ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 258|ตอบกลับ: 8

เพื่อนกันมันส์เสียว 12

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
274
ตอบกลับ
80
พลังน้ำใจ
10590
Zenny
42228
ออนไลน์
3862 ชั่วโมง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-1-20 11:23



หลังจากจัดการล็อกกุญแจหน้าร้านเรียบร้อย เราสองคนก็ออกเดินเท้าเปล่าลัดเลาะไปตามชายหาดเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านพัก


ระยะทางจากร้านแม่ไปถึงที่พักโฮมสเตย์จริงๆ ก็แค่ประมาณ 500 เมตร... ปกติเดินฮัมเพลงไม่ทันจบเพลงก็คงถึง


แต่คืนนี้... เราสองคนพร้อมใจกันทอดน่องเดินให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับอยากจะยืดระยะทางสั้นๆ นี้ให้ยาวออกไปเป็นกิโล


บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นซัดหาดทรายขาวและเสียงใบมะพร้าวลู่ลม บ้านเรือนแถวนี้ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว รวมทั้งบ้านใหญ่ของแม่ไบซันที่เห็นไฟหรี่ๆ อยู่ไกลลิบ


ไบซันที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ข้างๆ หันซ้ายหันขวามองลาดเลาอย่างระมัดระวัง พอเห็นว่าทางสะดวก ปลอดคน และปลอดแม่...


มือหนาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าก็ค่อยๆ คลายออก แล้วเลื่อนมาแตะที่หลังมือผมเบาๆ


แปะ...


สัมผัสแผ่วเบาที่หลังมือทำเอาผมใจเต้นตึกตัก ผมค่อยๆ แบมือออกรับการประสาน นิ้วเรียวยาวของไบซันสอดแทรกเข้ามาตามร่องนิ้วของผมอย่างช้าๆ แล้วกระชับจับไว้จนแน่น


เราเดินจูงมือกันท่ามกลางความมืด โดยไม่มีใครพูดอะไร มีแค่ความอุ่นวาบที่ส่งผ่านฝ่ามือถึงกัน


ไบซันดึงมือผมให้ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนไหล่ของเราเบียดเสียดสีกันทุกจังหวะการก้าวเดิน


"ทำไมทางมันสั้นจังวะ..."


ไบซันบ่นพึมพำ ทำลายความเงียบขึ้นมา


"ปกติกูเดินแป๊บเดียวก็ถึง... ทำไมวันนี้กูอยากให้มันไกลสักสิบกิโลก็ไม่รู้"


ผมหลุดขำเบาๆ กระชับมือตอบมันแน่นขึ้น


"เวอร์น่า... สิบกิโลมึงเดินขาลากพอดี"


"ก็กูไม่อยากปล่อยมือนี่หว่า..."


มันยกมือที่กุมกันอยู่ขึ้นมาจูบที่หลังมือผมเบาๆ หนึ่งที แล้วรีบปล่อยลงเดินแกว่งแขนต่อเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่มองมาหวานเชื่อมจนน้ำตาลเรียกพี่


"คืนนี้ต้องนอนกอดหมอนข้างคนเดียว... เหงาแย่เลยว่ะ" มันทำเสียงอ้อน


"ทนเอาหน่อยหน่า... เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็ได้เจอกันแล้ว" ผมปลอบใจ ทั้งที่ในใจก็ไม่อยากปล่อยมือเหมือนกัน


เราเดินแอบอิงกันมาเรื่อยๆ ซึมซับไออุ่นของกันและกันให้ได้มากที่สุด ในความมืดที่มีแค่แสงดาวและแสงจันทร์สลัวๆ... การได้แอบจับมือกันเดินเล่นริมทะเลแบบนี้ มันกลับรู้สึกโรแมนติกและตื่นเต้นกว่าการเดินจับมือกันกลางห้างเสียอีก


ยิ่งใกล้ถึงหน้าห้องพักเท่าไหร่... แรงบีบที่มือก็ยิ่งแน่นขึ้นเท่านั้น เหมือนเป็นการบอกลาที่ไม่อยากจะลาเลยจริงๆ


ไบซันยังคงจับมือผมไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม้เราจะเดินมาถึงจุดหมายแล้ว


"ถึงแล้ว..." ผมพูดเสียงเบา ไม่อยากทำลายความเงียบ


"อือ... ถึงแล้ว" ไบซันรับคำในลำคอ แต่เท้ายังตายอยู่กับที่ ไม่ยอมขยับถอยหลังกลับไป


มันก้าวขึ้นมายืนบนชานระเบียงหน้าห้องกับผม ดันร่างผมให้ถอยไปพิงกับบานประตูไม้ แล้วใช้แขนทั้งสองข้างกักขังผมไว้ในอ้อมแขน ก้มหน้าลงมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและโหยหา


"กูไม่อยากกลับไปนอนบ้านใหญ่เลยว่ะ..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากผม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินจนผมใจสั่น "อยากนอนกอดมึงที่นี่"


"ไม่ได้..." ผมตอบเสียงแผ่ว ยกมือขึ้นวางบนอกกว้างของมัน "เดี๋ยวแม่สงสัย... อดทนหน่อยนะ"


ไบซันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม


"งั้นขอ... มัดจำไว้ก่อน"


สิ้นคำขออนุญาต (ที่ไม่รอคำตอบ) ริมฝีปากอุ่นจัดก็ประกบลงมาปิดปากผมทันที


เริ่มต้นด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลแผ่วเบาเหมือนเกลียวคลื่นลูกเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ ทวีความรุนแรงและดูดดื่มขึ้นตามแรงปรารถนาที่ต้องเก็บกดไว้


ไบซันบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง เรียวลิ้นร้อนแทรกเข้ามาควานหาความหวานล้ำภายในโพรงปากผมอย่างกระหาย ผมเผลอครางในลำคอเบาๆ ยกแขนขึ้นโอบรอบคอมันโดยอัตโนมัติ เอียงใบหน้าปรับองศาเพื่อรับจูบที่ลึกซึ้งขึ้น


เสียงคลื่นซัดฝั่งดังคลอไปกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของเราสองคน ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ไบซันตักตวงความหวานจากผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะกักตุนไว้ใช้ให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้


ผ่านไปเนิ่นนานจนผมเริ่มขาอ่อนแรง ไบซันถึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง แต่มันยังคงเอาหน้าผากแนบชิดกับหน้าผากผม ปลายจมูกคลอเคลียกันไม่ห่าง


"ฝันดีนะ... ผัวจ๋า"


มันกระซิบเสียงพร่า จูบย้ำที่มุมปากผมอีกครั้งหนักๆ


"ฝันดีเหมือนกัน... ไอ้หมีควาย" ผมยิ้มเขินๆ ตีอกมันแก้เก้อ


ไบซันยิ้มกว้าง ยีหัวผมจนยุ่งเหยิงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดใจผละออกห่าง แล้วเดินถอยหลังลงบันไดไป


มันเดินถอยหลังพลางมองหน้าผมไปด้วย จนเกือบสะดุดรากมะพร้าว แต่ก็ยังไม่วายส่งจูบให้อีกที ก่อนจะหันหลังวิ่งเหยาะๆ หายวับไปในความมืดทางฝั่งบ้านใหญ่


ผมยืนพิงประตู มองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับสายตา... ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังบวมเจ่อนิดๆ


คืนนี้คงหลับฝันดี... หรือไม่ก็นอนไม่หลับทั้งคืนแน่ๆ เลยกู









ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น ผิดกับทุกวันที่ต้องตื่นมาเจอเสียงนาฬิกาปลุก แต่เช้านี้กลับมีกลิ่นหอมๆ ของข้าวต้มลอยมาเตะจมูกแทน


"ตื่นแล้วเหรอ..."


เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทัก ไบซันในชุดเสื้อยืดสบายๆ นั่งอยู่ข้างเตียง ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้มร้อนๆ มาวางไว้ให้ที่โต๊ะหัวนอนอย่างเบามือ


"กูเห็นมึงหลับสบายเลยไม่อยากปลุก... ลุกมากินข้าวก่อนสิ กูแอบไปตักมาจากในครัวให้ กุ้งตัวเบ้อเริ่มเลยนะ"


ไบซันส่งยิ้มหวาน กุลีกุจอเลื่อนถาดเข้ามาใกล้ จัดแจงช้อนส้อมให้เสร็จสรรพเหมือนภรรยาดูแลสามีไม่มีผิด


ผมยิ้มรับความเอาใจใส่นั้น ขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปจับข้อมือมันให้หยุดวุ่นวาย


"ขอบใจนะ..." ผมดึงมันลงมานั่งข้างๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปกดจูบที่แก้มมันฟอดใหญ่ "น่ารักแต่เช้าเลยนะมึงเนี่ย"


ไบซันหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มเขินๆ แล้วตีแขนผมเบาๆ


"รีบกินเถอะน่า... เดี๋ยวเย็นหมด วันนี้กูเตรียมชุดไว้ให้แล้วนะ สายๆ เราจะได้รีบไปเที่ยวเกาะกัน"


. . .


10:00 น.


แผนการฮันนีมูนรอบสองดูเหมือนจะพร้อม


ไบซันดูตื่นเต้นมาก มันจัดแจงสะพายเป้ใบใหญ่ (ที่ข้างในคงมีแต่ของของผม) เดินนำลิ่วออกจากบ้านพักท่าทางร่าเริงสุดขีด


"ปืน เร็วๆ สิ เดี๋ยวแดดร้อน" มันหันมากวักมือเรียกผมยิกๆ


ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามไปชิลล์ๆ มองท่าทางดี๊ด๊าของมันด้วยความเอ็นดู


แต่ทว่า... ความฝันที่จะไปสวีทกันสองคนก็พังทลายลงทันทีที่เดินมาถึงหน้าร้าน


"ไอ้ซัน!! จะพากันไปไหน!"


แม่ไบซันยืนเท้าเอวดักหน้าอยู่ สีหน้าเคร่งเครียด


"วันนี้งดเที่ยว! ทัวร์ลงจองโต๊ะใหญ่ 20 คน ไหนจะลูกค้าขาจรอีก เอ็งสองคนห้ามไปไหนเด็ดขาด! ไปเปลี่ยนชุด แล้วมาช่วยแม่เดี๋ยวนี้!"


คำสั่งประกาศิตทำเอาไบซันชะงัก รอยยิ้มร่าเริงเมื่อกี้หุบลงทันที ไหล่กว้างๆ ตกลู่ลงเหมือนเด็กโดนยึดของเล่น มันหันมามองหน้าผมด้วยสายตาละห้อย ปากคว่ำลงอย่างเห็นได้ชัด


"แม่... แต่ซันสัญญากับปืนไว้แล้วนะว่าจะพาไปเกาะ..." ไบซันเสียงอ่อย พยายามต่อรองเสียงเบา


"ไม่ได้! งานคืองาน!" แม่เสียงแข็ง


ไบซันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันมาหาผมเหมือนจะฟ้องว่า 'ปืน... ดูแม่ดิ'


ผมเห็นท่าทางหงอยๆ ของมันแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ผมเดินเข้าไปวางมือบนไหล่หนาของมัน บีบเบาๆ เรียกสติ


"ไม่เป็นไรซัน..." ผมพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น ให้มันรู้ว่าผมโอเค


แล้วผมก็หันไปพูดกับแม่ด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นการเป็นงาน


"ไม่ต้องห่วงครับน้า เดี๋ยวพวกผมอยู่ช่วยเองครับ ลูกค้าเยอะถือเป็นเรื่องดีครับน้า"


แม่มองหน้าผมแล้วยิ้มพอใจ "เออ... พูดจาเข้าท่า ดีมากปืน งั้นรีบไปเตรียมตัวนะ"


พอแม่เดินเข้าครัวไป ไบซันก็ทิ้งตัวนั่งแปะลงกับเก้าอี้ม้าหินอ่อน ถอนหายใจยาวเหยียด


"เฮ้อ... อดเลย อุตส่าห์วางแผนตั้งนาน... ขอโทษนะปืน" มันเงยหน้ามองผมอย่างรู้สึกผิด


ผมยิ้มบางๆ เดินเข้าไปเสยผมหน้าม้าที่ปรกหน้ามันขึ้น


"ขอโทษอะไร... ช่วยแม่ทำมาหากินน่ะดีแล้ว" ผมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มมันเบาๆ "ไม่ต้องทำหน้าหงอย เกาะมันไม่หนีไปไหนหรอก เดี๋ยวว่างค่อยไปก็ได้"


"ก็กูอยากอยู่กับมึงสองคนนี่หว่า..." ไบซันบ่นงุ้งงิ้ง


"อยู่ช่วยงานร้าน ก็อยู่ด้วยกันเหมือนกันแหละน่า..." ผมก้มลงกระซิบข้างหูมัน "เป็นเด็กดีช่วยแม่ก่อน... ไว้คืนนี้กูให้รางวัลปลอบใจ โอเคมั้ย?"


ไบซันหูผึ่งทันที แววตาหงอยๆ เปลี่ยนเป็นประกายวิบวับ


"จริงนะ?"


"อือ... ลุกไปเปลี่ยนชุดได้แล้วไป เดี๋ยวแม่ดุ"


ไบซันรีบลุกขึ้นยืนทันที ยิ้มแป้นอย่างมีความหวัง


"ครับผัว! เอ้ย... ครับปืน! ไปเดี๋ยวนี้แหละ!"


มันรีบวิ่งกลับห้องพักไปอย่างว่าง่าย ทิ้งให้ผมยืนมองตามพลางส่ายหัว... บทจะดื้อก็ดื้อ บทจะเชื่อฟังก็เชื่องเป็นลูกแมวเชียวนะมึง


เที่ยงวัน... แดดเปรี้ยงจนไอร้อนระอุไปทั่วร้าน ทัวร์ลงตามที่แม่บอกจริงๆ คนยี่สิบกว่าคนเดินพาเหรดกันเข้ามาพร้อมความหิวโหย


ผมปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา สูดหายใจเข้าลึก แล้วฉีกยิ้มการค้าต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหญ่


"เชิญด้านในเลยครับ! โต๊ะยาวจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ!"


ผมตะโกนแข่งกับเสียงคุยจอแจ วิ่งวุ่นรับออเดอร์ เสิร์ฟน้ำ ยกจานกับข้าวหนักอึ้ง มือเป็นระวิงจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เสื้อยืดสีขาวของผมเปียกชุ่มจนแนบเนื้อไปหมด


เหนื่อย... ยอมรับเลยว่าเหนื่อยชิบหาย ปกติอยู่กรุงเทพฯ แค่เดินตากแดดไปซื้อข้าวหน้าปากซอยยังบ่น แต่อยู่ที่นี่... ผมกลับมีแรงฮึดอย่างประหลาด


เพราะทุกครั้งที่ผมเหลือบตามองไปทางเคาน์เตอร์น้ำ... ผมเห็น ไบซัน ยืนอยู่ตรงนั้น


ช่วงแรกๆ มันยืนทำหน้าบูดเป็นตูดลิง คิ้วกระตุกยิกๆ ทุกครั้งที่มีป้าๆ น้าๆ แวะเวียนมาแซวผม ผมรู้ทันทีว่าไอ้หมีขี้หวงมันกำลังทำงาน ผมได้แต่แอบขำในใจ พยายามส่งสายตาบอกมันว่า 'ใจเย็นๆ ผัวทำงานอยู่'


แต่พอเวลาผ่านไป... สายตาของไบซันที่มองผมก็เริ่มเปลี่ยนไป


จากความหงุดหงิดขี้หวง... กลายเป็นความนิ่งเงียบที่ลึกซึ้งกว่าเดิม


มันยืนมองผมรับลูกค้า มองผมวิ่งเข้าออกครัวช่วยแม่มัน มองผมก้มหัวขอโทษลูกค้าแทนแม่เวลาอาหารออกช้า... มันมองผมนิ่งๆ เหมือนกำลังจดจำทุกรายละเอียด


สายตาคู่นั้น... มันเต็มไปด้วยความรัก ความภูมิใจ และความซาบซึ้งใจ จนผมรู้สึกวูบวาบไปทั้งอก


ผมรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่... มันคงไม่คิดว่าลูกคุณหนูอย่างผมจะมายอมลำบากตรากตรำขนาดนี้เพื่อครอบครัวของมัน


'มองอะไรนักหนาไอ้อ้วน... มองขนาดนี้จับกินเลยมั้ย'


ผมนึกแซวมันในใจ แต่ก็อดยิ้มมุมปากออกมาไม่ได้ ความเหนื่อยเมื่อกี้หายไปเกือบครึ่ง


"ซัน! เอาน้ำมาเติมโต๊ะ 5 หน่อย!"


ผมตะโกนเรียกมันเมื่อเห็นแก้วน้ำลูกค้าพร่อง ไบซันสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนตื่นจากภวังค์ รีบคว้าเหยือกน้ำเดินดุ่มๆ เข้ามาหาผม


พอวางเหยือกน้ำลง มันไม่ได้เดินกลับไปทันที แต่กลับหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าตัวเองอยู่ เอื้อมมือมาซับเหงื่อที่หน้าผากให้ผมอย่างเบามือ


การกระทำที่อ่อนโยนขัดกับรูปร่างใหญ่โตของมัน และสายตาที่สั่นไหวระริกคู่นั้น... มันเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างที่มากกว่าคำขอบคุณ


มันมองผมเหมือนกับว่า... ผมคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตมัน


"เหนื่อยมั้ย..." มันถามเสียงเบา


ผมมองลึกเข้าไปในตาของมัน เห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น... ภาพผู้ชายเหงื่อท่วมที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข


ผมเอื้อมมือไปจับมือมันที่กำลังเช็ดหน้าผมอยู่ บีบเบาๆ


"เพื่อมึงกับแม่... สบายมาก"


ผมตอบกลับไปสั้นๆ แต่หนักแน่น


วินาทีนั้น ผมเห็นแววตาไบซันวูบไหวเหมือนคนจะร้องไห้ มันเม้มปากแน่น พยักหน้าเบาๆ แล้วยิ้มออกมา... ยิ้มที่สื่อความหมายว่า 'ฝากชีวิตไว้ที่มึงได้ใช่มั้ย'


และคำตอบในใจผมก็ดังชัดเจน... ได้ดิ มึงฝากไว้ได้ทั้งชีวิตเลย


ผมอยากดูแลมัน อยากดูแลแม่มัน อยากเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่... ไม่ใช่แค่ในฐานะแฟน แต่ในฐานะ คู่ชีวิต ที่จะอยู่ข้างๆ มันแบบนี้ตลอดไป


ท่ามกลางความวุ่นวายของลูกค้าที่เริ่มซาลง...


แม่นุ้ย ยืนกอดอกพิงขอบประตูครัว สายตามองลอดแว่นสายตาไปยังหน้าร้าน


ภาพที่เห็นคือ ไบซัน กำลังยืนเบียดกระแซะ ปืน อยู่ตรงอ่างล้างแก้ว ทำทีเป็นช่วยล้าง แต่จริงๆ คือยืนเนียนแตะมือแตะไหล่กันอยู่นั่นแหละ แถมไอ้ปืนก็ยังหันมายิ้มหวานหยดย้อยให้ลูกชายเธออีก


"เหอะ..."


แม่นุ้ยแค่นเสียงในลำคอ เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้


'เพื่อนประสาอะไรมองตากันหวานเชื่อมขนาดนั้น... คิดว่าฉันกินหญ้าหรือไง ถึงดูไม่ออก'


ความจริงเธอระแคะระคายตั้งแต่เห็นสายตาของสองคนนี้บนรถแล้ว ยิ่งมาเห็นพฤติกรรม "ผัวหาบเมียคอน" ช่วยกันทำมาหากินแบบตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋แบบนี้ ยิ่งมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์


มันไม่ใช่เพื่อน... มันกินกันเองแน่ๆ


ใจหนึ่งเธอก็หงุดหงิด... หงุดหงิดที่เห็นตำตาว่าลูกชายตัวดีดันไปคว้าผู้ชายมาทำผัว แถมยังเป็นหนุ่มเมืองกรุงหน้าตาสำอางแบบไอ้ปืนเนี่ยนะ? ใจจริงเธอก็หวังอยากให้ไบซันมันแต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตน มีหลานให้อุ้ม ไม่ใช่มาเดินตามต้อยๆ ให้ผู้ชายด้วยกันสั่งซ้ายหันขวาหันแบบนี้


อีกใจหนึ่งก็รำคาญความ "ลับๆ ล่อๆ" ของพวกมัน


'จะเป็นอะไรกันก็บอกมาตรงๆ สิ จะมาหลบๆ ซ่อนๆ ให้มันดูน่ารำคาญทำไม เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด'


ยิ่งเห็นไบซันยืนบิดไปบิดมาเวลาปืนกระซิบข้างหู แม่นุ้ยก็ยิ่งคันยุบยิบในหัวใจ ความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ด


"ไม่ได้การละ..." แม่พึมพำกับตัวเอง "ขืนปล่อยให้สวีทกันตำตาตำใจแบบนี้ เดี๋ยวฉันได้อกแตกตายก่อนพอดี... ต้องดัดหลังซะหน่อย"


ไวเท่าความคิด แม่นุ้ยเดินดุ่มๆ ออกไปกลางวงทันที


"ไอ้ซัน!!"


เสียงตะโกนดังผ่าซาก ทำเอาคู่รักที่กำลังล้างแก้วสะดุ้งโหยง แทบจะทำแก้วหลุดมือ


"คะ... ครับแม่!" ไบซันรีบขยับตัวออกห่างจากปืนทันที หน้าตาเลิ่กลั่ก


"น้ำแข็งหมด! เอ็งรีบขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อน้ำแข็งที่โรงงานในตลาดให้แม่เดี๋ยวนี้เลย ไป!"


"อ้าว... แต่แม่ครับ น้ำแข็งในถังยังเหลือตั้งครึ่ง..." ไบซันพยายามแย้ง ชี้ไปที่ถัง


"อย่าเถียง!" แม่สวนกลับทันควัน "ฉันบอกให้ไปก็ไป! แล้วขากลับแวะไปเอาผักที่บ้านป้าสมศรีท้ายหมู่บ้านมาด้วย! ไปเดี๋ยวนี้!"


ไบซันหน้าจ๋อย หันมามองปืนด้วยสายตาละห้อย ไม่อยากห่างผัว แต่เจอสายตาพิฆาตของแม่เข้าไปก็ต้องจำยอม


"ครับ... ไปก็ได้ครับ"


ไบซันเดินคอตกไปหยิบกุญแจรถ ขี่ออกไปอย่างจำใจ


พอจัดการแยกไอ้ตัวใหญ่ออกไปได้แล้ว แม่นุ้ยก็หันขวับมาทาง ปืน ที่กำลังยืนยิ้มเจื่อนๆ อยู่


"ส่วนเอ็ง... พ่อคนขยัน" น้ำเสียงแม่นุ้ยเย็นเยียบจนปืนเสียวสันหลัง


"ครับน้า..."


"ไม่ต้องมายืนยิ้ม! ว่างงานนักใช่ไหม... งั้นมานี่!"


แม่กวักมือเรียกปืนให้เดินตามเข้าไปในครัวหลังร้าน แล้วชี้ไปที่กองหอมแดงและกระเทียมกองมหึมาที่วางกองอยู่บนพื้น ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ


"นั่งปลอกหอมกระเทียมพวกนี้ให้หมด! เย็นนี้ต้องใช้ทำน้ำพริก! ห้ามอู้นะเว้ย ปลอกให้หมดกองนี่แหละ!"


ปืนมองกองหอมกระเทียมตาโต กลืนน้ำลายเอือกใหญ่


"หมดนี่เลยเหรอครับน้า..."


"เออ! ทำไม่ได้รึไง? ไหนเมื่อกี้บอกจะช่วยทุกอย่าง?" แม่เลิกคิ้วท้าทาย


"ด... ได้ครับ สบายมากครับ" ปืนรีบนั่งลงบนเก้าอี้ซักผ้าตัวเตี้ย รับคำอย่างแข็งขัน (ทั้งที่ในใจร้องไห้แล้ว)


แม่นุ้ยยืนกอดอกมอง "ลูกเขย(ที่ไม่อยากรับ)" นั่งน้ำตาไหลพรากเพราะฤทธิ์หัวหอมอยู่คนเดียวในครัวเงียบๆ ส่วนลูกชายตัวดีก็ถูกส่งไปใช้งานไกลลิบ


'สมน้ำหน้า... อยากมีความลับกันนัก แยกกันอยู่ซะบ้าง ดูซิว่าจะขาดใจตายกันไหม'


แม่นุ้ยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แล้วเดินสะบัดก้นออกไปหน้าร้าน ปล่อยให้ปืนนั่งเช็ดน้ำตา (จากหัวหอม) อยู่คนเดียวด้วยความสะใจ!


ผ่านไปเกือบชั่วโมง...


ผมนั่งสูดน้ำมูกฟุดฟิดอยู่บนเก้าอี้ซักผ้าตัวเตี้ย น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มราวกับคนอกหักรักคุดขั้นรุนแรง แต่สาเหตุจริงๆ ไม่ใช่เพราะเศร้า แต่เพราะฤทธิ์เดชของหอมแดงกองมหึมาที่วางอยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก


มือผมยังคงขยับปอกเปลือกหอมอย่างต่อเนื่อง แม้จะแสบตาจนแทบจะลืมไม่ขึ้น


'แม่ยายกู... โหดชิบหาย'


ผมบ่นในใจ พลางใช้หลังมือปาดน้ำตา นี่กะจะแกล้งกันให้ตายไปข้างเลยหรือไง สั่งงานมาทีนึกว่าจะเอาไปเลี้ยงคนทั้งตำบล


เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ผมรีบยืดหลังตรง ปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด (เท่าที่จะทำได้ในสภาพน้ำนองหน้า) เพราะไม่อยากดูอ่อนแอในสายตาแม่


แม่นุ้ย เดินเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวผม สายตามองลอดแว่นลงมาที่กะละมังใส่หอมแดงที่ปอกเสร็จไปแล้วเกือบครึ่ง


"หึ..." แม่ส่งเสียงในลำคอ "ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วเรอะ? นึกว่าจะแน่"


"เปล่าครับ..." ผมตอบเสียงอู้อี้ พยายามยิ้มสู้ "แค่แสบตานิดหน่อยครับ สบายมาก"


แม่เลิกคิ้วมองผมนิดนึง แววตาดูแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นผมยังนั่งทนทำอยู่ ไม่ลุกหนีไปไหน


เธอลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบตะกร้าพริกแห้งมานั่งเด็ดขั้ว แสร้งทำเป็นไม่สนใจผม แต่ปากก็เริ่มเปิดบทสนทนาแบบเชือดเฉือน


"ถามจริงๆ เถอะ..." แม่พูดโดยไม่เงยหน้า "บ้านช่องก็ดูมีฐานะ ผิวพรรณก็ผู้ดีตีนแดง... มาทนลำบากหลังขดหลังแข็งอยู่ที่นี่ทำไม? เพื่ออะไร?"


เป็นคำถามที่เหมือนจะธรรมดา แต่ผมรู้ดีว่ามันมีความหมายแฝง


ผมวางมีดลงชั่วครู่ สูดหายใจเข้าลึกๆ (แล้วก็สำลักกลิ่นหอมแดงนิดหน่อย) ก่อนจะตอบกลับไปอย่างฉะฉาน


"ผมไม่ได้มาทนลำบากครับน้า... ผมเต็มใจ"


แม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผม


"ผมแค่อยากมาเห็น..." ผมเลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวัง "ว่าคนที่ผมสนิทด้วย... เขาเติบโตมายังไง อะไรที่ทำให้เขาเป็นเขาในวันนี้"


แม่นุ้ยชะงักมือที่เด็ดพริกไปวูบหนึ่ง จ้องหน้าผมนิ่งเหมือนกำลังประเมินความจริงใจ


"ปากหวานนักนะ..." แม่แค่นเสียง "แต่จำใส่หัวไว้เถอะ ว่าโลกของพวกเอ็งกับโลกของที่นี่มันต่างกัน อยู่ไปนานๆ เดี๋ยวเอ็งก็เบื่อ เดี๋ยวเอ็งก็ทิ้ง..."


แม่หยุดพูดไปดื้อๆ เหมือนคำพูดนั้นมันไปสะกิดแผลใจตัวเอง


"ผมไม่เหมือนคนอื่นครับน้า"


ผมสวนกลับไปนิ่งๆ น้ำเสียงจริงจังจนแม่ต้องหันมามอง


"ผมเป็นคนเลือกแล้วเลือกเลย... ไม่เบื่อ และไม่ทิ้งแน่นอนครับ"


บรรยากาศในครัวเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคน แม่นุ้ยมองหน้าผมนิ่งอยู่นาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวดูสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบหันหน้าหนี กลบเกลื่อนความรู้สึก


"เออ! เก่งแต่ปากไปเถอะ! รีบๆ ปอกให้เสร็จ เดี๋ยวเย็นนี้อดข้าว!"


แม่บ่นกลบเกลื่อน แล้วก้มหน้าก้มตาเด็ดพริกต่อด้วยความเร็วสูงกว่าเดิม


. .


"ปืน!!"


เสียงตะโกนคุ้นหูดังลั่นมาจากหน้าร้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตึกตักเข้ามา


ไบซันวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัว เหงื่อท่วมตัว ในมือถือถุงน้ำแข็งกับถุงผักพะรุงพะรัง


ทันทีที่มันเห็นสภาพผมนั่งตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพรากอยู่หน้ากองหอมแดง มันก็แทบจะโยนของทิ้งแล้วพุ่งเข้ามาหาทันที


"เฮ้ย! ปืน! มึงเป็นไร! ใครทำไรมึง!?"


ไบซันรีบวางของ แล้วเข้ามาประคองหน้าผม พลิกซ้ายพลิกขวาดูด้วยความตกใจ


"มึงร้องไห้ทำไม! เจ็บตรงไหน!?" มันถามรัวๆ เสียงสั่นเครือ หันขวับไปมองแม่ตาขวาง "แม่... แม่ทำไรเพื่อนซันเนี่ย!"


ผมเห็นท่าทาง "เมียปกป้องผัว" ของมันแล้วก็หลุดขำออกมาทั้งน้ำตา


"โอ๊ย ไอ้บ้า... กูไม่ได้เป็นไร" ผมปัดมือมันออก "กูปอกหอมแดง! มันแสบตาโว้ย!"


ไบซันชะงัก มองกองหอมแดงสลับกับหน้าผม แล้วถอนหายใจออกมาดัง เฮือก! ทิ้งตัวลงนั่งแปะกับพื้นข้างๆ ผมอย่างหมดแรง


"โธ่เอ๊ย... ก็นึกว่า..." มันบ่นอุบอิบ หน้ายังซีดไม่หาย


แม่นุ้ยมองดูฉากละครลิงตรงหน้าแล้วก็ส่ายหัว เบะปากมองบนด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ


"เว่อร์กันจริงๆ... แค่ปอกหอมแดงทำจะเป็นจะตาย ทีฉันทำมาทั้งชีวิตไม่เห็นจะตาย" แม่บ่นลอยๆ


ไบซันไม่สนใจแม่ มันรีบดึงมีดจากมือผมไปถือไว้เอง


"พอเลยปืน มึงหยุดเลย ตาแดงหมดแล้วเนี่ย" มันแย่งงานผมไปทำหน้าตาเฉย "เดี๋ยวกูทำต่อเอง มึงไปล้างหน้าล้างตาไป"


"เฮ้ย ไม่ต้อง กูทำเองได้"


"ไปเถอะน่า! หน้าหล่อๆ ช้ำหมดแล้ว ไป๊!"


ไบซันดันหลังผมให้ออกไปที่อ่างล้างหน้า แล้วตัวเองก็นั่งลงปอกหอมแทนผมอย่างขะมักเขม้น ทั้งที่ยังหอบแฮ่กๆ จากการไปแบกของมา


ผมเดินไปล้างหน้าที่อ่าง ลอบมองกระจกเห็นแม่นุ้ยนั่งมองลูกชายตัวเองที่กำลังนั่งปอกหอมให้ผู้ชาย...


แม่ถอนหายใจอีกรอบ... แต่คราวนี้แววตาไม่ได้ดูหมั่นไส้เท่าเดิมแล้ว มันมีความระอาปนเอ็นดู... และความยอมจำนนอยู่ในที


'สงสัยแม่คงจะเริ่มรู้ซึ้งแล้วล่ะ... ว่าลูกชายแม่ "หลงผัว" ขนาดไหน'


มื้อค่ำ... หลังร้าน


บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลมตัวเล็กหลังร้านเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ


ตรงกลางโต๊ะมีกับข้าววางอยู่สามสี่อย่าง ฝีมือแม่นุ้ยล้วนๆ กลิ่นเครื่องแกงหอมฉุยเตะจมูก แต่สีสันของมัน... แดงเดือดจนผมลอบกลืนน้ำลาย


โดยเฉพาะ "แกงไตปลา" ถ้วยนั้นที่น้ำแกงข้นคลั่ก สีเข้มจัดจ้าน ดูท่าทางจะเผ็ดระดับนรกแตก


"กินสิ..." แม่นุ้ยพูดเสียงเรียบ ตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานตัวเอง "หรือกินไม่ลง? อาหารบ้านนอก ไม่ถูกปากคนกรุงรึไง"


โดนท้าทายซึ่งหน้าแบบนี้ มีหรือลูกผู้ชายอย่าง ปืน จะยอม


"น่าทานมากครับน้า กลิ่นหอมเชียว"


ผมยิ้มสู้ ตักน้ำแกงไตปลาช้อนโตราดลงบนข้าวสวย แล้วตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่ลังเล


ตูม!


เหมือนมีระเบิดลูกเล็กๆ ลงในปาก ความเผ็ดร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันทีลิ้นผมชาหนึบ เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม แต่ผมก็กัดฟันกลืนลงคอไปจนได้


"อร่อยครับ... ถึงเครื่องมาก" ผมชมเสียงพร่า (เพราะคอเริ่มไหม้)


แม่นุ้ยเลิกคิ้วมองผมนิดนึง มุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆ เหมือนสะใจ


แต่คนที่นั่งไม่ติดเก้าอี้คือ ไบซัน


มันนั่งมองผมหน้าตาตื่น มือไม้สั่นรีบคว้าแก้วน้ำเย็นมาจ่อปากผมทันที


"ปืน! กินน้ำก่อน! หน้ามึงแดงหมดแล้วเนี่ย!" ไบซันร้องเสียงหลง "แม่... ปืนมันกินเผ็ดไม่เก่ง แม่แกล้งมันทำไมเนี่ย"


"ฉันไปแกล้งมันตอนไหน มันตักกินของมันเอง" แม่ตอบหน้าตาย ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างสบายใจ


"พอเลยปืน ไม่ต้องกินแล้ว" ไบซันพยายามจะดึงจานข้าวผมออก แล้วดันจานไข่เจียวมาให้แทน "กินไข่เจียวดีกว่า อันนี้ของมึง"


ผมจับข้อมือไบซันไว้แน่น รั้งจานข้าวกลับมา


"กูกินได้..." ผมหันไปสบตากับไบซัน สายตาดุๆ นิดนึงเชิงปรามว่า 'อย่าทำเสียเรื่อง' "อาหารฝีมือแม่มึง กูต้องกินให้หมด"


ไบซันเม้มปากแน่น มองหน้าผมด้วยความเป็นห่วงสุดขีด เหมือนเมียที่กลัวผัวจะเป็นลมตายคาโต๊ะอาหาร แต่มันก็ยอมปล่อยมืออย่างจำนน


ผมตักแกงคำที่สองเข้าปาก... ตามด้วยคำที่สาม...


เหงื่อไหลเป็นทางลงมาตามขมับ ปากผมเริ่มเจ่อแดง หูอื้อตาลายไปหมด แต่ผมก็ยังตักกินต่อไปเงียบๆ


แม่นุ้ยนั่งลอบมองพฤติกรรมนั้นอยู่เงียบๆ


เธอเห็นความพยายามของไอ้หนุ่มหน้ามนคนนี้... ที่พยายามจะ "เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม" พยายามจะกินอยู่ให้เหมือนคนบ้านเดียวกัน เพื่อที่จะได้กลมกลืนไปกับลูกชายของเธอ


และเธอก็เห็นความกระวนกระวายของลูกชายตัวดี ที่นั่งจ้องหน้าแฟนตาไม่กะพริบ คอยหยิบทิชชู่มาซับเหงื่อให้ยิกๆ มือหนึ่งถือแก้วน้ำรอท่าตลอดเวลา


'รักกันจังนะพ่อคุณ...'


แม่นุ้ยถอนหายใจออกมาเบาๆ ความหมั่นไส้มันเริ่มเจือจางลง กลายเป็นความเอ็นดูในความดันทุรังของทั้งคู่


"เอ้า..."


จู่ๆ แม่นุ้ยก็เลื่อนจาน "หมูหวาน" จานเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ ดันไปตรงหน้าผม


ผมชะงักเงยหน้ามองแม่


"กินหมูหวานแก้เผ็ดซะ... เดี๋ยวจะตายคาบ้านฉัน เป็นภาระต้องหามส่งอนามัยอีก"


น้ำเสียงแม่ยังคงห้วนกระด้าง แต่การกระทำนั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด


ไบซันตาโต ยิ้มกว้างออกมาทันที


"ขอบคุณครับแม่! กินเร็วปืน หมูหวานแม่ทำอร่อยที่สุดในโลกเลยนะ!" ไบซันรีบตักหมูหวานใส่จานผมพูนๆ


ผมมองจานหมูหวาน แล้วเงยหน้าสบตาแม่นุ้ย ยกมือไหว้


"ขอบคุณครับน้า..."


แม่ไม่ตอบอะไร แค่พยักหน้าเบาๆ แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ


ผมตักหมูหวานเข้าปาก... รสชาติหวานนุ่มกลมกล่อมช่วยดับไฟในปากลงได้ชะงัด


มื้อนี้... ถึงจะเผ็ดจนน้ำตาเล็ด แต่รสชาติสุดท้ายกลับ "หวาน" จับใจ


อย่างน้อย... ประตูใจของแม่ยาย ก็แง้มเปิดออกมานิดนึงแล้วล่ะวะ


ดึกสงัด...


หลังจากเก็บกวาดร้านเสร็จ ผมกับไบซันช่วยกันปิดไฟหน้าร้านจนมืดสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ส่องเข้ามาทางช่องลม


ความเงียบสงบและบรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้ความระมัดระวังตัวที่ประคองมาทั้งวันเริ่มหย่อนยานลง


"เหนื่อยแย่เลยวันนี้..."


ไบซันเดินเข้ามากอดเอวผมจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่ผมอย่างออดอ้อน


"แต่มีความสุขว่ะ... ได้เห็นมึงอยู่กับแม่ ได้เห็นมึงพยายามเพื่อกู... ขอบใจนะปืน"


ผมยิ้มบางๆ หมุนตัวกลับไปหาเจ้าเด็กยักษ์ ยกแขนขึ้นคล้องคอมัน


"เออน่า... กูเต็มใจ"


สายตาของเราประสานกันในความมืด แรงดึงดูดบางอย่างทำให้ใบหน้าเราค่อยๆ เลื่อนเข้าหากันโดยอัตโนมัติ... ริมฝีปากของเราประกบกันแนบแน่น รสสัมผัสหวานล้ำและโหยหาหลังจากที่ต้องอดกลั้นมาทั้งวัน ทำให้เราลืมตัว


ไบซันกระชับกอดแน่นขึ้น บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเร่าร้อน จนเกิดเสียงจูบเฉอะแฉะเบาๆ ก้องในร้านที่เงียบสงัด


แต่ทว่า...


เพล้ง!!


เสียงถาดสแตนเลสหล่นกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงระเบิดลงกลางวง


เราสองคนสะดุ้งสุดตัว ผลักออกจากกันโดยอัตโนมัติ หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม


ที่ประตูทางเชื่อมระหว่างร้านกับตัวบ้าน... แม่นุ้ย ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ไฟฉายในมือส่องตรงมาที่หน้าพวกเราจนแสบตา


"มะ... แม่!!" ไบซันหน้าซีดเผือด ปากสั่นระริก


แม่นุ้ยค่อยๆ ลดไฟฉายลง แสร้งทำสีหน้าช็อกสุดขีด (ทั้งที่ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องว่า 'ในที่สุดก็จับได้คาหนังคาเขา') เธอแกล้งทำตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ


"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?"


แม่ตะคอกเสียงดังจนไบซันสะดุ้งโหยง


"คือเราแค่..." ไบซันละล่ำละลัก พยายามจะแก้ตัวด้วยความกลัว


"หุบปาก!" แม่ตวาดสวนทันควัน "เพื่อนบ้านแกเขายืนจูบปากกันแบบนี้เรอะ! เห็นตำตาขนาดนี้ยังจะกล้าโกหกอีก!"


แม่สาวเท้าเข้ามาใกล้ จ้องหน้าพวกเราเขม็ง แววตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความกดดัน ราวกับจะบีบคั้นให้เราจนมุม


"ฉันอุตส่าห์ไว้ใจ... นึกว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ที่แท้ก็..."


แม่เว้นจังหวะ แสร้งทำสีหน้าขยะแขยงและรับไม่ได้อย่างถึงที่สุด


"วิปริต! ผู้ชายกับผู้ชายเนี่ยนะ? ในบ้านฉันเนี่ยนะ? ฉันรับไม่ได้!!"


คำว่า "รับไม่ได้" กระแทกหน้าผมกับไบซันอย่างจัง ไบซันน้ำตาคลอเบ้าทันที มันก้มหน้ามองพื้น ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกปีกหัก


แม่นุ้ยลอบมองปฏิกิริยานั้น


'เอาสิ... จะทำยังไงกันต่อ? จะยอมรับความจริงแล้วสู้เพื่อความรัก หรือจะขี้ขลาดปฏิเสธแล้วหนีไป? ถ้าพวกแกแน่จริง ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่ารักกันจริง ไม่ใช่แค่เล่นขายของ!'


"พรุ่งนี้เช้า..."


แม่ยื่นคำขาดเสียงเย็นเยียบ


"เก็บข้าวของแล้วกลับกรุงเทพฯ กันไปซะทั้งคู่ ฉันไม่อยากเห็นอะไรอุบาทว์ๆ แบบนี้ในบ้านฉันอีก!"


พูดจบ แม่ก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้ากลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้พวกเรายืนตัวชาอยู่ท่ามกลางความมืด


ไบซันทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นปิดหน้า


"จบกัน... แม่เกลียดกูแล้ว... แม่รับไม่ได้..." เสียงมันสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง


ผมยืนนิ่ง มองไปทางประตูที่แม่นุ้ยเพิ่งเดินจากไป... คำพูดแม่เมื่อกี้มันเจ็บก็จริง แต่มันก็ปลุกเลือดนักสู้ในตัวผมขึ้นมา


ผมกำหมัดแน่น หันไปมองคนรักที่กำลังร้องไห้


ผมจะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้... ผมจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่


"ลุกขึ้นซัน..." ผมพูดเสียงเรียบ


ไบซันเงยหน้ามองผมทั้งน้ำตา


"เราจะไม่กลับ..." ผมดึงมือมันให้ลุกขึ้นมาสบตาผม "เราจะไปคุยกับแม่... เดี๋ยวนี้เลย"


หน้าห้องนอนแม่...


ผมจูงมือไบซันที่เย็นเฉียบและชื้นไปด้วยเหงื่อเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้เก่าๆ เสียงสะอื้นของคนข้างๆ ยังดังแผ่วๆ ให้ได้ยิน


"ปืน... แม่โกรธมากนะเว้ย... พรุ่งนี้ค่อยมาคุยไม่ได้เหรอ" ไบซันรั้งแขนผมไว้ เสียงสั่นด้วยความกลัว


"ไม่ได้..." ผมหันไปมองตามันอย่างจริงจัง "ถ้าไม่คุยตอนนี้ มึงจะนอนหลับเหรอ? เราต้องทำให้แม่รู้ว่าเราจริงจัง ไม่ใช่แค่เล่นๆ"


ผมสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้า แล้วยกมือขึ้นเคาะประตู


ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...


ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงห้วนๆ ของแม่จะดังลอดออกมา


"ถ้าจะมาลา ก็ไม่ต้องเข้ามา! พรุ่งนี้เช้าค่อยไสหัวไป!"


ผมบีบมือไบซันแน่นขึ้น หันไปพยักหน้าให้มัน แล้วตัดสินใจบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาต


"ขอโทษครับน้า... แต่พวกผมยังไม่ไปไหนทั้งนั้น"


ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็กๆ แม่นุ้ยนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ ใบหน้านิ่งเรียบ จ้องมองพวกเราที่เดินคุกเข่าเข้าไปหา


ไบซันรีบก้มหน้าลงกราบที่ตักแม่ทันที ตัวสั่นเทิ้ม


"แม่... ซันขอโทษ... ฮึก... แม่ด่าซันเถอะ แต่อย่าไล่ปืนเลยนะ"


ผมขยับเข้าไปนั่งข้างๆ ไบซัน ยกมือพนมไหว้ แล้วเงยหน้าสบตาแม่นุ้ยตรงๆ ไม่มีหลบสายตา


"น้านุ้ยครับ..." ผมเรียกชื่อท่านอย่างเคารพ "เรื่องที่น้าเห็นเมื่อกี้... ผมยอมรับครับว่ามันคือเรื่องจริง เราคบกันครับ และคบกันมานานแล้วด้วย"


แม่นุ้ยหรี่ตามองผม


"กล้าดีนี่... ที่ยอมรับออกมาตรงๆ นึกว่าจะแถว่าเป็นเพื่อนกันอีก" น้ำเสียงแม่ยังแข็งอยู่ "แล้วไม่อายรึไง? เป็นผู้ชายทั้งแท่งมารักกันเอง ชาวบ้านเขารู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"


"ผมไม่อายครับ" ผมตอบทันควัน "ความรักไม่ใช่เรื่องน่าอาย... และผมก็ภูมิใจที่มีซันอยู่ข้างๆ"


ผมเอื้อมมือไปจับมือไบซันที่วางอยู่บนเข่า บีบมันแน่นให้แม่เห็น


"ผมรู้ว่าน้าอาจจะผิดหวัง... ที่ลูกชายไม่ได้เป็นอย่างที่น้าหวัง แต่อยากให้น้ามั่นใจนะครับ ว่าผมรักซันจริงๆ ไม่ได้แค่มาหลอกเล่นสนุกๆ แล้วก็ไป ผมตั้งใจจะดูแลซัน และดูแลน้า ไปตลอดชีวิต"


ไบซันเงยหน้าขึ้นมองผมทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน ก่อนจะหันไปหาแม่


"แม่... ปืนมันดีกับซันจริงๆ นะแม่... ตั้งแต่คบกับมัน ซันมีความสุขมาก... ฮึก... แม่ให้โอกาสพวกเราเถอะนะ"


บรรยากาศในห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ แม่นุ้ยจ้องหน้าผมสลับกับไบซัน สายตาที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ อ่อนลง... อ่อนลง... จนกลายเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก


"เฮ้อ..."


แม่ถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่ที่เกร็งอยู่ผ่อนคลายลง


"กว่าจะพูดออกมาได้นะพวกเอ็ง... ต้องให้ฉันเล่นบทนางร้ายไล่ตะเพิดก่อนรึไง ถึงจะปากกล้ากันขึ้นมาได้"


ผมกับไบซันชะงัก หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก


"มะ... หมายความว่าไงครับแม่?" ไบซันถามเสียงสั่น


"โอ๊ย! ไอ้ลูกโง่!" แม่เอื้อมมือมาผลักหัวไบซันเบาๆ "ฉันรู้ตั้งนานแล้วย่ะ! รู้ตั้งแต่วันแรกที่พวกแกเดินลงรถมาแล้ว สายตาหวานเชื่อมขนาดนั้น ผัวหาบเมียคอนช่วยกันทำมาหากินขนาดนั้น... ใครดูไม่ออกก็ควายแล้ว!"


"อ้าว..." ผมอุทานออกมาเบาๆ "งั้นที่น้าโกรธเมื่อกี้..."


"การแสดงย่ะ!" แม่เฉลยหน้าตาย "ฉันแค่อยากรู้ว่าพวกแกจะแน่แค่ไหน... ถ้าฉันไล่แล้วพวกแกยอมแพ้ หอบผ้าหนีกลับกรุงเทพฯ ไปจริงๆ ฉันนี่แหละจะตัดหางปล่อยวัดทั้งคู่"


แม่มองหน้าผม แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง


"ความรักแบบพวกแกน่ะ มันยาก... สังคมมันไม่ได้ใจดีกับทุกคน ถ้าแค่แม่ยายด่านิดหน่อยก็ถอดใจ แล้ววันข้างหน้าจะไปรอดกันได้ยังไง"


คำพูดของแม่ทำเอาผมจุกอก... ที่แท้แม่ไม่ได้รังเกียจ แต่แม่กำลังสอนให้เราเข้มแข็ง


"แต่เห็นเอ็งกล้าเดินเข้ามาสารภาพ... กล้าบอกว่าจะดูแลลูกฉันตลอดชีวิต..." แม่ยิ้มออกมาจริงๆ เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น "ฉันก็เบาใจ"


แม่ขยับตัวเข้ามา แล้วดึงมือผมกับมือไบซันไปวางซ้อนกัน


"ฝากมันด้วยนะปืน... ไอ้ซันมันตัวใหญ่แต่ใจปลาซิว ขี้น้อยใจ ขี้งอน เอ็งเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ดูแลมันหน่อย"


"ครับน้า... ผมสัญญา" ผมรับคำหนักแน่น


"ส่วนเอ็งไอ้ซัน..." แม่หันไปดูลูกชาย "เลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งได้แล้ว โตจนป่านนี้อายผัวมันบ้างมั้ยเนี่ย"


"แม่... ฮืออออ"


ไบซันปล่อยโฮออกมาเต็มเสียง แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความโล่งใจ มันโผเข้ากอดเอวแม่แน่น ซุกหน้าลงกับตักเหมือนเด็กๆ


"ขอบคุณนะแม่... ขอบคุณครับ"


ผมมองภาพสองแม่ลูกกอดกันด้วยความรู้สึกตื้นตัน... กำแพงที่กั้นเราไว้ทลายลงจนหมดสิ้น


"เอ้าๆ พอแล้วๆ น้ำมูกเลอะผ้าถุงหมดแล้วเนี่ย!" แม่บ่นอุบแต่ก็ลูบหัวลูกชายไม่หยุด "ไปๆ กลับไปนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นมาช่วยฉันขายของแต่เช้า ห้ามตื่นสายนะเว้ย!"


"รับทราบครับแม่ยาย!" ผมเผลอหลุดปากเรียกออกไป


แม่นุ้ยหันมาค้อนขวับ "เดี๋ยวเถอะ! ลามปามนะเอ็งน่ะ... ไป! ไปนอน!"


พวกเราก้มกราบลาแม่ แล้วพากันเดินกอดคอออกจากห้องนอนด้วยหัวใจที่เบาหวิวเหมือนยกภูเขาออกจากอก


ไบซันยิ้มแก้มปริทั้งที่ตายังบวมเป่ง มันซบหัวลงกับไหล่ผมอย่างออดอ้อน


"โล่งชิบหายเลยปืน... นึกว่าจะโดนไล่ออกจากบ้านแล้ว"


"บอกแล้วว่าแม่มึงใจดี..." ผมยิ้ม ขยี้หัวมันเบาๆ "งั้นเดี๋ยวกูเดินกลับไปนอนที่ห้องนะ มึงก็นอนพักผ่อนซะ พรุ่งนี้เจอกัน"


ผมทำท่าจะผละตัวเดินลงบันไดบ้านไปที่บ้านพักโฮมสเตย์ที่เป็นเรือนพักแขก


แต่ทว่า...


"เดี๋ยว!!"


เสียงแม่นุ้ยดังไล่หลังมาอีกรอบ ทำเอาเราสองคนสะดุ้งโหยง หยุดกึกอยู่ตรงหัวบันได หันขวับกลับไปมองด้วยความระแวงว่ามีอะไรผิดพลาดอีกหรือเปล่า


แม่นุ้ยเดินออกมาเกาะขอบประตูห้องนอน มองหน้าผมสลับกับมองไปทางเรือนเล็กที่มืดตึ๊ดตื๋อ


"เอ็งจะเดินกลับไปนอนคนเดียวทำไมดึกๆ ดื่นๆ เปลืองไฟ เปลืองฟูกเปล่าๆ"


แม่บ่นงึมงำ ก่อนจะชี้หน้าสั่งการ


"ไป... ไปช่วยกันขนเสื้อผ้าข้าวของเอ็งน่ะ ย้ายขึ้นมานอนบนบ้านใหญ่นี่แหละ"


ผมกับไบซันตาโตเป็นไข่ห่าน อ้าปากค้างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย


"ห๊ะ! จ... จริงเหรอแม่!?" ไบซันร้องเสียงหลง


"เออ! จะให้พูดซ้ำทำไม!" แม่ทำเสียงดุกลบเกลื่อนความเขิน "ก็ไหนๆ ก็เปิดอกคุยกันขนาดนี้แล้ว เป็นผัวเป็นเมียกันแล้ว จะมาดัดจริตแยกกันนอนคนละบ้านให้มันยุ่งยากทำไม"


แม่ถอนหายใจ ส่ายหน้าเบาๆ


"มานอนเฝ้ากันอยู่ในห้องไอ้ซันมันนั่นแหละ ดีซะอีก... จะได้ช่วยกันดูแล ไม่ต้องเดินเทียวไปเทียวมาให้หมามันเห่า"


พูดจบ แม่ก็ทำท่าโบกมือไล่


"รีบไปขนของมา แล้วรีบนอน! พรุ่งนี้ตีห้าต้องตื่นมาช่วยฉันจ่ายตลาด เข้าใจมั้ย!"


"เข้าใจครับแม่!! ขอบคุณครับแม่!!"


ไบซันตะโกนตอบรับเสียงดังลั่นบ้าน ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ มันรีบวิ่งถลาเข้าไปกอดแม่แน่นๆ อีกทีก่อนจะวิ่งกลับมาหาผม


"ป่ะปืน! ไปขนของ! ย้ายสำมะโนครัวด่วน!"


ไบซันดึงมือผมให้วิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว อาการง่วงนอนหรือเศร้าโศกเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง


ระหว่างที่เราเดินจูงมือกันไปที่เรือนเล็ก แสงจันทร์ส่องลงมาเห็นหน้าเราสองคนที่ยิ้มไม่หุบ


"ได้นอนด้วยกันแล้วนะ..." ไบซันกระซิบ เขย่ามือผมยิกๆ


"อือ... สมใจมึงแล้วสิ" ผมแซวกลับ


"สมใจมึงด้วยแหละน่า... คืนนี้ไม่ต้องนอนกอดหมอนข้างแล้วนะจ๊ะคุณสามี"


ผมหัวเราะในลำคอ กระชับมือที่กุมมันไว้แน่นขึ้น


จากทริปที่ต้อง "หลบๆ ซ่อนๆ" กลายเป็นทริป "ฮันนีมูน" อย่างเป็นทางการในบ้านแม่ยาย...


งานนี้บอกเลยว่า... คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ!


พอได้รับอนุญาตปุ๊บ... คำว่า "เดิน" ก็ไม่อยู่ในสารบบของพวกเราอีกต่อไป


"ไปเร็วปืน!"


ไบซันคว้าข้อมือผมแล้วออกตัวล้อฟรี สับตีนแตกวิ่งลงบันไดบ้านใหญ่ เสียงฝีเท้าดัง ตึง! ตึง! ตึง! จนบ้านไม้สะเทือนเลื่อนลั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม


เราวิ่งไปโกยเสื้อผ้าใส่กระเป๋าที่เรือนเล็กด้วยความเร็วแสง ชนิดที่ว่าถ้าใครมาเห็นคงนึกว่าหนีไฟไหม้ ผมยังไม่ทันจะรูดซิปกระเป๋าดี ไบซันก็คว้าหมับ แบกกระเป๋าเป้ผมขึ้นบ่าข้างซ้าย มือขวาฉุดผม แล้ววิ่งย้อนกลับมาที่บ้านใหญ่ทันที


"แฮ่ก... แฮ่ก... ถึงแล้ว!"


ไบซันหอบแฮ่ก ถีบประตูห้องนอนตัวเองเปิดออก ปัง! แล้วโยนกระเป๋าผมลงพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะกระโดดทิ้งตัวลงบนเตียงไม้เก่าๆ ด้วยท่า 'ปลาวาฬเกยตื้น'


โครม!!!


เตียงไม้สักอายุสามสิบปีร้องประท้วงดัง เอี๊ยดดดด! สนั่นหวั่นไหว


"เย้!!! ได้นอนกับผัวแล้วโว้ยยยย!"


ไบซันตะโกนลั่นห้องด้วยความอัดอั้น กางแขนกางขารอรับผมเต็มที่


"มาเร็วปืน! มาให้กอดหน่อยยย!"


ผมขำพรืด ส่ายหัวให้กับความเด็กโข่งของมัน ก่อนจะกระโดดพุ่งตัวลงไปทับมันบนเตียงบ้าง


ตุ้บ!


"อุ่ก!" ไบซันจุกแอ๊กแต่หน้าบานเท่าจานดาวเทียม มันรวบกอดผมแน่น กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงจนเกิดเสียงดังระงม


เอี๊ยด... อ๊าด... กึก... กึก...


"เบาๆ สิวะ เดี๋ยวเตียงหัก!" ผมหัวเราะ ตีไหล่มัน


"ไม่สนเว้ย! คืนนี้จะกอดให้กระดูกป่นไปเล... อุ๊บ!"


จู่ๆ เสียงสวรรค์ก็ดังทะลุฝาผนังไม้บางๆ เข้ามาขัดจังหวะทันทีทันใด


"ไอ้ซัน!!!!"


เสียงแม่นุ้ยตะโกนดังมาจากห้องข้างๆ (ซึ่งผนังติดกันชนิดที่ว่าหายใจแรงยังได้ยิน) ชัดแจ๋วระดับ HD


"เบาๆ กันหน่อยโว้ย!! บ้านมันเก่าแล้ว!! ขย่มกันขนาดนั้นเดี๋ยวก็พังลงไปกองใต้ถุนทั้งคู่หรอก!!"


กริบ...


ผมกับไบซันหยุดกึกในท่ากอดกันกลม ตาโตเท่าไข่ห่าน


"แล้วเก็บเสียงกันหน่อยนะ! ผนังมันบาง! ฉันไม่อยากฟังเสียงพวกเอ็งฟัดกันจนนอนไม่หลับ! เกรงใจคนแก่บ้าง!"


แม่ใส่ชุดใหญ่ไฟกระพริบ จบประโยคด้วยเสียงปิดไฟ แปะ! ใส่หน้า


ผมกับไบซันมองหน้ากัน เลิ่กลั่กสุดขีด หน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงหู


"ชิบหาย..." ไบซันกระซิบเสียงแหบพร่า "ลืมไปว่าห้องแม่ติดกัน..."


"ไอ้บ้า..." ผมทุบอกมันแก้เขิน "แม่มึงได้ยินหมดแล้วมั้งเนี่ย"


"นอน! นอนเลย!"


ไบซันรีบพลิกตัวดึงผ้าห่มมาคลุมโปงเราทั้งคู่ทันที ทำตัวลีบเล็กเงียบกริบ


"ฝันดีนะแม่!!" มันตะโกนเสียงอู้อี้บอกผ่านผ้าห่ม


"เออ! รีบๆ หลับซะที!" เสียงแม่ตะโกนสวนกลับมาทันควัน


เราสองคนนอนเบียดกันใต้ผ้าห่ม มองหน้ากันในความมืดแล้วหลุดขำออกมาเบาๆ ไหล่สั่นกึกๆ


หมดกัน... ฉากโรแมนติกเร่าร้อนคืนแรก กลายเป็นฉากซิตคอมครอบครัวหรรษาไปซะแล้ว!


ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาลายโดราเอมอน (ของสะสมวัยเด็กของไบซัน) บรรยากาศมันทั้งอุ่น ทั้งแคบ และ... อึดอัดนิดๆ


เราสองคนนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน หน้าผากชนกัน จมูกแทบจะเกยกัน แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแรง เพราะไอ้เตียงไม้สักมรดกเจ้านคุณปู่นี่มันทรยศสุดๆ ขยับนิดเดียวก็พร้อมจะฟ้องแม่ด้วยเสียง เอี๊ยด...


"ร้อนมั้ย..."


ไบซันขยับปากพูดแบบไม่มีเสียง มีแค่ลมออกมา พยายามทำสกิลการสื่อสารระดับสายลับ


ผมพยักหน้าหงึกๆ เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม แต่ก็ไม่ยอมถีบผ้าห่มออก เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า


ไบซันยิ้มตาหยี ค่อยๆ เอื้อมมือหนามาโอบเอวผมอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกำลังกู้ระเบิด


กึก...


เสียงไม้ลั่นเบาๆ ดังขึ้น


ขวับ!


เราสองคนเบิกตาโพลง ตัวแข็งทื่อเป็นหินทันที กลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หูผึ่งฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ


...เงียบ...


ไบซันเป่าปากโล่งอก ฟู่ววว... แล้วขยับหน้าเข้ามาซุกที่ซอกคอผม


"เตียงแม่ง..." มันกระซิบก่นด่าเตียงตัวเอง "รู้เห็นเป็นใจกับแม่ชิบหาย ขยับนิดเดียวฟ้องเลย"


ผมกลั้นขำจนตัวสั่น ยกมือขึ้นลูบหลังมันเบาๆ ปลอบใจ


"ทนเอาหน่อย... คืนนี้แค่นอนกอดกันเฉยๆ ก็พอนะ" ผมกระซิบตอบข้างหูมัน


ไบซันเงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่นปากยาว


"แค่นอนกอดเหรอ... อุตส่าห์ได้อยู่ห้องเดียวกันทั้งที"



--------------------------------------
ใครอ้อนใครไม่รู้ด้วยแล้ววว
เหม็นกลิ่นฟามรัก

🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
57253
พลังน้ำใจ
292611
Zenny
116476
ออนไลน์
23531 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-10 12:43:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
5855
พลังน้ำใจ
38584
Zenny
5216
ออนไลน์
5995 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-10 13:09:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นายกสโมสร

กระทู้
28
ตอบกลับ
35206
พลังน้ำใจ
196692
Zenny
198936
ออนไลน์
31601 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-10 18:26:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอขอบคุณ

ประธานนักศึกษา

กระทู้
0
ตอบกลับ
10777
พลังน้ำใจ
54738
Zenny
11648
ออนไลน์
2288 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-13 03:43:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
2
ตอบกลับ
3972
พลังน้ำใจ
44091
Zenny
21528
ออนไลน์
3640 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-13 07:03:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
งื้อออออ ปืนโคตรแมนเลย
คุณแม่น่าร๊ากกกกกกกก เล่นละครเก่งมากด้วย 555555

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
274
ตอบกลับ
80
พลังน้ำใจ
10590
Zenny
42228
ออนไลน์
3862 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-1-15 08:01:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

ประธานนักศึกษา

กระทู้
3
ตอบกลับ
10536
พลังน้ำใจ
54215
Zenny
24911
ออนไลน์
2989 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-17 06:21:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
5481
พลังน้ำใจ
44268
Zenny
20483
ออนไลน์
6056 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-23 18:57:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-2-15 07:24 , Processed in 0.126265 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้