Beneath the Neon Thong (การค้นพบตัวตนใต้แสงนีออน) บทที่ 1 ช่องว่างหลังจบการศึกษา
ช่องวันที่บนปฏิทินตั้งโต๊ะว่างเปล่าเกินไปบูมนั่งจ้องมันมาเกือบห้านาทีแล้ว วันที่รับปริญญาเมื่อสามสัปดาห์ก่อนยังถูกวงด้วยปากกาสีน้ำเงิน มีดาวดวงเล็กที่ปองวาดเพิ่มไว้ข้าง ๆ กับข้อความลายมือเคนว่า เลี้ยงหมูกระทะ อย่าหนีหลังจากวันนั้น หน้ากระดาษก็เหลือเพียงช่องสี่เหลี่ยมสีขาวต่อกันยาวไปจนสิ้นเดือน
เขาพลิกปฏิทินไปเดือนถัดไป
ว่าง
พลิกอีกหน้า
ยังว่าง
กว่าจะถึงกำหนดเปิดภาคเรียนระดับบัณฑิตศึกษา ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน บูมทำเครื่องหมายวันปฐมนิเทศไว้เรียบร้อยตั้งแต่ได้รับอีเมลตอบรับ ทั้งที่มันอยู่ไกลจนดูไม่เหมือนเหตุการณ์จริง แต่เป็นนัดหมายของใครอีกคนในอนาคตมากกว่า
ตอนเรียนปริญญาตรี ชีวิตเขาไม่เคยมีช่องว่างมากขนาดนี้ ตารางแต่ละวันถูกแบ่งเป็นคาบเรียน ประชุมกลุ่ม อ่านหนังสือ ทำรายงาน และช่วยอธิบายบทที่เคนกับปองบอกว่า “ฟังอาจารย์แล้วเหมือนฟังวิทยุต่างดาว” ต่อให้ไม่มีงานของตัวเอง บูมก็มักมีข้อความเด้งขึ้นมาถามว่าอยู่ห้องไหม ช่วยดูข้อนี้ให้หน่อย หรือคืนนี้อ่านด้วยกันหรือเปล่า
เขาไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านั้นสำคัญ แค่เพื่อนช่วยกันเรียนเท่านั้นเอง
แต่พอทุกอย่างหยุดลงพร้อมกัน เขาถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองเคยชินกับการเป็นคนที่ใครสักคนต้องการมากแค่ไหน
บูมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กลุ่มแชตสามคนมีข้อความล่าสุดจากปองเมื่อเกือบสองชั่วโมงก่อน เป็นรูปจานผลไม้ที่บ้านต่างจังหวัด พร้อมข้อความว่า แม่บอกว่ากูกลับมาผอม ให้กินตั้งแต่เช้ายันเย็นแล้ว ถัดลงมาเป็นรูปสุนัขของเคนนอนทับกระเป๋าเดินทาง
มันไม่ให้กลับกรุงเทพฯ ว่ะ
บูมยิ้มแล้วพิมพ์ตอบ
ก็ดี อยู่กับที่บ้านไปก่อน กลับมาเมื่อไหร่ค่อยหาอะไรกินกัน
เขามองข้อความของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลบคำว่า คิดถึงพวกมึงแล้ว ที่พิมพ์ต่อท้ายออกไป
เคนกับปองไม่ได้ย้ายไปไหน ห้องของทั้งคู่อยู่ในคอนโดเดียวกันกับเขา เพียงคนละห้อง พอทั้งคู่กลับมา ทุกอย่างก็คงกลับมาเหมือนเดิม ประตูเปิดปิดในเวลาไล่เลี่ยกัน มีเสียงเคาะห้องตอนดึก และมีใครสักคนเข้ามารื้อของกินในตู้เย็นโดยไม่เคยขออนุญาต
เพียงแต่ตอนนี้ทั้งคู่กลับบ้านไปหาครอบครัวชั่วคราวก่อนเริ่มงานประจำ เคนกับปองเลือกทำงานหลังเรียนจบ มีเพียงบูมที่เรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งคู่ยังเก็บห้องเดิมไว้ เพราะกลับมากรุงเทพฯ ก็ต้องใช้เป็นที่พักไปทำงานอยู่ดี
ทางเดินหน้าห้องจึงเงียบสนิท
วันแรกของการอยู่คนเดียว บูมทำความสะอาดห้องจนไม่เหลือฝุ่น เขาแยกเอกสารเรียนต่อใส่แฟ้มสามสี อ่านบทความที่อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำไว้ล่วงหน้า และจัดไฟล์ในคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด
วันที่สอง เขาทำอาหารเช้า ออกกำลังกาย และเขียนตารางเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมอย่างละเอียด
วันที่สาม งานทุกอย่างในตารางเสร็จก่อนเที่ยง
หลังจากนั้น วันต่าง ๆ ก็เริ่มละลายรวมกัน
บูมตื่นสายขึ้นทีละน้อย สั่งอาหารมากินหน้าคอมพิวเตอร์ เปิดซีรีส์ทิ้งไว้หลายตอนโดยจำไม่ได้ว่าใครทะเลาะกับใคร เลื่อนดูคลิปสั้นจนโทรศัพท์ร้อน แล้ววางมันลงเพียงเพื่อหยิบขึ้นมาใหม่ในอีกไม่กี่นาที เขาลองอ่านบทความวิชาการต่อ แต่สมาธิหลุดตั้งแต่หน้าแรก เพราะไม่มีเส้นตาย ไม่มีคะแนน และไม่มีใครรอให้เขาสรุปเนื้อหาไปอธิบายต่อ
ห้องที่เคยเป็นสถานที่พักจากความวุ่นวายกลับเงียบจนได้ยินเสียงตู้เย็นตัดเป็นระยะ
บางครั้งบูมออกไปยืนหน้าประตู มองไปทางห้องของเคนกับปองเหมือนอาจเห็นแสงลอดออกมาจากใต้บานประตู ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครอยู่ เขาเคยเกือบส่งข้อความถามว่าจะกลับกันเมื่อไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งทุกคนสมควรได้พัก เขาเองก็สมควรได้พักเหมือนกัน
ปัญหาคือบูมไม่รู้ว่าต้องพักอย่างไร
เย็นวันหนึ่ง เขาเปิดปฏิทินกลับมาที่เดือนปัจจุบันอีกครั้ง ช่องสีขาวยังอยู่ครบเหมือนเดิม แสงแดดสุดท้ายส่องผ่านม่านมากระทบกระดาษจนตัวเลขซีดจาง เขาหยิบปากกาขึ้นมา ตั้งใจจะเขียนอะไรสักอย่างลงในช่องของวันนี้
แต่ปลายปากกาค้างอยู่เหนือกระดาษ
เขาไม่มีนัด ไม่มีงาน ไม่มีสถานที่ต้องไป และไม่มีใครกำลังรอ
บูมวางปากกา ลุกไปส่องกระจก ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามในนั้นยังเป็นคนเดิม—ร่างลีนได้สัดส่วนจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผิวสีน้ำตาลอ่อน แว่นกรอบดำ และผมสั้นเรียบร้อยเกินกว่าจะเรียกว่าเพิ่งตื่น แต่สีหน้ากลับดูเหมือนคนที่กำลังรอคำสั่งบางอย่างซึ่งไม่มีวันมาถึง
เขาถอดเสื้ออยู่บ้านตัวเก่า เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดผ้าบาง สวมสร้อยเงินเส้นเล็กที่ใส่ติดตัวเป็นประจำ แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจห้อง
ตอนประตูปิดลงข้างหลัง บูมยังไม่รู้ว่าจะไปไหน
เขารู้เพียงว่า ถ้ายังอยู่ในห้องต่ออีกคืน เขาคงได้ยินเสียงความว่างเปล่าดังกว่าเสียงของตัวเอง
เมืองทั้งเมืองอบความร้อนไว้มาตั้งแต่บ่าย พอฟ้ามืด คอนกรีตก็ยังคายไอชื้นอ้าวออกมาไม่หยุด ราวกับกรุงเทพฯ เป็นเตาอบที่ลืมปิด บูมเดินเรื่อยเปื่อยมาเกือบชั่วโมง เสื้อยืดแนบติดแผ่นหลัง แว่นกรอบดำไหลลงมาตามเหงื่อจนต้องใช้นิ้วดันกลับขึ้นไปทุกสองสามนาที ผมที่ปกติตัดสั้นเรียบร้อยเริ่มชื้นและปรกลงมาบนหน้าผาก
บันไดลงชั้นใต้ดินปรากฏขึ้นระหว่างร้านก๋วยเตี๋ยวที่ปิดแล้วกับร้านซักอบผ้าหยอดเหรียญ เหนือประตูมีป้ายไฟสีชมพูอมม่วง กะพริบอยู่สองครั้งก่อนจะติดนิ่ง
BENEATH
ข้างใต้มีตัวหนังสือเล็กกว่า
ADULT MALE REVUE — 20+
ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยขึ้นมาตามบันไดพร้อมเสียงเบสทุ้ม ๆ บูมหยุดยืนอ่านป้ายตรงประตูอีกบาน
การแสดงสำหรับผู้ใหญ่ ภายในอาจมีภาพเปลือยและกิจกรรมทางเพศ การถ่ายภาพอนุญาตเฉพาะเมื่อไฟสัญลักษณ์กล้องบนเวทีติด การสัมผัสนักแสดงต้องได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง
เขาควรเดินต่อ
เขารู้ดีว่าควรเดินต่อ
แต่ไอเย็นที่ไหลขึ้นมาตามบันไดชวนให้ขาเคลื่อนไปเอง อีกอย่าง เขาไม่ได้จะทำอะไรเสียหน่อย แค่ลงไปดูว่าเป็นร้านอะไร ถ้าไม่ชอบก็กลับ
ด้านล่างมีชายร่างใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดำยืนเฝ้าประตู เขามองบูมตั้งแต่ศีรษะจรดรองเท้า ก่อนยกคางขึ้นนิดหนึ่ง
“บัตรประชาชนครับ” ชายเฝ้าประตูบอก
บูมหน้าอุ่นวาบ แต่ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ชายคนนั้นตรวจวันเกิดแล้วคืนบัตรให้
“มาครั้งแรกหรือเปล่าครับ” ชายเฝ้าประตูถาม
“ครับ คือ…ผมแค่เข้ามาหลบร้อน” บูมตอบ
อีกฝ่ายยิ้มมุมปากเหมือนเคยได้ยินข้ออ้างนี้มาหลายร้อยครั้ง “ได้ครับ ค่าเข้าเท่าเดิม ไม่คิดตามเหตุผลที่เข้ามา”
บูมหัวเราะแห้ง ๆ จ่ายเงิน แล้วรับสายรัดข้อมือสีดำมา บนสายไม่มีชื่อลูกค้า เป็นเพียงเครื่องหมายว่าเขาชำระค่าเข้าแล้ว
“กติกาสั้น ๆ นะครับ ไฟรูปกล้องติดเมื่อไหร่ถ่ายได้เฉพาะบนเวที ห้ามถ่ายแขกโต๊ะอื่น ถ้าจะจับตัวนักแสดงให้ถามก่อน หรือรอให้นักแสดงเป็นฝ่ายแตะคุณก่อน ถ้านักแสดงติดแถบแดง หมายถึงดูอย่างเดียว แถบเขียวคือขอสัมผัสได้ แต่เขายังมีสิทธิ์ปฏิเสธ เข้าใจนะครับ” ชายเฝ้าประตูอธิบาย
“เข้าใจครับ” บูมตอบ
“ถ้ามีใครทำให้ไม่สบายใจ บอกพนักงานได้เลยครับ ขอให้สนุก” ชายเฝ้าประตูกล่าว
ม่านกำมะหยี่เปิดออก โลกอีกใบก็กลืนเขาเข้าไป
-------------------------------------------–-------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณมากเลยครับแปลกใหม่ดีรอติดตาม สนุกมากครับ ดีเลยครับ รอติดตามต่อนะครับ ข อ บ คุ ณ ค รั บ
หน้า:
[1]