kabuki โพสต์ 2016-2-16 18:29:28

"เมื่อผมเจอพญาครุฑ!!!" copy งานของคุณ MAKI จากบอร์ดPalm-Plaza ครับ ตอนที่ 22





เราสองคนกินข้าวด้วยกันแล้วคุยเรื่องเรียนและเรื่องงานที่อาจารย์สั่งนกน้อยดูดน้ำที่พนักงานยกมาให้แล้วก็กางการบ้านออกผมมองหน้าจอแล้วก็พยักหน้าไปตามที่นกน้อยพูดเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าเราถึงแยกย้ายกัน “เจอกันพรุ่งนี้นะ” นกน้อยโบกมือ“กลับบ้านดีๆนะ”“แล้วตานจะไปไหนต่อ?”“เอาของไปส่งเอารอยยิ้มไปฝาก”“ไวไฟซะไม่มี” นกน้อยทำหน้างอและจมูกย่น “นกน้อย!!!” ผมอ้าปากเหวอแล้วทำตาโต“ก็มันจริงนี่นาทีพี่มิทไม่เห็นตานทำแบบนี้เลย”“เหอะน่า” ผมได้น้ำหอมขวดที่สามมา คนขายห่อของขวัญให้ผมเลือกกระดาษลายนกตัวอ้วนๆ ที่กำลังร้องเพลง มันดูน่ารักสดใสดีผมดูนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้ยังไม่ถึงบ่ายสามมีเวลาอีกมากมายก่อนกลับบ้านผมจะเป็นเมลแมนเอาของไปส่งที่บ้านคุณเวณวัฒน์ด้วยตัวเองผมกดโทรศัพท์หาเจ้าของบ้านดงไม้ครั้งนี้คงไม่เหมือนครั้งก่อนที่หาประตูบ้านไม่เจอ “ขอสายคุณเวณวัฒน์ทิชากรครับ” ผมแกล้งพูดลงไปในสายจริงๆ บ้านหลังนี้มีคนอยู่แค่คนเดียว“พูดอยู่ครับ”“เดี๋ยวจะมีบุรุษไปรษณีย์เอาของไปส่งช่วยเปิดประตูรับด้วยนะครับ”“ได้ครับ” เสียงเขาตอบกลับมา“แค่นี้นะครับ”“ครับ” เสียงที่ผมคุ้นเคยดังกลับมาเป็นเสียงที่เพราะมากกว่าเสียงใครๆ ผมนั่งรถใต้ดินเข้ามาถึงสถานีที่ใกล้บ้านเขามากที่สุดจากนั้นก็เดินเท้าไปอีกประมาณห้าร้อยเมตรหมาแมวแถวนั้นมันจำผมได้หมดแล้ววันนี้เจ้าบูลเทอเรียหน้าด่างมันแกว่งหางเข้ามาทักทายผมด้วยผมยิ้มให้มันแล้วเดินเข้าไปจนสุดซอย ประตูไม้สีน้ำตาลตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าผมเดินเข้าไปผลักมันออกเบาๆ ประตูเปิดรับผมแล้วก็ปิดเองผมยืนมองเจ้าด่างจากด้านในของประตูบ้านมันแกว่งหางแล้วก็ดมไปมาแถวประตูซักพักก็เดินกลับออกไป ตอนนี้ประตูคงมองจากข้างนอกไม่เห็นแล้วยังไม่ทันที่ผมจะเดินเข้ามาถึงดงไม้ครึ้มอีกาตัวใหญ่ก็บินโผเข้ามาเกาะ มันจิกหูผมเบาๆผมล้วงเข้าไปเอาเมล็ดข้าวโพดออกมาให้มันผมวางเมล็ดข้าวโพดไว้ในบ้านนกต้องเขย่งตัวขึ้นไปหน่อย อีการ้องดีใจ มันกระโดดขึ้นแล้วก็บินไปบนบ้านไม้ของมัน บ้านของคุณเวณวัฒน์ไม่มีตัวล็อกประตูมีแต่กระจกหนาๆ ที่ต้องใช้มือผลักเข้าไปผมเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ไปนั่งรอที่โซฟาคุณเวณวัฒน์เดินออกมาจากห้องครัวในมือเขามีแก้วที่มีน้ำสีส้มจัดมาด้วย มันเหมือนมีแสงตะวันสดๆ อยู่ในนั้น “อะไรครับ?”“ผลไม้ของหิมพานต์”“ทำไมมันเรืองแสงขนาดนี้ล่ะครับ?”“ลองชิมสิทำให้ร่างกายปลอดโปร่ง” คุณเวณวัฒน์ยื่นแก้วมาให้ผม เมื่อน้ำเย็นๆไหลผ่านเข้าไปในท้องมันทำให้ผมเย็นวาบและรู้สึกถึงความสดชื่นความร้อนจากการเดินทาง เรื่องเครียดต่างๆหายไปจนหมด ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเหมือนคนหลับไปแล้วตื่นนอนใหม่ไม่มีอาการเพลียอยู่เลย “มีในตู้เย็นเหรอครับ?” ผมถามหลังจากดื่มมันจนหมดผลไม้ปั่นนี้อร่อยจริงๆ น้ำปั่นแพงๆในห้างสู้ไม่ได้เลย“ผมไปเก็บมาเมื่อคืน”“ไปเก็บมา...เมื่อคืน?” ผมทวนด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความอัศจรรย์ใจ“ไปหิมพานต์น่ะเหรอครับ?” คุณเวณวัฒน์พยักหน้าช้าๆ “อยากไปบ้างจัง” ผมยิ้มเขายื่นนิ้วมาเช็ดเกล็ดที่มาจากเนื้อผลไม้ตรงปากผมออกเบาๆ“ถ้ามีจิตแข็งกว่านี้ก็ไปได้” เขายิ้ม“ตอนนี้ผมจิตยังอ่อนเหรอครับ?”“ไม่ใช่แต่จิตยังไม่มั่นคงพอ เวลาเจอเรื่องเหนือธรรมชาติแล้วจะตกใจ”“อะไรบ้างล่ะครับที่ว่าเหนือธรรมชาติ?” “กินนรกินรี คนธรรพ์ วิทยาธร ยักษ์ อสูรหิมพานต์ต่างๆ”“ผมอยากเจอคุณกินรี” ผมยิ้มร่า“ทำไม?” เขาทำท่าสนใจ“เขาสวยดี”“สวยแต่รูป” เขายิ้ม“อ้าวทำไมล่ะ”“ทุกอย่างในหิมพานต์ล้วนเหมือนเมืองมนุษย์ผู้อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งกว่า”“แล้วเชิงเขาสิเนรุมีเทวดามั้ยครับ?” ผมชอบจริงๆเวลาเขาเล่าเรื่องบนสวรรค์ให้ฟัง“มีแต่เป็นเทวดาบารมีน้อย เป็นรุกขเทวดาบ้าง เป็นพระภูมิเป็นเทวดาที่ทำหน้าที่เฝ้าสิ่งของ”“แล้วเทวดาบารมีมากๆเขาไปอยู่ที่ไหนกันล่ะครับ?”“อยู่บนชั้นดาวดึงส์อยู่สูงกว่าเชิงเขาขึ้นไปอีกไกล”เขาพูด“ทำไมครุฑไม่ไปอยู่บนดาวดึงส์บ้างล่ะครับครุฑมีอำนาจมากกว่าเทวดาบนดาวดึงส์ซะอีก?” ผมซักต่อ “ครุฑเป็นสัตว์ไม่ใช่เทพบุตร” เขายิ้มแล้วลูบหัวผมไปมา“คุณเป็นเทพบุตรผมเป็นสัตว์ เราสองคนอยู่คนละชั้นกัน”“เป็นสัตว์ครึ่งเดียวเองแถมยังเป็นอมตะ ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่ ไม่ตาย มีฤทธิ์มาก” ผมพูดยาว “จะได้ประโยชน์อะไรถ้าไม่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก” เขาต่อจนจบผมจับมือเขาที่ค้างอยู่บนหัวของผมมือของเขาใหญ่และอุ่น ผมประสานมือเล็กกว่าของผมเข้ากับมือของเขามันให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด “เราจะไม่จากกันไปไหนอีกเราจะจำกันไปในทุกชาติ” ผมพูดออกมาเองเหมือนมีการบันทึกประโยคพวกนี้เอาไว้ในสมอง“ความทรงจำเริ่มกลับมาแล้ว” เขายิ้ม“อ้อเกือบลืมผมเอาของมาฝาก” ผมเปิดกระเป๋าแล้วหยิบกล่องของขวัญออกมายื่นให้เขาคุณเวณวัฒน์มองดูลายนกน้อยบนกล่องเขาดูไม่เหมือนคนตาบอดเลยซักนิดผมต้องทดสอบเขาตอนเผลอ ดูว่าเขาจะพลาดหรือเปล่า “ลายน่ารักมั้ยครับผมเลือกเองเลยนะ”“ผมมองไม่เห็น” เขาตอบเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ เขาไม่พลาด“เป็นลายนกน้อยร้องเพลงแต่ปีกมันเล็กมาก เล็กมากๆจนบินไม่ขึ้น”“นกกีวี?” เขาถาม“ไม่ใช่กีวีครับนกอะไรไม่รู้”“อธิบายมาให้ผมฟังสิ”“โถ่มันเป็นนกการ์ตูน ถึงคุณรู้จักนกทุกชนิดแต่ก็ไม่รู้หรอกว่านกตัวนี้คือนกอะไรคนทำเขาไม่ได้กำหนดว่ามันเป็นนกสายพันธุ์ไหน” ผมช่วยเขาแกะน้ำหอมออกมาจนเสร็จคุณเวณวัฒน์ยกขึ้นดมดูทันที เขาคงได้กลิ่นทันทีที่เปิดกล่อง “น้ำหอมครับ”“ทำไมคิดว่าผมเหมาะกับกลิ่นนี้?”ก็คุณดูอบอุ่น...อธิบายไม่ถูกแต่ได้กลิ่นแล้วใช่ ชอบมั้ยครับ”“ผมชอบทุกอย่างที่คุณทำให้ชอบทุกอย่างที่คุณหาให้”เขาตอบด้วยเสียงนุ่มๆเช่นเคยผมฉีดน้ำหอมที่ต้นคอของเขาหนึ่งครั้ง“ได้กลิ่นแล้วอยากเอาหน้าเข้าไปซุก” ผมพูดเบาๆพอให้ตัวเองได้ยิน “คุณเวณวัฒน์” ผมเรียกเขาเบาๆเขาหันมามองผมทันที“ถ้าผมโตกว่านี้พาผมไปเที่ยวหิมพานต์หน่อยได้มั้ย”ผมถาม“คงไม่ดี”“อ้าว” ผมอ้าปากค้าง“เดี๋ยวพวกนั้นได้กลิ่นคุณแล้วจะเข้ามาตอม” เขาตอบ“โถ่ตอมมันใช้กับไอ้นั่น” ผมถอนหาย“อะไร?”“ของเสีย” ผมหัวเราะ“เครื่องหอมก็มีผึ้งมาตอมคราวที่คุณเป็นเทพบุตร ผมต้องอยู่ใกล้ๆคุณ เพราะคนธรรพ์ชอบมาอยู่ใกล้ๆเทพบุตรกลิ่นตัวคุณมันผิดไปจากเทวดาชั้นล่างที่เชิงเขา”“แล้วคนธรรพ์บินฉกเทพบุตรไปได้มั้ยครับ?”“ไม่ได้บารมีไม่ถึง”“นี่เหรอที่เรียกว่าตอมถ้าเป็นเมืองมนุษย์เขาเรียกว่าซุ่ม”ผมยิ้ม เรื่องเล่าของคุณเวณวัฒน์น่าตื่นเต้นเสมอแต่หลังจากฟังเรื่องสนุกๆ อยู่ดีๆ ผมก็มีความรู้สึกอยากทำอะไรให้คนอื่น “ผม...อยากทำบุญแต่ไม่รู้ว่าอยากทำให้ใคร”ผมพูดกับเขา“การทำบุญบางทีก็ไม่ต้องจำกัดปลายทาง”เขาจับตัวผมให้เอนหลังไปกับโซฟาคุณเวณวัฒน์ใช้ฝ่ามืออุ่นๆแตะหน้าผากผมเบาๆภาพงูตัวนั้นนอนหนาวสั่น เป็นภาพที่น่าสงสารเขาไม่มีหาง มีแค่หัวกับลำตัวตอนกลาง น้ำตาผมไหลออกมาเอง ผมรู้สึกสงสารคุณเมธ “จิตยังไม่แข็งต่อไปต้องฝึกจิตให้มีกำแพงกั้น ไม่งั้นคนไม่หวังดีจะทำร้ายเอาได้”“แต่คุณเมธกำลังลำบาก” ผมลืมตาขึ้นมาทันทีที่ภาพเลือนหายไป“คุณต้องทำบุญให้เขา” เราสองคนออกมาจากบ้านวันนี้คุณเวณวัฒน์จะไปที่วัดกับผมด้วยผมมองดูนกหลายๆสีบินเข้ามารุมล้อมเขามันเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ บางตัวก็บินมาจับที่ไหล่ของผม เป็นนกสีสันสดใสมีครบเกือบทุกสีในสายรุ้ง “ผมอยากเลี้ยงนกบ้างอยากมีสวนนกเหมือนที่นี่”ผมเปรยออกมา เหมือนผมพูดกับตัวเองมากกว่านกพวกนี้ทำให้ผมเคลิ้มไป“ที่นี่ก็คือบ้านคุณ” เขายิ้ม“แต่ตอนนี้ผมไม่ได้มาที่นี่ทุกวันถ้าผมมาทุกวันคงมีความสุขมาก ผมเห็นนกแล้วก็เหมือนเห็นคุณ ที่บ้านผมก็มีนกแต่เป็นนกสีน้ำตาลมันบินมากินน้ำในอ่างแล้วก็บินไป ไม่บินมาให้เล่นเหมือนนกพวกนี้”คุณเวณวัฒน์พยักหน้าเหมือนเข้าใจที่ผมพูดเขาก้มลงไปดูในดงไม้แล้วก็หยิบเอาก้อนแดงๆ มาให้ผมมันเหมือนถั่วแดงเม็ดใหญ่ๆ ขนาดประมาณลูกปิงปองแต่มันแบน ลักษณะมันเหมือนถั่วแดงยักษ์ไม่มีผิด “นี่มันถั่วนี่ครับไม่ใช่นก”“เอานี่ไปปลูกลงดินแล้วก็รดน้ำ” เขาตอบ“แล้วนกก็งอกขึ้นมาเหรอครับ?” ผมทำตาโตชักอยากเห็นนกงอกขึ้นมาจริงๆ ตอนนี้เลยคุณเวณวัฒน์ไม่ได้ตอบผมเขาอมยิ้มแล้วก็เดินนำผมออกมาจากบ้าน กลิ่นน้ำหอมที่ผมฉีดส่งกลิ่นตามลมมามันเป็นกลิ่นที่เหมาะกับเขาจริงๆ เขาเปิดประตูบ้าน เราสองคนเดินออกมาจากประตูไม้บานใหญ่ผมมองประตูได้ครู่เดียว อยู่ๆ มันก็หายไปในอากาศ“คราวหน้าถ้าคุณมาก็เดินเข้ามาได้เลยประตูมันจะออกมาให้คุณเห็นเอง”เขาบอก“ตั้งระบบอัตโนมัติไว้แล้วเหรอครับทันสมัยจริง” ผมพยักหน้าเราสองคนเดินออกมาจากซอย ผมจับมือเขาไว้ ทำหน้าที่เป็นตาแทนเขาช่วงที่เราเดินผ่านบ้านคน หมากับแมวมันแกว่งหางรับแต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้แมวมันร้องครางแล้วก็ลงนอนบิดตัวไปมาบนพื้นส่วนหมาก็แกว่งหางเหมือนดีใจแต่ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้เจ้าของบ้านเดินออกมาหน้าบ้าน ผมตั้งใจจะทักแต่ได้ยินเสียงเขาพูดขึ้นมาซะก่อน “เป็นอะไรกันลูกกระดิกหางเหมือนมีคนเดินผ่าน”เจ้าของบ้านที่เป็นผู้หญิงในชุดเสื้อชมพูพูดขึ้นมาผมเห็นเขาชะเง้อคอมองดูบนถนน“ไม่เห็นมีใครเลย” ผู้หญิงในชุดชมพูพูดต่อผมรู้สึกว่าเธอมองไม่เห็นผมกับคุณเวณวัฒน์“เหมือนมนุษย์ล่องหนเลย” ผมครางเบาๆด้วยความทึ่ง เราสองคนนั่งรถไฟใต้ดินมาจนถึงสถานีใกล้ๆ วัดผมซื้อเครื่องสังฆทานกับยาในชุดปฐมพยาบาลมาสองชุดส่วนคุณเวณวัฒน์ซื้อผ้าอาบน้ำฝนกับหนังสือหลายเล่มเราสองคนจ่ายเงินจากโทรศัพท์ที่แตะกับตัวสแกน สถานที่ที่เราเดินเข้ามาเป็นวัดที่ผมคุ้นเคยเพราะอยู่ใกล้กับที่ทำงานของแม่โชคดีของเราที่วันนี้หลวงตาว่างจากการทำวัตรเย็นพอดี“อ้าวโยมหายไปนานเลย” หลวงตาทักผมยกมือไหว้หลวงตาแล้ววางถังสังฆทานลงไปข้างหน้าหลวงตานั่งอยู่บนที่นั่งไม้ใต้ร่มจิก “เปิดเทอมแล้วครับหลวงตาเลยไม่ได้มาหาแม่นี่คุณเวณวัฒน์ครับ มาทำบุญด้วย”ผมแนะนำคุณเวณวัฒน์หลวงตาหรี่ตามองดูคุณเวณวัฒน์แล้วก็โยกหน้าไปมาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่“เกิดมาเจ็ดสิบกว่าปีบวชมาก็หกสิบพรรษา เพิ่งมีโอกาสเจอตัวจริงครั้งแรก”“นมัสการ” คุณเวณวัฒน์พูดแล้วยื่นผ้าอาบน้ำให้หลวงตาหลวงตารับของแล้วก็ให้พร จากนั้นก็มองเราสองคน“ดีแล้วบุญจะได้เสมอกัน เดินไปไหนด้วยกัน ไม่ต้องแยกจากกัน”“ถ้าทำบุญเสมอกันจะได้ไปภพภูมิเดียวกันใช่มั้ยครับหลวงตา” ผมถาม“ต้องมีบุญบารมีเสมอกันทำบุญเสมอกัน บวกกันแล้วเท่ากันถึงจะไปที่ที่เดียวกัน” หลวงตาตอบ“ก็เหมือนเงินฝากในธนาคารแต่ว่าผมจะรู้ได้ยังไงครับ ว่าของเก่ามีเท่าไหร่ ของใหม่ทำไปเท่าไหร่แบบนี้ถ้าผมทำบุญเกินหน้าเขาไปจะทำไงล่ะครับหลวงตา”“อธิบายยากเอาเป็นว่า ถ้าปรารถนาไปที่เดียวกัน หากทำบุญด้วยกัน เสมอกันบุญเก่าใกล้กันก็ได้ไปที่เดียวกัน”“ถ้าทำบุญเกินล่ะครับจะเลยไปถึงชั้นดุสิตหรือเปล่า คือผมไม่อยากไปครับ” ผมถาม หลวงตาส่ายหัวแล้วหัวเราะ“ต้องบำเพ็ญบุญบารมีมาหลายชาติถึงจะไปชั้นดุสิตได้พวกเทพบุตรเทพธิดาบารมีน้อยๆไปชั้นดาวดึงส์ก็พอแล้ว” “ยากจริงพอทำน้อยก็ไปตกอยู่ชั้นจาตุฯ”ผมพูดอ้อมแอ้มเบาๆ พอให้ได้ยินคนเดียวแต่หลวงตาประสาทไวจนฟังผมรู้เรื่อง“จะไปชั้นจาตุฯต้องเป็นพวกพิเศษเป็นกึ่งสัตว์กึ่งภูติหรือมีบุญเอื้อให้ไปอยู่ที่นั่นส่วนโยมมีผู้ใหญ่บนชั้นดาวดึงส์อุปการะอยู่ไม่ใช่หรือ?”“ไม่รู้สิครับยังนึกไม่ออก” ผมยิ้ม“ว่างๆก็มานั่งเจริญสมาธิกับหลวงตาสิไปนั่งในสวนเงียบๆ ศีลมาสมาธิพร้อมปัญญาก็เกิด ภาพกาลเก่าผุดขึ้นมาเหมือนภาพในโทรทัศน์ย่อได้ ขยายได้ เลื่อนไปมาบังคับเร็วช้าได้ตามใจเรา”“โอ้โห” ผมร้อง“ขัดข้องหรือเปล่าโยม?” ประโยคหลังนี้หลวงตาหันไปถามคุณเวณวัฒน์เขาส่ายหัวกลับมาแล้วนั่งฟังนิ่งๆ“ว่าแต่โยมจะแตกดับได้อย่างมนุษย์หรือสภาพโยมมันเป็นอมตะ”“พอดีมีมณีสีน้ำเงินติดตัวเขามาจากครั้งก่อนครับ” คุณเวณวัฒน์ตอบ“แล้วรู้วิธีใช้มันแล้วหรือ?” หลวงตาถามต่อผมประสานมือไว้กับตักแล้วนั่งฟังหลวงตากับคุณเวณวัฒน์คุยกัน“ก็พอศึกษามาบ้างแต่ยังไม่เคยลองจริงๆ เพราะมณีมีอยู่ชิ้นเดียว” หลวงตาฟังตามนั้นก็พยักหน้า “อ้าวลูกลิงมาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นมาจากด้านหลังแม่ผมเดินมากับป้าแป๊ด ตอนนี้เป็นช่วงโพล้เพล้แล้ว“ก็มารอแม่จ๋าน่ะสิวันนี้เห็นบอกว่าจะมาหาหลวงตา”ผมหันไปยิ้มให้แม่แม่หรี่ตามองคุณเวณวัฒน์ผ่านความมืดสลัว“แม่ผมเองครับ” ผมหันไปพูดกับคุณเวณวัฒน์ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืน ไฟใต้ต้นไม้ก็สว่างขึ้น ความมืดสลัวหายไปแม่ผมย่อตัวลงแล้วยกมือไหว้คุณเวณวัฒน์เหมือนเด็กไหว้ผู้ใหญ่หลวงตาไม่แปลกใจอะไรนัก ตอนนี้คนที่ทำหน้างุนงงมากที่สุดคือป้าแป๊ดป้าแป๊ดหันมองแม่กับคุณเวณวัฒน์สลับกัน “เคยเจอกันมาก่อนหรือโยม?” หลวงตาทักแม่“เอ๊ะ” แม่ผมร้องตกใจมือแม่ยังค้างอยู่บนหน้าอก คุณเวณวัฒน์พยักหน้าให้แม่ผมแทนการรับไหว้“เคยเจอกันตอนผมยังไม่เกิดครับหลวงตา” ผมตอบแทนแม่“ใครกันนะตาน” แม่ผมถามอีกครั้ง“คุณเวณวัฒน์ทิชากรครับ ที่ตานเคยเล่าให้แม่จ๋าฟังไง” แม่ผมนิ่งไปแล้วก็พยักหน้า “เป็นนักดนตรีใช่มั้ยคะ?” แม่ผมถาม“สมัครเล่นครับ”“แล้วงานหลักล่ะคะทำงานอะไรอยู่?”“หลายอย่างครับบรรยายไม่หมด”แม่ผมทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ซักถามต่อแม่ประเคนของให้หลวงตาแล้วก็ขอตัวกลับคุณเวณวัฒน์พูดกับผมเบาๆว่า “งั้นเราก็แยกกันตรงนี้”“ทำไมต้องพูดว่าแยกกันด้วยล่ะครับความหมายไม่ดีเลย”“งั้นเรา...” เขานิ่งไปเหมือนคิดหาคำพูด“งั้นค่อยเจอกันใหม่พรุ่งนี้”“ตกลงครับ” ผมยิ้มแล้วแกว่งแขนเขาไปมาผมรู้สึกว่าวันนี้อารมณ์แจ่มใสมากกว่าทุกวันผมกับแม่แยกกับป้าแป๊ดและคุณเวณวัฒน์ที่หน้าวัดตลอดทางที่เรานั่งรถไฟกลับบ้าน แม่ก็ซักผมตลอด “อะไรกันห๊ะเซี้ยวจริง ไปจับมือถือแขนผู้ชายในวัด” แม่ผมพูด“จับแขนผู้ชายแปลกตรงไหนจับแขนผู้หญิงในวัดสิแปลก”ผมตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มละมุนละไม“เอาใหญ่แล้วนะถ้าพ่อจ๋ารู้เข้าจะทำไงเนี่ย”“ก็ช่างพ่อจ๋าสิแม่จ๋าไม่ว่าอะไรก็พอ” ผมขมุบขมิบปากทำเป็นไม่สนใจ“ถ้าพ่อจ๋าเห็นต้องเอ็ดแน่พ่อจ๋ากลัวเขาจะมาหลอกเราน่ะรู้มั้ย?”“โถ่แม่จ๋าบ้านเขาหลังใหญ่กว่าบ้านเราอีก เงินเขาก็มีเยอะแยะ ใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดเขาไม่ได้มาหลอกลูกของแม่หรอกน่า”“เอาอะไรมาพูดตาก็บอด หลังก็งอเหมือนกุ้ง จะเอาเวลาที่ไหนไปทำมาหากินแล้วเห็นว่าเป็นนักดนตรีไม่ใช่เหรอ จะเอาเงินที่ไหนมาเต็มบ้าน”“เขาเล่นเพื่อการกุศลน่ะแม่เงินเขามีเยอะแยะไป เพชรพลอยเต็มบ้าน บ้านสูงสิบชั้น สูงลิบเท่าต้นไม้เลย” ผมยกมือขึ้นบรรยายความสูงของบ้านคุณเวณวัฒน์ “แล้วเขาไม่ได้ตาบอดหลังค่อมนะแม่จ๋า” ผมพูดต่อ“ก็เห็นอยู่ว่าตาบอดหลังก็เป็นกุ้ง”“แม่จำตอนที่นางรจนาเสี่ยงพวงมาลัยได้มั้ย?” ผมถามแม่“จำได้ถามทำไมฮึ?”“ก็นางรจนาเห็นตัวจริงของเงาะน่ะสิผมก็เห็นตัวจริงของเขา ตัวจริงเขาหล่อจะตาย รูปหล่อกว่าพี่เงาะของรจนาอีก” “เพ้อเจ้อ” แม่ผมยีหัวผมเล่น“แม่น่ะไม่มีตาวิเศษ เมื่อกี้ก็ไม่ถามหลวงตาล่ะว่าร่างจริงเขาเป็นอะไร”“เป็นอะไร?”“ไม่บอกเอาเป็นว่า เขาไม่ได้มาหลอกตานละกัน เขาเป็นคนดี เราสองคนรักกัน”“ตายๆแก่แดดใหญ่แล้วลูกฉัน ไปบอกตกลงเป็นแฟนกันง่ายๆได้ยังไง เดี๋ยวรูดกิ่งมะยมฟาดเลยคอยดู”“หืมเขารักกันมานานแล้วเหอะแม่จ๋า”“กี่วันกี่เดือนเชียว” แม่ผมส่ายหัว“นานมากนานก่อนแม่เกิด นานก่อนยายเกิด นานจนจำไม่ได้ เรารักกันมานานมากแล้ว”“เพ้อเจ้อ” แม่ย่นจมูก“ไม่เชื่อก็ไปถามหลวงตาแม่จ๋านี่นิสัยเป็นเด็ก พูดยากๆ”ผมส่ายหัวบ้างเราสองแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน พ่อผมยังมาไม่ถึงตอนแม่โทรไป พ่อยังอยู่ที่คลินิก วันนี้คนไข้เยอะจนขยายเวลาไปถึงสี่ทุ่มม่บอกว่าจะเข้าไปทำกับข้าวผมยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วพูดขึ้นมา “ขอเวลาซักครู่นะครับคนสวยเดี๋ยวลูกชายไปปลูกต้นไม้ก่อน”ผมล้วงๆควักๆเมล็ดถั่วยักษ์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นเมล็ดถั่วที่คุณเวณวัฒน์ให้มาเมื่อตอนเย็น“มาปลูกต้นไม้อะไรตอนนี้?”“เอาน่าแม่จ๋าไปหุงข้าวเลย เดี๋ยวตานเข้าไปช่วยทำกับข้าว”ผมออกแรงดันแม่เข้าไปในบ้านพร้อมๆกับที่เจ้าเงินร้องเงี้ยวๆออกมาจากช่องใต้ประตู“ให้ปลาทูเจ้าเงินด้วยนะแม่จ๋า” ผมพูดไล่หลังแม่แล้วก็เดินหาที่เหมาะๆผมเลือกได้ที่ว่างหลังบ้าน เมื่อหมายตาที่ว่างได้แล้วผมก็เอาพลั่วเล็กๆมาขุดดินออก ดินบ้านผมสีดำดีเพราะพ่อซื้อมาเทไว้ปลูกหญ้าญี่ปุ่นก่อนหน้าเมื่อขุดไปลึกประมาณนึงมันจะเป็นชั้นดินเหนียวผมจูบเมล็ดถั่วยักษ์ลงไปเบาๆ จากนั้นก็หย่อนลงไปในหลุมอย่างเบามือผมใช้พลั่วมือกลบดินจากนั้นก็รดน้ำด้วยสายยางจนชุ่มเจ้าเงินเดินเจ้ามาหาผมมันเดินสำรวจบนดินชุ่มน้ำไปมา “หืยยยปากเหม็นปากทูเชียว” ผมทักเจ้าเงินมันเป็นแมวสีเทาออกเงินตามชื่อแสงจันทร์เหลืองนวลส่องขนมันจนเป็นประกายขึ้นมาในยามค่ำผมอุ้มเจ้าเงินขึ้นมาแล้วก็รอต้นไม้ยักษ์งอกจากดิน “หนึ่งสอง สาม สี่ ห้า หก ............................. เจ็ดร้อย” ผมหยุดหายใจหลังจากนับเลขมายาวนาน“ทำไมไม่งอกออกมาล่ะ” ผมร้องเจ้าเงินก็ร้องเหมียวๆ ช่วยท่องคาถาเร่งโตไปด้วย การรอคอยของเราสิ้นสุดลงเมื่อ. . . .

pander โพสต์ 2016-2-16 21:58:24

ขอบคุณมากครับ

kangped โพสต์ 2016-2-16 22:45:56

ขอบคุณครับ

otheraom โพสต์ 2016-2-17 11:01:40

ขอบคุณครับ

akeins โพสต์ 2016-2-17 15:25:07

ขอบคุณครับ

Intra โพสต์ 2016-2-19 15:27:09

ตอนนี้อบอุ่นดีจัง

redboy โพสต์ 2016-2-21 22:53:43

สนุกดีนะ

thara14777 โพสต์ 2016-2-22 23:17:16

Whitefox โพสต์ 2016-2-23 01:34:02

ขอบคุณครับผม

toochi001 โพสต์ 2016-2-24 15:52:14

ขอบคุณมากๆครับ

cakedong โพสต์ 2016-2-24 16:42:18

ขอบคุณครับ

mooman โพสต์ 2016-3-11 10:16:32


ขอบคุณครับ

luckypaulo โพสต์ 2016-7-21 12:06:57

ชอบมาก ขอบคุณครับ

luckypaulo โพสต์ 2016-7-21 12:06:58

ชอบมาก ขอบคุณครับ

Mankhakhate โพสต์ 2016-7-23 23:51:53

ขอบคุณนะครับ

krittamm โพสต์ 2016-7-29 09:22:42

ขอบคุณครับ

playhunter โพสต์ 2016-11-1 21:21:00

ขอบคุณครับ

ioiioi โพสต์ 2017-11-22 17:42:58

ชอบที่อยู่ด้วยกัน

nuangnut1996 โพสต์ 2018-11-13 23:39:48

ขอบคุณครับ

sextion โพสต์ 2019-9-25 20:18:23

สนุกจัง
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: "เมื่อผมเจอพญาครุฑ!!!" copy งานของคุณ MAKI จากบอร์ดPalm-Plaza ครับ ตอนที่ 22