++ ~จนกว่าฟ้าจะมีเวลา ~ ++ @ 29
ถ้าหากว่าซ้ำต้องขออภัยนะครับและขอโทษเจ้าของเรื่องด้วยนะครับเพราะว่าคัดลอกมาอีกทีความเดิมตอนที่แล้ว“เหรอแล้วนี่จะกลับห้องเลยป่ะ” แก้วถามรู้สึกเหมือนกันว่าเอ็มดูแปลกไปตั้งแต่ที่กลับมาจากบ้านที่เชียงใหม่
“ก็คงต้องกลับเลยไม่รู้จะไปไหน”
“มีอะไรหรือเปล่าดูเอ็มแปลกๆไปนะบอกแก้วหน่อยดิ”
“ไม่มีไรใกล้สอบก็เลยเครียดๆน่ะ”
“เหตุผลยอดฮิตเลยรู้ป่าว อย่างเนี่ยมันเหตุผลของคนที่มีอะไรในใจแน่ๆเลย”“อย่าพยายามเดาเลยแก้วบอกแล้วว่าไม่มีอะไรไปนะ” เอ็มแยกตัวเดินลิ่วๆจากไปไม่อยากที่จะคุยอะไรมากมายให้ให้กระทบใจตัวเอง เขาควรจะทำเพื่ออนาคตตัวเองดีกว่าที่จะมามัวคิดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเด็กหนุ่มจึงแวะเข้าไปหาซื้อตำราเรียนมาอ่านเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้เลิกฟุ้งซ่านหนังสือสองสามเล่มที่เอ็มนำไปวางที่เคาร์เตอร์ชำระเงินโดยที่เขาไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเขาอยู่เมื่อเขาออกนอกร้านไปแล้วเจ้าของสายตาจึงเดินไปเลียบๆเคียงๆถามพนักงานที่เคาร์เตอร์แคชเชียร์
“เอ่อ ขอโทษนะคะผู้ชายเมื่อกี้เขาซื้อหนังสืออะไรไปคะ” พนักงานขายมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าก่อนถามกลับ
“คนไหนเหรอคะ”
“ก็ที่ใส่ชุดนักศึกษาตัวสูงๆขาวๆหน้าตาดีหน่อยน่ะคะ ที่เห็นหอบหนังสือสองสามเล่ม”
“อ๋อคนนั้นนะเหรอคะเขามาบ่อยค่ะ มาทีก็ชอบซื้อพวกตำราเรียนอะไรพวกนี้แหละค่ะเมื่อกี้ก็ซื้อไปอีกสามเล่มคุณเป็นอาจารย์เขาเหรอคะ”
“อ่อ ค่ะพอดีอยากรู้ว่าลูกศิษย์เขาอ่านอะไรกันขอบคุณนะคะ” เตยยิ้มแห้งๆทำหน้าบอกบุญไม่รับออกมาจากเคาร์เตอร์
“ฉันเหมือนอาจารย์ตรงไหนยัยบ้านี่” หญิงสาวบ่นพลางก้มมองชุดพนักงานออฟฟิสที่ตัวเองสวมมาก่อนจะส่ายหน้าอย่างหัวเสียเดินออกจากร้านบ้าง
“นึกว่าจะมาซื้อการ์ตูนบ้าๆบอๆไปอ่านนะนายเอ็ม” เตยเอ่ยตามเมื่อเห็นหลังเอ็มเดินไปไม่ไกล พลันโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจึงดึงสายตาให้กลับมารื้อค้นหาโทรศัพท์ตัวเอง
“ว่าไงต่อ” เตยทักเมื่อเห็นว่าเป็นน้องชายโทรเข้ามา
“พี่เตยเมื่อไหร่ไอ้ตั้มสุดสวาทของพี่จะกลับกรุงเทพอ่ะ ผมชักทนไม่ไหวแล้วนะ” ต่อโวยมาตามสายเมื่อตั้มบุกมาหาเขาถึงที่หอ ขณะที่พีไม่อยู่จนเขาต้องแกล้งบอกจะออกมาหาซื้ออะไรกินข้างล่าง
“อะไรกันอีกล่ะพวกนายนี่ยังไง ดูท่าทางจะไม่ถูกกันเลยนะ”
“โหยพี่เรียนกลับมาผมก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว หนังสือก็ไม่มีแรงที่จะอ่านยังจะมาชวนผมไปเที่ยวได้ทุกวัน บอกแม่เขาให้รีบเอากลับไปเลยนะก่อนที่ผมจะหมดความอดทน”
“นี่จะทำอะไรเขาหาแม่เขาอุตส่าห์ฝากฝัง เขาคงอยู่กวนใจนายไม่นานหรอกทนๆเอาหน่อย”
“เมื่อไหร่ล่ะที่ผ่านมาผมก็ทนมาพอแล้วนะ”
“อย่าบ่นหน่อยเลยน่าตั้มเขาก็ต้องกลับมาเรียนเหมือนกัน ไม่อยู่กะนายเป็นเดือนๆหรอก”
“ก็ลองอยู่ดิผมจะหนีกลับบ้านเราเลยแหละ”
“อย่ามาอ้างโน้นอ้างนี่อยากกลับมาหาซี้แกที่นี่ใจจะขาดแล้วล่ะสิ” ต่อชงักรู้ว่าพี่สาวหมายถึงใครเขาจึงถามเตยเสียงเบา
“พี่เจอมันบ้างหรือเปล่า”
“ก็เนี่ยเพิ่งเจอตะกี้ในร้านหนังสือ”
“เหรอครับมันเป็นไงบ้างพี่เตย มันไม่คุยกะผมมาเป็นอาทิตย์แล้วอ่ะ”
“นี่คุยกับพี่ไม่เคยที่จะถามหรอกนะว่าเป็นไงบ้างห่วงกันจัง” เตยว่าน้องชายทั้งๆที่นึกแปลกใจที่ต่อบอกว่าไม่ได้คุยกับเอ็มมาเป็นอาทิตย์พวกเขามีปัญหาอะไรกัน
“ก็ผมก็โทรหาพี่ทุกวันอยู่แล้วนี่ครับ”
“เออก็ไม่ได้ว่าอะไรเพื่อนนายก็ยังสบายดีพอใจหรือยัง”
“เห็นมันไม่เป็นไรผมก็พอใจแล้วล่ะครับ” ต่อบอกอย่างหงอยๆอย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่าเอ็มยังคงไม่เป็นไรและกลับถึงมหาลัยอย่างปลอดภัย แม้ครั้งนี้จะไม่ได้โทรรายงานเขาเหมือนครั้งก่อน
“ว่าแต่นายเหอะหนังสืออ่านบ้างหรือเปล่าเนี่ย ตะกี้เอ็มเขาซื้อตำราไปเยอะแยะหัดขยันเหมือนเขาบ้าง”
ต่อจับน้ำเสียงพี่สาวที่พูดถึงเอ็มรู้สึกว่าจะดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เขาคงจะมีความสุขมากหากว่าวันนี้ความสัมพันธ์ของเขากับเอ็มไม่มีรอยร้าวเกิดขึ้น
“พี่เตยแค่นี้ก่อนนะท่าทางญาติพี่จะลงมาตามผมแน่เลย” ต่อรีบตัดสายจากพี่สาวแล้วรีบวิ่งหายเข้าไปในมินิมาร์ทใกล้ๆเมื่อเห็นตั้มเดินลงมาจากหอเตยได้แต่ส่ายหัวนึกเป็นห่วงน้องขึ้นมาเมื่อเห็นต่อโทรมาบ่นวันละหลายรอบเรื่องที่ตั้มเอาแต่ชวนเขาไปเที่ยวเอ็มนั่งรอรถเมล์อย่างเบื่อหน่ายในความช้า เขาจึงตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆผ่านเส้นทางที่เขาเคยเดินกับต่อเด็กหนุ่มก็อดที่จะยืนมองและคิดถึงวันเก่าๆไม่ได้ เสียงแตรรถทางด้านหลังทำเอ็มสะดุ้งก่อนที่เก๋งสีบร์อนจะเข้ามาจอดเทียบเขากระจกรถถูกเลื่อนลงเอ็มแปลกใจเมื่อเห็นเตยนั่งอยู่ข้างใน
“ไปด้วยกันมั๊ย” เตยถามทั้งๆที่ยังไว้เชิงถึงเอ็มจะงงแต่เพราะขาที่เริ่มเมื่อยทำให้เด็กหนุ่มเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่คนขับ
เตยเคลื่อนรถออกเมื่อเอ็มตอบคำถามเธอว่าพักอยู่แถวไหน ภายในรถเงียบเมื่อต่างคนต่างก็ไม่พูดอะไรเอ็มก็ไม่รู้ว่าเตยจะหาเรื่องว่าอะไรเขาอีกเขาเลยนิ่งมาตลอดทางจนเตยทนไม่ได้เสียเองจึงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“เห็นต่อบอกไม่ค่อยได้คุยกับเธอ” เอ็มมองหน้าเตยก่อนจะถามกลับ
“มันบอกพี่เหรอ”
“ฉันคงไม่ไปแส่เรื่องของพวกเธอทุกเรื่องหรอกนะ ต่อไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ไง” เตยยังเขินๆที่จะพูดดีๆกับเอ็ม หลังจากที่เคยสาดเสียเทเสียเอ็มมาหลายครั้งจึงทำน้ำเสียงที่ขัดกับความรู้สึก
“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับมันก็เรียนผมก็เรียนจ ะให้คุยอะไรกันเหรอครับ” เอ็มบอก
“แน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไร” เตยเผลอหลุดปากถามเอ็มยิ้มขำๆที่มุมปาก
“จะให้มีอะไรล่ะครับผมไม่กล้าไปมีอะไรกับน้องพี่หรอก ผมมันเด็กมีปัญหา”
“นี่เธออย่ามารวนฉันนะ ที่ถามเพราะต่อมันทำเสียงไม่ดีมากลัวว่านายจะไปทำอะไรให้มันคิดมากเดี๋ยวไม่เป็นอันเรียนกันพอดี”
“ผมไม่มีอิทธิพลในชีวิตมันมากขนาดนั้นหรอกครับ อย่ากลัวเลยมันไม่เคยแคร์ผมด้วยซ้ำ” ถึงตอนนี้เอ็มอดที่จะเจ็บขึ้นมาที่ใจไม่ได้ เตยหันไปมองอย่างนึกรู้อะไร
“นี่พวกนายทะเลาะกันมาหรือเปล่าเนี่ย”
“เปล่า บอกแล้วไงครับว่าผมกับน้องพี่ไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่หลายคนคิดเราจะทะเลาะกันได้ไง”
“อย่ามาโกหกฉันต่อมันน้องฉัน พฤติกรรมมันที่มีต่อเพื่อนมันทุกคนมีเหรอจะรอดพ้นสายตาพี่สาวที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เด็ก”
“สอดรู้ว่างั้นเหอะ” เอ็มหลุดปากบอกตามนิสัยตรงๆจนเตยสะอึกในคำพูด
“นายนี่มันปากร้ายจริงๆจะไม่ให้ฉันด่าได้ไงไหว”
“รีบด่าเหอะครับ เพราะผมกับน้องพี่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกแล้วต่อไปพี่เตยคงไม่มีสิทธิ์ที่จะมาว่าผมเสียๆหายๆแล้วลามไปถึงที่บ้านผมถ้าผมจะสวนกลับก็อย่าว่ากันนะครับ”
เตยหลบวูบกับสายตาคมวาวของเอ็ม ไม่เคยมีใครกร้าวร้าวกับเธอขนาดนี้มาก่อนอุตส่าห์จะคุยด้วยดีๆแต่กลับมาเจอแบบนี้เตยได้แต่อึ้งคิดว่าเอ็มคงจะโกรธเธอแน่ๆที่เคยต่อว่าลามปามเขาไปถึงครอบครัว
“ฉันเคยด่าว่าเธอแรงๆไปก็ขอโทษด้วยละกัน แต่ตอนนี้ต่อมันกำลังมีปัญหาถ้าเกิดเธอไม่ได้จงเกลียดจงชังเราสองพี่น้องจนเข้าเส้นเลือดไปแล้วมันโทรมาก็คุยๆกับมันบ้างก็ได้นะ”
“ปัญหาอะไรของมัน” เอ็มนึกห่วงเขาตัดสายต่อทิ้งตลอดแม้แต่ข้อความที่ต่อส่งมาให้เขาก็ไม่อยากที่จะอ่าน ทุกข้อความโดนลบตั้งแต่เห็นชื่อคนส่งจนเขาไม่รู้ความเป็นไปของต่อเลย
“ก็ตั้มยังตามเกาะแกะมันอยู่ที่โน่น” เตยบอกอย่างอึกอักหญิงสาวลองคิดดูแล้วเอ็มน่าที่จะไว้ใจในการที่จะคบกับน้องชายเธอแล้วไม่ทำให้เสียการเรียนได้ดีกว่าตั้มที่วันๆเอาแต่เที่ยวไม่เคยสนใจที่จะกลับมาเรียน
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม” เอ็มบอกในเมื่อต่อเป็นคนผูกปมทุกอย่างถ้าไม่มีปัญญาที่จะแก้เองเขาก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้
“ก็เธอสองคนสนิทกัน แล้วฉันก็ดูแล้วว่านายน่าจะเอาถ่านมากกว่าตั้ม”
เอ็มยิ้มหยันๆ
“ถ้ามันโทรมาก็บอกมันแล้วกันว่าเรื่องแค่นี้ไม่มีปัญญาที่จะจัดการ ผมก็เลือกถูกแล้วล่ะที่จะเลิกยุ่งกับมัน” เตยไม่อยากจะเชื่อว่าเอ็มจะเด็ดเดี่ยวได้ขนาดนี้นึกอายที่น้องชายตัวเองดูอ่อนแอกับปํญหาที่มันดูจะเป็นแค่เศษผงในสายตาของเอ็ม
“จอดตรงนี้แหละครับ” เอ็มบอกเมื่อเตยขับรถพามาถึงหน้าปากซอยเด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณพลางจะก้าวลงจากรถแต่ก็ต้องชงักกับคำพูดเตย
“พี่จะเสียใจมากเลยนะเอ็มถ้าพี่เป็นต้นเหตุให้ต่อต้องเสียเพื่อนที่ดูเข้มแข็งและเป็นผู้ใหญ่อย่างนายไปน้องพี่มันยังอ่อนโลกอยู่ พี่ฝากมันด้วยละกัน” เตยทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะขับรถออกไปปล่อยให้เอ็มยืนพูดตามหลัง
“มันต้องรู้จักโตด้วยตัวเองให้เป็นแล้วล่ะพี่เตย”
“เลิกตามตอแยเราซะทีเถอะตั้มบอกว่าจะนอน เหนื่อย ไม่ไปไหนทั้งนั้น” ต่อตะคอกตั้มที่ตามวุ่นวายกับเขาไม่เลิก เพื่อที่จะลากให้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนให้ได้โดยที่มาตามเขาถึงที่หอ
“ทำไมล่ะต่อรังเกียจอะไรเรานักหนา” ตั้มเดินไปนั่งลงแนบชิดต่อที่เตียงนอนต่อจะขยับลุกหนีแต่โดนฉุดรั้งเอาไว้
“อย่าเดินหนีเราแบบนี้อีกนะ วันนี้เป็นไงเป็นกันเราทนให้นายปฎิเสธเรามาหลายครั้งแล้ว” ตั้มผลักต่อลงที่เตียงก่อนจะขึ้นคร่อมร่างเอาไว้พยายามที่จะแกะกระดุมเสื้อต่อออกในขณะที่ต่อยื้อเอาไว้พลางตะคอก
“นี่นายอย่าบ้านะตั้มขืนนายยุ่งไม่เลิกเราจะไม่เกรงใจนะ”
“เอาสิจะทำอะไรเราก็เชิญเราพร้อมอยู่แล้ว” ตั้มดูเหมือนคนที่คุมสติไม่อยู่ต่อเริ่มโมโหเมื่อมือตั้มเลื่อนไปที่จะปลดเข็มขัดเขา
“พอเลยตั้มนายมันบ้า” ต่อออกแรงผลักตั้มออกจากตัวจนพ้นก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อและเข็มขัดตัวเองที่หลุดลงมานิดหน่อยตามแรงของตั้มที่กำลังจะโผเข้าหาเขาอีกรอบจนเขาต้องชี้หน้าให้หยุดอารมณ์บ้าๆนี้
“นายเลิกบ้านะตั้มถ้าไม่ เรื่องนี้ถึงหูแม่นายแน่”
“นึกว่ากลัวเหรอแม่จะทำอะไรเราได้ ดีซะอีกทุกคนจะได้รู้ว่าเราคบกันในแบบไหน”
“คบอะไรยังไง นายก็เป็นได้แค่เพื่อนในสายตาเราไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก” ต่อหันหลังจะเดินออกจากห้องจะปล่อยให้ตั้มบ้าอยู่คนเดียว แต่แล้วเขาก็ต้องโมโหขึ้นมาอีกเมื่อตั้มโผกอดเขาไว้ทางด้านหลัง
“โธ่โว้ยมันอะไรกันนักกันหนาวะ” ต่อหันมาผลักตั้มออกสุดแรงจนตั้มล้มกองลงไปที่พื้นห้องจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“นายเล่นกะเราแบบนี้ใช่มั๊ยต่อจำไว้เราได้เห็นดีกันแน่” ตั้มลุกขึ้นเค้นเสียงบอกต่อก่อนจะเปิดประตูห้องออกไปอย่างนึกแค้นกับสิ่งที่โดนกระทำต่อเดินไปทรุดนั่งที่เตียงอย่างเหนื่อยอ่อนในใจอยากที่จะโทรหาเอ็มแต่เอ็มก็คงที่จะตัดสายเขาทิ้งเหมือนอย่างที่เคยผ่านมา
“มึงจะใจร้ายกะกูไปถึงไหนไอ้เอ็มกูอยากคุยกับมึง” ต่อบอกกับตัวเองขอเพียงเขาได้คุยกับเอ็มสักครั้งเขาคงไม่เหนื่อยใจได้ขนาดนี้
“มึงเหรอไอ้เอ็ม” ชายวัยรุ่นสามคนเดินมาดักทางเอ็มในขณะที่เขาเดินเข้าซอยในตอนค่ำหลังจากที่มัวเล่นบาสกับเพื่อนๆจนลืมเวลา
“รู้จักกันเหรอวะ” เอ็มถามเมื่อเห็นสีหน้ากวนๆของคนทัก
“กูไม่รู้จักหรอกแต่เพื่อนพวกกู รู้จักโทษทีว่ะพวก” สิ้นเสียงคนพูดผลักเอ็มเข้าไปชนกำแพงในมุมมืดก่อนที่จะชกเอ็มเข้าที่ใบหน้าขณะที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวเอ็มรู้สึกชาที่ปากและงงกับเหตุการณ์แต่สัญชาตญาณบอกให้เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าเขาคงต้องโดนรุมเป็นแน่ก่อนที่สองคนที่เหลือจะกรูเข้ามาหาเขาเอ็มตั้งสติจัดการสวนหมัดเข้าไปที่คนที่ชกเขาคนแรกสุดแรงจนร่างนั้นถลาล้มไปตามแรงหมัดสองคนที่เหลือที่กรูเข้ามาเอ็มไม่มีเวลาคิดนอกจากที่จะใช้เท้าถีบกันเอาไว้ แต่ก็ยังไม่วายที่เขาจะโดนสวนด้วยหมัดกลับคืนมาจนตั้งตัวแทบจะไม่ติดด้วยความเป็นลูกชาวไร่อย่างเขา ความเร็วและความอึดก็ต้องเหนือกว่าพวกอันธพาลพวกนี้เมื่อเลือดขึ้นหน้าใครก็เอาเขาไม่อยู่เอ็มกระชากคอเสื้อคนที่เดินเข้ามาคิดจะซ้ำเขา เด็กหนุ่มประเคนหมัดใส่แบบไม่ยั้งจนเพื่อนสองคนยืนอึ้งก่อนที่เอ็มจะถีบส่งไปให้เมื่อคนที่เขาชกเริ่มสะบักสะบอมท่อนไม้ใกล้มือถูกหยิบมาชี้หน้าคนทั้งสามพร้อมเสียงตะคอก
“อยากสมองไหลพวกมึง มึงเข้ามาดิกูอัดไม่เลี้ยงแน่ สัตว์กูไปทำอะไรให้พวกมึง” เอ็มเงื้อมือจะฟาดจริงๆพวกนั้นจึงถอยกรูด
“วันหลังมึงโดนแน่” หนึ่งในกลุ่มชี้หน้าเอ็มแต่โดนเขาสวนกลับ
“ใครใช้พวกมึงมาหาเรื่องกู คิดว่ากูง่ายเหรอ สัตว์พวกมึงรีบไปเลยนะก่อนที่กูจะเหลืออด” เอ็มเดินเข้าหา สองคนจึงพยุงร่างที่โชกด้วยเลือดของคนที่โดนเอ็มจัดการหนีไปเอ็มเช็ดเลือดที่ซึมตรงมุมปากมองตามก่อนจะทิ้งท่อนไม้ก้มเก็บหนังสือเดินเข้าซอยอย่างนึกสงสัยว่าพวกนี้หาเรื่องเขาทำไมแถมรู้จักเขาอีก
ไม่น่าเข้าใจผิดนะ อิอิ
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุนคราบ ขอบคุนค้าบ ขอบคุนคับ{:5_130:} ฝีมืออีตั้ม ชัวร์ ขอบคุณครับ ฟังดูเหมือนพี่เตยจะชื่นชมเอ็มนะตอนท้ายๆนะ ไปกันใหญ่แล้วไอ้ตั้ม ขอบคุนครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]