พี่ครับ…..ไฟล์ผมพัง - ตอนที่ 6
ประชด
ผมมองกาแฟสองแก้วในมือต้นจนมันเดินกลับไปถึงฝ่ายขาย
ภาคยังยืนอยู่ข้างโต๊ะผม
“นนท์?”
ผมสะดุ้ง
“ครับ?”
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าครับ”
ผมหันกลับมา
ภาคมองตามสายตาผมไปทางฝ่ายขาย
ก่อนจะหันกลับมา
เขาไม่ได้ถาม
นั่นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของภาค
เขารู้ว่าเวลาไหนควรถาม
และเวลาไหนควรปล่อยให้คนตรงหน้าจัดการกับความคิดตัวเอง
“คืนนี้ถ้าว่าง ไปกินข้าวกันไหมครับ”
ผมมองกาแฟตรงหน้า
“คืนนี้เหรอครับ”
“ครับ แต่ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไร”
ผมเกือบปฏิเสธ
แต่แล้วก็เห็นต้นเดินไปหยุดตรงโต๊ะเจ
มันพูดอะไรบางอย่าง
ก่อนวางกาแฟอีกแก้วลงตรงหน้าเจ
เจเงยหน้าขึ้น
ยิ้มกว้าง
แล้วต้นก็ยิ้มกลับ
ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงอก
เมื่อคืนมันยังบอกผมอยู่เลยว่า—
ผมยังมองพี่อยู่แหละ
เช้านี้กาแฟที่เคยเป็นของผมไปอยู่ตรงหน้าคนอื่นแล้ว
ผมหันกลับมาหาภาค
“ว่างครับ”
คำตอบออกจากปากเร็วกว่าที่คิด
ภาคยิ้ม
“งั้นหลังเลิกงานเจอกัน”
“ครับ”
ผมไม่ได้มองต้นอีก
อย่างน้อย—
พยายามไม่มอง
⸻
สิบโมงกว่า ผมต้องเดินไปฝ่ายขายเพื่อแก้ปัญหาระบบให้พี่อีกคน
ผมผ่านโต๊ะเจ
แก้วกาแฟยังอยู่ตรงนั้น
เกือบหมดแล้ว
เจกำลังพิมพ์งาน
พอเห็นผมก็ทัก
“พี่นนท์”
“ครับ”
“กาแฟร้านนี้อร่อยดีนะ”
ผมหยุด
“อ๋อ”
เจยกแก้วขึ้น
“ต้นซื้อมาเกิน เลยให้ผม”
คำว่า ซื้อมาเกิน
ทำให้ผมแทบหัวเราะ
มุกเดียวกันเลยนะมึง
เมื่อก่อนตอนซื้อให้ผม มันก็บอกว่าซื้อเกิน
ผมพยักหน้า
“ดีแล้ว”
กำลังจะเดินต่อ เจก็พูด
“พี่กินร้านนี้เหมือนกันใช่ไหม”
“ทำไม”
“ต้นบอกว่าพี่ชอบ”
ผมหันไปมองมัน
เจไม่ได้มีท่าทีอะไร
ถามธรรมดา
“มันบอก?”
“ครับ เมื่อเช้าผมถามว่าทำไมมันซื้อสองแก้ว มันบอกติดนิสัย”
ผมหยุด
“ติดนิสัย?”
“ครับ”
เจหัวเราะ
“มันบอกเมื่อก่อนซื้อสองแก้วทุกเช้า ช่วงนี้ยังเผลอสั่งสองอยู่”
ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
หันไปมองโต๊ะต้น
มันไม่อยู่
ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีหรือแย่
กาแฟไม่ได้ซื้อให้เจ
แต่ก็ไม่ได้เอามาให้ผม
มันซื้อเพราะเคยชิน
แต่พอซื้อมาแล้ว—
มันเลือกไม่เดินมาหา
นั่นเจ็บกว่าเดิมอีก
⸻
ตอนเที่ยง ผมไม่ได้กินกับต้น
มันไม่ได้ชวน
ผมก็ไม่ชวน
ผมลงไปกับพี่โอ๊ต
กำลังจะเดินเข้าร้านอาหาร ก็เห็นต้นกับเจเดินออกมาจากลิฟต์พอดี
ต้นเห็นผม
เราสบตากัน
มันชะลอฝีเท้านิดหนึ่ง
ผมเองก็เหมือนกัน
พี่โอ๊ตหันมองผม
แล้วมองต้น
ก่อนกระซิบ
“พวกมึงทะเลาะกันจริง ๆ ใช่ไหม”
“ไม่ได้ทะเลาะ”
“งั้นทำไมบรรยากาศเหมือนผัวเมียกำลังแบ่งสินสมรส”
“ไอ้เหี้ย”
พี่โอ๊ตหัวเราะ
ต้นเดินผ่านเรา
“พี่โอ๊ต”
“ว่าไง”
“ไปกินข้าวเหรอ”
“เออ ไปด้วยกันไหม”
ผมหันขวับไปมองพี่โอ๊ต
มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ต้นมองผม
ก่อนตอบ
“ไม่เป็นไรพี่ ผมไปกับเจ”
“โอเค”
พี่โอ๊ตยิ้ม
ต้นเดินต่อ
ผมได้ยินเจถาม
“กินร้านไหน”
“มึงเลือกเลย”
เสียงค่อย ๆ หายไป
พี่โอ๊ตหันมามองผม
“ตาจะหลุดแล้ว”
“อะไร”
“มองตามเขาขนาดนั้น เดินตามไปเลยไหม”
“กูไม่ได้มอง”
“นนท์”
“อะไร”
“กูแก่กว่ามึง ไม่ได้ตาบอด”
ผมถอนหายใจ
“กินข้าวเหอะ”
⸻
หลังอาหารมา พี่โอ๊ตเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนถาม
“มึงชอบมัน?”
ผมเกือบสำลักน้ำ
“ใคร”
“พนักงานรักษาความปลอดภัยมั้ง”
“พูดเหี้ยอะไร”
“ถามเฉย ๆ”
“ไม่ได้ชอบ”
“อ๋อ”
น้ำเสียงแบบเดิมอีกแล้ว
“อ๋ออะไร”
“เปล่า”
ผมเขี่ยข้าว
พี่โอ๊ตมอง
“มึงรู้ไหม ช่วงเดือนก่อนมึงอารมณ์ดีขึ้น”
“เกี่ยวอะไร”
“ไม่รู้”
เขาตักข้าวเข้าปาก
“แต่เป็นช่วงเดียวกับที่ไอ้ต้นเริ่มมานั่งโต๊ะมึงทุกเย็น”
ผมหยุด
“แล้วสามสี่วันนี้มึงทำหน้าเหมือน Server Production ล่มตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“…”
“กูไม่ได้บอกว่ามึงชอบมันนะ”
พี่โอ๊ตยักไหล่
“แค่บอกให้รู้”
ผมไม่ตอบ
เพราะถ้าตอบ—
อาจต้องยอมรับกับตัวเองก่อน
⸻
เย็นนั้นภาคมารับผมที่บริษัท
ประมาณหนึ่งทุ่ม
เขาส่งข้อความมาว่าอยู่ข้างล่าง
ผมปิดคอม เก็บของ
เดินผ่านฝ่ายขาย
คนกลับเกือบหมดแล้ว
แต่ต้นยังอยู่
เจก็อยู่
สองคนนั่งดูอะไรบางอย่างในจอเดียวกัน
ผมพยายามเดินผ่าน
“พี่”
ต้นเรียก
ผมหยุด
“ว่า?”
“กลับแล้ว?”
“อือ”
“กับพี่ภาค?”
“อือ”
มันพยักหน้า
“ครับ”
ผมกำลังจะเดิน
แต่ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไร ผมถามกลับ
“มึงล่ะ”
“ทำงานต่อ”
“กับเจ?”
“ครับ”
“อ๋อ”
เราเงียบ
ต้นถาม
“ไปไหนกัน”
ผมมองมัน
“กินข้าว”
“ร้านไหน”
“ยังไม่รู้”
“กลับกี่โมง”
ผมเริ่มรู้สึกแปลก
“ถามทำไม”
มันหยุด
ก่อนตอบ
“ถามเฉย ๆ”
คำนี้อีกแล้ว
ผมหัวเราะเบา ๆ
“มึงชอบถามเฉย ๆ เนอะ”
ต้นหน้าแข็งขึ้น
“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”
“กูไม่ได้ว่า”
“ครับ”
“ต้น”
“อะไร”
ผมอยากพูดดี ๆ
แต่สายตาเหลือบไปเห็นเจอยู่ด้านหลัง
แล้วความน้อยใจไร้สาระก็กลับมา
“ทำงานไปเถอะ”
ผมพูด
แล้วเดินออกมา
⸻
รถภาคจอดอยู่หน้าตึก
เขาลดกระจก
“ขึ้นเลยครับ”
ผมเปิดประตู
ก่อนขึ้น ผมรู้สึกเหมือนมีคนมอง
เงยขึ้นไป
กระจกออฟฟิศชั้นสองสะท้อนแสงจนแทบมองไม่เห็นข้างใน
แต่ผมรู้ว่าโต๊ะต้นอยู่ตรงไหน
ไม่รู้ว่ามันมองหรือเปล่า
ผมขึ้นรถ
ภาคขับออกไป
⸻
คืนนั้นผมพยายามอยู่กับคนตรงหน้าให้เต็มที่
ภาคไม่ได้ทำอะไรผิด
ตรงกันข้าม เขาดีเกินไปด้วยซ้ำ
เลือกร้านเงียบ ๆ
ถามผมว่าอยากกินอะไร
จำได้ว่าผมไม่กินไข่เค็ม
ตอนพนักงานกำลังจะสั่งเมนูที่มีผักชี เขาพูดว่า
“ของเขาไม่ใส่ผักชีนะครับ”
ผมหยุด
“พี่รู้ได้ไงว่าผมไม่กิน”
ภาคยิ้ม
“คราวก่อนเห็นคุณเขี่ยออก”
ผมหัวเราะ
“พี่สังเกตเก่งเกิน”
“ผมบอกแล้ว”
เขามองผม
“ถ้าสนใจ ผมจำ”
คำเดิม
แต่ครั้งนี้ผมกลับนึกถึงอีกคน
ต้นก็รู้ว่าผมไม่กินไข่เค็ม
ต้นรู้ว่าผมกินกาแฟหวานน้อย
ต้นรู้ว่าถ้าผมใส่หูฟังสองข้างคือห้ามกวน
ต้นรู้ว่าผมกลับบ้านทางไหน
รู้ด้วยซ้ำว่าผมไม่ควรผ่านคอนโดมัน
แต่วันนั้นผมก็ไป
“นนท์”
ผมสะดุ้ง
“ครับ”
ภาคยิ้มบาง ๆ
“คุณอยู่กับผม แต่คิดถึงเขาอีกแล้ว”
ผมเงียบ
คราวนี้โกหกไม่ลง
“ขอโทษครับ”
“ไม่ต้องขอโทษ”
“พี่…”
“ผมรู้ว่าผมกำลังจีบคนที่ยังไม่แน่ใจตัวเอง”
เขาพูดสบาย ๆ
“เป็นความเสี่ยงของผม”
ผมมองเขา
“ทำไมพี่ยังจีบ”
“เพราะคุณยังโสด”
ผมหัวเราะเบา ๆ
“ตรงดี”
“แล้วอีกอย่าง”
“ครับ?”
“ผมไม่ได้คิดว่าความรู้สึกของผมมีค่าน้อยกว่าเขา เพียงเพราะเขาเจอคุณก่อน”
ผมเงียบ
ภาคไม่ได้พูดเหมือนแข่ง
ไม่ได้พูดเหมือนจะเอาชนะ
เขาแค่จริงจังกับความรู้สึกตัวเอง
และนั่นทำให้ผมนึกถึงต้นอีกครั้ง
ถ้าต้นพูดกับผมชัด ๆ แบบนี้—
ผมจะตอบว่าอะไร?
⸻
ประมาณสามทุ่ม ภาคขับรถมาส่งผมที่คอนโด
ก่อนลง เขาพูด
“นนท์”
“ครับ”
“ผมจับมือคุณได้ไหม”
ผมหยุด
ไม่ใช่เพราะรังเกียจ
แต่ไม่คิดว่าเขาจะถามตรงขนาดนี้
ภาคยิ้ม
“ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
ผมมองมือเขา
แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“วันนี้ยังดีกว่าครับ”
เขาพยักหน้า
ไม่มีสีหน้าผิดหวังให้ผมรู้สึกผิด
“โอเคครับ”
“ขอโทษนะพี่”
“อย่าขอโทษเรื่องขอบเขตของตัวเอง”
ประโยคนั้นทำให้ผมมองเขานานขึ้น
“ขึ้นห้องเถอะ”
“ขับรถดี ๆ ครับ”
“ครับ”
ผมลงรถ
ก่อนประตูจะปิด ภาคเรียกอีกครั้ง
“นนท์”
“ครับ?”
“ผมยังจีบต่อนะ”
ผมหัวเราะ
“ตามใจพี่”
“โอเค”
เขายิ้ม
“แค่นี้ก็พอ”
⸻
ผมขึ้นห้อง
หยิบโทรศัพท์ออกมา
ไม่มีข้อความจากต้น
เปิด Instagram
Story ใหม่
ต้นลงรูปตอนสองทุ่มกว่า
เป็นรูปโต๊ะทำงาน
เจหลับฟุบอยู่ข้างโน้ตบุ๊ก
Caption—
หมดสภาพ 555
ผมมอง
แล้วกดออก
ไม่ถึงสิบวินาที—
LINE เด้ง
ต้น: ถึงยัง
ผมหัวเราะออกมาอย่างไม่มีอารมณ์
นนท์: ถึงแล้ว
ต้น: พี่ภาคมาส่ง?
ผมหยุด
นนท์: อือ
อ่านทันที
ต้น: โอเค
ผมเริ่มโมโห
ไม่รู้โมโหอะไร
อาจโมโหคำว่าโอเค
อาจโมโห Story
อาจโมโหตัวเอง
ผมพิมพ์
นนท์: แล้วมึงกลับยัง
ต้น: ยัง
นนท์: ดึกแล้ว
ต้น: ทำงาน
นนท์: เจยังอยู่?
สามจุดขึ้น
ต้น: อยู่
ผมกัดฟัน
นนท์: สนิทกันเร็วดี
มันอ่าน
เงียบไปพักหนึ่ง
ต้น: พี่ก็สนิทกับพี่ภาคเร็วเหมือนกัน
ผมนิ่ง
มาแล้ว
นนท์: เกี่ยวอะไรกับพี่ภาค
ต้น: ก็ไม่เกี่ยว
นนท์: แล้วพูดทำไม
ต้น: พี่เริ่มก่อน
ผมโทรไปทันที
มันรับหลังจากดังสามครั้ง
“อะไรพี่”
น้ำเสียงมันเหนื่อย
“มึงเป็นเหี้ยอะไร”
“ผม?”
“เออ”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ทุกครั้งที่กูพูดเรื่องเจ มึงต้องลากพี่ภาคมา”
ต้นหัวเราะเบา ๆ
“แล้วพี่จะพูดเรื่องเจทำไม”
ผมหยุด
“กู…”
“พี่ไม่ชอบที่ผมอยู่กับเจเหรอ”
เงียบ
คำถามง่ายมาก
แต่ผมตอบไม่ได้
“ตอบดิพี่”
เสียงต้นจริงจังขึ้น
“พี่ไม่ชอบเหรอ”
“กูแค่…”
“แค่อะไร”
ผมถอนหายใจแรง
“มึงสนิทกันเร็วไปไหม”
ปลายสายเงียบ
ก่อนต้นจะหัวเราะ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่”
คำพูดนั้นกระแทกกลับมาหาผมเต็ม ๆ
ประโยคเดียวกับที่ผมเคยถามมัน
ผมกำโทรศัพท์แน่น
“ต้น”
“ครับ”
“มึงกำลังประชดกู?”
“เปล่า”
“โกหก”
“แล้วถ้าประชดล่ะ”
มันถาม
“พี่สนใจด้วยเหรอ”
“สน”
คำหลุดออกไปทันที
ทั้งผมและมันเงียบ
หัวใจผมเต้นแรง
ต้นถามเบามาก
“ทำไม”
ผมอ้าปาก
แต่ไม่มีคำตอบ
อีกแล้ว
แม่งอีกแล้ว
ทุกครั้งที่มาถึงตรงนี้—
ผมเงียบ
ต้นหัวเราะเบา ๆ
“เห็นไหม”
น้ำเสียงมันไม่ได้โกรธ
แต่มันเหนื่อย
“พี่เป็นแบบนี้ตลอด”
“แบบไหน”
“ตอนผมถอย พี่ก็ดึง”
ผมนิ่ง
“พอผมเข้าใกล้ พี่ก็ผลัก”
“กูไม่ได้…”
“พี่ทำ”
มันพูดแทรก
“ตอนผมไม่ไปนั่ง พี่ถามว่าทำไมไม่มา”
“…”
“ตอนผมกินข้าวกับเจ พี่ไม่ชอบ”
“…”
“ตอนผมกลับกับเจ พี่ถาม”
“…”
“แต่พอผมหึงพี่ พี่บอกว่าผมไม่มีสิทธิ์”
ผมพูดไม่ออก
ต้นสูดหายใจ
“พี่รู้ไหมมันเหนื่อย”
น้ำเสียงมันเริ่มสั่น
“ผมพยายามถอยแล้ว”
“ต้น…”
“แต่พี่แม่งชอบทำให้ผมคิดว่าผมยังมีหวัง”
ผมหลับตา
“แล้วพอผมกลับไปคิด…”
เสียงมันขาดไปนิดหนึ่ง
“พี่ก็ไม่พูดอะไร”
ความรู้สึกผิดไหลขึ้นมาจนแน่นอก
“กูขอโทษ”
“ผมไม่ได้อยากได้คำขอโทษ”
“แล้วมึงอยากได้อะไร”
เงียบ
ก่อนต้นถามกลับ
“พี่ตอบผมได้ไหม”
“อะไร”
“ถ้าพี่ภาคขอพี่คบ”
ผมหยุด
“พี่จะคบกับเขาไหม”
คำถามนี้ผมไม่เคยคิดจริงจัง
“ไม่รู้”
ต้นหัวเราะเบา ๆ
“โอเค”
“ต้น”
“ครับ”
“แล้วมึงอยากให้กูคบไหม”
เงียบ
นานมาก
ผมได้ยินเพียงเสียงแอร์ฝั่งมัน
ก่อนมันตอบ
“เรื่องของพี่ดิ”
บางอย่างในอกผมตกวูบ
“เออ”
ผมตอบ
“เรื่องของกู”
ทันทีที่พูดจบ—
ผมก็รู้ว่าแม่งผิด
ต้นเงียบ
ผมเงียบ
ไม่มีใครยอมแก้คำพูด
สุดท้ายต้นพูด
“งั้นแค่นี้นะ”
สายตัด
⸻
ผมยืนอยู่กลางห้อง
โทรศัพท์ยังอยู่ในมือ
โมโห
เสียใจ
แล้วก็คิดถึงมันจนอยากโทรกลับ
แต่ศักดิ์ศรีโง่ ๆ ห้ามไว้
ผมโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง
ไม่ถึงหนึ่งนาที—
หยิบขึ้นมาใหม่
เปิดแชต
พิมพ์
กูไม่ได้หมายความแบบนั้น
ลบ
มึงกลับบ้านดี ๆ
ลบ
อย่าอยู่กับเจดึก
ลบ
เพราะทุกประโยคเหมือนผมกำลังเรียกร้องสิทธิ์ที่ตัวเองบอกว่าไม่มี
สุดท้ายไม่ได้ส่งอะไร
⸻
เช้าวันรุ่งขึ้น เราไม่คุยกัน
ต้นไม่มาหา
ผมไม่ทัก
เที่ยงมันกินกับเจ
ผมกินกับพี่โอ๊ต
เย็นภาคส่งมาถามว่ากินข้าวไหม
ผมตอบตกลง
วันที่สองเหมือนกัน
วันที่สามก็เหมือนกัน
เหมือนเรากำลังแข่งกันว่า—
ใครจะอยู่ได้โดยไม่มีอีกคนดีกว่ากัน
ต้นลง Story กับเจ
ผมไม่ได้ตอบ
แต่ดูทุกอัน
ภาคส่งกาแฟมาให้
ผมวางไว้บนโต๊ะ
และรู้ว่าต้นเห็น
วันหนึ่งต้นหัวเราะเสียงดังกับเจตรง Pantry
วันนั้นผมตอบข้อความภาคต่อหน้ามันทั้งที่ไม่มีอะไรต้องรีบตอบ
เราสองคนแม่งเด็ก
อายุรวมกันห้าสิบเจ็ดปี
แต่ทำตัวเหมือนเด็กมัธยม
⸻
จนวันพฤหัส
ประมาณหกโมงครึ่ง
ผมลงไปที่ลานจอดรถ
ภาครออยู่ข้างรถ
เขาบอกว่าจะพาไปลองร้านใหม่
“เหนื่อยไหมวันนี้”
เขาถาม
“นิดหน่อยครับ”
ภาคเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้
ผมหัวเราะ
“ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้พี่”
“บริการคนที่จีบอยู่ครับ”
“ขายตรงมาก”
“กลัวลูกค้าไม่รู้ Product Positioning”
ผมหัวเราะ
กำลังจะขึ้นรถ
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“พี่นนท์”
ผมหัน
ต้นยืนอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร
คนเดียว
ไม่มีเจ
ผมหยุด
“ว่า?”
มันเดินเข้ามา
ช้ากว่าปกติ
สายตามองภาค
แล้วมองประตูรถที่ภาคเปิดให้ผม
“กลับแล้วเหรอ”
“อือ”
“ไปกินข้าว?”
“อือ”
“กับพี่ภาค?”
ผมเริ่มหงุดหงิด
“มึงเห็นอยู่”
ต้นพยักหน้า
“ครับ”
มันยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่ไปไหน
ภาคมองผม
ก่อนพูด
“ผมไปรอในรถก่อนนะ”
“ครับพี่”
ภาคขึ้นรถ
เหลือผมกับต้น
ลานจอดรถเงียบ
“มีอะไร”
ผมถาม
ต้นมองผม
“ไม่มี”
ผมหัวเราะอย่างหงุดหงิด
“มึงเดินตามลงมาเพื่อบอกไม่มี?”
“ผมแค่…”
มันหยุด
“แค่อะไร”
“ช่างมันเถอะ”
มันหันหลัง
ความอดทนผมขาด
“ต้น”
มันหยุด
“มึงจะเอายังไงกับกูวะ”
ต้นหันกลับทันที
“ผม?”
“เออ”
ผมเดินเข้าไปใกล้
“มึงถามว่ากูไปไหน กับใคร กลับกี่โมง”
“…”
“แต่พอกูถามมึงบ้าง มึงประชด”
ต้นหัวเราะ
“แล้วพี่มีสิทธิ์ถามผมเหรอ”
“มึงก็ถามกูเหมือนกัน!”
“ใช่!”
เสียงมันดังขึ้น
“แล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์เหมือนกันไง!”
ผมหยุด
ต้นหายใจแรง
ดวงตามันแดงขึ้นนิดหนึ่ง
“ผมรู้แล้วพี่”
“…”
“ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์”
“ต้น…”
“เพราะงั้นผมถึงพยายามถอยอยู่”
“ถอยเหี้ยอะไร มึงเอาเจมาประชดกูทุกวัน”
“แล้วพี่ล่ะ!”
มันสวนทันที
“พี่เอาพี่ภาคมาประชดผมหรือเปล่า”
ผมเงียบ
เพราะจริง
บางครั้ง—
จริง
ต้นหัวเราะทั้งที่ตาแดง
“เห็นไหม”
“…”
“เราสองคนแม่งเป็นเหี้ยอะไรกันวะ”
คำถามนั้นทำให้ผมพูดไม่ออก
ต้นมองหน้าผม
“ถ้าพี่ไม่ได้ชอบผม…”
เสียงมันเบาลง
“ก็เลิกทำเหมือนผมเป็นของพี่สักที”
หัวใจผมกระตุก
“กูไม่เคยคิดว่ามึงเป็นของกู”
“แต่พี่ทำ!”
ต้นพูดเสียงดัง
“พี่ไม่ชอบเวลาผมอยู่กับเจ”
“…”
“พี่ไม่ชอบเวลาผมกลับกับมัน”
“…”
“พี่อยากให้ผมกลับไปนั่งข้างพี่”
“…”
“พี่ถามว่าผมกินข้าวกับใคร”
เสียงมันเริ่มสั่น
“แล้วพอผมถามว่าทำไม…”
มันหยุดหายใจ
“พี่ตอบไม่ได้สักครั้ง”
ผมมองหน้ามัน
ใกล้มาก
ใกล้จนเห็นว่าตามันแดงจริง ๆ
ผมอยากยกมือแตะ
แต่ไม่กล้า
“ต้น”
“ถ้าพี่ชอบพี่ภาคก็ไปกับเขา”
“กูไม่ได้บอกว่าชอบ”
“งั้นพี่ชอบใคร”
คำถามนั้นทำให้โลกเงียบลง
ผมมองมัน
ต้นรอ
ผมรู้ว่าคำตอบอยู่ตรงหน้า
รู้แล้วด้วยซ้ำ
แต่การยอมรับว่าผมอาจชอบผู้ชายคนหนึ่ง—
ไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเตรียมตัวไว้
และการยอมรับว่าผมชอบ มัน
ยิ่งน่ากลัวกว่า
เพราะถ้าพูดออกไป—
ผมอาจเสียมันจริง ๆ
ผมเงียบนานเกินไป
อีกครั้ง
ต้นพยักหน้า
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมา
มันรีบเช็ด
“เข้าใจแล้ว”
“เดี๋ยว”
ผมจับข้อมือมันไว้
เป็นครั้งแรกในหลายวันที่เราแตะตัวกัน
ต้นหยุด
ก้มมองมือผม
ก่อนเงยหน้าขึ้น
“ปล่อยเถอะพี่”
ผมไม่ปล่อย
“กูไม่ได้อยากให้มึงไป”
เสียงตัวเองเบากว่าที่คิด
ต้นมองผม
“แล้วพี่อยากให้ผมอยู่ในฐานะอะไร”
ผมตอบไม่ได้
อีกแล้ว
สีหน้าต้นเปลี่ยน
มันไม่ได้โกรธ
มันเหมือนหมดแรง
มือมันค่อย ๆ ดึงออกจากผม
ครั้งนี้ผมปล่อย
“ถ้าพี่ยังตอบไม่ได้…”
มันสูดหายใจ
“ก็อย่ารั้งผมเลย”
แล้วเดินจากไป
ผมยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่ได้เรียก
ไม่ได้ตาม
เพราะไม่รู้ว่าถ้าตามไปแล้ว—
ผมจะพูดอะไร
⸻
ภาคลงจากรถหลังจากนั้นประมาณหนึ่งนาที
เขาไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เพียงเดินมายืนข้างผม
“วันนี้ไม่ต้องไปกินข้าวก็ได้นะ”
ผมหัวเราะเบา ๆ
“เห็นหมดเลยเหรอพี่”
“นิดหน่อย”
“ขายหน้าฉิบหาย”
“ไม่หรอก”
ผมมองไปทางที่ต้นเดินหายไป
“พี่”
“ครับ”
“ผมแม่งแย่มากไหม”
ภาคเงียบไปครู่หนึ่ง
“ผมว่าคุณกลัว”
ผมหันไป
“กลัวอะไร”
“อันนี้คุณต้องตอบเอง”
เขายื่นกุญแจรถในมือไปมา
“แต่ผมบอกอะไรอย่างได้ไหม”
“ครับ”
“อย่าใช้ผมประชดเขา”
ผมนิ่ง
ภาคยิ้มบาง ๆ
“ผมชอบคุณจริงนะ”
ประโยคนั้นทำให้ผมรู้สึกผิดทันที
“ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไร”
“ผม…”
“แล้วก็อย่าใช้ผู้ชายคนนั้นประชดตัวเองด้วย”
ผมขมวดคิ้ว
ภาคมองไปทางประตู
“ถ้าชอบก็ยอมรับว่าชอบ”
“ถ้าไม่ชอบก็ปล่อยเขาไป”
เขาหันกลับมาหาผม
“แต่ที่คุณทำอยู่ตอนนี้ คุณไม่ได้ปล่อย”
ผมเงียบ
“คุณแค่ไม่ยอมจับมือเขา”
ประโยคนั้นอยู่กับผมตลอดทางกลับบ้าน
⸻
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ
ตีหนึ่ง
ตีสอง
ตีสาม
ผมเปิดแชตต้นหลายครั้ง
ไม่มีข้อความ
ผมพิมพ์
ขอโทษ
ไม่ส่ง
พิมพ์
พรุ่งนี้คุยกัน
ไม่ส่ง
สุดท้ายตอนตีสามสิบสอง ผมส่งไปเพียงประโยคเดียว
นนท์: กูยังตอบมึงไม่ได้ แต่กูไม่อยากให้มึงหายไป
อ่านตอน 03:19
ไม่มีคำตอบ
ผมวางโทรศัพท์ไว้บนอก
หลับตา
ก่อนมันจะสั่นตอน 03:27
ต้น: พี่แม่งใจร้ายว่ะ
ผมรู้สึกจุก
นนท์: รู้
ต้น: ผมพยายามจะไม่ชอบพี่อยู่
มือผมหยุด
นนท์: แล้วทำได้ไหม
สามจุดขึ้น
หาย
ขึ้นใหม่
ต้น: ไม่ได้
ผมหลับตา
คราวนี้น้ำตาผมไหลออกมาเอง
ผมพิมพ์
นนท์: กูก็พยายามไม่คิดอะไร
มันอ่าน
ต้น: แล้วทำได้ไหม
ผมมองคำถามเดียวกัน
คำตอบง่ายมาก
แต่ใช้เวลาผมเกือบเดือนกว่าจะยอมรับ
นนท์: ไม่ได้เหมือนกัน
อ่านทันที
ไม่มีใครส่งอะไรต่อ
แต่ครั้งนี้ความเงียบไม่เหมือนทุกครั้ง
เพราะเราสองคนรู้แล้วว่า—
มันมีอะไรบางอย่างอยู่จริง
เพียงแต่ยังไม่มีใครกล้าเรียกชื่อมัน
⸻
เช้าวันศุกร์
ผมตื่นหลังจากนอนไปไม่ถึงสามชั่วโมง
มาถึงบริษัทสาย
ต้นอยู่แล้ว
เราเจอกันตรง Pantry
สองคนหยุดพร้อมกัน
ไม่มีใครพูด
หน้ามันดูโทรมพอ ๆ กับผม
สุดท้ายต้นถาม
“นอนกี่โมง”
“เกือบสี่”
“เหมือนกัน”
เงียบอีก
ผมมองมัน
“เย็นนี้ว่างไหม”
ต้นลังเล
“ทำไม”
“คุยกัน”
มันมองหน้าผมนานมาก
ก่อนพยักหน้า
“ครับ”
ผมกำลังจะเดินออก
ต้นเรียก
“พี่”
“หือ”
“วันนี้ผมต้องไปหาลูกค้ากับเจ”
ผมหยุด
มันรีบพูดต่อ
“งานจริง ๆ”
ผมเกือบยิ้ม
“กูยังไม่ได้ว่าอะไร”
“บอกไว้ก่อน”
“ทำไมต้องบอก”
ต้นมองผม
ก่อนตอบเบา ๆ
“ไม่อยากให้พี่คิดมาก”
ผมยิ้มออกมาจริง ๆ
“เออ”
“แล้วพี่ภาคล่ะ”
“วันนี้ไม่ได้เจอ”
สีหน้าต้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อ๋อ”
ผมหัวเราะ
“ดีใจ?”
“เปล่า”
“หน้ามึงออก”
“ไปทำงานเลยพี่”
ผมเดินออกจาก Pantry
เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่รู้สึกเหมือนหายใจได้เต็มปอด
แต่ผมไม่รู้เลยว่า—
คืนวันศุกร์ที่เราตั้งใจว่าจะนั่งคุยกันดี ๆ
ฝนจะตกหนักจนถนนแทบมองไม่เห็น
งานด่วนจะทำให้ทั้งออฟฟิศเหลือเพียงเราสองคน
และบทสนทนาที่ควรจบด้วยคำว่า
เราเป็นอะไรกัน
จะพาเราไปไกลกว่าที่ทั้งผมและต้นตั้งใจไว้มาก สนุกมากครับ โอยยิ่งอ่านยิ่งลุ้นครับ ซับซ้อน ขอบคุณมากๆครับ รอลุ้นต่อเลย กำลังจะดีกันแล้ว
หน้า:
[1]