กอทอฒอ โพสต์ 2026-9-9 14:16:37

อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 15 ( 10 09 69 )

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กอทอฒอ เมื่อ 2026-9-11 09:48

{:7_361:}กระเทยเฒ่าเล่าเรื่อง{:7_361:}{:7_363:}เพราะคิดถึง...จึงกลับมางานเขียนอีกรอบค่ะ{:7_363:}

{:7_362:}อสังหาป่าเดียวกัน{:7_362:}

ตอนที่ 15 : ไวรัล...ไอดอลหน้าใหม่

https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202608/20/210826gojqd9egwrqpdhr6.jpg
ปรีย์ ฌากรณ์ หนุ่มใหญ่มัดใจหนุ่มน้อย"เฮียจะปกป้องคนที่รักเฮียและจะไม่ให้ใครทำร้ายพวกเราได้อีกต่อไป"

ต่อจากตอนที่แล้ว
{:7_361:}
ชั่วอึดใจ เวลาผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที...เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* มาแต่ไกล นุ๊กโกะเดินนวยนาดสับขาฉับๆ เข้ามาด้วยท่วงท่าผู้นำแฟชั่น ด้านหลังมีลูกน้องกะเทยเด็กอีกสามคนเดินหิ้วถุงกระดาษหรูสีแดงสด ตัวหนังสือสีทองอร่าม สลักโลโก้แบรนด์ห้างหรูสี่ถุงใหญ่
"ขอโทษที่มาช้าค่ะ! สั่งหนึ่งชุดใช่มั้ยคะ?
แต่นุ๊กจัดเต็มจัดมาให้สี่ค่ะ!
น้องโด่ง เข้ม ดาย ของนุ๊กต้องหล่อด้วยค่ะ!"

นุ๊กโกะจีบปากจีบคอพูดพลางกวาดสายตาไปรอบห้อง
"ไหนคะ... หนุ่มๆออกมาจากโคลนตมหรือยัง?"
ยังไม่ทันขาดคำ... ร่างของสามหนุ่มวัย 18, 17 และ 16 ปี ที่มีส่วนสูงไล่เลี่ย
เกิน 170 เซนติเมตรขึ้นไป ก็ก้าวเท้าพ้นบานมู่ลี่ไม้ออกมา

ทั้งสามอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูสีขาวสะอาดตา ผิวผ่อง ออร่าสว่างวาบ
กระแทกตาสไตลิสต์เข้าอย่างจัง พวกเขาพร้อมสำหรับการเปลี่ยนลุคใหม่

ออร่าความหล่อสดใหม่ ความสดใสของเด็กหนุ่มรากหญ้าที่เพิ่งผ่าน
การฟื้นฟูผิวพรรณ ส่องประกายสว่างวาบจนห้องรับรองดูคับแคบไปถนัดตา

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
นุ๊กโกะตกตะลึงจนมือไม้สั่น ปากสั่นระริก ถุงกระดาษแทบหลุดจากมือ!
ก่อนที่จริตสไตลิสต์สายอาร์ตจะพุ่งทะลุขีดจำกัด

นุ๊กโกะวิ่งถลาเข้าหาร่างแกร่งของ **เข้ม** ที่แผ่ออร่าดึงดูดด้วยความน่ารัก
สไตล์หนุ่มตี๋ มันฟุ้งกระจายออกมาแรงที่สุดในบรรดาสามคน
"ว้ายยยย! ซุปตาร์ของซั้นนน!" นุ๊กโกะกรีดร้องเสียงหลง ซุกหน้าลงกับ
แผ่นอกใต้ผ้าคลุมอาบน้ำของเข้ม ก่อนจะหันไปหาปรีชาด้วยสายตาวิวับ
"เฮียขาาาา! คนนี้นุ๊กจองเป็นผู้จัดการส่วนตัวนะคะ ปังแน่นอนค่ะ!"
เสียงหัวเราะแห่งความสุขดังสนั่นทั่วทั้งซันชายสปา เข้มได้แต่หัวเราะเกาหัว
แก้เขินยามถูกกะเทยสาวร่างอวบกอดรัด

ซันซันเดินเข้ามาเชิญปรีชาไปห้องแต่งตัวและช่วยปรีชาแต่งกายด้วยชุด
เสื้อเชิ้ตลำลองเนื้อผ้าลินินสีครีมเนื้อดี ที่เข้ากับกรอบหน้าหล่อเรียบหรู

ขณะที่สามหนุ่มหล่อ... นุ๊กโกะเหมาดูแลเนรมิตร่างใหม่ให้ทั้งหมด
ตั้งแต่หัวจรดเท้า เตรียมพร้อมสลัดคราบรากหญ้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของมหานคร!

กลิ่นหอมอโรมาของไอตะไคร้สดชื่นตัดกับกลิ่นสมุนไพรที่ยังอบอวลอยู่
บรรยายกาศที่ซบเซาก่อนหน้าที่เหล่าบรรดาหนุ่มๆจะก้าวเท้าเข้ามา

บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศอันโปร่งเบา ตรงใจกลางโถงรับรอง
ของซันชายสปา แสงไฟวอร์มไลท์ส่องกระทบผิว น้ำตกจำลองส่งเสียง
*ซ่า... ซ่า...*ขับเน้นรอยยิ้มร่าเริงของซันซันที่พรมอยู่บนใบหน้า

ละอองความสุขสว่างวาบขึ้นในนัยน์ตาคู่สวย นานมากแล้วที่พนักงานทุกคน
ไม่ได้เห็นเจ้าของร้านยิ้มได้กว้างจนเห็นประกายฟันสวย ริมฝีปากอิ่มเอิบ
หยาดน้ำตาที่เคยไหลกังวล ตอนนี้เหือดแห้งสลายไปไร้ร่องรอย
สี่หนุ่มหล่อและสองสาวสองยืนรวมกลุ่มกันเป็นก้อนพลังงานสดใหม่
ต่างหมุนตัวชื่นชมผลงานการจัดชุดของสไตลิสต์รากหญ้าผู้กำลัง
จะส่องแสงและก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
"ว่าแล้ว! ชั้นคิดไว้ไม่มีผิด!"
นุ๊กโกะเอื้อนเอ่ยจีบปากจีบคอพลางจริตจะก้านจัดเต็ม มือเรียวอวบ
ไล้จับปกเสื้อ ปรับทรงรอยพับกางเกงให้เข้ากรอบสรีระ

"น้องๆ สามคน ใส่ชุดไหนก็หล่อ... เพราะโครงสร้างรูปร่างของพวกเขา
มันดีมาตั้งแต่รากฐานแล้วค่ะ เดาว่าหล่อมาตั้งแต่เกิด!"
ปรีชาผ่อนแผ่นหลังพิงเสาไม้ฮิโนกิ ทอดท่อนแขนกอดอกนิ่ง
นัยน์ตาคมกริบทอดมองสามหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน...

ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่ดูแลสรีระตัวเองเป๊ะปังทุกตารางนิ้วอย่างปรีชา
ยอมรับในใจทันทีว่าบัดนี้เด็กหนุ่มทั้งสามคนมีออร่าเปล่งประกาย
ไม่ต่างจากซุปตาร์ที่เพิ่งก้าวลงมาจากแคตวอล์ก
**โด่ง** หนุ่มหน้าไทยคมเข้ม เรือนร่างกำยำผิวสีน้ำผึ้งฉ่ำผุดผาด
อยู่ในชุดเชิ้ตผ้าไหมลินินแขนยาวสีดำสนิท ปลดกระดุมสองเม็ดบน
เปิดเปลือยรอยแยกของแผ่นอกแน่นตึงที่เพิ่งผ่านการบำรุงมา

สวมทับด้วยกางเกงสแล็กทรงสลิมสีกราไฟต์ เข็มขัดหนังแท้หัวโลหะเรียบหรู
และนาฬิกาเรือนเหล็กทรงสปอร์ตบนข้อข้อมือแกร่ง

ทุกครั้งที่ส้นรองเท้าโลฟเฟอร์หนังแท้สีดำเงาวับกระทบพื้นหินอ่อนดัง
*ตึก... ตึก...* ก้องสะท้อนความขรึมและเสน่ห์ลึกล้ำชวนเคลิบเคลิ้ม

นัยน์ตาคมกริบซ่อนกระแสความลุ่มลึกยามทอดสายตาสบประสานกับปรีชา
สื่อสารภาษากายแห่งความจงรักภักดีและพันธนาการทางอารมณ์ที่อุ่นร้อน
ไร้ข้อสงสัย
ขณะที่ **เข้ม** มาในลุคหนุ่มตี๋หน้าใส ขาวออร่า สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นผ้าซาติน
ลายปริ้นต์แนวอาร์ตสีเอิร์ธโทน-ทอง เรียบร้อยดูแต่มีความซุกซนในลายผ้า
ปลดกระดุมโชว์สร้อยคอเงินแท้เส้นบางขับผิวเรือนหอให้ระหง

กางเกงชิโน่สีครีมทรงสลิมโชว์เรียวขายาวสูงสาง รอยยิ้มขี้เล่นเปิดกว้าง
และสายตาสว่างไสวแบบแจกจ่ายความรักไปทั้ง “ผมรักทุกคนนะครับ”
คือเสียงจากความหล่อตะโกน ที่ทำให้ออร่าความหล่อสดใหม่ฟุ้งกระจาย
ส่วน **ดาย** น้องเล็กวัยสิบหกที่มีใบหน้าคมเข้มสไตล์หนุ่มแขก คิ้วหนาดกดำ
ดวงตาคมโตและขนตาเป็นแพสวยงาม โดดเด่นในชุดเสื้อโปโลไหมพรมถักสีฟ้าหม่น
เนื้อนุ่มดีไซน์วัยรุ่นอินเตอร์

กางเกงสแล็กสีขาวสะอาดตาทรงสลิมแม้ท่าทางยังคงมีความเกร็งขวยเขิน
อยู่บ้าง ทว่าก็เป็นความละมุนตาที่ชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความเอ็นดู แต่หาก
เพ่งมองลึก จะเห็นความหล่อแท้ปรากฏปานสืบสายมาจากมหาราชา
หัวใจของปรีชาพองโตจนแทบแน่นอก รอยยิ้มสลักลึกอยู่บนริมฝีปากหยัก
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กหนุ่มจากตมรากหญ้า ที่เคยมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง
ในคืนที่มืดมิด จะสามารถสลัดคราบแล้วขึ้นมาสูงส่ง เชิดชูได้ไกลถึงเพียงนี้...
ทว่าความคิดอึ้งตะลึงที่กำลังจมไปกับความหล่อของปรีชาก็ถูกขัดจังหวะลง"พอใจมั้ยคะเฮียปรี?"
ทั้งซันซันและนุ๊กโกะต่างประสานเสียงถามพลางเอียงคอขยิบตา
ตอนนี้ทั้งสองสาวพร้อมใจกันเรียกว่า ‘เฮียปรี’ ตามเด็กๆ ไปเรียบร้อยแล้ว
ยิ่งเพิ่มความสนิทสนมและคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น
ปรีชาปรับสีหน้าให้ขรึมลงในทันที ทำนัยน์ตาให้เรียบเยือกเย็นขึ้น
"แย่นะคุณนุ๊ก...แย่มากๆ"
"ว้ายยยย!" นุ๊กโกะตกใจจนอุทานเสียงหลง ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน!
จากคนที่กำลังเคลิ้มฝันกับผลงานชิ้นเอกที่ตั้งใจเต็มที่ รอรับคำชม
แต่กลับถูกแขกผู้จ่ายเงินมหาศาลบอกว่า 'แย่' ใบหน้าอวบแต่งเมคอัพ
เริ่มเสียทรง ท่าทางเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
"แย่มาก... ทำไมทำพวกนี้หล่อกว่าผมได้เยอะขนาดนี้? แย่จริงๆ!"
*ครืน!*
เสียงหัวเราะดังลั่นกังวานสนั่นโถงสปา! นุ๊กโกะที่รู้ตัวว่าโดนเฮียปรีเล่นงาน
เข้าให้แล้ว หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ยกมือขึ้นทุบแขนแกร่งของปรีชาเบาๆ
แก้เขิน ก่อนจะรีบวิ่งถลาไปซบอกหนาของดายที่ยิ่งดูยิ่งหล่อ

สไตลิสต์สาว ร้องโอดครวญว่าถูกเฮียปรีรังแก “น้องดายช่วยพี่หน่อยสิค่ะ”
บรรยากาศอบอวลไปด้วย ความครึกครื้นและมิตรภาพที่ไร้พันธนาการ
จนกระทั่ง... เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือของซันซันดังขึ้นซันซันยกสมาร์ทโฟนขึ้นรับสาย ปลายสายคือเจ้าหน้าที่ธนาคารระดับสูง
เป็นผู้จัดการสาขา ซึ่งเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมถ่อมตนอย่างที่ไม่เคย
เกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต
*"เรียนเชิญคุณซันซันที่ธนาคารหน่วยย่อยในห้างได้เลยนะครับ
เอกสารรับชำระหนี้ และอนุมัติการไถ่ถอนจำนอง ทุกอย่างเตรียมไว้
พร้อมหมดแล้วนะครับ สะดวกเข้ามาเวลาไหนเรียนเชิญครับผม"*
"ค่ะ... ค่ะ... กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
ซันซันตอบรับเสียงสั่น
ซันซันยืนงงงวย ร่างกายชาวาบถึงใบหู... เหตุใดธนาคารเจ้าหนี้
ที่เคยส่งหนังสือขู่ยึดทรัพย์ เร่งรัดหนี้สินแบบะใช้น้ำเสียงแข็งกร้าว
กรรโชกใส่มาตลอดครึ่งปี ถึงได้เปลี่ยนท่าทีราวกับหลังมือเป็นหน้ามือ
ได้ถึงเพียงนี้?

ทว่าด้วยความไม่รู้ ซันซันคิดเพียงว่าธนาคารคงดีใจที่จะได้เงินค้างชำระคืน
จึงรีบเอ่ยชวนทุกคนในก๊วนออกเดินทางไปร่วมประกาศอิสรภาพพร้อมกันด้วยความตื่นเต้น
{:7_361:}เนื่องจากซันชายน์สปาตั้งอยู่โซน ติดกับห้างสรรพสินค้าอัลตราลักชัวรี
และโรงแรมหรู ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าร่วมกัน

ครั้งนี้ ปรีชาไม่ได้ถูกพาลัดเลาะไปตามเส้นทางวีไอพีเดิมที่มิดชิด
เหมือนตอนขามา หากแต่ซันซันก้าวเดินนำขบวนพาทุกคนตัดตรงเข้าสู่
**เส้นทางเดินปกติของห้างสรรพสินค้า** ที่เต็มไปด้วยผู้คนกำลังจับจ่าย
ใช้สอยยามบ่าย บรรยากาศครึกคลื้น
ทันทีที่ก๊วนสี่หนุ่มหล่อ กับสอง สาวสองมาดมั่น สลับขาเดินผ่านประตู
เชื่อมกระจกเข้ามา... ไอยืนเย็นจากเครื่องปรับอากาศกลางโถงห้างใหญ่
ปะทะเข้ากับผิวกายเย็นฉ่ำ กลิ่นน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ที่อบอวล
อยู่ในอากาศ บรรยากาศวุ่นวายพลันชะงักลงชั่วขณะ
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของผู้คนรอบข้างเริ่มเงียบเสียงลงทีละน้อย
ออร่าความโดดเด่น ไฮเอนด์ และสรีระอันสมบูรณ์แบบของทั้งกลุ่ม
ดึงดูดทุกสายตาของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียวกัน!
โดยเฉพาะ **เข้ม** หนุ่มตี๋ออร่ากระจายในเสื้อเชิ้ตลายอาร์ตสีทอง
รอยยิ้มสดใสเปล่งประกายแจกจ่ายความรัก ทำให้ผู้คนรอบข้างเข้าใจผิด
คิดว่าเป็นดาราซุปตาร์หน้าใหม่ที่กำลังมีการถ่ายทำรายการ

เสียงกรีดร้องเบาๆของสาวๆ *“กรี๊ดดด... นั่นดาราช่องไหนน่ะแก?
หล่อมาก!”* เสียงดังแว่วมาตามสายลม สมาร์ทโฟนหลักสิบเครื่อง
ถูกยกขึ้นมาถ่ายรูปและอัดคลิปวิดีโอกันอย่างจ้าละหวั่น
โด่งก้าวเท้ายาวทรงพลังอยู่ข้างกายปรีชา นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้คน
รอบข้างด้วยความตระหนกแต่สงบนิ่ง

เสียงส้นรองเท้าหนังแท้กระทบพื้นหินอ่อนดัง *ตึก... ตึก...* กระหึ่มกังวาน
ปรีชาทอดสายตามองโด่งข้างกายผ่านรอยยิ้มมุมปาก... สายตาสบประสาน
กับนัยน์ตาคมเข้มของโด่ง ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่กำลังแตกตื่นถ่ายรูป

เส้นทางเดินธรรมดาบนพื้นหินอ่อนในยามนี้ ไม่ใช่แค่การพากันเดินไปจ่ายหนี้
แปดสิบล้านบาท... แต่เป็นการก้าวเท้าเพื่อประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า ตรวนแห่งอดีตอันขมขื่นของทุกคนได้ถูกทำลายลงสิ้นแล้ว
และต่อจากนี้ เด็กหนุ่มรากหญ้าทั้งสามจะยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดใต้ร่มเงา
ของพญามัจจุราชอย่างคู่ควรและสง่างาม!

แอร์เย็นฉ่ำของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังคงปะทะเข้ากับผิวกาย
ยามที่คณะของปรีชาก้าวเท้าผ่านเส้นเดินที่เชื่อมกระจกหน้าร้านค้าต่างๆ
เข้าด้วยกัน ทุกๆร้านต่างแข่งกันตกแต่งหน้าร้านให้สวยงามดึงดูดลูกค้า

นานมากแล้วจนชายหนุ่มจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเดินในศูนย์การค้า
ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ชีวิตของนักธุรกิจใหญ่อย่างเขามักจบลงที่ห้องประชุม
ชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้า หรือการโอนย้ายงบประมาณผ่านสายตรงของ Private Banking แต่ในยามนี้ นัยน์ตาคมกลับไม่ได้จับจ้องมองไปยังสินค้าแบรนด์เนม
ตามตู้กระจก หรือความหรูหราของสถาปัตยกรรมห้างสมัยใหม่
สิ่งที่ปรีชามองเห็นในทุกตารางเมตร... คือ **"โอกาสทางธุรกิจสำหรับหนุ่มๆ"** แสงไฟที่ตกกระทบหินอ่อน แบรนด์สินค้า และผู้คนที่เดินขวักไขว่ ถูกคิดคำนวณในสมองของเขาทันทีว่า จะดัดแปลงสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นอาณาจักรและรากฐานชีวิตใหม่เพื่อต่อยอดเงินทุนให้โด่ง เข้ม ดายและเด็กหนุ่มรากหญ้าได้อย่างไร
ขบวนหนุ่มหล่อสาวสวยทั้งหกคน เดินตรงมาถึงธนาคารเจ้าหนี้ (สาขาย่อยในห้าง) สภาพของสาขาเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยความเกร็งผิดปกติ พนักงานตรงเคาน์เตอร์ยืนหลังตรงเป๊ะ แว่นตาสั่นระริกยามกวาดสายตามองชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดหล่อเนี๊ยบที่เดินนำขบวนมา
ท่วงท่าที่ผู้จัดการสาขาย่อยรีบก้าวเท้าฉับๆ ออกมารอรับตรงหน้าประตูทางเข้า อย่างร้อนรนทำเอาพนักงานทั้งสาขาเกร็งสะท้านไปตามๆ กัน
"คุณซันซันใช่ไหมครับ!" น้ำเสียงนอบน้อมถ่อมตนและกิริยาก้มหัวต่ำผิดปกติ
ของระดับผู้จัดการสาขา ทำให้ซันซันถึงกับชะงัก
"ใ... ใช่ค่ะ ที่นัดไว้บ่ายสามโมงค่ะ"
ซันซันเอ่ยเสียงเบา ความสับสนฉายชัดในแววตา
"เชิญที่ห้องทำงานผมเลย ทุกท่านเลยครับ เชิญครับ!"
ภายในห้องทำงานขนาดกลางของผู้จัดการ ซึ่งจัดวางโต๊ะทำงานไม้สังเคราะห์
และชุดโซฟาหนังบุสีน้ำตาลเรียบง่าย ไร้ความหรูหราอลังการ

เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งๆ ตัดกับกลิ่นกระดาษเอกสารและหมึกพิมพ์
พนักงานสาวรีบกุลีกุจอเดินถือถาดเข้ามาสอบถามด้วยความประหม่าว่า
ต้องการชาหรือกาแฟ ทว่าทุกคนตอบรับเพียงน้ำเปล่า
บนโต๊ะทำงานของผู้จัดการ แฟ้มเอกสารหนาหนักถูกจัดวางไว้รอราวกับ
ถูกเตรียมไว้เนิ่นนานแล้ว ทั้งสัญญาเงินกู้เดิม สัญญาจำนอง
และแผ่นโฉนดที่ดินตราครุฑแดง

ผู้จัดการเปิดแฟ้มออกเองด้วยความระมัดระวัง นิ้วมือชี้ระบุตำแหน่ง
ให้ซันซันลงลายมือชื่อ
"เซ็นตรงนี้... ตรงนี้... แล้วก็ตรงนี้ครับ"
ปากกาหัวลื่นในมือของซันซันเริ่มสั่นระริก หยาดน้ำตาใสเอ่อท่วมเเบ้านัยน์ตา
ก่อนจะทิ้งหัวปากกาลงกระทบแผ่นกระดาษเนื้อหนาเป็นรอยปรุช่องเล็กๆ

ในวินาทีที่หัวปากกาจรดลงบนช่องสลักหลังที่ระบุว่า
**'ผู้ไถ่ถอนจำนองและได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้วตามสัญญา'**
นุ๊กโกะที่นั่งคู่กันข้างๆยื่นมือมาจับกอดท่อนแขนของซันซันไว้แน่น
เขาเข้าใจเพื่อน สาวสองคนนี้ดีที่สุด... เพราะโฉนดที่ดินฉบับนี้
ไม่ใช่แค่กระดาษแปดสิบล้าน แต่มันคือ **มรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น**
จากคุณตามาสู่แม่ จากแม่มาสู่ซันซัน... มรดกที่เกือบจะหลุดลอยหายไป
ในหุบเหวแห่งหนี้สิน
ซันซันสะอื้นไห้เบาๆ หันหลังกลับไปมองร่างสูงใหญ่ของปรีชา
ที่นั่งผ่อนกายอยู่บนโซฟาหนังด้านหลัง นัยน์ตาฉ่ำน้ำตาของซันซัน
ส่งผ่านกระแสความซาบซึ้ง ชื่นชม และความเต็มใจสูงสุดที่จะมอบโฉนด
และสถานที่แห่งนี้ให้ปรีชาเป็นผู้ดูแล...

เพราะซันซันรู้ดีว่า อยู่ในมือหนุ่มใหญ่คนนี้ ที่ดินแห่งนี้จะเจริญงอกงาม
และไม่มีวันสูญหายไปไหนอีกตลอดกาล เขาจรดปลายปากกาอย่างตั้งใจ
"เรียบร้อยแล้วครับคุณซันซัน" ผู้จัดการสาขายิ้มกว้าง รวบเอกสารเข้าแฟ้ม
"คุณซันซันสามารถนำเอกสารชุดนี้ไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อแก้ไขการสลักหลัง
ได้เลยครับ หนังสือมอบอำนาจและเอกสารปลดภาระผูกพันอยู่ในซองเอกสารนี้ครบถ้วนแล้วครับ"
ซันซันนิ่งขมวดคิ้ว งุนงงกับความง่ายดายที่รวดเร็วผิดปกติ จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความแคลงใจว่า
"จ... จ่ายหนี้หมดแล้วหรือคะผู้จัดการ?"
ซันซันถามเพราะไม่เห็นกระบวนการสั่งจ่ายเช็ค การโอนเงิน หรือขั้นตอน
การชำระหนี้ใดๆ เกิดขึ้นในห้องนี้เลยสักนิด
ผู้จัดการสาขายิ้มสุภาพ ก่อนเอ่ยคำเฉลย
"มีการชำระหนี้เต็มจำนวนที่สำนักงานใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณมากๆ นะครับที่ใช้บริการธนาคารของเรา"
"สำนักงานใหญ่..."
ซันซันทวนคำพูดนั้นเบาๆ ก่อนจะหันขวับกลับไปหาปรีชาทันที!
สายตาคมของปรีชาทอดมองซันซันกลับมาด้วยความสงบนิ่ง
ริมฝีปากหยักคลียิ้มมุมปาก พยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงรับรู้...

ซันซันยกมือขึ้นทบปาก น้ำตาไหลพรูอีกรอบด้วยความเข้าใจในอำนาจ
อันไร้ขีดจำกัดของชายตรงหน้า
ก่อนที่คณะจะก้าวออกจากห้อง... ผู้จัดการสาขาพลันลุกขึ้นส่งสัญญาณ
พนักงานธนาคารทุกคนในสาขาต่างเดินมารวมตัวกัน เรียงแถวหน้ากระดาน
สองแถวขนานทางเดิน!
ปรีชายืดกายทรงอำนาจ ลุกขึ้นเดินนำหน้าคณะก้าวออกจากห้องทำงาน
"ขอบคุณ คุณฌากรณ์ มากๆ นะครับ! ที่ให้โอกาสสาขาเล็กๆ ของพวกเรา
ได้ดูแล ขอบคุณมากๆ ครับ!"
*พรึบ!*
พนักงานทุกคนพร้อมใจกันโค้งก้มศีรษะคำนับต่ำอย่างนอบน้อมสูงสุด
จนกระทั่งขบวนของปรีชาเดินพ้นประตูธนาคารไป

ซันซันและนุ๊กโกะได้แต่มองหน้ากันด้วยความงงงวย สับสน และคิดเท่าไหร่
ก็คิดไม่ออกถึงมิติความลึกล้ำของปรีชา...

ขณะที่สามหนุ่ม โด่ง เข้ม และดาย ต่างพากันเลิกคิดสงสัยไปนานแล้ว
เพราะรู้ดีว่าศักยภาพของเฮียปรี มันเกินกว่าจินตนาการของคนธรรมดา
จะหยั่งถึง คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ
ความจริงที่ซันซันไม่เคยรู้ก็คือ... ธนาคารสาขาย่อยเล็กๆ แห่งนี้
เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ยอดเงินฝากพุ่งทะลุเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
ยอดเงินฝากพุ่ง **หนึ่งพันล้านบาท** ภายในวันเดียว! และหลังจากนี้
ผู้จัดการก็ไม่ต้องอาศัยเงินฝากจากสาขาจังหวัดหรือสำนักงานใหญ่
ยอดเงินฝากขนาดนี้ โบนัส ขีดขั้น ของพนักงานในสาขาจะพุ่งกันทุกคน
ปรีชาเลยไม่แปลกใจทำไมพนักงานต้องขอบคุณเขาขนาดนี้
การคำนวณดึงเงินสดเปิดบัญชีเป็นการสั่งการโยกย้ายถ่ายโอนทางบัญชี
ของเลขามิน ตามคำสั่งสั้นๆ ของปรีชาเมื่อช่วงเที่ยง ไม่เพียงแต่ทำให้
ผู้จัดการสาขาคนนี้ได้ผลงานมหาศาล...

แต่มันยังสร้างแรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ ให้กับระบบการเงินและสถาบัน
การเงินของทั้งจังหวัด รวมถึงนักลงทุนต่างจับตาเตรียมตัวเกร็งกำไร
หลังเห็นการเคลื่อนตัวของก้อนเงินมหาศาล จากบริษัทบริหารเงินทุนอันดับหนึ่ง
ใหลเข้ามาสู่จังหวัดชนบทเช่นนี้ การลงทุนใหญ่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้!

{:7_361:}แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสะท้อนกระจกบานยักษ์ของทางเชื่อมอาคาร
แอร์เย็นฉ่ำของศูนย์การค้าหรูไล้ผ่านผิวกาย ทว่าท่ามกลางสายตาผู้คน
ที่เริ่มเหลียวมองอย่างตื่นตาตื่นใจ สภาพของเด็กหนุ่มรากหญ้าทั้งสาม
กลับเต็มไปด้วยความเก้อเขินที่ยังปรับตัวกับร่างใหม่ไม่ทัน
**โด่ง** ยืนนิ่งอยู่ข้างกายปรีชา
แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมลินินสีดำสนิทตั้งตรง นัยน์ตาคมกริบ
เรียบสงบและทอดมองไปข้างหน้า

นานมาแล้วที่โด่งคอยเฝ้ามอง ซึมซับ และเรียนรู้ทุกท่วงท่าก้าวเดิน
ความเงียบสงบ ตลอดจนการสบสายตาที่กดดันผู้คนของปรีชา

เขาเก็บสะสมมันมาโดยตลอด ท่าทางการเดินหนาหนักแต่นุ่มนวล
ที่ส้นรองเท้าหนังแท้กระทบพื้นหินอ่อนดัง *ตึก... ตึก...* จึงดูกลืน
เป็นธรรมชาติราวกับเป็นมัจจุราชหนุ่มรุ่นเยาว์ที่ถอดแบบมาจากชายข้างกาย

ทว่ากับเข้มและดาย... แม้รูปร่างจะสูงโปร่งเกิน 170 เซนติเมตร
สวมชุดแบรนด์เนมดูดีเพียงใด แต่กิริยาที่เดินหยอกล้อ ตบหัว ก้มหน้าก้มตา
และเดินลุกลี้ลุกลน ก็ทำเอาสไตลิสต์ตัวแม่ถึงกับต้องถอนหายใจยาว
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะพวกแกทั้งสองคน!"
นุ๊กโกะจีบปากจีบคอเดินมาดักหน้า จริตตัวแม่แฟชั่นพุ่งสูงขึ้นทันที
สองมือขวักไขว่า เอ็ดอึงขยับไปมาในอากาศ

"เข้ม! ดาย! อยากให้เฮียปรีอับอายขายหน้าใช่ไหม
ถึงได้เดินลุกลี้ลุกลนเหมือนเด็กเลี้ยงควายหลบตำรวจแบบนี้?

เห็นไหมนั่น... คนเขายกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถ่ายคลิปกันจ้าละหวั่น!
หากถ่ายติดเฮียปรีผู้ทรงอำนาจไปแล้ว แต่ข้างๆ กลับติดเด็กเลี้ยงควาย
เดินหลังค่อมหน้าตาเหลิ่กลั่กไม่อายแทนเฮียเขาหรือไง?!"
คำว่า 'ทำเฮียปรีขายหน้า' กระแทกเข้ากลางใจเด็กหนุ่มทั้งคู่!
สองหนุ่มที่กำลังเดินเล่นหัวกันสนุกสนานพลันสงบลงในเสี้ยววินาที
ท่าทางซนๆ หายวับ กลายเป็นเด็กเชื่องๆ ที่ยืนหลังตรงขึ้นมาทันตา
"เข้ม... แกรู้จักพระเอกคนไหนบ้าง?" นุ๊กโกะถามเสียงจริงจัง
จ้องหน้าน้องคนกลางเขม็ง
"วิน เมธาวิน ครับ... หล่อมาก ผมเห็นในTikTok บ่อยๆ"
เข้มตอบเสียงอ้อมแอ้ม
นุ๊กโกะยกสองมือขึ้นทำท่าเหมือนครอบศีรษะที่มองไม่เห็นในอากาศ
ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเข้ม

"เออ! เห็นหัวเมธาวินในมือพี่ไหม?"เข้มทำหน้าพิศวง งงกริ๊กกับจริตสายอาร์ต แต่ก็ยอมพยักหน้ารับมุกไป
แต่โดยดีเพื่อตัดรำคาญ"ครับ... เห็นครับพี่นุ๊ก"
*ควับ!* นุ๊กโกะทำท่าสวมครอบ ‘หัวเมธาวิน’ เข้าที่หัวของเข้มอย่างโอเวอร์
"เออ! สวมเข้าไปซะ ตอนนี้นายคือ วิน เมธาวิน !"
แล้านุ๊กโกะหันไปหาน้องเล็กหน้าแขกคิ้วเข้ม
"ดาย! แล้วแก ล่ะรู้จักพระเอกคนไหน?"
"บิวกิ้นครับ..." ดายตอบเสียงนุ่ม ตาคมโตมองพี่สไตลิสต์อย่างนอบน้อม
นุ๊กโกะจัดการทำท่าครอบ ‘หัวบิวกิ้น’ ลงบนหัวของดายในรูปแบบเดียวกันเป๊ะ
พอโดนสไตลิสต์สายอาร์ตอบรมและสะกดจิตด้วยจริตตัวแม่
เข้มกับดายก็เริ่มชำเลืองสายตามองรอบข้าง...
จริงอย่างที่พี่นุ๊กโกะว่า! แสงไฟจากกล้องสมาร์ทโฟนและสายตาผู้คน
นับสิบต่างจับจ้องและยกถ่ายพวกเขากันเต็มไปหมด

ความกลัวว่าจะทำให้ ‘เฮียปรี’ ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพวกตนต้องแปดเปื้อนความอับอาย
ปลุกวิญญาณความสง่างามตามภาพครอบหัว ในความคิด ให้ตื่นขึ้นมาทันที!
แผ่นหลังของเด็กหนุ่มทั้งสองยืดตรง ไหล่ขยายกว้าง ท่วงท่าการก้าวขา
เปลี่ยนเป็นเรียบเพรียว สง่างาม และไร้ความลุกลี้ลุกลน

พวกเขาเดินราวกับคลิปแคตวอล์กที่มักเปิดดูผ่านหน้าจอเล็กๆ
ออร่าความคมเข้มสดใหม่พุ่งกระแทกสายตาคนทั้งห้างอย่างจัง!

โดยเฉพาะเข้ม... พอเห็นกล้องหันมา แทนที่จะหลบ กลับส่งสายตาสว่างไสว
พร้อมส่งรอยยิ้มขี้เล่นที่จริงใจไปให้ บางจังหวะก็ยกมือขึ้นโบกน้อยๆ เหมือน
ซุปตาร์ที่เขาโบกให้เอฟซี

เข้มยิ้มหวานละมุล เห็นคนกลุ่มใหญ่ยกโทรศัพท์เก็บภาพเขาอยู่
จึงโค้งศีรษะคำนับให้อย่างมีสัมมาคารวะ ทั้งสีหน้า แววตา รอยยิ้มทรงเสน่ห์
เป็นธรรมชาติที่ไร้การเสแสร้ง ทำเอาเสียงกรีดร้องเบาๆดังขึ้น
“อุ๊ย … นิสัยดี น่ารักจัง” *“กรี๊ดดด... น่ารักมากแก! ดาราใหม่แน่ๆ!”*
เสียงกังวานดังไปทั่วทางเดิน
ทางเดินกระจกใสพื้นหินอ่อนที่เชื่อมตรงต่อกันระหว่างห้างสรรพสินค้าลักชัวรี
กับโรงแรมที่ทั้งหมดกำลังก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับ ใหญ่ โล่ง กว้างของโรงแรม
ระดับหกดาวอบอวลไปด้วยบรรยากาศหรูหราสูงส่ง

ปรีชาก้าวเดินอย่างเยือกเย็นอยู่หัวขบวน นัยน์ตาคมแอบทอดมอง
ผ่านเงากระจกข้างทาง... สายตาของเขาประสานเข้ากับนัยน์ตาคมลุ่มลึก
ของโด่งที่ก้าวตามไม่ห่าง
ความเงียบระหว่างกันอัดแน่นไปด้วยความเสน่หาและความปกป้อง
ปรีชาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา รัวนิ้วส่งข้อความหา **เลขามิน** สั้นๆ:
*'มื้อเย็น 6 ที่ ขออาหารเบาท้อง... คืนนี้จะเมา'*
เพียงแค่ประโยคเดียว เลขามินที่รู้ใจนายยิ่งกว่าใครสายตรง
ถึงผู้จัดการโรงแรมทันที เนรมิตคิวโต๊ะและความเป็นส่วนตัว
ระดับสูงสุดไว้รอรับ
ปรีชาลดมือลง พลางคลียิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมทอดมองซันซันและนุ๊กโกะ
ที่เดินแช่มช้อยอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"คืนนี้... ไปปาร์ตี้เล็กๆ ที่ห้องผมกัน กระชับมิตรภาพและปลดปล่อยอิสรภาพ
ของเราไห้โบยบินกันเต็มที่"
{:7_361:}
ไอเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศกลางโถงรับรองของโรงแรมหรู
ปะทะเข้ากับผิวกาย เย็นสดชื่น

ยามที่คณะของปรีชาก้าวเท้าผ่านประตูทางเข้า ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ
และทีมแม่บ้านชุดเดิมมารอรับด้วยกิริยาประดิดประดอย
ทว่าในวินาทีที่สายตาของพวกเขาปะทะเข้ากับ **เข้ม**...
ความตกตะลึงพลันสว่างวาบขึ้นในนัยน์ตาทุกคู่! จากเด็กหนุ่มรากหญ้า
เนื้อตัวมอมแมม ที่เหมือนเพิ่งหลุดมาจากกองถ่ายหนัง ลุยโคลนเมื่อช่วงเช้า

บัดนี้เข้มยืนยืดอกผ่าเผยในชุดเชิ้ตลายอาร์ตสีทองประกาย
รอยยิ้มขี้เล่นเปิดกว้างและสายตาสว่างไสว เขาที่เคยแจกจ่ายทิปและมิตรภาพ
อันจริงใจ ทำให้พนักงานทุกคนจดจำผู้ให้คนนี้ได้อย่างขึ้นใจ

พนักงานสาวๆ ต่างส่งรอยยิ้ม โบกมือ และยกนิ้วกดไลค์ให้ด้วยความชื่นชม
เข้มยิ้มรับด้วยท่วงท่าสง่างามแบบ ‘เมธาวิน’ ที่เพิ่งถูกสะกดจิตมา มันกลับ
ยิ่งส่งให้เขามีออร่าสะพรั่งไม่ต่างจากนักแสดงระดับเอลิสต์
เสียงกระซิบกระซาบชื่นชมชวนฟังดังแว่วตามหลังไม่ขาดสาย
เบื้องหลังประตูทางออกจากห้าง ครีเอเตอร์และสายข่าวโซเชียลนับสิบชีวิต
ที่แอบลัดเลาะตามมาจากห้างสรรพสินค้า เพราะเขาได้กลิ่นข่าวที่อาจเป็นกระแสไวรัล ซึ่งใครคว้าข่าวได้ก่อนผู้นั้นมีชัย เรียกยอดไลค์ได้มหาศาล

นักข่าวโซเชียลได้แต่ยืนมองขบวนหรูผ่านประตูกระจกใสด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาเห็นทีมบริหารของโรงแรมระดับท็อปออกมาต้อนรับนอบน้อม
แบบต้อนับระดับวีไอพีสูงสุด

ปากต่อปาก โพสต์ต่อโพสต์ เม้นต์ต่อเม้นต์ เริ่มลือหึ่งจนบางแอบเข้าไป
เลียบๆ เคียงๆ ถามพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้ข้อมูลจริงบ้าง
บิดเบี้ยวบ้าง เรื่อง ‘ดาราดังแอบมาพักเงียบๆบนห้องหรูและแพงที่สุด’
กระแสจึงเริ่มปะทุเป็นเชื้อไฟบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
ด้วยอานุภาพบัตรดำระดับไร้ขีดจำกัด ปรีชาถูกเชิญขึ้นสู่ **Presidential Suite** บนชั้นสูงสุด ห้องพักขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมระเบียงดาดฟ้าส่วนตัว (Rooftop Balcony) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เข้าพักคณะใหญ่หรือครอบครัวมหาเศรษฐีชั้นนำ

บรรยากาศภายในห้องถูกตกแต่งด้วยงานหินอ่อนและไม้สักทอง ผนังกระจก
บานโตมองเห็นทัศนียภาพของนครกว้างไกลสุดสายตา โซฟาหนังแท้สีเบจ
ตัวยาวตั้งตระหง่านกลางห้องรับรองกว้างขวาง
นุ๊กโกะก้าวเท้าพ้นประตูเข้ามา นัยน์ตาเบิ่งกว้าง มือเรียวอวบยกขึ้นทบปาก
อ้าปากค้างจนลืมจริตตัวแม่! ตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เดินหมุนตัว
สำรวจงานตกแต่งหรูหราด้วยหัวใจที่พองโต

ขณะที่ซันซันซึ่งเคยขึ้นมารับปรีชาเมื่อเช้า แม้จะตื่นเต้นไม่แพ้กัน แต่ก็พยายาม
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เก็บกิริยาเรียบร้อยได้อย่างหมดจด
"นุ๊ก..." ปรีชาเอื้อนเอ่ยเสียงทุ้มเบา เรียกร้องชื่อด้วยความสนิทใจ
"ขาเฮีย..." นุ๊กโกะหันขวับ ตอบรับอย่างสนิทใจยิ่งกว่า
"เฮียอยากได้ชุดด่วน ขอแบบชุดอยู่บ้านสบายๆ ได้ไหม?"
"ผมด้วยครับเฮีย!" เสียงทุ้มของโด่ง เข้ม และดาย แทรกขึ้นมาพร้อมกัน
โดยมิได้นัดหมาย
"สิบห้านาทีได้ไหมคะเฮีย!" นุ๊กโกะรับคำสั่งฉับไว
จริงๆ สไตลิสต์สายวิ่งงานเตรียมความพร้อมไว้ให้ทั้งสี่หนุ่มล่วงหน้า
ไว้หมดแล้ว

ทั้งชุดลำลองใส่อยู่บ้าน กางเกงในใหม่เอี่ยมสีชุด และชุดนอนเนื้อนุ่ม
อีกสี่ชุด เวลาสิบห้านาทีที่บอกไปคือการพูดเผื่อไว้ เพราะในความเป็นจริง
ไม่ถึงสิบนาที นุ๊กโกะก็พร้อมเนรมิตให้ทันที
"ได้ๆ..." ปรีชายิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอดมองทุกคนอย่างเอ็นดู
"ช่วงรอชุดมา... เราไปแก้คอแห้งกันก่อน เชิญที่ระเบียงเลยนะ"
ประตูออโต้เป็นกระจกบานใส เปิดออกสู่ระเบียงดาดฟ้ากว้างขวาง
ลมยามเย็นพัดเอากลิ่นไอเมืองและสายลมโปร่งเบาเข้ามาปะทะผิวกาย
เสียงเพลงแจ๊สนุ่มลึกกระหึ่มกังวานจากเครื่องเสียงแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์

ตรงมุมระเบียงมีเชฟประจำโรงแรมยืนสแตนด์บายข้างเตาบาร์บีคิว
อาหารปิ้งย่างสดใหม่รมควันส่งกลิ่นหอมฉุย

คืนนี้ไร้ซึ่งขวดไวน์ราคาแพง ทว่าถูกแทนที่ด้วยบาร์ค็อกเทลส่วนตัว
ที่มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของโรงแรมเตรียมมิกซ์เครื่องดื่มสดๆ
ช็อตต่อช็อต
ในมุมเล็กๆ ข้างกระจกบานสูง ซันซันยืนแยกตัวออกมา นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก
ก่อนที่หยาดน้ำตาใสจะทิ้งตัวลงกระทบแก้มอย่างเงียบเชียบ...

น้ำตาแห่งโชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงจากตกต่ำขีดสุด พุ่งสูงหรูหราในช่วง
ไม่กี่ชั่วโมง มันอยากในการปรับอารมณ์ทำใจยอมรับ นี่คือความฝันหรือความจริง

ความซาบซึ้งถูกปลดปล่อยเป็นสายน้ำตายามทอดสายตามองปรีชา
ที่จัดแจงเตียมงานงานปาร์ตี้ฉลองอิสรภาพให้พวกตนอย่างสมเกียรติ
สัญญาใจที่ไร้เสียงถูกประทับลงลึกในอก... ต่อจากนี้ไป ชีวิตของซันซัน
จะขอภักดีและติดตามผู้ชายคนนี้ไปจนวันตาย
"เธออออ" ซันซันหันไปหาเพื่อนรักที่เดินเข้ามาใกล้
"ขอบใจเธอมากนะที่แนะนำให้ฉันรู้จักกับเฮียปรีกับน้อง ฉันเชื่อว่าชีวิตฉัน
กำลังจะเปลี่ยนไม่เหมือนเดิม มันกำลังจะดีขึ้นมาก ดูจากตอนที่เรา
เดินมาที่โรงแรมสิ มันรู้สึกดีมากๆเลยนะ เพราะเฮียปรี ต่อไปนี้ฉันขอ
เป็นทาสรับใช้ แม้เฮียจะไล่ฉันก็จะไม่ยอมหนีไปไหนเด็ดขาด"
สัญญาใจก็ประทับลงที่ใจของนุ๊กโกะเช่นกัน
"ซันซัน...ขอบคุณเพื่อนจริงๆ" นุ๊กโกะโผเข้ากอดซันซันแน่น สาวสองทั้งสอง
หลบมุมมาสะอื้นไห้ซบไหล่กันด้วยความซาบซึ้งใจ ในมิตรภาพและชีวิตใหม่
ที่เพิ่งได้รับ
"พี่ซัน... พี่นุ๊ก! เฮียให้มาเรียกไปชนแก้วฉลองครับ!"
เข้มเดินยิ้มร่าเข้ามาขัดจังหวะ สองสาวปาดน้ำตาแล้วเดินตามเด็กหนุ่มออกไป
ที่ระเบียงดาดฟ้า บนบาร์หินอ่อนมีแก้วทรงสูงเรียงรายอยู่ทั้งหมด 9 ใบ
"ทำไมมีเก้าใบล่ะคะเฮีย? ใครจะมาเพิ่มเหรอคะ?"
นุ๊กโกะถามด้วยความสงสัย
"นี่ไง..." ปรีชาผงกศีรษะ ชี้ไปทางลุงเชฟ ลูกมือครัวบาร์บีคิวที่หน้าตาหล่อที่แอบเก็บภาพประทับใจ ที่หนุ่มใหญ่ใหเกียรติให้โอกาสในการดื่มฉลองในวันนี้ด้วย

รวมทั้งบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาคมคายน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเข้ม
"เฮียอยากให้ทุกคนร่วมชนแก้วยินดีกับซันซัน... เอ้า! ชนแก้ว... เพื่ออิสรภาพ!"
*แกร๊ง!*
เสียงแก้วคริสตัลชนกันดังสะท้อนกังวานไปกับลมดาดฟ้า เสียงหัวเราะ
และความร่าเริงของมิตรภาพไร้ชนชั้นกึกก้องไปทั่วบริเวณ
"ขออีกแก้วครับน้อง..." ปรีชาชูแก้วขึ้น ก่อนจะทำหน้าฉงนเล็กน้อย
"เอ่อ... น้องชื่ออะไรนะ?"
"ผมชื่อ **ลีโอ** ครับท่าน!" บาร์เทนเดอร์หนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงประหม่า
เพราะจริงแล้วเขาเป็นตัวแทนไม่ใช่อันดับ 1 ของโรงแรม
เสียงหัวเราะดังครืนขึ้นทันที! นุ๊กโกะและซันซันหลุดหัวเราะท้องแข็ง
ที่บาร์เทนเดอร์รุ่นเยาว์เรียกปรีชาว่า 'ท่าน' จนดูแก่อาวุโส

โด่งจึงคลียิ้มบางๆ เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม
"น้องลีโอเรียกเฮียปรีก็ได้"
"ครับ... เฮียปรี!" ลีโอพยักหน้ารับ รอยยิ้มเจื่อนๆ ฉายบนใบหน้า
ลีโอเป็นเพียงบาร์เทนเดอร์ฝึกหัดที่ถูกส่งขึ้นมาดูแลแขกซุปเปอร์วีไอพี
แทนพี่มือหนึ่งที่โดนเศษแก้วบาดมืออย่างกะทันหัน

หัวใจเขาเต้นตึกตักด้วยความกลัวและความประหม่ามาตลอด
ทว่าเมื่อเห็นความเป็นกันเองและสายตาไร้การถือตัวของปรีชา
ความอึดอัดในอกก็ค่อยๆ มลายหายไป

ลีโอตั้งใจว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพราะเงินทิปและงานนี้คือท่อน้ำเลี้ยง
ชีวิตทั้งครอบครัว ที่เขากำลังสู้ทนอยู่อย่างหนักหน่วง
ลีโอหยิบแก้วชุดใหม่ขึ้นมา หันไปสบตาปรีชาอย่างลังเล
"เก้าใบเหมือนเดิมไหมครับ?" แม้กฎโรงแรมจะห้ามพนักงานดื่มกับแขก
แต่ในเมื่อแขกเอ่ยปากขอ ลีโอก็ไม่อยากปฏิเสธ
ปรีชาผงกศีรษะรับ "ใช่... เก้าใบ"
ลีโอสูดลมหายใจเข้าลึก หยิบกระบอกเชกเกอร์ไซส์ใหญ่พิเศษขึ้นมา
ใส่ก้อนน้ำแข็ง ตวงเหล้าและส่วนผสมตามสูตรอย่างคล่องแคล่ว
เขาพยายามโชว์ลีลาการเชกเครื่องดื่มอย่างสุดฝีมือ
ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเกร็ง จังหวะที่เปิดฝาและตั้งใจจะเอียง
กระบอกรินสายเครื่องดื่มสีสวยให้ผ่านแก้วทั้ง 9 ใบอย่างรวดเร็วเพราะกลัว
แขกรอนานจึงเลือกเชกเกอร์ไซส์ใหญ่ซึ่งเขาไม่ถนัดจึงกะผิด...
*เพล้งงงงง!*
ข้อแขนของลีโอเกร็งกระตุก กระบอกเชกเกอร์หลุดมือไปกระแทกเข้ากับแถว
แก้วคริสตัลบนโต๊ะ! แก้วทั้งเก้าใบถูกกวาดร่วงลงพื้นหินอ่อน แตกกระจาย
ละเอียดเป็นเศษแก้วเกลื่อนกลาด! แค่แก้วใบเดียวก็เกินเงินเดือนเขาทั้งเดือนแล้ว
"ว้ายยยย!" เสียงอุทานตกใจของซันซันและนุ๊กโกะดังขึ้น
ก่อนที่ความเงียบสงัดจะเข้าปกคลุมระเบียงดาดฟ้า... เงียบเสียจนได้ยิน
เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงหัวใจเต้น ขวัญผวาของลีโอ
ร่างของบาร์เทนเดอร์หนุ่มสั่นสะท้าน เหมือนโลกหยุดหมุน หน้าซีดไร้สีเลือด
เขากำลังไร้สติ จะก้มตัวลงใช้มือเปล่ากวาดเก็บเศษแก้วด้วยความตกใจ
และลนลาน
"หยุด!""หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของปรีชาคำรามตวาดห้ามขึ้นทันควัน!
แต่คำว่าหยุดสำหรับลีโอคือจบสิ้นแล้วทุกอย่าง จบกันชีวิตนี้
ทำให้ผู้มีอำนาจโกรธเกรี้ยว ไม่พอใจแล้ว เขานิ่งอึ้งทำตัวไม่ถูก
โด่งก้าวเท้ายาวอ้อมไปดึงรั้งท่อนแขนของลีโอไว้อย่างรู้ความ
ไม่ให้มือน้องเขาคว้าไปโดนเศษแก้ว แล้วดันร่างสั่นเทาของเด็กหนุ่ม
บาร์เทนเดอร์หน้าหล่อเข้าหาแผ่นอกของปรีชา

ปรีชายื่นท่อนแขนแกร่งออกไปโอบกอดร่างของลีโอไว้เบาๆ
ฝ่ามือหนาตบหลังเด็กหนุ่มดัง *ตุบ... ตุบ...* เพื่อปลอบประโลม
ลีโอปล่อยโฮออกมาอย่างกักเก็บไม่อยู่! เพราะเขาเข้าใจผิดปรีชาไม่ได้โกรธ
แจ่เขาห้ามเพราะเป็นห่วง น้ำตาลูกผู้ชายไหลพรูอาบแก้ม ความแค้นเคือง
ในตัวเองที่ทำพลาดและความสิ้นหวังในตัวเองพุ่งขึ้นจุกอก...

*เขาทำพังแล้ว เขาทำชีวิตตัวเองพังแล้ว รุ่นพี่หัวหน้าก็จะซวยด้วย!
เขาจะต้องถูกไล่ออกแน่ๆ! แล้วค่างวดรถล่ะ? ค่าเช่าบ้าน? ค่าน้ำค่าไฟ?
ค่าเทอมน้องชายล่ะจะเอาจากไหน?!*
จิตใจของเด็กหนุ่มดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งความทุกข์ระทม
"ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร เฮียรู้ว่าลีโออยากรีบชงให้พวกเฮียได้ดื่มไวๆ ไม่เป็นไรนะ" ปรีชาเอ่ยน้ำเสียงอบอุ่น ทรงพลัง และนุ่มลึก ฝ่ามือยังคงตบหลังปลอบขวัญอย่างเข้าใจชีวิต
โด่งก้าวเข้ามาทอดท่อนแขนโอบกอดลีโอจากด้านข้าง ตามด้วยเข้มและดาย
ที่เข้ามากอดซ้อนอีกชั้น "ใช่ๆ... ไม่เป็นไรน้อง ไม่เป็นไรเลย"
เมื่อความอบอุ่นใจขับไล่ความตกใจกลัว ทุกคนค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก
ปรีชาใช้สองมือจับไหล่ของลีโอ ดันออกสุดแขน นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไป
ข้างในดวงตาที่เอ่อท่วมด้วยน้ำตาของเด็กหนุ่ม
"มองหน้าเฮีย..."
น้ำเสียงของพญามัจจุราชเรียบสงบแต่มีพลังกดดัน
"เฮียขอลงโทษด้วยการให้ลีโอทำใหม่อีกครั้ง... แก้วแตกไม่เป็นไร
เหล้าหกไม่เป็นไร ของจะพังแค่ไหนหรือพังหมดนี่เฮียก็จ่าย!
อย่ากลัว... ต้องทำมันให้ได้"
แววตาและพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ส่งผ่านสายตาของปรีชา
ปลุกไฟในตัวของลีโอให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด!

ซันซันและนุ๊กโกะยืนกอดแขนกันมองภาพตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ
ทั้งสองคนเข้าใจทะลุแจ่มแจ้งในวินาทีนี้เอง... ว่าเหตุใดเด็กหนุ่มรากหญ้า
อย่างโด่ง เข้ม และดาย ถึงได้รักและยอมถวายชีวิตให้ผู้ชายชื่อปรีชาคนนี้
อย่างหมดหัวใจ รวมถึงเราทั้งคู่ด้วย
ลีโอกอดปรีชาแน่นด้วยความขอบคุณ เขายกมือขึ้นไหว้นอบน้อม
ก่อนจะสูดลมหายใจเดินกลับเข้าหลังบาร์อีกครั้ง เก็บกวาดโกยเศษแก้ว
ลงถังขยะ ร่างกายของเขารู้สึกโปร่งเบา ราวกับมีลมใต้ปีกคอยพยุง
ครั้งนี้... ลีโอเลือกหยิบกระบอกเชกเกอร์ขนาดเล็กสองอันที่สองมือเขาถนัด
แทนกระบอกใหญ่ที่เกินกำลัง เขาตวงส่วนผสมอย่างตั้งใจ ลีลาการเชก
กระบอกคู่ออกท่วงท่าสวยงาม พลิกพริ้ว และมั่นใจเต็มเปี่ยมอย่างมืออาชีพ!

เมื่อความกลัวหายไป ถูกความมั่นใจมาเติม ความเชี่ยวชาญก็เปล่งประกาย
เครื่องดื่มสีสวยถูกรินออกจากปลายกระบอก ลงสู่แก้วคริสตัลใบใหม่
ทั้งเก้าใบอย่างแม่นยำ ปริมาณเท่ากันเป๊ะทุกแก้วโดยไม่มีหยดน้ำกระจายหล่น
แม้แต่หยดเดียว เสียงปรบมือให้กำลังใจดังสนั่นก้องดากฟ้า
"เชิญทุกคนหยิบแก้วครับ!" ลีโอเอ่ยด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
ทุกคนก้าวเข้ามาหยิบแก้วบนบาร์ไม้ที่วางเรียงแถวสวยงาม
ปรีชาชูแก้วขึ้นสูง นัยน์ตาคมฉายประกายความชื่นชมให้ลีโอ
ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจว่า
"ฉลองความสำเร็จให้กับ... **สไตลิสต์อันดับหนึ่ง**
ที่ผลงานกระจายเป็นไวรัลไปแล้วตอนนี้ทั่วประเทศ!"
ซันซันและนุ๊กโกะงงกริก! มองหน้ากันงง งงปรีชาพูดเรื่องอะไร?
กำลังเล่นอะไรกับนุ๊กโกะอีกแล้วหรือเปล่า? รอบก่อนก็ทำเอา
เกือบน้ำตาตกร่วง แต่ทุกคนก็ยอมชูแก้วตามไปแต่โดยดี
"ชูแก้วขึ้น... แล้วพูดตามเฮียนนะ 'ยินดีด้วยสไตลิสต์อันดับหนึ่ง!'"
"ยินดีด้วยสไตลิสต์อันดับหนึ่ง!" เสียงประสานดังกระหึ่มดาดฟ้า
ก่อนที่ทุกคนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดช็อต
ปรีชาล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงและบอกให้นุ๊กโกะ
"หยิบมือถือขึ้นมา... เข้า TikTok แล้วพิมพ์คำว่า **#ไวรัล**
ดูสิ เห็นอะไร?"
นุ๊กโกะจับโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยนิ้วมือสั่นระริก รัวนิ้วพิมพ์ตามคำสั่ง...
และทันทีที่หน้าจอโหลดเสร็จสิ้น ดวงตาของสไตลิสต์ตัวแม่ก็เบิ่งกว้าง
เท่าไข่ห่าน10ฟอง!
คลิปวิดีโอของ **เข้ม** ขึ้นฟีดหน้าแรกเต็มจอไปหมด! มีนับสิบคลิปที่ยอดวิวพุ่งทะลุหลักล้านอย่างรวดเร็ว... และคลิปที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งมียอดรับชมพุ่งสูงเกิน **10 ล้านวิว** ภายในไม่กี่ชั่วโมง
คือคลิปที่เข้มในชุดเชิ้ตลายอาร์ตสีทอง ยกมือขึ้นโบกและโค้งคำนับให้กล้องอย่างน่าเอ็นดูและเป็นธรรมชาติ โดยมีท่อนฮุกเพลง 'นะหน้าทอง'
เพลงดังระดับ 270 ล้านวิว ถูกนำมาใช้ประกอบคลิป!
พลังของเพลงดังดันคลิปให้พุ่งทะยานไม่หยุด ยอดกดหัวใจทะลุหลักล้าน
คอมเมนต์นับแสนแตกซ่าน ยอดแชร์กระจายไปทั่วทุกแพลตฟอร์ม!

เด็กหนุ่มรากหญ้าชื่อ ‘เข้ม’ ได้กลายเป็นซุปตาร์คนใหม่บนโลกออนไลน์
ไปเรียบร้อยแล้วด้วยผลงานการจัดชุดของนุ๊กโกะ!
นุ๊กโกะยืนมือไม้สั่น ร่างกายชาวาบถึงรูหู น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ
และช็อกสุดขีดไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม...

นุ๊กโกะรู้แล้วว่ารอบนี้เฮียปรีไม่ได้เล่นงานให้ตกใจ แต่สิ่งที่เฮียปรีมอบให้...
คือ **ความจริง** และโอกาสในการแจ้งเกิดบนเส้นทางแฟชั่นอย่างแท้จริง!

{:7_360:}ซัพพอร์ตคุณยายเปย์เหล้าขาวให้ยายได้กรึ๊บเติมพลังสมอง...อินบ๊อกนะค่ะ {:7_360:}
ตอนที่แล้ว                                                                                           ตอนต่อไป
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202609/09/141159hpqzay2222qpy2ep.jpgดาย...น้องเล็กคนสุดท้อง หนุ่มน้อยของปรีชาผู้ขนคิ้วหนาขนตาดก
"ร่างกายและจิตใจของผม ... เป็นของเฮียนะครับ"
{:7_376:}พูดคุยให้กำลังใจติดต่อกันใหม่...อินบ๊อกได้เลยคร้าา{:7_376:}ขอบคุณที่ชื่นชอบสนับสนุนและติดตามผลงานค่ะ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-9-9 15:59:43

สนุกมากครับ

dekdek11 โพสต์ 2026-9-9 16:47:54

ขอบคุณมากครับ

patpartth โพสต์ 2026-9-9 18:55:30

คนรวยที่แท้ทรู

feen15 โพสต์ 2026-9-10 12:21:34

นี้
ขอบคุณครับ

tonsaa โพสต์ 2026-9-10 14:51:54

ชอบมากครับ

soobin69ck โพสต์ 2026-9-11 09:36:05

ขอบคุณมากครับ{:5_120:}

Littledevilxx โพสต์ 2026-9-11 21:42:30

ชอบมากนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

Nukinho โพสต์ 2026-9-12 10:45:13

สุดยอดมากเลยครับ เด็ก ๆ ได้ก้าวหน้า

suraponr โพสต์ 2026-9-12 13:02:06

ยอดเยี่ยมมาก

Khoma โพสต์ 2026-9-13 00:22:27

{:5_119:}

udontwannaknow โพสต์ 2026-9-13 00:43:39

ขอบคุณครับ

ninenut โพสต์ 2026-9-14 10:15:44

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 15 ( 10 09 69 )