พี่เขยแซ่บ เราก็เลยต้องจัด ตอนที่ 14 งานแต่งน้าก้องน้องชายแม่ กับการเปิดศึกแย่งผู้กับกะเทยเจ้าถิ่น 1.1
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กัส1212 เมื่อ 2026-9-24 14:08ตอนนี้อาจจะเสียวน้อย แต่บอกเลยน่าติดตามสุด ๆ เป็นการกร่นนำไปยังความเสียวของตอนต่อไปแบบจุก ๆ
"กัสเอ้ย... เสร็จแล้วยังลูก"
"คร้าบ... เสร็จแล้วค้าบ..."
โอ้ย! กำลังปะแป้งเติมหน้าพรหมน้ำหอมไม่ทันจะเสร็จ เสียงพ่อก็เรียกมาสะดังจนเราต้องรีบ ก็แน่ละหากขืนชักช้าไปกว่านี้จากเสียงเพราะ ๆ ของพ่อ ก็จะเปลี่ยนเป็นเสียงแว๊ด ๆ ของนางลำดวนแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่รอด เพราะเจอหน้าปั๊บนางลำดวนก็ใส่ทันที
"มาได้สักทีนะมึงอะ มัวแต่ชักช้ายืดยาดอยู่นั่นแหละ"
"โหแม่... คนเราจะออกจากบ้านทั้งทีก็ต้องเนี๊ยบหน่อยสิ"
"เหมือนโบราณเขาว่า ไก่งามเพราะขน คนงานเพราะแต่ง ใช่ไหมพ่อ"
"ถูกต้องแล้วคร้าบ..."
ฮ่า ๆ พ่อรับมุกเราสะด้วย แต่ที่แน่ ๆ นางลำดวนถลุนตาใส่เรากับพ่อ ตาแทบหลุด
"แหม... มึงกับพ่อมึงเนี่ย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุยเลยนะ"
"ก็หนูมันลูกพ่อนิ เน๊าะพ่อเน๊าะ"
"คะ... คร้า..."
เจอสายตาพิฆาตของแม่เข้าไป พ่อถึงกับอ้าปากค้างลนลานไม่ไหว
"เออ ๆ กูขี้เกียจเถียงกับมึงละ รีบไปขึ้นรถเลยไป"
"แม่งพูดกับมึงทีไรกูละปวดหัว ตึ๊บ ๆ ทุกทีเลยวะ"
เถียงกันไปเถียงกันมาสรุปจบที่แม่ไล่เรากับพ่อไปขึ้นรถ ก็แน่นะสิฝั่งเรามีพ่อคอยหนุนหลังคอยให้ท้ายสะขนาดนี้ ฉะนั้นอย่าหวังว่าอีกัสจะกลัวนางลำดวนอีกต่อไป แต่จะว่าไปเรากับแม่เจอหน้ากันก็ตีกันหยุมหัวกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งถ้าวันไหนไม่ตีกันไม่หยุมหัวกันแสดงว่าวันนั้นมีคนใดคนหนึ่งเพี้ยนไปแน่ ๆ
และไอ้ที่ยืนเถึยงกันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรเลย คือรีบจะไปบ้านยายที่อยู่อีกจังหวัดเพราะมีฤกษ์งามยามดี มีงานมงคลของน้าก้องน้องชายคนสุดท้องของแม่เราเอง กำลังจะแต่งงาน และมันดันมาประจวบเหมาะกับเราที่โรงเรียนปิดติดต่อกันสี่วันเข้าพอดี เราก็เลยตกกระไดพรอยโจนแบบไม่เต็มใจไปกับเขาด้วย
ตอนแรกพี่เบ็ญกับพี่ทิวว่าจะไปด้วย แต่เอาไปเอามาพี่เบ็ญบ่นว่าช่วงนี้ลูกในท้องดิ้นแรงแกก็เลยกลัวว่าถ้านั่งรถนาน ๆ ทางไกลเดี๋ยวมันจะเสี่ยงเอาเปล่า ๆ ก็เลยไม่ไปดีกว่า ไอ้เราที่เห็นว่าพี่ทิวกับพี่เบ็ญไม่ไปก็เลยไม่อยากไปขึ้นมากับเขาด้วย แต่สุดท้ายแม่ก็หาข้ออ้างมากมายจนเราต้องไปด้วยจนได้ บอกว่ายายคิดถึงเราบ้างละ อยากเจอหน้าหลานบ้างละหลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอ โอ้ย! พูดสะอีกัสรู้สึกผิดก็เลยเป็นแบบที่เห็น
แต่จะว่าไปเราก็ไม่ได้ไปหายายมาหลายปีแล้วจริง ๆ ก็ตั้งแต่ขึ้นมอต้นเราก็ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนเพราะติดเรียน (ฮ่า ฮ่า ฮ่า ติดควยอิอิ) ก็เลยเป็นแม่กับพ่อสะเองที่ได้ไปเยี่ยมยายอยู่บ้าง อีกอย่างบ้านยายกับบ้านเราก็ห่างกันตั้งร้อยยี่สิบกว่าโล จะให้ไปบ่อยก็คงไม่ได้เพราะพ่อเริ่มขับรถทางใกล้ไม่ค่อยไหว
สรุปเราก็ไปกันแค่สามคนพ่อ แม่ และก็เราที่ไปแบบไม่เต็มใจ เพราะกะว่าจะอยู่บ้านแบบชิว ๆ ให้พี่ทิวจับตอกควยใส่รูร่านให้หน่ำใจสักหน่อยแต่ก็อดจนได้ แต่ก็เอาวะอย่างน้อยก็ได้ไปเปิดหูเปิดตาสะบ้าง เพื่อได้เจออะไรดี ๆ ติดไม้ติดมือมาบ้างพอให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ
เอาจริงการไปบ้านยายครั้งนี้มันดูเปลี่ยนไปหมด พ่อขับรถไปบนถนนผ่านจังหวัดพัทลุงแต่พอเริ่มเข้าเขตสงขลาสองข้างทางมันเปลี่ยนไปจนเราผิดหูผิดตาไปหมด ถนนหนทางมันกว้างขึ้น บ้านเรือนตึกแถวผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด จนไม่อยากจะเชื่อว่าจังหวัดสงขลามันจะเจริญผิดหูผิดตาได้ขนาดนี้ สรุปการมาบ้านยายครั้งนี้ก็ทำเราตื่นเต้นไม่น้อยเลยละถือว่าเปิดโลกสุด ๆ ไปเลย
แต่แล้วผ่านความเจริญมาได้ไม่เท่าไหรเราก็ได้เจอกับความกันดานเข้าจนได้ เมื่อพ่อเลี้ยวรถเข้าเขตอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสงขลา สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าเขาและก็วัว ใช่แล้ววัว เพราะข้างทางบนถนนเต็มไปด้วยวัว จนพ่อขับรถเหยียบเบรคแล้วเหยียบเบรคอีก จนเราหน้าหงายหน้าคะมำ ไหนจะหมา ไหนจะแพะ ที่วิ่งตัดหน้ารถกันให้วุ่นอีก บอกเลยอีกัสแทบอยากจะร้องกรี๊ด...
"โอ้ย! พ่อขับดี ๆ หน่อยสิครับ กัสเวียนหัวหมดแล้วเนี่ย!" มันโครงเครง เดี๋ยวพ่อก็หักซ้าย เดี๋ยวพ่อก็หักขวาบอกเลยเราฮ้วกแทบพุ่ง
"จับดี ๆ ลูก พ้นตรงนี้แล้วข้างหน้าก็ไม่มีแล้วละ"
"ขับดี ๆ สิพี่ เจ้ากัสมันยิ่งชอบเมารถอยู่ด้วย"
"คร้าบ ๆ เดี๋ยวพ่อจะขับช้า ๆ นะ"
อี้เตี้ย! นี่มันทางเข้าบ้านยายหรือเรากำลังอยู่ในยุคสงครามโลกกันแน่วะ พ่อขับรถอย่างกับหลบหลุมระเบิดเป็นว่าเล่น หักซ้าย หักขวา เหยียบเบรคเอี๊ยด... จนเราหัวคว่ำหัวทิ้ม และกว่าจะพ้นตรงนั้นได้เราแทบฮ้วกแตกฮ้วกแตนกันเลยทีเดียว
ห้าปีที่แล้วทางเข้าบ้านยายเป็นยังไงบอกเลยตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม ต่างจากความเจริญด้านนอกแบบทิ้งห่างกันลิบลับ ยิ่งใกล้บ้านยายก็ยิ่งลึกลับอย่างกับอยู่กันคนละโลก จนเราแทบไม่อยากจะเชื่อว่าแม่เราจะเป็นเด็กหลังเขาได้ถึงเพียงนี้
เอาจริงนี่ถ้าไม่ติดกับแม่ จ้างให้เราก็ไม่มาหรอก และยิ่งมาเจอแบบนี้บอกเลยว่าเราเข็ดหลาบจนตาย แต่พอพูดมากแม่ก็หาว่าเราสำออยอีก ก็แน่นะสิใครมันจะไปหน้าชื่นมื่นเหมือนกับนางลำดวนเขาได้ละ ก็น้องชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาจะแต่งงานทั้งที่นี่เนาะ คงจะยิ้มดีใจจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลยละมั้ง
แหม... ก็น้าก้องเนี่ยแม่เขาเลี้ยงมาเองกับมือ ทั้งส่งเงินให้เรียนหนังสือแต่ก็ไปไม่รอดเพราะเกเรจนโดนไล่ออก จนต้องไปเรียน กศน. เรียนจบก็ไปต่ช่างยนต์จนจบ ปวส. แล้วก็หายหน้าหายตาไปทำงานอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยดวงดันฟลุกสอบทหารนายสิบได้ก็เลยได้บรรจุรับราชการทหารสะงั้น
อะ อะ อ๊ะ อันนี้ไม่ใช่เป็นการแต่งงานรอบแรกนะ แต่เป็นรอบสอง รอบแรกเห็นแม่บอกว่าน้าก้องเกเรจนไปทำสาวในหมูบ้านท้อง จนต้องไปสู่ขอฝ่ายหญิงกับพ่อแม่เขาเพราะไม่นั้นโดนคดีพรากผู้เยาว์ สรุปต้องแต่งหมดเงินไปเป็นแสน พออยู่กินได้ไม่ถึงสามเดือนฝ่ายหญิงก็แทงลูก สรุปอิน้าก้องทิ้งจร้าแล้วก็หนีไปเรียนต่อ ปวส. ตามที่เราเล่ามาก่อนหน้านี้
บอกเลยว่ากว่าที่น้าก้องแกจะได้รับราชการทหาร วีระกำแกโคตรแสบ ตอนมอปลายที่โดนไล่ออกก็ก่อเรื่องฟันแทงกันในโรงเรียนตอนเข้าแถวหน้าเสาธง และก็เป็นเรื่องแย่งสาวกับอีกกลุ่มในโรงเรียน สรุปตอนนั้นโดนไล่ออกทั้งสองพวก โอ้ย... กว่าจะได้ดิบได้ดีเป็นตัวเป็นตนแบบนี้แม่เราหมดเงินไปกับน้าก้องไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เดี๋ยวจ่ายเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นว่าเล่น ก็ทำไงได้น้องสุดท้องเขานี่เนาะ โอ๋กัน ตามใจกัน จนเกือบเสียผู้เสียคน วัน ๆไม่ทำงานทำการขอแต่เงิน แต่ก็ดีนะที่มาคิดได้เอาอิตอนอายุ 28 ปี ก็เลยไม่สายไป
เอาจริงเราก็แทบจะจำหน้าน้าก้องไม่ได้แล้วละ เจอแกครั้งสุดท้ายเราจำได้ว่าตอนนั้นเรา 8 ขวบได้มั้ง ตอนที่น้าก้องแกเป็นวัยรุ่นมั่วสุมกินน้ำท่อมนั่นแหละ ผอม ๆ แห้ง ๆ ตามสไตร์เด็กเกเรที่วัน ๆ ไม่ทำอะไร ถ้านับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ไม่เจอน้าก้องแกอีกเลย
และแล้วก็มาถึงบ้านยายจนได้ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาเขียวขจีและผู้คนต่างศาสนาต่างวัตนธรรม แต่ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว รถกระบะสี่ประตูค่อย ๆ ขับรถผ่านหมู่บ้าน ผ่านผู้คน เด็ก ๆ ทั้งสองข้างทางที่กำลังใช้ชีวิตกันแบบสโลว์ไลฟ์เรียบง่ายสุด ๆ เราที่นั่งอยู่ภายในรถเอาหน้าแนบไปกับกระจก พร้อมกับทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ มองดูบ้านคนและก็ผู้คนในขณะที่รถกำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้า ๆ ซึ่งมันดูต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเซเว่น ไม่มีห้างสรรพสินค้า มีก็แต่ร้านค้าเล็ก ๆ แค่ไม่กี่ร้านเท่าที่เราเห็น
จนในที่สุดรถก็ได้มาจอดตรงหน้าบ้านยายเป็นที่เรียบร้อย เราที่แทบจะไม่ตื่นเต้นใด ๆ เลย เพราะอยากจะฮ้วกเต็มทีแล้ว สะภาพบอกเลยแทบดูไม่ได้เลยตอนนี้ พอมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ก็เจอแต่ผู้คนละลานตาไปหมด นี่ขนาดยังไม่ถึงวันงานด้วยซ้ำแต่คนที่มาช่วยงานบอกเลยว่าเยอะมาก พอมองไปรอบ ๆ ก็เห็นกางเกงลายพรางทหารเต็มไปหมด จนเราต้องขยี่ตานึกว่าตัวเองเมารถจนตาลาย แต่ที่ไหนได้เป็นทหารตัวเป็น ๆ ทั้งนั้น ที่กำลังช่วยกันลงเต็นท์ผ้าใบและเครื่องครัวกันให้วุ่น บางคนถอดเสื้อบางคนก็ไม่ถอด ช่างเป็นภาพที่น่ามองเหลือเกิน ผู้ชายกล้ามแน่นกำลังยกของหนัก คิดแล้วอยากจะโดนพี่ทหารเหล่านั้นยกอุ้ม...
แต่... เดี๋ยวก่อนเพราะตอนนี้เราไม่ไหวแล้ว... ข้าวต้มหมูของแม่เมื่อเช้าที่กินมาจากบ้าน ไหนจะข้าวเหนียวไก่ทอดที่พ่อชื้อให้กินระหว่างทาง นมโอวัลตินอีกหนึ่งกล่อง ทั้งหมดทั้งมวลมันถูกดันขึ้นมาจุกอยู่ที่ยอดอกเราแล้ว ฮ้วก! ฮ้วก! เรารีบเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาที่ปล่อยของเสียที่กำลังพุ่งออกมา ในขณะที่ทุกสายตาของคนในงานมองมาที่เรา พร้อมกับเสียงพ่อและแม่ร้องเรียกพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย
"กัสเป็นอะไรลูก..."
แล้วก็ตามมาด้วยเสียงของใครบางคน ที่กำลังวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาเรา
"น้องเป็นอะไรครับ"
นายทหารหนุ่มในชุดกางเกงลายพรางไม่ใส่เสื้อ ทอนบนเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นไปทั้งตัว ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะเข้ามาช่วยเรา หรือวิ่งมาเพราะอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ กูละอยากจะตะโกนออกไปให้ดังสุดเสียงเหลือเกินว่า "อย่าเข้ามานะ..." แต่ก็ไม่ทันสะแล้ว...
"ฮ้วก...! พรวด"
เต็ม ๆ ของเหลวทั้งหมดทั้งมวลที่สั่งสมมาตลอดการเดินทาง พุ่งทะยานออกจากปากเรารดไปที่แผงอกกว้างของนายทหารอยางจัง แบบที่เล่นเอาหมดไส้หมดพุงกันเลยทีเดียว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของพี่ทหารคนนั้น
"ไอ้เชี่ย... เอ้ย..."
คนที่มาช่วยงานทยอยวิ่งตรูกันเข้ามายืนมุง บอกเลยตอนนั้นเราแทบอยากจะแกล้งเป็นลมไปให้มันรู้แล้วรู้รอด ส่วนนายทหารคนนั้นที่น่าจะผ่านศึกมาแล้วนักต่อนักกลับยืนนิ่งเป็นหินแกะสลัก ดวงตาคมกริบก้มลงมองคราบฮ้วกเราที่แผงอกของตัวเอง พร้อมกับสลับกับเหลือบสายตามองหน้าเราที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไข่ต้มไปแล้ว มันไม่ใช่เพราะกลัว และก็ไม่ใช่เพราะเมารถ แต่กูอายแทบมุดแผ่นดินหนีกับสิ่งที่ได้ทำลงไป
"อีเตี้ย! มาไม่ทันข้ามวันก็สร้างเรื่องสะแล้วเรา"
เสียงในหัวเราดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของพ่อกับแม่
"กัสเป็นไรลูก"
พ่อกับแม่รีบวิ่งมาประชิดตัวเรา พร้อมกับเอามือลูบหลังเราตามจังหวะขึ้นลง จนเราเริ่มดีขึ้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่ก็นั่นแหละเราถึงกับหลบสายตาแทบไม่ทัน อีดอกคนล้อมวงมุงดูกันทำอย่างกับเราไปฆ่าใครตายมา
"เอ้ย! ไหน ๆ เจ้ากัสของยายเป็นอะไรมากไหมลูก"
เห้อ... ในที่สุดยายก็มาช่วยชีวิตอีกัสเอาไว้ได้ทัน เห็นแบบนี้เราก็ต้องเล่นบทอ้อนยายสะแล้ว
"ยาย... กัสเมารถอะครับยาย"
"โอ๋ ๆ มามะ มาหายายมาลูกมา"
เราเดินเข้าไปกอดยายก่อนจะกวาดสายตามองหานายทหารคนนั้น แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอไม่รู้หายไปไหนแล้ว จะว่าไปเราเองก็ยังไม่ได้ขอโทษพี่เขาเลยสักคำ แถมหน้าตาเป็นยังไงก็เห็นไม่ชัดสะด้วยซ้ำ จำได้ก็แต่... กล้ามแน่น ๆ ผิวเข้ม ๆ อุ๊ย! คิดแล้วเสียวปิอะ
"อ้าว! หวัดดีพี่ชาญพี่ดวน มาถึงเมื่อไหร่แล้วละ"
"เอ้าไอ้ก้อง หวัดดี ๆ น้องเป็นไงสบายดีไหม"
"สบายดีพี่ แล้วพี่ชาญกับพี่ดวนละ"
"เออ พี่ก็สบายดีวะ"
"กูก็สบายดี ไอ้น้องรัก"
อีเตี้ย... อย่าบอกนะว่าคนนี้คือน้าก้อง เชี่ย! ทำไมหล่อขึ้นแบบผิดหูผิดตาถึงขนาดนี้ละ ตัวสูงหุ่นแน่นมาก แถมผิวพรรณก็ดูเกลี้ยงเกลาสะอาดอย่างกับคนละคนกับเมื่อก่อน ใบหน้าคมเข้มยิ่งมองก็ยิ่งหลง โอ้ย! ทำไมอาก้องถึงได้น่ากิ่นน่ากินขนาดนี้ละ แล้วแบบนี้อีกัสจะอดใจไหวไหมละเนี่ย...
"เอ้า! นั่นเจ้ากัสใช่ไหม"
เราที่อยู่ในอ้อมกอดยายถึงกับตาโตเมื่อน้าก้องจำเราได้
"เออ นั่นแหละเจ้ากัสมันละ"
"มาถึงก็สร้างเรื่องฮ้วกแตกฮ้วกแตนใส้ทหารเพื่อนมึงเลยละ"
โอ้ย! จะบ้าแม่ขายเรากับน้าก้องจนหมดเกลี้ยง แม่นะแม่ นี่ลูกแม่นะ...
"ไหน ๆ มาหาน้าหน่อยสิ"
น้าก้องพูดพร้อมกับดึงเราเข้าไปกอด มือหนาค่อย ๆ สัมผัสลูบไปที่เส้นผมเราอย่างเบามือ อีเตี้ย... มาทำแบบนี้อีกัสก็ตายสิวะ
"ไหนไปฮ้วกใส่เพื่อนน้าคนไหนบอกมาสิ" น้าก้องก้มลงมามองหน้าเราก่อนจะเอ่ยถาม ในขณะที่ฝ่ามือก็ยังคงลูบหัวเราเบา ๆ
"เอ่อ... คือ... กัสไม่รู้ว่าเป็นใครครับ"
ก็เราไม่รู้จริง ๆ นิ หน้าก็เห็นไม่ชัดก็เรามัวแต่ฮ้วกแตกฮ้วกแตน จนหน้ามืดตาลายไปหมดพอหันมาอีกทีพี่เขาก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
"เฮ้ย! พวกมึงรู้ไหมว่าหลานกูฮ้วกใส่ใคร"
น้าก้องหันไปถามเพื่อนทหารแถวนั้น ก่อนที่จะได้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า...
"ผู้กองเทียนครับ"
อีเตี้ย! นี่เราฮ้วกใส่ระดับผู้กองเลยเหรอวะเนี่ย... ฉิบหายแล้วอีกัสแถมไม่ขอโทษขอโพยเขาสักคำอีกต่างหาก
"ออ... นึกว่าใครผู้กองเทียนนี่เอง"
เราที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของน้าก้องทันที่ ก่อนจะรีบเอ่ยเสียงสั่นเล็ก ๆ ออกไปว่า...
"น้าก้องพากัสไปขอโทษพี่เขาหน่อยนะครับ กัสยังไม่ได้ขอโทษพี่เขาเลย"
"ได้สิเอาไว้น้าจะพาไปนะ"
พูดจบน้าก้องก็ลูบหัวเราอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าบ้านนั่งคุยกับยายถามสารทุกข์สุกดิบกันพอเป็นพิธิ ก่อนจะแยกย้ายเอากระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปเก็บในห้องที่ยายได้เตรียมเอาไว้ให้ แต่ไม่ทันที่เราจะได้เอากระเป๋าของเราไปเก็บ น้าก้องก็พูดขึ้นมาว่า
"เจ้ากัส ไปนอนกับน้าดีกว่าเอาไหม"
"น้านอนคนเดียวเตียงก็กว้าง อีกอย่างจะได้ไม่ต้องไปนอนอัดกับพ่อแม่เขา"
เอาแล้ว... จะให้อีกัสตอบไงละทีนี้ โอ้ย! เอาไงดีวะเนี่ย จะปฎิเสธก็กระไรอยู่ บอกเลยเสียงในหัวดังเป็นเพลงนี้เลย "หนูก็อยู่ของหนูดี ๆ น้าก็มาเสนอหนูเอง" อิอิ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ช่วยไม่ได้น๊า...
"ก็ได้ครับ"
เราพูดจบน้าก้องก็จัดการหิวกระเป๋าเสื้อผ้าเราเดินนำหน้า โดยที่มีเราเดินตามหลังไปติด ๆ เชื่อไหมมองจากด้านหลังน้าก้องโคตรเท่เลยอะ จากคนติดน้ำท่อมผอมแห้งในวันนั้น แต่วันนี้กลับหุ่นแน่นโคตรน่ากินไปหมดทั้งตัวเลยอะ
น้าก้องพาเราเดินไปยังห้องพักที่แกเพิ่งสร้างขึ้น เพื่อเอาไว้เวลาพวกเรามาเยี่ยมยายจะได้มีที่พัก ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านยายไปประมาณสามร้อยเมตรได้มั้ง แต่ระหว่างทางที่เดินไปดันมีทหารนายหนึ่งวิ่งตามมาพร้อมกับพูดว่า
"ผู้กอง เขาเอาของมาส่งให้ไปดูหน่อยว่าจะเอาไว้ตรงไหน"
"อื้ม เค ๆ เดี๋ยวผมไป"
พอทหารคนนั้นพูดจบน้าก้องก็หันมาหาเรา
"งั้นเดี๋ยวกัสเดินตรงไปนะ ห้องน้าจะอยู่ขวามือ"
"กัสเปิดประตูเข้าไปได้เลยห้องไม่ได้ล็อก" น้าก้องอธิบายสะยาวเหยียดแต่แทบไม่เข้าหูเราเลยแม้แต่น้อย ก็แน่นะสิก็เรามัวแต่มองหน้าหล่อ ๆ ของน้าก็ไม่กระพริบตานะสิ ส่วนน้าก้องก็พูดต่อ
"ส่วนห้องซ้ายมือเป็นห้องของผู้กอง..."
"เร็ว ๆ ครับผู้กอง"
น้าก้องพูดไม่ทันจบพี่ทหารคนเดิมก็ตะโกนเรียกมาอีกครั้ง จนอาก้องต้องรีบวิ่งไปปล่อยให้เราค้างกับประโยคสุดท้ายแบบงง ๆ แต่แล้วเราก็เดินไปตามที่น้าก้องบอกพร้อมกับท่องจำเป็นอย่างดี
"ห้องน้าก้องอยู่ขวามือ ห้องน้าก้องอยู่ขวามือ"
สองข้างทางเต็มไปด้วยสวนผลไม้นา ๆ ชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด และก็ลองกอง แต่เจ้ากำ จังหวะที่เรากำลังเพลิดเพลินกับต้นไม้อยู่นั้น เท้าเราดันไปสดุดเข้ากับรากไม้จนสิ่งที่ท่องมาหายวับไปจากหัว อีเตี้ย... ฉิบหายแล้ว...
แต่ในที่สุดเราก็เดินมาถึงจนได้ ห้องพักทั้งสองห้องหันหน้าเข้าหากัน ห้องหนึ่งอยู่ซ้ายมือส่วนอีกห้องอยู่ขวามือตามที่น้าก้องบอกเป๊ะ เอาแล้วทีนี้ละเราจะรู้ได้ไงว่าห้องไหนเป็นห้องของน้าก้องละ
"เชี่ย... แล้วห้องไหนละเนี่ย"
เรายืนพึมพำกับตัวเอง มองห้องซ้ายทีขวาทีเพื่อว่าจะนึกออก แต่แล้วก็ไม่เป็นผลเพราะเราลืมสนิดแบบที่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
"เอาวะ แบบนี้ต้องเสี่ยงทาย"
พูดจบเราก็ก้มลงหยิบกิ่งไม้ยาวประมาณสองคืบ หักปลายหนึ่งด้านให้มันแหลม ๆ กะว่าพอโยนแล้วหากด้านปลายที่แหลมหันไปทางไหน ก็ให้แสดงทางนั้นคือห้องของน้าก้อง และวิธีนี้ละที่เราเคยใช้ได้ผลมาแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่น่าพลาดเช่นกัน
พอเป็นเช่นนั้นเราก็โยนกิ่งไม้ในมือขึ้นฟ้าทันที กิ่งไม้ลอยขึ้นไปตามแรงเหวี่ยงของเราจนหมุนคว้างเป็นวงกลม ก่อนที่มันจะตกร่วงลงสู่ดินแบบเกินความคาดหมาย และแล้วด้านไม้ปลายแหลมก็หันไป...
"เย้ ๆ ซ้ายมือนี่เอง ว่าแล้วเชียว"
พอผลเสี่ยงทายออกมาแบบนั้นเราก็จัดการหิวกระเป๋าผ้าเดินไปยังห้องด้านซ้ายมือทันที ก่อนจะลองบิดลูกบิดประตูเบา ๆ เพื่อเป็นการหยั่งเชิงดูเล็กน้อย และผลปรากฎก็คือประตูห้องไม่ได้ล็อก ดังนั้นมันก็ยิ่งตอกย้ำกับที่น้าก้องบอกมาไม่มีผิด
พอเรามั่นใจก็เปิดประตูดันเข้าไปแบบมั่นใจสุด ๆ แต่พอประตูถูกเปิดแง้มเท่านั้นแหละ ลมเย็นวาบจากแอร์ที่กำลังทำงานก็โชยมากระทบเข้าที่หน้าเราจัง ๆ ลมเย็น ๆ ทำเอาเราขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่เราเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรทั้งนั้น คิดแค่ว่าน้าก้องคงจะเปิดแอร์ทิ้งไว้เพื่อให้ห้องมันเย็น
เราเดินเข้าไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าวางลงบนเตียงที่ถูกปูไว้ด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวดูสะอาดตา ส่วนภายในห้องไม่ได้กว้างมากแต่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี ทั้งโคมไฟหัวเตียงและก็โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ที่ถูกจัดไว้เข้าที่เข้าทาง
แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินสำรวจภายในห้องอยู่นั้น เสียงดัง ปัง! ก็ดังมาจากทางห้องน้ำด้านหลัง เราที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบหันไปมองทางที่มาของเสียงนั้น
"เหี้ย..."
"เฮ้ย! นายเป็นใครเข้ามาห้องผมได้ไง"
ชายร่างสูงใหญ่ท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนท่อนล่างมีแค่ผ้าขนหนูสีขาวพันเอาไว้ ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่มีหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะเต็มตัว เราเองที่เห็นภาพตรงหน้าถึงกับร้องลั่น ก่อนที่เขาคนนั้นจะเดินเข้ามาหาเราแบบที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว
"พิ... พี่จะทำอะไร"
เราถอยร่อนจนไปชนเข้ากับปลายเตียง ก่อนจะเสียหลักล้มลงนอนยาวไปกับเตียงนอน แต่... อีเตี้ย... ก่อนที่เราจะล้มมือเราดันไปคว้าเอาผ้าขนหนูของพี่เขาติดมือมาด้วยนะสิ
"เชี่ย..."
ภาพตรงหน้าเราคือลำควยสีคล้ำห้อยหัวลงล่าง ที่โคนควยถูกปกคลุมไปด้วยขนหมอยดกดำเต็มไปหมด ถ้าดูจากที่เห็นด้วยตาเนื้อเราว่าน่าจะยังอ่อนตัว แต่บอกเลยความใหญ่ยาวมันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก ๆ นี่ขนาดมันไม่แข็งตัวยังขนาดนี้ แล้วถ้าแข็งมันจะขนาดไหนกันนะ
"เฮ้ย!"
พี่คนนั้นอุทานขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาแย่งผ้าขนหนูจากมือเรา แต่ไม่รู้แย่งกันอิท่าไหนแกกลับล้มทับตัวเราแบบเต็ม ๆ สะงั้น
"พี่อย่าทำอะไรผมเลยนะ"
โอ้ย... อีเตีย! อยู่ ๆ เราก็ใจฝ่อขึ้นมาสะงั้น ทำเอาตัวแม่ตัวมัมเรื่องร่านสั่นวาบไปทั้งตัว
"อยู่นิ่ง ๆ แล้วก็ส่งผ้าขนหนูพี่มา"
พี่เขาพูดในขณะที่ร่างหนากำลังทาบทับเราไปทั้งตัว แววตาคมของพี่เข้ามองเราไม่กระพริบตา
"ส่งผ้ามาสิครับน้อง หรือว่าอยากเป็นเมียพี่ละ"
อีเตี้ย! เรานอนมองหน้าอันหล่อเหลาของพี่เขาจนลืมไปว่ากำผ้าเช็ดตัวพี่เขาไว้ในมือจนแน่น ถึงขนาดพี่เขาดึงแรงก็ยังไม่หลุด
"ปะ... เปล่านะ อะ... เอาไปเลย"
เราปล่อยผ้าขนหนูในมือ ก่อนที่พี่เขาจะรีบคว้าไปแล้วก็รีบดันตัวลุกขึ้นจัดการเอาผ้าขนหนูพันรอบเอวเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรานอนตาค้างกับสิ่งที่เห็นตำตาถึงสองครั้ง อีเตี้ย... คนบ้าอะไรหล่อฉิบหาย แถมไอ้ตรงนั้นก็ใหญ่บึ้มสะด้วย
"น้อง..."
"น้องครับ มองพี่ขนาดนั้นไม่กลืนพี่ลงท้องไปเลยละครับ"
อีชิบหายมองจนพี่เขาจับได้ เอาไงละอีกัสรีบหนีดีไหม เราพอได้สติก็รีบดันตัวลุกขึ้น ก่อนจะคว้ากระเป๋ารีบเดินออกจากห้อง แต่ไม่ทันได้ก้าวไปถึงประตูก็โดนพี่เขาจับรั้งแขนเอาไว้
"พี่ปล่อยผมเถอะนะ ผมน่าจะเข้าห้องผิด"
"จะรีบไปไหนละครับน้อง ฮ้วกใส่พี่น้องยังไม่ขอโทษพี่สักคำเลยนะ
"ห๊า!!! อย่าบอกนะว่าพี่คือ..."
"อื้ม... ผู้กองเทียน คนที่น้องฮ้วกใส่ไง"
อีเตี้ย... นี่เราทำขายหน้าลงไปอีกแล้วเหรอเนี่ย... ก่อนหน้านี้ไปฮ้วกใส่พี่เขาเต็มหน้าอก พอตอนนี้มาดึงผ้าขนหนูพี่เขาหลุดติดมือมาอีก ฉิบหายแน่อีกัสเฮ้ย...
"พี่ ผมขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง"
"นะพี่ ผมขอโทษจริง ๆ" เรายกมือไหว้แหกปากร้องขอโทษเสียงสั่น
"เมื่อกี่เราเห็นเจ้าเทียนน้อยของพี่ยัง"
"ปะ... เปล่าครับ ไม่เห็นครับ"
"ว่าแต่... เมื่อกี่มันไม่น้อยเลยนะ"
อีสัส! เราเผลอหลุดพูดเสียงในหัวออกมา ถึงจะเบาแต่อิตาผู้กองก็ได้ยิน
"นั่นไง แสดงว่าเราเห็น"
"ไม่ครับ ผมไม่เห็นอะไนทั้งนั้นครับ"
"ก็แล้วไป ถ้างั้นพี่จะยกโทษให้เราแล้วกัน"
"จริงนะพี่ พี่ยกโทษให้ผมจริง ๆ นะ"
"อื้ม จริงสิ"
ผู้กองเทียนพูดพร้อมกับทำหน้าตาเจ้าเลห์ สายตาคมมองเราตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะพูดขึ้นว่า
"นี่เราคือหลานไอ้ก้องใช่ไหม"
"ใช่ครับผมหลานอาก้องเองครับ ผมน่าจะเข้าห้องผิด งั้นผมขอตัวก่อนนะครับผู้กอง"
พูดจบเราก็ฉวยจังหวะที่ผู้กองเทียนเผลอตัว คว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้อง ก่อนที่จะหันมาพร้อมกับพูดว่า
"ผมขอโทษนะครับที่ดึงผ้าขนหนูผู้กองหลุด"
"ไม่ยกโทษให้เว้ย เรื่องนี้พี่จะคิดบัญชีทีหลัง"
"ผู้กองเทียนยืนเกาะกรอบประตูพร้อมกับตะโกนตามหลังเรามาติด ๆ ก่อนที่เราจะวิ่งเข้าห้องแบบไม่คิดชีวิตเช่นกัน พอเข้าห้องได้เราก็รีบล็อกประตูพร้อมกับล้มนอนลงบนเตียงนุ่ม ๆ อย่างสบายใจ ก็แน่นะสิได้เห็นของดีของผู้กองเทียนสุดหล่อแบบเต็ม ๆ ตาสะขนาดนั้น อีกัสคงตายตาหลับแล้วคืนนี้
เวลาผ่านไปสักยี่สิบนาที่ จู่ ๆ ใครก็ไม่รู้มาเคาะประตูห้องเราสะดังลั่น ตอนแรกเรานึกว่าเป็นน้าก้องหรือไม่ก็อิผู้กองเทียน แต่พอเปิดออกไปแค่นั้นแหละแทบหายหลังตึง
"หวัดดีเธอ เราแนนนี่นะ"
"ส่วนเราโรซี่จ๊ะ"
อีฉิบหายกูก็นึกว่าผีตายโหงที่ไหน สรุปเป็นอิกะเทยหัวโปกสองตัวมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่งหน้าวอกอย่างกับตกถุงซองครีมรองพื้นตายมาหมาด ๆ นี่ขนาดห่างไกลเซเว่นนะ พวกมึงยังพอกสะกูนึกว่าผีสางนางไม้
"อื้ม หวัดดีเรากัส"
เรายิ้มรับตามมารญาติ อย่างน้อยพวกมันสองคนก็น่าจะมาแบบเป็นมิตร แต่ไม่ทันไรธาตุแท้ของพวกมันก็สำแดงฤทธิ์ออกมาจนได้
"เราจะบอกว่า" อิแนนนี่พูด
"ห้ามเธอมายุ่งกับผู้กองเทียนของพวกเรา"
"ใช่ เพราะพวกเราจองพี่เขาไว้แล้ว"อิโรซี่ตบท้ายอย่างลอยหน้าลอยตา
อิสัส! ที่แท้มาเรื่องผู้ชายนี่เอง ได้เดี๋ยวอีกัสจะจัดให้ตามคำขอก็แล้วกัน อิอิ รู้จักอีกัสน้อยไปสะแล้ว คิดจะเปิดศึกแย่งผู้กับกูบอกเลยคิดผิดจะสาว เห้อ... คงจะได้เวลาที่อีกัสต้องร่านแล้วซินะ
"อื้ม ว่าแต่เรื่องแบบนี้มันอยู่ทีผู้ชายนะ"
"นี่มึงคิดจะต่อกลอนกับกูสินะ" อีแนนนี่เหวียงใส่เรา โอ้ยอีบ้า สำนวนอย่างกับละครย้อนยุคหลังข่าว ก่อนจะเสริมทับด้วยอิโรซี่
"ได้... งั้นมึงเจอดีแน่ ต่อให้เป็นหลานยายแก้วก็เถอะ ถ้าคิดจะแยงของ ๆ กู มึงได้เจอกูแน่"
โห... อิพวกนี้เล่นถึงชื่อยายกูเลยวะ ดูท่ามันก็เอาเรื่องอยู่นะว่าไม่ได้ แต่อายุก็น่าจะไล่เรี่ยกันกับเรา แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่ามวยถูกคู่
"อุ๊ย! กลัวจังเลย ว่าแต่ผู้กองเทียนเขาจะเล่นด้วยกับพวกเธอไหมนะ"
"อุ๊ย! ไม่อยากจะบอก เมื่อกี่เราได้เห็น... ของผู้กองเทียนด้วยนะ"
"อีกัส!"
"เรียกกูทำไม อีสัส!"
เอาซี่ ในที่สุดเราก็เปิดศึกเดินหน้าชนกับอิกะเทยเจ้าถิ่นแบบเต็มระบบเป็นที่เรียบร้อย แหมของแบบนี้ร้ายมาก็ต้องร้ายกลับแบบแฟร์ ๆ อย่างสมน้ำสมเนื้อ แล้วมาดูกันว่าศึกครั้งนี้ใครจะชนะ ว่าแต่... ช่วยไม่ได้เพราะอีกัสนำไปแล้วสามก้าวแบบสวย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ งั้นมาลุ้นกันว่า... อีกัสจะโดนใครกินก่อน ระหว่างผู้กองเทียน หรือน้าก้องภพ หรือ... อีกัสจะกินใครก่อนระหว่างน้าก้องภพ และก็ผู้กองเทียนอิอิ ไว้มาลุ้นกันในตอนต่อไป อะ อะ อะ อย่าลืมคอมเม้นต์เยอะ ๆ หน่อยนะ แล้วจะรีบมาต่อให้เร็ว ๆ นี้
รอต่อนะครับสนุกเลย สนุกมากครับ รอติดตามความเสวครับ เอาสิ ใครดีใครได้ ขอบคุณครับ มาต่อเร็วๆนะ อุ้ยรอเลยแค่นี้ก็ลุ้นไม่ไหวแล้ว ลุ้นๆๆกัส สู้ๆ อยากอ่านต่อครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ รออ่านตอนต่อไปครับ สงสัยคงเสร็จน้าก้องก่อนแน่ ลุ้นเลย จัดให้เต็มที่เลยกัส เก็บมันทั้งกองร้อย เสวดี ขอบคุณ รอนะ รีบต่อตอนต่อไป มาต่อเลยได้ไหมอยากอ่านต่อแล้ววว สนุกมากครับ