราคาถูกที่สุดที่ผมจับต้องได้
ผมออกจากห้องเช่า ช่วงเที่ยงๆวันที่ 11 เมษายน ใส่เพียงเสื้อยืดกล้ามสีเทาบาง ๆ ที่ซักจนบางและกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่า ขาดเป็นริ้วตรงต้นขา เพราะอากาศร้อนอบอ้าว กระเป๋าใบเล็กมีเสื้อผ้าเปลี่ยนสองชุดกับเงินติดตัวไม่ถึงสองพันบาท
ผมเดินเดินขึ้นไปในขบวนรถไฟสายใต้ที่ผมจองไว้ ภายในตู้รถไฟชั้นสามแน่นขนัดสุด ๆ ผู้คนอยู่กันแน่น กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหารกล่อง กลิ่นน้ำหอมถูก ๆ และกลิ่นควันจากเครื่องยนต์ปะปนกัน อากาศร้อนจนเสื้อยืดของผมติดเนื้อทันที กล้ามท้องเป็นลอน ๆ โผล่พ้นขอบเสื้อเล็กน้อยเพราะเหงื่อซึม
ผมหาที่นั่งติดหน้าต่างฝั่งขวาได้พอดี วางกระเป๋าไว้ที่ตัก เอนหัวพิงขอบหน้าต่าง แล้วถอนหายใจยาว ไม่นานนัก มีชายสองคนเดินเข้ามาในตู้ พวกเขาผิวคล้ำแดง ผมสั้นเกรียนเกือบเตียน คิ้วเข้ม ตัวสูงใหญ่กว่า 180 เซนติเมตร แขนหนาเต็มเส้นเลือด ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเข้ม กางเกงยาวทหารลายพราง คล้ายพวกรับราชการทหารหรืออดีตทหารที่เพิ่งปลด
“ที่นี่ว่างไหมครับ” คนตัวสูงกว่าเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ผมพยักหน้า “ว่างครับ”
ทั้งคู่นั่งลงตรงข้ามผมทันที คนหนึ่งนั่งตรงหน้า คนหนึ่งนั่งเฉียงเล็กน้อย ดวงตาของพวกเขามองผมจากหัวจรดเท้าแบบไม่ปิดบัง ผมไม่ได้สนใจอะไร เพราะรถไฟแบบนี้ใครจะมานั่งตรงไหนก็ได้
ไม่นานนักรถไฟออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์เวลา 16.10 น. ตรงเป๊ะ รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานี เสียงล้อรถไฟดังกึกก้อง ลมจากหน้าต่างที่เปิดแง้มพัดโกรกเข้ามาเย็นสบาย ไม่ถึงสิบนาที ผมที่เหนื่อยจากการทำงานทั้งสัปดาห์ช่วงก่อนเทศกาลหยุดยาว ทำให้ ผมค่อยๆง่วง และผมก็หลับไป… . . ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแม่ค้าขึ้นรถตะโกนขายของกินเสียงดังลั่นตู้ “ข้าวเหนียวไก่ย่าง… ข้าวเหนียวหมูปิ้ง… น้ำเปล่า… น้ำอัดลม… มีใครซื้อไหมจ๊ะ!”
รถไฟกำลังวิ่งผ่านพื้นที่ชนบทสายใต้ แสงแดดยามเย็นๆสีทองสาดส่องเข้ามาเข้ามาในตู้ ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ ตัวยังชาไปหมดจากท่านั่ง
ชายสองคนที่นั่งตรงข้ามยังอยู่ครบทั้งคู่ ไม่ได้ลุกไปไหน พวกเขากำลังก้มหน้าหลุบเล่นโทรศัพท์ คนตัวสูงเล่นเกมเสียงเบา ๆ ส่วนอีกคนกำลังเลื่อนนิ้วดูคลิปอะไรบางอย่างบนหน้าจอ ใบหน้าของทั้งคู่ดูสงบ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาทางผมเป็นครั้งคราว แต่ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นปกติทั่วไปของคนที่นั่งเบื่อๆ อาจจะมองไปมาบ้าง
ท้องผมร้องครวญ ผมเลยยกมือเรียกแม่ค้าที่เดินผ่านมา “เอาข้าวเหนียวไก่ย่างหนึ่งกับน้ำอัดลมโค้กครับ”
แม่ค้าส่งถุงพลาสติกมา ผมจ่ายเงินแล้วกินข้าวตรงที่นั่ง กินเงียบ ๆ ไก่ย่างร้อน ๆ หอม ๆ ช่วยเติมพลังที่หายไปทั้งวัน ผมกินจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบนาที
กินเสร็จ ผมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย แล้วเดินไปยังห้องน้ำตรงท้ายตู้รถไฟ ใช้น้ำล้างหน้า บ้วนปากให้สะอาด เตรียมตัวนอนยาวจนถึงเช้าเพราะพรุ่งนี้รถไฟจะถึงหาดใหญ่ประมาณหกโมงกว่า
เดินกลับมาที่นั่ง ผมรู้สึกง่วงหนักกว่าตอนแรกมาก อาจเพราะอากาศร้อนอบอ้าวในตู้รถไฟ บวกกับท้องที่อิ่มจากการกินข้าวเหนียว ตัวผมเลยอ่อนเพลียไปหมด “ง่วงชิบหาย…” ผมพึมพำกับตัวเอง
ผมจัดท่านั่งให้เรียบร้อย เอากระเป๋าใบเล็กวางรองหัวพิงขอบหน้าต่าง แล้วค่อย ๆ ฟุบลงไปนอนตะแคงตัวหันหน้าเข้าหาตัวรถไฟ หลังพิงเบาะ หวังว่าจะหลับสนิทไปจนถึงเช้า…. . .
|