อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 11 ( 04 09 69 )
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กอทอฒอ เมื่อ 2026-9-7 09:56{:7_361:}กระเทยเฒ่าเล่าเรื่อง{:7_361:}{:7_363:}เพราะคิดถึง...จึงกลับมางานเขียนอีกรอบค่ะ{:7_363:}
{:7_362:}อสังหาป่าเดียวกัน{:7_362:}
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202608/20/210824ql9711051er5251z.jpg
ตอนที่ 11 : ฌากรณ์..ตัวตนที่ล้ำลึก
ต่อจากตอนที่แล้ว
{:7_361:}
CR-V สีขาวมุกเคลื่อนตัวอย่างเรียบกริบไปบนถนนสายหลักสู่ตัวจังหวัด
ยามเช้าตรู่แสงอาทิตย์สีส้มทองทอดผ่านทิวทัศน์ทุ่งนาและสวนยางพาราด้านนอก
ภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยไอเย็นฉ่ำของระบบปรับอากาศ ปะทะเข้ากับกลิ่นหอมนุ่มลึก
ของน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงและกลิ่นหนังแท้เนื้อดี
ละอองความอบอุ่นและความโล่งใจพัดผ่านบรรยากาศอันเงียบสงบ
ความเหนื่อยล้าทางใจเหมือนถูกยกออกจากอก ของเด็กหนุ่มทั้งสามคน
ทว่ามวลความเคารพศรัทธากลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจช้าๆ
ปรีชาหมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียวอย่างผ่อนคลาย
สายตาหลังกรอบแว่นมองผ่านกระจกมองหลังใสแจ๋ว
สบเข้ากับดวงตาของเหล่าเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลัง
"หนุ่มๆ คิดว่าตอนนี้พวก ผอ. จะรู้ตัวหรือยังว่าของหาย?"
ปรีชาเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ทรงอำนาจทว่าแฝงความเอ็นดู
"ยังครับ..." โด่งเปรยขึ้นพร้อมกับเอนหลังพิงเบาะ หันไปมองฝั่งคนขับ
นัยน์ตาคมเข้มฉายแววรู้ทัน
"เมาหนักขนาดนั้น ผมว่าตื่นบ่ายๆ เย็นๆ หรือค่ำๆโน่นล่ะครับเฮีย"
"ถ้าเขาตื่นแล้วรู้จะเป็นไงครับเฮีย?" เข้มยื่นหน้าชะโงกมาจากเบาะหลัง
นัยน์ตาแพรวพราวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"คงแทบจะเป็นบ้าเป็นหลังเลยล่ะ..."
ปรีชาหัวเราะในคอแผ่วเบา มุมปากยกยิ้มอย่างมีชัย
"ของเตรียมส่งมอบ มูลค่าสูงปานนั้น ใครรู้ว่าหายก็อกแทบแตกทันที"
"ผมงงมาก... ของพวกนี้ทำไมเขาไม่เก็บไว้ในตู้เซฟสำนักงาน?"
เข้มยังคงถามต่อด้วยความกังวลสงสัย
"เขากำลังจะขนเอาของไปฟอกหรือปล่อยต่อน่ะสิ... จริงมั้ยเฮีย?"
ดายที่นั่งเงียบมานานโพล่งขึ้นมา นัยน์ตาคม ขนตายาวสไตล์แขก
ส่อแววสุกใสพราวแพรว เขาใช้ประสบการณ์ดิบๆ จากชีวิตมืดมน
และบทเรียนในคุกทายเกมออกได้อย่างทะลุทะลวง
ปรีชาเบือนสายตามองดายผ่านกระจก รอยยิ้มเอ็นดูจุดขึ้นตรงมุมปาก
"ใช่เลยดาย... ฉลาดมาก อ่านรูปเกมออกหมดเลย"
คำชื่นชมเรียบง่ายทว่าทรงพลัง ทำให้อกผายกว้างของดาย
พองโตด้วยความปิติ เลือดในกายสูบฉีดจนแก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อ
ขนตางอนหนายาวสั่นระริกขณะสบสายตาอบอุ่นของปรีชาผ่านกระจกเงา
"แล้วของทั้งหมดมันตีเป็นเงินได้ประมาณเท่าไหร่ครับเฮีย…
จะถึงสิบล้านร้อยล้านมั้ย?"เข้มยังถามแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
"น่าจะเกินนะ... เฮียยังไม่มั่นใจ ต้องประเมินราคาจริงก่อน" ปรีชาตอบเรียบๆ
"นี่ไง... เฮียกำลังจะพามาส่งของให้ทีมงานที่เมืองหลวงประเมินให้"
"แล้วเฮียคิดว่าจะมีปัญหาตามมามั้ยครับ?"โด่งถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ความเป็นผู้ใหญ่ทำให้เขามองข้ามความตื่นเต้นไปถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
"ฉลาดถามมากโด่ง..." ปรีชาพยักหน้ารับ
"ปัญหามีแน่ถ้าเราอยู่เฉยๆ... เราจึงต้องทำอะไรก่อนที่ปัญหาจะตามมา
เฮียถึงรีบส่งของกลางพวกนี้ออกไปให้ไกลตัวเราที่สุดนี่ไง
และอีกอย่าง... ปัญหาก็ไม่ได้เกิดที่ฝ่ายเราฝ่ายเดียวนะ
ผอ. เองก็หนักหนาสาหัสสากันต์ไม่แพ้กัน...มันจะกล้าแจ้งความมั้ยล่ะ?
ทั้งฟอกเงินโดยปล่อยเงินกู้นอกระบบบังหน้า
แถมของมาหายระหว่างมั่วกับเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปด หากเป็นเรื่อง
การสืบสวนก็เหมือนการลากไส้ตัวเองมาประจานความผิดตัวเอง...
เฮียเลยแค่วัดใจกันว่า…..มันจะกล้าแลกมั้ย"
ถ้ามันไม่แจ้งความก็แสดงว่าเราได้ของมาฟรีๆ"โห..."
เสียงอุทานพร้อมกันของสามหนุ่มดังหึ่มขึ้นในรถ เลือดในกาย
ของเด็กหนุ่มรากหญ้าพุ่งพล่านด้วยความตื่นตัว สมองของพวกเขา
กระจ่างแจ้งในกลยุทธ์อันเหนือชั้นของชายตรงหน้า
ในเวลาต่อมา….รถ CR-V สีขาวมุกเคลื่อนผ่านประตูนิรภัย
เป็นทางเข้าเขตขนส่งสินค้าทางอากาศ (VIP Cargo Zone)
ภาพเครื่องบินลำยักษ์จอดเรียงรายอยู่บนลานบินกว้างใหญ่
ใต้ท้องฟ้ากระจ่างยามเช้า ปะทะเข้ากับสายตาของสามหนุ่ม
ที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก นัยน์ตาของพวกเขาตาวาวเบิกกว้าง
ดั่งเด็กน้อยที่หลุดเข้ามาในโลกแห่งอนาคตการบิน
"เฮียเลือกส่งของทางเครื่องบิน เพราะมันปลอดภัยและไวมาก...
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงของก็ถึงมือเลขามินแล้ว"
ปรีชาบอกเด็กหนุ่มที่กำลังมองเครื่องบินอย่างตื่นเต้น
รถเลี้ยวเข้าสู่โซน VIP ที่ถูกกั้นเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ
รั้วกั้นอัตโนมัติยกขึ้นทันทีที่ระบบสแกนป้ายทะเบียนรถ ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว
โดยเลขานุการส่วนตัวของปรีชา ที่ได้ประสานงานล่วงหน้าไว้หมดสิ้น
รถยนต์เลี้ยวเข้าจอดในช่องจอดมิดชิดชายหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มเนี้ยบกริบ
เข็นรถลากเหล็กกล้าไร้สนิม มารอรับด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ปรีชาปลดล็อคฝาท้ายรถหรูรถเข็นถูกเลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรู้หน้าที่
พนักงานชายสองคนยกลูกกระสอบปุ๋ย สี่ใบที่มัดปากแน่นหนา
ลงใส่รถเข็นด้วยความเป็นมืออาชีพ ใบหน้าและสายตาของพนักงาน
เรียบเฉย ไร้ความอยากรู้อยากเห็นว่าข้างในเป็นอะไร สายตามอง
ราวกับว่ากระสอบเกรอะฝุ่นดินเหล่านั้นเป็นเพียงพัสดุชิ้นหนึ่ง
เจ้าหน้าที่เชิญทั้งหมดก้าวเข้าสู่ห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge
อากาศด้านในเย็นฉ่ำดั่งน้ำแข็ง กลิ่นหอมอบอวลของกาแฟสด
และไม้หอมนำเข้าอบอวลทั้งห้อง สร้างบรรยากาศให้หรูหรา
โซฟาหนังแท้สีครีมตั้งตระหง่านกลางห้อง ตั้งอยู่ข้างกล่องอลูมิเนียม
กันกระแทกทรงลูกบาศก์ขนาดยักษ์ผิวอลูมิเนียมสีเงินเงาวับ
ประกายวับแววใต้แสงไฟสว่าง
"เชิญบรรจุของที่จะส่งได้เลยนะคะ เสร็จแล้วกดปุ่มเรียกพนักงานได้เลยค่ะ"
พนักงานหญิงส่งรอยยิ้มสุภาพก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ปล่อยให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นของแขกวีไอพีที่มาส่งของ
"โดง เข้ม ดาย ช่วยกันเอาของลงกล่อง….ลุยกันเลย"
ปรีชาขอความร่วมมือ ด้วยน้เสียงเอ็นดู
สามหนุ่ม ช่วยกันยกกระสอบทั้งสี่ใบ วางลงในกล่องอลูมิเนียม
ขนาดยักษ์ที่เปิดฝาอ้า มันใส่ได้อย่างลงตัวพอดีเมื่อกล่องถูกปิดฝาลง
ปรีชาก้าวเข้ามาชิดกล่อง ก้มตัว ใช้ฝ่ามือเรียวยาวกดสวิตช์เปิดระบบ
ฝาอลูมิเนียมหนาเตอะทอดตัวลงปิดล็อคเสียงดัง *กริ๊ก!*
สลักเหล็กนิรภัยสับสลักกันแน่นหนา
ปรีชาจรดปลายนิ้วลงบนหน้าจอดิจิทัลที่ขึ้นสีฟ้าเรืองแสง
ป้อนรหัสผ่านสิบสองหลักอย่างคล่องแคล่ว พอหน้าจอ
เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตพร้อมแสดงคิวอาร์โค้ดเป็นรหัสผ่าน
ซึ่งรหัสเดียวในโลก (Encrypted Dynamic QR Code) ขึ้นมา
ปรีชายกโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นถ่ายภาพคิวอาร์โค้ดนั้นไว้
ด้วยสีหน้านิ่งสงบ เรียบเฉย
สามหนุ่มรากหญ้ายืนจ้องภาพนั้นด้วยแววตาตะลึงงัน!
ระบบรักษาความปลอดภัยระดับตู้เซฟยักษ์เคลื่อนที่
รังสีความไฮโซและเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้อกของพวกเขาเต้นระทึก
ปรีชาในสายตาของพวกเขาเวลานี้ไม่ใช่แค่คนรวย...
แต่คือบุคลากรชั้นสูงที่มีอำนาจเนรมิตได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
โด่งเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกพนักงานตามคำสั่ง เพียงไม่กี่วินาที
พนักงานชายหญิงคู่เดิมก็ก้าวกลับเข้ามา
พนักงานชายตรวจสอบระบบล็อค ไฟสัญญาณสีเขียวบนกล่อง
ยืนยันความสมบูรณ์ เขาใช้คีย์การ์ดส่วนตัวสแกนยืนยันระบบ
ก่อนจะเข็นกล่องอลูมิเนียมยักษ์ออกไปทางประตูนิรภัยด้านข้าง
เพื่อนำขึ้นเที่ยวบินแรกที่กำลังจะทะยานขึ้นฟ้า
ขณะที่พนักงานหญิงยื่นแท็บเล็ตพร้อมปากกาดิจิทัลให้ปรีชา
"เซ็นชื่อตรงนี้แล้วก็เรียบร้อยค่ะ คุณฌากรณ์...
ขอบคุณที่ใช้บริการ VIP Platinum Card นะค่ะ"
ไร้การเอ่ยถึงค่าใช้จ่าย ไร้การประเมินราคาพัสดุ ระบบสมาชิกรายปี
ระดับสูงสุดตัดจ่ายผ่านบัญชีส่วนตัวและส่งเอกสารใบเสร็จตรงไปยังบริษัทแม่ทันที
ทุกอย่างปลอดภัยราบรื่น สุขุม และสะท้อนถึงอิทธิพลเงินตราไร้ขีดจำกัด
ปรีชายกโทรศัพท์แนบหู น้ำเสียงและบุคลิกเปลี่ยนไปในทันที...
จาก "เฮียปรี" ผู้ใจดีและอบอุ่นของทั้งสามหนุ่ม กลับเปลี่ยนเป็น
"ผู้บริหารกองทุนหลักทรัพย์ระดับแสนล้าน" ผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็น
"เลขามิน... ผมส่งของขึ้นเครื่องให้แล้วนะ เดี๋ยวจะส่งรหัสกับคิวอาร์โค้ด
สำหรับเปิดกล่องนิรภัยตามไปให้..."
น้ำเสียงกดต่ำ ออกคำสั่งเฉียบขาดและมีพลังทรงอำนาจ
"สแกนทุกอย่าง ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด
แล้วส่งข้อมูลด่วนกลับมาให้ผมด้วย"
*(ปลายสาย)* *"ได้รับของแล้วจะรีบดำเนินการให้ด่วนที่สุดเลยครับ
... คุณฌากรณ์"*
สายถูกตัดไป... ปรีชาลดโทรศัพท์ลง ชายหนุ่มหมุนตัว
กลับมามองเหล่าเด็กหนุ่มด้วยสายตานุ่มนวลแบบเฮียปรีของหนุ่มๆ
ความตั้งใจเดิมคือจะพาเด็กๆ ไปทานอาหารอร่อยๆ ในโรงแรมหกดาว
และนอนพักผ่อนให้หายเหนื่อยล้า...จากงานเมื่อคืนก่อน
ทว่า ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้อารมณ์ตั้งใจของปรีชา
กลับกลายเป็นความ งง ทันที...
โด่ง เข้ม และดาย ยืนอ้าปากค้าง หน้าเหวอ ตาโตเท่าไข่ห่าน!
สายตาของทั้งสามคนจ้องมองมาที่เขา ดั่งมองดูสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก
สมองของเด็กหนุ่มรากหญ้ากำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง...
*ฌากรณ์? ผู้บริหาร? เขาคือใคร คนระดับไหนกันแน่?
เฮียปรีชาของเราคือใครกันแน่ในโลกใบนี้?* ข้อมูลอันมหาศาล
และภาพความหรูหราอลังการตีกันวนเวียนอยู่ในหัว
จนใบหน้าของเข้มดูเอ๋อเหรออย่างเห็นได้ชัด
ปรีชามองอาการของเด็กๆ ออกอย่างทะลุปร่างโปร่ง ชายหนุ่มหลุดหัวเราะในคอแผ่วเบา
รอยยิ้มอบอุ่นใจดีกลับคืนมาบนใบหน้าคมคายหลังกรอบแว่นอีกครั้ง
"เออ... เดี๋ยวพวกเราก็รู้จักเฮียเองนั่นล่ะ ไม่ต้องสงสัยหรอก"
ปรีชาเอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบหัวดายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ไปหาที่นอนกันก่อนดีกว่า... เฮียเองก็เริ่มหิวและง่วงจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"
สามหนุ่มก้มหน้าเดินตามหลังปรีชาต้อยๆ กลับขึ้นรถ CR-V สีขาวมุก
อย่างว่าว่าง่าย ภายในห้องโดยสารกลับตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง...
ทว่าความเงียบในครั้งนี้ อบอวลไปด้วยความนึกคิดของเด็กหนุ่มทั้งสามคนที่พยายามจินตนาการ
ที่คิดอย่างไรก็จินตนาการไปไม่ถึง...ว่าตัวตนอันลึกซึ้ง ลึกล้ำของชายที่ชื่อเล่นว่า ปรี
"** ชื่อจริงว่าฌากรณ์"** แท้จริงแล้วยิ่งใหญ่และทรงอำนาจเพียงใดในโลกใบนี้
{:7_361:}
คำสั่งด่วนที่ถูกส่งตรงจากระบบสำรองห้องพักระดับซูเปอร์เอ็กซ์คลูซีฟ
ทำให้อากาศภายในห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายบริหารของโรงแรมหกดาว
แห่งเดียวในจังหวัด แทบหยุดหมุน...
สัญญาณแจ้งเตือนบัตรดำแพลตตินั่ม (Black Platinum Card) ปรากฏขึ้น
คุณฌากรณ์ สมาชิกชั้นสูงสุด ผู้ถือหุ้นกู้ของโรงแรมแห่งนี้และถือเอกสิทธิ์
ระดับมหาอภิสิทธิ์ชนจะเข้าพักพร้อมคณะอีก 3 รวมเป็นซุปเปอร์วีไอพี 4ท่าน
รายงานให้ต้อนรับโดยห้ามผิดพลาดแม้แต่น้อยนิด ปรากฏขึ้นบนหน้าจอระบบ
ของทุกแผนก
โดยเลขานุการส่วนตัวที่ใช้นามว่า 'เลขามิน' ได้ทำรายการจองเพนท์เฮาส์สวีท
ระดับสูงสุดสำหรับแขกวีไอพีทั้ง 4 ที่ ไว้เรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว โดยแจ้งเพิ่มเติม
บอกว่าให้ธรรมดาไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากแต่อานุภาพบัตรดำ
ไร้ซึ่งคำถามว่าแขกผู้ทรงอิทธิพลท่านนี้ต้องการพักห้องไหน...ทานอะไร
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โรงแรมจะต้องงัดทุกความเลิศเลอและไร้ที่ติ
มาถวายการรับรองให้สมเกียรติสูงสุดต่างหาก
CR-V สีขาวมุกเลี้ยวเข้าสู่เทียบชานชาลาหน้าล็อบบี้หรู
แม้สภาพตัวรถจะมอมแมมไปด้วยคราบโคลนแดงและฝุ่นทราย
จากการเดินทางไกล สภาพรถช่างตัดกับเหล่าซูเปอร์คาร์เงาวับที่จอดเรียงราย
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าแตะพื้น ผู้จัดการใหญ่ในชุดสูทสากล
ตัดเย็บเนี้ยบกริบก็รีบสั่งการพนักงานรับรถให้ถลาเข้ามาเปิดประตู
ประตูถูกเปิดให้อย่างนอบน้อม อำนาจเหนือกฎเกณฑ์ของบัตรดำใบนั้น
ฉายแสงทะลุคราบฝุ่นบนเรือนกระจกของรถไปจนหมดสิ้น
"ล้างทำความสะอาดรถให้ผมด้วยนะครับ" ปรีชาก้าวลงจากรถ
พร้อมยื่นกุญแจให้พนักงานรับรถ
ธนบัตรสีเทาใบละพัน สามใบถูกยื่นส่งแนบไปพร้อมกัน อย่างเป็นกันเอง
รอยยิ้มปิติและแววตาขอบคุณเป็นประกายซาบซึ้งของพนักงานหนุ่ม
น้อมรับคำสั่งทันที
ริมทางเดินสู่ลิฟต์ VIP พนักงานหิ้วกระเป๋าและทีมแม่บ้านระดับหัวหน้า
ในชุดยูนิฟอร์มสะอาดตา ยืนตั้งแถวเรียงหนึ่งรอรับรองแขกทรงเกียรติ
สายตาหลายคู่แอบกวาดมองผู้มาเยือนอย่างเก็บทรงไม่มิด...
ปรีชาในเสื้อยืดเนื้อนุ่มสวมกางเกงยีนแบรนด์เนมเรียบหรู
และโด่งในชุดเสื้อโปโลผ้าดายนิ่งเนื้อดีแม้จะดูสบายๆ
แต่รังสีความมีชาติตระกูลนั้นผ่านเกณฑ์สายตาอย่างสบาย
ทว่าสายตาประเมินและดูถูกกลับตกไปอยู่ที่เข้มและดาย
เสื้อผ้าเก่าไร้แบรนด์กับรองเท้าแตะเปื้อนโคลน ทำให้แม่บ้านบางคน
ลอบขมวดคิ้วและแสดงสีหน้าประดักประเดิด
"สวัสดีครับคุณฌากรณ์ ผมผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ ยินดีต้อนรับ
และเต็มใจให้บริการครับผม" ผู้จัดการใหญ่โค้งคำนับต่ำเกือบสี่สิบห้าองศา
"ครับผู้จัดการ ขอบคุณมาก พอดีว่าไปรับน้องๆ นักแสดงมาพักน่ะครับ
ออกจากกองถ่ายก็ตรงมานี่เลย มอมแมมกันมากๆ"
น้ำเสียงราบเรียบทว่าทุ่มนุ่มของปรีชาเอื้อนเอ่ยขึ้น อย่างสุภาพ
สิ้นคำพูดนั้น... กระแสบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนทิศทางในทันที!
สายตาดูแคลนของเหล่าแม่บ้านถดถอยกลายเป็นความตกตะลึง
นัยน์ตาหลายคู่จ้องมองเรือนร่างของเข้มและดายอย่างพิจารณาใหม่...
โครงหน้าหล่อคมสันตาสไตล์ลูกครึ่งแขกของดาย นัยน์ตาคมขนดายาวสวย
นัยย์ตาใสระยิบ ทอดสะท้อนแสงไฟระย้าดุจแสงเพชรเจียระไน
และโครงหน้าคมสันเรียวหวานสไตล์ตี๋ของเข้ม ที่มีมวลกล้ามเนื้อสมส่วน
ดั่งรูปสลัก ท่วงท่าและองค์ประกอบร่างกายอันไร้ที่ตินั้นทำให้คำว่า
'ดาราหนุ่มจากกองถ่าย' มีน้ำหนักขึ้นมาทันตาเห็น
โด่งที่ยืนข้างๆ ลอบมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ...
ลึกเข้าไปในอก เขารับรู้ได้ทันทีว่าเฮียปรีชาไม่ได้แค่แก้หน้า
แต่กำลังถ่ายทอดวิชาชีวิต บทเรียนชั้นสูงที่ใช้คำพูดและชั้นเชิง
สยบคนโดยไม่ต้องใช้โทสะให้เขาได้ซึมซาบความเหนือระดับ
นิ้วเรียวยาวของปรีชาหยิบบัตรดำแพลตตินั่มออกจากกระเป๋ากางเกง
นำมาวางลงบนถาดรับรองสีเงิน ลวดลายปราณีต บุผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม
รังสีความนอบน้อมของผู้จัดการและพนักงานพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
อำนาจแห่งเงินตราและบารมีแผ่ซ่านครอบคลุมไปถึงสามหนุ่มรากหญ้า
จนพวกเขารู้สึกได้ถึงความยำเกรงที่คนรอบข้างมอบให้
"เชิญที่ห้อง Presidential Penthouse Suite ครับ"
ผู้จัดการนำทางอย่างนอบน้อม ลิฟต์กระจกส่วนตัวตรงเข้าสู่ชั้นสูงสุดของโรงแรม
ประตูกระจกเปิดออกสู่ทางเดินส่วนตัวที่ห่อหุ้มด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม
กลิ่นหอมสะอาดของชาขาวผสมดอกส้มและอุณหภูมิเย็นฉ่ำไร้เสียงรบกวน
ปะทะผิวเนื้อ เมื่อก้าวผ่านประตูหนาหนักขอบทองประกายสวย
พื้นหินอ่อนสีเข้มขัดเงาวับจนสะท้อนภาพสามหนุ่มตาลุกวาว
ผนังกระจกใสทรงสูงเพดานจรดพื้นเปิดรับทัศนียภาพของเมืองกว้างไกลสุดสายตา
เฟอร์นิเจอร์บุผ้ากำมะหยี่สีเทาอมทองตระหง่านหรูหราตะโกนออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ขณะที่ผู้จัดการกำลังเริ่มบรรยายสิ่งอำนวยความสะดวก
ปรีชาก็ยกมือขึ้นปรามเบาๆ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นเรียบนิ่ง ทว่าฉายรังสีเย็นเยียบ
"พอๆ งดคำแนะนำก่อนครับผู้จัดการ... ผมเหนื่อยมาก
และขอเปลี่ยนทีมแม่บ้านเป็นชุดใหม่นะครับ ผมไม่ชอบสายตาที่มองคน"
ความเงียบสงัดตกคลุมห้องเพนท์เฮาส์หรูทันที!
คำพูดราบเรียบไร้เสียงตวาด ทว่าเนื้อหาทำให้ทีมแม่บ้านต้อนรับชุดแรก
ที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังถึงกับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกด้วยความตกใจ
การทำให้ลูกค้าระดับ Black Platinum ไม่พอใจในเรื่องพฤติกรรม
อาจหมายถึงการหมดอนาคตในสายงานนี้ไปตลอดชีวิต
"ได้ครับคุณฌากรณ์! ผมจะเปลี่ยนทีมให้เดี๋ยวนี้เลยครับ
ขอเวลาจัดการสักครู่นะครับ"
ผู้จัดการใหญ่เหงื่อตก รีบคารวะและนำทีมแม่บ้านถอยร่นออกจากห้องไป
เสียงกระซิบกระซาบโทษกันไปมาและเสียงดุด่าเข้มงวดของผู้จัดการ
ดังลอดผ่านประตูเข้ามาเบาๆ ก่อนจะเงียบหายไป
"โห... เฮียปรีสุดยอด จัดการให้พวกผมหมดเลย"
เข้มโพล่งออกมาอย่างเก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหว นัยน์ตาฉายประกาย
ความซาบซึ้งและศรัทธา
ปรีชาหมุนตัวกลับมาสบตาเด็กหนุ่มทั้งสามคน นัยน์ตาอบอุ่นและทรงพลัง
ทอดมองดั่งพญามัจจุราชผู้พร้อมจะโอบอุ้มลูกน้องใต้ปีกอำนาจ
"เฮียจะปกป้องคนที่รักเฮีย... จำไว้"
คำพูดสั้นๆ ทว่าสลักลึกลงในจิตวิญญาณของสามหนุ่ม
เลือดในอกสูบฉีดร้อนผ่าว ความเหนื่อยล้าจากการอดนอน
และฉากบู๊โจรกรรมเมื่อคืนหายเป็นปริดทิ้ง สมองและร่างกายตื่นตัว
เต็มที่ด้วยความปิติ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ผู้จัดการคนเดิมก้าวเข้ามา
พร้อมทีมแม่บ้านชุดใหม่ที่ยืนก้มหน้านิ่งอย่างสุภาพเรียบร้อย
ได้รับการเตือนสติให้ระมัดระวังสายตาอย่างที่สุด
"ผมว่าจะอาบน้ำ รบกวนแม่บ้านเตรียมน้ำให้ด้วยครับ...
แล้วก็ขอชุดคลุมพิเศษกับชุดลำลองของโรงแรมให้พวกผมด้วย"
ปรีชาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกและสุภาพ
"อีกสักหนึ่งชั่วโมง ขอเชฟมาทำอาหารเบาๆ คอร์สรองท้องพออิ่ม
ทานในห้องนะครับ เพราะพวกเราจะลงไปสปาต่อ... รบกวนผู้จัดการด้วยครับ"
"ยินดีครับคุณฌากรณ์ จะรีบจัดการประสานให้ทันทีครับ"
แม่บ้านตรงเข้าสู่ห้องน้ำ master bathroom อ่างจากุซซี่น้ำวนขนาดยักษ์
ที่มองเห็นวิวเมืองถูกเปิดน้ำอุ่นอุณหภูมิกำลังดี
ไอร้อนลอยเอื่อยพร้อมกลิ่นหอมของอโรมาออยล์ธรรมชาติ
และน้ำมันบำรุงผิวถูกเทลงในปริมาณที่พอเหมาะ
ปรีชาพยักหน้าให้เข้มยื่นทิปให้แม่บ้านทั้งสามคน คนละสองพันบาท
แม่บ้านชุดใหม่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ไหว้ขอบคุณเข้มที่เนื้อตัวมอมแมม
ชุดบ้านนอก อย่างนอบน้อมแม้จะรุ่นลูกก็ตาม ก่อนจะหมุนตัว
ออกจากห้องไป ปล่อยให้พื้นที่อภิสิทธิ์ตกเป็นของพวกเขาทั้งสี่คน
ปรีชาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ต ค่อยๆถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงอก
อันอบอุ่นและลำคอแกร่งระหง กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวลอยอบอวล
ผสมกับไอสตรีมน้ำอุ่นที่โชยมาจากห้องน้ำเป็นความหอมที่สร้าง
บรรยากาศความผ่อนคลายสุดล้ำลึก
{:7_361:}
ละอองไอน้ำอุ่นโชยเอื่อยขึ้นปกคลุมบรรยากาศภายในห้องน้ำ
หินอ่อนขนาดยักษ์ กลิ่นหอมบำบัดของน้ำมันอโรมาชาขาว
ผสมลาเวนเดอร์กระจายละมุน ตัดกับสัมผัสเย็นฉ่ำของแอร์ซ่อนฝ้า
ที่ปะทะผิวเนื้อท่อนบน
ปรีชาก้าวเข้ามาในพื้นที่ประทับเอกสิทธิ์เป็นคนแรก
นิ้วเรียวยาวปลดเครื่องประดับทุกชิ้น ทิ้งลงบนโต๊ะแต่งตัว
ก่อนจะถอดเรือนร่างเปลือยเปล่าแขวนเสื้อผ้าไว้กับตะขอ
ทองเหลืองติดผนัง
สายน้ำอุ่นจากฝักบัวเรนโชว์เวอร์ชำระล้างคราบเหงื่อไคลจากค่ำคืน
ร่างกายกำยำผายไหล่ทรงอำนาจของชายวัยสามสิบปลายๆ
ปรากฏเด่นชัด ผิวขาวจัดตัดกับกล้ามเนื้ออกแน่นตึง ไหล่กว้าง
รับกับแผ่นหลังเรียบเนียน และมวลกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอน
สวยตามแบบฉบับคนดูแลตัวเองระดับไฮเอนด์
ปรีชาเดินโทงเทงเปลือยกายไร้สิ่งปกปิดก้าวลงสู่จากุซซี่น้ำวน
เป็นอ่างขนาดใหญ่ด้วยท่วงท่าผ่อนคลายและไร้ความเก้อเขิน
"มาลงอ่างด้วยกันสิหนุ่มๆ... ไม่ต้องอายเฮียหรอก"
สามหนุ่มรากหญ้ามองภาพนั้นด้วยสายตาตะลึงงันมันสวยงามมาก
เลือดในกายพุ่งพล่านจนหน้าขึ้นสีระเรื่อ ความขัดเขินประดักประเดิด
หลอมละลายกลายเป็นความกล้า
เมื่อเห็นเฮียปรีชาผู้ทรงอำนาจวางตัวสบายๆ ทั้งสามคนพากัน
ปลดผ้าถอดเสื้อกางเกงออกจนหมดสิ้น ทว่าความไร้เดียงสาไม่รู้
ทำให้พวกเขาเลือกที่จะเดินเข้าฝักบัว ชโลมครีมอาบน้ำเนื้อนุ่ม
และสระผมชำระล้างเรือนร่างให้สะอาดเอี่ยมอ่องเสียก่อน
ภาพสามหนุ่มรากหญ้าอาบน้ำพร้อมกันใต้ม่านไอน้ำอุ่น
คือความงดงามตามธรรมชาติที่ไร้ปรุงแต่ง...
หยาดน้ำใสเกาะพราวบนเรือนร่างกำยำของโด่ง อกผายกว้างเนินแน่น
ด้วยกล้ามเนื้อคนทำงานหนัก ผิวสีน้ำผึ้งเข้มเนียนสะท้อนแสงไฟ
ขณะที่เข้มเผยเรือนร่างสูงโปร่งทรงสปอร์ต ผิวขาวเนียนสไตล์ตี๋
ไหล่กว้างและเอวคอดได้รูป สะโพกกลม ขาตึงยาวสวย
ส่วนดาย... เด็กหนุ่มลูกครึ่งแขก เผยเรือนร่างหนุ่มแน่นดุดัน
ผิวสีเข้มละเอียด สัดส่วนกล้ามเนื้อแน่นปั๊กทุกอณู หยดน้ำไหลผ่าน
ลำคอแกร่ง ลาดไหล่ และทอดตัวลงสู่หน้าท้องเป็นลอนชัด
สะโพกสอบตึงและเรือนร่างลำควยอันสมบูรณ์แบบของวัยเจริญพันธุ์
ที่เปลือยเปล่าทั้งสามท่อน อวดความใหญ่โตเกินวัยใต้ม่านน้ำ
ยามที่น้ำใหลสุดปล้ายคล้ายกำลังฉี่ ช่างกระตุ้นอารมณ์กระสัน
ทำเอาบรรยากาศในห้องน้ำอบอวลไปด้วยเคมีดิบดื้ออันลุ่มลึก
เด็กหนุ่มค่อยๆ ทยอยก้าวลงอ่างจากุซซี่ทีละคน ปรีชาเลือมองตาไม่กระพริบ
จากโด่ง เข้ม ดาย ทีละคน จนท่อนล่างจมมิดลงใต้ผิวน้ำ เด็กหนุ่มเมื่อ
ถอดผ้าสกปรกออก คราบความเป็นคนบ้านออกถูกปอกเปลือกออกแล้ว
ภาพชายหนุ่มแรกรุ่นที่ละมุลตา ไม่ต่างหนุ่มบาร์โฮสเมืองหลวงแม้สักเสี้ยว
น้ำอุ่นวนรอบกายพัดเอาความเหนื่อยล้าออกไปจนหมดสิ้น
ปรีชาใช้ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กชุบน้ำทบปิดดวงตาที่อิ่มกับการดื่มด่ำสาม
รูปร่างที่น่ามองแล้ว หลังศีรษะเอนพิงขอบอ่างหินอ่อนสวย
หายใจเข้าลึกแล้วงีบหลับไปชั่วครู่...
สิบห้านาทีผ่านไป... ความรู้สึกสดชื่นฟื้นคืนกลับสู่ร่างกายกำยำ
ปรีชาดึงผ้าขนหนูออกจากดวงตา รอยยิ้มอบอุ่นจุดขึ้นตรงมุมปาก
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทั้งสามคนนอนแช่น้ำโผล่พ้นมาแค่ช่วงอก
นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นที่เพิ่งสวมกลับคืน ลอบกวาดสายตา
มองลงใต้ผิวน้ำอุ่นใส... แรงน้ำวนปะทะเข้ากับท่อนเนื้อชายหนุ่มทั้งสาม
ที่ตื่นตัวตามธรรมชาติเวลาสัมผัสอุณหภูมิอุ่น แท่งเนื้อขนาดสมบูรณ์แบบ
ชูแกว่งไกวไปตามจังหวะกระแสน้ำวนใต้อ่างอย่างมีชีวิตชีวา
ก่อนบรรยากาศความเงียบจะถูกปลุกจากคำถาม
"เฮียใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ?"
เข้มเอ่ยถามขึ้นมา นัยน์ตาพราวแพรวด้วยความฉงน
"ยิ่งกว่านี้อีกเข้ม..."
ปรีชาถอนหายใจยาว น้ำเสียงทุ่มนุ่มแฝงร่องรอยความอ่อนล้า
"เฮียทำงานหนักมาก รับผิชอบสูง เหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน...
แต่ตอนนี้ พอได้มาเจอพวกเรา เฮียหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยนะ...
เฮียมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่…จังหวัดเล็กๆกับพวกเรา"
ปรีชาเว้นจังหวะ สายตามองผ่อนคลาย
"งานหนักๆก็ปล่อยให้ลูกน้องทำไป ให้เลขามินช่วยดูแลอีกแรง..."
ยามเอ่ยชื่อเลขามิน สายตาของปรีชาทอดมองไปยังโด่ง
นัยน์ตาคมทับทาบภาพของโด่งเข้ากับเงาร่างของเลขาคนสนิทที่เมืองหลวง...
เป็นสายตาที่ฉายแววเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในตัวเด็กหนุ่ม
"ถ้าเฮียสร้างพวกเราให้ช่วยทำงานได้... เฮียก็จะสบายขึ้นอีกมาก"
อกของสามหนุ่มพองโตด้วยความปิติ หัวใจเต้นระทึกรับรู้ถึงคุณค่า
ที่ชายระดับมหาเศรษฐีมอบให้ น้ำเสียงนุ่มๆกล่าวต่อ
"เฮียให้พวกเราจับเงินแสนเป็นปึกๆแล้วใช่มั้ย?"
ปรีชากวาดสายตาเอ็นดู มองเรียงคน
"ใช่ครับเฮีย!" เสียงตอบรับดังพร้อมกันด้วยความศรัทธา
"ต่อไปก็เงินล้าน... สิบล้าน... แล้วก็..."
ปรีชาทิ้งท้ายคำพูด ไว้ในอากาศ
"ร้อยล้าน!" สามหนุ่มโพล่งต่อคำพูดปรีชาทันที
นัยน์ตาตาวาวเบิกกว้างว่าเป็นจริงแน่นอน พวกเขาเชื่อมั่นในคำพูด
ของชายคนนี้หมดหัวใจ
"แล้วรู้มั้ยพวกเราเริ่มงานกันแล้วนะ... รู้ตัวกันมั้ย?"
น้ำเสียงของปรีชาเปลี่ยนเป็นจริงจัง นัยน์ตาฉายรังสีลึกล้ำ
"ก็งานเมื่อคืนไง..." ปรีชาผละริมฝีปากออก คลี่ยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหนุ่ม
"พวกเราได้พลิกชะตากำหนดชีวิตของตัวเองกันแล้วนะรู้มั้ย... จากเมื่อคืนนี้ไง"
สามหนุ่มขมวดคิ้ว ทำสีหน้างุนงง จิ๊กซอว์ภาพใหญ่ที่ปรีชาวางแผนไว้
ยังประกอบกันไม่ครบ พวกเขาจึงยังมองไม่ออกว่าสัญญาทาส
และของกลางเมื่อคืนจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาอย่างไร ทว่ารอยยิ้ม
และแววตาเหนือชั้นของปรีชาก็ทำให้พวกเขาวางใจเชื่อสนิท
สามหนุ่มขยับตัวใต้อ่างน้ำอุ่น ยื่นใบหน้าหล่อคมคาย
เข้ามาชิดใกล้ใบหน้าปรีชาจนระยะห่างลดเหลือเพียงคิวบิกบิต
ลมหายใจอุ่นร้อนของเด็กหนุ่มทั้งสามเป่ารดประสานกัน
บนผิวแก้มของปรีชา ใบหน้าหล่อเหลาคนละสไตล์ที่ห้อมล้อมอยู่ตรงหน้า
ทำเอาหัวใจของพญามัจจุราชตุกวูบ
ปรีชาทนความหล่อและสายตาจงรักภักดีนั้นไม่ไหว
เอื้อมสองแขนกว้างรวบร่างเปลือยเปล่าของเด็กหนุ่มทั้งสาม
เข้ามากอดแน่นในอ้อมอกเดียว! ประทับจูบลงแก้มนวลหอม
อย่างเอ็นดู รักใคร่และปกป้อง
ใต้ม่านไอน้ำอบอ้าว... กระแสน้ำวนที่เคยผ่อนคลายกลับแผ่ซ่าน
ไปด้วยมวลอารมณ์ดิบดุที่แผดเผาจนน้ำอุ่นแทบเดือด!
เรือนร่างเปลือยเปล่าทรงพลังทั้งสี่เบียดเสียดแนบชิด
ผิวเนื้อแนบผิวกาย เสียดสีจนรับรู้ถึงมวลคลื่นความร้อนผ่าว
ท่อนเนื้อชายชาตรีวัยเจริญพันธุ์ใต้อ่างตื่นตัวชูชันจนเกร็งแข็ง
เป็นแท่งเนื้อร้อน ปะทะดุนดันและถูไถกันและกันตามแรงเบียดชิด
ความแน่นตึงบดเบียดผ่านหน้าท้อง หว่างขา และต้นขา
ผิวกายสัมผัสถึงความเกร็งกระสันและอารมณ์เสน่หาอันพวยพุ่ง
ที่เปิดเผยแบบไร้การซ่อนเร้น
ปรีชาเบิกสายตานิ่งลึก ริมฝีปากร้อนระอุโน้มประจิดมอบจูบบดขยี้เรียงคน...
ฝ่ามือใหญ่กดท้ายทอยของโด่ง ดึงเข้ามาดึงดูดริมฝีปากอวบอิ่ม
อย่างหนักแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนแลกเปลี่ยนกันจนโด่งส่งเสียงครางห้าวเบาๆในลำคอ
ก่อนที่ปรีชาจะเบือนหน้าไปหาเข้ม บดจูบล้ำลึก สอดประสานเรียวลิ้น
หยอกเย้าจนเด็กหนุ่มเกร็งตัวรับสัมผัสสยบซบลงกับแผงอก
และปิดท้ายด้วยดาย... ปรีชาสอดปลายนิ้วเข้ากลุ่มผมดกดำท้ายทอย
บดจูบกระแทกริมฝีปากคมเข้มอย่างดุดันลุ่มลึก ดูดดึงกลีบปากล่าง
อย่างหิวกระหาย สัมผัสความหวานดิบฉ่ำจนดายขนตางอนหนาสั่นระริก
ลมหายใจสะดุดกึก อกผายเกร็งขึ้นพ้นน้ำหายใจถี่ แอ่นสะโพก
สู้สัมผัสใต้อ่างน้ำด้วยความเสียวคลั่งไคล้ลำควยที่ถูกปรีชา บีบ รูด ชัก
แผ่ความเสียวซ่านทั่วร่างกายทุกอณูจนแทบละลายสยบอยู่ใต้น้ำ
ความร้อนแรงใต้อ่างพุ่งทะยานถึงขีดสุด... ท่อนเนื้อแข็งตึง 4 ท่อน
บดเบียด ถูไถกันจนเยิ้ม มันเรียกร้องความต้องการที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังแทรกขึ้นแน่นหนัก พร้อมเสียงทุ้มสุภาพ
ของผู้จัดการฝ่ายบริการ
"เชฟพร้อมเสิร์ฟอาหารคอร์สแรกแล้วครับคุณฌากรณ์..."
เสียงนั้นดึงสติที่กำลังแผดเผาให้หยุดชะงัก!
ลมหายใจกระเส่าของสี่หนุ่มหอบถี่ใต้ม่านไอน้ำ...
ปรีชาชะงักริมฝีปากที่กำลังจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของดาย
นัยน์ตาวาววับหม่นลงด้วยมวลอารมณ์ค้างคาที่ต้องถูกกดข่มเอาไว้
ชายหนุ่มหลุดยิ้มลุ่มลึกตรงมุมปาก มองดูเด็กหนุ่มทั้งสามคน
ที่ผละกายนั่งหน้าแดงซ่าน อกกระพือขึ้นลงและท่อนเนื้อใต้อ่าง
ยังคงแข็งตึงปูดเกร็งอย่างต้องการระบาย
"ครับๆ... สักครู่ ผมนุ่งผ้าก่อน"
ปรีชายกใบหน้าขึ้น โน้มเข้าไปประจุ๊บ มอบจูบเรียงคนอีกรอบ... ปากอุ่นนุ่มของปรีชา
แตะสัมผัสริมฝีปากอวบอิ่มของโด่ง ของเข้ม และปิดท้ายด้วยการบดจูบบนริมฝีปาก
อวบ บนหน้าคมเข้มของดาย สัมผัสหวานลึกทำให้ดายขนตางอนหนาสั่นระริก
ลมหายใจสะดุดกึกอีกรอบ ใต้อ้อมกอดที่ค่อยๆคลายตัว
ความแนบชิดใต้อ่างละลายตัวออก สี่หนุ่มลุกขึ้นยืนพ้นขอบอ่าง หยาดน้ำอุ่นพราวระยับ
ไหลรินผ่านเรือนร่างกล้ามเนื้อเรียบกริบลงสู่พื้น ทั้งสี่คนหยิบชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มสีขาวสะอาด
มาสวมทับปกปิดของสงวนไว้ ทวนสายผูกเอวแน่นหนาพันกาย
"เชิญครับผู้จัดการ"
ประตูกระจกห้องน้ำเปิดออก สี่หนุ่มก้าวออกมาในชุดคลุมสีขาว
หน้าตาสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณเปล่งปลั่งจากการแช่น้ำอุ่น
โด่งและดายในเวลานี้ ออร่าความหล่อเหลาและเสน่ห์เฉพาะตัว
ถูกขับออกมาจนสว่างวาบ ไม่แพ้ความดูดีของปรีชาและเข้มแม้แต่น้อย
ดั่งดาราหนุ่มรูปงามสี่คนที่เพิ่งก้าวออกจากฉากหนังฟอร์มยักษ์
ทีมแม่บ้านชุดเดิมก้าวเข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำอย่างรู้หน้าที่
เตรียมเก็บผ้าโปโลและกางเกงเปื้อนฝุ่นไปซัก ปรีชาโบกมือเรียบนิ่ง
"ผ้าพวกนั้นเอาไปทิ้งได้เลยครับ..."
ปรีชาหันไปสั่งผู้จัดการด้วยความสุภาพ
"แล้วช่วยเรียกสไตลิสต์จากร้านแบรนด์เนมในห้าง
มาจัดชุดใหม่ให้พวกเราสี่คนด้วยครับ"
"ยินดีครับคุณฌากรณ์ ผมจะแจ้งสไตล์ลิสต์ให้ด่วนที่สุดครับ"
เมื่อข้อตกลงเรียบร้อย เชฟใหญ่ในชุดหมวกทรงสูงพร้อมผู้ช่วยบริกร
ก็เข็นรถลากอาหารเลิศรสเข้ามาในห้องเพนท์เฮาส์
กลิ่นหอมอบอวลของทรัฟเฟิลดำ เนยสดฝรั่งเศส และซอสส้มยูสุ
พัดผ่านอากาศ จนทำให้เสียงท้องร้องของสามหนุ่มรากหญ้าร้องไม่หยุด
{:7_361:}
สายลมเย็นฉ่ำจากระบบปรับอากาศซ่อนฝ้าพัดเอาละอองความร้อนดิบ
และไอน้ำอุ่นจากห้องน้ำให้เจือจางลง
ทีมแม่บ้านระดับมืออาชีพภายใต้การควบคุมทั้งสี่ทิศทาง
ของผู้จัดการฝ่ายบริการ ทำงานกันอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วไร้เสียงรบกวน
อ่างจากุซซี่ถูกชำระล้างจนหินอ่อนกลับมากระจ่างใส
ผ้าขนหนูและชุดคลุมอาบน้ำผืนใหม่ถูกจัดวางเรียงอย่างประณีต
พร้อมด้วยชุดลำลองแบรนด์เนมเนื้อดีของทางโรงแรม
ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบครันสำหรับสี่คน ทั้งเสื้อหรูผ้านุ่มคอวี
กางเกงขาสั้นเนื้อนุ่มใส่สบาย กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายไร้ขอบ
และรองเท้าแตะปักโลโก้หรู...ของโรงแรม งานทุกชิ้นสะท้อนถึง
อภิสิทธิ์ชนระดับสูงสุด
ผู้ช่วยเชฟในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดก้าวเข้ามาก้มโค้งคำนับ
ด้วยท่วงท่าสง่างาม "เชิญคุณฌากรณ์และคณะที่โต๊ะอาหารครับ"
โต๊ะหินอ่อนสีดำทรงยาวใจกลางห้องเพนท์เฮาส์
ถูกจัดวางด้วยชุดจานกระเบื้องเคลือบเนื้อดี (Fine Bone China)
มีดส้อมเงินแท้เรียงรายหลายคู่ และแก้วเจียระไนใสระยิบระยับ
สะท้อนแสงไฟวอร์มไลท์
บริกรทั้งสี่คนก้าวเข้ามาประกบข้างหลังเก้าอี้พิงหนังแท้ของแขก
แต่ละคนอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะค่อยๆ คลี่ผ้ากันเปื้อนผ้าป่านสีขาวบริสุทธิ์
วางบรรจงลงบนตักของสี่หนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำผืนหนา
โด่งเฝ้ามองทุกรายละเอียดด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ ความประดักประเดิดหลอมละลาย
กลายเป็นความศรัทธาลึกซึ้งนัยน์ตาคมเข้มทอดมองไปยังปรีชาที่นั่งผ่อนคลายอยู่หัวโต๊ะ...
ทุกครั้งที่บริกรยื่นมือมาบริการ ปรีชาจะไม่เคยละเลยที่จะพยักหน้ารับ
รอยยิ้มจางๆ และคำขอบคุณแผ่วเบาถูกส่งให้อย่างให้เกียรติ
ไร้ซึ่งสายตาแบ่งแยกชนชั้นหรือถือดีในอำนาจเงิน
โด่งรับรู้ในอกทันทีว่า ชายคนนี้ไม่ใช่แค่รวยมหาศาล... แต่คือต้นแบบของ
"มหาบุรุษ" ที่เขาพร้อมจะถวายหัวและซึมซาบทุกวิชาชีวิตไว้กับตัว
พนักงานซอมเมอลิเยร์ (Sommelier) ก้าวเข้ามาพร้อมขวดไวน์แดงบอร์โดซ์ (Bordeaux)
ปีเก่าแก่ในลังไม้ รินน้ำสีแดงก่ำคล้ายอัญมณีล้ำค่า
ลงในแก้วทรงสูงของปรีชาเป็นคนแรก กลิ่นหอมของผลไม้เบอร์รี่เข้มข้น
ไม้โอ๊กและวานิลลาลอยอบอวลเตะจมูก
ปรีชาละเลียดยกแก้วขึ้นหมุนเบาๆ ให้เนื้อไวน์สัมผัสอากาศ ก่อนจะสบตา
ขอบคุณกับพนักงานรินไวน์
พนักงานลอบมองดายและเข้มด้วยสายตาเกรงใจ แล้วหันมามองปรีชา
แฝงคำถามในนัยน์ตาวาบหนึ่ง ไวน์ขวดนี้ราคาหลักแสน ทว่าดายและเข้ม
ดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กหนุ่มวัยเรียน
ปรีชาพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต บริกรจึงบรรจงรินไวน์ใส่แก้ว
ให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนจนครบ
เข้มยกแก้วไวน์ขึ้นตั้งท่าจะควักกรึ๊บเดียวหมดแก้ว
ดั่งดื่มเป๊กเหล้าขาวตามซุ้มยาดอง ทว่าโด่งที่ลอบมองปรีชาอยู่ก่อน
รีบใช้สายตาปรามเพื่อนรุ่นน้อง
โด่งเลียนแบบท่วงท่าของปรีชา ละเลียดจิบน้ำสีแดงก่ำลงคอ
ความฝาดนุ่มนวลที่ปลายลิ้นลูบผ่านลำคออุ่นวาบ ซาบซ่านลงสู่ช่องท้อง
ละลายมวลความเกร็งและอารมณ์ค้างคาใต้อ่างน้ำวน
ให้กลายเป็นความผ่อนคลาย
เข้มและดายทำตามพี่ใหญ่ อย่างละเมียดลพไม แค่กรึ๊บเดียวทำให้
ผิวกายของดายและเข้มเริ่มขึ้นสีเลือดฝาดระเรื่อ นัยน์ตาวาวใส
สบประสานกันผ่านขอบแก้วเจียระไนฉ่ำหวาน
"คอร์สแรก... Hokkaido Scallop Carpaccio with Citrus Vinaigrette
& Caviar ครับคุณฌากรณ์"
เชฟใหญ่ก้าวเข้ามาอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"หอยเชลล์โฮตาเตะสดแล่บาง ปรุงรสด้วยซอสส้มยูสุและคาเวียร์ดำ
วัตถุประสงค์เพื่อปลุกปุ่มรับรส กระตุ้นความสดชื่น และช่วยระบบ
ย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีครับ"
จานแก้วใสสไตล์โมเดิร์นถูกยกมาวางตรงหน้า เนื้อหอยเชลล์
สีขาวนวลแล่บางเฉียบประดับด้วยไข่คาเวียร์สีดำประกาย
ปรีชาใช้ส้อมคีบเข้าปากเป็นคนแรก สามหนุ่มจึงลงมือทำตาม...
ทันทีที่เนื้อหอยเชลล์แตะปลายลิ้น ความหวานนุ่มฉ่ำละลายในปาก
ตัดกับความเปรี้ยวหอมสดชื่นของส้มยูสุและรสเค็มกลมกล่อม
ของคาเวียร์ที่แตกแตกโป๊ะในลำคอ
เข้มทำตาโตเท่าไข่ห่าน ดายหลุบตาต่ำละเลียดรสชาติด้วยความตื่นตะลึง
ชีวิตรากหญ้าที่ไม่เคยสัมผัสความประณีตระดับนี้ ทำให้อกของ
เด็กหนุ่มพองโตทันที บริกรก้าวเข้ามาเก็บจานว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ
เมื่อทุกคนทานเสร็จ
"คอร์สที่สอง... Consommé de Volaille with Truffle Essence ครับ"
เชฟอธิบายต่อขณะบริกรยกถ้วยกระเบื้องมีหูจับมาวาง
"ซุปไก่ใสฝรั่งเศสสกัดเข้มข้นเคี่ยวยาวนานยี่สิบสี่ชั่วโมง
ผสานน้ำมันทรัฟเฟิลดำ ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า ซ่อมแซมระบบภายใน
และปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกายให้พร้อมสำหรับการนวดสปาครับ"
ไอร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมลุ่มลึกของทรัฟเฟิลดำ
ที่พัดพาความหรูหราอบอวลไปทั่วห้อง
ปรีชาใช้ช้อนทองเหลืองตักซุปขึ้นซดเบาๆ สามหนุ่มยกช้อนขึ้นซดตาม...
น้ำซุปสีทองใสราวกระจก ทว่ารสชาติกลับเข้มข้น อุ่นวาบตั้งแต่ช่องคอ
ลงไปถึงกระเพาะ ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำมืดมิดเมื่อคืน
สลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ดายสูดลมหายใจเข้าลึก รสสัมผัสของซุป
และกลิ่นทรัฟเฟิลติดอยู่ที่โคนลิ้น ชวนให้หัวใจเต้นระทึกด้วยความปิติ
"คอร์สที่สาม... Pan-Seared Snow Fish with White Wine Butter Sauce ครับ" เชฟเปิดฝาครอบเงินออก
เผยให้เห็นสเต๊กปลาหิมะชิ้นโตย่างกระทะจนผิวสีทองกรอบ วางบนซอสเนยสดไวน์ขาวและหน่อไม้ฝรั่ง
"เนื้อปลาหิมะพรีเมียม อุดมด้วยโอเมก้าสามและโปรตีนย่อยง่าย
อิ่มเบาสบายท้อง ไม่ทิ้งความอึดอัดไว้ในกระเพาะครับ"
ปลายมีดเงินตัดผ่านเนื้อปลาหิมะที่นุ่มละมุนดั่งสำลี กลิ่นหอมหวาน
ของเนื้อปลาร้อนๆ ผสมซอสเนยไวน์ขาวทำให้อนุภาพรสชาติพุ่งแผ่ซ่าน
ทั่วช่องปาก เข้มเคี้ยวแก้มตุ่ยด้วยความฟิน โด่งกลืนน้ำลายลงคอ
ด้วยความซาบซึ้งในรสสัมผัส ส่วนดายนัยน์ตาพราวเสน่หา
จ้องมองปรีชาผ่านขอบแก้วไวน์ด้วยความรู้สึกศรัทธาสุดหัวใจ
มื้ออาหารนี้ไม่เพียงแต่อิ่มท้อง... แต่มันคือการยกระดับคุณค่าชีวิต
ของพวกเขาทั้งสามคนขึ้นสู่อีกโลกหนึ่ง
เมื่อคอร์สอาหารสิ้นสุดลง อาหารอร่อยอิ่มท้องพอดี พนักงานรินไวน์
ก้าวเข้ามาเตรียมเก็บแก้ว ทว่าเข้มที่กำลังเคลิ้มได้ที่กลับรีบชูแก้วขึ้น
ส่งยิ้มกวนๆ
"พี่ครับ... ขอเต็มแก้วเลยได้มั้ยพี่! ไวน์พี่โคตรอร่อยเลย!"
คำพูดโพล่งออกมาแบบปล่อยไก่ทำเอาโด่งและดายแทบยกมือขึ้นกุมขมับ
ทว่าปรีชากลับหลุดหัวเราะขำในคออย่างเอ็นดู
ชายหนุ่มผายมือให้พนักงานรินไวน์ด้วยรอยยิ้ม "จัดเต็มแก้วให้เลยครับ..."
โด่งแลดายก็ขอบ้าง ทั้งที่อยากเหมือนกันแต่แค่อาย
พนักงานรินไวน์ยิ้มรับ นอบน้อมรินไวน์แดงแสนแพงให้เข้มจนเกือบติดขอบแก้ว
เข้มตื่นเต้นกับมื้ออาหารและการดื่มไวน์ครั้งแรกในชีวิต ชอบอย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก
เชฟและทีมงานก้มโค้งคำนับสี่สิบห้าองศา
"ขอบพระคุณคุณฌากรณ์และทุกท่านครับ ขอตัวกลับไปเตรียมพร้อมในครัว
หากต้องการสิ่งใดเพิ่ม สามารถแจ้งผู้จัดการได้ตลอดเวลานะครับ"
ขณะที่เชฟและพนักงานกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง
เข้มก็เอียงหน้าหรี่ตา มองปรีชาด้วยสีหน้าโก๊ะๆ
"เฮีย... ผมให้ทิปพี่ๆ เขาได้มั้ยครับ?"
ปรีชานั่งพิงเก้าอี้ ยิ้มเรียบนิ่งทว่าแววตาฉายความชื่นชมในความมีน้ำใจ
ของเด็กหนุ่ม "ได้สิ... ตามความพอใจของเข้มเองเลย"
เข้มลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความดีใจจนขาดความระมัดระวัง!
สายรัดเอวของชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูสีขาวที่ผูกไว้ลวกๆ
หลุดลุ่ยออกจากกันโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว
เข้มวิ่งปราดไปที่โซฟา คว้ากระเป๋าสะพายสีน้ำตาล รูดซิป
ดึงปึกธนบัตรใบละพันมัดใหม่เอี่ยมอ่องออกมาด้วยความเริงร่า
พนักงานและเชฟหยุดชะงัก สายตาทุกคู่ที่มองเห็นปึกเงินแสน
ในมือของเด็กหนุ่มต่างตื่นเต้นและซาบซึ้ง... ไม่ใช่แค่เพราะจำนวนเงิน
แต่เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้ามองเห็นคุณค่าในตัวพวกเขา
เข้มวิ่งพรวดกลับมาที่โต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว...
ทว่าจังหวะที่ซอยเท้าวิ่งนั่นเอง! สาบเสื้อชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเลื่อนถลก
แหวกออกกว้างจนท่อนล่างเปิดอล่างฉ่าง!
ท่อนเนื้อชายชาตรีวัยเจริญพันธุ์ขนาดใหญ่โตเกินวัย ยาว ขาวอวบอูม
แม่ไม่แข็งตึงแตท่อนลำดูใหญ่มาก ปลายหัวเห็ดสีชมพูเข้มห้อยแกว่งไกว
อยู่กลางอากาศ โชว์เบื้องล่างน่ามองอล่างฉ่างทุกรูขุมขนต่อสายตา
พนักงานทุกคนเต็มสองตา!
พนักงาน บริกร และเชฟ ตกใจเกร็งกึ๊ก! เพื่อรักษาหน้าและไม่ให้แขก
ทรงเกียรติรู้สึกอับอาย ทุกคนพร้อมใจกันก้มหน้าต่ำ มองพื้นหินอ่อน
อย่างนิ่งสงบ ไม่แสดงสีหน้าหรือส่งเสียงใดๆ ราวกับมองไม่เห็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เข้มเพิ่งรู้สึกถึงลมเย็นที่ปะทะเข้ากับท่อนเนื้อและไข่สองใบ
พอหันมองต่ำลงไปก็พบว่าท่อนควยลำยาวอวบของตัวเอง
กำลังห้อยโชว์อยู่กลางห้อง!
เข้มตาโตเท่าไข่ห่าน รีบกระชับห่อผ้าคลุมตัวกลับมาผูกเอวใหม่
แบบลวกๆลุกลี้ลุกลน ใบหน้าสไตล์ตี๋ขึ้นสีแดงซ่านไปถึงใบหู
ทำท่าเขินอายก้มหน้ากวนๆ น่าเอ็นดูน่ารักสุดขีด
ปรีชานั่งมองภาพนั้นแล้วหลุดหัวเราะเบาๆ ในคอ... สายตาหลังกรอบแว่น
ลอบมองเรือนร่างท่อนล่างที่เพิ่งแผลงอิทธิพลไปเมื่อครู่ ลำควยทรงสวย
ยาวใหญ่ และสมบูรณ์แบบของเข้ม ทำเอาอารมณ์เสน่หาเย้ายวน
ใต้อ่างน้ำวนเมื่อกี้กระพือขึ้นมาแผ่วเบา
เข้มซ่อนความอาย ดึงธนบัตรใบละพันออกจากปึก ยื่นส่งให้พนักงาน
ทีละคนอย่างตั้งใจ... บริกรและแม่บ้านได้รับทิปคนละสามพันบาท
ส่วนผู้จัดการ เชฟใหญ่ และพนักงานรินไวน์ เข้มจัดหนักยื่นส่งให้
คนละห้าพันบาท!
"ขอบคุณครับพี่ๆ...ที่มาดูแลพวกผม" เข้มโค้งคำนับก้มศีรษะ
ให้พนักงานทุกคนทุกครั้งที่ยื่นเงินให้ด้วยความจริงใจ
พนักงานทุกคนโค้งคำนับตอบอย่างนอบน้อมยิ่งกว่า
ยื่นสองมือน้อมรับเงินทิปในความรู้สึกช่างมหาศาล คำขอบคุณแสนซาบซึ้ง
พุ่งตรงออกมาจากใจของพนักงานทุกคนที่ได้รับการยอมรับและให้เกียรติ
อย่างสูงส่ง
เข้มยิ้มอิ่มเอมใจจนล้นใบหน้า... ภาพในอดีตยามที่เฮียปรีชายื่นธนบัตร
ใบละพันให้เขาไปซื้อน้ำมันไปเติมน้ำมันให้โด่งที่อ่างเก็บน้ำ ผุดขึ้นมา
ในหัวอย่างเด่นชัด เป็นความสุขจากการเป็นผู้รับที่ดีใจ แต่ความสุข
ครั้งนี้เป็นความสุขของการเป็น "ผู้ให้" และการยื่นน้ำใจให้คนทำงาน
ทำให้เข้มได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเงินและชีวิต
ที่เฮียปรีชาหยิบยื่นให้ อย่างไร้เงื่อนไขหรือสัญญาผูกมัด
บรรยากาศภายในห้องเพนท์เฮาส์อบอวลไปด้วยความอุ่นวาบ ชื่นมื่น
และปิติยินดีอย่างที่สุด ก่อนที่ทีมผู้จัดการ เชฟ และพนักงานทุกคน
จะโค้งคำนับถอยร่นออกจากห้องไปอย่างอิ่มใจ เสียงชื่นชมเด็กหนุ่ม
แว่วย้อนกลับแผ่วเบา “น้องเขาน่ารักมากฉันจะเป็นเอฟชีของเขา”
ภาพลำควยอันสวยงามของเข้มปรากฏชันในหัวพนักงาน พร้อมกับ
รอยยิ้มมีความสุข
{:7_361:}
{:7_360:}ซัพพอร์ตเหล้าขาวเปย์ให้คุณยายกรึ๊บเติมพลังสมอง...อินบ๊อกนะค่ะ {:7_360:}
ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202609/04/083048zl1b2vicwko2dafz.jpg
หนุ่มน้อยของเฮียปรี
{:7_376:}พูดคุยให้กำลังใจติดต่อกันใหม่...อินบ๊อกได้เลยคร้าา{:7_376:}ขอบคุณที่ชื่นชอบสนับสนุนและติดตามผลงานค่ะ หวังว่าคงอิ่มใจนะค่ะ ซีนซี๊ดอูยยยย ร่มๆนะค่ะ
เขียนไปเขียนมา เนื้อเรื่องก็งอกตลอดค่ะ
ดันฉากเฮียปรีจัดรูโด่งออกไปเรื่อยๆ
ติดตามกันต่ออย่าเพิ่งเบื่อคุณยายนะค่ะ
{:7_361:} สนุกมากครับ nuangnut1996 ตอบกลับเมื่อ 2026-9-4 10:55
สนุกมากครับ
เม้นแรกกระแทกกำลังใจ
ขอบคุณมากๆนะค่ะ ชอเรื่องนี้มาก ๆ ขอสมัครเป็น FC คนแต่งนิยายสนุก ๆ ให้อ่านนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ตามอ่านตลอด สนุกมากมายครับ 👍🏻 เข้ามารอสามหนุ่ม ขอบคุณครับ ดีงามมากตอนนี้ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ{:5_120:} น้องเฃ้มใจดีมากครับ ดีมาก ๆ เลยครับ รอติตตามต่อเรื่อย ๆ นะครับ ยอดเยี่ยมมาก {:5_119:} ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]