กอทอฒอ โพสต์ 2026-9-3 11:52:29

อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 10 ( 03 09 69 )

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กอทอฒอ เมื่อ 2026-9-4 08:59

{:7_361:}กระเทยเฒ่าเล่าเรื่อง{:7_361:}{:7_363:}คิดถึง...ขออนุญาตกลับมางานเขียนอีกรอบนะค่ะ{:7_363:}

{:7_362:}อสังหาป่าเดียวกัน{:7_362:}
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202608/20/210824b3eh3zajyyahwjeu.jpg
ตอนที่ 10 : รุ่งอรุณวันใหม่


ต่อจากตอนที่แล้ว

{:7_361:}

แสงอรุณแรกของวันยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้าดำมืด
ทว่าบนท้องฟ้าเหนือท้องทุ่งนา ขอบฝั่งทิศตะวันออก
ทไวไลท์แสงสีแสดอมม่วงพุ่งขึ้นสลับเป็นลำแสงริ้วสวยงาม ลมเช้ามืดพัดเอากลิ่นน้ำค้างและกลิ่นไอหญ้าสดชื่นเข้ามาปะทะผิว
กลิ่นควันไฟยามเช้าเริ่มโชยมาแต่ไกล ตัดกับความบอบช้ำยามดึก
จากอาการเมาอย่างสิ้นเชิง
กลุ่มวัยรุ่นรากหญ้าที่นอนฟุบตามม้านั่งและลานดิน
ค่อยๆ สะลึมสะลือลุกขึ้นทีละคน สองคนเหมือนซอมบี้แต่มีความสุข
มือเรียวยาวแห้งก้านของหลายคนรีบควานหากระป๋องเบียร์ในถัง
ที่อาจยังเหลือค้างแช่เย็นอยู่ เพื่อเอามาจิบดับอาการเวียนหัว
"จังซี่มันต้องถอน... ถอนแล้วจังสิส่วงงโว้ย!"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยโหว่งเหวก
เล่าถึงความสนุกสุดเหวี่ยงและอาการแฮงค์คอตกเมื่อคืนแบบสะใจสุดขีด
ก่อนที่แต่ละคนจะทยอยสตาร์ทเครื่องมอเตอร์ไซค์
เสียงควันท่อดัง *พึ่บพึ่บ* กระหึ่มลานกว้าง บิดมอเตอร์ไซค์ส่ายไปส่ายมา
หัวเราะร่าอย่างมีความสุขกลับบ้านไปนอนต่อโดยไม่รู้เลยว่า
เมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ระดับพลิกชีวิตใครบางคนไปแล้ว
ทางด้านแก๊งกระเทยเจ้าถิ่นเริ่มบิดตัวด้วยอาการปวดศีรษะรุนแรง
ทั้งจากฤทธิ์ยาเสียสาวและแอลกอฮอล์หลากชนิด สติสัมปชัญญะ
กลับคืนมาได้เพียงไม่ถึงครึ่งส่วน ยืนโอนเอนงัวเงีย กระเป๋าถือ
อยู่ครบแนบตัว โทรศัพท์ แท็ปเล็ต แหวนทองสร้อยทองในตัว
คิดว่าเพื่อนเก็บใส่กระเป๋าให้แล้ว ตอนที่เมา ต่างฝ่ายต่างคิดแบบนั้น
เพราะพวกนางดูแลกัน แบบนี้มาตลอด เมาแค่ใหนก็ปลอดภัย
เพราะพวกเรามีใจดูแลกัน ตอนนี้อยากรีบกลับบ้านนอนก่อน
โด่งคลี่ยิ้ม นำผ้าเย็นเจี๊ยบมายื่นให้ ผอ. พร้อมเบียร์กระป๋อง
เย็นเจี๊ยบอีกหนึ่งกระป๋องมาให้ถอน
ผอ. ปรือตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความคลั่งไคล้ในความหล่อ
ที่เปลี่ยนแปลงไปแต่หัวใจยังคงเดิม

“ ผอ.รักโด่งมากน่ะ”โด่งถูกดึงมากอดและถูกไซร้ที่ซอกคอ
เลื้อยขึ้นมาที่หอมที่แก้มฟอกใหญ่ ก่อนที่จะประกบปากคิดว่า
จะจูบปากแต่โด่งเบือนหน้าหนี บอกว่าคนเยอะโดยไม่แสดงท่าทาง
รังเกียจแต่อย่างใด จน ผอ. ตายใจสนิท เขายิ้มพอใจที่ชายหนุ่ม
ที่ตนหลงใหลไม่ได้มีท่าทีเกลียดชัง แม้ในหัวจะปวดตุบๆ จนแทบระเบิด
และตอนนี้อยากพาร่างกลับไปนอนต่อที่บ้านเต็มที
ร่างที่เมาทึบทั้ง 7 ชีวิตถูกพยุงขึ้นรถ โดย 2 คนขึั้นไปนอนกองกัน
บนเบาะหลังรถเก๋งหรู
ผอ ก็โงนเงนนั่งลงบนเบาะคนขับส่วนอีก 4 คนขึ้นแยกไปที่รถกระบะ

ทุกคนรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นปกติ ของทุกอย่าง กล่องเอกสาร
และกระเป๋าเดินทางยังคงวางเรียงรายอยู่ในตำแหน่งเดิมทุกอย่าง
ความมืดสลัวยามเช้าบวกกับอาการแฮงค์หนักอึ้ง
ช่วยอำพรางปกปิดไส้ในที่ถูกคว้านจนว่างเปล่าได้อย่างเนียนกริบ
ไร้ร่องรอยงัดแงะโจรกรรม
โด่งเดินตามไปส่ง ผอ. ถึงข้างประตูรถ ทันทีที่เอื้อมมือไปปิดประตู
ผอ. ก็ดึงร่างเด็กหนุ่มเข้าไปกอด หอมแก้มฟอดใหญ่อย่างสเหน่หา
และถือโอกาสย่ามใจสอดมือเข้าไปล้วงจับควยยาวใหญ่ ลึกถึง
ข้างในกางเกงในของโด่งอย่างเคลิบเคลิ้ม เพราะคิดว่ายังไง
เด็กหนุ่มแม่จะจ่ายหนี้แล้ว ก็ยังไม่อยยากตัดสัมพันธ์กับโด่ง
จึงยอมสิโรราบให้ตน
โด่งไม่ได้ขัดขืน แต่กลับแย้มยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัย...
นัยน์ตาคู่คมฉายแววความสะใจล้ำลึกที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก
อันนอบน้อม เป็นรอยยิ้มที่สาสมและเย็นชาสุดบรรยาย
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกจากลานกว้าง ต้นขามคาราโอเกะทั้งรถเก๋ง
รถกระบะ และขบวนมอเตอร์ไซค์บิดออกไปเป็นสายกว่า 20 คัน
หอบเอาความวุ่นวายและกลิ่นคาวมลทินออกไปจากร้านเขียวเซ็นเตอร์
เหลือทิ้งไว้เพียงความสงบเงียบของรุ่งอรุณวันใหม่
"หนุ่มๆ... วันนี้นั่งรถเล่นเป็นเพื่อนเฮียนะ”
“เราจะเข้าในเมืองไปทำธุระกันให้เรียบร้อย"
ปรีชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก รอยยิ้มบนใบหน้าดูผ่อนคลาย
"เย้ๆ!" เจ้าเข้มกระโดดโลดเต้นตัวลอยจนลืมไปว่า
ตัวเองอายุย่าง 17 ปีแล้ว ควยลำโตกระทุ้งผ้าอยู่ด้านในตรงหว่างขา
ผิดกับโด่งและดายที่มีบุคลิกคล้ายกัน—ทรงเงียบ สุขุม
และเข้าถึงยากหน่อย

หน้าตาหล่อเหลาของดายที่ค่อยๆเผยตามความสว่างขึ้น
จะออกไปทางคมเข้มสไตล์แขก โดยเฉพาะขนตาหนาเป็นพวง
ยาวงอนเป็นพิเศษขับให้ดวงตากลมโตคู่สวยนั้น ทรงเสน่ห์
จนทำเอาหัวใจหนุ่มใหญ่เมืองหลวงอย่างปรีชาเต้นระทึกตุบๆ
ทุกครั้งที่เผลอสบสายตา
ป้าเขียวเดินถือกระเป๋าสีน้ำตาลใบเก่ามาวางลงบนโต๊ะต่อหน้าทุกคน
แกดึงปึกเงินสดสดๆ ออกมาวางเรียงกัน 7 มัด รวมเป็นเงินเจ็ดแสนบาท
พร้อมโฉนดที่ดินและสัญญากู้เงิน

ป้าเขียวมองหน้าปรีชาด้วยสายตาตื้นตัน น้ำตาคลอเบ้าตาที่ตอนนี้
เริ่มจับเป็นก้อนพร้อมใหลทันที
"โฉนดที่ดินและร้านนี้เป็นของเฮียปรีนะคะ…
ป้าไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มันกลับคืนมาเลย จนทำใจแล้ว
ตัดใจคิดว่ามันไม่ใช่ของป้าอีกต่อไปแล้ว เพราะดอกเบี้ยเดือนละ
แปดหมื่นหนักหนาเอาการมากๆค่ะสัญญาโอนลอยยังอยู่นี่
เฮียเอาไปโอนเป็นชื่อเฮียได้เลยนะคะ"
น้ำเสียงของป้าเขียวสั่นเครือ ทว่าเต็มไปด้วยความจริงใจ
ศรัทธาและจงรักภักดี
ปรีชามองหน้าป้าเขียว สัมผัสได้ถึงเจตนาอันบริสุทธิ์นั้นอย่างลึกซึ้ง
เขาแย้มยิ้มตอบเบาๆ
"ได้ครับป้า... ถ้าป้าเจตนาแล้ว ผมก็ยินดีจะรับไว้...
แต่ป้าต้องขายให้ผมในราคา 5 ล้านบาทนะ และอยู่ทำงานต่อไป
ผมถึงจะยอมรับ"
ป้าเขียวตาโต อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ที่ดินไม่กี่ไร่กับร้านค้าเก่าๆ
ทั้งหมดนี้ ราคาล้านสองล้านก็สูงเกินฝันเกินกว่าจะมีใครซื้อแล้ว
แต่นี่ 5 ล้านบาท! มันบ้าไปแล้วชัดๆ...

ทว่าในความตกใจ ป้าเขียวเข้าใจดีถึงหัวใจของปรีชา
เขาไม่ได้อยากซื้อที่ดิน แต่เขากำลังมอบความอบอุ่นใจให้กระเทยแก่
ตัวคนเดียวที่ไม่มีญาติพี่น้อง เงินก้อนนี้จะช่วยชีวิตตนไม่ให้ไม่ลำบาก
และไม่เป็นภาระใคร เป็นหลักประกันยามแก่เฒ่าไปตลอดชีวิต

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากป้าเขียว มีเพียงน้ำตาแห่งความอิ่มเอิบใจ
ที่ไหลพรากออกมาเป็นสาย แทนคำขอบคุณนับล้านคำที่พูดไม่ได้
เพราะอาการมันจุกออกแน่นคอตีบตันไปหมด
ปรีชามองเงินเจ็ดแสนบาทที่กองอยู่ข้างหน้า ก่อนจะเริ่มจัดสรรอย่างมีชั้นเชิง
"สามแสนบาทนี้ ให้เอาไปซื้อของดีๆ เข้าเติมในร้านนะป้า"
ป้าเขียวทำท่าอิดออด เสียดายเงินเพราะมันเยอะมากเกินไป
แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยปากขัด ปรีชาก็เอ่ยดักคอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"ร้านนี้กลายเป็นร้านของผมแล้วไม่ใช่หรือครับ?
ผมสั่ง ป้าก็ต้องทำตามสิ... แล้วทีเมื่อคืนพวก คุณ คุณ คุณ ทั้งสามคน
ก็ประกาศไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าสามแสนนี้จะเลี้ยงผู้ชายทุกคน"
ปรีชาชี้นิ้วเรียงตัวแบบไม่คิดอะไร ด้วยสีหน้าขำขำ
โด่ง เข้ม และป้าเขียว หน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อถูกปรีชาย้อนศร
ถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ที่ทั้งสามประกาศออกไปเต็มๆว่าจะเลี้ยง
เป็นของขวัญวันประกาศอิสรภาพแต่ตอนนี้ตั้งสามแสน
มันเยอะเกินไปจริงๆ น่าเสียดายอยู่นะ
"ผิดไปแล้วค่ะเฮีย... อารมณ์มันพาไปค่ะ"
ป้าเขียวทำเสียงอ่อย ยอมรับในอำนาจของเจ้าของร้านคนใหม่

"ได้ค่ะเฮีย ป้าจะซื้อของดีมีคุณภาพเข้าเติมให้เต็มร้านตามสั่งค่ะ"
ป้าเขียวยืดอกตอบรับอย่างว่าง่ายและเต็มใจ
"เหลืออีกสี่แสน..." ปรีชาหยิบเงินปึกใหญ่ยัดใส่มือของเด็กหนุ่มทั้งสาม
และปิดท้ายด้วยป้าเขียวทีละคน

"นี่คือค่าจ้างเมื่อคืนนี้... และเป็นค่าปิดปากด้วยนะ"
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างมีความสุข เพราะเขาเห็นมูลค่าของงานเมื่อคืน
มันมากกว่าเงินนี้เป็นหมื่นเท่าแค่นี้เลยจิ๊บๆ
"ป้าเขียวเอาไปเคลียร์หนี้สินเล็กๆ น้อยๆ ส่วนตัวให้หมดนะ""ค่ะเฮีย"
"โด่ง เอาไปให้พ่อแม่เป็นค่าแรงที่ช่วยเลี้ยงลูกให้""ครับเฮีย"
"เข้ม เอาโฉนดและเงินนี้ไปให้ปู่ ขอบคุณที่ปู่ช่วยเลี้ยงดูแลเรามา""ครับเฮีย"
ปรีชาหันหน้ามาหยุดตรงหน้าดาย เขายัดปึกเงินใส่มือเด็กหนุ่ม "ดาย... เอาเงินนี้ไปถวายหลวงตา ขอบคุณหลวงตาที่ช่วยดูแลเรามาตลอด"
ดายยืนนิ่งมองปึกเงินในมือ... เขาเพิ่งได้รู้จักเฮียปรีชาไม่กี่ชั่วโมง
แต่ความเอื้ออาทรและความจริงใจที่ได้รับมันมากเกินกว่า
ที่เด็กขี้คุก ที่ถูกคนทั้งโลกปฏิเสธ สุดจะจะตั้งรับทันอารมณ์นี้

น้ำตาแห่งความอัดอั้นที่กักเก็บมานานนับปีแตกทะลุเขื่อน
หลั่งออกมาอย่างกักเก็บไม่อยู่ชีวิตที่ไร้ที่พึ่งและหนาวเหน็บ
เริ่มได้รับความอบอุ่นขึ้นมาสัญญาใจที่ไร้เสียงถูกประทับลง
ในก้นบึ้งของหัวใจว่า ร่างกายและจิตวิญญาณนี้ จะเป็นของปรีชา
ตลอดไปจนวันตาย
โด่งโอบไหล่เพื่อนรุ่นน้องเบาๆ ด้วยความเข้าใจ เพราะเขาเคย
ผ่านความรู้สึกนี้มาก่อน"รับไว้เถอะดาย... เฮียเขาให้"
ดายใช้หลังมือปาดน้ำตาอย่างเร่งรีบ ก้มลงไหว้นอบน้อม
ขอบคุณปรีชาด้วยหัวใจ ปึกเงินสดในมือเปียกชุ่ม ด้วยหยดน้ำตา
แห่งความซาบซึ้งและเขาตั้งใจจะนำมันไปมอบให้คนที่มีบุญคุณ
ที่สุดในชีวิตของเขา

“ผมจะเอาเงินนี้ไปให้หลวงตาครับเฮีย”
เงินระดับแสนบาท ทว่าปรีชากลับใช้และมอบให้ผู้คนเหมือน
เป็นเพียงเงินร้อย... ทั้งป้าเขียว โด่ง เข้ม และดาย ต่างรู้ดีว่า
โชคชะตาและวิถีชีวิตรากหญ้าของพวกเขา กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพียงเพราะว่าพวกเขาได้ครองใจนักบริหารจัดการทางการเงินและการลงทุนระดับประเทศที่เต็มใจยื่นมือเข้ามาโอบอุ้ม และก้าวเข้ามาจัดการชีวิตให้พวกเขา อย่างสมบูรณ์แบบ
{:7_361:}
หมอกหนายามเช้าตรู่คลุมทับเส้นทางดินแดงขรุขระ
รอยล้อรถที่บดลงบนพื้นผิวดินเป็นทางยาวส่งเสียง
*กรอบแกรบ* แผ่วเบา ยางรถยนต์ลุยผ่านแอ่งน้ำค้างที่ขังอยู่
ตามรอยรถคันเก่าที่วิ่งผ่านไปก่อนหน้า

ฝุ่นสีส้มบางเบาปลิวฟุ้งวนอยู่ท้ายรถ CR-V Platinum White Pearl
ที่กำลังแล่นเอื่อยๆ ออกมาจากร้านเขียวเซ็นเตอร์ มุ่งหน้าลึก
เข้าไปบนเส้นทางชนบทอันตัดขาดจากความวุ่นวาย
ไอเย็นจากระบบปรับอากาศภายในรถตัดกับกลิ่นแผ่ว จางจาง บางเบา
ของกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นบุหรี่ยาเส้น กลิ่นควันไฟยามเช้าคลุ้งเต็มโถงรถ
แต่ถูกกำจัดด้วยระบบฟอกอากาศจากรถหรูให้เป็นกลิ่นสะอาดบริสุทธิ์

ปรีชาชะลอความเร็วพลางเหลือบมองนาฬิกาหรูบนข้อมือ
บอกเวลาที่ยังเช้าเกินกว่าที่ศูนย์บริการสายการบินในเมืองจะเปิดทำการ
ชายหนุ่มละสายตาจากคอนโซลหน้า เบือนหน้ากลับไปสบตากับ
ดวงตากลมโตสไตล์แขกของดายที่นั่งอยู่เบาะหลังข้างๆ
เจ้าเข้มที่กำลังนั่งยิ้มแฉ่งทำตาใสแป๋ว แสดงสีหน้างง เมื่อเห็นว่า
รถกำลังเลี้ยวไปตามป้ายบองทาง
"เฮียจะพาดายไปวัด ขออนุญาตหลวงตาก่อนนะ"
เสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นด้วยกระแสอำนาจที่เอื้ออาทร
น้ำเสียงของปรีชาทำให้ความเงียบภายในรถอบอุ่นขึ้นมาในทันที
ดายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาหมองเศร้าจะประกายวูบด้วยความดีใจ
อกผายขึ้นน้อยๆ พลางเผยรอยยิ้มซื่อๆ ออกมา
"ดีครับเฮีย... ผมจะได้เอาตังค์ไปให้หลวงตาด้วย"
ระยะทางเพียง 3 กิโลเมตรบนทางดินแดงสายเล็กๆ
ก็นำทางรถหรูราคาแพงมาหยุดลงหน้าเขตอภัยทานของวัดป่าชนบท
เป็นวัดบ้านนอก... ศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่ หลังคาสังกะสี
มีคราบสนิมจับเป็นทางยาว เสาไม้แต่ละต้นแตกระแหงตามกาลเวลา
ไร้ซึ่งสิ่งก่อสร้างโอ่อ่า มีเพียงความเงียบสงบและกลิ่นไอความโบราณ
ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันธูปและกลิ่นใบไม้แห้ง
ร่างชราของหลวงตาในจีวรสีกลักเก่าปานจะขาด ยืนหันหลังอยู่บน
ศาลาหอฉัน ท่านเพิ่งกลับจากการเดินบิณฑบาต
ร่างแก่ สายตาฝ่าฟางกำลังจัดวางถุงกับข้าวและข้าวเหนียว
ลงบนถาดที่วางบนโต๊ะไม้กระดาน

ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ของ CR-V สิ้นสุดลง ประตูรถทั้งสี่ด้านเปิดออก
ดายวิ่งหน้าตั้งใส่กางเกงยีนส์ตัวเก่าตรงเข้าไปหาหลวงตาอย่างลนลาน
ด้วยอาการดีใจสุดขีด“หลวงตาาาาา”
หลวงตาชะงักมือ มองเด็กหนุ่มที่ตนเลี้ยงมาด้วยข้าวก้นบาตร
ด้วยรอยยิ้มละมุน เมตตาที่ฉายผ่านรอยย่นบนใบหน้าปิดไม่มิด
"เอ้าไอ้ดาย... เมื่อคืนมึงหายหัวไปไหนมาล่ะหว่า?"
หลวงตาละกลัวเอ็งเป็นอันตราย … ไอ้นี่
ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยปาก ปรีชาเดินก้าวสม่ำเสมอตามขึ้นมาบนศาลา
ร่างสูงใหญ่ในชุดเรียบหรูยกมือขึ้นประนมไหว้พร้อมก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
ชิงตัดบทกล่าวตอบด้วยตนเองก่อนว่า
"ผมต้องขอโทษด้วยครับหลวงตาด้วยครับ...
เมื่อคืนมีเรื่องวุ่นวายของวัยรุ่นสองหมู่บ้านที่ร้านต้นขามคาราโอเกะ
กลัวว่าถ้าออกมาตอนดึกจะถูกทำร้ายกลางทาง ผมเลยให้ทั้งหมด
พากันนอนค้างที่ร้านป้าเขียวครับ"
ปรีชาเลือกดึงความผิดทั้งหมดมาไว้ที่ตนเองอย่างแนบเนียน
เพราะเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ดายซึ่งมีชะนักติดหลังเป็นเด็กขี้คุกเป็นคนพูด
หลวงตาอาจไม่สบายใจ และจะมองว่าเด็กมันแก้ตัวหรือเหลวไหล
การให้ผู้ใหญ่มาดดีอย่างเขาออกรับแทน ย่อมสร้างความน่าเชื่อถือ
และบริสุทธิ์ใจได้ดีที่สุด
“ร้านโยมเขียว เฮ้ออออดีแล้วๆ”หลวงตาถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นแผ่วเบาคล้ายลมแล้ง
ที่พัดผ่านตอซังข้าว เสียงของท่านแหบแห้ง สั่นพร่าด้วยความ
ร่วงโรยตามวัย ทว่ากระแสความเมตตากลับแผ่ออกมาจน
สัมผัสได้ในบรรยากาศอบอุ่น
"โอ้ดีๆ... ดีมากๆ เลยโยม วัยรุ่นมันเมาแล้วก็ตีกัน
ขอบอกขอบใจโยมมากๆ ที่ช่วยดูแลไอ้ดายมัน...
หลวงตาก็แก่ชรามากขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปได้ถึงไหน"

ท่านหยุดนิดหนึ่ง สายตามองดายด้วยความหวังที่ริบหรี่แต่ลึกซึ้ง
แล้วกลับไปมองปรีชาด้วยความหวังรุ่งโรจน์เมือนเห็นวาระที่ถูกกำหนด

"ไอ้ดายมันไม่มีพ่อไม่มีแม่...
จริงๆ แล้วมันไม่มีไม่เหลือใครเลยสักคนในโลกนี้
แค่มีคนเมตตาช่วยดูแลมัน หลวงตาก็ตายตาหลับแล้ว"
คำพูดฝากฝังอันไร้ซึ่งมารยาของพระป่า
สะเทือนลึกเข้าไปในจิตใจของปรีชา...
ชายหนุ่มผ่านโลก ทุนนิยม และการฟาดฟันในวงการธุรกิจมามากมาย
ย่อมมองออกว่านี่คือความปรารถนาดีอันบริสุทธิ์ของหลวงตา
ที่สื่อสารให้ปรีชาช่วยดูแล อบรมเลี้ยงดูไอ้ดายต่อไปให้หน่อย
ปรีชาลดมือลงจากการพนมมือ สบตากับดายที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ
"ดาย... ไปทำงานกับเฮียมั้ย?
ไปอยู่กับหัวหน้าโด่งกับเข้ม"
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากระชับ จริงใจ และให้ความคุ้มครองอย่างเต็มเปี่ยม
ดายตาโต หัวใจพองโตด้วยความดีใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต เขาหันขวับไปหาหลวงตา นัยน์ตาคมยาวสไตล์แขกสั่นระริก
ฉายแววอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด
หลวงตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่น
มันผุดขึ้นมาอีกครั้ง ท่านพยักหน้ารับเบาๆ

"หลวงตาไม่ห้ามมึงหรอกไอ้ดาย...
แต่เอ็งจะดีพอที่จะไปอยู่กับเขาได้มั้ยล่ะ?
ไปอยู่บ้านท่านอย่าอยู่เฉย ต้องรู้จักปรับเนื้อปรับตัวนะมึง"
หลวงตาให้คติเตือนใจแบบไม่อ้อมค้อม
"ผมจะปรับตัว ตั้งใจทำงานครับหลวงตา!"
ดายตอบรับทันควัน เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
ก่อนจะหันไปสบตากับปรีชา นัยน์ตาคู่สวยสุกใสขึ้นมาดั่งสะเก็ดไฟ
สะท้อนคำมั่นสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เขามอบให้แก่ชายตรงหน้า
"ดีๆ... หลวงตาดูแล้ว โยม..."หลวงตาทิ้งเสียงยาว พลางขมวดคิ้ว
สงสัยเพราะยังไม่รู้นามของชายตรงหน้า
"ผมชื่อปรีชาครับหลวงตา"
"เออๆ... หลวงตาเห็นว่าโยมปรีชาเป็นคนดี ฝากไอ้ดายมันด้วยนะ...
แต่ถ้าวันไหนมันดื้อ มันเกเร หรือโยมดูแลมันไม่ไหวจริงๆ
ก็เอามาคืนที่วัด ให้มันกลับมาอยู่กับไอ้พวกนี้"

หลวงตายกมือชี้ไปทางแก๊งหมาวัดสี่ห้าตัวที่นอนรอชามข้าวสุก
อยู่ข้างศาลา พลางหัวเราะ *เหอะๆ* ในคออย่างอารมณ์ดี
ดายเป็นฝ่ายขยับตัวเข้ามาใกล้ ยกมือขึ้นสูง วางปึกเงิน
เหนือฝาบาตรเหล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ
"หลวงตาครับ... เฮียปรีเขาร่วมทำบุญมาครับ"
หลวงตาชะงัก มือที่กำลังจับถุงข้าวเหนียวหยุดนิ่ง ท่านเบือนสายตา
กลับมามองปรีชาคล้ายจะตั้งคำถามผ่านความเงียบ
ปรีชาสบสายตากับพระชราด้วยความสำรวม
"ครับ... ผมอยากให้ดายมากราบหลวงตา และให้เขาได้สำนึก
ในบุญคุณของหลวงตา ของข้าววัด และบุญคุณที่ได้อาศัยกินนอน
จนเติบโตมาถึงวันนี้ครับ"
คำพูดที่กลั่นออกมาจากใจจริงโดยไร้การเสแสร้ง
ทำให้หลวงตายิ้มรับอย่างอิ่มเอิบ ท่านไม่ได้ยินดีในตัวเงิน
แต่ยินดีใน "จิตสำนึก" ของทั้งผู้ให้อย่างปรีชาและผู้รับอย่างดาย
"เออๆ... ดีๆ มันจะได้เป็นบุญหนุนนำให้ไอ้ดายมันหลุดพ้น
จากกรรมเก่าเคราะห์กรรมทั้งหลาย...
หลวงตาก็กำลังจะหาปัจจัยมาปรับปรุงศาลาวัดอยู่พอดี
อนุโมทนาบุญด้วยนะโยม"
"หลวงตาต้องการปรับปรุง หรือสร้างสิ่งใดเพิ่มเติมบ้างครับ?
ผมขอทราบรายละเอียดด้วยนะครับ... และขอเมตตาให้โอกาสผม
ได้ร่วมบุญสร้างวัดครั้งนี้ด้วยครับ"
หลวงตายิ้มพอใจ... สายตาที่ฝ้าฟางเพ่งมองชายหนุ่มมาดดีตรงหน้า
รังสีความน่าเกรงขาม วาสนาบารมีอันสูงส่งของปรีชาเปล่งประกายเจิดจรัสประหนึ่งผู้มีบุญญาธิการลงมาจุติ ในชั่วขณะจิตหนึ่ง ภาพนิมิต
ภายในจิตของหลวงตาปรากฏเป็นภาพของ
*พระราชาผู้ทรงอำนาจบนราชบัลลังก์ โดยมีพระมเหสีคู่บารมี
หลวงตามองไปทางเข้ม และสนมเอกสองนางเคียงข้างกายหลวงตา
มองไปที่เข้มและจบลงที่ดาย * แล้วถอนหายใจ กงกรรมกงเกวียนหนอ
หลวงตาหัวเราะ *เหอะๆ* ในลำคอ น้ำเสียงทุ่มนุ่มฉายแววรู้แจ้ง
"ดีแล้วๆ... กลับมาอุปถัมภ์กันอีกชาติ ต่อบุญสร้างกุศลกันต่อๆให้ดีๆนะ…
สิ่งใดที่เป็นกุศล ขอให้หมู่มารทั้งหลายจงพ่ายแพ้ไร้กำลังลัง สาธุ
หลวงตาประกาศวาจาสิทธิ์ให้พร ก่อนจะยิ้มแผ่เมตตา

ต่อไปหลวงตาจะบูรณะอะไร ก็จะแจ้งผ่านไอ้ดายมันไปแล้วกันนะ...
**โยมราชา**"สายตาถูกส่งมาที่ปรีชาอย่างเจาะจง
ดายที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบขมวดคิ้ว สะกิดบอกหลวงตาเพราะคิดว่า
ท่านเรียกชื่อผิด "เฮียปรีชาครับหลวงตา"
หลวงตาเพียงแย้มยิ้มแฝงปริศนา ไม่ได้เอ่ยแก้คำพูดแต่อย่างใด...
ดายค่อยๆ วางมัดเงินสดจำนวนหนึ่งแสนบาทลงบนฝาบาตรเหล็กสีดำสนิท
เสียงปึกเงินกระทบโลหะดัง *กึก* แผ่วเบา

เด็กหนุ่มก้มลงกราบเท้าหลวงตาเพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าเมือง
ไปช่วยงานปรีชา หลวงตาโบกมืออนุญาต พร้อมประทานพร
ให้เดินทางโดยปลอดภัย สวัสดิภาพการงานสำเร็จ

“ขอให้เจอแม่ทัพคู่กายมาร่วมสร้างบารมีโดยเร็วนะ โยมราชา”
หลวงตายังทิ้งปริศนาคำใบ้แม้วินาทีท้ายสุด
ชายหนุ่มทั้งสี่คนก้มลงกราบลาพระชราในศาลาเก่าๆผุผุ... ในวินาทีที่เดินกลับลงมาจากศาลาการเปรียญ สัมผัสพิเศษ
ของปรีชารับรู้ได้ทันทีว่าหลวงตารูปนี้ไม่ใช่พระธรรมดา
ทว่า เป็นพระสุปฏิปันโนผู้มีญาณทัศนะลึกซึ้ง ความตั้งใจที่
จะหาโอกาสกลับมาสนทนาธรรม และทุ่มปัจจัยร่วมสร้างวัดแห่งนี้
ถูกจารึกลงในจิตวิญญาณของปรีชาอย่างหนักแน่นและมั่นคง
{:7_361:}
เสียงเครื่องยนต์ของ CR-V Platinum White Pearl
แล่นตัดฝุ่นสีส้มออกจากเขตวัดป่าชนบทด้วยความนิ่งเงียบ
เสียงลมยางบดทับร่องดินลูกรังเป็นจังหวะ *ตึ้ก...ตึ้ก*

ดายที่เคยนั่งก้มหน้านิ่งในความมืด บัดนี้แววตาคมยาวสไตล์แขก
กลับสุกใสพราวแพรว ราวกับมีดวงดาวนับพันดวงทอประกายอยู่ข้างใน
ขนตางอนหนายาวสั่นระริกตามจังหวะการมองออกไปนอกกระจก
หน้าอกผายกว้างด้วยความหวังที่เพิ่งถือกำเนิด
รังสีความหมองเศร้าของเด็กขี้คุกถูกลอกคราบออกจนหมดสิ้น
เหลือเพียงออร่าของเด็กหนุ่มผู้มีชีวิตใหม่ที่เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ข้างปรีชา
รถหรูทรงสปอร์ตเลี้ยวตัดผ่านแยกหมู่บ้าน สายตาของชาวบ้าน
ที่ออกมาเตรียมขายของยามเช้า ทุกคนจับจ้องมองความหรูหรานั้น
ด้วยความสงสัย

ปรีชาหมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียวอย่างคล่องแคล่ว
เลี้ยว CR-V สีขาวมุกเข้าไปจอดดับเครื่องยนต์เงียบสนิทที่ลานดินกว้าง
ข้างบ้านเรือนไม้เก่า ติดกับทุ่งนากว้างใหญ่ ที่เหลือเพียงตอซัง
เสียงประตูรถถูกเปิดออกดัง *กึก!* พร้อมกันสี่ด้าน
ปรีชาก้าวลงจากรถก่อนจะทิ้งเรือนร่างสูงใหญ่ทรงอำนาจ
ลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ขัดเงาข้างรถ
ขณะที่เข้มกับดายล้มตัวลงนอนเหยียดขาแผ่หรา
บนแคร่เดียวกันอย่างผ่อนคลายสบายใจ
"แม่... กลับมาแล้ว"
เสียงของโด่งดังขึ้นพร้อมกับร่างผอมเกร็งที่เดินตรงเข้าไป
หาหญิงชาวบ้านวัยกลางคน แม่ของโด่งนุ่งผ้าถุงลายกระหนกเก่าๆ
สวมเสื้อคอกระเช้าสีซีด ร่างกายผอมแห้งแต่ดูสะอาดสะอ้าน
บริเวณลานบ้าน ขอบรั้วไม้ และตัวบ้านถูกกวาดถูสะอาดสะอ้าน
เรียบร้อยชนิดผิดหูผิดตาแตกต่างจากบ้านชนบททั่วไป
โด่งสวมกอดแม่แน่นต่อหน้าสายตาของทุกคน อารมณ์ดิบ
แห่งความกตัญญูไหลทะลักออกมาโดยไม่อายใคร
เด็กหนุ่มดึงมือแม่ที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก
ให้เอื้อมมาสัมผัสที่กระเป๋าหลังกางเกงจังโก้เนื้อดีที่ปรีชาให้ใส่
ให้แม่ได้แปลกใจ
ก่อนที่มือเรียวยาวของโด่งล้วงเอาธนบัตรใบละพันมัดใหญ่
ดึงออกจากกระเป๋า วางลงบนฝ่ามือที่สั่นเทาของแม่เต็มๆ
ทั้งสองมือ
"เงินอะไร! ของใคร! มึงไปเอาของใครมา
มึงกู้เงินอีกแล้วใช่มั้ยไอ้โด่ง!"
สีหน้าของแม่ชะงักกึก ความตกใจและรังสีแห่งความกลัวจากบาดแผล
การโดนกดขี่พุ่งขึ้นจับใบหน้าเหี่ยวย่น หยาดน้ำใสๆเริ่มก่อตัวคลอเบ้าตา
ร่างกายสั่นสะท้านดั่งคนกำลังจะจมน้ำ
"แม่ๆ... ฟังก่อนแม่"โด่งพยายามอธิบาย
"เงินค่าจ้างทำงานครับแม่" น้ำเสียงนุ่มลึก ทรงอำนาจ
ทว่าเต็มไปด้วยความเคารพนบนอบของปรีชาดังแทรกขึ้น
มันช่วยแก้สถานการณ์ได้อย่างหมดจด

"ผมพาโด่งไปถ่ายแบบโฆษณามาเมื่อวาน เมื่อคืนเลยฉลองกันดึกไปหน่อย
เลยพาน้องๆ เถลไถลจนกลับมาตอนเช้านี่หละครับ...
ผมต้องขอโทษแม่ด้วยนะครับ"
คำโกหกอย่างมีชั้นเชิงผสานกับออร่าความสุภาพ
ใบหน้าคมคายหลังกรอบแว่น และราศีมหาเศรษฐีอันอบอุ่น
ทำให้ความน่าเชื่อถือท่วมท้นจนแม่ของโด่งต้องค่อยๆ กลืนน้ำลายลงคอ
นัยน์ตาที่เคยตระหนกเปลี่ยนเป็นความโล่งอก
หญิงชรามองดูลูกชายในชุดเสื้อผ้าแบรนด์เนมเนื้อดี
โด่งในเวลานี้ดูหล่อเหลา คมเข้ม และสะอาดสะอ้านผิดตา
แปลกตาไปจากโด่งเมื่อก่อน ที่ไปเมาประจำกับเข้มที่ร้านป้าเขียว
"เออ... ดีแล้วจ้า แค่ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนแม่ก็ดีใจแล้ว...
ว่าแต่ เออ คุณเป็นใครมาจากไหนล่ะจ๊ะ?

แม่ขอถามหน่อยนะ ไอ้โด่งมันคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย
ชีวิตมันเหลวแหลกก็เพราะเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีนี่แหละ"
แม่พูดออกมาตรงๆ ด้วยภาษาชาวบ้าน ซื่อๆ แต่กลั่นมาจากความรัก
และห่วงใยลูกสุดหัวใจ
"เดี๋ยวแม่... ผมมีข่าวดีกว่านั้นมาบอก" โด่งกุมมือแม่แน่น
นัยน์ตาฉายประกายสะใจ "ป้าเขียวได้โฉนดร้านคืนแล้วนะ...
ปลดหนี้จาก ผอ. หมดแล้วด้วย!"
แม่ของโด่งพ่นลมหายใจยาวสะดุ้งตกใจ หัวใจที่เคยหนักอึ้ง
ดั่งโดนหินทับร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม บาดแผลในอดีตโฉนดที่ดิน
ของบรรพบุรุษของ ตนเอง ที่ถูกโดนยึดไป จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ทำให้แม่กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยกับที่ดินป้าเขียว
ที่ครอบครับอาศัยเป็นหลักประกันเงินกู้ กู้เงิน แต่ไม่อาจแบ่งเบา
ภาระหนี้สินและอาจเป็นเหตุให้ที่ดินป้าเขียวถูกยึดที่ไปอีกคน
"ผมซื้อที่ดินและร้านนั้นไว้เองครับแม่... 5 ล้านบาท"
ปรีชาเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้มบางๆ
"ได้โฉนดมาเรียบร้อยแล้ว ผมคิดค่านายหน้าให้โด่ง
และหักกลบ ลบหนี้ที่โด่งติดไว้กับ ผอ. ให้พร้อมสรรพ...
ตอนนี้โด่งไม่ได้เป็นหนี้ใครแม้แม้แต่บาทเดียวครับ"
หยาดน้ำตาที่เคยกักเก็บไว้แตกทะลุเขื่อนอีกคน มันไหลพราก
ลงมาเปียกแก้มตอบของแม่ของโด่ง หญิงชราร้องไห้โฮออกมา
ด้วยความปิติ ทาบปึกเงินสดแสนบาทไว้กับอกแน่น เงินก้อนนี้
มิใช่เงินที่ต้องหอบไปจ่ายดอกเบี้ยหน้าเลือดนั้นอีกต่อไป

ทว่าคือเงินที่จะได้ใช้เลี้ยงดูชีวิตและเลี้ยงหลานตัวน้อย
เสียงร้องไห้สั่นเครือสะท้อนบาดแผลความแค้นที่ถูกกดทับมานานปี
ปรีชามองภาพนั้นด้วยสายตาลุ่มลึก เข้าใจทันทีว่าความแค้นดิบๆ
ของโด่งถูกส่งต่อมาจากคราบน้ำตาของแม่นี่เอง
"แล้วเฮียยังซื้อที่ดินตรงปากทางด้วยนะแม่... ที่ดินที่เคยเป็นของเรา"
โด่งพูดกับแม่ด้วยแววตาดีใจจริงจัง
ร่างของแม่โด่งสะดุดกึก! ความช็อกดึงสติให้ให้หยุดหมุน
นัยน์ตาที่เปียกชื้นเพ่งมองหน้าปรีชาอย่างอัศจรรย์ใจ
อารมณ์สะอื้นเปลี่ยนเป็นความปิติล้ำลึก... แม้ที่ดินผืนบรรพบุรุษ
จะไม่อาจกลับมาเป็นชื่อของครอบครัวตนได้อีกแล้ว
ทว่าการที่มันตกไปอยู่ในมือของ "เทวดา" ผู้มาโปรดตรงหน้า
มันกลับสร้างความสุขและดีใจยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
แม่ของโด่งยื่นหน้าเข้าไปมองใบหน้าคมคายของปรีชาใกล้ๆ
หมายจะจดจำใบหน้าของผู้มีพระคุณให้ติดตา...
ทว่า ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับโครงหน้าเรียว สันจมูกโด่งเป็นขุนเขา
และเรียวปากได้รูปของปรีชา แม่กลับชะงักงัน นัยน์ตาขยายกว้าง
ด้วยความตกตะลึงขั้นสุด! ยิ่งกว่าเดิม จนอึ้งเงียบไป
มันเป็นความเย็นชาของโชคชะตา ที่พุ่งเข้าปะทะจิตใจของปรีชาเช่นกัน
เมื่อเขารับรู้ว่าที่ดินปากทางที่เขาพึ่งซื้อมาและกำลังจัดการอยู่นั้น
แท้จริงแล้วคือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของโด่ง...
ชายหนุ่มรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงของโชคชะตาที่ซับซ้อนทับซ้อนกัน
จนน่าเหลือเชื่อ

บรรยากาศปกติถูกเรียกกลับคืนมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"โด่ง... เอ็งบอกเฮียปรีหรือยัง ว่าหน้าไอ้อิคคิวมันถอดแบบมาจาก
หน้าของเฮียปรีเป๊ะเลย!"
แม่ของโด่งโพล่งขึ้นมาทั้งน้ำตาแห่งความตกตะลึง
"ผมบอกแล้วป้า... แต่เฮียเขาไม่เชื่อ แถมไม่สนใจด้วย"
เข้มที่นอนอยู่บนแคร่เด้งตัวขึ้นมาพูดแทรกอย่างทนไม่ใหว
"ผมว่านะ อุ้มไอ้อิคคิวไปถามใครก็ได้ ว่านี่ลูกใคร
ระหว่างลูกไอ้โด่งกับลูกเฮียปรี... เก้าในสิบคนต้องบอกว่าลูกเฮียปรีแน่ๆ!"
ปรีชาช็อกซ้อนช็อกซ้ำสอง! ความสงสัยที่เคยคิดว่าเป็นเพียง
คำเปรียบเปรยของเด็กทะเล้นอย่างเข้ม มันจุดชนวนให้เขา
ต้องเอ่ยถามเสียงนิ่ง "อิคคิวอยู่ไหนครับแม่?"
"ยังไม่ตื่นเลยค่ะเฮียปรี มันยังเช้ามาก แกจะตื่นประมาณแปดโมง...
จะเข้าไปดูไหมคะว่าแม่พูดจริง?"
ปรีชาพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล เขาก้าวตามแม่ของโด่งเข้าไป
ภายในเรือนไม้ที่ สะอาด เงียบสงบ

แสงแดดยามเช้ารำไรลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ ส่องกระทบ
เรือนร่างขาวสะอาด ของเด็กชายตัวน้อยวัยขวบครึ่ง
ที่กำลังนอนหลับปุ๋ยยิ้มฝันดีอยู่บนฟูกหนา
พวงแก้มนุ่มอวบสีน้ำนม จมูกน้อยโด่งเป็นสัน ร่างน้อยๆกระเพื่มเบา
ตามลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ปรีชายืนนิ่งอยู่ข้างฟูก... นัยน์ตาหลังกรอบแว่นจดจ้องใบหน้าเล็กจิ๋ว
อย่างตะลึงงัน! โลกหยุดหมุนอย่างน่าอัศจรรย์
โครงหน้า... สันจมูก... แม้กระทั่งรอยหยักที่ริมฝีปากและคิ้วเรียวสวย
ของเด็กชายอิคคิว มันคือสำเนาถอดแบบมาจากใบหน้าของปรีชา
ถึง 9 ใน 10 ส่วน!ราวกับพิมพ์เดียวกันที่ย่อส่วนลงมา...
เด็กน้อยขโมยหัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ไปเสียสนิท

มวลอารมณ์อบอุ่น ดิบซ่านและทรงพลัง ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องเล็กๆ
นั้น อณูแห่งความปกป้องแผ่ไปห่มคลุมเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา
หมื่นล้านความคิดประดังขึ้นในสมองของปรีชา
"ผมมีธุระสำคัญต้องเข้าเมืองไปทำก่อนครับแม่"
ปรีชาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงนุ่มนวลและแฝงความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
"ขากลับ... ผมจะแวะมาเยี่ยมไอ้ตัวเล็กตอนตื่นอีกทีครับ"
ปรีชาก้าวกลับออกมาจากเรือนไม้ สายตาของเขาและโด่งประสานกัน
ในความเงียบ... สายตาที่เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ความสัมพันธ์ของพวกเขามิใช่เพียงแค่เรื่องของบุญคุณหรืออำนาจอีกต่อไป
แต่มีสายใยแห่งโชคชะตาและเด็กน้อยนาม "อิคคิว" ที่ร้อยรัดผูกพันพวกเขาทั้งหมดไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
{:7_361:}
เสียงเครื่องยนต์ของ CR-V Platinum White Pearl ครางกระหึ่มแผ่วเบา
ขณะเหยียบเร่งความเร็วออกจากลานบ้านของโด่ง ลมแอร์เย็นสบาย
สร้างความรู้สึกปลอดโปร่ง แต่สมองของปรีชากลับหมุนเคว้งด้วยมวลอารมณ์
ความรู้สึกที่เพิ่งถูกสั่นคลอนจากโชคชะตา
ภาพของเด็กชายอิคคิววัยขวบครึ่งที่นอนหลับปุ๋ย ยังคงสลักลึก
อยู่ในห้วงความคิด... ความรู้สึกเอ็นดูและหวงแหนอย่างประหลาด
พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล จนสองมือที่จับพวงมาลัยเกร็งแน่น

ปรีชาเริ่มคิดการใหญ่ในหัว วาดแปลนบ้านหรูสำหรับอิคคิว
แยกห้องนอนแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ห้องน้ำขนาดใหญ่พร้อมอ่างอาบน้ำ
สำหรับเด็ก และสวนวิ่งเล่นกว้างขวาง สายตาหลังกรอบแว่น
เปล่งประกายลุ่มลึกระคนหมกมุ่นจนแทบปิดไม่มิด
"คิดเรื่องเจ้าอิคคิวอยู่ใช่มั้ยครับเฮีย..."
เสียงนุ่มแหบของโด่งดังขึ้นจากเบาะข้างคนขับ
ชายหนุ่มเปรยคำพูดออกมาอย่างรู้ใจ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ
ที่ผุดขึ้นตรงมุมปาก นัยน์ตาคมเข้มของโด่งทอดมองออกไปนอกกระจกหน้า นัยน์ตาสั่นระริกด้วยมวลความรักและความแค้นในอดีตที่ผสานกัน
มันเป็นความทรงจำอันเจ็บปวดแต่หอมหวานเมื่อคิดถึงหน้าลูก
"เฮียพอเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับ... ว่าทำไมผมถึงยอมแลกชีวิตกับทุกอย่าง"
โด่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อกผายเกร็งขึ้นเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงคืนวันอันมืดมิด
"อิคคิวเขาเกิดมาเพื่อให้ผมปกป้อง... แต่ผมก็เกือบจะปกป้องเขาไม่รอด"
ปรีชาละสายตาจากถนนชั่วขณะ เบือนหน้ากลับมามองใบหน้าคมเข้มของโด่ง
รอยยิ้มอบอุ่นทว่าทรงอำนาจคลายความกังวลในอากาศลงทันที

"ไม่เป็นไร... ต่อไปนี้เฮียจะปกป้องเอง ทั้งพ่อ ทั้งลูก... และทุกคนเอง"
คำมั่นสัญญาที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจ ทำให้อากาศภายในรถอุ่นวาบขึ้นมาในทันที ปรีชาหักพวงมาลัยเลี้ยว CR-V ขาวมุกเข้าสู่อีกเส้นทางหนึ่ง มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านปู่ของเข้ม
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือบ้านปูนทรงสวยสองชั้น
มุงหลังคาเสร็จสรรพเรียบร้อย ทว่าตัวบ้านกลับสร้างค้างเติ่งทิ้งไว้หลายปี
บริเวณรอบลานบ้านเต็มไปด้วยเศษกระเบื้อง ไม้แบบ และถุงปูนซีเมนต์
ถูกวางระแกะระกะ ไล้กันนั้นมีรถกระบะเก่าๆ จอดนิ่งสนิท
อยู่ข้างเครื่องโม่ปูนสนิมเกรอะ ปูนเกาะแน่น

สภาพบรรยากาศบ้านผิดกับบ้านเรือนไม้สะอาดตาของโด่งอย่างสิ้นเชิง
หากทว่าชั้นล่างกลับถูกปรับปรุงพอให้ใช้บังแดดบังฝนอาศัยอยู่ได้เฮียปรี! มีอะไรมาแต่เช้าละหว่า...
"ไอ้เข้มมันไปสร้างความวุ่นวายอะไรให้อีกใช่มั้ย!"
เป็นคำแรกที่ตะโกนแหวกความเงียบออกมาจากใต้ในบ้าน
คือเสียงของช่างใหญ่ " ปู่ของเข้ม

ชายแก่ร่างท่วมผู้มีแววตาดุดันแต่ใจดี ตะโกนลงที่หลานชายสุดกวน
เป็นคนแรก เข้มรีบก้าวเท้าไวๆ เดินนำหน้า ปรีชา โด่ง และดาย
เดินตามหลังมาติดๆ ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ชายแก่อย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับลุงใหญ่" / "สวัสดีครับเฮีย"
เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันอย่างสนิทสนม
"ปู่... ผมเอาค่าน้ำมันมาใช้หนี้ที่ยืมไปวันก่อน"
เข้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทะเล้น ภาษากายซ่อนมือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง
พลางส่งยิ้มกวนประสาท
"ยื่นมือมาสิปู่..."
ลุงใหญ่ยื่นฝ่ามือหนาหยาบกร้านออกไปอย่างขัดหลานรักไม่ได้
เข้มค่อยๆ วางปึกธนบัตรใบละพันมัดใหญ่จำนวนหนึ่งแสนบาท
ลงบนฝ่ามือของปู่เต็มๆ สองมือ
"เฮ้ยยยย! ไอ้เข้ม!"
ลุงใหญ่ตาโตเท่าไข่ห่าน ร่างกายสะดุดกึกด้วยความตกใจ
อารมณ์ตระหนกพุ่งขึ้นจับใบหน้าเหี่ยวย่น

"มึงไปเอาเงินใครมา! บอกกูมาเดี๋ยวนี้!
เงินไม่ใช่น้อยๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะโว้ย!"
"เฮียปรีเขาซื้อผมไปแล้วปู่... ขายผมให้เฮียปรีเถอะ!"
เข้มโพล่งขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะลั่น ทำเอาทั้งโด่งและดาย
หลุดหัวเราะครืนตามไปด้วย
"โอ๊ย! อย่างมึง ยี่สิบบาทกูก็ขายแล้วเอาไปคืน!"
ลุงใหญ่สบถพร้อมหัวเราะในคอ

"สำหรับเฮียปรี กูให้ฟรี! แถมเงินให้อีกห้าพันเอาไปช่วยกูเลี้ยงด้วยเลย!"
"ปู่..."
เสียงขัดขึ้นของเข้มเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันใด รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้า
ดับวูบลง เข้มล้วงเอาแผ่นกระดาษโฉนดที่ดินยื่นส่งให้ปู่...

สีหน้าตลกครึกครื้นของลุงใหญ่ชะงักงัน คำถามเรื่องเงินแสน
ยังไม่ทันคลี่คลาย ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับตราครุฑบนแผ่นโฉนด
หัวใจของชายแก่กลับร้าวระบม

ภาพบาดแผลในอดีตที่ต้องหอบโฉนดที่ดินผืนนี้ไปจำนองกู้เงิน
ดอกเบี้ยหน้าเลือด เพื่อมาเป็นทุนเตรียมงานก่อสร้างให้เฮียปรี
มันพุ่งกลับเข้ามาบาดลึกในใจ
ลุงใหญ่เงยหน้าขึ้นสบตากับปรีชา สายตาฉายแววละอายใจของผู้ชาย
อกสามศอกเมื่อความจริงเปิดเผย เหตุการณ์นี้มันเกินที่จะเป็นเรื่อง
ของเข้มไปแล้ว มีคนเดี่ยวที่สามารถทำได้

"ยังไงครับ... เฮียปรี?"
ปรีชาสบสายตากลับด้วยความนิ่งสงบ สุขุม และน่าเชื่อถือ
"ผมตัดสินใจซื้อร้านป้าเขียวไว้ครับห้าล้านบาท
ดีกว่าปล่อยให้โดนพวกนายทุนโกงไป...
และบังเอิญเห็นสัญญากับโฉนดของลุงใหญ่ที่ยังติดค้าง
อยู่กับ ผอ. ผมเลยจัดการไถ่ถอนมาด้วยเลย

เพราะดูท่าทางนายทุนพวกนั้นจะไม่โอเคไม่น่าไว้ใจ"
ปรีชาเลือกอธิบายความจริงเพียงแปดในสิบส่วนเพื่อเลี่ยง
ไม่ให้คนแก่ต้องคิดมาก

"ส่วนเงินแสนนั้น เป็นค่านายหน้าของเข้มครับ... เพราะเข้ม
เป็นคนพาผมไปหาป้าเขียวจนตกลงซื้อขายกันได้สำเร็จ"
คำอธิบายที่นิ่งเรียบและทรงน้ำหนักของปรีชา ทำให้น้ำตาใสๆ
คลอเบ้าตาของลุงใหญ่ หยาดน้ำตาแห่งความระทมทุกข์ค่อยๆ
ไหลผ่านรอยย่นบนแก้ม...

โฉนดที่ดินผืนนี้คือมรดกชิ้นเดียวของพ่อเข้ม ที่ลุงใหญ่ตั้งใจ
จะเก็บไว้ให้หลานชาย ทว่าความจำเป็นทำให้ต้องนำไปกู้หนี้ยืมสิน
จนเกือบสูญเสียมันไป

ชายแก่เล่าความจริงด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เสียงสะอื้นดังอยู่ในอก
ด้วยความละอายใจทั้งต่อหน้าปรีชาและหลานชาย
บรรยากาศเริ่มดิ่งลึกเข้าไปในความเศร้า เข้มจึงรีบตัดบทขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
"แสดงว่าโฉนดแผ่นนี้ต้องให้เฮียปรีเป็นคนถือไว้ใช่มั้ยครับปู่...
ได้ๆ เดี๋ยวผมจะทำงานหาเงินมาคืนเฮียปรีเอง แล้วค่อยเอาโฉนด
กลับคืนมาให้ปู่

ส่วนเงินแสนนี้ปู่เก็บไว้เลยนะ เดี๋ยวผมทำงานกับเฮียปรีให้ได้เงินเยอะๆ
แล้วจะเอามาให้อีก ให้ปู่สร้างบ้านให้เสร็จ!"
ความปิติซาบซึ้งฉายชัดบนใบหน้าของลุงใหญ่ เพียงแค่โฉนดที่ดิน
หลุดพ้นมาจากคราบโคลนของนายทุนหน้าเลือดได้ ก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
ยิ่งได้ยินหลานชายวัยรุ่นที่เคยเหลวไหลเอ่ยปากว่าจะทำงาน
ใช้หนี้ด้วยตัวเอง ความภาคภูมิใจและคลื่นความอุ่นวาบก็เอ่อล้นในอก
ชายแก่ยื่นแผ่นโฉนดคืนให้เข้ม เข้มรับมาแล้วส่งต่อให้โด่งทันที
"เอ้า... หัวหน้าโด่ง เก็บให้เฮียปรีดีๆ ล่ะ ห้ามหายนะเว้ย!"
โด่งรับโฉนดมาเก็บใส่กระเป๋าพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
"สายแล้วรีบไปกันเถอะเฮีย ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ"
ชายหนุ่มทั้งสี่คนยกมือไหว้ลาลุงใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นรถ
CR-V ขาวมุก เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่รถหรูจะค่อยๆ
เคลื่อนตัวทะยานออกสู่ถนนสายหลัก
ลุงใหญ่ยืนกำปึกธนบัตรแสนบาทไว้แน่นในมือ สายตาฝ้าฟาง
เพ่งมองตามหลังรถ CR-V สีขาวมุกที่ค่อยๆ แล่นไกลออกไป
จนเหลือเพียงจุดเล็กๆ ในคลองสายตา... หยาดน้ำตาแห่งความปิติ
ไหลทอดผ่านรอยยิ้มปานเขื่อนแตก แบบไม่ต้องเก็บกดอายใคร

ชายแก่รู้สึกภูมิใจและอิ่มเอมใจอย่างที่สุด ที่เห็นหลานชายตัวเอง
อย่างเข้มรู้สึกมันเติบโตเป็นผู้ใหญ่แบบข้ามคืน มีความคิดความอ่าน
และโชคดีเหลือเกินที่บุญบารมีของชายที่ชื่อ "ปรีชา"
เข้ามาช่วยค้ำชูชีวิตให้ออกจากมุมมืดสู่สว่างแจ้งอย่างแท้จริง
{:7_361:}

{:7_360:}ซัพพอร์ตเหล้าขาวเปย์ให้คุณยายกรึ๊บเติมพลังสมอง...อินบ๊อกนะค่ะ {:7_360:}
ตอนที่แล้ว                                                                        ตอนต่อไปhttps://www.g4guys.com/data/attachment/album/202609/03/114715n78517dx5c7oxxcs.jpg
หนุ่มน้อยของเฮียปรี{:7_376:}พูดคุยให้กำลังใจติดต่อกันใหม่...อินบ๊อกได้เลยคร้าา{:7_376:}ขอบคุณที่ชื่นชอบสนับสนุนและติดตามผลงานค่ะ

กอทอฒอ โพสต์ 2026-9-3 11:56:02

ฝนตกไปใหนไม่ได้ พอมีเวลา และผู้ชายไม่ม่มากวนใจค่ะ
หวังว่าคงเต็มอิ่มนะค่ะ อารมณ์ซี๊ดดด อูยยยย ยังไม่มาเลยค่ะ
ติดตามกันต่อไป อย่าเพิ่งเบื่อ อยู่กันยาวๆนะค่ะ
{:7_361:}

nuangnut1996 โพสต์ 2026-9-3 12:34:37

สนุกมากครับ

Littledevilxx โพสต์ 2026-9-3 13:06:42

ชอบมากมายครับ นิยายเรื่องนี้ ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุก ๆ ให้อ่านนะครับ

Phraphai โพสต์ 2026-9-3 15:48:09

เสียวดี

GuN009 โพสต์ 2026-9-3 16:11:47

สนุกครับ ตามอ่านตลอดครับ

kalamardum โพสต์ 2026-9-3 20:43:58

ตามต่อทุกๆepเลย

Aquarius_Camu โพสต์ 2026-9-3 21:56:51

สนุกครับ

doodd โพสต์ 2026-9-3 22:02:32

ละมุนใจดีครับ

patpartth โพสต์ 2026-9-3 22:08:46

ป๋าเหมาตำบล

suraponr โพสต์ 2026-9-3 22:17:24

สนุกมากครับ

Oscarbkk โพสต์ 2026-9-3 22:24:25

ชเบการเขียนครับ อ่านเพลินมาก

theera โพสต์ 2026-9-3 23:40:25

ขอบคุณครับ

dekdek11 โพสต์ 2026-9-4 16:31:22

ขอบคุณครับ

soobin69ck โพสต์ 2026-9-7 09:19:50

ขอบคุณมากครับ{:5_120:}

Nukinho โพสต์ 2026-9-8 18:26:42

รอติตตามต่อเรื่อย ๆ นะครับ เป็นเรื่องที่ดีมากเลยคับ

suraponr โพสต์ 2026-9-12 15:03:43

ยอดเยี่ยมมาก

Khoma โพสต์ 2026-9-12 23:59:01

{:5_119:}

ninenut โพสต์ 2026-9-14 09:59:26

ขอบคุณครับ

suraponr โพสต์ 2026-9-17 14:26:02

...สนุกมากครับ
ขอบคุณครับ...
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 10 ( 03 09 69 )