น้าเขยทหารอากาศเสียพนันบอลกับสาวเสียบ ตอนที่30
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-28 04:06ความร้อนที่ยังแผ่ซ่านจากร่างกายอีกฝ่าย
ทั้งคู่ยังคงเชื่อมกันอยู่
ภายใต้แสงแรกของวันใหม่
โดยที่ยังไม่มีใครรีบแยกจากกัน
....................................
แสงรุ่งอรุณวันอาทิตย์ค่อยๆ ไหลผ่านม่านเข้ามาในห้อง
ยังไม่สว่างเต็มที่
แต่พอให้เห็นผิวของทั้งคู่ที่ยังเปียกชื้นจากเหงื่อ
น้าอ๊อดยังไม่ได้ถอนตัวออกทันที
ทรุดลงช้าๆ
หน้าผากชนกับไหล่ของธันวา
ลมหายใจยังหนัก แต่เริ่มช้าลง
ธันวายังกอดน้าอ๊อดไว้
มือข้างหนึ่งวางบนแผ่นหลังที่ร้อน
อีกข้างลูบต้นคอเบาๆ
ไม่เร่ง
ไม่พูด
ในอกของน้าอ๊อดตอนนี้ไม่มีเสียงครางอีกแล้ว
เหลือเพียงความรู้สึกที่ค่อยๆ ตกตะกอน
เมื่อกี้ไม่ได้ถูกบังคับ
ไม่ได้จำยอม
น้าอ๊อดเป็นฝ่ายพาความรู้สึก
และเต็มใจ
นั่นทำให้น้าอ๊อดรู้สึกโล่ง
แต่ก็ทำให้รู้สึกกลัว
ธันวาเอียงหน้าเข้าใกล้หูน้าอ๊อด
พูดเสียงต่ำ
“พี่ยังไม่ต้องรีบลุกก็ได้ครับ”
น้าอ๊อดฮึดฮัดในลำคอ
ไม่ตอบ
แต่ก็ยังไม่ขยับหนี
ทั้งคู่นอนกอดกันต่ออีกพักใหญ่
จนเหงื่อเริ่มเย็น
จนแสงเช้าสว่างขึ้นอีกนิด
น้าอ๊อดค่อยๆ ถอนตัวออก
ช้ามากๆ
ธันวาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อภายในร่างกายว่างลง
น้ำที่ค้างอยู่ไหลซึมออกมาตามต้นขา
ธันวาหุบขาเบาๆ แต่ไม่ได้หันหนี
น้าอ๊อดมองธันวาครู่หนึ่ง
แล้วยื่นมือออกไป
“อาบน้ำ”
ธันวาจับมือนั้น
ลุกตาม
ในห้องน้ำ ไอน้ำเริ่มลอย
น้าอ๊อดเปิดน้ำอุ่น
ยืนให้สายน้ำไหลผ่านหัวก่อน
ธันวาเข้าไปยืนข้างหลัง
ไม่ชนตัวน้าอ๊อดทันที
แค่ยื่นมือไปรับสบู่
ฝ่ามือของธันวาวางลงบนแผ่นหลังน้าอ๊อด
วนช้าๆ
จากหัวไหล่ลงมาถึงเอว
นิ้วผ่านรอยแดงจางๆ ที่เล็บเคยขยี้ไว้เมื่อกี้
น้าอ๊อดยืนนิ่ง
ปล่อยให้ธันวาฟอกสบู่ให้
ธันวาค่อยๆ เลื่อนลงต่ำกว่าเอว
แล้วแกล้งบีบสะโพกเบาๆ ทีหนึ่ง
น้าอ๊อดหันนิดหนึ่ง
คิ้วขมวดแต่มุมปากยกขึ้น
“ทำอะไร”
ธันวายิ้มในไอน้ำ
“ไม่มีครับ...แค่ตรวจว่าพี่ยังยืนตรงได้อยู่ไหม”
น้าอ๊อดหัวเราะเสียงต่ำ
สั้นๆ
“ยังยืนได้...อย่าแกล้งพี่มาก”
ธันวาไม่ฟังทั้งหมด
มือเลื่อนมาฟอกหน้าท้องแทน
นิ้วแกล้งรูดลงต่ำกว่าสะดือนิดหนึ่ง
ก่อนจะถอนกลับขึ้นมาทันเวลาที่น้าอ๊อดจับข้อมือไว้
“ธันวา”
ธันวายิ้มกว้างขึ้น
“รู้ครับว่าพี่รู้ตัวแล้ว
แต่เช้านี้พี่เปิดด้านมืดนั้นให้ผมเห็นเต็มๆ
จะไม่ให้แกล้งหน่อยเลยเหรอครับ”
น้าอ๊อดถอนหายใจ
แต่ไม่ได้ปล่อยมือทันที
จับไว้หลวมๆ
เหมือนยังไม่รู้ว่าจะดึงออกหรือจะปล่อยต่อ
“อาบน้ำให้เสร็จก่อน”
ธันวาพยักหน้า
แล้วกลับมาฟอกตัวอย่างจริงจัง
ทั้งคู่ช่วยกันล้างตัว
สลับกันยืนใต้ฝักบัว
ไหล่ชนไหล่เป็นครั้งคราว
เมื่อปิดน้ำ
ธันวายื่นผ้าขนหนูให้น้าอ๊อดก่อน
แล้วยิ้มอีกครั้ง
“ผมไปทำกาแฟกับไข่ดาวก่อนนะครับ
พี่ค่อยแต่งตัวออกมานั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน”
น้าอ๊อดพยักหน้า
ธันวาเดินออกไป
เหลือเพียงเสียงเท้าเบาๆ ที่ห่างออกจากห้องน้ำ
น้าอ๊อดยืนเช็ดตัวช้าๆ หน้ากระจก
มองภาพสะท้อนของตัวเอง
ร่างกายยังมีรอยจาง
สายตายังอ่อนล้า
แต่ที่หนักกว่านั้นคือสิ่งที่อยู่ในอก
เมื่อกี้ไม่ได้แค่เสร็จ
แต่หงายลูกเต๋าด้านมืดขึ้นมาให้ตัวเองเห็นชัดๆ
แล้วก็ยอมรับว่าด้านมืดนั้นมีอยู่จริง
น้าอ๊อดเช็ดหน้าเสร็จ
สวมกางเกงกับเสื้อ
แล้วเดินออกไป
นั่งเก้าอี้ใกล้หน้าต่างบนโต๊ะมีกาแฟสองแก้ว
ไข่ดาวสองจาน
ขนมปังปิ้งวางไว้ข้างๆ
ธันวานั่งรออยู่แล้ว
เมื่อเห็นน้าอ๊อดก็ยิ้มให้
“กาแฟครับ”
น้าอ๊อดที่นั่งตรงข้าม
รับแก้วกาแฟมาจิบช้าๆ
กลิ่นขมอ่อนๆ ช่วยดึงสติน้าอ๊อดกลับมา
จากร่างกายที่ยังรู้สึกอุ่นจากภายในร่างกายธันวา
ทั้งคู่กินอาหารเช้าด้วยกันอย่างเงียบในตอนแรก
เสียงช้อนส้อมเบา
เสียงจิบกาแฟ
แสงแดดเช้าค่อยๆ ส่องผ่านกระจกมาตกบนโต๊ะ
จนน้าอ๊อดวางแก้วลง
“เมื่อกี้ในห้อง…”
เสียงของน้าอ๊อดต่ำและช้า
“พี่เปิดด้านมืดนั้นออกไปเต็มที่”
ธันวาไม่ได้แทรก
แค่มองและรับฟัง
น้าอ๊อดกลืนน้ำลาย
“พี่เคยคิดว่าลูกเต๋าของพี่มีแค่ด้านเดียวที่คนเห็น
สามี
นายทหาร
คนที่ต้องยืนตรง”
น้าอ๊อดหยุดไปครู่หนึ่ง
นิ้วหมุนขอบแก้วช้าๆ
“แต่เช้านี้พี่หงายด้านมืดขึ้นมาเอง
ไม่ใช่โดนใครบังคับ
พี่ยอมรับว่าด้านนั้นมีอยู่
และพี่ก็เสียวกับมันได้จริง”
ธันวายังนิ่ง
ปล่อยให้น้าอ๊อดพูดจนจบ
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้น
“แต่พี่ยังมีชีวิตอีกด้านที่ต้องกลับไป
พี่มีภรรยา
พี่มีหน้าที่
พี่มีตำแหน่งที่ต้องพับเก็บด้านนี้ไว้”
น้าอ๊อดหายใจเข้าลึก
“หลังคุยกันจบ… พี่จะปิดมัน”
“ไม่ใช่เพราะเสียใจที่เปิด”
“แต่เพราะพี่ต้องปิด”
ธันวาพยักหน้าช้าๆ
“ผมเข้าใจครับ”
เสียงของธันวาแหบเล็กน้อย แต่มั่นคง
“ผมไม่ได้คาดหวังให้พี่เปิดทิ้งไว้
ผมแค่ดีใจที่พี่ยอมให้ผมเห็นด้านนั้นของพี่
โดยที่พี่ไม่ได้ถูกดึง”
น้าอ๊อดมองธันวา
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ธันวาไม่โกรธพี่เหรอ”
ธันวาหัวเราะเสียงเบา
เป็นเสียงที่อ่อนโยน
“โกรธทำไมครับ
ผมไม่ได้อยากได้ประตูบานนั้นเป็นของตัวเอง
ผมแค่อยากให้พี่ได้รู้ว่า
ถ้าวันหนึ่งพี่เปิด แล้วต้องการคนรับรู้ไว้ชั่วคราว
ผมยินดีรับได้ แต่ผมจะไม่ดันประตูเอง”
น้าอ๊อดนิ่งไปนาน
แล้วค่อยๆ พยักหน้า
“ขอบคุณ”
คำนั้นสั้น
แต่หนัก
ทั้งคู่นั่งเงียบกันอีกสักพัก
แสงเช้าขยับไปตกที่หลังมือของน้าอ๊อด
ในที่สุดเขาพูดเบา ๆ
“หลังจากนี้… เรากลับไปเป็นแบบเดิม
พี่ยังเป็นพี่อ๊อด
มึงยังเป็นธันวา”
ธันวาพยักหน้า
“ได้ครับ”
น้าอ๊อดยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง
แล้ววางลง
“ประตูสู่ด้านมืดบานนี้… พี่ปิดแล้ว”
ธันวามองเขา
ยิ้มเล็กน้อย
“รับทราบครับ”
บนโต๊ะอาหารเช้ายังมีกลิ่นไข่ดาวและกาแฟค้างอยู่
ร่างกายทั้งคู่สะอาด
เสื้อผ้าเรียบร้อย
แต่ในอกของน้าอ๊อด
ลูกเต๋าด้านนั้นถูกพลิกคว่ำลงอีกครั้ง
ช้าๆ และแน่นขึ้น
พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตด้านที่เหลืออยู่
ทั้งคู่นั่งเงียบกันอยู่บนโต๊ะอาหารอีกสักพัก
น้าอ๊อดยกแก้วกาแฟจิบจนหมด
แล้ววางลงเบาๆ
น้าอ๊อดเงยหน้าขึ้นมองธันวา
สายตาอ่อนลงกว่าตอนที่พูดเรื่องปิดประตู
“ธันวา”
เสียงของน้าอ๊อดต่ำและช้า
“พี่ขอบคุณ”
ธันวาเงยหน้าขึ้น
ไม่ได้ยิ้มทันที
แค่มองกลับไปรอฟัง
น้าอ๊อดหายใจเข้าลึกก่อนพูดต่อ
“ไม่ใช่แค่ขอบคุณที่มึงอยู่ตรงนี้
แต่ขอบคุณที่มึงยอมให้พี่เปิดด้านนั้น
แล้วก็ยอมให้พี่ปิดมันกลับโดยไม่ดึงไว้”
น้าอ๊อดหยุดไปครู่หนึ่ง
นิ้วมือวางบนขอบโต๊ะ
“พี่พูดจากใจจริง
เช้านี้ทำให้พี่ได้เห็นด้านของตัวเองที่ไม่เคยกล้ามอง
และมึงก็ไม่ได้ใช้มันเป็นข้อต่อรองอะไร”
ธันวานั่งฟังอย่างเงียบๆ
แล้วค่อยยิ้มบางๆ
“ผมไม่ได้ทำเพื่อจะได้ยินคำขอบคุณครับ
แต่การที่พี่พูดออกมา… ผมก็ดีใจ”
น้าอ๊อดพยักหน้าช้าๆ
น้าอ๊อดขลุกขึ้นยืน
เก็บจานไปวางที่เคาน์เตอร์
แล้วเดินกลับมา
“พี่ต้องกลับบ้านแล้ว”
ธันวาลุกตาม
เดินไปส่งถึงประตูห้อง
น้าอ๊อดสวมรองเท้า
เก็บกุญแจรถ
แล้วหันกลับมายืนตรงหน้าธันวา
น้าอ๊อดนิ่งไปครู่หนึ่ง
เหมือนยังมีคำหนึ่งที่ยังไม่ได้พูด
แล้วค่อยๆ เอ่ย
“ก่อนกลับ… ขอกอดได้ไหม”
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ
แล้วพยักหน้า
น้าอ๊อดก้าวเข้าไปใกล้
แล้วยื่นแขนโอบกอดธันวาไว้
กอดแน่น
ไม่ใช่กอดแบบสุภาพ
แต่เป็นกอดที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของร่างกายและสิ่งที่เพิ่งผ่านมา
มือข้างหนึ่งวางบนแผ่นหลังธันวา
อีกข้างกอดรอบเอว
ใบหน้าซบลงที่ไหล่
ธันวากอดตอบกลับ
มือทั้งสองข้างโอบหลังน้าอ๊อดไว้แน่นเช่นกัน
ทั้งคู่ยืนกอดกันอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ควรจะเป็น
ธันวารู้สึกถึงลมหายใจของน้าอ๊อดที่ค่อยๆ ช้าลง
รู้สึกถึงแรงแขนที่ไม่ใช่การยึดครอง
แต่เป็นการวางของหนักลงชั่วคราวก่อนจะเก็บกลับไป
ส่วนน้าอ๊อดในจังหวะนั้น
รู้สึกชัดว่ากอดนี้ไม่ใช่คำสัญญา
แต่เป็นคำลาจากด้านที่เพิ่งยอมรับ แล้วเลือกปิดลง
น้าอ๊อดค่อยๆ คลายแขนออก
แต่ยังไม่ถอยห่างทันที
น้าอ๊อดมองธันวาอีกครั้ง
“แล้วเจอกัน”
ธันวาพยักหน้า
“ขับรถดีๆ นะครับ”
น้าอ๊อดยิ้มเล็กน้อย
แล้วหันหลังเดินออกจากห้อง
เสียงประตูปิดเบาๆ
ธันวายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกสักพัก
มองไปที่ประตูที่เพิ่งปิด
แล้วยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ
ตรงบริเวณที่เมื่อกี้ที่น้าอ๊อดกอดไว้
ธันวาไม่ได้รู้สึกถูกทิ้ง
แต่รู้สึกว่าตัวเองถูกวางไว้อย่างสุภาพ
ในตำแหน่งที่พอรับได้
ส่วนน้าอ๊อดเดินลงลานจอดรถ
เปิดประตูรถ
แล้วนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยสักครู่ก่อนสตาร์ทเครื่อง
รถแล่นออกจากคอนโดอย่างช้าๆ
ถนนวันอาทิตย์ช่วงเช้ายังไม่หนาแน่น
น้าอ๊อดไม่ได้เปิดเพลง
มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย
แสงแดดอ่อนส่องผ่านกระจกข้างมาตกบนแขน
น้าอ๊อดยังรู้สึกถึงรอยกอดอยู่บนหลังและอก
แต่คราวนี้น้าอ๊อดไม่ได้ผลักความรู้สึกนั้นทิ้งทันที
ปล่อยให้มันอยู่
แต่ในหัวของน้าอ๊อดไม่ได้ว่างเลย
เช้านี้น้าอ๊อดเพิ่งมีเซ็กส์กับธันวา
เพิ่งกอดลา
เพิ่งบอกว่าจะปิดประตูสู่ด้านมืดนั้นของตัวเอง
น้าอ๊อดกำลังขับรถกลับบ้าน
เลยต้องคิดให้ชัดทีละคน
คิดแบบที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ
สาวผู้เป็นภรรยา
คนแรกที่ผุดขึ้นในหัว
ภาพสาวยืนยิ้มหน้าบ้าน
เสียงสาวบอกว่าคิดถึง
กลิ่นน้ำหอมที่เขาคุ้นมานาน
กับภรรยา เขารู้สึกง่ายที่สุด
เขารักเธอ
รักแบบสามีรักภรรยา
ไม่ต้องมาแปลว่ามันคืออะไร
กอดเธอแล้วเขาไม่สับสน
นอนกับเธอแล้วเขารู้ว่าตัวเองเป็นใคร
เขาเป็นสามีเธอ
เป็นคนที่เธอรอกลับบ้าน
ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดจากความผิด
ไม่ได้เกิดจากหนี้
ไม่ได้เกิดจากความจำยอม
มันคือบ้าน
แต่เช้านี้เขาก็รู้สึกผิดกับเธอด้วย
ไม่ใช่เพราะเขาไม่รักเธอแล้ว
แต่เพราะเขามีด้านหนึ่งที่เธอไม่รู้
ด้านที่เขาเพิ่งเปิดอีกด้านกับผู้ชายในเช้านี้
เขารักเธออยู่จริง
เลยยิ่งกลัวว่าถ้าเธอรู้ทั้งหมด
สิ่งที่จะพังไม่ใช่แค่เซ็กส์นอกบ้าน
แต่เป็นชีวิตทั้งชีวิตที่เธอเชื่อเขา
เพราะอย่างงั้นภรรยาในใจเขาตอนนี้คือคนที่เขาอยากกลับรักษาไว้ที่สุด
แม้ตัวเองจะเพิ่งทำสิ่งที่เธอไม่รู้มาก็ตาม
บีผู้เป็นหลานชาย
พอคิดถึงบี อกเขาตึงขึ้นทันที
บีไม่เหมือนคนอื่น
บีเป็นหลาน
เป็นเด็กที่แม่ของเขาฝากมาอยู่ด้วยและไว้ใจให้ช่วยดูแล
เคยเดินตามหลังเขาตอนใส่เครื่องแบบ
เคยมองเขาด้วยสายตาที่เชื่อจนเกินไป
เขารักบี
แต่ความรักนี้ไม่ใสสะอาดอีกต่อไปแล้ว
มันปนกันหลายอย่าง
รักแบบน้าหลาน
ความอยากปกป้อง
ความรู้สึกผิดที่เคยทำให้บีเจ็บ
แล้วยังมีความใกล้ชิดทางร่างกายที่เกิดขึ้น
นี่คือจุดที่เขายอมรับยากที่สุด
เพราะบีไม่ได้เข้ามาเพื่อเอาเขา
บีเข้ามาเพราะไว้ใจ
แล้วเขากลับพาบีเข้าไปอยู่ในเรื่องที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรเจอ
ทุกครั้งที่นึกถึงบี เขาจะนึกภาพเด็กคนนั้นก้มหน้า
น้ำตาคลอ
แต่ยังคงเลือกนั่งอยู่ข้างเขา
นั่นทำให้เขาเจ็บ
กับบี เขาเลยไม่กล้าคิดว่าทั้งคู่เท่ากัน
เขาไม่กล้าเปิดด้านมืดทิ้งไว้กับบีแบบที่เพิ่งเปิดกับธันวา
เขาอยากกอดบีในฐานะคนที่ต้องดูแล
ทั้งที่จริงๆ แล้วทั้งคู่เคยข้ามเส้นนั้นไปแล้ว
ความรู้สึกที่มีต่อบีจึงหนักกว่าใคร
เพราะมันทำให้เขารู้ว่าตัวเองทำร้ายคนที่ควรได้รับความปลอดภัยจากเขามากที่สุด
ภาณุ...ภาณุทำให้เขารู้สึกอึดอัดแบบผู้ใหญ่ด้วยกัน
ภาณุรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
ภาณุเดินเข้ามาเอง
มองเขาในเครื่องแบบมานาน
แล้วใช้เรื่องหนี้และความช่วยเหลือดึงเขาไว้ใกล้ๆ
กับภาณุ เขารู้สึกสองอย่างพร้อมกัน
อย่างแรกคือความเสียว
ภาณุทำให้เขายอมได้
ทำให้ร่างกายตอบสนอง
ทำให้เขาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่แล้วยังรู้สึกดี
อย่างที่สองคือไม่กล้าวางใจจนสุด
เพราะเรื่องของทั้งคู่เริ่มจาก...เงิน
จากอำนาจ
จากการที่ภาณุมีช่องทางช่วยเขาได้
แม้ภายหลังภาณุจะดูแลเขาจริง
แม้สายตาภาณุจะไม่ได้มีแค่เรื่อง...ความเสียว
แต่น้าอ๊อดยังรู้สึกว่าตัวเองถูกมองเป็นของที่มีค่า
และเป็นของที่ครอบครองได้
เขาไม่ได้เกลียดภาณุ
เขายังอบอุ่นตอนถูกดูแล
ยังเสียวตอนถูกสัมผัส
แต่เขายังไม่กล้าวางทั้งตัวลงตรงนั้น
กับภาณุ เขาอยู่ได้
พึ่งได้
เสียวได้
แต่ยังต้องเหลือระยะไว้เสมอ
ธันวา...ธันวาต่างจากทุกคนที่เพิ่งคิดมา
ภรรยาคือบ้าน
บีคือความรักที่ปนกับความผิด
ภาณุคือคนที่ดึงเขาไว้ด้วยอำนาจและความอยาก
ส่วนธันวาคือคนที่เห็นด้านที่เขาเปิดเองในเช้าวันนี้
ธันวาไม่ได้ขู่
ไม่ได้ทวงหนี้
ไม่ได้ดันประตูให้เขาเปิด
ธันวาแค่รับไว้
แล้วยอมให้เขาปิดประตูบานนั้นกลับ
เพราะงั้นความรู้สึกที่มีต่อธันวาจึงไม่ใช่ความหลง
ไม่ใช่คำสัญญา
ไม่ใช่การอยากทิ้งชีวิตเดิมตามธันวาไป
มันคือความโล่งใจ
เช้านี้เขาได้เป็นตัวเองด้านหนึ่งโดยไม่ถูกบังคับ
แล้วก็ยังได้กลับไปเป็นพี่อ๊อดคนเดิมโดยที่ธันวาไม่ดึงไว้
เขาเคารพธันวา
รู้สึกปลอดภัยกับธันวา
แต่เขาไม่ได้คิดว่าธันวาคือคนที่เขาจะเปิดบ้านทั้งหลังให้
กอดก่อนออกจากห้องเมื่อกี้เลยแน่นขนาดนั้น
ไม่ใช่กอดลาคนรัก
แต่เป็นกอดลาด้านที่เขาเพิ่งยอมรับว่ามีอยู่
กับคนที่ยอมเห็นด้านนั้นแล้วไม่ฉวยไปเป็นของตัวเอง
ตัวเขาเอง
ท้ายที่สุดเขาต้องคิดถึง...ตัวเอง
เขาคือนาวาอากาศเอกธนากร
เป็นสามี
เป็นน้าเขย
เป็นผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองมีด้านเดียวมาตลอดทั้งชีวิต
แต่เช้านี้เขาโกหกตัวเองไม่ได้อีกแล้ว
เขายังรักผู้หญิง
ยังอยากกลับไปเป็นสามีที่ดี
ยังอยากใส่เครื่องแบบแล้วยืนตรงได้
แต่เขาก็เสียวกับผู้ชายได้
ยอมเปิดประตูให้ผู้ชายเห็นด้านที่เคยซ่อนได้
และบางครั้งก็อยากถูกกอดโดยไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
การยอมรับตรงนี้ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจ
มันทำให้เขากลัว
ถ้ายอมรับมากเกินไป ชีวิตที่สร้างมาจะพัง
ถ้าไม่ยอมรับเลย เขาก็ต้องกดของจริงในอกต่อไปอีกนาน
รถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน
น้าอ๊อดจอดรถหน้าบ้าน
ดับเครื่องรถยนต์
แล้วนั่งนิ่งอยู่ในรถจนรอบข้างเงียบ
มือยังวางบนพวงมาลัย
พูดกับตัวเองเบาๆ
“รักภรรยาเป็นจริง
ผิดกับบีเป็นจริง
ระแวงภาณุเป็นจริง
โล่งใจกับธันวาเป็นจริง
แต่ชีวิตที่ต้องกลับไปก็เป็นจริงเหมือนกัน”
น้าอ๊อดเปิดประตูรถ
เดินเข้าบ้านที่ยังเงียบ
บียังอยู่สุโขทัย
บ้านเงียบจนเขาได้ยินเสียงตัวเองชัดเกินไป
น้าอ๊อดวางกุญแจลงบนโต๊ะ
ยืนนิ่งกลางห้องรับแขกสักครู่
แล้วเดินขึ้นไปอาบน้ำอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่แค่ล้างเหงื่อ
แต่ล้างกลิ่นในเช้าวันนี้ให้หมดจากผิว
น้าอ๊อดจะต้องกลับไปเป็นคนที่ภรรยารู้จัก
ประตูสู่ด้านมืดถูกปิดลงแล้ว
แต่เขาปิดทั้งที่รู้ว่ามันยังอยู่
ไม่ได้ปิดเพราะไม่มี
ปิดเพราะเขายังเลือกชีวิตด้านนี้มากกว่า
ช่วงบ่ายแสงแดดเอียงเข้ามาทางหน้าต่างห้องรับแขก
น้าอ๊อดอาบน้ำเสร็จแล้วสวมเสื้อยืดสีเทา
กางเกงขาสั้น
ผมยังชื้นเล็กน้อย
น้าอ๊อดไม่ได้เปิดโทรทัศน์ดัง
นั่งอยู่บนโซฟา
แก้วน้ำวางอยู่บนโต๊ะ
ในหัวยังมีร่องรอยยามเช้านี้ค้างอยู่ในใจ
กลิ่นสบู่ในห้องน้ำคอนโดธันวา
เสียงที่เขาพูดเองว่าจะปิดประตู
และแรงกอดก่อนเดินออกจากห้อง
น้าอ๊อดพยายามไม่คิดต่อ
แต่ร่างกายและสมองยังจดจำ
จนเสียงกุญแจไขประตูดังขึ้น
น้าอ๊อดหันไปทันที
บานประตูเปิด
สาวผู้เป็นภรรยาเดินเข้ามา
ยิ้มกว้างกว่าที่เขาเตรียมใจไว้
ถือถุงของฝากเล็กน้อยกับกระเป๋าสะพาย
“เซอร์ไพรส์ค่ะพี่อ๊อด!”
เสียงของเธอใส
อบอุ่น
และทำให้บ้านที่เงียบอยู่ทั้งเช้ามีลมหายใจขึ้นมาทันที
น้าอ๊อดลุกจากโซฟา
รอยยิ้มผุดขึ้นบนปากโดยยังไม่ทันคิด
“กลับมาแล้ว
คิดว่าจะถึงเย็นกว่านี้อีก”
น้าสาววางของลงบนโต๊ะใกล้ประตู
แล้วเดินตรงเข้ามา
เธอไม่พูดอะไรมาก
แค่กอดน้าอ๊อดแน่น
หน้าของเธอซบที่อกน้าอ๊อด
แขนโอบรอบเอวน้าอ๊อด
กอดแบบคนที่คิดถึงจริงๆ ไม่ใช่กอดทักทายผ่านๆ
น้าอ๊อดชะงักอยู่ในอกครึ่งวินาที
แล้วค่อยยกแขนขึ้นกอดตอบ
มือวางบนหลังเธอ
ลูบช้าๆ จากสะบักลงมาถึงเอว
กลิ่นน้ำหอมของภรรยา
ความนุ่มของร่างกายที่เขารู้จักมานาน
ทำให้ภาพเช้านี้ถูกดันให้ถอยไปด้านหลังทีละนิด
น้าสาวยังไม่ยอมปล่อย
พูดเสียงอู้อี้ที่อกเขา
“คิดถึงพี่จังเลยนะคะ
งานเสร็จเร็ว เลยรีบบินกลับ
อยากเซอร์ไพรส์”
น้าอ๊อดจูบที่หน้าผากน้าสาวเบาๆ
“พี่ก็คิดถึง”
คำนั้นไม่ได้ฝืนจนแข็ง
มันออกมาจากส่วนที่น้าอ๊อดยังมั่นคงอยู่เสมอ
น้าสาวยังกอดต่ออีกพัก
แล้วค่อยเงยหน้าขึ้นมองเขา
สายตาเธออ่อนโยน
แต่ภายในไม่ได้ว่างใจ
มีทั้งความรัก
ความคิดถึง
และความสงสัยบางๆ ที่ยังไม่ได้ถูกพูดออกมา
เธอดูน้าอ๊อดนานกว่าปกติ
เหมือนกำลังคลำดูว่าเขาเป็นคนเดิมไหม
“ช่วงที่พี่ไปราชการด่วน
สาวเป็นห่วงพี่มากนะคะ
โทรหาแทบไม่ได้คุยยาว
กลับมาก็ไม่เจอพี่อยู่บ้าน”
น้าอ๊อดรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้ลืมรอบนั้น
เธอไม่ได้ตำหนิตรงๆ
เธอแค่เก็บไว้
แล้วนำมาวางเบาๆ ในออมกอดนี้
น้าอ๊อดยกมือขึ้นลูบแก้ม
“ทำให้เป็นห่วง ช่วงนั้นเรื่องเร่งด่วน
พี่จัดการไม่ดี”
น้าสาวมองน้าอ๊อดอีกนิด
แล้วยิ้มบางๆ
“อยู่บ้านแบบนี้ก็พอแล้วค่ะ
สาวไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาว
แค่อยากเจอพี่”
น้าอ๊อดกอดเธอแน่นขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้แน่นกว่าตอนที่เธอเดินเข้ามา
เพราะเขาเองก็อยากยืนอยู่ในออมกอดนี้ให้ได้จริงๆ
ช่วงบ่ายต่อด้วยชีวิตธรรมดาที่น้าอ๊อดต้องการหลังจากเช้าวันนี้
น้าสาวเข้าครัวจัดของฝาก
น้าอ๊อดเดินตามไปช่วย
ล้างผลไม้ หยิบจาน
เปิดน้ำให้เธอ
มีบทสนทนาเรื่องเครื่องบิน
เรื่องอากาศต่างจังหวัด
เรื่องเพื่อนร่วมงานที่ฝากของมาให้
บ้านค่อยๆ มีเสียงอีกครั้ง
เสียงชาม
เสียงน้ำ
เสียงภรรยาหัวเราะเบาๆ เมื่อน้าอ๊อดช่วยผิด
ไม่มีอะไรซับซ้อน
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้น้าอ๊อดหายใจได้ยาวขึ้น
แต่บางจังหวะ
ตอนน้าสาวเดินผ่านหลังน้าอ๊อด
ตอนน้าสาวแตะแขนน้าอ๊อดเล่น
ภาพธันวายังแวบขึ้นมาในหัว
ไม่ใช่ภาพบนเตียง
แต่เป็นภาพตอนนั่งกินอาหารเช้า
ตอนที่พูดว่าจะปิดด้านนั้น
แล้วตอนนี้ภรรยากลับมา
น้าอ๊อดจึงยิ่งรู้สึกว่าคำนั้นต้องถูกทำให้จริง
เย็นวันนั้นทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะอาหาร
น้าสาวมองน้าอ๊อดบ่อยกว่าปกติเล็กน้อย
ยิ้มให้
ยื่นกับข้าวให้
แล้วเอ่ยขึ้นกลางคำ
“พี่ดูเหนื่อยนะคะช่วงนี้
หน้าตาไม่ค่อยสดชื่น”
น้าอ๊อดตักข้าวเข้าปากช้าๆ
แล้วพยักหน้า
“งานเยอะ
แต่อยู่กับสาวแบบนี้แล้วดีขึ้น”
น้าสาวยื่นมือมาวางทับมือเขาบนโต๊ะ
“งั้นคืนนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากนะคะ
อยู่กับสาว”
น้าอ๊อดพลิกมือขึ้นกำมือน้าสาวเบาๆ
“ได้”
หลังเก็บจาน
น้าสาวชวนขึ้นไปอาบน้ำ
ในห้องน้ำชั้นบน ไอน้ำลอยช้า
น้าสาวช่วยฟอกหลังให้น้าอ๊อด
ฝ่ามือเล็กๆ วนบนแผ่นหลังที่กว้าง
น้าอ๊อดยืนให้สายน้ำไหลผ่านหัว
หลับตา
รับสัมผัสนั้นไว้
ต่างจากมือธันวาตอนเช้า
มือภรรยาไม่แกล้ง
ไม่ทดลอง
มันเป็นการสัมผัสของคนที่คิดว่าเขายังเป็นสามีคนเดิม
น้าอ๊อดหันไปฟอกและสระผมให้น้าสาวบ้าง
นิ้วสอดผ่านเส้นผมที่เปียก
เธอหัวเราะเบาๆ เมื่อฟองสบู่ไหลลงหน้าผาก
“พี่ทำจนเข้าตาค่ะ”
น้าอ๊อดยิ้ม
“ชินแล้วไม่ใช่หรอ”
น้าสาวเอาน้ำสาดน้าอ๊อดเบาๆ
ทั้งคู่หัวเราะในห้องน้ำแคบๆ
ก่อนจะปิดฝักบัว
ทั้งคู่ออกจากห้องน้ำ
ไฟห้องนอนเปิดไว้เพียงดวงเล็ก
น้าสาวสวมเสื้อคลุมบางๆ
เป่าเส้นผมให้แห้ง
ก่อนขึ้นเตียง
แล้วนั่งเอียงตัวเข้ามาหาน้าอ๊อด
“คิดถึงพี่มากนะคะ…”
น้าสาวจูบแก้มน้าอ๊อด
แล้วจูบปากช้าๆ
น้าอ๊อดรับจูบนั้น
มือวางที่เอวน้าสาว
คลายเสื้อคลุมออกช้าๆ
ผิวภรรยาอบอุ่นจากน้ำอาบ
คุ้นมือทุกส่วน
อก
เอว
สะโพก
น้าอ๊อดไม่ได้รีบ
ลูบทีละตำแหน่ง
จูบที่คอ
ที่ไหปลาร้า
ลงไปที่อก
น้าสาวถอนหายใจแผ่วๆ
มือเกาะไหล่น้าอ๊อด
“อ๊ะ… พี่อ๊อด…”
นิ้วน้าอ๊อดเลื่อนลงไปสัมผัสระหว่างขา
พบความชื้นที่ค่อยๆ รวมตัว
รูที่คุ้นเคยรับนิ้วได้ง่าย
นิ่ม
ร้อน
และไม่มีอะไรต้องฝืน
น้าอ๊อดจูบปากเธออีกครั้ง
แล้วกระซิบ
“บอกได้ถ้าเร็วไป”
น้าสาวส่ายหน้าเบาๆ
ยิ้มที่ริมฝีปากเขา
“ไม่เร็วค่ะ...พี่”
น้าอ๊อดจับน้าสาวนอนลงบนเตียง
จัดหมอนให้สบาย
แล้วขึ้นคร่อมช้าๆ
หัวควย 7 นิ้วแตะปากรู
น้าอ๊อดไม่ดันเข้าทีเดียว
ถูไปมาเบาๆ ก่อน
จนน้าสาวโก่งหลังเล็กน้อย
แล้วค่อยดันเข้าไป
ช้า
น้าสาวรับได้ทั้งลำควยโดยร่างกายจำอย่างคุ้นชิน
ไม่มีอาการเจ็บ
มีแต่เสียงหายใจที่ลึกขึ้นที่คอ
น้าอ๊อดครางต่ำ
“อืม…”
ไม่ใช่เสียงแตกพร่าแบบช่วงเช้าที่คอนโด
แต่เป็นเสียงของผู้ชายที่ได้กลับเข้าที่
ที่ตัวเองรู้จัก
น้าอ๊อดหยุดค้างไว้ก่อน
หน้าผากชนหน้าผาก
ให้ทั้งคู่ได้หายใจพร้อมกัน
ในจังหวะนั้น
ธันวายังแวบขึ้นมาในหัวน้าอ๊อดอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะน้าอ๊อดอยากกลับไป
แต่เพราะร่างกายและสมองยังจำได้ว่าเมื่อเช้า
น้าอ๊อดเปิดอีกด้านไว้
แล้วตอนนี้ด้านสว่างที่บ้านกำลังดึงเขากลับมา
น้าอ๊อดเริ่มขยับในตัวภรรยา
ช้าๆ
เข้าสุด
ถอนเกือบสุด
แล้วค่อยเข้าใหม่
มือข้างหนึ่งยันที่นอน
อีกข้างอุ้มสะโพกเธอไว้
น้าสาวกอดคอ
จูบแก้ม
ครางแผ่วทุกครั้งที่น้าอ๊อดเคลื่อนกาย
“เสียวค่ะ… ช้าๆ…”
น้าอ๊อดทำตาม
ไม่เร่งเพื่อระบายความรู้สึกที่ค้างจากช่วงเช้า
แต่อยากเย็ดเธอแบบคนที่อยากอยู่กับภรรยาทั้งคืน
ทุกจังหวะทำให้น้าอ๊อดรู้สึกชัดขึ้นว่า
ด้านนี้ยังทำงานได้
ยังทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นสามี
ยังไม่ถูกเช้านี้มาแย่งตำแหน่งทั้งหมด
น้าอ๊อดจูบน้าสาวลึกขึ้น
มือลูบหน้าอกเบาๆ
สะโพกเคลื่อนกายสม่ำเสมอ
จนน้าสาวเริ่มครางถี่ขึ้นที่ซอกคอ
บ้านชั้นล่างเงียบ
เหลือเพียงเสียงเตียงที่ขยับเบาๆ
กับลมหายใจของสามีภรรยาในห้องนอนชั้นบน
น้าอ๊อดยังเคลื่อนกายอยู่ในตัวเธอ
ช้าๆ
อบอุ่น
และยังไม่ยอมเร่ง
เพราะคืนนี้น้าอ๊อดไม่ได้ต้องการแค่ถึงจุดสุดยอด
น้าอ๊อดต้องการอยู่กับภรรยาให้รู้สึกว่าตัวเองยังเลือกบ้านได้อยู่
น้าสาวกอดคอแน่น
ขาหนีบเอวเบาๆ
ลมหายใจกระชั้นที่ซอกคอ
“พี่อ๊อด… เสียวค่ะ…”
น้าอ๊อดจูบขมับ
แล้วยังเคลื่อนกายช้าๆ ต่อ
เข้าสุด
ถอนออกเกือบสุด
หัวควยครูดปากรู
แล้วค่อยดันกลับเข้าไปใหม่
แต่ละทีไม่แรง
แต่ลึก
และสม่ำเสมอจนน้าสาวร้องเป็นจังหวะ
“อ๊ะ…
อืม…
ตรงนั้นค่ะ…”
น้าอ๊อดปรับมุมสะโพกเล็กน้อย
ให้ลำควยครูดจุดที่น้าสาวชอบด้านใน
มือข้างหนึ่งเลื่อนไปอุ้มสะโพก
อีกข้างยันที่นอนไว้ไม่ให้น้ำหนักทับน้าสาวเต็มที่
“ตรงนี้ใช่ไหม”
น้าสาวยิ้มทั้งที่กำลังคราง
พยักหน้า
“ใช่ค่ะ… อย่าเอาออก…”
น้าอ๊อดทำตาม
ไม่ถอน
แค่ย่อเข้าออกในระยะสั้น
ให้หัวควยครูดซ้ำที่เดิม
รูของน้าสาวเริ่มบีบรัดควยเป็นระลอก
ชื้นขึ้น
เสียงเนื้อชนกันค่อยดังขึ้นจากจังหวะที่ยังไม่เร็วแต่เริ่มมีน้ำหนัก
น้าอ๊อดก้มลงจูบปาก
ลิ้นมวนช้าๆ
น้าสาวจูบตอบเบาๆ
มือเกาะแผ่นหลังน้าอ๊อดจนเล็บทิ่มเล็กน้อย
ในหัวน้าอ๊อดยังมีเงาช่วงเช้านี้หลงเหลืออยู่
แต่ยิ่งเย็ดภรรยาต่อ
เงานั้นยิ่งถูกดันออกไป
ตอนนี้น้าอ๊อดไม่ได้เปิดด้านอื่น
น้าอ๊อดเป็นสามีน้าสาว
อยู่ในบ้าน
อยู่ในตัวคนที่น้าอ๊อดรักโดยไม่ต้องแปลความหมายใหม่
น้าสาวแยกปากจากจูบ
ครางใกล้หูเขา
“พี่… แรงขึ้นได้นิดนึงค่ะ…”
น้าอ๊อดพยักหน้า
แล้วเพิ่มน้ำหนักสะโพกทีละนิด
ตับ
ตับ
ตับ
เริ่มดุดันจนเตียงดังลั่น
ลึกและแน่นขึ้นจนเธอโก่งหลัง
“อ๊ะ… พี่อ๊อด…
เสียว…
เสียวมากค่ะ…อืมมมม”
น้าอ๊อดครางต่ำที่คอเธอ
“อืม…
แน่นชิบหาย
รัดควยพี่ตลอดเลย”
มือน้าอ๊อดเลื่อนขึ้นไปบีบหน้าอกเบาๆ
นิ้วคลึงหัวนมที่แข็ง
น้าสาวสะดุ้งแล้วรัดควยน้าอ๊อดาเข้าไปอีก
“อย่า… อย่าบีบรัดแรง…
เสียวหัวควย…อืม...อ๊ากกก”
น้าอ๊อดลดแรงนิ้วลง
เหลือแค่คลึงวนหัวนมเบาๆ
ขณะที่สะโพกยังเข้าออกสม่ำเสมอ
เหงื่อเริ่มเกาะหลังทั้งคู่
ผิวสัมผัสกันอยากแนบสนิท
กลิ่นสบู่จากตอนอาบน้ำปนกับกลิ่นร่างกายที่คุ้นเคย
น้าสาวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
แก้มแดง
ปากอ้าหายใจ
“พี่… สาวใกล้แล้วค่ะ…”
น้าอ๊อดกอดน้าสาวแน่นขึ้น
ไม่ถอนออก
แต่เร่งจังหวะในระยะสั้นให้ถี่ขึ้น
“แตกได้เลย...พี่อยู่ตรงนี้”
น้าสาวพยักหน้าเร็วๆ
ขาหนีบเขาแน่น
สะโพกยกขึ้นรับทันที
“อ๊ะ…
อ๊ะ…
พี่อ๊อด…
สาว… สาวแตกแล้วค่ะ…อืมมมมม”
รูของน้าสาวเกร็งรัดควยเป็นระลอกต่อเนื่อง
ตัวสั่น
เล็บจิ๊กหลังน้าอ๊อด
เสียงครางหลงที่คอ
น้าอ๊อดทนจังหวะนั้นไว้
ยังเคลื่อนต่อช้าแต่แน่น
ให้น้าสาวไปถึงจุนสุดยอดก่อน
“อืม…
ดี…
แตกเลย”
น้าสาวหายใจรวยริน
น้ำตาซึมเล็กน้อยที่หางตา ไม่ใช่เพราะเจ็บ
แต่เพราะเสียวจนตัวอ่อน
น้าสาวยังกอดน้าอ๊อดแน่นไม่ปล่อย
“พี่ยังไม่เสร็จ…
อย่าเอาออกนะคะ…”
น้าอ๊อดจูบน้ำตาที่หางตาเธอ
แล้วยังอยู่ในตัวเธอต่อ
คราวนี้น้าอ๊อดเริ่มเย็ดเพื่อตัวเองบ้าง
ยังคงจังหวะลึกและถี่ขึ้น
สะโพกกระแทกจนเนื้อต้นขาชนกันชัดขึ้น
ควยบวมร้อนครูดในรูที่เพิ่งเสร็จไปมา
น้าสาวร้องเบาๆ ทุกที ทั้งที่เพิ่งเสร็จ
“อ๊ะ…
ยังเสียวอยู่ค่ะ…
พี่… แรงได้…”
น้าอ๊อดซบหน้าที่ไหล่น้าสาว
ครางเสียงแหบ
“เสียว
ร้อน
บีบรัดควยพี่ไม่เลิกเลย”
น้าอ๊อดจับสะโพกให้แนบชิด
เข้าสุดแล้วบดช้าๆ
ไม่ถอนออกทั้งลำ
ให้หัวควยครูดจุดเดิมซ้ำๆ
น้าสาวโก่งหลังอีกครั้ง
“ตรงนั้น…
อ๊ะ… พี่อ๊อด…”
จังหวะในตัวเริ่มรวน
ควยกระตุก
ท้องน้อยเกร็ง
น้าอ๊อดไม่ได้คิดถึงคนอื่นในตอนนี้
ไม่ได้คิดถึงคอนโด
ไม่ได้คิดถึงคำว่าปิดประตู
ตอนนี้มีแค่ภรรยาที่อยู่ใต้ตัว
บ้านที่เงียบ
และร่างกายที่กำลังจะถึงจุดสุดยอด
“ใกล้แล้ว…”
น้าสาวกอดคอน้าอ๊อด
จูบขมับ
“เสร็จในตัวสาวก็ได้ค่ะ…”
น้าอ๊อดพยักหน้าที่ซอกคอ
แล้วกระแทกสั้นๆ อีกหลายที
ถี่
แน่น
ลึก
“อืม…
อืม…
แตก...แตกแล้ว…”
น้าอ๊อดแตกค้างในตัวน้าสาว
น้ำพุ่งเป็นจังหวะ
ร่างสั่นเทา
สะโพกติดแน่นไม่ยอมถอน
น้าสาวรับไว้ทั้งหมด
ลูบหลังน้าอ๊อดที่กำลังเกร็งสุดตัว
ครางแผ่วเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่เติมเข้ามาด้านใน
“อ๊ะ…
ร้อนค่ะ…
พี่เสร็จ...น้ำพุ้งเข้ามาเยอะเลย”
น้าอ๊อดทรุดลงช้าๆ
ยังไม่ถอนออก
หน้าผากชนไหล่น้าสาว
ลมหายใจหนักแต่ค่อยๆ ช้าลง
ทั้งคู่นอนนิ่งในท่าเดิมสักพัก
เหงื่อเกาะหลัง
หัวใจยังเต้นแรง
แต่ห้องนอนอบอุ่น
น้าสาวจูบน้าผากน้าอ๊อด
“รักพี่นะคะ”
น้าอ๊อดจูบอกน้าสาวโดยยังไม่เงยหน้า
“รัก...รักสาวมาก…”
น้าอ๊อดค่อยๆ ถอนควยออกช้าๆ
น้ำที่ค้างในตัวไหลตามออกมาเล็กน้อย
น้าสาวหุบขาเบาๆ แล้วยังดึงน้าอ๊อดมานอนกอดต่อ
น้าอ๊อดนอนตะแคง
ดึงภรรยาเข้ามาชิดอก
มือลูบหลังขึ้นลงช้า ๆ
จากสะบักถึงเอว
วนซ้ำแบบไม่มีจุดหมายอื่นนอกจากอยากให้อยู่ใกล้
น้าสาวซบหน้าที่อกน้าอ๊อด
ขาข้างหนึ่งพาดทับขาน้าอ๊อดเบาๆ
นิ้วมือวาดไปมาบนหน้าอกที่ยังร้อน
“พี่อ๊อดคะ…”
“หืม”
“คืนนี้ดีจัง”
น้าอ๊อดจูบที่ผมเธอ
“ดี
อยู่บ้านแบบนี้พี่หายคิดถึง”
หัวเราะแผ่วๆ
แล้วยังไม่ขยับหนี
ห้องมืด
พัดลมหมุนช้า
เหงื่อบนหลังเริ่มเย็นลง
แต่ตัวยังอุ่นเพราะกอดกันไว้
น้าสาวพูดต่อเสียงเบา
“ช่วงที่พี่ไม่ค่อยอยู่บ้าน
สาวคิดมากเอง
ไม่ใช่จะว่าอะไร
แค่คิดถึง”
น้าอ๊อดชะงักในอก
แต่แขนที่กอดเธอไม่ได้คลาย
น้าอ๊อดลูบหลังช้าลง
“รู้...พี่ทำให้เป็นห่วง
คืนนี้พี่อยู่ตรงนี้”
น้าสาวพยักหน้าที่อกน้าอ๊อด
ไม่ขุดต่อ
เลือกหลับในกอดนั้นแทน
น้าอ๊อดหลับตาตาม
ในหัวยังมีคราบช่วงเช้าที่คอนโดหลงเหลืออยู่
แต่คืนนี้มันถูกดันให้อยู่ไกลกว่าเดิม
เพราะกลิ่นกายของภรรยา
น้ำหนักตัวของภรรยา
และคำว่าบ้านที่กำลังนอนอยู่จริงๆ
น้าอ๊อดหลับไปโดยยังกอดน้าสาวไว้
เช้าวันจันทร์แสงแดดอ่อนๆ ลอดม่านเข้ามา
นาฬิกาปลุกดัง
น้าอ๊อดยื่นมือปิดก่อนที่เสียงจะดังยาว
ภรรยายังไม่ลุก
คิ้วขมวดนิดหนึ่งแล้วยังซบอยู่ที่อกเขา
“อีกห้านาทีค่ะ…”
น้าอ๊อดยิ้มในคอ
กอดน้าสาวไว้อีกสักพัก
ปล่อยให้นาฬิกาเดินต่อโดยยังไม่เร่ง
ห้านาทีนั้นเงียบ
มีแค่ลมหายใจสองคน
กับนิ้วเธอที่ยังเกี่ยวชายเสื้อเขาหลวม ๆ
จนน้าอ๊อดจูบหน้าผากน้าสาว
“สายแล้ว
วันนี้พี่เข้าเวรเช้า”
น้าสาวลืมตา
ยิ้มงัวเงีย
แล้วยังไม่ลุกทันที
ยื่นหน้าขึ้นจูบปากน้าอ๊อดเบาๆ
“อาบน้ำก่อนไหมคะ
สาวไปทำกาแฟให้”
“ได้”
ทั้งคู่แยกตัวจากกันช้าๆ
ผ้าห่มพับไปด้านหนึ่ง
รอยกอดยังอุ่นบนผิว
น้าอ๊อดเข้าห้องน้ำก่อน
เปิดน้ำอุ่น
ยืนให้สายน้ำไหลผ่านหัว
ล้างเหงื่อคืนที่แล้วออกจากตัว
ตอนเช็ดตัวเสร็จ เห็นภรรยาเดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำ
ถือแก้วกาแฟ
ยิ้มให้แบบที่ไม่มีอะไรซ้อน
“กาแฟวางไว้โต๊ะเครื่องแป้งแล้วนะคะ
อย่าลืมกินข้าวก่อนออก”
“รู้แล้ว”
น้าอ๊อดโกนหนวด
จัดผมสั้นให้เรียบ
แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า
เสื้อเครื่องแบบสีกรมท่า
กางเกงทหาร
ติดยศนาวาอากาศเอก
เข็มขัดที่คุ้นมือ
ทุกชิ้นถูกสวมอย่างเป็นระเบียบ
เหมือนเขากำลังเก็บตัวเองกลับเข้าที่ทีละชั้น
น้าสาวยืนพิงกรอบประตูมองเขา
สองมือกอดอก
สายตานุ่ม
“หล่อทุกครั้งเลยนะคะตอนใส่ชุดนี้”
น้าอ๊อดหันไป
ยิ้มเล็กน้อย
เดินเข้าไปจูบแก้มเธอ
“วันนี้เลิกไม่ดึก
เดี๋ยวโทรบอก”
“ขับดีๆ นะคะ
อย่าลืมกินข้าวกลางวัน”
น้าอ๊อดสะพายกระเป๋า
เดินลงบันได
ภรรยาตามมาส่งถึงประตูบ้าน
ก่อนออกไป น้าสาวยังยื่นมือมาจัดปกเสื้อให้อีกนิด
ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องจัด
“ขับรถดีๆ นะคะพี่อ๊อด”
“ดูแลตัวเองด้วย เย็นพี่กลับ”
น้าอ๊อดจูบเบาๆ ที่ปาก
แล้วเดินไปขึ้นรถ
ในกระจกมองหลัง น้าสาวยังยืนอยู่หน้าบ้าน
โบกมือเล็กน้อยก่อนที่รถจะเลี้ยวพ้นซอย
น้าอ๊อดวางมือบนพวงมาลัย
หายใจเข้าลึก
เช้านี้บ้านอบอุ่นจริง
ภรรยาอยู่จริง
น้าอ๊อดเลือกด้านนี้ไว้แล้วเมื่อคืน
แต่พอรถพ้นซอย
เครื่องแบบกลับมาทับร่าง
ความรู้สึกอีกอย่างก็ค่อยๆ กลับมาด้วย
ไม่ใช่ความอยาก
แต่เป็นความระแวดระวัง
ถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้า
รับเอกสาร เข้าที่ทำงานตามปกติ
คนรอบตัวทักทายเหมือนทุกวัน
ไม่มีใครพูดอะไรผิดปกติ
แต่ระหว่างเดินผ่านทางเดินกระจก
น้าอ๊อดรู้สึกถึงสายตาที่จับอยู่ที่หลังอีกครั้ง
ไม่ชัดว่าเป็นใคร
ไม่ชัดว่ายืนตรงไหน
แค่รู้สึกว่ามีคนมองเขาอยู่นานกว่าสายตาทั่วไป
น้าอ๊อดไม่ได้หันไปทันที
เดินต่อให้เป็นระเบียบ
เข้าห้องทำงาน
ปิดประตู
วางเอกสารลงบนโต๊ะ
นั่งนิ่งครู่หนึ่ง
แล้วยกมือขึ้นลูบท้ายทอย
เมื่อคืนเขานอนในอ้อมกอดภรรยา
เช้านี้เขาเป็นสามีที่ออกจากบ้านอย่างปกติ
แต่ในที่ทำงานแห่งนี้
ความรู้สึกว่ามีคนเฝ้ามองยังไม่หาย
ช่วงสาย น้าอ๊อดเดินเข้าห้องประชุม
ตอนขากลับเจอลูกน้องเดินสวน
ได้รับการแสดงความเคารพตามยศ
ทุกอย่างดูปกติ
จนผ่านลานจอดรถด้านข้างอาคาร
น้าอ๊อดรู้สึกอีกครั้ง
สายตาจากรถคันหนึ่งที่จอดไกล
ไม่ได้จอดนานผิดปกติ
ไม่ได้มีใครเดินเข้ามาทัก
แค่จังหวะที่น้าอ๊อดเดินผ่าน
ความรู้สึกถูกกวาดมองจากหัวถึงเท้าแล่นผ่านหลัง
น้าอ๊อดชะลอฝีเท้าครึ่งจังหวะ
แล้วเดินต่อโดยไม่แสดงออก
ในอกเริ่มตึง
ไม่ใช่ตึงแบบอยากกลับไปห้องนอนภรรยา
แต่ตึงแบบคนที่เพิ่งปิดประตูไว้
แล้วยังรู้ว่าด้านนอกบ้านยังมีคนจ้องด้านนั้นของเขาอยู่
พอบ่าย เขานั่งเซ็นเอกสารในห้อง
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครั้งหนึ่ง ไม่ระบุชื่อ
ไม่ใช่เบอร์ภรรยา
ไม่ใช่เบอร์บี
ไม่ใช่เบอร์ธันวา
น้าอ๊อดมองหน้าจอครู่หนึ่ง
ไม่ได้หยิบรับทันที
สายตาที่เฝ้ามองตอนเช้ากับสายที่ไม่คุ้นนี้
ทำให้เขาคิดถึงภาณุขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
ไม่ใช่คิดถึงแบบอยากเจอ
แต่คิดถึงแบบระแวงว่าวงนั้นยังไม่ได้ห่างจากเขาจริง
น้าอ๊อดวางเครื่องลง
ทำงานต่อ
แต่สมาธิไม่นิ่งเท่าตอนอยู่ในบ้านเมื่อเช้า
ทุกครั้งที่ยืนขึ้นไปชงกาแฟ
เดินผ่านหน้าต่าง
หรือลงไปห้องประชุม
ความรู้สึกนั้นกลับมาเป็นระยะ
ถูกมอง
ถูกกวาด
ถูกจดจำในเครื่องแบบ
น้าอ๊อดตั้งหลังตรง
ทำหน้าให้เรียบ
เดินให้เป็นนายทหารตามปกติ
แต่ในใจน้าอ๊อดรู้ชัดว่า
บ้านเมื่อคืนอบอุ่น
ภรรยาเมื่อเช้าก็อบอุ่น
ส่วนที่ทำงานวันนี้
ยังมีเงาที่น้าอ๊อดปิดประตูไว้แล้ว
แต่ยังปิดไม่พ้นสายตาคนอื่น
บ่ายวันจันทร์ในห้องทำงานยังร้อนอบอ้าวแม้แอร์จะเปิดอยู่
น้าอ๊อดเซ็นเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่า
ลายมือยังคงเป็นระเบียบ
แต่สายตาไม่ได้จมลงไปในตัวหนังสือทั้งหมด
โทรศัพท์ที่สั่นยังวางคว่ำอยู่ข้างแก้วกาแฟ
เขาไม่ได้พลิกดูซ้ำ
แค่รู้ว่าไม่ใช่เบอร์ภรรยา
ไม่ใช่เบอร์บี
และเพราะงั้นเขาจึงยิ่งไม่อยากรับ
นอกหน้าต่างมีเสียงรถวิ่งผ่านลานด้านล่างเป็นระยะ
เสียงรองเท้าบนทางเดิน
เสียงคนทักทายกันตามยศ
ทุกอย่างดูเป็นวันทำงานปกติ
แต่ความรู้สึกถูกมองยังไม่หาย
มันไม่ใช่สายตาที่จ้องเขม็งจนเห็นตัวคนชัดๆ
เป็นแค่ความรู้สึกบางอย่างที่มาเป็นระลอก
ตอนเดินไปห้องประชุม
ตอนยืนรอลิฟต์
ตอนก้มลงเก็บเอกสารที่หล่น
เหมือนมีคนกวาดสายตาผ่านเครื่องแบบเขา
แล้วจดจำไว้
น้าอ๊อดตั้งหลังตรง
เก็บสีหน้าให้เรียบ
เดินให้ได้ระยะแบบนายทหารที่ไม่มีอะไรให้คนอื่นต้องสงสัย
ในอกนั้นไม่ได้เต้นแรงแบบตื่นเต้น
มันตึงแบบระแวดระวัง
เมื่อคืนเขานอนกอดภรรยา
เช้านี้เธอยังยืนส่งที่หน้าบ้าน
น้าอ๊อดก็เพิ่งบอกตัวเองว่าปิดประตูแล้ว
แต่ในที่ทำงานแห่งนี้
ประตูบานนั้นกลับสั่นอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะอยากเปิด
แต่เพราะมีคนยังเคาะจากด้านนอก
ช่วงบ่ายแก่ น้าอ๊อดเดินลงไปลานจอดรถ
เพื่อย้ายเอกสารจากรถขึ้นอาคาร
แดดร้อน
เงารถทอดยาวบนพื้นยางมะตอย
เขาก้มเปิดท้ายรถ
หยิบแฟ้มขึ้นมาสองเล่ม
แล้วรู้สึกอีกครั้ง
สายตา
คราวนี้ชัดกว่าตอนเช้าเล็กน้อย
ไม่ใช่แค่ผ่านๆ
มีรถสีเข้มจอดอยู่ไกลออกไปแถวต้นไม้
กระจกหน้าไม่มืดจนมองไม่เห็นข้างในทั้งหมด
แต่ก็ไม่ชัดพอจะบอกได้ว่าเป็นใคร
น้าอ๊อดไม่ได้จ้องกลับนาน
แค่เงยหน้าขึ้นครึ่งวินาที
แล้วก้มลงปิดท้ายรถต่อ
มือที่จับขอบรถแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ในหัวแวบถึงภาณุทันที
ไม่ใช่ภาพตอนอยู่บนเตียง
แต่เป็นภาพตอนภาณุยิ้มให้เขาในที่ทำงานท่ามกลางผู้ใหญ่
ภาพตอนส่งข้อความว่าเลิกงานจะรอที่รถ
แล้วก็แวบถึงมิ้นท์ตามมาติดๆ
ทั้งที่เขาบอกตัวเองแล้วว่ารอบนั้นจบ
น้าอ๊อดหายใจออกยาว
ยกแฟ้มขึ้นกอดไว้กับลำตัว
เดินกลับเข้าอาคารโดยไม่หันไปดูรถคันนั้นอีก
น้าอ๊อดไม่ยอมให้ใครเห็นว่าตัวเองสะดุ้ง
เลิกงานช้ากว่าที่บอกภรรยาไว้เล็กน้อย
เขาเก็บเอกสาร
ล้างหน้าในห้องน้ำชั้นทำงานก่อนลงไปที่รถ
น้ำเย็นช่วยให้สติกลับมา
แต่ไม่ได้ล้างความรู้สึกถูกมองออกไปหมด
ตอนเดินออกจากอาคาร ลานจอดรถเริ่มบางลง
รถสีเข้มคันนั้นไม่อยู่แล้ว
หายไปเงียบๆ
น้าอ๊อดยืนนิ่งอยู่ข้างรถตัวเองสักครู่
มือจับลูกบิดประตูไว้
ยังไม่เปิดทันที
ในอกมีสองทาง
ทางหนึ่งคือหยิบโทรศัพท์กลับไปดูว่าสายที่ไม่รับเมื่อบ่ายเป็นของใคร
อีกทางหนึ่งคือสตาร์ทรถกลับบ้าน แล้ววางทุกอย่างไว้ข้างนอกซอย
น้าอ๊อดมองหน้าจอโทรศัพท์ครู่หนึ่ง
ไม่มีข้อความใหม่จากเบอร์นั้น
มีแต่ข้อความภรรยาส่งมาเมื่อบ่าย
กินข้าวหรือยังคะ
เย็นนี้สาวทำเตรียมไว้ให้
น้าอ๊อดมองข้อความนั้นนานกว่าข้อความอื่นทั้งหมดวันนี้
แล้วพิมพ์กลับสั้นๆ
กำลังกลับ
กินด้วยกัน
น้าอ๊อดเก็บโทรศัพท์
เปิดรถ
แล้วขับออกจากที่ทำงานโดยไม่แวะไหน
ระหว่างทาง เครื่องแบบยังประทับร่างกายที่รู้สึกตึงเครียดมาทั้งวัน
แต่ยิ่งใกล้บ้าน ความตึงที่หลังค่อยๆ คลายลงทีละนิด
ไม่หายหมด
แค่ถูกดันให้ถอยเมื่อเห็นซอยที่คุ้น
ถึงบ้าน ไฟห้องครัวติดอยู่แล้ว
กลิ่นข้าวและแกงลอยในอากาศมาแตะที่จมูก
รองเท้าภรรยาวางเรียบอยู่แถวประตู
น้าอ๊อดยังไม่ทันวางกระเป๋า
น้าสาวก็เดินออกมาจากครัว
“กลับแล้วเหรอคะ
ช้ากว่าที่โทรนิดหน่อยเลยคิดว่าติดประชุม”
น้าอ๊อดพยักหน้า
ยิ้มให้น้าสาว
แล้วยื่นตัวให้น้าสาวเข้ามากอดสั้นๆ
กอดนี้ไม่ยาวเท่าตอนเธอเซอร์ไพรส์กลับบ้าน
แต่แน่นพอให้รู้ว่าตัวเองถึงฝั่งแล้ว
“ล้างหน้าก่อนนะ
เดี๋ยวลงมากิน”
“ข้าวพร้อมแล้วค่ะ
อาบน้ำเลยก็ได้”
น้าอ๊อดขึ้นไปถอดเครื่องแบบ
แขวนเสื้อให้เรียบร้อย
วางยศลงในที่เดิม
ทีละชิ้น
เหมือนถอดเกราะออกจากวันที่ถูกจ้อง
ตอนลงมา ภรรยาจัดจานไว้ที่โต๊ะแล้ว
ทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกันแบบเรียบง่าย
มีเสียงช้อนส้อม
มีเธอถามเรื่องงาน
มีเขาตอบแค่พอดี ไม่เกินจริง
“วันนี้เหนื่อยไหมคะ”
น้าอ๊อดตักข้าวเข้าปากช้า ๆ
แล้วพยักหน้า
“ปกติ
แค่วันจันทร์มันยาว”
เขาไม่ได้บอกว่ามีรถจอดมอง
ไม่ได้บอกว่ามีสายที่ไม่รับ
ไม่ได้บอกว่าในหัวยังมีเงาของคนอื่น
ไม่ใช่เพราะอยากโกหกเธอในทุกเรื่อง
แต่เพราะคืนนี้เขาอยากให้อาหารบนโต๊ะนี้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดของวัน
........................................
เพื่อนๆ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไง บอกกันได้นะครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ชื่อบุคคลเป็นชื่อสมมุติ ผิดพลาดประการใดขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zebu เมื่อ 2026-8-28 04:28
ลงตอนที่ 30 ให้แล้วนะครับ ตอนนี้เสร็จเร็วยังไม่สว่าง ขอบคุณ FC หลายท่านที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพนะครับ
เพราะถ้าไม่พิมพ์ในช่วงกลางคืนเงียบๆ แบบพิมพ์ทีเดียวจบตอน หัวไม่วิ่งเลยครับ
ลองอ่านดูนะครับ ... บทสรุปความรู้สึกของน้าอ๊อดที่เปิดรับตัวเอง
และความรู้สึกที่มีต่อทุกคน ใครไม่ชอบอ่านแนว ช-ญ ผ่านได้เลยนะครับ
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของ Part 3
และจะเข้าสู่ Part 4 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของเรื่องนี้แล้วนะครับ
พรุ่งนี้ผมจะเปิดตอนพิเศษที่จะขอแสดงความคิดเห็น FC และผู้อ่านเรื่องนี้ถึงการวิเคราะห์ตัวน้าอ๊อด
ก่อนจะแต่งตอนที่ 31 ครับ อ่านกันแล้วรู้สึกอย่างไร แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่เลยนะครับ
ชอบคับ ตืดตามนะครับแต่พี่ช่วยแบ่งบรรทัดไม่ต้องเยอะได้รึเปล่าครับ เลิฟเลยครับ เยี่ยมครับ ปิดของน้าอ๊อดคนเดียว. ถ้าถามความรู้สึก บอกตรงๆ ผิดหวัง ไม่ใช่ผิดหวังเพราะเนื้อเรื่องไม่ดีผิดหวังเพราะแอบเชียร์อาจารย์อาจารย์ยังเป็นผู้เสัยสละเหมือนเดิมประมาณว่าเราอยากให้เขาได้"สิ่งของ"เป็นสิ่งตอบแทนกับ"ความดี"ที่เขาทำในเรื่องอาจารย์ก็เป็นอาจารย์ที่หล่อเหมือนบุลคลิกของตัวละคร เป็นความดีที่คงทน เหมือนความรู้สึกของน้าที่มอบให้. แต่ขัดใจอะ เพราะคิดว่าอาจารย์ควรได้รับความรักที่เป็นชิ้นเป็นอัน
ปิดเรื่องน้าอ๊อดแบบที่ควรจะเป็นและ"เหมาะสม"เลือกที่จะเปิดและปิดมีการวางเอาไว้ตามที่ควรจะเป็น. ไม่รู้สิ ชอบอะไรเทาๆมั้งไม่อยากให้น้าปิดด้านนั้น
ปิดเรื่องแบบคนดีที่เหมาะสม. ขัดใจคนเทาๆแบบผม. อาจเป็นเพราะคนแต่งเป็นคนดีเกินไปจึงวางโครงเรื่องไว้แบบนี้อะไรมันจะดีและเหมาะขนาดนั้น คนเทาๆไม่ชอบสีขาว
ปิดเรื่องน้าได้สมบูรณ์อ่านอีกรอบเรื่องอาจารย์ก็สมบูรณ์ในตัว แต่....วางเรื่องให้อาจารย์เป็นพระรองอ่า. อยากเห็นอาจารย์เป็นพระเอกอ่า......เชียร์อาจารย์
มาส่วนของบี พอเขาเป็นเด็กความสมบูรณืของเขาควรเคลียร์ที่สุด แต่จบด้วยให้บียอมรับและก้าวสู่โลกผู้ใหญ่เหมือนสมบูรณ์ของน้า. ใช่สิพระเอกนี่เนอะส่วนภานุ ช่างเถอะล่อยลอยคอต่อไป
สมบูรณ์ในเนื้อหาและเหมาะสมแล้วแอบเสียดาย จบเร็วจัง ตอนนี้ใส่อารมณ์เยอะมาก. ไม่ค่อยเจอเรื่องอื่นที่บรรยายอารมณ์ขนาดนี้เลยอยากจะอ่านอีก
ตอนหน้ช่วงเอาคืนมินส์สินะ. ปรับอารมณ์ก่อน. จะเป็นช่วงสะใจและการแก้แค้นทางความรู้สึกหรือเปล่าน้า. เรื่องน้าจบแบบคนดี๊คนดีไปแล้ว คนไม่มาล้างแค้นกระมัง. เอะ หรือมีด้านมืดลงมาแก้แค้นด้วย
เอาละสิ. ต้องรอติดตามหรือคนแต่งใช้โอกาสนี้ปิดเรื่องบีและภานุ. เริ่มฟุ้งซ่านแล้วเราลลลลลรอน้าาาาาาาาาา สนุกมากครับ ว้าว มาแล้วก่อนเวลา
แล้วครูธันวาจะเป็นอย่างไรต่อไปครับอยากเห็นครูธันวาได้เอาภาณุจนหลงซักที อยากเห็นบีได้ Happy เขาทุกข์มานาน ถึงตอนจบเขาจะรู้ตัวเองและกลับถึงฝั่งแล้ว แต่ไป Happy กับใครละจบแบบนี้บี จะ Happy กับน้าคงไมได้เป็นครูธันวาดีมะส่วนน้าอ๊อดอยู่กับหอย เอ้ยน้าสาวก็ดีแล้วแต่อย่าลืมมาเปิดลูกเต๋าอีกด้านกับครูธันวานะเอะ หรือน้าอ๊อดจะมาเปิดอีกด้านกับครูธันวาและบี
Part ต่อไป มินท์จะเป็นตัวอิจฉาที่ไม่ได้อะไรเลยใช่ไหม"ผู้ชายเขารักกัน"อ่า ชอบคำที่ตัวเองพิมพ์จัง "ผู้ชายเขารักกัน" ช่วยกันดูแลและปกป้องกันละกัน ไม่ได้รังเกียจสาวสองนะแต่ไม่ชอบมินท์ตั้งแต่ดำเนินเรื่องแล้วตัวอิจฉาที่ไม่ชอบจริง รับบทแสนดีศรีประเสริฐ ธันวาเสมอต้นเสมอปลายสมกับเป็นอาจารย์เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วคับ5555
ชัดเจนคับพี่อ๊อดของผม55555ยิ่งอ่านยิ่งชื้นใจคับ ลุ้นตอนต่อน่าจะมิ้นถ้าให้เดาจะอะไรยังไงกลับมาต่อไวๆนะคับเอาใจช่วยคับขอบคุนคับ มีเรื่องผูกเอาไว้สำหรับตอนต่อไปแนเลยคนแอบดูน้าคือใคร
เอาว่ามินท์หรือมินท์ก็อยากได้น้าเหมือนกัน ขอบคุณครับ รอนะคับจะมีการพริกเกมส์ไหมนะอยากๆ รอไนะคับ {:5_146:}{:5_146:}{:5_146:} ขอบคุณครับ หมู่สามหมู่ 4 มาเลย Phol_th ตอบกลับเมื่อ 2026-8-28 07:08
ปิดของน้าอ๊อดคนเดียว. ถ้าถามความรู้สึก บอกตรงๆ ผิดหว ...
ขอบคุณครับ อย่าพึ่งรีบปิดเรื่องของน้าอ๊อดครับ เรื่องนี้ยังไม่จบ
น้าอ๊อดเป็นพระเอก เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ยังต้องพิมพ์ให้ FC อ่านอีก 10 กว่าตอนก่อนจบเรื่องนี้จริงๆ นะครับ รอติดตามตอนต่อไป
และต้องขอโทษชมรมคนหลงรักธันวาล่วงหน้าเลยนะครับ เพราะ Part ต่อไปคนดีๆ แบบธันวาไม่ควรมีบทบาทมากนัก แต่อาจจะต้องเสียน้ำตาและหลงรักภาณุแทน 555 Sukit_J ตอบกลับเมื่อ 2026-8-28 08:23
ว้าว มาแล้วก่อนเวลา
แล้วครูธันวาจะเป็นอย่างไรต่อไป ...
ขอบคุณครับ ใช่ครับ "ผู้ชายเขารักกัน" รอติดตามตอนต่อไปนะครับ ta102 ตอบกลับเมื่อ 2026-8-28 10:19
ขอบคุณครับ รอนะคับจะมีการพริกเกมส์ไหมนะอยากๆ รอไนะคับ
รอการพริกเกมส์จากมิ้นต์นะครับ ทำไมเห็นโพส ตอน 30 ทีหลังโพสสอบถามล่่าสุด 555555 reneisance ตอบกลับเมื่อ 2026-8-28 21:37
ทำไมเห็นโพส ตอน 30 ทีหลังโพสสอบถามล่่าสุด 555555
555 โพสตอนที่ 30 ก่อน และโพสสอบถามทีหลังครับ
อ่านตอนที่ 30 แล้วคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
หน้า:
[1]
2