Thegotchi โพสต์ เมื่อวาน 17:57

พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 7



คนที่มารับ

หลังจากคืนที่ผมกับต้นคุยกันถึงตีสาม—

ทุกอย่างก็ดีขึ้น

นิดหนึ่ง

เน้นว่า นิดเดียว

เราไม่ได้เป็นแฟนกัน

ไม่ได้จับมือ

ไม่ได้จูบ

ไม่ได้พูดว่าตกลงจะเอายังไงต่อ

แค่ต่างคนต่างรู้แล้วว่า—

ผมพยายามจะไม่ชอบพี่อยู่

แล้วทำได้ไหม

ไม่ได้

แล้วผมก็ตอบมันไปว่า

กูก็พยายามไม่คิดอะไร

ไม่ได้เหมือนกัน

ประโยคพวกนั้นไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป

แต่มันทำให้เราเลิกโกหกอย่างหนึ่ง

อย่างน้อยเวลาต้นหึง—

มันไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่หึงแล้ว

และเวลาผมหึง—

ผมก็เริ่มเถียงตัวเองยากขึ้นเรื่อย ๆ



เช้าวันศุกร์ หลังจากเราแทบไม่ได้นอนกันทั้งคู่

ผมมาถึงบริษัทเก้าโมงสิบสอง

สาย

สำหรับผมถือว่าสาย

ผมเดินผ่านฝ่ายขาย

พยายามไม่มอง

แต่ก็มอง

ต้นนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว

มันกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกค้า

เสื้อเชิ้ตสีขาว

แขนเสื้อพับถึงข้อศอก

ใต้ตาคล้ำพอ ๆ กับผม

เหมือนรู้ว่าผมเดินผ่าน มันเงยหน้าขึ้น

เราสบตากัน

มันยกคิ้ว

ผมยกคิ้วกลับ

ไม่มีใครยิ้ม

แต่พอเดินพ้นมา—

ผมยิ้ม

“ไอ้เหี้ย”

ผมด่าตัวเองเบา ๆ

พี่โอ๊ตที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเงยหน้า

“ด่าใครแต่เช้า”

“ตัวเอง”

“อาการหนักนะ”

ผมวางกระเป๋า

กำลังจะเปิดคอม

ก็เห็นแก้วกาแฟวางอยู่ตรงมุมโต๊ะ

หวานน้อย

ร้านเดิม

มี Post-it แปะ

ผมหยิบขึ้นมา

นอนไม่พอก็กินกาแฟ
แก่แล้ว เดี๋ยววูบ
— ต้น

ผมอ่านซ้ำ

ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

นนท์: ใครแก่

ไม่ถึงสิบวินาที

ต้น: คนที่อ่านข้อความนี้

นนท์: เย็นนี้ไม่ต้องมานั่งโต๊ะกู

ต้น: เมื่อคืนยังบอกไม่อยากให้ผมหายไปอยู่เลย

ผมหยุด

ไอ้เด็กเหี้ย

จำแม่นฉิบหาย

นนท์: ทำงานไป

ต้น: เขินก็บอก

ผมล็อกโทรศัพท์

ไม่ตอบ

แต่หุบยิ้มไม่ได้

พี่โอ๊ตมองผม

มองกาแฟ

มองหน้าผมอีกที

“คืนดีกันแล้ว?”

“ไม่ได้ทะเลาะ”

“ครับ”

“จริง”

“ครับ”

“น้ำเสียงมึงกวนตีน”

“ครับ”

ผมหันไปชูนิ้วกลาง

พี่โอ๊ตหัวเราะ



สิบเอ็ดโมงกว่า ต้นเดินมาที่โต๊ะ

ไม่มีโน้ตบุ๊ก

ไม่มีเอกสาร

ไม่มีข้ออ้าง

มันลากเก้าอี้มานั่ง

ผมหันไป

“คอมพัง?”

“เปล่า”

“Printer?”

“ไม่”

“Excel?”

“ไม่”

“แล้วมาทำไม”

ต้นมองผม

“อยากมา”

ผมหยุด

เมื่อก่อนมันก็เคยพูดแบบนี้

แต่ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร

วันนี้รู้

เลยไม่รู้จะตอบอะไรแทน

“ว่างมาก?”

ผมถาม

“ครับ”

“Sales ไม่มีงาน?”

“มี”

“แล้ว?”

“ไม่อยากทำ”

“ไปทำงาน”

“ห้านาที”

มันเอนหลัง

ผมส่ายหน้า

“ตามใจ”

ต้นนั่งเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ

เหมือนเมื่อก่อน

แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

เมื่อก่อนผมทำงานของผม

มันเล่นของมัน

วันนี้ผมรู้ตลอดเวลาว่ามันนั่งอยู่ข้าง ๆ

ขามันอยู่ตรงไหน

แขนมันอยู่ตรงไหน

เวลามันขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อดูจอ ผมรู้

เวลาหัวไหล่เราแตะกันนิดหนึ่ง—

ผมก็รู้

รู้มากเกินไปด้วยซ้ำ

“พี่”

“อะไร”

“เมื่อคืน…”

ผมหยุดพิมพ์

ต้นพูดต่อ

“ที่พี่บอกว่าพยายามไม่คิดอะไร แต่ทำไม่ได้”

“ทำไม”

“หมายความว่าไง”

ผมหันไป

“มึงถามตอนนี้?”

“ก็เมื่อคืนถามไม่ทัน”

“แล้วทำไมต้องถามในออฟฟิศ”

ต้นหัวเราะ

“กลัว?”

“กูจะกลัวอะไร”

“ไม่รู้”

มันขยับหน้าเข้ามานิดหนึ่ง

“กลัวต้องตอบว่าชอบผมมั้ง”

ผมหันกลับไปจอ

“ไปทำงาน”

“พี่นนท์”

“ไป”

“หูแดง”

“ต้น”

มันหัวเราะ

ลุกขึ้น

“โอเค ไปก็ได้”

ก่อนเดินกลับ มันก้มลงมากระซิบข้างหู

“เย็นนี้ถามใหม่”

ผมหันขวับ

แต่มันเดินหนีไปแล้ว

ไอ้เหี้ย



ตอนเที่ยงเรากินข้าวด้วยกัน

ไม่ได้ชวนเจ

ไม่ได้ชวนพี่โอ๊ต

สองคน

เหมือนก่อนที่ทุกอย่างจะพัง

ต้นเขี่ยผักชีออกจากจาน

ผมมอง

“มึงไม่กินผักชี?”

มันเงยหน้า

“พี่รู้ตั้งนานแล้ว”

“ถามเฉย ๆ”

“จำได้ด้วย?”

“เออ”

ต้นยิ้ม

“ดีใจ”

“เรื่องแค่นี้”

“ก็เรื่องของผม”

เรากินต่อ

ผ่านไปพักหนึ่ง ต้นถาม

“พี่ภาคทักไหมวันนี้”

ผมเงยหน้า

“เริ่มแล้ว?”

“ถามเฉย ๆ”

“ทัก”

หน้ามันเปลี่ยนนิดหนึ่ง

ผมหัวเราะ

“มึงนี่แม่ง”

“อะไร”

“กูยังพูดไม่จบ”

“แล้วทักว่าอะไร”

“เรื่องงาน”

“อย่างเดียว?”

ผมมองมัน

“แล้วถ้าไม่อย่างเดียว”

ต้นหยุดเคี้ยว

“ก็…”

มันหลบตา

“เรื่องของพี่”

ผมวางช้อน

“มึงยังจะพูดแบบนี้อีก?”

ต้นเงียบ

“เมื่อคืนมึงบอกกูเองว่าพยายามไม่ชอบกูแล้วทำไม่ได้”

“ครับ”

“งั้นถ้าหึงก็พูดว่าหึง”

มันมองผม

“พูดได้?”

“กูไม่ได้ห้าม”

“งั้นหึง”

ผมหลุดหัวเราะ

“ง่ายขนาดนั้น?”

“ครับ”

ต้นตักข้าว

“หึงฉิบหายด้วย”

ผมหยุดยิ้มไปนิดหนึ่ง

“แต่ผมไม่ห้าม”

“ทำไม”

“ไม่มีสิทธิ์”

คำนี้อีกแล้ว

แต่คราวนี้มันไม่ได้ประชด

มันพูดธรรมดา

นั่นกลับทำให้ผมไม่ชอบมากกว่าเดิม

“ต้น”

“ครับ”

“เลิกพูดคำนี้ได้ไหม”

มันมองผม

“ทำไม”

ผมตอบไม่ได้ทันที

เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงว่า—

ผมไม่ชอบเวลามันบอกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

ทั้งที่ผมเองก็ยังไม่กล้าให้สิทธิ์อะไรกับมัน

“รำคาญ”

ผมตอบสุดท้าย

ต้นหัวเราะ

“ครับ”

มันไม่ถามต่อ

และผมก็รู้ว่าตัวเองขี้ขลาดอีกแล้ว



ช่วงบ่ายภาคมาที่บริษัท

คราวนี้มีประชุมเรื่องโครงการต่อ

ผมกับภาคต้องนั่งดู Requirement กันเกือบสองชั่วโมง

ระหว่างประชุม ทุกอย่างปกติ

ภาคเป็นมืออาชีพเหมือนเดิม

ไม่มีการจีบ

ไม่มีอะไรเกินงาน

จนประชุมเสร็จประมาณสี่โมงครึ่ง

คนอื่นทยอยออก

ผมกำลังเก็บโน้ตบุ๊ก

ภาคเรียก

“นนท์”

“ครับ”

“เย็นนี้ว่างไหม”

ผมหยุด

“มีอะไรครับ”

“ผมต้องไปเจอลูกค้าแถวพระรามเก้า”

“ครับ”

“เสร็จน่าจะหกโมงกว่า”

เขายิ้ม

“ว่าจะชวนกินข้าว”

ผมลังเล

“วันนี้…”

ผมนึกถึงต้น

เย็นนี้ถามใหม่

ภาคเห็นผมลังเล

“มีนัดแล้ว?”

“ประมาณนั้นครับ”

“กับต้น?”

ผมหันไป

“พี่รู้ได้ไง”

ภาคหัวเราะ

“หน้าคุณตอบ”

“ชัดขนาดนั้นเลย?”

“มาก”

ผมหัวเราะ

“งั้นวันนี้คงไม่ได้ครับ”

“ไม่เป็นไร”

เขาปิดกระเป๋า

ก่อนพูดเหมือนนึกขึ้นได้

“พรุ่งนี้ล่ะ”

“พรุ่งนี้?”

“ครับ”

“ทำไม”

“ผมอยากชวนคุณไปดูร้านกาแฟที่เคยพูดถึง”

ผมมองเขา

คราวนี้ไม่ใช่งาน

ชัดเจน

“พี่ภาค”

“ครับ”

“พี่จีบผมอยู่ใช่ไหม”

ภาคหยุด

ก่อนยิ้ม

“ผมนึกว่ารู้แล้ว”

“รู้”

“แล้วถามทำไม”

ผมหัวเราะ

“อยากให้ชัด”

“งั้นครับ”

เขาตอบ

“ผมจีบคุณอยู่”

ผมพยักหน้า

แปลกดี

ภาคพูดตรง ๆ แล้วทุกอย่างง่าย

ไม่มีการเดา

ไม่มีการอ่านสีหน้า

ไม่มีคำว่าไม่มีสิทธิ์

“แต่ไม่ต้องตอบตอนนี้นะ”

ภาคพูด

“ผมไม่ได้รีบ”

“ครับ”

“พรุ่งนี้ถ้าไม่สะดวก วันอื่นก็ได้”

“เดี๋ยวผมบอกครับ”

“โอเค”

เขายิ้ม

“ผมรอได้”

ประโยคธรรมดา

แต่ผมกลับนึกถึงอีกคน

คนที่บอกว่ารอได้เหมือนกัน

แต่ร้องไห้เพราะผมไปแล้ว



ห้าโมงกว่า ผมกลับมาที่โต๊ะ

ต้นยังทำงานอยู่

มันไม่ได้มาหาผมทันที

จนห้าโมงสี่สิบ

เสียงเก้าอี้ตัวเดิมดัง

มันนั่งลง

“เสร็จยัง”

“อีกนิด”

“หิว”

“ก็ไปกินก่อน”

“รอ”

“อีกแล้ว”

“ครับ”

ผมยิ้ม

ทำงานต่อ

ต้นนั่งเงียบ

ประมาณหกโมงสิบ ผมปิดโน้ตบุ๊ก

“ไป”

ต้นลุกทันที

“กินอะไร”

“มึงเลือก”

“ชาบู?”

“เมื่อวานเพิ่งกินข้าวมันไก่ วันนี้จะชาบู?”

“เกี่ยวอะไร”

“อ้วน”

ต้นมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“พูดเหมือนพี่ผอม”

ผมหยุด

“กลับบ้านไป”

มันหัวเราะลั่น

“ล้อเล่น”

เราเดินไปลิฟต์ด้วยกัน

บรรยากาศเหมือนเดิม

เหมือนทุกอย่างกำลังกลับเข้าที่

จนโทรศัพท์ต้นดัง

มันหยิบขึ้นมา

“ฮัลโหล”

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง

ผมไม่ได้ตั้งใจฟัง

แต่ลิฟต์เงียบ

“ครับ”

ต้นตอบ

“วันนี้เหรอ”

เงียบ

“ได้ครับ เดี๋ยวไป”

ผมหันไปมอง

มันเห็น

“โอเคครับ เจอกัน”

วางสาย

ผมถาม

“ใคร”

ต้นชะงัก

ก่อนยิ้ม

“ถามทำไม”

“ถามเฉย ๆ”

“หึง?”

“ถ้ามึงจะกวนตีน กูไปกินคนเดียว”

ต้นหัวเราะ

“พี่สาวผม”

ผมหยุด

“พี่สาว?”

“ครับ”

“แล้วทำไมพูดครับทุกคำ”

“ผมพูดกับพี่สาวเพราะ”

“อ๋อ”

ต้นมองผม

ยิ้มแบบรู้ทัน

“โล่ง?”

“กูไม่ได้เป็นอะไร”

“ครับ”

ประตูลิฟต์เปิด

เราเดินออกมา

ต้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

“พี่”

“อะไร”

“วันนี้คงกินด้วยไม่ได้แล้ว”

ผมหยุด

“พี่สาวมา?”

“ครับ มาทำธุระแถวนี้ นาน ๆ เจอที”

“ไปดิ”

“พี่โอเค?”

“ทำไมกูต้องไม่โอเค”

“ก็เรานัด…”

“ครอบครัวมึงนะ”

ผมผลักไหล่มันเบา ๆ

“ไป”

ต้นยิ้ม

“งั้นพรุ่งนี้เลี้ยง”

“ไม่ต้อง”

“เลี้ยง”

“ตามใจ”

มันเดินถอยหลัง

“กลับบ้านดี ๆ”

“เออ”

“ถึงแล้วบอก”

“มึงด้วย”

ต้นยิ้ม

ก่อนหันหลังเดินออกไป

ผมยืนมอง

แล้วรู้สึกแปลก

เหมือนเราเป็นแฟนกัน

ทั้งที่ไม่ใช่



วันเสาร์เราไม่ได้เจอกัน

แต่คุย LINE เกือบทั้งวัน

ต้นส่งรูปอาหารเช้า

ผมส่งรูปคอมที่บ้าน

มันถาม

ต้น: วันหยุดยังทำงาน?

นนท์: งานค้าง

ต้น: ไม่มีชีวิต

นนท์: มึงมี?

ต้น: มี

ตามด้วยรูปตัวเองนอนบนโซฟา

ต้น: ชีวิต

ผมหัวเราะ

ช่วงบ่ายมันถาม

ต้น: เย็นนี้ว่างปะ

ผมกำลังจะตอบ

แต่ข้อความจากภาคเด้งขึ้นมา

Pak: วันนี้ถ้าว่าง ร้านกาแฟที่บอกเปิดถึงสองทุ่มนะครับ

ผมมองสองแชต

ต้น

ภาค

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงไม่คิดอะไร

แต่วันนี้—

รู้สึกเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรที่มากกว่ากินกาแฟ

สุดท้ายผมตอบต้นก่อน

นนท์: วันนี้กูมีธุระ

มันอ่าน

ต้น: อ๋อ

ต้น: โอเคครับ

ผมรู้ทันทีว่ามันอยากถาม

แต่ไม่ถาม

ผมเองก็ไม่ได้บอก

ไม่รู้ทำไม

บางทีผมอยากรู้ว่า—

มันจะทำยังไงถ้าผมไปกับภาคจริง ๆ

ความคิดนั้นเด็กมาก

ผมรู้

แต่ผมก็ทำ



ผมไปกับภาค

ร้านกาแฟอยู่ในซอยเล็ก ๆ

บรรยากาศดี

คุยกันเกือบสองชั่วโมง

ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

ภาคไม่ได้แตะตัวผม

ไม่ได้พูดเกินเลย

แค่คุย

เรื่องงาน

ชีวิต

ครอบครัว

ความสัมพันธ์เก่า ๆ

ผมเพิ่งรู้ว่าภาคเคยคบผู้ชายมาห้าปี

เลิกกันเพราะอีกฝ่ายไปทำงานต่างประเทศ

“เสียใจไหมพี่”

“มากครับ”

“แล้วทำไมยังกล้าจีบคนอีก”

ภาคหัวเราะ

“เพราะเสียใจครั้งหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่คนเดียวตลอดชีวิต”

ผมพยักหน้า

“พี่ดูจัดการตัวเองเก่ง”

“แก่แล้ว”

“สามสิบสองเอง”

“คุณสามสิบยังเรียกตัวเองแก่เลย”

“ใครบอก”

“ต้นมั้ง”

ผมหัวเราะ

ภาคมองผม

“พูดถึงเขาแล้วคุณยิ้มทุกครั้งนะ”

รอยยิ้มผมหายไปนิดหนึ่ง

“ขนาดนั้น?”

“ครับ”

“แล้วพี่ยังจีบ?”

“คุณยังโสด”

ตรงดี

“แต่ถ้าวันหนึ่งคุณไม่โสด…”

เขายักไหล่

“ผมก็หยุด”

ผมเงียบ

“ผมไม่แย่งแฟนคนอื่นครับ”

คำว่า แฟน

ทำให้ผมนึกถึงต้น

ตอนนี้มันกำลังทำอะไร

ผมหยิบโทรศัพท์

ไม่มีข้อความ

แปลก

ปกติมันต้องถามแล้วว่ากินข้าวหรือยัง

ผมเปิด LINE

ข้อความสุดท้าย—

โอเคครับ

ผมปิดจอ



ประมาณหนึ่งทุ่ม ภาคขับรถมาส่ง

ผมบอกว่าไม่ต้อง

แต่เขาบอกทางผ่าน

สุดท้ายเลยยอม

ระหว่างทางโทรศัพท์ผมสั่น

ต้น: ถึงบ้านยัง

ผมมอง

ไม่ตอบทันที

ภาคเหลือบเห็น

“ตอบเถอะครับ”

“อะไรพี่”

“คนรอ”

ผมหัวเราะ

“พี่รู้ได้ไง”

“หน้าคุณ”

อีกแล้ว

ผมตอบ

นนท์: ยัง

ไม่ถึงห้าวินาที

ต้น: อยู่ไหน

ผมลังเล

ก่อนตอบตรง ๆ

นนท์: มากินกาแฟกับพี่ภาค

อ่าน

เงียบ

หนึ่งนาที

ต้น: อ๋อ

ต้น: โอเคครับ

ผมถอนหายใจ

นนท์: มึงเป็นอะไร

มันอ่าน

ไม่ตอบ

ผมพิมพ์อีก

นนท์: ต้น

สามจุดขึ้น

หาย

ขึ้นใหม่

ต้น: เปล่าพี่ เที่ยวให้สนุก

ผมรู้สึกหงุดหงิดทันที

แต่ภาคอยู่ข้าง ๆ

เลยไม่โทร



รถมาถึงคอนโดผมประมาณสองทุ่ม

ฝนเริ่มลงเม็ด

ภาคจอดหน้าตึก

ผมปลดเข็มขัด

“ขอบคุณครับพี่”

“ครับ”

“วันนี้กาแฟอร่อย”

“คนพาไปล่ะ”

ผมหัวเราะ

“ก็โอเค”

“แค่นั้น?”

“จะเอากี่คะแนน”

“ไม่ต้องครับ”

ภาคยิ้ม

“ไว้คราวหน้าค่อยแก้ตัว”

ผมกำลังจะเปิดประตู

เขาเรียก

“นนท์”

“ครับ”

“ผมถามจริง ๆ อย่างหนึ่งได้ไหม”

“อะไรครับ”

“คุณกำลังรอต้นอยู่หรือเปล่า”

ผมหยุด

“หมายถึง?”

“รอให้เขาพูดอะไรสักอย่าง”

ภาคมองผม

“เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเป็นคนเลือกก่อน”

คำถามนั้นตรงเกินไป

ผมเงียบ

ภาคยิ้มบาง ๆ

“ไม่ต้องตอบผมก็ได้”

ผมเปิดประตู

“ขับรถดี ๆ ครับ”

“ครับ”

ผมลง

ภาคลดกระจก

“ฝันดีครับ”

“ครับพี่”

รถเคลื่อนออกไป

ผมหันเข้าตึก

แล้วหยุด

มีคนยืนอยู่ข้างเสา Lobby

เสื้อยืดสีดำ

กางเกงยีนส์

มือสองข้างอยู่ในกระเป๋า

ต้น

ผมยืนนิ่ง

มันเองก็มองผม

“มึงมาได้ไง”

ผมเดินเข้าไป

“รถ”

“กวนตีน”

“ก็ขับมา”

“มาทำไม”

ต้นมองถนน

รถภาคเพิ่งเลี้ยวออกไป

“ผ่าน”

ผมหัวเราะทันที

“คอนโดมึงอยู่คนละทาง”

ต้นเงียบ

“มึงจำได้?”

“จำ”

มันพยักหน้า

เราเงียบ

ฝนเริ่มตกหนักขึ้น

“ขึ้นห้องไหม”

ผมถาม

ต้นส่ายหน้า

“ไม่”

“แล้วมาทำไม”

“อยากเห็น”

“เห็นอะไร”

มันมองผม

“ว่าพี่ไปกับเขาจริงไหม”

คำตอบตรงจนผมหยุด

“แล้วเห็นแล้ว?”

“ครับ”

“เป็นไง”

ต้นหัวเราะเบา ๆ

แต่สีหน้าไม่ได้ขำ

“เหี้ยดี”

“ต้น”

“ผมพยายามแล้วนะ”

“พยายามอะไร”

“ไม่ถาม”

มันมองผม

“พี่บอกว่ามีธุระ ผมก็ไม่ถาม”

“…”

“พี่ไปกับใคร ผมก็พยายามไม่ถาม”

“…”

“พอรู้ว่าไปกับพี่ภาค ผมก็พยายามบอกตัวเองว่าเรื่องของพี่”

ต้นหัวเราะ

“แต่แม่งไม่ได้ว่ะ”

ผมมองมัน

“มึงเลยมาที่นี่?”

“ครับ”

“เพื่ออะไร”

ต้นเงียบ

“กูถามว่าเพื่ออะไร”

“ไม่รู้”

“มึงขับรถมาหากูตั้งไกล แล้วตอบไม่รู้?”

ต้นเริ่มหงุดหงิด

“แล้วพี่อยากให้ผมตอบอะไร!”

เสียงดังขึ้น

ผมหยุด

คนใน Lobby หันมอง

ผมลดเสียง

“ไปคุยข้างนอก”

“ฝนตก”

“ตรงที่จอดรถ”

เราเดินออกไปใต้ชายคาข้างตึก

ฝนกระแทกพื้นดัง

ไม่มีคน

ต้นยืนห่างผมประมาณเมตรหนึ่ง

ผมกอดอก

“พูด”

“พูดอะไร”

“ทุกอย่างที่มึงอยากพูด”

มันหัวเราะ

“ถ้าผมพูดแล้วพี่จะทำอะไร”

“กูจะรู้ได้ไงถ้ามึงไม่พูด”

“ผมหึง”

“รู้แล้ว”

“ผมไม่ชอบที่พี่ไปกับเขา”

“รู้แล้ว”

“ผมไม่ชอบที่เขามาส่ง”

“รู้”

“ผมไม่ชอบที่เขารู้จักพี่มากขึ้นทุกวัน”

ต้นพูดเร็วขึ้น

“ไม่ชอบที่เขาจำกาแฟพี่ได้”

“…”

“ไม่ชอบที่เขาชวนพี่กินข้าว”

“…”

“ไม่ชอบเวลาพี่หัวเราะกับเขา”

“…”

“ไม่ชอบเวลาพี่พูดชื่อเขา”

เสียงมันเริ่มสั่น

“แล้วผมก็เกลียดตัวเองที่ไม่มีสิทธิ์พูดสักอย่าง”

ผมกำมือ

“อีกแล้ว”

“อะไร”

“คำว่าไม่มีสิทธิ์”

“ก็มันจริง!”

ต้นเสียงดัง

“ผมเป็นอะไรกับพี่ล่ะ!”

ผมเงียบ

ต้นหัวเราะ

ตาแดง

“เห็นไหม”

“…”

“ทุกครั้งที่มาถึงตรงนี้ พี่เงียบ”

ผมเจ็บ

เพราะจริง

“ผมบอกว่าชอบพี่แล้ว”

ต้นพูด

“พี่ก็บอกว่าคิดว่าชอบผม”

“กู—”

“แต่แล้วไงต่อ”

“…”

“เราเป็นอะไรกัน”

ผมตอบไม่ได้

“ผมหึงพี่ได้ไหม”

“…”

“ผมห้ามพี่ไปกับคนที่จีบพี่ได้ไหม”

“…”

“ผมขอให้พี่ไม่ไปกับเขาได้ไหม”

ต้นเช็ดหน้าแรง ๆ

ไม่รู้ว่าเป็นน้ำฝนหรือน้ำตา

“ผมทำอะไรได้บ้างวะพี่”

คำถามนั้นทำให้ผมจุก

“ต้น…”

“หรือผมทำได้แค่รอ”

มันมองผม

“รอจนวันหนึ่งพี่บอกว่าพี่เลือกเขา?”

“กูยังไม่ได้เลือกใคร”

ต้นนิ่ง

“นั่นแหละ”

“อะไร”

“พี่ยังไม่ได้เลือกผม”

ประโยคนั้นเบามาก

แต่เจ็บที่สุด

ผมเดินเข้าไปใกล้

“กูไม่เคยบอกว่าจะเลือกพี่ภาค”

“แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะเลือกผม”

“มึงจะให้กูทำยังไงวะ!”

ผมเริ่มขึ้นเสียงบ้าง

“กูเพิ่งรู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไร!”

“ผมรู้!”

“กูไม่เคยคบผู้ชาย!”

“ผมรู้!”

“แล้วจะให้กูตอบทุกอย่างตอนนี้เลยเหรอ!”

“ผมไม่ได้ขอให้พี่ตอบทุกอย่าง!”

ต้นตะโกนกลับ

เสียงฝนดังแข่งกับเรา

“ผมขอแค่ครั้งเดียว!”

มันชี้มาที่ตัวเอง

“ให้พี่ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้ยืนรออยู่คนเดียว!”

ผมหยุด

ต้นหอบ

น้ำตาไหลแล้วจริง ๆ

“แค่นั้นเอง”

เสียงมันเบาลง

“ผมไม่ได้อยากได้สถานะวันนี้ก็ได้”

“…”

“ไม่ได้อยากให้พี่ประกาศกับใคร”

“…”

“ผมแค่อยากรู้ว่าเวลาพี่มองผม…”

มันกลืนน้ำลาย

“พี่อยากให้ผมอยู่จริง ๆ หรือพี่แค่กลัวว่าถ้าผมหายไปแล้วพี่จะเหงา”

ผมพูดไม่ออก

เพราะนี่คือคำถามที่ผมไม่เคยถามตัวเอง

ต้นหัวเราะทั้งน้ำตา

“เห็นไหม”

มันถอย

“กลับขึ้นห้องเถอะ”

“เดี๋ยว”

“ผมกลับแล้ว”

“ต้น”

มันหันหลัง

ผมคว้าแขนมันไว้

ต้นหยุด

“ปล่อยพี่”

“ไม่”

มันหันกลับ

“ทำไม”

“กูไม่อยากให้มึงไป”

“ทำไม!”

มันตะโกน

“เพราะกูชอบมึง!”

คำพูดหลุดออกไปดังจนผมเองยังตกใจ

ต้นนิ่ง

ผมหายใจแรง

“ได้ยินไหม”

ไม่มีคำตอบ

“กูชอบมึง”

ครั้งนี้เบาลง

“กูไม่รู้ว่ากูพร้อมเรียกมันว่าอะไร”

“…”

“ไม่รู้ว่าจะทำยังไง”

“…”

“ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูจะเป็นแฟนที่ดีให้มึงได้ไหม”

ผมจับแขนมันแน่น

“แต่กูไม่ได้ไปกับพี่ภาคเพราะอยากเลือกเขา”

ต้นมองผม

“แล้วพี่ไปทำไม”

คำถามแทงเข้ามาเต็ม ๆ

ผมตอบตามจริง

“เพราะกูอยากรู้ว่ามึงจะทำยังไง”

สีหน้าต้นเปลี่ยน

“อะไรนะ”

ผมรู้ทันทีว่าพูดผิด

“ต้น…”

มันดึงแขนออก

“พี่เอาผมมาทดสอบ?”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

“แล้วแบบไหน”

“กูแค่…”

“อยากรู้ว่าผมจะหึงแค่ไหน?”

ผมเงียบ

ต้นหัวเราะ

คราวนี้ไม่มีน้ำตาแล้ว

มีแต่ความผิดหวัง

“พี่แม่งใจร้ายจริง ๆ ว่ะ”

ผมรู้สึกเหมือนโดนต่อย

“ขอโทษ”

“พี่รู้ไหมผมขับรถมานี่เพราะอะไร”

“…”

“เพราะผมกลัว”

เสียงมันสั่นอีกครั้ง

“ผมกลัวว่าพี่จะขึ้นห้องไปกับเขา”

“ไม่มีทาง”

“แต่ผมไม่รู้ไง!”

มันตะโกน

“เพราะพี่ไม่เคยทำให้ผมรู้!”

ผมเงียบ

“แล้วระหว่างที่ผมขับมา ผมคิดตลอดทางว่าถ้าเห็นรถเขาจอดอยู่…”

ต้นหยุด

น้ำตากลับมา

“ผมจะทำยังไง”

ผมเจ็บจนไม่รู้จะพูดอะไร

“กูขอโทษ”

ต้นส่ายหน้า

“วันนี้ผมไม่อยากฟัง”

มันเดินออกไป

คราวนี้ผมไม่กล้าจับ

เพราะเพิ่งเข้าใจว่า—

การรั้งใครไว้

ไม่ได้แปลว่าเรามีสิทธิ์ทำให้เขาเจ็บซ้ำ ๆ



ต้นกลับไป

ผมขึ้นห้อง

ไม่ได้เปิดไฟ

นั่งอยู่บนโซฟาในความมืด

โทรศัพท์อยู่ในมือ

ไม่มีข้อความ

ผมเปิดแชต

พิมพ์

ถึงบ้านบอกกูด้วย

ส่ง

อ่านหลังจากนั้นเกือบยี่สิบนาที

ไม่มีคำตอบ

ครึ่งชั่วโมง

หนึ่งชั่วโมง

ผมเริ่มกลัว

กำลังจะโทร—

ข้อความเข้ามา

ต้น: ถึงแล้ว

ผมถอนหายใจออก

นนท์: โอเค

พิมพ์ต่อ

นนท์: ขอโทษ

หยุด

ลบ

เพราะมันบอกแล้วว่าไม่อยากฟัง

ผมวางโทรศัพท์



เช้าวันอาทิตย์ไม่มีข้อความ

เที่ยงก็ไม่มี

บ่ายก็ไม่มี

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันที่วันหยุดทั้งวันเราไม่คุยกันเลย

ผมพยายามทำงานบ้าน

เปิด Netflix

ปิด

เล่นเกม

ปิด

สุดท้ายเปิด Instagram

ต้นไม่ได้ลงอะไร

LINE ก็เงียบ

ผมเปิดแชตภาค

พิมพ์

นนท์: พี่ครับ

ภาคตอบไม่นาน

Pak: ครับ

ผมลังเล

นนท์: เมื่อวานขอโทษนะครับ

Pak: เรื่องอะไร

นนท์: ผมเหมือนใช้พี่ไปทำให้อีกคนหึง

เงียบไปพักหนึ่ง

Pak: อย่างน้อยก็รู้ตัวครับ

เจ็บแต่สมควร

นนท์: ขอโทษจริง ๆ

Pak: ผมรับคำขอโทษ

แล้วอีกข้อความมา

Pak: แต่คราวหน้าอย่าทำอีก

นนท์: ครับ

ผมกำลังจะวางโทรศัพท์

ภาคส่งมาอีก

Pak: ทะเลาะกันเหรอ

ผมหัวเราะแห้ง ๆ

นนท์: ครับ

Pak: เพราะผม?

ผมคิด

นนท์: เพราะผมเองมากกว่า

ภาคอ่าน

ก่อนตอบ

Pak: งั้นก็แก้ที่ตัวเองครับ

ตรงดีฉิบหาย



วันจันทร์ต้นมาทำงาน

มันปกติ

ปกติเกินไป

“สวัสดีครับพี่”

มันพูดตอนเดินผ่าน

“อือ”

ไม่มีกาแฟ

ไม่มีเก้าอี้

ไม่มีคำถามว่ากินข้าวไหม

ตอนเที่ยงมันไปกับเจ

ผมเห็น

แต่ไม่ถาม

ตอนเย็นห้าโมงครึ่งมันเก็บกระเป๋า

ผมทนไม่ไหว

เดินไปหา

“ต้น”

มันเงยหน้า

“ครับ”

สุภาพอีกแล้ว

ผมเกลียดมาก

“คุยกันหน่อย”

“เรื่องงาน?”

“มึงรู้ว่าไม่ใช่”

เจที่นั่งข้าง ๆ มองเรา

ก่อนลุก

“กูไปซื้อกาแฟนะ”

ต้นพยักหน้า

เจเดินออก

ผมยืนข้างโต๊ะ

“ยังโกรธ?”

“ไม่ครับ”

“อย่าโกหก”

ต้นถอนหายใจ

“ผมไม่ได้โกรธ”

“แล้ว?”

มันมองผม

“ผมแค่คิดว่าควรถอยจริง ๆ สักที”

หัวใจผมตกวูบ

“หมายความว่าไง”

“ก็…”

มันยิ้มบาง ๆ

“กลับไปเป็นเหมือนก่อน”

“ก่อนอะไร”

“ก่อนผมไปกวนพี่”

“กูไม่เอา”

คำตอบออกไปทันที

ต้นนิ่ง

“อะไรนะ”

“กูไม่เอา”

ผมพูดอีก

“กูไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้น”

“แล้วพี่อยากเป็นแบบไหน”

มาอีกแล้ว

คำถามนี้

แต่ครั้งนี้ผมไม่หนี

ผมสูดหายใจ

“กูยังตอบชื่อไม่ได้”

สีหน้าต้นตกลงนิดหนึ่ง

“แต่…”

ผมพูดต่อ

“กูรู้ว่ากูอยากให้มึงอยู่”

มันมองผม

“ผมอยู่ในบริษัททุกวัน”

“มึงรู้ว่ากูหมายถึงอะไร”

เงียบ

“ให้เวลากูอีกหน่อยได้ไหม”

ต้นมองโต๊ะ

นานมาก

ก่อนถาม

“ระหว่างนั้นพี่จะยังไปกับพี่ภาคไหม”

ผมหยุด

นี่แหละ

คำถามจริง

“เรื่องงานไป”

“นอกงาน?”

ผมคิด

ก่อนตอบ

“ถ้าเขาชวน กูจะบอกมึงก่อน”

ต้นขมวดคิ้ว

“ทำไมต้องบอกผม”

“เพราะมึงจะได้ไม่ต้องเดา”

มันเงียบ

“แล้วถ้าผมบอกว่าไม่อยากให้ไป”

คราวนี้ผมตอบช้า ๆ

“กูจะฟัง”

สีหน้าต้นเปลี่ยน

“แต่กูอยากให้มึงพูดตรง ๆ”

“…”

“ไม่ใช่ประชด”

“…”

“ไม่ใช่หาย”

ผมมองมัน

“ถ้ามึงไม่อยากให้กูไปกับใคร บอกกู”

ต้นหลบตา

“ผมยังไม่มีสิทธิ์”

ผมหายใจออก

“งั้นกูให้”

มันเงยหน้าทันที

ผมเองก็ตกใจกับคำที่พูด

“หมายถึง…”

“กูยังไม่รู้ว่าจะเรียกสิทธิ์นั้นว่าอะไร”

ผมพูด

“แต่กูให้มึงพูดได้”

ต้นมองผม

ตาเริ่มแดง

“พี่แม่ง…”

“อะไร”

“พูดให้มันง่ายกว่านี้ไม่ได้เหรอ”

ผมหัวเราะ

“กูก็ได้แค่นี้”

ต้นเช็ดตาเร็ว ๆ

“ครับ”

“แล้วเย็นนี้?”

“อะไร”

“กินข้าว”

มันลังเล

“พี่เลี้ยง?”

“เออ”

“แพงได้?”

“อย่าเยอะ”

ต้นยิ้ม

ครั้งแรกในสองวัน

“งั้นไป”

ผมยิ้มกลับ

ความสัมพันธ์ของเรายังไม่มีชื่อ

แต่วันนั้น—

อย่างน้อยต้นก็กลับมานั่งเก้าอี้ข้างผมอีกครั้ง



วันอังคาร

ทุกอย่างดีขึ้น

ไม่เหมือนเดิมทั้งหมด

แต่ดีขึ้น

ตอนเย็นต้นนั่งข้างผม

ผมทำงาน

มันเล่นโทรศัพท์

หกโมงสิบห้า โทรศัพท์ผมสั่น

Pak

ผมเปิด

Pak: พรุ่งนี้ผมไปประชุมใกล้บริษัทคุณ

Pak: ถ้าเลิกพร้อมกัน ไปกินข้าวไหมครับ

ผมหยุด

ต้นนั่งอยู่ข้าง ๆ

มันไม่ได้แอบดู

แต่คงเห็นชื่อบน Notification

ผมหันไป

“ต้น”

“ครับ”

ผมยื่นโทรศัพท์ให้

มันทำหน้างง

“อะไร”

“อ่าน”

“ทำไม”

“อ่านเหอะ”

ต้นรับไป

อ่าน

แล้วคืน

“แล้ว?”

ผมถาม

“แล้วอะไร”

“มึงคิดยังไง”

มันเงียบ

ผมรอ

ครั้งนี้ไม่เร่ง

ต้นมองโทรศัพท์

แล้วมองผม

“พี่อยากไปไหม”

“กูถามมึง”

“ผมถามพี่ก่อน”

ผมคิด

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ไป”

“แล้วตอนนี้?”

ผมมองมัน

“ไม่รู้”

ต้นพยักหน้า

“งั้นก็ไป”

ผมขมวดคิ้ว

“แน่ใจ?”

“ครับ”

“ไม่หึง?”

“หึง”

“แล้วให้ไป?”

มันหัวเราะเบา ๆ

“ผมไม่อยากควบคุมพี่”

ผมเงียบ

“แต่ถ้าพี่ถามว่าผมรู้สึกยังไง…”

ต้นมองผมตรง ๆ

“ผมไม่อยากให้ไป”

นี่คือครั้งแรก

ที่มันพูดโดยไม่ประชด

ไม่โกรธ

ไม่หนี

แค่บอกความรู้สึก

ผมมองมัน

ก่อนหยิบโทรศัพท์กลับมา

ตอบภาค

นนท์: พรุ่งนี้ผมมีนัดแล้วครับ ไว้วันหลังนะพี่

ส่ง

ต้นมอง

“พี่มีนัด?”

“มีแล้ว”

“กับใคร”

ผมวางโทรศัพท์

“มึง”

มันนิ่ง

“ผม?”

“เออ”

“เรานัดตอนไหน”

“เมื่อกี้”

ต้นยิ้มช้า ๆ

“อ๋อ”

“อ๋ออะไร”

“เปล่า”

มันหันไปเล่นโทรศัพท์

แต่หูแดง

ผมหัวเราะ

“มึงเขิน?”

“ร้อน”

“แอร์ยี่สิบสององศา”

“พี่ทำงานไป”

ผมยิ้ม

และเป็นครั้งแรก—

ที่ผมเลือกต้นต่อหน้าตัวเอง

โดยไม่ต้องรอให้มันวิ่งตาม



แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

เพราะวันพุธตอนบ่าย—

ภาคโทรมาเรื่องงาน

ลูกค้ายกประชุมกะทันหัน

มีเอกสารต้นฉบับอยู่ที่ภาค

ต้องเอาเข้าบริษัทผมก่อนเช้าวันรุ่งขึ้น

เขาบอกว่าจะเอามาส่งให้

ประมาณหกโมง

วันนั้นต้นออกไปหาลูกค้ากับเจ

ผมไม่ได้คิดอะไร

จนหกโมงสิบ ภาคมาถึง

ส่งเอกสาร

คุยงานประมาณสิบนาที

ก่อนฝนเริ่มตกหนัก

หนักแบบที่มองถนนแทบไม่เห็น

ภาคมองออกไป

“คุณกลับยังไง”

“รถผมเข้าศูนย์ครับ วันนี้ Taxi มา”

“งั้นผมไปส่ง”

“ไม่เป็นไรพี่”

“ฝนขนาดนี้เรียกรถยาก”

ผมหยิบโทรศัพท์

App ขึ้นรอเกือบยี่สิบนาที

ภาคหัวเราะ

“เห็นไหม”

ผมลังเล

แล้วนึกถึงสิ่งที่สัญญากับต้น

ถ้าเขาชวน กูจะบอกมึงก่อน

ผมเปิด LINE

นนท์: ต้น

อ่านทันที

ต้น: ครับ

นนท์: รถกูเข้าศูนย์

นนท์: ฝนตกหนัก

นนท์: พี่ภาคจะไปส่ง

สามจุดขึ้น

หาย

ขึ้นอีก

ต้น: พี่จะไปไหม

ผมตอบ

นนท์: เลยมาถาม

เงียบไปนาน

ก่อนข้อความมา

ต้น: ถ้าจำเป็นก็ไปเถอะพี่

ผมอ่าน

รู้สึกแปลก

นนท์: มึงโอเค?

ต้น: ครับ

ผมรู้ว่ามันไม่โอเค

แต่ครั้งนี้มันพูดแล้ว

ผมเองก็ถามแล้ว

ผมคิดว่า—

อย่างน้อยเราก็ดีขึ้น

ผมไม่รู้เลยว่าในอีกไม่กี่นาที—

ทุกอย่างจะเปลี่ยน



ผมลงมาหน้าตึกกับภาค

ฝนยังตก

ภาคกางร่ม

เดินไปเปิดประตูรถให้

“ขึ้นเลยครับ”

ผมกำลังจะขึ้น

แล้วได้ยินเสียงรถคันหนึ่งเบรกเข้าข้างทาง

ผมหันไป

รถต้น

มันลงจากรถทั้งที่ฝนตก

ไม่ได้กางร่ม

เสื้อเชิ้ตเปียกตรงไหล่แทบจะทันที

ผมยืนนิ่ง

“ต้น?”

มันเดินตรงมา

ภาคเองก็หยุด

ต้นมองผม

มองประตูรถที่เปิดอยู่

แล้วมองภาค

“ไหนมึงบอกกลับกับเจ”

ผมถาม

ต้นหอบนิด ๆ

“ไปส่งมันแล้ว”

“แล้วมึงมาทำไม”

มันไม่ตอบ

เดินเข้ามาใกล้

ฝนไหลจากผมลงมาที่หน้าผาก

“พี่”

“อะไร”

“ไม่ต้องไปกับเขา”

ผมหยุด

ภาคเงียบ

ต้นกำมือ

เหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเอง

“เมื่อกี้มึงบอกกูเองว่าถ้าจำเป็นก็ไป”

“รู้”

“แล้ว?”

ต้นมองผม

ดวงตาแดง

“ผมโกหก”

หัวใจผมกระตุก

“อะไร”

“ผมไม่ได้โอเค”

มันพูด

“ไม่โอเคเลย”

ฝนดังรอบตัว

ต้นสูดหายใจ

“ตอนพี่บอกว่าจะไปกับเขา ผมพยายามบอกตัวเองว่าต้องโต”

“…”

“พยายามบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์ควบคุมพี่”

“…”

“แต่พอขับรถออกมา…”

เสียงมันสั่น

“ผมแม่งทำไม่ได้”

ผมมองมัน

ต้นขยับเข้ามาอีกก้าว

แล้วเป็นครั้งแรก—

ที่มันไม่ใช้คำว่า ไม่มีสิทธิ์

ไม่ถามว่าเราเป็นอะไรกัน

ไม่หลบหลังคำว่าช่างมัน

มันมองผมตรง ๆ

แล้วพูดในสิ่งที่ผมรอมาตลอด

“พี่…”

เสียงมันเบามาก

“อย่าไปกับเขาได้ไหม”

ผมหยุดหายใจ

ต้นกลืนน้ำลาย

“กลับกับผมนะ”

และครั้งนี้—

คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าต้นกล้าพูดหรือยัง

มันกล้าพูดแล้ว

คำถามคือ—

ผมจะเลือกขึ้นรถของใคร

TBC

nuangnut1996 โพสต์ เมื่อวาน 18:50

สนุกมากครับ

GuN009 โพสต์ เมื่อวาน 22:43

โอ้ว เลือกใครดีนะ

coffee3171 โพสต์ 20 ชั่วโมงที่แล้ว

เสน่หา

thai_boys โพสต์ 13 ชั่วโมงที่แล้ว

ขอบคุณมากๆครับ

Nukinho โพสต์ 8 ชั่วโมงที่แล้ว

แทบจะไม่ต้องเดา ว่าเลือกขึ้นรถใคร

feelplayful โพสต์ 1 ชั่วโมงที่แล้ว

ถึงเวลาตัดสินใจแล้ว
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 7