Beneath the Neon Thong (การค้นพบตัวตนใต้แสงนีออน) บทที่ 5 เมาแสง
หากใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้านี้ ติดตามได้ทางนี้ครับบทที่ 1 ช่องว่างหลังจบการศึกษา https://www.g4guys.com/thread-207499-1-1.htmlบทที่ 2 ผู้โชคดีโต๊ะสี่สิบสาม https://www.g4guys.com/thread-207558-1-1.htmlบทที่ 3 เดิมพัน https://www.g4guys.com/thread-207729-1-1.htmlบทที่ 4 รสชาติของความพ่ายแพ้ https://www.g4guys.com/thread-207806-1-1.html
บูมลุกจากเก้าอี้ในสภาพเหลือเพียงบ็อกเซอร์บรีฟสีแดง คลิปเขียวเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงสะโพก ปีเตอร์ไม่ได้ลุกตาม เพียงเอนหลังดูเหมือนคนที่วางหมากไว้แล้วกำลังรอว่าหมากตัวนั้นจะเดินไปทางไหน
โต๊ะแรกเป็นชายวัยกลางคนสองคน คนหนึ่งยกแก้วขึ้น
“โชว์ดีมากครับน้อง ใจถึงจริง” ชายวัยกลางคนชม
“ขอบคุณครับ” บูมยกมือไหว้โดยอัตโนมัติ ทำให้ทั้งโต๊ะหัวเราะอย่างเอ็นดู
“มารยาทดีเสียด้วย ขอแตะหลังได้ไหมครับ” ชายคนเดิมถาม
บูมหันไหล่ให้นิดหนึ่ง “ได้ครับ”
ฝ่ามือใหญ่ตบลงกลางหลังอย่างเป็นมิตร ไม่ได้ลวนลามอย่างที่เขากังวล ความตึงในไหล่จึงคลายลง
โต๊ะถัดไปเป็นกลุ่มหนุ่มวัยใกล้กัน คนสวมแหวนที่จมูกมองเขาตั้งแต่หน้าอกถึงขอบกางเกงใน
“นายโคตรดีเลย ขึ้นครั้งแรกจริงดิ” ชายสวมแหวนจมูกถาม
“จริงครับ ผมยังงงอยู่เลย” บูมตอบ
“ขอจับแขนได้ไหม” ชายคนเดิมถามต่อ
บูมพยักหน้า อีกฝ่ายลูบจากข้อมือถึงต้นแขนช้า ๆ แล้วปล่อยตามมารยาท
“ถ้ากลับมาแสดงอีก บอกด้วยนะ” ชายคนนั้นว่า
“ผมจะบอกยังไงล่ะครับ เรายังไม่รู้จักกันเลย” บูมย้อน
คนทั้งโต๊ะหัวเราะ ชายคนนั้นยื่นโทรศัพท์ให้ “งั้นแลกไอจีไหม”
บูมชะงัก เขานึกถึงภาพบนเวทีที่อาจอยู่ในโทรศัพท์ของคนตรงหน้า แล้วส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “วันนี้ขอผ่านก่อนครับ”
“ได้ ไม่มีปัญหา” อีกฝ่ายยกมือยอมแพ้ทันที “แต่คำชมยังเหมือนเดิมนะ นายฮอตมาก”
การที่อีกฝ่ายยอมรับคำปฏิเสธโดยไม่เซ้าซี้กลับทำให้บูมสบายใจขึ้น เขาเริ่มเข้าใจว่าคลิปเขียวไม่ใช่การสละสิทธิ์ในร่างกาย แต่เป็นการเปิดบทสนทนา เขาเลือกได้ทีละมือ ทีละสายตา ทีละคำขอ
บูมหัวเราะแล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนเดินต่อไปทางด้านหลังของร้าน
ชายหนุ่มวัยใกล้กันคนหนึ่งนั่งอยู่ตามลำพังที่โต๊ะมุมห้อง เมื่อเห็นบูมเดินมา อีกฝ่ายขยับตัวนั่งตรง มือที่วางอยู่ข้างแก้วเลื่อนกลับไปอยู่บนตัก
“สวัสดีครับ” บูมเป็นฝ่ายทัก
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มตอบทันที ก่อนเงียบไปเหมือนนึกคำพูดต่อไม่ออก
บูมหยุดข้างโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าควรชวนคุยหรือปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งตามสบาย แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ ชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“เมื่อกี้แสดงดีมากเลยครับ” ชายหนุ่มชม
“ขอบคุณครับ” บูมยิ้ม “ผมนึกว่าจะทำอะไรผิดไปแล้วเสียอีก เห็นคุณเงียบ”
“เปล่าครับ ไม่ใช่เลย” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ ก่อนยิ้มอย่างเก้อ ๆ “ผมแค่ไม่รู้จะพูดอะไร”
“ผมก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันครับ” บูมยอมรับ “เพิ่งเคยเดินทักคนทั้งร้านแบบนี้ครั้งแรก”
อีกฝ่ายหลุดหัวเราะ ไหล่ที่เกร็งอยู่จึงผ่อนลงเล็กน้อย เขาเหลือบมองคลิปสีเขียวตรงสะโพกบูม ก่อนถามด้วยเสียงเบากว่าเดิม
“ผมขอจับแขนได้ไหมครับ” ชายหนุ่มถาม
“ได้ครับ” บูมตอบ พร้อมยื่นแขนให้เล็กน้อย
ชายหนุ่มยกมือขึ้น แต่ยังชะงักอยู่จนบูมพยักหน้าให้อีกครั้ง เขาจึงแตะต้นแขนบูมเพียงครู่เดียวแล้วถอนมือกลับ
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มบอก
บูมยิ้มรับ อีกฝ่ายดูเขินเสียจนเขาพลอยทำตัวไม่ถูกไปด้วย ทั้งที่เมื่อครู่ยังต่อปากต่อคำกับคนโต๊ะข้าง ๆ ได้อยู่เลย
“นั่งดูให้สนุกนะครับ” บูมบอก ก่อนขยับหลบให้พนักงานที่ถือถาดเดินผ่าน
“ครับ” ชายหนุ่มตอบ แล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกนิด “คุณก็เหมือนกันนะครับ”
บูมหันกลับไปมอง อีกฝ่ายดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา
“หมายถึง…คืนนี้น่ะครับ ขอให้สนุก” ชายหนุ่มรีบอธิบาย
“ครับ คุณด้วย” บูมตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ
คราวนี้ชายหนุ่มยิ้มตอบได้โดยไม่หลบตาทันที บูมจึงพยักหน้าให้เขาอีกครั้ง
ตรงบาร์ บาร์เทนเดอร์ร่างหนาวางช็อตสีอำพันให้
“เครื่องดื่มฟรีของดาวดวงใหม่ครับ” บาร์เทนเดอร์บอก
บูมหัวเราะ “ยังไม่ใช่ดาวหรอกครับ แค่คนแพ้เกม”
“เรียวทำคนแพ้มาเยอะ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คนดูจำชื่อได้” บาร์เทนเดอร์ชี้ตั๋วในมือ “ดื่มช้า ๆ นะ คืนนี้คุณมีเบียร์ไปแล้วแก้วหนึ่ง”
บูมรับช็อตแต่เพียงจิบ ไม่ได้กระดกหมด เขาเริ่มสังเกตว่าคนในร้านนี้ดูแลกติกาจริงกว่าที่ภาพบนเวทีทำให้คิด
เมื่อเดินผ่านบูธด้านใน ชายตัวใหญ่เคราสีแดงยกมือขึ้น “ขอจับมือครับ ไม่ล้วง ไม่แกล้ง”
“ได้ครับ” บูมอนุญาต
อีกฝ่ายเขย่ามือเขาแรงจนตัวโยก “มีแววมากน้อง จำไว้นะ คนดูเสียงดังแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ารู้ว่าตัวเองโอเคกับอะไร”
คำพูดนั้นทำให้บูมยิ้ม “ขอบคุณครับ”
เขาเดินไปเรื่อย ๆ ความเขินยังอยู่ แต่ไม่ใช่ความอยากหายตัว ทุกคำชมทำให้หลังตรงขึ้น ทุกสายตาที่หยุดบนร่างทำให้เขารับรู้ตัวเองชัดขึ้น ผ้าสีแดงที่แนบสะโพกเริ่มปิดบังความตื่นตัวของเขาไม่อยู่ และแน่นอนว่าหลายคนสังเกตเห็น
แต่แทนที่จะรีบเอามือบัง บูมปล่อยแขนไว้ข้างตัว
ให้เขาเห็น
ความคิดนั้นชัดเจนจนเขาหยุดเดินชั่วขณะ
เขากำลังยอมให้คนอื่นเห็น ไม่ใช่เพราะแพ้ ไม่ใช่เพราะปีเตอร์สั่ง แต่เพราะการไม่ซ่อนทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังพูดความจริงบางอย่างโดยไม่ต้องใช้คำ
บูธสุดท้ายมีเรียวนั่งอยู่ เขาเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามดำกับกางเกงยีนส์แล้ว รอยสักโผล่จากชายเสื้อ
“ยังเดินไหวอยู่เหรอครับ” เรียวถาม
“พอไหวครับ” บูมตอบ
สายตาเรียวเลื่อนลงไปแล้วกลับขึ้นมา “ดูเหมือนชอบงานทักแขกนะ”
บูมหลุดหัวเราะ “ผมคิดว่าชอบครับ”
“ดีแล้ว แต่คืนนี้อย่าเพิ่งรับนัดส่วนตัวจากใครนะ คุณยังเมาแสงอยู่” เรียวเตือน
“เมาแสง?” บูมทวน
“อาการหลังลงเวทีครับ เหมือนอะดรีนาลีนยังค้าง ทำให้รู้สึกว่าตัวเองทำได้ทุกอย่าง” เรียวแตะคลิปเขียวเบา ๆ หลังบูมพยักหน้าอนุญาต “กลับไปคิดตอนหัวเย็นก่อนว่าคุณชอบอะไรจริง ไม่ชอบอะไรจริง”
“พูดเหมือนคุณปีเตอร์เลยครับ” บูมว่า
“ผมทำงานกับเขามาสามปีแล้ว ติดนิสัยมาบ้าง” เรียวยิ้ม “แต่ถ้าตอนหัวเย็นแล้วยังอยากรู้ว่าบนเวทีมีอะไรอีก มาหาผม”
บูมกลับมาที่โต๊ะ ปีเตอร์มองนาฬิกา “ครบทุกโต๊ะ สิบเจ็ดนาที ไม่หนีกลับก่อนด้วย”
“ผมบอกแล้วว่าจะทำครับ” บูมตอบ
“ดี” ปีเตอร์รับสั้น ๆ
บูมนั่งลง มองนักเต้นบนเวทีในชุดสีฟ้าสะท้อนแสง แล้วมองไปยังม่านแดงด้านหลัง เขาคิดถึงแมนกินี่สีชมพูของเรียว คิดถึงสายเส้นเล็กที่พาดลำตัว และเสียงเชียร์ตอนผ้าด้านล่างแทบปิดอะไรไม่ได้
คำถามหลุดออกมาก่อนจะทันอาย
“คุณปีเตอร์ครับ” บูมเรียก
“ว่าไง” ปีเตอร์ตอบ
“พวกแมนกินี่หรือชุดโป๊ ๆ ที่คุณเรียวใส่…หลังร้านมีให้ลองไหมครับ” บูมถาม
ปีเตอร์นิ่งไปครึ่งวินาที ก่อนรอยยิ้มช้า ๆ จะปรากฏ “มีสิ”
“ผมลองได้ไหม” บูมถามต่อ
“ได้ แต่ลองแล้วไม่ได้แปลว่าต้องใส่ออกมาให้ใครดูนะ” ปีเตอร์ลุกขึ้น “ตามผมมา”
หลังม่านแดง เสียงเบสเบาลงเหลือเพียงแรงสั่นในผนัง ห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยราวแขวนชุด สีสะท้อนแสง สายหนัง เลื่อม และผ้าบางจนดูคล้ายริบบิ้น เรียวนั่งพักอยู่บนโซฟา พอเห็นทั้งคู่ก็เลิกคิ้ว
“พาเด็กใหม่มาช้อปปิ้งเหรอ” เรียวแซว
“เขาขอเอง” ปีเตอร์ตอบ
บูมรีบเสริม “ผมแค่อยากลองดูครับ”
“ก็ลองสิครับ” เรียวลุกมาเปิดราวชุด “แต่คำเตือนนะ ของพวกนี้บนไม้แขวนดูชิ้นเล็ก พออยู่บนตัวจะรู้ว่ามันเล็กกว่าที่คิดอีก”
บูมไล่มองสีชมพู น้ำเงิน ม่วง ดำ จนสายตาหยุดที่จีสตริงสีเขียวนีออน ด้านหน้าเป็นผ้ารูปสามเหลี่ยมแคบ ด้านหลังเหลือเพียงเส้นเดียว
ปีเตอร์ตามสายตาเขาทัน “ตัวนั้นหรือ”
บูมพยักหน้า
“ห้องเปลี่ยนอยู่หลังฉาก ถ้าอยากเปลี่ยนคนเดียวก็เข้าไปได้” ปีเตอร์บอก
บูมมองปีเตอร์ แล้วมองเรียว ความร้อนวิ่งขึ้นแก้มอีกครั้ง “ถ้าผมเปลี่ยนตรงนี้…ได้ไหมครับ”
เรียวยิ้มกว้าง แต่ปีเตอร์ถามกลับอย่างสงบ “แน่ใจนะ ไม่ต้องทำเพื่อเอาใจใคร”
“ผมอยากรู้ว่าตอนพวกคุณมอง ผมจะรู้สึกเหมือนบนเวทีไหม” บูมอธิบาย
“งั้นเชิญ” ปีเตอร์ถอยไปพิงโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดระยะให้ “ตามที่คุณเลือก”
บูมถอดบ็อกเซอร์สีแดงออก หยิบจีสตริงสีเขียวขึ้นมาสวม เรียวช่วยบอกว่าสายด้านไหนอยู่ตรงไหนโดยไม่แตะตัว จนบูมดึงขอบผ้าขึ้นมาวางบนสะโพกได้สำเร็จ
เนื้อผ้าด้านหน้าแทบห่อหุ้มเขาไม่หมด ด้านหลังเป็นเส้นบางที่หายเข้าไประหว่างแก้มก้น ความรู้สึกไม่เหมือนการเปลือย เพราะผ้าชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้ปิด มันมีไว้ดึงสายตาไปยังสิ่งที่พยายามปิด
บูมหันไปทางกระจก ชายหนุ่มในนั้นยังใส่แว่นเดิม ผมสั้นยุ่งจากเหงื่อ หน้าแดงจัด แต่ร่างกายกลับดูเป็นของคนอีกคน—คนที่กล้ายืนรับการมองโดยไม่ห่อตัวหนี
“เป็นไง” ปีเตอร์ถาม
“เหมือน…” บูมแตะขอบผ้าตรงสะโพก “เหมือนไม่ได้ใส่อะไร แต่ตั้งใจให้รู้ว่าใส่อยู่ครับ”
เรียวหัวเราะ “เข้าใจเร็วมาก”
ปีเตอร์มองนาฬิกา “อีกสิบห้านาทีเป็นโชว์ปิดของเรียว คุณเปลี่ยนกลับเป็นบ็อกเซอร์แล้วไปดูจากโต๊ะก็ได้ หรือจะใส่ตัวนี้ออกไปนั่งก็ได้ คลิปเขียวย้ายมาติดได้เหมือนเดิม เลือกเอง”
เจ้าของร้านหันไปเรียกเรียวให้ไปตรวจลำดับโชว์กับทีมเวที เรียวหยิบเสื้อคลุมพาดแขน ก่อนชี้ไปที่บ็อกเซอร์สีแดงซึ่งพับอยู่บนเก้าอี้
“ค่อย ๆ เลือกนะครับ ไม่ต้องรีบตามออกมา” เรียวบอก แล้วเดินตามปีเตอร์พ้นประตูไป
เมื่อประตูปิดลง บูมจึงเหลืออยู่กับเงาของตัวเองตามลำพัง เสียงจากหน้าร้านเบาลงจนได้ยินพัดลมตัวเล็กบนโต๊ะเครื่องแป้ง เขาวางมือบนขอบโต๊ะ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้โดยไม่รู้ตัว
ไม่มีใครรอคำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว บ็อกเซอร์วางอยู่ใกล้มือ เขาเปลี่ยนกลับ หยิบเสื้อผ้า แล้วจบคืนนี้ตรงนี้ก็ได้ พรุ่งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นเพียงเรื่องหนึ่งที่เขานึกถึงแล้วหน้าแดงอยู่คนเดียว
บูมเอื้อมไปแตะผ้าสีแดง แต่ยังไม่ได้หยิบมันขึ้นมา
ตอนถูกประกาศหมายเลขโต๊ะครั้งแรก เขาแทบไม่มีเวลาทำความเข้าใจตัวเอง ทุกอย่างตามกันมาเร็วเกินไป ทั้งเสียงเชียร์ มือที่พาขึ้นบันได และแสงที่ทำให้มองอะไรข้างหน้าไม่ชัดนัก คราวนี้ไม่มีหมายเลขของเขาอยู่ในโถ ไม่มีใครเรียกชื่อ และไม่มีเกมให้ใช้เป็นข้ออ้าง
เขาหันกลับไปมองกระจก ความประหม่ายังอยู่ แต่เมื่อลองนึกภาพตัวเองกลับไปนั่งดูอยู่ที่โต๊ะ บูมกลับเสียดายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากรู้ว่าหากเป็นคนก้าวออกไปเอง ความรู้สึกจะต่างจากครั้งแรกเพียงใด
ไม่ได้แปลว่าต้องทำได้ทุกอย่างเหมือนเรียว แค่ลองในส่วนที่ตัวเองพร้อม และบอกตรง ๆ หากไม่ไหว
บูมยืนคิดต่ออีกครู่จนแน่ใจว่าตนไม่ได้เพียงรอให้ใครกลับมาชวน จากนั้นจึงละมือจากบ็อกเซอร์ เปิดประตู และรีบวิ่งตามทั้งคู่ไปตามทางเดิน
“คุณปีเตอร์ครับ คุณเรียวครับ รอก่อน” บูมเรียก
ทั้งคู่หยุดอยู่ก่อนถึงม่าน ปีเตอร์หันกลับมา ส่วนเรียวเลิกคิ้วเมื่อเห็นเขาตามออกมาในชุดเดิม
“ถ้าใส่ตัวนี้ขึ้นเวทีล่ะครับ” บูมถาม
ปีเตอร์กับเรียวมองเขาโดยยังไม่ตอบ บูมหยุดห่างออกมาสองก้าว รอให้ลมหายใจจากการวิ่งตามทันคำพูด
พอได้พูดออกไปจริง ๆ บูมจึงรู้ว่าตนประหม่ากว่าที่คิด แต่คราวนี้เขาไม่ถอยคำ
“ผมไม่ได้หมายถึงให้ผมทำโชว์เต็มนะครับ แค่…ยืนข้าง ๆ ก็ได้ หรือเดินออกไปช่วงท้าย ผมอยากลองถูกมองในชุดนี้” บูมรีบอธิบาย
ปีเตอร์ไม่ตอบทันที เขาหันไปหาเรียว “โชว์นี้เรียวเป็นคนคุม ว่าไง”
เรียวพยักหน้ากลับไปทางห้องแต่งตัว “งั้นกลับไปคุยลำดับกันก่อนครับ ตรงนี้เดี๋ยวขวางคนขนของ”
เมื่อกลับเข้าห้อง เรียวประเมินบูมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า คราวนี้สายตาไม่ได้มีแต่ความหิว หากมีความเป็นมืออาชีพเจืออยู่ด้วย
“ถ้าซ้อมสัญญาณกันก่อน และคุณทำตามที่ผมบอก ผมโอเคครับ” เรียวหันมาถาม “ถ้าผมแตะไหล่สองครั้ง แปลว่าหยุด ถ้าผมยกมือแบบนี้ แปลว่าถอยออกจากกลางเวที ถ้าคุณอยากหยุดเอง พูด ‘พอ’ หรือเดินออกได้ทันที เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ” บูมตอบ
ปีเตอร์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า “ผมจะถามอีกครั้งก่อนเปิดม่าน คุณยังเปลี่ยนใจได้จนวินาทีสุดท้าย”
“ครับ” บูมรับ
“แล้วตอนนี้ คำตอบคือ?” ปีเตอร์ถาม
บูมมองเงาตัวเองในกระจก มองจีสตริงสีเขียวที่เรืองอยู่บนผิวสีน้ำผึ้ง ก่อนหันกลับมา
“ผมอยากขึ้นครับ” บูมตอบ
สนุกมากครับ เริ่มกล้ามาทีละนิด รอติดต่อนะครับ ขอบคุณมากๆนะครับ
หน้า:
[1]