ความรัก...ของผม 4
ตอนที่ 4 ตอนหน้าจบแล้วนะ“น็อต จำวันนี้ที่เราพนันกันได้ไหมครับ ว่าใครแพ้ต้องยอมทำตามที่คนชนะขอ จำได้หรือเปล่า”
“เอ่อ พี่เลขจะให้ผมทำอะไรหรือครับ”ทำไมเสียงผมสั่นแบบนั้นนะ
“พี่อยากขอให้น็อต เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็มาเล่าให้พี่ฟัง อย่าแอบไปร้องไห้คนเดียว กลับมายิ้มเป็นน็อตเหมือนช่วงแรกๆที่
ย้ายมาได้ไหมครับ ไม่ได้ขอให้น็อตลืม แต่ขอให้พยายามอย่าไปนึกถึงแค่นี้พอจะทำให้พี่ได้ไหมครับ”
“ผมจะพยายามนะครับ และก็ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับที่พาผมไปเที่ยว”
ผมปิดประตูโทรหาแม่ ตกลงเรื่องตั๋วและเวลาที่จะให้แม่บินมาเที่ยวกับผม ผมยังไม่ได้เล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ผมเจอกับเต้ในวัน
นี้ผมไม่อยากให้แกไม่สบายใจ ผมก็เข้านอนเร็วหน่อยวันนี้
“พี่น็อตพี่มานี่เลย ไหนเล่าเหตุการณืเมื่อวานมาด่วนๆเลยพี่”ผมยังไม่ผ่านประตูดีเจ้านัทก็ดึงมือผมไปฝั่งโต๊ะที่นัทนั่งอยู่
“ใช่ๆ เล่าเลยค่ะเชอร์รี่อยากรู้ เมื่อวานเขาลือกันทั้งบริษัทเลย”
“เอ่อคือว่า.............................”ผมกำลังจะอ้าปากเล่า
“นี่ทุกคนไม่มีอะไรทำหรือไงถึงมากดดันให้น็อตเล่าเรื่องไร้สาระฟัง”
ผมไม่ได้ยืนเล่าต่อ พี่เลขกับจูงมือผมเดินเข้าห้องแทน ได้ยินเสียงแว่วมาว่าทำไมพี่เลขถึงเรียกพี่น็อตว่าน็อตหล่ะเห็นปกติ
จะเรียกคุณน็อตตลอดเลยนี่ครับ
----------------------------------------------------------------------------------
“เอ่อน็อต เห็นเคยบอกว่าวันงานปีใหม่บริษัทจะชวนคุณแม่มาร่วมงานด้วยใช่ไหม”
“อ่อใช่ครับ พรุ่งนี้ผมต้องไปรับแม่ตอนหกโมงเย็นครับ”
“งั้นดีเลยเดี๊ยวพี่ไปเป็นเพื่อนนะ เพราะพี่ต้องไปรับลุงธนากรด้วย”
“อ่อได้ครับ”
และบรรยากาศก่อนปีใหม่ ที่บริษัทแต่ละแผนกเขาจะประดับประดาไปด้วยสายรุ้งเอ่อ ป้ายสวัสดีปีใหม่เอ่ย คำอวยพรต่างๆ
เอ่ยผมก็อยู่ในแผนกที่ช่วยกันตกแต่ง
“คุณๆแม่ผมจะถึงแล้วนะ คุณธนากรถึงไหนแล้วอ่ะครับ”
“นั้นๆไงลุงผมมานู้นแล้ว..........”
“แม่ๆทางนี้ครับ”
สิ่งที่ผมแปลกใจมากที่สุดก็คือแม่ผมเดินมาพูดคุยกันเหมือนคนรู้จักกันมานานกับคุณธนากร หรือว่าท่านสองคนรู้จักกันมา
ก่อนนะไม่น่าจะใช่นะ
“แม่สวัสดีครับ คุณธนากรสวัสดีครับ ”ผมทักทายผู้เป็นแม่กับหัวหน้า
“นี่อย่าบอกนะ สายใจว่ากิตติพงษ์นี่เป็นลูกเธอกับกิตติศักดิ์น่ะ ใช่ไหมสายใจ”ทำไมคุณธนากรถึงมีท่าทีร้อนรนขนาดนั้นน่ะ
“เอ่อสวัสดีครับลุง แล้วคุณแม่ของกิตติพงษ์นะครับ พอดีผมชื่อณัฐกิตต์นะครับเรียกว่าเลขก็ได้ครับ เป็นหัวหน้าของน็อตเขาน่ะ
ครับ เดี๊ยวเชิญทางนี้ดีกว่าครับ เราไปทานอาหารก่อนแล้วกันครับ”
เราเดินทางมาร้านอาหารต่อ แต่มีแค่คุณธนากรที่มีท่าทางร้อนรนเหมือนมีเรื่องอยากจะคุยกับแม่ผม ผมจึงทำเป็นไม่
สนใจจะดีกว่า บนโต๊ะอาหารจึงมีแต่เสียงของแม่ผมกับพี่เลขที่คอยคุยกันและเราถึงพฤติกรรมของผมตอนเด็กๆให้พี่เลขฟัง
เหมือนรู้จักกันมานานอย่างนั้น
วันที่ผมเดินเข้างานมากับแม่พร้อมพี่เลขกับคุณธนากร เราต้องผ่านโต๊ะของผู้บริหารต่างๆดันมีเสียงๆนึงเรียกแม่ของผมไว้
“สายใจ นั้นใช่คุณใช่ไหม”ผมหันกลับไปมอง ดันเห็นท่านประธานยืนขึ้นตะโกนเรียกแม่ผม
“เพื่อนแม่หรือครับ”ผมเห็นสีหน้าของแม่ไม่ค่อยสู้ดีนักผมเลยจะพาแม่มานั่งที่โต๊ะ
“พี่น็อตวันนี้พี่ระวังตัวหน่อยนะ ผมมองจากสายตาคุณแพรมองมาที่พี่แล้วผมว่าต้องมีปัญหากันอีกชัวร์ๆ”เจ้านัทแอบเดินมา
กระซิบบอกผม
“ขอบคุณนะนัทแต่พี่ไม่เป็นไร”
“สายใจ คุณหายไปไหนมา คุณรู้ไหมผมตามหาคุณกับลูกนานขนาดไหน”อยู่ๆท่านประธานก็เดินมาถึงตรงเก้าอี้ที่แม่ผมนั่งอยู่
“นี่มันอะไรกันค่ะคุณพ่อ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมคุณพ่อถึงต้องออกตามหาด้วย”
“สายใจตอบผมหน่อย สายใจ”
“นี่เป็นแผนของแกกับแม่ของแกใช่ไหม อีเกย์หน้าด้าน กล้ามากนะที่ให้แม่แกมาถึงที่นี่ วันนี้ฉันจะฆ่าแกไอ้เกย์ทุเรศ”นัทพูดยัง
ไม่ทันขาดคำเลย คุณแพรมาถึงก็เอาน้ำมาสาดผมพร้อมกับคำด่าทอเสียๆหายๆ
“นี่เธอทำอะไรของเธอ เธอกล้าดียังไงมาทำกับลูกของฉันแบบนี้”อยู่ๆท่านประธานก็หันไปด่าทอกับคุณแพร
“ทำไมคุณพ่อพูดกับหนูแบบนี้หล่ะค่ะ”
“ทำไมน่ะหรอ เพราะแกไม่เคยรู้อะไรเลยไงหล่ะแพร ว่าแม่แกน่ะเค้าตั้งท้องแกกับคนอื่นมาถูกจับแต่งงานกับฉันที่มีครอบครัว
อยู่แล้วไง ทีนี้แกคงเข้าใจว่าที่จริงแล้วแกไม่ใช่ลูกของฉัน”
ระหว่างที่พ่อลูกคู่นั้นกำลังถกเถียงกันอยู่ หน้าเวทีก็มีภาพเหตุการณ์ตอนที่คุณแพรไปอาละวาดผมที่ลานจอดรถ ในคลิปบันทึก
ทั้งภาพและเสียงเรียกว่าคมชัดมาก
“นี่มันคือแผนของแกใช่ไหม ไอ้เกย์หน้าด้าน ทั้งแม่ทั้งลูก”
“หยุดเดี๊ยวนี้นะแกกล้าดียังไงมาด่าคนที่ฉันรักแบบนี้ ถึงคราวที่ฉันจะต้องพูดแล้วหล่ะ ที่ฉันยังเลี้ยงเธอไว้ตั้งแต่ที่แม่เธอเสีย
เพราะฉันยังสงสารเออยู่ แต่ในเมื่อวันนี้ฉันเห็นพฤติกรรมของเธอแล้ว นับแต่วันนี้ไปเธอไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไปแพร”
บรรยากาศตอนนี้เรียกได้ว่าตรึงเครียดมาก อยู่คุณแพรก็คลุ่มคลั่งเรียกได้ว่าสติไม่อยู่กับตัวแล้วก็ว่าได้ จนต้องมีคนมาพาเธอ
ออกไปจากงานแทน ผมหันไปเห็นเต้กำลังจะเดินเข้ามาคุยกับผมแต่สิ่งที่ผมเลือกที่จะทำเลยคือ ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ
“น็อตหันมาคุยกับเราก่อนสิ เราขอโทษนะน็อตที่ตอนนั้นเราไม่ได้เลือกน็อตให้โอกาสเราได้ไหม”อยู่ๆเต้ก็หาโอกาสเดินเข้ามา
คุยกับผม ทั้งที่ผมแสดงออกชัดว่าไม่อยากคุยกลับเขา
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับน็อต”อยู่ๆพี่เลขก็เดินเข้ามาหาผม
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่คนเคยรู้จักน่ะครับ อ่อเราลืมแนะนำให้เต้รู้จักนะ นี่คุณเลขแฟนใหม่ของเรา และก็ขอบคุณเต้นะที่ตอน
นั้นทิ้งเราไปวันนี้เราเจอคนที่เขารักเรามากกว่าเต้แล้วหล่ะ ตัดใจซะเถอะนะ”ผมพูดเสร็จผมจูงมือพี่เลขออกมานอกงานแล้ว
อยู่ๆน้ำตาของผมก็ดันไหลออกมาเองดื้อๆ
“ฮือ........ผ...............ผม”
“ร้องไห้พอครับ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ ร้องไห้ออกมาครับอย่ากั๊กไว้”
ผมนั่งร้องไห้สักพัก เจ้านัทก็เดินเข้ามาพร้อมเอาผ้าเย็นมาให้แล้วเดินจากไปอยู่ตรงมุมนึง พอผมหันไปมองตามดันเจอสายตา
คนทั้งแผนกมองมารวมถึงแม่ของผมด้วย
“เอ่อพี่เลขเมื่อกี้น็อตขอโทษนะที่ดึงพี่เข้ามาเกี่ยวด้วย น็อตไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นแต่น็อตทนไม่ไหวจริงๆครับ”
“ไม่เป็นไรครับพี่เข้าใจนะ แต่พี่อยากให้น็อตลองเปิดใจดูสักหน่อยนะครับ ลองเปิดใจให้พี่คนนี้ได้ดูแลน็อตนะ”
“นี่....................................พี่...........”
“ครับพี่ชอบน็อตนะครับ แต่พี่ไม่เร่งเอาคำตอบนะครับ พี่รอน็อตพร้อมก่อน”
หลังจากงานเลี้ยงที่บริษัทจบลง ท่านประธานพยายามที่จะเข้ามาคุยกับแม่ของผมให้ได้แต่ก็มีลุงธนากรออกมากันออกไปก่อน
ทุกที ถ้าเป็นไปตามที่ท่านประธานพูดเท่ากับว่าผมเป็นลูกของเขาอย่างนั้นหรือครับ นี่โชคชะตาเล่นตลกอะไรกับผมอีกมีแฟนก็
โดนทิ้ง โดนแย่ง วันนี้กลับได้รู้ความจริงที่ว่าพ่อที่แม่บอกเราว่าเสียไปแล้วกับมีชีวิตอยู่แถมยังเป็นพ่อของคนที่แย่งคนรักของเรา
ไปอีกผมไม่เข้าใจจริงๆ
“นี่คุณสายใจ ผมขอโทษนะที่วันนั้นผมทิ้งคุณกลับลูกให้ลำบาก วันนี้ผมอยากจะมาขอโทษคุณนะครับให้อภัยผู้ชายคนนี้ได้
ไหมครับ ผมขอโทษจริงๆครับ”ใครจะคิดว่าคนที่อำนาจอยู่ในมือยอมคุกเข่าขอโอกาสจากผู้หญิงคนนึงที่ตนรัก
“ฉันยอมอภัยให้คุณค่ะ แต่กับลูกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคุณ คุณก็พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจแทนดิฉันนะครับ”
ก่อนที่เราจะแยกย้ายกลับจากงาน ผมถูกเชิญชวนให้ไปร่วมรับประทานในวันขึ้นปีใหม่ที่บ้านท่านประธาน น่าแปลกตรงที่ว่าพี่
เลขเจ้าและเจ้านัทก็ถูกเชิญชวนไปด้วย ผมได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ พอกลับมาถึงห้องพักแม่ก็ว่าเล่าให้ฟังว่าตอนนั้น
แม่กับลุงธนากรคุณกิตติศักดิ์และคุณณัฐกานต์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนม.ปลายจนเข้ามหาลัยด้วยกัน ผมฟังมาถึงตรงนี้ก็งง
ว่าใครคือณัฐกานต์ แม่มาเล่าให้ฟังว่าเป็นเพื่อนแม่อีกคนผมไม่ค่อยได้เจอหรอก แม่ยังพูดด้วยว่าตอนนั้นแม่ตกลงปลงใจคบกับ
คุณกิตติศักดิ์จนพลาดท้องมีผมเกิดขึ้นมา ทางตากับยายตัดขาดกับแม่เลย ส่วนทางบ้านของคุณกิตติศักดิ์แรกๆก็ยอมให้แม่ไป
อยู่ด้วยจนคลอดผมออกมา แม่ก็ถูกใช้งานอย่างหนัก แม่ไม่กล้าไปฟ้องกับคุณกิตติศักดิ์ แม่เลยตัดสินใจหนีออกมาโดนพาผม
ออกมาด้วยมาเริ่มต้นชีวิตที่มีแค่ผมกับแม่ หลังจากนั้นได้ไม่นานคุณกิตติศักดิ์ก็แต่งงานใหม่ตอนนั้นแม่เสียใจมากที่ทำอะไร
ไม่ได้เลย แต่แม่ก็ภูมิใจที่มีผมออกมา
“ทางเลยสายใจ ผมเห็นผู้ชายคนนึงยืนทักแม่อยู่แถมมีคุณกิตติศักดิ์กับลุงธนากรยืนร่วมอยู่ด้วย”
“โหยกานต์ไม่ได้เจอตั้งนานเป็นอย่าไรบ้างเนี่ย น้อตๆมานี่เร็วลูกเดี๊ยวแม่จะแนะนำลุงกานต์ให้รู้จัก”
“สวัสดีครับ ผมชื่อกิตติพงษ์ครับ เป็นลูกของแม่สายใจครับ”
“ไหว้พระเถอะลูก โตขึ้นเยอะเลยนะเรา นี่เจ้าสองตัวมานี่เร็วเดี๊ยวพ่อจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก”
คุณรู้ไหมครับว่าคนที่ลุงกานต์จะแนะนำให้ผมเจอคือใคร
..........................................................TCB
ขอบคุณครับผม{:5_130:} ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เปนกำลังใจให้รอต่อนะครับ พี่เลข กับ เจ้านัท ใช่ไหม ขอบคุณนะครับ ขอบคุณครับ โว้ โว้ยเส้นใหญ่กว่าที่คิด ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับผม ดีมาหก ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก ขอบคุณมาก ขอบคุณคับ ขอบคุณมากๆเลยครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2