🛖 โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (22) ความทุกข์ที่ไม่มีพิธีรองรับ 🔥🔥🔥
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Djpark เมื่อ 2026-9-16 10:34-----------------------------------------------------------------------------------------------
คำแนะนำก่อนดื่มด่ำความเสียว
1. เรื่องราวทั้งหมดถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อความบันเทิงระดับพรีเมียม ตัวละครและชื่อที่ปรากฏเป็นเพียงสิ่งสมมติเพื่อปลุกเร้าอารมณ์เท่านั้น2. รูปภาพประกอบมีไว้เพื่อเพิ่มดีกรีความฮอตและอรรถรสในการรับชม ไม่ใช่บุคคลหรือสถานที่จริง3. หากมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เร้าใจ หรือมีการสะกดผิดเพี้ยนไปบ้าง ต้องขออภัย เพราะเราเน้นถ่ายทอด "ความรู้สึก" ให้ถึงพริกถึงขิงที่สุด4. ทุกฉากรักในเรื่องมีการป้องกันอย่างรัดกุมเสมอ เพราะความฟินที่สมบูรณ์แบบ ต้องมาคู่กับความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี5. คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ ยิ่งคอมเมนต์เกิน 50 เมนต์ แล้วตอนใหม่ๆ แกะกล่องจะรีบมาเสิร์ฟให้ฟินต่อเนื่องแบบไม่ต้องรอนานครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
🛖 โปนเซียง ตำนานกามารมณ์ บนที่ราบสูง // (22) ความทุกข์ที่ไม่มีพิธีรองรับ 🔥🔥🔥
“ช่วยด้วย… พ่อจ๋า… ช่วยด้วย…”
เสียงหวีดร้องโหยหวนของลูกชายตัวน้อยและภรรยาอันเป็นที่รัก ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในห้วงความฝันอันมืดมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าติดต่อกันมาตลอดทั้งปี แบบที่ไม่มีวันสิ้นสุด ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ณ ริมฝั่งแม่น้ำสายหลักอันเชี่ยวกราดห่างไปจากเขตหมู่บ้าน บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะอบอุ่นและสดใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืดมิดสนิทลงในชั่วข้ามคืนราวกับโลกแตกสลาย เมื่อเรือหาปลาลำเล็กของ 'สิน' ถูกกระแสน้ำวนขนาดยักษ์ที่หมุนวนบ้าคลั่งเข้าโจมตีอย่างไร้ความปรานี ภาพเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในวินาทีวิกฤตยังคงฝังแน่นอยู่ในรอยหยักของสมอง ภาพภรรยาอันเป็นที่รักและลูกชายตัวน้อยวัยกำลังซนตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยว เสียงเรียกชื่อพ่อด้วยความหวาดกลัวสุดขีดก่อนที่ร่างทั้งสองจะจมหายลับตาไปกับกระแสธารสีดำทะมึนยังคงกรีดแทะหัวใจของเขาไม่เคยหยุดหย่อน
ในค่ำคืนนั้น สินยืนตะลึงงันอยู่บนตลิ่ง ร่างกายแข็งทื่อราวกกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาเบิกโพลงมองร่างอันไร้วิญญาณและเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือที่ค่อยๆ เงียบหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่สองมืออันสั่นเทาของเขากลับทำได้เพียงแค่คว้าจับความว่างเปล่าเอาไว้เท่านั้น ความตายของลูกและเมียพรากเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าในชีวิตของชายฉกรรจ์ผู้เคยยิ้มง่ายออกไปจนหมดสิ้น นับตั้งแต่วันวินาศสันตะโรวันนั้นเป็นต้นมา สินผู้เคยอบอุ่นและร่าเริงที่สุดในหมู่บ้านก็พังทลายลงอย่างยับเยิน ลมหายใจเข้าออกกลายเป็นเพียงเศษซากของมนุษย์ที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
แม้ว่าในปัจจุบัน สินในวัยเกือบสี่สิบปีจะยังคงมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำดั่งขุนเขา มัดกล้ามเนื้อหนาแน่นตึงเปรี๊ยะที่เกิดจากการหักโหมทำงานหนักอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังจะใช้ความเหนื่อยล้าทางกายมาช่วยกลบเกลื่อนความทุกข์ระทมในใจจะยังคงชัดเจนอยู่ใต้ผิวสีเข้มกรำแดดกรำลม แต่แววตาคมคายคู่นั้นกลับหม่นหมอง มืดดับ และว่างเปล่าอย่างไร้ซึ่งประกายชีวิต ความแค้นเคืองต่อโชคชะตาอันอยุติธรรมและบาปกรรมที่เขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนพาทั้งคู่ไปสู่ความตาย กัดกินจิตใจของเขาไปทีละน้อยดั่งเชื้อร้าย สินมักจะปลีกตัวมานั่งนิ่งเงียบอยู่ริมตลิ่งสายเดิมเป็นเวลานานแรมชั่วโมง ปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านไปพร้อมกับความว่างเปล่าที่กัดเซาะหัวใจให้ผุพังลงไปเรื่อยๆ ทุกวันทุกคืน
“ไอ้สิน... เอ็งจะจมดิ่งอยู่กับความฝันและอดีตบ้าๆ พวกนั้นไปถึงไหนวะ”
เสียงทุ้มห้าวคุ้นเคยดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมบรรยากาศ 'ทิดหมาน' ผู้เป็นทั้งพ่อของเหม่าและเพื่อนสนิทมิตรสหายที่คบหาและร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่มฉกรรจ์ เดินฝ่าละอองน้ำค้างยามเช้าเข้ามาหาเพื่อนรักที่ยังคงนั่งเหม่อลอยซูบผอมอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ข้างกระท่อมร้างริมน้ำ สินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่ที่ไร้แววหันมาสบตากับเพื่อนสนิทด้วยความเหนื่อยล้าเกินจะเอ่ย
“ชีวิตของข้ามันจมดิ่งและตายไปพร้อมกับเรือลำนั้นตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อนแล้วล่ะหมาน... ข้าไม่เหลืออะไรให้ต้องห่วงหาอาลัยหรือต้องทำใหม่อีกแล้วในชีวิตนี้”
สินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความสิ้นหวังจนคนฟังต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทิดหมานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหนักหน่วง ดวงตาคู่ฝ้าฟางมองเพื่อนรักที่จมปลักอยู่กองทุกข์จนธาตุไฟในตัวแตกซ่าน ร่างกายที่เคยกำยำแข็งแกร่งกำลังถูกความทุกข์ทรมานบีบคั้นจนแทบจะกลายเป็นคนวิกลจริตเข้าไปทุกที
“ถ้าเอ็งคิดว่าตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว... ก็จงอยู่เพื่อลมหายใจของตัวเองเถอะวะไอ้สิน ข้าทนเห็นเอ็งตายทั้งเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” ทิดหมานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากก้นบึ้งของหัวใจ
“วันนี้ ข้าจัดแจงทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว... ที่กระท่อมท้ายป่า เหม่าลูกชายข้า มันพอจะมีวิชาทางกายที่จะช่วยเยียวยาและปลดปล่อยธาตุไฟในตัวเอ็งได้ มันไม่ใช่พิธีกรรมบ้าบอคอแตกของพวกคนแก่หัวโบราณในหมู่บ้านหรอก แต่มันคือการบำบัด... เป็นการระบายความอัดอั้นตันใจที่เอ็งเก็บกดไว้ข้างในผ่านร่างกายนี่แหละ”
“เหม่า? ลูกชายเอ็งน่ะรึจะมาช่วยอะไรข้าได้?” สินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยความประหลาดใจ
“เหม่ามันผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมาเยอะสิน เอ็งเชื่อข้าเถอะ... มันเข้าใจความเจ็บปวดดีกว่าใครทั้งหมด ไปเถอะว่ะ ไปหาเขาที่กระท่อมท้ายป่าบ่ายนี้ ถือเสียว่าข้าขอร้องในฐานะเพื่อนรักคนหนึ่งที่ไม่อยากเห็นเอ็งแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปมากกว่านี้เลย”
**** Hidden Message *****ตลอดทั้งคืน กระท่อมหลังน้อยกลางป่าลึกอบอวลไปด้วยเสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังก้องยันเช้า มันเป็นเสียงแห่งการเยียวยา เสียงแห่งการมีชีวิตอยู่ และเสียงแห่งการต้อนรับอนาคตใหม่ บาดแผลที่เคยฝังลึกในใจของลุงสินค่อยๆ จางหายไปทีละนิด ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสของคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง ในยามที่ตะวันเริ่มทอแสงเหนือยอดไม้ ทั้งสองคนก็ยังคงกอดเกี่ยวกันไว้ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงกว่าวันวาน สินรู้ดีว่าความเจ็บปวดอาจจะยังทิ้งร่องรอยไว้บ้าง
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป
.
.
.
.
.โปรดติดตามตอนต่อไป
อยากอ่านตอนอื่น/เรื่องอื่นเพิ่มเติม จิ้ม --> สารบัญงานเขียน ของ DJpark
ใกล้ถึงจุดไคลแมกซ์แล้วครับ
แต่ระหว่างทางมันจะค่อยๆ หล่อหลอมในตอนจบ
ฝากติดตามด้วยนะครับว่าจะจบยังไง
มาแล้วววว เรื่องราวจะออกมาแนวไหนนะ
สนุกมากครับ สนุกมากครับ ตามอ่านตลอดเลยครับ ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ติดตามครับ รออ่านครับ ขอบคุณ ขอบคุณครับ ขอบคุณ ตามตลอดๆ
😀😀 รอเลยครับเรื่องนี้ ดีงามม
มาๅ ขออ่านด้วยคนครับ ขอบคุณครับ
ลุงสินน้ำแตกได้โครตมันส์ แตกจนคนอ่านเสียว