Thegotchi โพสต์ 19 ชั่วโมงที่แล้ว

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 8



อย่าไปกับเขาได้ไหม

“พี่…”

เสียงต้นเบาจนเกือบหายไปกับเสียงฝน

“อย่าไปกับเขาได้ไหม”

ผมมองมัน

เสื้อเชิ้ตเปียกแนบไหล่

ผมด้านหน้าลู่ลงมา

น้ำฝนไหลตามกรอบหน้า

ไม่รู้ว่าที่ตาแดงเพราะฝนหรือเพราะอะไร

“กลับกับผมนะ”

ผมไม่ได้ตอบทันที

ไม่ใช่เพราะกำลังเลือก

แต่เพราะหัวใจแม่งเต้นแรงจนคิดอะไรไม่ออก

ไม่กี่วันก่อน—

แค่ให้มันพูดว่าไม่อยากให้ผมไปยังยาก

วันนี้มันขับรถย้อนกลับมา

ลงจากรถกลางฝน

แล้วพูดตรง ๆ ต่อหน้าผู้ชายที่กำลังจีบผมว่า—

อย่าไปกับเขา

ภาคยืนอยู่ข้างรถ

ถือร่ม

ไม่ได้พูดอะไร

ผมหันไปหาเขา

“พี่ภาค…”

ภาคมองผม

ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ไปเถอะครับ”

ผมหยุด

“พี่…”

“เดี๋ยวผมกลับเอง”

“แต่…”

ภาคพยักหน้าไปทางต้น

“เขามารับคุณแล้ว”

คำว่า มารับ

ทำให้ผมหันกลับไปมองต้น

มันยังยืนตากฝนอยู่เหมือนคนโง่

“แล้วเอกสาร—”

“เรียบร้อยแล้วครับ”

ภาคยิ้ม

“ไม่มีงานอะไรแล้ว”

ผมรู้สึกผิด

“ขอโทษนะพี่”

“ไม่ต้องขอโทษ”

เขาพูดเบา ๆ

ก่อนมองผมตรง ๆ

“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยการเลือกว่าจะกลับกับใคร”

ผมนิ่ง

ประโยคนั้นเหมือนตั้งใจพูดให้ผมฟังมากกว่าต้น

ภาคหันไปหาต้น

“ขับรถดี ๆ นะครับ ฝนหนัก”

ต้นพยักหน้า

“ครับ”

ไม่มีการประชด

ไม่มีการจ้องกันแบบละคร

แค่ผู้ชายสองคนที่ต่างก็รู้ว่าอีกคนรู้สึกยังไง

ภาคขึ้นรถ

ก่อนปิดประตู เขาหันมาพูดกับผม

“พรุ่งนี้เจอกันครับนนท์”

“ครับพี่”

รถภาคเคลื่อนออกไป

ผมมองจนไฟท้ายหายไปกับฝน

แล้วหันกลับมา

ต้นยังยืนที่เดิม

“มึงจะยืนตากฝนอีกนานไหม”

มันเหมือนเพิ่งรู้ตัว

“อ๋อ”

ผมเดินเข้าไป

“รถอยู่ไหน”

ต้นชี้

“ตรงนั้น”

“ไป”

มันไม่ขยับ

ผมหันกลับ

“อะไร”

ต้นมองผม

“พี่…”

“อะไรอีก”

“พี่กลับกับผมจริง?”

ผมถอนหายใจ

เดินกลับไปหา

“กูยืนอยู่ตรงนี้เพราะอะไรล่ะ”

มันมองหน้าผมเหมือนยังไม่เชื่อ

ผมเลยจับแขนเสื้อมัน

“ไป ไอ้เหี้ย เปียกหมดแล้ว”

ต้นหลุดหัวเราะ

แล้วเดินตาม



ในรถ—

ไม่มีใครพูดอะไรประมาณห้านาที

ต้นเปิดแอร์

กระจกเป็นฝ้า

เสื้อผ้ามันเปียกจนเบาะเป็นรอยน้ำ

ผมนั่งข้างคนขับ

มองถนน

ต้นจับพวงมาลัย

มองตรง

บรรยากาศควรจะดี

ผมเลือกมันแล้ว

มันควรยิ้ม

ควรกวนตีน

ควรพูดอะไรสักอย่าง

แต่ไม่

มันเงียบ

จนผมทนไม่ไหว

“เป็นอะไร”

“เปล่า”

ผมหันไปทันที

“อย่าพูดคำนี้”

ต้นหัวเราะเบา ๆ

“ลืม”

“มึงเป็นอะไร”

มันเงียบอีก

“ต้น”

“ผมกำลังคิด”

“คิดอะไร”

“ว่าผมทำถูกไหม”

ผมขมวดคิ้ว

“เรื่อง?”

“ที่ไปห้ามพี่”

“มึงเพิ่งขับรถย้อนมาเป็นสิบกิโลเพื่อถามตอนนี้?”

“ครับ”

“ประสาท”

มันหัวเราะนิดหนึ่ง

แต่สีหน้ายังไม่ดีขึ้น

“ผมไม่อยากเป็นคนแบบนั้น”

“แบบไหน”

“คนที่ห้ามแฟนไปไหนกับคนอื่น”

ผมหยุด

คำหนึ่งกระแทกหูทันที

“เดี๋ยว”

ต้นหันมา

“อะไร”

“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไร”

มันคิด

แล้วหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน

“เอ่อ…”

“แฟน?”

“ผมพูดเหรอ”

“พูด”

“น่าจะพูดผิด”

“อ๋อ”

ผมหันกลับไป

ต้นรีบพูด

“พี่”

“อะไร”

“โกรธ?”

“เปล่า”

“น้ำเสียงพี่—”

“กูไม่ได้โกรธ”

ผมไม่ได้โกรธจริง

แค่คำว่าแฟนทำให้รู้สึกอะไรบางอย่าง

ไม่ใช่ไม่ชอบ

ตรงกันข้าม

ผมชอบมากกว่าที่ควร

และนั่นต่างหากที่น่ากลัว

ต้นขับต่อ

“ผมหมายถึง…”

มันถอนหายใจ

“ผมไม่อยากเป็นคนที่ห้ามคนที่ตัวเองชอบไปไหน”

“อือ”

“ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมไม่ห้ามอยู่แล้ว”

“รู้”

“แต่วันนี้มันไม่ใช่งานทั้งหมด”

“อือ”

“แล้วผมรู้ว่าพี่ภาคจีบพี่”

“รู้”

“ผมเลย…”

“หึง”

“ครับ”

“มาก?”

“ฉิบหาย”

ผมหัวเราะ

ต้นเองก็ยิ้ม

แต่แค่ครู่เดียว

“พี่”

“หือ”

“ถ้าวันนี้ผมไม่มา…”

มันหยุด

“พี่จะกลับกับเขาไหม”

ผมคิด

“น่าจะ”

ต้นพยักหน้า

สีหน้าตกลงทันที

ผมเลยพูดต่อ

“เพราะกูไม่มีรถ”

“รู้”

“ไม่ใช่เพราะอยากไปกับเขา”

มันเงียบ

“ต้น”

“ครับ”

“มึงถาม กูก็ตอบตรง ๆ”

“ผมรู้”

“แล้วจะทำหน้าแบบนั้นทำไม”

“ก็ยังเจ็บอยู่ดี”

ผมหยุด

ต้นหัวเราะกับตัวเอง

“ผมงี่เง่าเนอะ”

“นิดหนึ่ง”

“พี่”

“แต่เข้าใจ”

มันหันมามองแวบหนึ่ง

ผมพูดต่อ

“ถ้าเป็นมึง แล้วเจมารับ…”

ต้นรีบพูด

“ผมไม่ไป”

“กูยังพูดไม่จบ”

“ตอบไว้ก่อน”

ผมหัวเราะ

“แล้วถ้าจำเป็น”

“ก็โทรให้พี่มารับ”

คำตอบเร็วมาก

“แล้วถ้ากูไม่ว่าง”

“รอ”

“ถ้ากูไม่มา”

ต้นเงียบ

ก่อนพูดเบา ๆ

“พี่จะไม่มาเหรอ”

ผมหยุด

น้ำเสียงมันไม่ได้กวน

มันถามจริง

ผมมองหน้ามัน

“มา”

ต้นหันมาทันที

“จริง?”

“เออ”

“ถ้าดึก?”

“ก็มา”

“ไกล?”

“ก็มา”

“ฝนตก?”

“มึงจะถามอีกกี่ข้อ”

มันยิ้ม

“โอเค”

ผมมองรอยยิ้มนั้น

แล้วรู้สึกว่า—

บางทีการทำให้ใครสักคนมั่นใจ อาจไม่ได้ต้องใช้คำใหญ่โตเสมอไป

บางครั้งแค่คำว่า

มา

ก็มากพอแล้ว



รถติดอยู่ตรงแยก

ฝนยังหนัก

ต้นเปิดไฟเลี้ยว

ผมมองทาง

“นี่ไม่ใช่ทางบ้านกู”

“รู้”

“แล้วไปไหน”

“กินข้าว”

“ใครบอกว่ากูหิว”

“ผมหิว”

“ก็ไปส่งกูก่อน”

“ไม่”

ผมหันไป

“มึงเริ่มมีสิทธิ์แล้วเอาใหญ่เลยนะ”

ต้นชะงัก

ผมเองก็ชะงัก

คำพูดหลุดออกไปเอง

เริ่มมีสิทธิ์แล้ว

ในรถเงียบลงทันที

ต้นถามเบา ๆ

“ผมมีแล้วเหรอ”

ผมหันออกหน้าต่าง

“ขับรถไป”

“พี่”

“อะไร”

“เมื่อกี้—”

“กูหิวแล้ว”

มันยิ้ม

“ครับ”

ไอ้เหี้ย



เราแวะร้านข้าวต้มที่เปิดดึก

ร้านเดียวกับคืนแรก

ผมเพิ่งรู้ตอนรถจอด

“มึงตั้งใจ?”

ต้นดับเครื่อง

“อะไร”

“ร้านนี้”

มันมองป้าย

“อ๋อ”

“อย่ามาอ๋อ”

ต้นหัวเราะ

“ก็อยากมา”

เราลงรถ

ฝนเบาลง

โต๊ะเดิมไม่ว่าง

เลยนั่งมุมด้านใน

ต้นหยิบเมนู

“ไข่เค็มไม่เอา”

ผมมองมัน

“จำได้”

“ครับ”

“ตั้งแต่ครั้งแรก?”

“ตั้งแต่ครั้งแรก”

มันเรียกพนักงาน

สั่งกับข้าวหลายอย่าง

ไม่มีไข่เค็ม

ผมนั่งมอง

ภาพคืนแรกย้อนกลับมา

วันนั้นมันถามผมว่า—

แล้วผู้ชายไม่ได้เหรอ

ผมตอบกลับว่า

มึงเอา?

ต้นบอก

ไม่รู้ ก็ยังไม่มีใครมาถามจริง ๆ

ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ

วันนี้—

เหมือนเริ่มเข้าใจว่ามันอาจไม่ได้พูดเล่นทั้งหมด

“ต้น”

“ครับ”

“คืนแรกที่เรามาร้านนี้”

มันเงยหน้า

“ทำไม”

“มึงจำได้ไหมที่พูดเรื่องผู้ชาย”

มันหยุด

ก่อนยิ้มมุมปาก

“จำได้”

“ตอนนั้นมึงหมายความว่าไง”

“เรื่องไหน”

“อย่ากวน”

ต้นหัวเราะ

“ก็…”

มันเอานิ้วเคาะโต๊ะ

“ลองถามดู”

“ถามกู?”

“ครับ”

“ทำไม”

“ตอนนั้นรู้สึกว่าพี่น่าสนใจ”

ผมขมวดคิ้ว

“ตั้งแต่วันแรก?”

“ยังไม่ได้ชอบ”

“แล้ว?”

“ก็อยากรู้”

“รู้ว่า?”

“พี่เปิดไหม”

ผมหัวเราะ

“มึงนี่มัน…”

“Sales ครับ”

“เกี่ยวเหี้ยอะไร”

“ต้อง Qualify Lead ก่อน”

ผมหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ไอ้สัตว์”

ต้นหัวเราะตาม

“แล้วผล Qualify ตอนนั้นคือ?”

ผมถาม

“ตก”

“ทำไม”

“พี่ทำหน้าเหมือนผมถามว่าจะให้เอางูเข้าบ้านไหม”

“ขนาดนั้น?”

“ประมาณนั้น”

ผมส่ายหน้า

“แล้วมึงยังมายุ่งกับกู”

ต้นยิ้ม

“ก็ชอบไปแล้ว”

คำตอบง่ายมาก

ผมหยุดหัวเราะ

ต้นเองเหมือนรู้ว่าพูดจริงเกิน

เลยหยิบน้ำขึ้นดื่ม

“มึงเริ่มชอบกูตอนไหน”

ผมถาม

มันคิด

“ไม่รู้”

“ตอบเหมือนกูเลย”

“อาจตอนพี่เริ่มจำกาแฟผมได้”

“…”

“หรือตอนผมมานั่งแล้วพี่ไม่ไล่”

“กูไล่ทุกวัน”

“ปากไล่”

ต้นยิ้ม

“แต่พี่ขยับของบนโต๊ะให้ผมวางโน้ตบุ๊กทุกครั้ง”

ผมหยุด

ผมไม่เคยรู้ตัว

“จริง?”

“ครับ”

“มึงจำเรื่องพวกนี้ด้วย?”

“จำ”

ต้นมองผม

“จำเยอะด้วย”

อาหารมา

บทสนทนาหยุด

แต่ความรู้สึกบางอย่างยังค้าง



หลังอาหาร เรานั่งอยู่ต่อ

ฝนยังไม่หยุด

ต้นหมุนแก้วน้ำเล่น

ผมรู้ว่ามันมีอะไรจะพูด

“พูดมา”

มันเงยหน้า

“รู้ได้ไง”

“มึงทำหน้า”

ต้นหัวเราะ

“ผมถามจริงนะ”

“อือ”

“วันนี้ที่พี่เลือกกลับกับผม…”

มาแล้ว

“ทำไม”

ผมมองมัน

“ก็มึงมารับ”

“ถ้าแค่นั้นไม่เอา”

“อะไรของมึง”

ต้นวางแก้ว

“ผมไม่ได้อยากชนะพี่ภาคเพราะผมไปถึงก่อน”

“…”

“ผมไม่ได้อยากให้พี่กลับกับผมเพราะสงสาร”

“กูไม่ได้สงสาร”

“แล้วเพราะอะไร”

ผมเงียบ

ต้นรอ

“เพราะกูอยากกลับกับมึง”

ผมตอบ

มันนิ่ง

ผมรู้สึกหน้าร้อน

แต่พูดต่อ

“พอใจยัง”

“ยัง”

“เรื่องมาก”

“พี่”

ต้นมองผมจริงจัง

“เลือกคืนนี้…”

มันหยุด

“หรือเลือกผม”

คำถามนั้นทำให้ผมหายใจช้าลง

นี่ต่างหาก

สิ่งที่มันอยากรู้มาตลอด

ไม่ใช่ว่าคืนนี้ผมขึ้นรถใคร

แต่หลังจากคืนนี้—

ผมจะยังมองหาคนอื่นอยู่หรือเปล่า

“ต้น”

“ครับ”

“กูยังไม่พร้อมพูดว่าเราเป็นแฟนกัน”

แววตามันตกลงนิดหนึ่ง

แต่ยังฟัง

“กูไม่อยากพูดเพราะกลัวมึงหาย”

“…”

“แล้วอีกเดือนหนึ่งกูมานั่งกลัวทีหลัง”

ต้นพยักหน้า

“เข้าใจ”

“แต่…”

ผมหยุด

แม่งพูดยาก

“กูไม่อยากให้มึงไปไหน”

ต้นมองผม

“…”

“กูไม่อยากให้เจจีบมึง”

“…”

“ไม่อยากให้มึงไปลองคุยกับคนอื่นระหว่างรอกู”

ผมหัวเราะกับตัวเอง

“ฟังดูเห็นแก่ตัวฉิบหาย”

ต้นยังมอง

“แล้วกูเองก็จะไม่ไปลองกับใคร”

สีหน้ามันเปลี่ยน

“พี่หมายถึง…”

“กูยังไม่พร้อมเรียกแฟน”

ผมพูดช้า ๆ

“แต่ถ้าถามว่ากูกำลังเลือกใครอยู่…”

ผมมองมัน

“ก็มึง”

ต้นนิ่งไปเลย

นานจนผมเริ่มเขิน

“พูดอะไรดิ”

มันกะพริบตา

“ขอแป๊บ”

“ทำไม”

“ผมจะร้อง”

ผมหัวเราะ

“ไอ้เหี้ย”

ต้นยกมือปิดหน้า

แต่ผมเห็นมันยิ้ม

“แม่ง…”

เสียงมันสั่น

“กว่าจะได้ยิน”

ผมรู้สึกจุกขึ้นมา

“ขอโทษ”

ต้นส่ายหน้า

“ไม่เอาขอโทษแล้ว”

มันลดมือลง

ตาแดงจริง

“พูดใหม่ได้ไหม”

“ไม่”

“พี่”

“ครั้งเดียว”

“ผมจำไม่ทัน”

“โกหก”

“จริง”

“มึงจำยันกูขยับของบนโต๊ะ”

ต้นหัวเราะทั้งน้ำตา

ผมยื่นกระดาษทิชชูให้

“เช็ด”

“พี่ทำผมร้องแล้วมาด่า”

“กูไม่ได้ด่า”

“ไอ้เหี้ยไม่ใช่คำชม”

“สำหรับมึงเป็น”

ต้นหัวเราะอีก

ผมมองมัน

แล้วเป็นครั้งแรกที่คำว่า เลือก ไม่ได้ทำให้ผมกลัวเท่าเดิม



ขากลับต้นขับรถมาส่งผม

ฝนเหลือแค่ปรอย ๆ

เราเปิดเพลงเบา ๆ

ไม่มีใครพูดมาก

แต่ทุกอย่างต่างจากขามา

ตอนรถติดไฟแดง ผมวางมือไว้ตรงกลางระหว่างเบาะ

ไม่ได้คิดอะไร

ต้นเหลือบมอง

แล้วเอามือมาวางใกล้ ๆ

หลังมือแตะกัน

ผมหยุด

มันก็หยุด

ไม่มีใครขยับ

ไฟแดงนับถอยหลัง

42

41

40

นิ้วก้อยของต้นขยับ

แตะนิ้วผม

ผมมองมือ

มันไม่มองผม

ทำเป็นมองถนน

ผมหัวเราะเบา ๆ

“ทำอะไร”

“เปล่า”

“นิ้วมึง”

“รถสั่น”

“รถจอดอยู่”

ต้นเริ่มยิ้ม

ผมไม่รู้ว่าความกล้ามาจากไหน

แค่พลิกมือ

ให้นิ้วก้อยเกี่ยวกับมัน

ต้นหันมาทันที

ผมมองตรง

“ไฟเขียวแล้ว”

“ยังแดงอยู่”

“งั้นรอ”

มันหัวเราะ

เราเกี่ยวกันแค่นิ้วเดียว

โง่มาก

อายุสามสิบกับยี่สิบเจ็ด

นั่งเกี่ยวก้อยกันในรถเหมือนเด็กมัธยม

แต่ผมกลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงกว่าตอนคบแฟนครั้งแรกเสียอีก

ไฟเขียว

ต้นต้องเอามือกลับไปจับเกียร์

นิ้วเราแยกกัน

ผมรู้สึกเสียดาย



ถึงคอนโดผมเกือบสี่ทุ่ม

ต้นจอดรถ

ผมปลดเข็มขัด

แต่ยังไม่ลง

มันเองก็ไม่พูดว่าให้ลง

เราเงียบ

“พี่”

“หือ”

“พรุ่งนี้กินข้าวไหม”

“กิน”

“เที่ยง?”

“ได้”

“สองคน?”

ผมหันไป

“จะชวนพี่ภาคมั้ง”

“พี่”

ผมหัวเราะ

“สองคน”

ต้นยิ้ม

“ครับ”

ผมจับมือเปิดประตู

“นนท์”

ครั้งนี้มันเรียกชื่อเฉย ๆ

ไม่มีพี่

ผมหันกลับ

ไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินแบบนั้นแล้วใจสั่น

“อะไร”

ต้นมองผม

เหมือนกำลังตัดสินใจ

“ขอบคุณนะ”

“เรื่อง?”

“ที่วันนี้ไม่ขึ้นรถเขา”

ผมพยักหน้า

“อือ”

“แล้วก็…”

มันยิ้ม

“เรื่องที่เลือกผม”

ผมรู้สึกเขินขึ้นมาอีก

“กูขึ้นห้องละ”

“หนีอีก”

“ไม่ได้หนี”

“หน้าแดง”

“แอร์มึงร้อน”

“ยี่สิบสอง”

“ไอ้เหี้ย”

ต้นหัวเราะ

ผมเปิดประตู

ก่อนลง—

ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไร

ผมหันกลับไป

ยื่นมือไปจับหลังคอมัน

แล้วดึงเข้ามา

ต้นตกใจ

หน้าเราเข้าใกล้กัน

ใกล้มาก

จนผมรู้สึกถึงลมหายใจ

ผมเองก็ตกใจกับสิ่งที่ทำ

เลยหยุด

ต้นไม่ขยับ

ตาเราสบกัน

ไม่มีใครพูด

มือผมยังอยู่หลังคอมัน

ต้นถามเบามาก

“พี่จะทำอะไร”

คำถามนั้นดึงสติกลับมา

ผมปล่อยทันที

“เปล่า”

ต้นยังนิ่ง

ผมรีบลงรถ

“ฝันดี”

“พี่นนท์”

ผมปิดประตู

มันลดกระจก

“อะไร”

ต้นยิ้ม

“เกือบแล้วนะ”

“อะไรเกือบ”

“ไม่รู้”

“ไสหัวไป”

มันหัวเราะ

“ฝันดีครับ”

รถขับออกไป

ผมยืนอยู่หน้า Lobby

ยกมือแตะท้ายทอยตัวเอง

หัวใจยังเต้นแรง

เมื่อกี้—

ผมเกือบจูบมัน

ไม่ใช่มันจะจูบผม

ผม

เป็นคนดึงมันเข้ามาเอง

“ฉิบหายแล้ว”

ผมพึมพำ

แต่ตัวเองดันยิ้ม



วันต่อมา เรากินข้าวกันตามนัด

แล้วอีกวัน

อีกวัน

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

เราไม่ได้เป็นแฟนกัน

แต่ความสัมพันธ์แม่งเริ่มไม่เหมือนคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย

ต้นกลับมานั่งโต๊ะผมทุกเย็น

บางวันเอากาแฟมา

บางวันเอาขนม

บางวันไม่มีอะไรเลย

แค่มานั่ง

ผมเริ่มส่งข้อความหามันก่อน

กินไร

กลับกี่โมง

วันนี้ไปลูกค้าที่ไหน

ต้นก็เริ่มบอกโดยไม่ต้องถาม

วันนี้ไปกับเจนะ

บ่ายกลับ

เย็นรอกินข้าว

เหมือนเรากำลังทดลองเป็นแฟน—

โดยไม่ใช้คำว่าแฟน



ภาคเองก็ไม่ได้หายไป

เรายังทำงานด้วยกัน

ยังคุย

ยังประชุม

แต่ผมเริ่มรักษาระยะมากขึ้น

ถ้าเขาชวนกินข้าวสองคน ผมปฏิเสธบ้าง

ถ้าไปเพราะงาน ผมบอกต้น

ไม่ใช่เพราะต้นสั่ง

แต่เพราะผมไม่อยากให้มันต้องเดาอีก

ภาคสังเกตได้

แน่นอน

วันหนึ่งหลังประชุม เขาถาม

“เลือกแล้ว?”

ผมหยุด

“อะไรพี่”

“ต้น”

ผมหัวเราะ

“ประมาณนั้น”

ภาคพยักหน้า

สีหน้าไม่ได้ดีใจ

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผิด

“งั้นผมควรถอย?”

ผมเงียบ

ก่อนตอบ

“ผมไม่อยากให้ความหวังพี่ครับ”

ภาคพยักหน้า

“โอเค”

“ขอโทษนะ”

“อย่าขอโทษ”

เขายิ้มบาง ๆ

“ผมบอกแล้ว ถ้าวันหนึ่งคุณเลือก ผมจะหยุด”

ผมรู้สึกโล่งและเสียใจแทนเขาพร้อมกัน

“พี่โอเคไหม”

“ไม่โอเคหรอก”

คำตอบตรงเหมือนเดิม

“แต่เดี๋ยวก็โอเค”

เขาหยิบโน้ตบุ๊ก

ก่อนเดินออก หันกลับมา

“นนท์”

“ครับ”

“อย่าปล่อยให้เขารอนานเกินไป”

ผมหยุด

ภาคยิ้ม

“คนที่ยอมวิ่งตากฝนมารับคุณกลับ…”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“หาใหม่ยากนะ”

แล้วเดินออกไป



เย็นวันนั้นต้นมานั่งข้างผม

ผมยังคิดถึงคำภาคอยู่

มันเอานิ้วเคาะโต๊ะ

“พี่”

“หือ”

“เหม่อ”

“นิดหน่อย”

“คิดถึงใคร”

ผมหันไป

“มึงนี่แม่งหาเรื่องเก่ง”

“ถามเฉย ๆ”

“พี่ภาค”

สีหน้ามันเปลี่ยนทันที

ผมหัวเราะ

“ล้อเล่น”

“พี่!”

“เบา ๆ”

“สนุก?”

“นิดหนึ่ง”

ต้นทำหน้าไม่พอใจ

ผมมองมัน

ก่อนพูด

“กูบอกพี่ภาคแล้ว”

มันหยุด

“บอกอะไร”

“ว่ากูไม่อยากให้ความหวังเขา”

ต้นไม่พูด

“เขาถามว่ากูเลือกแล้วหรือยัง”

“แล้วพี่ตอบ?”

“ประมาณนั้น”

ต้นมองผม

“ประมาณไหน”

“ประมาณมึง”

มันนิ่ง

ผมยิ้ม

“พอใจยัง”

ต้นก้มหน้า

“ครับ”

“เขิน?”

“เปล่า”

“หูแดง”

“ร้อน”

“แอร์ยี่สิบสอง”

มันหันมาด่า

“พี่แม่งจำแต่เรื่องเหี้ย ๆ”

ผมหัวเราะ

แล้วทำงานต่อ

ไม่กี่นาทีผ่านไป

ผมรู้สึกอะไรบางอย่างแตะนิ้วใต้โต๊ะ

มือต้น

มันไม่ได้จับ

แค่เอานิ้วก้อยมาเกี่ยว

เหมือนในรถวันนั้น

ผมหันไป

มันยังมองโทรศัพท์

ทำเป็นไม่มีอะไร

ผมไม่ได้พูด

แค่เกี่ยวกลับ

เรานั่งแบบนั้นอยู่พักหนึ่ง

ในออฟฟิศที่เหลือคนไม่กี่คน

ไม่มีใครเห็น

และผมเพิ่งเข้าใจว่า—

บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่การชอบผู้ชาย

ไม่ใช่สายตาคนอื่น

ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงชีวิต

สิ่งที่ผมกลัวจริง ๆ—

คือการยอมรับว่า

ผมมีความสุขกับมันมากขนาดนี้



วันศุกร์ถัดมา

ห้าโมงสี่สิบ

ฝนเริ่มตก

ผมกำลังเก็บของ

ต้นลากเก้าอี้มานั่ง

“วันนี้กินอะไร”

“ไม่รู้”

“ไปห้องผมปะ”

มือผมหยุด

“ทำไมต้องห้องมึง”

“สั่งอะไรกิน ดูหนัง”

“ร้านอาหารไม่มี?”

“มี”

“แล้ว?”

ต้นยิ้ม

“อยากอยู่กับพี่สองคน”

ผมรู้สึกหน้าร้อนทันที

“อยู่บริษัทก็สองคนบ่อย”

“มันไม่เหมือนกัน”

“ยังไง”

มันมองผม

ไม่ตอบ

แค่ยิ้ม

ผมรู้ว่ามันหมายถึงอะไรบางอย่าง

และมันก็คงรู้ว่าผมรู้

“ไม่ไปก็ได้”

ต้นพูด

เหมือนเปิดทางให้ผม

ผมมองหน้ามัน

นึกถึงคืนที่เกือบดึงมันเข้ามาจูบในรถ

นึกถึงนิ้วก้อยใต้โต๊ะ

นึกถึงคำว่าเลือก

แล้วตอบ

“ไปก็ได้”

ต้นหยุด

“จริง?”

“เออ”

“ค้างไหม”

ผมหันขวับ

“ได้คืบเอาศอก”

ต้นหัวเราะลั่น

“ล้อเล่น”

“มึงนี่…”

“ไปกินข้าวเฉย ๆ”

“เออ”

ผมหันกลับไปเก็บของ

แต่หัวใจเต้นแรงขึ้นแล้ว

เพราะส่วนหนึ่งของผมรู้ดีว่า—

ปัญหาไม่ใช่ว่าต้นคิดอะไร

ปัญหาคือ

ผมเองก็เริ่มคิดเหมือนกัน

และคืนวันศุกร์ที่กำลังจะมาถึง—

อาจเป็นคืนแรกที่ไม่มีภาค

ไม่มีเจ

ไม่มีงาน

ไม่มีคำว่า “ไม่มีสิทธิ์”

เหลือเพียงผมกับต้น

กับคำถามที่เราหลีกเลี่ยงกันมาตลอดว่า—

เมื่อคนสองคนเลือกกันแล้ว

เราจะหยุดอยู่แค่ตรงไหน

NAWIN_NUT โพสต์ 16 ชั่วโมงที่แล้ว

แต่งดีมากกกก ค่อยๆไป ใช้ประโยคไหลไปกับจินตนาการคนได้สุดมาก ชอบครับ ชอบมาก จะคอยตามอ่าน

coffee3171 โพสต์ 14 ชั่วโมงที่แล้ว

ติดตามต่อไป

lekthai โพสต์ 13 ชั่วโมงที่แล้ว

แต๊งกิ้ว

thai_boys โพสต์ 13 ชั่วโมงที่แล้ว

ขอบคุณมากๆครับ

nuangnut1996 โพสต์ 9 ชั่วโมงที่แล้ว

สนุกมากครับ

Nukinho โพสต์ 7 ชั่วโมงที่แล้ว

รอติดตามต่อครับ ยอมไปคอนโดเค้าแล้ว ท่าทางจะได้ค้างแน่ ๆ

GuN009 โพสต์ 5 ชั่วโมงที่แล้ว

ตามอ่านต่อนะครับ
ไหลลื่นมาก สนุกมากครับ

abc55 โพสต์ 4 ชั่วโมงที่แล้ว

ไม่ชอบภาค แต่ก้ชอบภาค 555555555
คนอะไรทำตัวให้คนอ่านไม่ชอบ และชอบในเวลาเดียวกันได้
ไม่ชอบที่คอยมาทำให้นนท์ลังเล แต่ก้ชอบความแฟร์ๆ ตรงๆ ของนาง
โอ้ยย 5555555 เอาเป็นว่ารออ่านต่อละกัน
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 8