ลืมรหัสผ่าน
 สมัครเข้าเรียน
ค้นหา
ดู: 223|ตอบกลับ: 5

เพื่อนกันมันส์เสียว 11

[คัดลอกลิงก์]

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
274
ตอบกลับ
80
พลังน้ำใจ
10590
Zenny
42228
ออนไลน์
3862 ชั่วโมง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-1-20 11:23





เวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ช่วง ซัมเมอร์... ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นของจริงมาถึงแล้ว


ช่วงนี้ถือเป็นสวรรค์ของไบซัน เพราะเป็นช่วงปิดฤดูกาลแข่งขันยูโดพอดี ตารางซ้อมที่เคยแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาหายใจก็เบาบางลง ทำให้มันมีวันหยุดพักผ่อนกับเขาบ้าง


และที่พีคที่สุดคือ... ตอนนี้สถานะของไบซันอัพเกรดจาก "แฟน" กลายมาเป็น 'ลูกชายคนโปรด' ที่แม่ผมแทบจะยกโฉนดบ้านให้มันไปแล้ว...


เรื่องมันเริ่มจากแม่ผมนั่นแหละ ตัวดีเลย...


"หนูซันขับรถไปกลับบ้านตัวเองกับบ้านเราทุกวัน มันไกลนะลูก เปลืองน้ำมัน แถมอันตรายด้วยขับดึกๆ ดื่นๆ"


แม่ร่ายยาวด้วยความห่วงใย (แกมเปิดทาง)


"ย้ายมาอยู่กับปืนเขาที่นี่เลยสิลูก ช่วงปิดเทอมพอดี จะได้ไปเที่ยวไปกินข้าวด้วยกันสะดวกๆ ห้องนอนปืนก็กว้างจะตาย นอนสองคนสบายมาก"


เท่านั้นแหละ... ไบซันเก็บเสื้อผ้ายัดใส่เป้ใบยักษ์ ย้ายสัมมะโนครัวมาสิงอยู่ที่บ้านผมภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง






. .


เช้าวันหยุดที่แสนขี้เกียจ...


แสงแดดฤดูร้อนยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามา แต่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ (ที่แม่เพิ่งเปลี่ยนให้ใหม่) ยังมีก้อนผ้าห่มสองก้อนพันกันนัวเนีย


ผมรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอว เหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่มาพาดทับ ขยับตัวแทบไม่ได้


"อือ... ซัน... หนัก..."


ผมงัวเงียบ่นเสียงอู้อี้ พยายามแกะแขนล่ำๆ กับขาหนักๆ ของไบซันที่ก่ายกอดผมเป็นหมอนข้างออกจากตัว


"หือ... อย่าเพิ่งตื่นสิ..."


คนขี้เซาข้างหลังซุกหน้าลงกับซอกคอผม สูดดมกลิ่นแป้งเด็กที่มันชอบทาให้ผมก่อนนอน


"วันนี้วันหยุดนะ... ขอกอดชาร์จแบตอีกหน่อยไม่ได้เหรอ"


มันกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดึงตัวผมให้แผ่นหลังแนบชิดกับอกกว้างของมันจนแทบจะรวมร่างกัน


"ชาร์จบ้าบออะไร นอนกอดกันมาทั้งคืนแล้วเนี่ย ร้อนจะตายอยู่แล้ว ปล่อยยย"


ผมดิ้นขลุกขลัก แต่ก็ดิ้นไปงั้นแหละ ลึกๆ ก็ชอบความอบอุ่นนี้อยู่เหมือนกัน


สภาพห้องนอนของผมตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร...


บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีขวดโคโลนกับครีมบำรุงผิวของไบซันวางเบียดอยู่กับของผม ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงวอร์มของมันแขวนปะปนกับเสื้อช็อปของผม


แม้แต่ในห้องน้ำ... แปรงสีฟันสองด้ามที่วางคู่กันในแก้ว ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าชีวิตประจำวันของเราหลอมรวมกันไปแล้ว


"ถ้าไม่ลุก... กูจะลงไปกินกับข้าวฝีมือแม่หมดไม่เหลือเผื่อมึงนะ" ผมขู่


ไบซันหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะยอมคลายอ้อมกอด แล้วพลิกตัวผมให้หันไปเผชิญหน้า


มันยื่นหน้ามาจุ๊บปากผมเร็วๆ หนึ่งที


"มอร์นิ่งครับผัว... กับข้าวฝีมือแม่หมดไม่กลัว กลัวไม่ได้กินมึงมากกว่า"


"ไอ้บ้า! แต่เช้าเลยนะมึง!"


ผมฟาดแขนมันไปทีนึงแก้เขิน ก่อนจะรีบลุกหนีเข้าห้องน้ำ โดยมีเสียงหัวเราะทุ้มๆ ของไบซันไล่หลังตามมา


ชีวิตปิดเทอมที่มีไบซันวนเวียนอยู่ในบ้าน 24 ชั่วโมง... มันก็วุ่นวายดีเหมือนกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... มันมีความสุขชะมัด


พอได้มาอยู่ด้วยกันทุกวันจริงๆ คำว่า "ชีวิตมีสีสัน" ดูจะน้อยไป... เรียกว่า "ฉูดฉาด" น่าจะเหมาะกว่า


โดยเฉพาะเช้าวันเสาร์ที่อากาศสดใส ไบซันผู้ซึ่งอยากทำตัวเป็นศรีภรรยาที่ดี (ในร่างยักษ์) อาสาหอบตะกร้าผ้าใบโตของผมไปซักให้ด้วยความหวังดี


แต่ผลลัพธ์ที่ได้... ทำเอาผมแทบลมจับคาราวตากผ้า


"เฮ้ย! เสื้อกู! ไอ้ซันนนน!"


ผมตะโกนลั่นบ้านเมื่อหยิบเสื้อนักศึกษาสีขาวโอโม่ (ที่เคยขาว) ขึ้นมาดู ตอนนี้มันกลายสภาพเป็น "สีชมพูบานเย็น" สดใสกระแทกตา ชนิดที่ว่ามองจากปากซอยก็ยังเห็น


ต้นเหตุคงหนีไม่พ้นไอ้เสื้อยืดสีแดงแรงฤทธิ์ของมันที่ปนอยู่ในกะละมังเดียวกันนั่นแหละ!


"มึงซักยังไงของมึงเนี่ย! เสื้อกูพังหมดแล้ว! แบบนี้กูจะใส่ไปทำกิจกรรมคณะยังไงวะเนี่ย สีหวานแหววขนาดนี้!"


ผมบ่นกระปอดกระแปด หันไปมองค้อนไอ้ตัวต้นเหตุที่กำลังยืนตากกางเกงในอย่างสบายใจเฉิบ


ไบซันหันกลับมามองผมช้าๆ วางไม้แขวนเสื้อลง แล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ตีหน้าขรึมใส่ผมทันที


"บ่นไร..." มันกดเสียงต่ำ "อุตส่าห์ตื่นมาซักให้ มือเปื่อยหมดแล้วเนี่ย"


"ก็ดูผลงานมึงดิ! สีชมพูแปร๋นเลยเนี่ย!" ผมยังไม่หยุดโวยวาย


ไบซันเดินอาดๆ เข้ามาประชิดตัวผม จนเงาของมันทาบทับตัวผมมิด มันกอดอกมองหน้าผมด้วยสายตาดุๆ (แบบแกล้งๆ)


"แล้วจะทำไม... สีชมพูก็สวยดี เข้ากับหน้าหวานๆ ของมึงออก"


"สวยกับผีดิ! กูเรียนวิศวะนะเว้ย ไม่ใช่..."


"หยุด!" ไบซันสั่งเสียงเฉียบขาด ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกชนกัน "มึงกล้าว่าเมียเหรอ? ห๊ะ? นี่เมียซักให้นะ สำนึกบุญคุณบ้างมั้ย"


เจอคำว่า "เมีย" เข้าไป พร้อมกับสายตากดดันระดับนักกีฬาทีมชาติ... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมก็ทำงานทันที


ผมหุบปากฉับ กลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน ปรับโหมดจากเสือเป็นแมวภายในเสี้ยววินาที


"เอ่อ... ป่าวจ้ะ..." ผมเสียงอ่อย "ค้าบๆ ... เมียถูกเสมอครับ สีชมพูก็สวยดี... สดใสดีจ้ะ"


ไบซันหลุดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เอื้อมมือมาขยี้หัวผมแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว


"ดีมาก... ทีหลังห้ามบ่น เข้าใจมั้ยไอ้ปืนใหญ่"


"ครับผม..." ผมรับคำเสียงอู้อี้


กลายเป็นว่า "ดินปืน" ผู้เกรี้ยวกราดแห่งคณะวิศวะฯ ตอนนี้กลายเป็น "คนกลัวเมีย" (ที่ตัวใหญ่กว่า) ไปโดยสมบูรณ์แบบ






...


เหตุการณ์ทั้งหมดนั้น อยู่ในสายตาของ แม่ ที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน


แม่ลอบมองพวกผมแล้วก็ได้แต่ยิ้มกริ่มอย่างสะใจ ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู


"สมน้ำหน้าเจ้าปืน... เก่งมาจากไหน ก็แพ้ทางลูกสะใภ้ (ชาย) แม่คนนี้อยู่ดี... มีคนมากำราบได้สักทีนะลูกเอ๊ย"













ก่อนจะเปิดเทอม…เราสองคนตัดสินใจทิ้งท้ายช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ด้วยการ "หนีไปพักร้อน" ทะเลทางใต้


หลังจากเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่กระเป๋า แม่ก็ขับรถพาเรามาส่งที่สนามบินดอนเมืองแต่เช้าตรู่


“เดินทางปลอดภัยนะลูก ถึงแล้วอย่าลืมโทรหาแม่ด้วย” แม่ลดกระจกลงสั่งกำชับด้วยความเป็นห่วง


“ครับแม่” พวกผมกอดลาแม่ผ่านหน้าต่างรถ จากนั้นก็โบกมือบ้ายบายส่งจนรถแม่เลี้ยวลับตาไป


เพราะเป็นการเดินทางในประเทศก็เลยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เราสองคนลากกระเป๋าเดินหาของกินรองท้องกันในสนามบินง่ายๆ พอเติมท้องอิ่มจนหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน พร้อมที่จะไปหลับบนเครื่องเอาแรงเต็มที่






. .


"ง่วงก็พิงมา..."


พอเครื่องทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ไม่นาน ไบซันที่นั่งติดหน้าต่างก็เอื้อมมือมากดหัวผมเบาๆ ให้เอนลงไปซบกับไหล่กว้างของมัน


"ถึงภูเก็ตแล้วเดี๋ยวปลุก…”


"อือ... ขอบใจนะ" ผมพึมพำเสียงงัวเงีย ขยับหัวหามุมสบายบนไหล่หนาๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ จากตัวมันทำให้ผมหลับลึกไปได้อย่างง่ายดายตลอดชั่วโมงการเดินทาง


"ปืน... ปืน... ถึงแล้ว ตื่นเร็ว ดูนั่น"


แรงเขย่าเบาๆ ที่ต้นแขนปลุกให้ผมตื่นขึ้น ผมขยี้ตาปรับโฟกัส มองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินที่กำลังลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต


"โห... เชี่ยซัน! น้ำทะเลสีโคตรสวยเลยว่ะ!"


ผมร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นจนลืมเก็บอาการ ภาพเบื้องล่างคือทะเลอันดามันสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับหาดทรายขาวละเอียด สำหรับเด็กเมืองกรุงอย่างผม วิวแบบนี้มันฮีลใจสุดๆ


หลังจากรับกระเป๋า เราต่อรถโดยสารประจำทางสีส้มคันใหญ่เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดพังงา จุดหมายปลายทางของเรา


บรรยากาศสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไป จากตัวเมืองที่พลุกพล่าน กลายเป็นทิวทัศน์ของ ภูเขาหินปูน รูปร่างแปลกตาที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า สลับกับป่าเขียวชอุ่มและสวนยางพาราที่เรียงรายเป็นทิวแถวไกลสุดลูกหูลูกตา


ลมร้อนชื้นของภาคใต้พัดตีหน้าผมผ่านหน้าต่างรถเมล์ที่เปิดอ้าไว้ ผมนั่งมองวิวเพลินจนแทบจะยื่นหัวออกไปนอกรถ


"อากาศดีชิบหาย... รู้งี้กูลงมาเที่ยวตั้งนานแล้ว" ผมพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุข


แต่พอหันกลับมามองคนข้างๆ ... บรรยากาศกลับไม่สดใสเหมือนวิวข้างทางสักนิด


ไบซันนั่งเงียบกริบมาตลอดทาง มันมองออกไปนอกหน้าต่างแตไม่ได้โฟกัสที่วิว มือหนาทั้งสองข้างบีบประสานกันแน่นวางไว้บนตัก คิ้วเข้มขมวดมุ่นเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ


"ซัน..."


ผมเรียกเบาๆ เอื้อมมือไปแตะที่หลังมือมัน


"เป็นไรวะ... เมารถเหรอ?”


ไบซันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหน้าผม แววตาของมันมีความกังวลฉายชัดจนผมใจคอไม่ดี มันเม้มปากแน่นเหมือนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา


"กูว่า... อย่าเพิ่งบอกแม่กู เรื่องของเราเลยนะ"


ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ


"ทำไมล่ะ แม่มึงดุหรอ"


ไบซันหลบสายตาผมวูบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าเบาๆ โดยไม่อธิบายเหตุผลอะไรเพิ่ม


"อืม... ต่อหน้าแม่ เป็นเพื่อนกันไปก่อนนะ"


ผมมองหน้าคนรักที่ดูเครียดเกร็งอย่างเห็นได้ชัด แม้ในใจจะแอบมีคำถามว่าทำไมถึงต้องปิดบังขนาดนี้ แต่พอเห็นสายตาเว้าวอนคู่นั้น ผมก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ให้มันไม่สบายใจ


"ได้ ถ้ามึงว่าแบบนั้น กูจะทำไงได้ล่ะ"


ผมยิ้มบางๆ เพื่อให้มันสบายใจ แม้จะไม่รู้เหตุผลชัดเจน แต่ก็ไม่อยากให้ไอ้คนตรงหน้าคิ้วผูกกันเป็นปมแบบนี้ อีกอย่าง... มาเที่ยวทั้งที ผมก็อยากใช้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันให้มีความสุข


เมื่อรถโดยสารจอดเทียบท่าที่หน้าร้านอาหารริมทางเล็กๆ ไบซันก็หันมาพยักหน้าให้ผมเป็นสัญญาณ


"ถึงแล้ว..."


มันกระชับเป้บนหลัง สูดหายใจเข้าลึกเหมือนเรียกความมั่นใจ แล้วเดินนำผมเข้าไปในร้าน


ร้านอาหารของแม่ไบซันเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ตั้งอยู่ติดริมหาด ลมทะเลพัดเอากลิ่นเค็มๆ เข้ามาผสมกับกลิ่นฉุนกึกของแกงไตปลาที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่ในหม้อ เสียงตะหลิวกระทบกระทะดัง เคร้ง! เคร้ง! เป็นจังหวะหนักแน่น


"แม่... กลับมาแล้วครับ"


เสียงของไบซันฟังดูเรียบร้อยและเกรงใจกว่าปกติมาก มันยืนกุมมือรอก่อน ไม่กล้าเดินดุ่มๆ เข้าไป


หญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ผิวคล้ำแดด หน้าตาคมเข้มยืนหันหลังผัดกับข้าวอยู่ พอได้ยินเสียงลูกชายก็วางมือ แล้วค่อยๆ หันกลับมามอง


แวบแรกที่เห็นแม่ไบซัน ผมเผลอเกร็งขึ้นมาอัตโนมัติ เพราะท่านหน้านิ่งมาก แววตาคมกริบกวาดมองพวกเราอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ยิ้มทักทาย


"มาถึงแล้วรึ" เสียงแม่เรียบตึง ไม่มีการวิ่งเข้ามากอดรับขวัญลูกชายเหมือนบ้านผม "แล้วนั่นพาใครมาด้วย เพื่อนรึ?"


แม่พยักพเยิดหน้ามาทางผม


ไบซันขยับตัวนิดนึงเหมือนจะบังผมไว้โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะตอบเสียงเบา


"ครับ... ปืนไงแม่ ที่เมื่อก่อนชอบมาเล่นที่บ้านเราบ่อยๆ ตอนเด็กๆ ไงครับ"


แม่ไบซันขมวดคิ้วนิดหนึ่ง พยายามเพ่งมองหน้าผมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ดวงตาคู่ดุจะฉายแววจำได้ขึ้นมา น้ำเสียงที่เคยตึงๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย


"อ๋อ... เจ้าปืนลูกแม่ดาน่ะเหรอ"


"ครับ สวัสดีครับน้า" ผมรีบยกมือไหว้ทันที


แม่รับไหว้ แล้วมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า


"จำแทบไม่ได้ โตเป็นหนุ่มแล้วเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเรา ผอมไปหน่อยนะ ผิวขาวซีดเชียว อยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยโดนแดดล่ะสิ"


แม่พูดตรงๆ ตามประสา แต่ไม่ได้ฟังดูหยาบคาย แค่เป็นคนพูดจาโผงผางชัดเจน


"ครับน้า เรียนหนักน่ะครับ ไม่ค่อยได้ไปไหน" ผมยิ้มตอบ


แม่พยักหน้ารับรู้ แล้วหันกลับไปพูดกับไบซัน น้ำเสียงกลับมาเรียบเฉยและดูเป็นทางการขึ้นมาทันที เหมือนเจ้านายสั่งลูกน้องมากกว่าแม่คุยกับลูก


"กุญแจห้องพักแขวนอยู่ที่เดิม พาเพื่อนไปเก็บของสิ... แล้วอย่าเสียงดังรบกวนแขกคนอื่นเขาล่ะ"


"ครับแม่"


ไบซันรับคำสั้นๆ ก้มหน้าเล็กน้อย ไม่มีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันต่อ


"เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยลงมากินข้าว น้าทำแกงไว้เยอะแยะ" ประโยคนี้แม่หันมาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่ใจดีกว่าตอนพูดกับไบซันอย่างเห็นได้ชัด


"ขอบคุณครับน้า"


ไบซันรีบเดินไปหยิบกุญแจ แล้วเดินนำผมออกไปทางบ้านพักทันที


ระหว่างเดินไปที่พัก ผมสังเกตเห็นแผ่นหลังของไบซันดูลู่ลง ความเงียบระหว่างแม่ลูกเมื่อกี้มันทำให้บรรยากาศดูอึดอัดชอบกล ทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ก็เหมือนมีกำแพงบางๆ กั้นกลางที่ทำให้เข้าไม่ถึงกันอยู่


"แม่จำมึงได้ก็ดีแล้ว..." ไบซันพูดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่หันมามอง "จะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะ"


ผมเดินตามมันไปเงียบๆ เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมไบซันถึงดูกังวล... ทริปนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องต้องปิดบังความสัมพันธ์ของเราแล้วล่ะ


พอไขกุญแจเข้ามาในห้องพัก บรรยากาศข้างในดูเรียบง่ายแต่น่าอยู่ ลมทะเลเย็นๆ พัดเอื่อยเข้ามาทางหน้าต่างบานไม้ที่เปิดอ้าไว้ หอบเอากลิ่นไอเค็มจางๆ เข้ามาเตะจมูก เหมาะที่จะนั่งรับลมเล่นเป็นที่สุด


ผมปลดเป้ใบหนักออกจากหลังวางลงบนพื้นไม้ แล้วทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนฟูกสีขาวสะอาดที่ปูไว้กลางห้องอย่างสบายอารมณ์


"อืมม... กลิ่นทะเล..."


ผมหลับตาพริ้ม สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เสียง กรุ๊งกริ๊ง เบาๆ ของโมบายเปลือกหอยที่แขวนอยู่ริมหน้าเวลาลมพัดให้ความรู้สึกว่ามาถึงทะเลแล้วจริงๆ


ผมกลิ้งตัวไปมาบนที่นอนนุ่มๆ สักพัก ก่อนจะนอนหงายแล้วเงยหน้ามองคนรักที่ยังยืนค้ำหัวอยู่ ไบซันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ ไม่ได้อินกับบรรยากาศชิลล์ๆ รอบตัวเลยสักนิด


"ยืนทำหน้าเครียดอยู่ทำไม มาให้กูกอดนี่มา"


ผมไม่พูดเปล่า แต่รีบดีดตัวลุกขึ้นคว้าข้อมือหนาของมันแล้วออกแรงดึงเต็มแรง


"เฮ้ย!"


ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างยักษ์ของไบซันก็เซล้มลงมาทับบนตัวผมบนฟูกดัง ตุ้บ!


"อ๊ะ... มึง... ปล่อยกู"


ไบซันรีบใช้ศอกยันพื้นไว้ไม่ให้ทับผมจนแบน แต่น้ำเสียงดูลนลานชอบกล มันพยายามจะลุกหนีแต่ผมกอดเอวมันไว้แน่น


"ทำไมว้าา... แค่กอดเมียเฉยๆ เอง" ผมยิ้มแป้น ทำหน้าทะเล้นใส่


"อือ... ปืน เดี๋ยวแม่ก็ได้ยินหรอก"


ไบซันกระซิบเสียงเครียด หันไปมองทางประตูอย่างระแวง


"เฮ้อ.. นี่กูต้องอดทนใช่มั้ยเนี่ย มาเที่ยวทั้งที" ผมบ่นอุบ ยอมคลายอ้อมกอดออกนิดหน่อย


ไบซันถอนหายใจยาว พลิกตัวลงมานอนตะแคงข้างๆ ผม จ้องหน้าผมนิ่งๆ แล้วพูดสิ่งที่ทำให้ผมต้องหุบยิ้ม


"กูไม่อยากให้แม่สงสัย... แยกกันนอนไปก่อนนะ"


"ห๊ะ..." ผมร้องเสียงหลง "แยกนอน?"


"กูต้องไปนอนที่บ้านใหญ่น่ะ... มึงนอนนี่คนเดียวได้ใช่มั้ย"


ผมขมวดคิ้วทันที ความน้อยใจเริ่มพุ่งปรี๊ด


"แล้วทำไมไม่ให้กูไปนอนด้วยที่บ้านล่ะ "


ไบซันมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจังปนลำบากใจ ก่อนจะพูดเหตุผลที่ตรงไปตรงมาจนผมเถียงไม่ออก


"ขืนถ้านอนด้วยกัน มีหวังแม่จับได้แน่ๆ ... ยิ่งขี้เงี่ยนกันอยู่"


มันใช้นิ้วจิ้มหน้าผากผมเบาๆ


"นอนเบียดกันทั้งคืน คิดว่ากูจะทนมึงไหวเหรอ? เกิดมีเสียงเล็ดลอดออกมา แม่กูหูไวจะตาย เดี๋ยวได้บ้านแตกกันพอดี"


ผมหน้าแดงแปร๊ดทันทีเมื่อโดนรู้ทัน... ก็จริงของมัน แค่โดนตัวนิดหน่อยไฟก็จุดติดแล้ว ขืนนอนด้วยกันในบ้านแม่ มีหวังโป๊ะแตกแหงๆ


"เฮ้อ... โอเคๆ" ผมจำนนด้วยเหตุผล (และความหื่นของตัวเอง)


"ไว้ดึกๆ ถ้าแม่หลับแล้ว กูจะแอบแว้บมาหา..."






...


หลังจากที่ผมนอนกลิ้งเกลือกสูดกลิ่นทะเลจนชื่นใจ และปล่อยให้ไบซันกลับไปช่วยงานที่ร้าน


ผมเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แดดร่มลมตก ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านอาหารเตรียมจะเปิดรับลูกค้ามื้อเย็น


'เอาวะไอ้ปืน... จะมานอนกินแรงเฉยๆ ไม่ได้ อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ อยากได้ใจแม่ยาย ก็ต้องโชว์ความขยันเข้าสู้!'


ผมปลุกใจตัวเองเสร็จสรรพ ก็ลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา เดินออกจากบ้านพักตรงดิ่งไปยังโซนครัวหลังร้านทันที


บรรยากาศในครัวกำลังวุ่นวายได้ที่ เสียงมีดสับเขียง ปัง! ปัง! ปัง! ดังระรัว แม่ของไบซันกำลังง่วนอยู่กับการหั่นผักกองโต ส่วนไบซันกำลังแบกถังน้ำแข็งใบยักษ์เดินเข้ามาพอดี


"อ้าวเฮ้ย... มาทำไมวะปืน ไม่นอนพักล่ะ" ไบซันร้องทักเมื่อเห็นผมเดินดุ่มๆ เข้ามา


แม่หยุดมือจากมีด หันมามองผมผ่านแว่นสายตา


"นั่นสิ... มาเดินเกะกะในครัวทำไม ร้อนจะตาย ไปนั่งรับลมข้างนอกไป๊" แม่ไล่แบบไม่จริงจังนัก


ผมฉีกยิ้มสู้ เดินเข้าไปใกล้ๆ โต๊ะเตรียมของ


"โธ่น้าครับ... ให้นั่งเฉยๆ ผมเบื่อแย่เลย เห็นน้ายุ่งๆ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ? หั่นผัก ล้างจาน หรือเสิร์ฟน้ำ ผมทำได้หมดนะ"


แม่วางมีดลง ถอนหายใจพรืด


"เป็นแขกก็อยู่ส่วนแขกสิ จะมาลำบากทำไม... เดี๋ยวเสื้อผ้าเปื้อนหมด แม่แกจะว่าฉันเอาลูกเขามาใช้งานเยี่ยงทาส"


"ไม่ว่าหรอกครับ! แม่ผมชอบซะอีกบอกให้ฝึกไว้" ผมรีบแย้ง "นะน้า... ให้ผมช่วยเถอะ ผมอยากช่วยจริงๆ ดีกว่านั่งหายใจทิ้งไปวันๆ นะครับ"


ผมส่งสายตาอ้อนวอนระดับสิบไปให้


แม่มองหน้าผมสลับกับไบซันที่ยืนยิ้มกริ่มเชียร์อยู่ห่างๆ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาในความดื้อ


"เออๆ ... อยากทำก็ตามใจ แต่บอกไว้ก่อนนะว่างานร้านอาหารมันหนัก ไม่ได้สบายเหมือนเดินห้างนะเว้ย"


แม่เอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีสดที่แขวนอยู่ข้างฝา แล้วโยนมาให้ผมรับ


"ใส่ซะ เดี๋ยวเสื้อเลอะ... แล้วไปช่วยไอ้ซันมันจัดโต๊ะหน้าร้านไป เกะกะในครัว"


"รับทราบครับผม!"


ผมรับคำเสียงดังฟังชัด รีบคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวมทับเสื้อยืดทันที


ไบซันเดินเข้ามาหาผม แกล้งทำเป็นช่วยจัดสายผ้ากันเปื้อนด้านหลังให้ พลางกระซิบที่ข้างหูเบาๆ


"ฟิตจัดเลยนะมึง... กะจะเอาโล่ลูกเขยดีเด่นเลยรึไง"


"แน่นอน..." ผมกระซิบตอบ หันไปยักคิ้วให้มัน "กูเอาจริงเว้ย งานนี้ทุ่มสุดตัว"


"เออ ให้มันจริง อย่าเป็นลมพับไปซะก่อนล่ะ" ไบซันหัวเราะ ก่อนจะดันหลังผมให้ออกไปหน้าร้าน "ไป... ลุยกัน"


พอแดดร่มลมตก ลูกค้าก็เริ่มทยอยเข้าร้านจนแน่นขนัด


ผมในชุดเสื้อยืดสีขาว (ที่เริ่มชุ่มเหงื่อจนแนบเนื้อนิดๆ) สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ของแม่ เดินรับออเดอร์ด้วยรอยยิ้มการค้าแบบฉบับเดือนคณะเก่า


"รับอะไรดีครับพี่สาว... แนะนำแกงส้มยอดมะพร้าวนะครับ อร่อยเด็ดรับประกันเลย"


ผมส่งยิ้มหวานให้กลุ่มนักท่องเที่ยวสาวๆ โต๊ะริมหาด


"อุ๊ย... พ่อค้าหล่อขนาดนี้ แกงส้มต้องหวานแน่ๆ เลยค่ะ" พี่สาวคนหนึ่งแซวขึ้นมาเรียกเสียงกิ๊วก๊าวจากเพื่อนๆ ทั้งโต๊ะ "น้องเพิ่งมาทำงานเหรอคะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย"


"อ๋อ... มาช่วยงานน่ะครับ ช่วงปิดเทอม" ผมตอบเลี่ยงๆ "เดี๋ยวผมรีบไปสั่งอาหารให้นะครับ รอสักครู่นะครับพี่คนสวย"


ไม่ใช่แค่โต๊ะนี้ แต่ดูเหมือนแทบทุกโต๊ะจะเรียกหาแต่ "น้องหน้าหล่อ" ให้ไปรับออเดอร์ จนผมหัวหมุนไปหมด แต่ก็สนุกดีที่เห็นคนเข้าร้านเยอะขนาดนี้


...แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่ไม่สนุกด้วย


ปัง!


เสียงวางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์บาร์ดังสนั่น จนผมสะดุ้ง


ไบซันยืนหน้านิ่ง คิ้วกระตุกยิกๆ มือข้างหนึ่งกำที่ตักน้ำแข็งแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่โต๊ะสาวๆ กลุ่มเมื่อกี้ที่กำลังมองตามหลังผมตาละห้อย


พอผมเดินกลับเอาบิลไปเสียบที่เคาน์เตอร์ ไบซันก็รีบคว้าข้อมือผมดึงเข้าไปหลบมุมหลังตู้แช่น้ำทันที


"ยิ้มเรี่ยราด..."


เสียงทุ้มกระซิบดุๆ ข้างหู หน้าตามันบอกบุญไม่รับสุดๆ


"อะไรของมึงเนี่ย" ผมกระซิบกลับ ขำก็ขำแต่ต้องกลั้นไว้ "กูบริการลูกค้าป่ะวะ ยิ้มแย้มแจ่มใส ยอดขายจะได้พุ่งๆ ไง"


"พุ่งไปไหนล่ะ... พุ่งใส่ตัวมึงหมดแล้วเนี่ย" ไบซันบ่นอุบ สายตาลอกแลกมองไปทางครัว กลัวแม่เห็น แต่ปากก็ยังบ่นงุ้งงิ้ง "โต๊ะนั้นขอถ่ายรูป โต๊ะนี้ขอไลน์... กูยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะเดินไปด่าก็ไม่ได้ หงุดหงิดโว้ย!"


"โอ๋ๆๆ พ่อคนขี้หวง..." ผมแกล้งแหย่ เอานิ้วจิ้มแก้มมัน "หึงเหรอจ๊ะ? เก็บอาการหน่อยสิ เดี๋ยวแม่รู้หมด"


"เออ หวง! หวงชิบหายเลยด้วย!" มันกัดฟันพูดเสียงเบา "ถ้าไม่ติดว่าแม่ยืนผัดข้าวอยู่ตรงนั้นนะ กูจะเดินไปประกาศแล้วว่าคนนี้ผัวกู ห้ามมอง!"


"ไอ้บ้า! เบาๆ!" ผมรีบตะครุบปากมัน หน้าแดงแปร๊ด


จังหวะนั้นเอง เสียงสวรรค์ (หรือนรกก็ไม่รู้) ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา


"ไอ้ปืน! ไอ้ซัน! มัวแต่สุมหัวคุยอะไรกันตรงนั้นน่ะห๊ะ!"


แม่เดินออกมาจากครัวพร้อมจานปลากะพงทอดน้ำปลาใบใหญ่ หยุดยืนมองพวกเราที่รีบดีดตัวออกจากกัน


แม่หรี่ตามองผมนิดหนึ่ง แล้วพยักหน้าด้วยความพอใจแบบนิ่งๆ


"เออ... เข้าท่าดีนี่หว่าเราน่ะ"


ผมใจหายวาบ นึกว่าแม่จะด่า


"เรียกลูกค้าเก่งดีนี่ สาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่... ดีกว่าไอ้ลูกชายตัวดีของฉัน วันๆ หน้าบูดเป็นตูดลิง ลูกค้าเห็นหนีหมด"


แม่หันไปค้อนใส่ไบซันที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ


"ยิ้มบ้างสิวะไอ้ซัน! ดูเพื่อนเป็นตัวอย่างบ้าง หน้าตาแกมันไล่แขก ดูซิ... ปืนมันยิ้มทีเดียว ลูกค้าสั่งเพิ่มกันรัวๆ"


ไบซันทำหน้าเหมือนกลืนยาขม ได้แต่พยักหน้าแกนๆ


"ครับแม่... จะพยายามยิ้มครับ..."


พอแม่เดินกลับเข้าครัวไป ผมก็หลุดขำพรืดออกมาทันที หันไปยักคิ้วให้คนขี้หวงที่ยืนหน้ามุ่ย


"ได้ยินมั้ยครับคุณลูกชาย... หัดยิ้มบ้าง หน้าบูดเป็นตูดลิงแล้วนะ"


ไบซันถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองผมด้วยสายตาคาดโทษ


"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง... คืนนี้แม่หลับเมื่อไหร่ กูจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลย คอยดู"


มันชี้หน้าคาดโทษแล้วเดินกระแทกส้นเท้าไปตักน้ำแข็งต่อ ทิ้งให้ผมยืนขำอย่างผู้ชนะ...


งานนี้ได้ทั้งคะแนนพิศวาสจากแม่ แถมยังได้แกล้งแฟนขี้หึงให้ดิ้นพล่าน... คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!


หลังจากส่งลูกค้าโต๊ะสุดท้ายกลับไป และช่วยกันเก็บกวาดร้านจนสะอาดเอี่ยม แม่ของไบซันที่ยืนผัดหน้าเตามาทั้งวันก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน ทิ้งหน้าที่ปิดไฟและล็อกประตูร้านไว้ให้พวกเรา


"เฮ้อ..."


ผมถอนหายใจยาวเหยียด ทิ้งตัวพิงขอบระเบียงไม้ของร้าน มองออกไปที่ท้องทะเลสีดำสนิท มีเพียงแสงไฟสีเขียวระยิบระยับจากเรือตกหมึกที่ลอยลำอยู่ไกลๆ ตัดกับเสียงคลื่นซัดฝั่งดัง ซู่... ซู่... ที่ฟังแล้วผ่อนคลายเหมือนได้ชำระล้างความเหนื่อยล้า


พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว และแม่คงเดินไปไกลลับสายตา... ผมก็หันกลับไปหาคนที่กำลังเช็ดแก้วใบสุดท้ายอยู่ที่บาร์


ผมเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของไบซันจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างที่ชื้นเหงื่อจางๆ แต่กลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด


"เหนื่อยจัง..." ผมบ่นเสียงอู้อี้ ถูไถหน้ากับเสื้อยืดของมันเบาๆ "ขอเติมพลังหน่อย"


ไบซันชะงักมือที่เช็ดแก้ว วางมันลงช้าๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาผม


แขนแกร่งตวาดโอบรอบเอวผมแล้วดึงเข้าไปชิดอกจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มันก้มลงมองหน้าผมด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงกว่าตอนหัวค่ำลิบลับ ไม่มีแววตาขี้หึงหรือกังวลหลงเหลืออยู่


"สมควรเหนื่อยแหละ..."


มือหนายกขึ้นมาลูบผมที่ชื้นเหงื่อของผมไปด้านหลังอย่างเบามือ


"วิ่งวุ่นทั้งร้าน แถมยังต้องคอยโปรยเสน่ห์ใส่ลูกค้าสาวๆ อีก... ใช้พลังงานเยอะน่าดูนี่หว่า"


ปากก็แซวเรื่องเก่า แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู


"อย่ามาประชด..." ผมเงยหน้ามองค้อนมันวงเล็กๆ "ที่ทำไปเพราะอยากช่วยแม่มึงขายของหรอกน่า... แล้วนี่ก็แบตหมดแล้วด้วย ต้องการแท่นชาร์จด่วน"


ผมกระชับกอดแน่นขึ้น หลับตาพริ้มรอรับสัมผัส


ไบซันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเราชนกัน


"เก่งมากครับ... วันนี้เก่งมากจริงๆ ขอบใจนะที่มาลำบากด้วยกัน"


เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่มันจะประทับจูบลงมาอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนหวือหวา แต่เป็นจูบที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยคำขอบคุณ รสชาติเค็มปร่าของลมทะเลผสมกับความหวานล้ำของคนตรงหน้า ทำให้ความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวันปลิวหายไปกับสายลม


เรายืนกอดกันนิ่งๆ ท่ามกลางเสียงคลื่นและแสงไฟจากเรือตกหมึก ปล่อยให้เวลาเดินช้าลง... ซึมซับความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันแค่สองคนในโลกใบเล็กๆ นี้


"ชาร์จเต็มหรือยัง..." ไบซันถอนริมฝีปากออกอ้อยอิ่ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยเอวผม


"เกือบแล้ว..." ผมยิ้มปรือตา "แต่ถ้าได้ไปนอนกอดกันต่อที่ห้อง... น่าจะเต็มเร็วกว่านี้นะ"


ไบซันยิ้มกว้าง ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความดื้อของผม


"งั้นรีบปิดร้าน... แล้วเดี๋ยวไปส่งที่ห้อง แล้วค่อยว่ากัน"


-----------------------------------
ความสัมพันธ์แบบแอบกิน โอ้ยย สงสารเลย
ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ ว่าแม่ยายจะรับลูกเขยคนนี้มั้ย





🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นายกสโมสร

กระทู้
0
ตอบกลับ
57267
พลังน้ำใจ
292686
Zenny
116525
ออนไลน์
23531 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-8 11:39:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
5772
พลังน้ำใจ
48595
Zenny
1072
ออนไลน์
3226 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-8 22:42:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุก

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
2
ตอบกลับ
3972
พลังน้ำใจ
44121
Zenny
21558
ออนไลน์
3640 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-9 07:19:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ช่วยงาน เอาใจแม่ยาย
ปืนน่าร๊ากกกกกกกกกก
ไบซันก็ขี้หวงจริงๆ 5555555
ก็เขารักของเขาอะเนอะ

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
274
ตอบกลับ
80
พลังน้ำใจ
10590
Zenny
42228
ออนไลน์
3862 ชั่วโมง
 เจ้าของ| โพสต์ 2026-1-9 19:53:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Eakkadoor ตอบกลับเมื่อ 2026-1-9 07:19
ช่วยงาน เอาใจแม่ยาย
ปืนน่าร๊ากกกกกกกกกก
ไบซันก็ขี้หวงจริงๆ 5555555

คลั่งรักกันมาก รู้งี้รักนานแล้ว
🌸 一期一会 (いちごいちえ)

นิสิตสัมพันธ์

กระทู้
0
ตอบกลับ
5481
พลังน้ำใจ
44268
Zenny
20483
ออนไลน์
6056 ชั่วโมง
โพสต์ 2026-1-23 18:56:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครเข้าเรียน

รายละเอียดเครดิต

A Touch of Friendship: สังคมจะน่าอยู่ เมื่อมีผู้ให้แบ่งปัน ฝากไวเป็นข้อคิดด้วยนะคะชาวจีโฟกายทุกท่าน
!!!!!โปรดหยุด!!!!! : พฤติกรรมการโพสมั่วๆ / โพสแต่อีโมโดยไม่มีข้อความประกอบการโพส / โพสลากอักษรยาว เช่น ครับบบบบบบบบ, ชอบบบบบบบบ, thxxxxxxxx, และอื่นๆที่ดูแล้วน่ารำคาญสายตา เพราะถ้าท่านไม่หยุดทีมงานจะหยุดท่านเอง
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านโปรดโพสตอบอย่างอื่นนอกเหนือจากคำว่า ขอบคุณ, thanks, thank you, หรืออื่นๆที่สื่อความหมายว่าขอบคุณเพียงอย่างเดียวด้วยนะคะ เพื่อสื่อถึงความจริงใจในการโพสตอบกระทู้ และไม่ดูเป็นโพสขยะ
กระทู้ไหนที่ไม่ใช่กระทู้ในลักษณะที่ต้องโพสตอบโดยใช้คำว่าขอบคุณ เช่นกระทู้โพล, กระทู้ถามความเห็น, หรืออื่นๆที่ทีมงานอ่านแล้วเข้าข่ายว่า โพสขอบคุณไร้สาระ ทีมงานขอดำเนินการตัดคะแนน และ/หรือให้ใบเตือนสมาชิกที่โพสขอบคุณทันทีที่เจอนะคะ

รูปแบบข้อความล้วน|โทรศัพท์มือถือ|ติดต่อลงโฆษณา|จีโฟกายดอทคอม

ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บจีโฟกายดอทคอมนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศิลธรรม ไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ ท่านสามารถแจ้งลบข้อความได้ที่ Link “แจ้งลบโพสนี้” ที่มีอยู่ใต้ข้อความทุกข้อความ หรือ ลืมพาสเวิดล๊อกอิน/ลืมชื่อที่ใช้สมัคร หรือข้อสงสัยใดๆแจ้งมาที่ G4GuysTeam[at]yahoo.com ขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ

กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง หากจะทำการคัดลอก/เผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูลก่อนนะคะ หรือลงที่มาไว้ด้วยค่ะ

©ขอสงวนสิทธิ์คอนเซ็ปต์,คำอธิบาย,หัวข้อ/หมวดหมู่เว็บ ห้ามลอกเลียนแบบ คิดเอาเองนะคะอย่าเอาแต่ลอก

GMT+7, 2026-2-15 11:43 , Processed in 0.130790 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.5, Rev.8

© 2001-2026 Discuz! Team.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้