kabuki โพสต์ 2015-9-29 19:46:53

บาปรัก4 โดยคุณเป้




(4) : ความสูญเสีย

เนื่องจากปกติที่บ้านของผมอยู่กันเพียง 2 คน ดังนั้นห้องที่สามารถใช้นอนได้จึงมีเพียง 2 ห้อง คือ ห้องแม่และห้องผม ส่วนห้องอื่นๆก็เอาไว้เก็บของบ้าง ถูกทิ้งไว้จนฝุ่นเกาะบ้าง ไม่สามารถใช้นอนได้ ผมจึงให้พี่ยศนอนในห้องของผม ส่วนผมไปนอนในห้องแม่แทน
แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ผมก็กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ พลิกไปมากระสับกระส่ายอยู่เป็นนานก็ไม่หลับ จึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นลองฟังเพลงผ่อนคลายอารมณ์สักพักเผื่อว่าจะทำให้หลับได้ เพราะถึงอย่างไรผมก็ควรพักผ่อนเอาไว้เพื่อให้มีแรงผจญกับเรื่องยุ่งในวันรุ่งขึ้น
ผมเดินออกจากห้องนอนแม่เพื่อเข้าไปเอาวิทยุในห้องนอนของผม หวังว่าพี่ยศคงไม่ได้ล็อกห้อง ผมจะได้เข้าไปหยิบได้โดยสะดวก
โชคดีที่พี่ยศไม่ได้ล็อกห้อง ผมจึงเดินเข้าไปเปิดไฟดวงเล็กที่โต๊ะทำงาน และหยิบวิทยุอย่างเงียบกริบ เพราะเกรงว่าพี่ยศจะตื่น
ขณะหยิบวิทยุ สายตาของผมก็อดมองพี่ยศที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงผมไม่ได้ แสงสลัวจากไฟดวงเล็กขับเน้นยิ่งทำให้พี่ยศดูน่ารักยิ่งขึ้น ผมใช้สายตากวาดดูพี่ยศมาตั้งแต่ดวงหน้าอันงดงาม เรือนร่างอันสมส่วนและแข็งแรง และไปหยุดที่เป้ากางเกงนอนตัวบาง มันตุงขึ้นมาอย่างผิดสังเกต มังกรของพี่ยศคงกำลังชูชันอยู่ภายใน ผมมองพี่ยศด้วยความชื่นชมสักครู่แล้วก็ออกมาอย่างเงียบๆ
ผมนอนไม่หลับจนกระทั่งเช้า หลังจากอาบน้ำแต่งตัวก็เตรียมจะไปที่โรงพยาบาล พี่ยศเห็นท่าทางผมอิดโรยมากจึงอาสาไปส่งผมเช่นเคย ซึ่งคราวนี้ผมก็ไม่ปฏิเสธเพราะนึกอยากได้ใครสักคนไปเป็นเพื่อนด้วยจริงๆ ตอนบ่าย พวกญาติๆซึ่งมีกันไม่มากก็ทยอยกันมาเยี่ยม และหลังจากนั้นก็มาอีกเป็นครั้งคราว ตามแต่ใครจะสะดวก ซึ่งญาติก็มากันไม่มากนักเพราะถึงมาก็เข้าไปเยี่ยมแม่ไม่สะดวกเพราะแม่ไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู ส่วนพี่ยศนั้นหลังจากวันแรกแล้ววันต่อๆมาก็มักจะมาในตอนเย็นและอยู่เป็นเพื่อนผมจนกระทั่งดึก
หลังจากที่แม่เข้ารักษาอยู่ในโรงพยาบาลได้ 5 วัน เช้าวันหนึ่ง แม่ก็จากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ แม่ไม่ได้ฟื้นขึ้นมาอีกเลยหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นผมจึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะร่ำลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย แม่เสียชีวิตอย่างเดียวดายในห้องไอซียูตอนเช้ามืด ก่อนที่ผมจะมาถึงเล็กน้อย ดังนั้นครั้งสุดท้ายที่ผมได้อยู่กับแม่สองต่อสองก็เป็นตอนที่แม่จากโลกนี้ไปแล้ว ผมพยายามกลั้นสะอื้นไว้แต่ก้อนสะอื้นนั้นมันใหญ่เกินกว่าผมจะกลั้นไว้ได้ ในที่สุดผมก็ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ นึกถึงความหลังที่ผ่านมาแล้วก็สงสารแม่ แม่มักเดียวดายเสมอ หลังจากที่พ่อจากไป แม่ก็กลายเป็นคนเงียบขรึม กลางวันแม่จะอยู่ที่บ้านคนเดียวเสมอเนื่องจากผมต้องไปเรียนหรือไปทำงาน
พยาบาลแจ้งให้ผมทราบว่าผมควรรีบแต่งตัวแม่โดยเร็ว เพราะถ้าทิ้งไว้นานจะแต่งตัวยากเนื่องจากร่างกายจะเริ่มแข็งเกร็ง พร้อมทั้งทิ้งให้ผมอยู่กับแม่เพียงลำพังเพื่อจัดการแต่งตัวแม่ ผมนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงของแม่ ตอนนี้ผมงงไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย เรื่องต่างๆประดังเข้ามาในสมอง ไหนจะต้องจัดการเรื่องหลังของแม่ ไหนจะเรื่องการดำเนินคดีกับคนขับรถใจทรามที่ชนแม่แล้วหนีไป ไหนจะห่วงพะวงเรื่องงาน เรื่องบ้าน มันสับสนไปหมด…
ขณะที่ผมกำลังนั่งสะอื้นอยู่นั้นเอง ผมก็รู้สึกว่ามีมือมาตบที่ไหล่ของผมเบาๆ ผมหันกลับไปดู พี่ยศนั่นเอง…
ไม่รู้ว่าพี่ยศมาตั้งแต่เมื่อไร แต่ช่างโชคดีเหลือเกินที่วันนี้พี่ยศแวะมาตอนเช้า พอผมเห็นพี่ยศเท่านั้น น้ำตาลูกผู้ชายที่ผมพยายามกลั้นเอาไว้ก็หลั่งออกมาอีก ผมโถมเข้าไปกอดพี่ยศพร้อมทั้งปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
พี่ยศสวมกอดผมไว้ เอามือตบหลังผมเบาๆ ช่วงนั้นเองที่ผมได้รับรู้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายอันแข็งแกร่งของพี่ยศ มันเป็นความอบอุ่นคล้ายกับที่พ่อเคยมีให้แก่ผมเมื่อนานมาแล้ว
พี่ยศกอดผมไว้สักครู่ก็ผละออก แล้วเตือนให้ผมได้สติเพื่อจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อย ส่วนตัวพี่ยศเองก็บอกว่าวันนี้จะไม่ไปทำงานแต่จะอยู่ช่วยผม รวมจนถึงพรุ่งนี้ด้วยถ้าจำเป็น
ผมรีบจัดการแต่งตัวให้แม่ แต่งไปน้ำตาก็คลอเบ้าไป จำได้ว่าเด็กๆแม่เป็นคนแต่งตัวให้ผมไปโรงเรียน ต้องเคี่ยวเข็ญกันตั้งนานกว่าจะแต่งตัวเสร็จ แต่ผมไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสได้แต่งตัวให้แม่บ้างในสภาพการณ์เช่นนี้ ส่วนพี่ยศก็รีบจัดการติดต่อวัดเพื่อจัดงานศพให้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมไม่มีความรู้หรือประสบการณ์เลย นี่ถ้าไม่ได้พี่ยศเรื่องราวต่างๆคงไม่เรียบร้อยโดยง่ายขนาดนี้
ในช่วงบ่าย เรื่องวัดก็เรียบร้อย ผมจึงโทรไปแจ้งญาติๆถึงกำหนดการเกี่ยวกับงานศพซึ่งเป็นงานศพที่เรียบง่าย เพราะบ้านของเราไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ไม่มีคนรู้จักหรือนับหน้าถือตา คงมีแต่เพื่อนฝูงของแม่ ของผม และญาติๆข้างแม่เท่านั้น แต่ในบรรดาญาติทั้งหลาย มีอยู่คนเดียวที่ผมไม่ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับเรื่องของแม่ คนๆนั้นก็คือพ่อ! ผมไม่ต้องการให้พ่อรู้และมางานเพราะผมคิดว่าพ่อต้องรับผิดชอบต่อการตายของแม่ด้วย แม้มันจะเหมือนกับความคิดของเด็กๆที่พาลไปโทษพ่อ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะแม่คงไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้และมาพบจุดจบเช่นนี้ถ้าพ่อไม่ทิ้งแม่ไป
เย็นวันนั้น งานสวดศพวันแรกก็เริ่มขึ้น เป็นงานเล็กๆ มีคนมากันเพียงยี่สิบกว่าคน ผมกะว่าสวด 3 วันก็น่าจะพอเพราะเราไม่ใช่ครอบครัวใหญ่เป็นที่รู้จักแต่อย่างใด อีกอย่าง ชีวิตแม่เรียบง่ายมาตลอด แม่คงชอบใจกับการจัดการเรื่องหลังของแม่อย่างเงียบๆมากกว่า ซึ่งนั่นก็เป็นนิสัยของผมที่รับมาจากแม่ด้วยเช่นกันที่ไม่ชอบความเอิกเกริกหรูหรา
พี่ยศช่วยผมมากทีเดียวในงานศพครั้งนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของพี่ยศมาก แต่ก็ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี หลังจากงานสวดวันแรกเสร็จสิ้นลง และแขกทุกคนกลับกันหมดแล้ว คงเหลือผมและพี่ยศที่กำลังจะกลับ ผมจึงถือโอกาสขอบคุณพี่ยศ เพราะตั้งแต่มีเรื่องยุ่งๆ พี่ยศช่วยผมมาตลอดโดยที่ผมยังไม่มีโอกาสกล่าวคำขอบคุณสักครั้งเลย ผมยกมือไหว้พี่ยศอย่างนอบน้อม แล้วกล่าวขอบคุณพี่ยศอย่างจริงใจ
"นี่ถ้าไม่ได้พี่ผมก็ไม่รู้จะจัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยได้ยังไง ผมขอบคุณพี่มาก ซาบซึ้งในน้ำใจพี่จริงๆครับ"
พี่ยศรับไหว้แล้วยกมือลูบหัวผมเบาๆ แปลกมาก ปกติพี่ยศไม่เคยลูบหัวผมเลย แต่วันนี้กลับทำ เงาร่างของพี่ยศจากที่เคยอยู่ในฐานะของพี่ชายที่แสนดี ตอนนี้กลับเคลื่อนเข้าไปทับซ้อนกับเงาร่างของ 'พ่อ' ในจินตนาการของผมเข้าไปทุกขณะ "ไม่เป็นไรเป้ พี่ยินดีช่วย อย่าลืมสิว่าเป้เป็นน้องรหัสของพี่" พี่ยศหยอกผม ทำให้อารมณ์ของผมแจ่มใสขึ้นบ้างเล็กน้อย
"แต่นี่เราจบมาตั้งนานแล้วนะครับ" ผมแย้ง แต่ลึกๆแล้วกลับรู้สึกอบอุ่น
"ใครบอกว่าเป็นแค่ตอนเรียนล่ะ เราเป็นน้องพี่ตลอดชีวิตเลยต่างหาก" พี่ยศบอก ผมรู้สึกตื้นตัน ต่อมน้ำตาใกล้จะเริ่มทำงานอีกแล้ว ผมต้องสูดลมหายใจลึกๆเพื่อข่มความพลุ่งพล่านในใจเอาไว้
"ไป เรากลับกันเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องยุ่งอีก" พี่ยศว่า ผมเห็นด้วย จึงลาพี่ยศเพื่อจะกลับบ้าน แต่พี่ยศฉุดมือผมไว้
"เดี๋ยวก่อนเป้ แน่ใจหรือว่ากลับไปนอนที่บ้านนั้นคนเดียวได้" พี่ยศถาม ผมอึ้งไป ใช่สิ ถ้าผมกลับไปก็ต้องนอนอยู่ในบ้านนั้นคนเดียว ความรู้สึกของผมกับบ้านหลังนั้นแตกต่างไปจากเดิม แต่ก่อนเคยเป็นรังเล็กๆอันอบอุ่นให้นกน้อยอย่างผมซุกหัวนอนใต้ปีกของแม่นกอย่างแม่ แต่ตอนนี้ บ้านหลังนั้นเป็นเพียงแค่ความหลังอันอบอุ่นเสียแล้ว เพราะนับแต่นี้จะไม่มีแม่อีกต่อไป ใจหนึ่งผมก็อยากกลับไป กลับไปอยู่ในบ้านที่ผมและแม่เคยรัก แต่อีกใจหนึ่งก็กลัว ผมกลัวความเงียบเหงาเดียวดาย และความคิดถึงแม่
"ได้ครับ พี่" ผมจำใจโกหก
พี่ยศมองหน้าผมราวจะค้นหาความจริง "ไม่จริงละมั้ง ต้องการให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนไหม เป้บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"
ใจหนึ่งผมก็รู้สึกต้องการดังที่พี่ยศว่า แต่อีกใจก็เกรงใจพี่ยศ รวมทั้งทางบ้านของพี่ยศด้วย หลังจากลังเลอยู่อึดใจหนึ่ง ในที่สุดผมก็โยนภาระการตัดสินใจให้พี่ยศ "แล้วแต่พี่ก็แล้วกันครับ ผมเกรงใจพี่น่ะครับ พี่ยุ่งเพราะผมมามากแล้ว อีกอย่าง โตกับเล็กอาจจะคิดถึงพ่อด้วย"
"ยังงั้นตกลงตามนี้" พี่ยศสรุป ซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าที่ว่าตกลงตามนี้คืออะไร แต่แล้วก็เข้าใจเมื่อพี่ยศพูดต่อ "พี่เป็นห่วงเป้น่ะ รู้ว่าเป้นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว เดี๋ยวขับรถกลับบ้านคนเดียวแล้วจะอันตราย ถ้างั้นคืนนี้พี่จะไปอยู่เป็นเพื่อนเป้ แล้วจะได้ขับรถกลับบ้านตามเป้ไปด้วย"
เราทั้งคู่ขับรถกลับจากวัดมาถึงบ้านของผมด้วยความเรียบร้อย คืนวันก่อนที่พี่ยศมาค้าง ผมนอนที่ห้องแม่ ส่วนพี่ยศนอนที่ห้องผม แต่คืนนี้ผมไม่อยากนอนที่ห้องแม่เลย ผมเลยจัดแจงย้ายเครื่องนอนมาเพื่อจะนอนที่ชั้นล่าง เมื่อพี่ยศเห็นเข้าก็แปลกใจ "อ้าว นั่นเป้ทำอะไรน่ะ"
"คืนนี้ผมจะนอนข้างล่างครับ ผมไม่อยากนอนที่ห้องแม่ ผมไม่ได้กลัวนะครับ แต่อยู่ในนั้นแล้วนอนไม่หลับ จะร้องไห้เอาด้วย คิดถึงแม่ครับ" ผมพูดเสียงเศร้า คราวนี้พี่ยศดึงผมเข้ามาชิดตัวแล้วโอบผมไว้ เหมือนพี่โอบน้อง เหมือนพ่อโอบลูก หรือเหมือน…
"งั้นเป้เข้าไปนอนในห้องเป้ก็แล้วกัน พี่จะนอนข้างล่างเอง" พี่ยศเสนอ
"ไม่ได้ครับ ผมจะให้พี่นอนข้างล่างได้ไง ยุงเยอะครับ แล้วต้องนอนบนโซฟาด้วย มันไม่สบายเหมือนเตียงหรอก ผมนอนเองครับ" ผมไม่ยอม
"เอายังงี้ เราก็นอนห้องเดียวกันก็แล้วกัน เป้อย่ามานอนข้างล่างเลย พี่ปูเสื่อนอนกับพื้นในห้องนอนเป้ก็ได้" ดูสิครับ พี่ยศทำให้ผมซาบซึ้งและอบอุ่นใจเหลือเกิน
เป็นอันว่าคืนนั้นเราทั้งคู่นอนอยู่ในห้องเดียวกัน คือห้องนอนของผม โดยผมยกเตียงนอนให้พี่ยศพร้อมทั้งห้ามพี่ยศปฏิเสธ ส่วนผมเอาเตียงพับมากางนอน ซึ่งก็นอนได้สบายพอควร
ดึกแล้ว… ผมยังไม่หลับ คงนั่งอยู่บนเตียงพับท่ามกลางความมืด คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่พี่ยศบนเตียงนอนทั้งๆที่มองไม่ค่อยเห็นอะไรเนื่องจากไม่ได้เปิดไฟ ถึงมองไม่เห็นแต่ก็อยากมอง หลายวันนี้ผมยุ่งกับเรื่องราวต่างๆมากมาย แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดและเอื้ออาทรที่พี่ยศมอบให้ในยามที่ผมต้องการความช่วยเหลือ ผมอยากมีพี่ชายหรือมีพ่อที่ให้ความอบอุ่นแก่ผมแบบนี้มานานแล้ว
ตีสามแล้ว ผมค่อยๆล้มตัวลงนอน ยังไงก็ต้องพักผ่อนเอาแรงไว้บ้าง พรุ่งนี้ยังมีเรื่องอีกมาก แต่เพิ่งจะนอนนิ่งไปได้หน่อยเดียวก็รู้สึกว่าพี่ยศขยับตัวลุกขึ้นมาจากเตียง ผมหรี่ตาดู แกล้งทำเป็นหลับ เพื่อจะดูว่าพี่ยศจะทำอะไร
พี่ยศเดินมาทางผม แล้วยืนนิ่งสักครู่ คล้ายกำลังมองดูผมอยู่ จากนั้นก็เอื้อมมือมาขยับผ้าห่มของผมให้เข้าที่เรียบร้อย ผมรู้สึกว่าพี่ยศกำลังนั่งลงแล้วโน้มหน้ามาใกล้ใบหน้าของผม ผมจึงรีบหลับตาให้สนิท พี่ยศเอื้อมมือมาลูบศีรษะของผมเบาๆ ผมรู้สึกได้ว่ามือข้างนั้นแฝงความรักใคร่เอ็นดูผมอยู่อย่างเต็มเปี่ยม จากนั้นพี่ยศก็ลุกขึ้นแล้วกลับไปนอน แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เคลิ้มหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
วันรุ่งขึ้น พี่ยศมาที่วัดตั้งแต่ตอนบ่ายแก่ๆเพื่อมาช่วยผม ตอนกลางวันก็ไม่มีอะไรมากเพราะไม่มีใครมาเคารพศพ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีใครเฝ้า การสวดพระอภิธรรมในคืนที่สองก็เป็นเช่นคืนแรก มีเพียงญาติสนิทมิตรสหายไม่กี่คน คืนนี้พี่ป้อมก็มาด้วย แต่ไม่ได้พาเด็กๆมา คงถือเคล็ดว่าเด็กไม่ควรมางานศพก็เป็นได้
หลังเลิกงาน ผมขอให้พี่ยศกลับบ้านไปเพราะเกรงใจถ้าพี่ยศจะอยู่เป็นเพื่อนผมอีกคืน แต่คราวนี้พี่ยศกลับยื่นข้อเสนอใหม่ "คืนนี้เป้ไปนอนที่บ้านพี่ดีกว่า พี่ว่าหากช่วงนี้เป้อยู่ในบ้านนั้นจะยิ่งมีแต่ความเศร้านะ มาค้างที่บ้านพี่สักคืนก็แล้วกัน เผื่อจะสบายใจขึ้นบ้าง"
ผมก็ว่าความคิดนี้ไม่เลว แต่ก็ติดขัดที่ว่าบ้านของพี่ยศก็ไม่มีที่นอนสำหรับแขกเตรียมไว้เช่นกัน "อย่าเลยพี่ ลำบากพี่เปล่าๆ" ผมปฏิเสธ
"ไม่เห็นลำบากเลย ที่ทางก็มี เป้ไปนอนห้องโตก็ได้ แล้วให้โตมานอนกับเล็ก หรือเป้จะนอนกับโตก็ได้ ในห้องนั้นมีฟูกสำรองสำหรับปูนอนอยู่ เอามาปูเสียก็นอนได้แล้ว หมอนก็มี พี่ว่าเล็กกับโตคงดีใจที่ได้เจอหน้าเป้ ไม่เจอกันมาเป็นอาทิตย์แล้วนี่" พี่ยศโน้มน้าว
ในที่สุดผมก็ตกลง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะขัดความหวังดีไม่ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าผมอยากได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่ยศด้วย
คืนนั้น ผมนอนห้องเดียวกับโตโดยปูฟูกนอนกับพื้น ซึ่งโตก็ไม่ได้ขัดข้องหรือไม่พอใจแต่อย่างใดที่ผมมาบุกรุกห้องของแก ตรงกันข้าม กลับรู้สึกว่าจะดีใจเสียด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็ไม่ได้เฉลียวใจอะไร เพราะปกติก็สนิทสนมกับโตและเล็กอยู่แล้ว เมื่อผมมานอนบ้านพี่ยศ ผมกลับรู้สึกว่าใจสงบลงได้อย่างประหลาด ผิดกับตอนที่นอนอยู่ที่บ้านของตนเองซึ่งใจว้าวุ่นอยู่ตลอดเวลา เห็นทีพี่ยศจะพูดถูกที่ผมควรมานอนที่นี่
ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงสวบสาบ แม้ผมจะหลับดีกว่าวันก่อนๆแต่ก็หลับไม่สนิทมากนัก แม้มีเสียงผิดปกติรบกวนเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ผมตื่นได้ ผมแปลกใจว่าเสียงสวบสาบนั้นมาจากที่ไหน ผมลืมตา แต่ตัวยังนอนนิ่งอยู่บนฟูก พร้อมทั้งตั้งใจหาที่มาของเสียง เสียงมาจากเตียงของโตที่อยู่เบื้องหน้าผมนั่นเอง



kangped โพสต์ 2015-9-29 20:23:39

ขอบคุณครับ

minone โพสต์ 2015-9-29 21:01:35

ขอบคุณนะคับ{:5_130:}

nun221033 โพสต์ 2015-9-29 21:52:40

เศร้าอะ

ขอบคุณมากๆ นะครับ

taira โพสต์ 2015-9-29 22:22:14

ขอบคุนคับ

maxum โพสต์ 2015-9-30 14:47:11

ขอบคุนครับ

longkhong โพสต์ 2015-9-30 16:35:42

ขอบคุณมากครับ

minime โพสต์ 2015-9-30 18:36:53

ขอบคุณครับ

somkaite โพสต์ 2015-9-30 18:37:19

ขอบคุณครับผม

SunDay345 โพสต์ 2015-9-30 19:06:53

ขอบคุณครับ

MissA โพสต์ 2015-9-30 23:34:10

ขอบคุณครับ

x2_man โพสต์ 2015-10-1 11:31:54

ขอบคุณครับ...

cakedong โพสต์ 2015-10-2 15:22:06

ขอบคุณครับ

harizon โพสต์ 2015-10-3 10:04:32

ขอบคุณครับ

parisatlover โพสต์ 2015-10-4 00:36:00

ขอบคุณมากเลยนะคะ

bubblebeer โพสต์ 2015-10-4 02:10:55

ขอบคุณครับ

sengjit โพสต์ 2015-10-6 01:52:56


ขอบคุณครับ

balllove23 โพสต์ 2015-11-16 16:40:09

ขอบคุณครับ

x2_man โพสต์ 2015-11-29 20:06:53

ขอบคุณครับ

xoman โพสต์ 2015-12-16 18:47:33

ขอบคุนคับผม
หน้า: [1] 2 3 4
ดูในรูปแบบกติ: บาปรัก4 โดยคุณเป้